วิเคราะห์ หุ้น TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TOP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)





ทรัพย์สิน (Assets) ที่บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ใช้ในการประกอบธุรกิจมีหลายรูปแบบ ซึ่งมักอยู่ในงบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) ภายใต้หมวด “สินทรัพย์” และ “สินทรัพย์ทรัพย์สินถาวร (Property, Plant and Equipment)” เป็นต้น ตัวอย่างประเภททรัพย์สินที่สำคัญ ได้แก่:

ตัวเลขรวมทรัพย์สิน
ตามข้อมูล “ข้อมูลสำคัญทางการเงิน” ของ ไทยออยล์ สินทรัพย์รวมอยู่ที่ประมาณ 402,960 ล้านบาท

จากแหล่งอื่น สินทรัพย์รวมย้อนหลัง (5 ปี) มีตัวเลขในช่วงระดับ 360,000- 440,000 ล้านบาท
งบการเงินฉบับเต็มของบริษัทให้รายละเอียดทรัพย์สินแต่ละหมวด (เช่น สินทรัพย์หมุนเวียน / ไม่หมุนเวียน)
ประเภททรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ

จากการวิเคราะห์งบการเงินและลักษณะธุรกิจของไทยออยล์ เราสามารถสรุปหมวดทรัพย์สินสำคัญที่บริษัทมีและใช้งานได้ดังนี้:
หมวดทรัพย์สิน รายละเอียด / ตัวอย่าง บทบาทในการประกอบธุรกิจ
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current assets) – ที่ดิน อาคาร โรงงาน และโครงสร้างประกอบ (โรงกลั่น น้ำมัน, ระบบท่อและโครงข่าย)

  • อาคารสำนักงาน
  • เครื่องจักร กลไก (เช่น เครื่องกลั่น, ระบบผลิต)
  • อุปกรณ์ทดสอบ, ระบบควบคุม (Instrumentation & control)
  • การปรับปรุงเครื่องจักร / ติดตั้ง (Capital improvements)
  • สิทธิใช้เช่า (ถ้ามีตามมาตรฐานบัญชี)
  • สินทรัพย์ทางเทคโนโลยี / software / ระบบ ERP / ระบบควบคุมอัตโนมัติ
  • การลงทุนระยะยาว / เงินลงทุนในบริษัทย่อย / บริษัทร่วม
  • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible assets) เช่น สิทธิบัตร สิทธิใช้ประโยชน์ ใบอนุญาต ใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับการผลิตน้ำมัน กลั่น ปิโตรเคมี ด้านบริการต่าง ๆ และขยายธุรกิจ
    สินทรัพย์หมุนเวียน (Current assets) – เงินสด / เงินฝาก /รายการทางการเงิน
  • ลูกหนี้ / บัญชีลูกหนี้ (ลูกค้า ค้างชำระ)
  • ค่าสินค้าคงเหลือ (น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป วัตถุดิบ เคมีภัณฑ์)
  • ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า
  • สินทรัพย์ทางการเงินระยะสั้น / เงินลงทุนชั่วคราว สนับสนุนสภาพคล่องของกิจการ เพื่อให้ธุรกิจเดินได้ เช่น จัดหาวัตถุดิบ ชำระเงิน การกักเก็บสินค้า ผลิตและส่งมอบ
    ทรัพย์สินอื่น / สำรอง / รายการปรับปรุงมูลค่า – ค่าเสื่อมราคา / ครึ่งเสื่อมมูลค่า
  • การปรับลดมูลค่าทรัพย์สิน (impairment)
  • ส่วนเกินของสินทรัพย์ (revaluation) ถ้ามี
  • สินทรัพย์ทางภาษีเงินได้รอการตัด (Deferred tax assets) ใช้บัญชีเผื่อความเสี่ยง ปรับมูลค่าให้สะท้อนความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ
    ข้อสำคัญที่ควรดูในงบการเงิน

รายละเอียด ทรัพย์สินถาวร (PPE) ว่ามีมูลค่าตามบัญชีเท่าไร, มีการลงทุนใหม่ (CAPEX) เท่าใด
ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) และการปรับลดมูลค่าทรัพย์สิน (Impairment)
สินค้าคงเหลือ (Inventory) โดยเฉพาะวัตถุดิบน้ำมัน / น้ำมันสำเร็จรูป
ลูกหนี้คงค้าง / คุณภาพลูกหนี้ (ระดับที่อาจเป็นหนี้เสีย)
การลงทุนในบริษัทในเครือ / ร่วม (Equity method / held-for-investments)
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (เช่น สิทธิ์สัมปทาน / ใบอนุญาต / สิทธิบัตร)
JSKem Pte., Ltd.
TOPNEXT India Private Limited
Sapthip Co., Ltd. (SAPTHIP)
บริษัท ไทยออยล์ เอนเนอร์ยี เซอร์วิส จำกัด — เพื่อสนับสนุนกิจการในกลุ่มเรื่องทรัพยากรบุคคล / บริการด้านพลังงาน
ไทยออยล์ เอทานอล — กิจการด้านเอทานอล / พลังงานทางเลือก ภายใต้กลุ่มธุรกิจ “ธุรกิจอื่น ๆ” ของไทยออยล์
บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (Thappline) — ด้านท่อส่งน้ำมันสำเร็จรูป ภายในประเทศ (บริษัทที่ไทยออยล์ถือหุ้น)
Thaioil Marine International Private Limited — บริษัทในเครือที่เกี่ยวกับกิจการทางเรือ / การเดินเรือของน้ำมัน / ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม


บริษัท / บริษัทย่อย /บริษัทในเครือที่สำคัญ

จาก , เว็บไซต์ Thaioil และแหล่งอื่น ๆ พบรายชื่อดังนี้:
Thai Paraxylene Co., Ltd. — ผลิตและจำหน่ายพาราไซลีน
LABIX Co., Ltd.
ThaiLube Base Plc
TOP SPP Co., Ltd. — ด้านการผลิตไฟฟ้า (Small Power Producer)
Thaioil Solvent Co., Ltd.
TOPNEXT International Co., Ltd.
Sak Chaisidhi Co., Ltd.
TOP Solvent (Vietnam) LLC — บริษัทที่ลงทุนในต่างประเทศในเวียดนาม
PT Tirta Surya Raya



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ข้อพิพาท ทางกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เงื่อนไขและสัญญาต่างๆ ที่ส่งผลต่อบริษัท ความเสี่ยงของบริษัท

ความเสี่ยงจะมี 2 ส่วนคือ

  • การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน
  • การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

ความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือกลุ่มบริษัทในปัจจุบันที่ครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อมและสังคม


ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ย. 2568


ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ย. 2568


ประวัติโดยย่อและหลักสำคัญ
เริ่มก่อตั้ง ไทยออยล์ยังได้รับรางวัลด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG) เป็น “Excellent CGR Rating” ติดต่อกันหลายปี มาตรฐาน ESG / Sustainability

บริษัท “Thai Oil Refinery Company Limited” ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 1961 เป็นโรงกลั่นน้ำมันเอกชนเป็นแห่งแรกของไทย

เริ่มเดินเครื่องกลั่นหน่วยแรก (distillation unit) ในปี 1964
การขยายกำลังการผลิตโรงกลั่น ในปี 1970 รัฐบาลอนุมัติให้ขยายโรงกลั่นเป็นสองขั้นตอน: ขั้นที่หนึ่งเพิ่มเป็น 115,800 บาร์เรล/วัน และขั้นที่สองเป็น 148,000 บาร์เรล/วัน ปี 1989 เปิดตัวหน่วยกลั่นที่ 3 ทำให้กำลังการกลั่นเพิ่มเป็น 90,000 บาร์เรล/วัน

ปัจจุบันโรงกลั่นของ TOP มีกำลังการกลั่นอยู่ที่ประมาณ 275,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีประสิทธิภาพสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
การเปลี่ยนชื่อ / รูปแบบองค์กร

ในปี 1985 เปลี่ยนชื่อเป็น “Thai Oil Co., Ltd.”

ปี 1998 มีวิกฤตทางการเงิน: ประกาศพักชำระหนี้ (debt moratorium), ลดกำลังคน และหยุดบางหน่วยงานชั่วคราว

ปี 2004 ไทยออยล์แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน (Public Company) และมีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
การพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

ปี 2008 โรงกลั่นของไทยออยล์เป็นแห่งแรกในประเทศที่ผลิต “middle distillates” และน้ำมันดีเซลที่ได้มาตรฐาน Euro IV รวมถึงขยายธุรกิจสารละลาย (solvent business)

การตั้งบริษัทไทยออยล์เอทานอล (Thaioil Ethanol) เพื่อผลิตเอทานอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ diversification ด้านพลังงานสะอาด/พลังงานทดแทน
โครงการ Clean Fuel Project (CFP)

ปี 2018 ได้รับอนุมัติให้ลงทุนในโครงการ Clean Fuel Project (CFP) เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับโรงกลั่นให้ผลิตเชื้อเพลิงที่สะอาดมากขึ้น (“clean fuel”) และเพิ่มกำลังผลิตโรงกลั่นจาก ~275,000 บาร์เรล/วันเป็น 400,000 บาร์เรล/วัน

แต่มีข่าวว่าในปี 2024 ไทยออยล์ต้องเสนอเพิ่มงบลงทุนในโครงการนี้อีกประมาณ 63,020 ล้านบาท (plus ดอกเบี้ย) เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากแผนเดิม

ในโครงการนี้ยังมีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ (contractors) และแต่งตั้งบริษัท Wood PLC ให้เป็น EPCM (Engineering, Procurement & Construction Management) ใหม่ เพื่อบริหารจัดการโครงการนั้น
การลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์และประสิทธิภาพในการทำกำไร

ไทยออยล์ลงทุนในบริษัท CAP (Indonesia) (ประมาณ 15% หุ้น) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจร (integrated chemical) ในอินโดนีเซีย เพื่อเข้าสู่ธุรกิจโอลีฟินส์ (olefins) ลงลึกในห่วงโซ่เคมีภัณฑ์ล่าง (downstream)

โรงกลั่นได้ปรับปรุงผลิตดีเซลให้ได้มาตรฐาน Euro V
การบริหารองค์กรและกลยุทธ์ในยุคใหม่

วันที่ 1 มกราคม 2566 (2023) มีการตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ คือ นาย บัณฑิต ธรรมประจำจิต และได้ประกาศแนวคิดกลยุทธ์ “TOP for The Great Future” ที่เน้นทรานส์ฟอร์มธุรกิจตาม 3 แนวทางหลัก:
   1) Value Maximization — เพิ่มมูลค่าจากธุรกิจเดิม → เคมีภัณฑ์ / ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
   2) Value Enhancement — เสริมความแข็งแกร่งภายในประเทศ ขยายตลาดระหว่างประเทศ
   3) Value Diversification — ลงทุนธุรกิจใหม่ๆ / New S-Curve ให้สอดคล้องแนวโน้มโลกยุคใหม่









Disclaimer

ใส่ความเห็น