ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TOP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)





รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
–1.40บาท24 ก.ย. 2569เงินปันผล
–1.00บาท27 เม.ย. 2569เงินปันผล
–0.80บาท25 ก.ย. 2568เงินปันผล
–0.70บาท28 เม.ย. 2568เงินปันผล
–1.20บาท27 ก.ย. 2567เงินปันผล
–2.75บาท30 เม.ย. 2567เงินปันผล
–0.65บาท22 ก.ย. 2566เงินปันผล
–1.70บาท27 เม.ย. 2566เงินปันผล
–2.00บาท25 พ.ย. 2565เงินปันผล
–2.00บาท25 เม.ย. 2565เงินปันผล
–0.60บาท23 ก.ย. 2564เงินปันผล
–0.70บาท26 เม.ย. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สิน (Assets) ที่บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ใช้ในการประกอบธุรกิจมีหลายรูปแบบ ซึ่งมักอยู่ในงบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) ภายใต้หมวด “สินทรัพย์” และ “สินทรัพย์ทรัพย์สินถาวร (Property, Plant and Equipment)” เป็นต้น ตัวอย่างประเภททรัพย์สินที่สำคัญ ได้แก่:

ตัวเลขรวมทรัพย์สิน
ตามข้อมูล “ข้อมูลสำคัญทางการเงิน” ของ ไทยออยล์ สินทรัพย์รวมอยู่ที่ประมาณ 402,960 ล้านบาท

จากแหล่งอื่น สินทรัพย์รวมย้อนหลัง (5 ปี) มีตัวเลขในช่วงระดับ 360,000- 440,000 ล้านบาท
งบการเงินฉบับเต็มของบริษัทให้รายละเอียดทรัพย์สินแต่ละหมวด (เช่น สินทรัพย์หมุนเวียน / ไม่หมุนเวียน)
ประเภททรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ

จากการวิเคราะห์งบการเงินและลักษณะธุรกิจของไทยออยล์ เราสามารถสรุปหมวดทรัพย์สินสำคัญที่บริษัทมีและใช้งานได้ดังนี้:
หมวดทรัพย์สิน รายละเอียด / ตัวอย่าง บทบาทในการประกอบธุรกิจ
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current assets) – ที่ดิน อาคาร โรงงาน และโครงสร้างประกอบ (โรงกลั่น น้ำมัน, ระบบท่อและโครงข่าย)

  • อาคารสำนักงาน
  • เครื่องจักร กลไก (เช่น เครื่องกลั่น, ระบบผลิต)
  • อุปกรณ์ทดสอบ, ระบบควบคุม (Instrumentation & control)
  • การปรับปรุงเครื่องจักร / ติดตั้ง (Capital improvements)
  • สิทธิใช้เช่า (ถ้ามีตามมาตรฐานบัญชี)
  • สินทรัพย์ทางเทคโนโลยี / software / ระบบ ERP / ระบบควบคุมอัตโนมัติ
  • การลงทุนระยะยาว / เงินลงทุนในบริษัทย่อย / บริษัทร่วม
  • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible assets) เช่น สิทธิบัตร สิทธิใช้ประโยชน์ ใบอนุญาต ใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับการผลิตน้ำมัน กลั่น ปิโตรเคมี ด้านบริการต่าง ๆ และขยายธุรกิจ
    สินทรัพย์หมุนเวียน (Current assets) – เงินสด / เงินฝาก /รายการทางการเงิน
  • ลูกหนี้ / บัญชีลูกหนี้ (ลูกค้า ค้างชำระ)
  • ค่าสินค้าคงเหลือ (น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป วัตถุดิบ เคมีภัณฑ์)
  • ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า
  • สินทรัพย์ทางการเงินระยะสั้น / เงินลงทุนชั่วคราว สนับสนุนสภาพคล่องของกิจการ เพื่อให้ธุรกิจเดินได้ เช่น จัดหาวัตถุดิบ ชำระเงิน การกักเก็บสินค้า ผลิตและส่งมอบ
    ทรัพย์สินอื่น / สำรอง / รายการปรับปรุงมูลค่า – ค่าเสื่อมราคา / ครึ่งเสื่อมมูลค่า
  • การปรับลดมูลค่าทรัพย์สิน (impairment)
  • ส่วนเกินของสินทรัพย์ (revaluation) ถ้ามี
  • สินทรัพย์ทางภาษีเงินได้รอการตัด (Deferred tax assets) ใช้บัญชีเผื่อความเสี่ยง ปรับมูลค่าให้สะท้อนความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ
    ข้อสำคัญที่ควรดูในงบการเงิน

รายละเอียด ทรัพย์สินถาวร (PPE) ว่ามีมูลค่าตามบัญชีเท่าไร, มีการลงทุนใหม่ (CAPEX) เท่าใด
ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) และการปรับลดมูลค่าทรัพย์สิน (Impairment)
สินค้าคงเหลือ (Inventory) โดยเฉพาะวัตถุดิบน้ำมัน / น้ำมันสำเร็จรูป
ลูกหนี้คงค้าง / คุณภาพลูกหนี้ (ระดับที่อาจเป็นหนี้เสีย)
การลงทุนในบริษัทในเครือ / ร่วม (Equity method / held-for-investments)
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (เช่น สิทธิ์สัมปทาน / ใบอนุญาต / สิทธิบัตร)
JSKem Pte., Ltd.
TOPNEXT India Private Limited
Sapthip Co., Ltd. (SAPTHIP)
บริษัท ไทยออยล์ เอนเนอร์ยี เซอร์วิส จำกัด — เพื่อสนับสนุนกิจการในกลุ่มเรื่องทรัพยากรบุคคล / บริการด้านพลังงาน
ไทยออยล์ เอทานอล — กิจการด้านเอทานอล / พลังงานทางเลือก ภายใต้กลุ่มธุรกิจ “ธุรกิจอื่น ๆ” ของไทยออยล์
บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (Thappline) — ด้านท่อส่งน้ำมันสำเร็จรูป ภายในประเทศ (บริษัทที่ไทยออยล์ถือหุ้น)
Thaioil Marine International Private Limited — บริษัทในเครือที่เกี่ยวกับกิจการทางเรือ / การเดินเรือของน้ำมัน / ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม


บริษัท / บริษัทย่อย /บริษัทในเครือที่สำคัญ

จาก , เว็บไซต์ Thaioil และแหล่งอื่น ๆ พบรายชื่อดังนี้:
Thai Paraxylene Co., Ltd. — ผลิตและจำหน่ายพาราไซลีน
LABIX Co., Ltd.
ThaiLube Base Plc
TOP SPP Co., Ltd. — ด้านการผลิตไฟฟ้า (Small Power Producer)
Thaioil Solvent Co., Ltd.
TOPNEXT International Co., Ltd.
Sak Chaisidhi Co., Ltd.
TOP Solvent (Vietnam) LLC — บริษัทที่ลงทุนในต่างประเทศในเวียดนาม
PT Tirta Surya Raya



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


วิเคราะห์ความเสี่ยงธุรกิจหุ้น Thai Oil Public Company Limited หรือ TOP
บริษัทโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของไทย ที่มีธุรกิจหลักเกี่ยวกับการกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี น้ำมันหล่อลื่น และพลังงาน

⚠️ ความเสี่ยงหลักของธุรกิจ TOP

1. ความผันผวนของราคาน้ำมันโลก

TOP เป็นธุรกิจโรงกลั่น จึงได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่น (GRM)

  • หากราคาน้ำมันร่วงแรง อาจเกิด “ขาดทุนสต๊อกน้ำมัน”
  • หากค่าการกลั่นลดลง กำไรจะหดตัวเร็ว
  • กำไรบางไตรมาสอาจผันผวนสูงมากตามสถานการณ์โลก

ในปี 2569 บริษัทมีกำไรสต๊อกจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง แต่บริษัทก็ยอมรับว่า หากราคาน้ำมันกลับลงแรง อาจพลิกเป็นขาดทุนสต๊อกได้เช่นกัน


🌍 2. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์โลก

ธุรกิจโรงกลั่นอ่อนไหวต่อสงครามและเส้นทางขนส่งน้ำมัน

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เช่น

  • สงครามตะวันออกกลาง
  • ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครน
  • ความตึงเครียดจีน–สหรัฐฯ

หากเกิดปัญหาขนส่งน้ำมันดิบ:

  • ต้นทุนน้ำมันจะพุ่ง
  • น้ำมันดิบอาจขาดแคลน
  • โรงกลั่นต้องลดกำลังผลิต

รายงานอุตสาหกรรมปี 2026 ระบุว่า โรงกลั่นในเอเชียหลายแห่งต้องลดกำลังการผลิต เพราะปัญหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง


🛢️ 3. ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ

ช่วงปี 2569 รัฐบาลไทยมีมาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปบางประเภท

ผลกระทบต่อ TOP คือ

  • สินค้าคงคลังล้น
  • ถังเก็บใกล้เต็ม
  • อาจต้องลดกำลังการกลั่น

นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากต้องลดกำลังผลิต อาจกระทบรายได้หลายร้อยล้านบาทต่อวัน


🏗️ 4. ความเสี่ยงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (CFP)

TOP มีโครงการใหญ่ชื่อ Clean Fuel Project (CFP)

ความเสี่ยงคือ

  • งบลงทุนบานปลาย
  • ก่อสร้างล่าช้า
  • ภาระหนี้เพิ่ม
  • กระทบกระแสเงินสด

แม้บริษัทระบุว่าโครงการเริ่มมีความคืบหน้ามากขึ้น แต่ยังเป็นความเสี่ยงระยะยาวที่นักลงทุนจับตา


♻️ 5. ความเสี่ยงด้านพลังงานสะอาด และ ESG

ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่

  • รถ EV
  • พลังงานสะอาด
  • ลดการใช้น้ำมันฟอสซิล

ระยะยาวอาจทำให้:

  • ความต้องการใช้น้ำมันลดลง
  • โรงกลั่นแข่งขันยากขึ้น
  • Margin ธุรกิจลดลง

ธุรกิจโรงกลั่นจึงต้องเร่งปรับตัวเรื่อง ESG และพลังงานใหม่


💻 6. ความเสี่ยง Cyber Attack และภัยพิบัติ

TOP ระบุเองในรายงานประจำปีว่า ความเสี่ยงสำคัญคือ

  • Cyber Attack
  • ภัยธรรมชาติ
  • Climate Change
  • ความไม่สงบทางการเมือง

หากระบบโรงกลั่นหยุดทำงานแม้ช่วงสั้น ๆ อาจกระทบรายได้มหาศาล


🔥 สรุปจุดอ่อนสำคัญของ TOP


📌 มุมมองนักลงทุน

TOP เป็นหุ้นวัฏจักร (Cyclical Stock)

ช่วงค่าการกลั่นดี:

  • กำไรอาจโตแรงมาก
  • เงินปันผลสูง

แต่หากเข้าสู่รอบขาลง:

  • กำไรลดเร็ว
  • ราคาหุ้นผันผวนสูง

ดังนั้น นักลงทุนต้องติดตาม:

  • ราคาน้ำมันโลก
  • ค่าการกลั่น GRM
  • สถานการณ์ตะวันออกกลาง
  • ความคืบหน้าโครงการ CFP
  • นโยบายพลังงานของรัฐ

อย่างใกล้ชิดเสมอ


ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ย. 2568


ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ย. 2568


ประวัติโดยย่อและหลักสำคัญ
เริ่มก่อตั้ง ไทยออยล์ยังได้รับรางวัลด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG) เป็น “Excellent CGR Rating” ติดต่อกันหลายปี มาตรฐาน ESG / Sustainability

บริษัท “Thai Oil Refinery Company Limited” ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 1961 เป็นโรงกลั่นน้ำมันเอกชนเป็นแห่งแรกของไทย

เริ่มเดินเครื่องกลั่นหน่วยแรก (distillation unit) ในปี 1964
การขยายกำลังการผลิตโรงกลั่น ในปี 1970 รัฐบาลอนุมัติให้ขยายโรงกลั่นเป็นสองขั้นตอน: ขั้นที่หนึ่งเพิ่มเป็น 115,800 บาร์เรล/วัน และขั้นที่สองเป็น 148,000 บาร์เรล/วัน ปี 1989 เปิดตัวหน่วยกลั่นที่ 3 ทำให้กำลังการกลั่นเพิ่มเป็น 90,000 บาร์เรล/วัน

ปัจจุบันโรงกลั่นของ TOP มีกำลังการกลั่นอยู่ที่ประมาณ 275,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีประสิทธิภาพสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
การเปลี่ยนชื่อ / รูปแบบองค์กร

ในปี 1985 เปลี่ยนชื่อเป็น “Thai Oil Co., Ltd.”

ปี 1998 มีวิกฤตทางการเงิน: ประกาศพักชำระหนี้ (debt moratorium), ลดกำลังคน และหยุดบางหน่วยงานชั่วคราว

ปี 2004 ไทยออยล์แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน (Public Company) และมีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
การพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

ปี 2008 โรงกลั่นของไทยออยล์เป็นแห่งแรกในประเทศที่ผลิต “middle distillates” และน้ำมันดีเซลที่ได้มาตรฐาน Euro IV รวมถึงขยายธุรกิจสารละลาย (solvent business)

การตั้งบริษัทไทยออยล์เอทานอล (Thaioil Ethanol) เพื่อผลิตเอทานอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ diversification ด้านพลังงานสะอาด/พลังงานทดแทน
โครงการ Clean Fuel Project (CFP)

ปี 2018 ได้รับอนุมัติให้ลงทุนในโครงการ Clean Fuel Project (CFP) เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับโรงกลั่นให้ผลิตเชื้อเพลิงที่สะอาดมากขึ้น (“clean fuel”) และเพิ่มกำลังผลิตโรงกลั่นจาก ~275,000 บาร์เรล/วันเป็น 400,000 บาร์เรล/วัน

แต่มีข่าวว่าในปี 2024 ไทยออยล์ต้องเสนอเพิ่มงบลงทุนในโครงการนี้อีกประมาณ 63,020 ล้านบาท (plus ดอกเบี้ย) เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากแผนเดิม

ในโครงการนี้ยังมีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ (contractors) และแต่งตั้งบริษัท Wood PLC ให้เป็น EPCM (Engineering, Procurement & Construction Management) ใหม่ เพื่อบริหารจัดการโครงการนั้น
การลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์และประสิทธิภาพในการทำกำไร

ไทยออยล์ลงทุนในบริษัท CAP (Indonesia) (ประมาณ 15% หุ้น) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจร (integrated chemical) ในอินโดนีเซีย เพื่อเข้าสู่ธุรกิจโอลีฟินส์ (olefins) ลงลึกในห่วงโซ่เคมีภัณฑ์ล่าง (downstream)

โรงกลั่นได้ปรับปรุงผลิตดีเซลให้ได้มาตรฐาน Euro V
การบริหารองค์กรและกลยุทธ์ในยุคใหม่

วันที่ 1 มกราคม 2566 (2023) มีการตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ คือ นาย บัณฑิต ธรรมประจำจิต และได้ประกาศแนวคิดกลยุทธ์ “TOP for The Great Future” ที่เน้นทรานส์ฟอร์มธุรกิจตาม 3 แนวทางหลัก:
   1) Value Maximization — เพิ่มมูลค่าจากธุรกิจเดิม → เคมีภัณฑ์ / ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
   2) Value Enhancement — เสริมความแข็งแกร่งภายในประเทศ ขยายตลาดระหว่างประเทศ
   3) Value Diversification — ลงทุนธุรกิจใหม่ๆ / New S-Curve ให้สอดคล้องแนวโน้มโลกยุคใหม่


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด28,431.6229,042.4162,568.2033,497.0547,797.98
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ33,507.6129,812.9627,995.1726,680.9433,152.80
สินค้าคงเหลือ52,655.8340,577.0732,103.8435,747.3650,565.48
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน125,371.33112,221.84130,298.94109,537.92145,219.89
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ218,617.82224,152.54218,460.73211,890.42225,647.82
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน294,621.38296,788.59296,984.88288,948.24307,466.72
รวมสินทรัพย์419,992.70409,010.43427,283.81398,486.16452,686.60
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม3,198.432,724.912,658.492,938.253,100.99
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ54,094.9255,277.3981,143.7459,121.8768,180.33
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี10,060.935,176.591,175.542,568.659,003.57
รวมหนี้สินหมุนเวียน73,501.3267,663.0990,388.8172,251.9492,069.32
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน178,179.69175,162.44143,863.40154,582.94117,208.91
รวมหนี้สิน251,681.01242,825.54234,252.21226,834.88209,278.22
ทุนจดทะเบียน22,338.3622,338.3622,338.3622,338.3622,338.36
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า22,338.3622,338.3622,338.3622,338.3622,338.36
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น10,698.7210,698.7210,698.7210,698.7210,698.72
กำไร(ขาดทุน)สะสม143,847.98144,983.62155,539.82153,399.28181,068.70
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-11,317.30-14,574.37-16,624.17-17,525.89-11,519.16
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน-13,175.53-16,021.13-15,408.13-17,328.41-13,150.33
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่165,567.76163,446.33171,952.73168,910.47202,586.62
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย2,743.932,738.5621,078.872,740.8140,821.76

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ469,243.89466,777.00395,682.39206,227.47257,428.10
รายได้อื่น352.381,556.674,585.712,996.652,565.11
รวมรายได้470,582.84469,919.49401,814.08210,112.84261,086.16
ต้นทุน436,163.53450,010.19382,004.93200,928.65213,047.93
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร3,443.973,795.844,004.471,796.153,080.56
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย439,684.34453,884.30386,061.09202,763.34216,185.75
EBITDA36,144.5924,422.2528,328.7317,076.5741,384.20
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย7,799.468,105.928,064.753,929.464,073.51
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้28,345.1216,316.3320,263.9913,147.1137,310.69
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่19,443.179,958.6314,584.209,979.2927,765.00
กำไรต่อหุ้น (บาท)8.704.466.534.4712.43

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน28,087.7739,354.7048,808.9419,745.43-8,992.19
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-19,691.94-14,008.588,931.8910,052.80-4,416.52
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-23,071.88-24,627.14-23,094.94-25,487.98-2,979.51
เงินสดสุทธิ-14,676.05718.9834,645.894,310.24-16,388.22

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)15.8915.4314.9216.15
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)22.9723.6624.4722.60
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)9.6510.519.169.13
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)37.8134.7239.8539.97
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)8.845.977.086.59
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)41.2761.1451.5655.41
วงจรเงินสด (วัน)19.51-2.7612.767.15

🔥 TOP — กราฟกำลัง “เร่งเครื่อง” แต่โซน 68–69 บาทคือด่านวัดใจ!
หุ้น TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ปิดล่าสุดที่ 66.75 บาท เพิ่มขึ้น +2.75 บาท หรือ +4.30% พร้อมมูลค่าการซื้อขายราว 2,782 ล้านบาท และวอลุ่มกว่า 41.83 ล้านหุ้น ขณะที่ราคาทำ High ที่ 67.25 บาทในวันล่าสุด
📈 มุมมองกราฟเทคนิค
ภาพรวม: Bullish / โมเมนตัมกลับมาแรง
จุดที่น่าสนใจคือราคาดีดจากโซน 62–64 บาท กลับขึ้นมายืน 66.75 บาท และวันที่ 8 ก.ย. มีวอลุ่มพุ่งขึ้นประมาณ 2 เท่าจากวันก่อนหน้า สะท้อนแรงซื้อที่เข้ามาอย่างชัดเจน
ด้านเครื่องมือเทคนิค RSI(14) อยู่ประมาณ 76.9 และ MACD เป็นบวก ขณะที่ ADX อยู่ราว 47.8 ซึ่งสะท้อนว่าโมเมนตัมขาขึ้นค่อนข้างแข็งแรง แต่ RSI อยู่ในเขตซื้อมากเกินไปแล้ว จึงต้องระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น
🚀 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
แนวต้านสำคัญ
🎯 67.25 บาท — High ล่าสุด
🚀 68.75 บาท — High สำคัญเดิม
🔥 70.00 บาท — แนวจิตวิทยา หากผ่านได้มีโอกาสเปิด Upside ต่อ
แนวรับ
🟢 65.00–64.00 บาท — รับแรก
🟢 62.50–62.00 บาท — รับสำคัญ
🛡️ 60.00 บาท — แนวรับใหญ่ หากหลุดจะทำให้ภาพโมเมนตัมเสีย
ข้อมูลย้อนหลังแสดงให้เห็นว่าช่วงกลางเดือน ส.ค. TOP เคยขึ้นไปทำ High 68.75 บาท ก่อนย่อตัวลงมาแถว 60–64 บาท ดังนั้นบริเวณ 68–69 บาท จึงเป็นด่านสำคัญที่ต้องผ่านให้ได้
💥 สัญญาณ “เบรกเอาต์” ที่ต้องรอ
ถ้า TOP ทะลุ 68.75 บาท พร้อมวอลุ่มหนาแน่น และสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะถือเป็นสัญญาณ Breakout ที่น่าจับตาอย่างมาก
68.75 ผ่าน = เปิดเกมรอบใหม่ 🚀
65–64 ยืนได้ = โมเมนตัมยังไม่เสีย
หลุด 62 = ต้องระวังแรงขายกลับมา
แต่หากราคาชน 67–69 บาทแล้วมีแรงขายออกมา พร้อมวอลุ่มสูงผิดปกติ อาจเกิด False Breakout และกลับมาทดสอบแนวรับได้
⚡ สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
TOP กำลังเร่งเครื่อง! 🔥
ราคาดีดแรง +4.30% พร้อมวอลุ่มทะลุ 41 ล้านหุ้น ขณะที่ Momentum กลับมาเป็นบวกชัดเจน แต่ RSI เข้าสู่เขต Overbought ทำให้บริเวณ 68–69 บาท คือด่านสำคัญของรอบนี้
สายเก็งกำไรจับตาให้ดี!
หาก เบรก 68.75 บาท + วอลุ่มเข้า → มีลุ้นเดินหน้าทดสอบ 70 บาท และสร้าง Momentum ขาขึ้นรอบใหม่
แต่ถ้า ไม่ผ่านแล้วหลุด 64 บาท → ต้องระวังการพักฐาน
เกมนี้ไม่ได้วัดกันแค่ว่า “ขึ้นหรือไม่ขึ้น” แต่ต้องดูว่า “เบรกได้พร้อมวอลุ่มหรือไม่” 📊🔥


วิเคราะห์หุ้น TOP — บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
TOP หรือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหุ้นพลังงานขนาดใหญ่ของไทย จุดเด่นอยู่ที่ธุรกิจ โรงกลั่นน้ำมัน + น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน + ปิโตรเคมี + ไฟฟ้า โดยมีบริษัทแม่อย่าง PTT ถือหุ้นประมาณ 45.03%
🔥 ภาพรวมล่าสุด
ข้อมูลล่าสุดจากบริษัท ณ 8 ก.ย. 2569 ราคาหุ้น TOP อยู่ที่ 66.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท หรือ +4.30% ในวันดังกล่าว
ผลประกอบการ Q2/2569 มีรายได้จากการขาย 129,709 ล้านบาท, EBITDA 8,915 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 8,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก Q2/2568 ที่มีกำไรสุทธิ 6,476 ล้านบาท

  1. จุดแข็งของ TOP ⭐
    🏭 1) โรงกลั่นขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพสูง
    TOP มีโรงกลั่นที่มีกำลังการผลิตตามกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 275,000 บาร์เรล/วัน และในปี 2568 สามารถผลิตจริงเฉลี่ยประมาณ 290,388 บาร์เรล/วัน หรือประมาณ 105.6% ของกำลังการผลิตติดตั้ง
    จุดนี้ทำให้ TOP มีความได้เปรียบด้าน Economies of Scale และประสิทธิภาพการดำเนินงาน
    🛢️ 2) ได้ประโยชน์เมื่อค่าการกลั่น (GRM) ฟื้นตัว
    TOP เป็นหุ้นที่มีความสัมพันธ์กับ ค่าการกลั่นสิงคโปร์ (Singapore GRM) ค่อนข้างมาก
    ดังนั้น หากเกิดภาวะ
    อุปสงค์น้ำมันฟื้น + โรงกลั่นทั่วโลกหยุดซ่อมบำรุง + Supply ตึงตัว
    → GRM มีโอกาสปรับตัวขึ้น
    → Margin โรงกลั่นดีขึ้น
    → กำไร TOP มีโอกาสขยายตัว
    นี่คือหนึ่งใน Catalyst สำคัญที่สุดของหุ้น TOP
  2. ผลประกอบการเริ่มมีแรงส่ง 📈
    Q2/2569 TOP ทำกำไรสุทธิ 8,284 ล้านบาท เทียบกับ 6,476 ล้านบาทใน Q2/2568 ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 8,915 ล้านบาท
    โครงสร้างกำไรที่บริษัทเปิดเผยสำหรับ Q2/2569 แสดงให้เห็นว่า
    ปิโตรเลียมและน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน: 87%
    ปิโตรเคมี: 3%
    พลังงาน: 3%
    ธุรกิจใหม่และอื่น ๆ: 7%
    โดยเป็นตัวเลขที่ไม่รวมผลจากกำไร/ขาดทุนสต๊อกน้ำมันและรายการพิเศษ
    ประเด็นสำคัญ: กำไรหลักยังพึ่งพาธุรกิจโรงกลั่นเป็นหลัก ดังนั้น TOP จึงเป็นหุ้นที่ต้องติดตาม GRM + ราคาน้ำมัน + Crack Spread อย่างใกล้ชิด
  3. ฐานะการเงินเริ่มแข็งแรงขึ้น 💰
    Q2/2569 บริษัทมี
    สินทรัพย์รวมประมาณ 452,687 ล้านบาท
    หนี้สินรวมประมาณ 209,278 ล้านบาท
    ส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 243,408 ล้านบาท
    Net Debt/Equity ประมาณ 0.3 เท่า
    Interest Coverage ประมาณ 13.4 เท่า
    Current Ratio ประมาณ 1.6 เท่า
    ถือว่าเป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะ Net Debt/Equity 0.3 เท่า อยู่ในระดับที่ไม่ได้ตึงตัวมากนัก
  4. มูลค่าหุ้นมีจุดน่าสนใจ 👀
    จากข้อมูล Q2/2569 บริษัทมี Book Value ต่อหุ้นประมาณ 109 บาท ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุดอยู่ที่ 66.75 บาท
    คิดเป็น P/BV คร่าว ๆ ประมาณ
    66.75 ÷ 109 ≈ 0.61 เท่า
    กล่าวง่าย ๆ คือ ตลาดกำลังให้มูลค่าหุ้น ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีค่อนข้างมาก
    แต่ต้องระวังว่า หุ้นโรงกลั่นไม่ควรดู P/BV เพียงอย่างเดียว เพราะกำไรสามารถผันผวนตามวัฏจักรน้ำมันและค่าการกลั่น
    🚀 Catalyst ที่น่าจับตา
  5. GRM ฟื้นตัว
    หากค่าการกลั่นเข้าสู่ขาขึ้น TOP จะเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้ประโยชน์โดยตรง
  6. ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่ม
    การเดินทาง การบิน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น สามารถหนุน Demand ผลิตภัณฑ์น้ำมัน
  7. การเพิ่มประสิทธิภาพโรงกลั่น
    TOP มีจุดแข็งด้าน Operational Excellence และการบริหารโรงกลั่นขนาดใหญ่
  8. CFP Project
    โครงการ Clean Fuel Project มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มกำลังการกลั่นจาก 275,000 เป็น 400,000 บาร์เรล/วัน พร้อมรองรับการใช้น้ำมันดิบที่หลากหลายขึ้น และเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
    หากโครงการสามารถเดินหน้าได้ตามแผน จะเป็น Long-term Catalyst ที่สำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของ TOP
    ⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
  9. ค่าการกลั่นตกต่ำ
    เป็นความเสี่ยงหลัก หาก Supply น้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า Demand
  10. ราคาน้ำมันผันผวน
    ราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลงเร็วสามารถทำให้เกิดกำไร/ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน และทำให้กำไรแต่ละไตรมาสผันผวน
  11. ความเสี่ยงจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่
    โครงการขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนสูง หากเกิด Cost Overrun หรือความล่าช้า อาจกดดันกระแสเงินสดและผลตอบแทนการลงทุน
  12. ความเสี่ยงด้านหนี้และดอกเบี้ย
    แม้ปัจจุบัน Net Debt/Equity อยู่ประมาณ 0.3 เท่า แต่ธุรกิจโรงกลั่นและโครงการลงทุนต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก
  13. ความเสี่ยงจากธุรกิจที่เป็นวัฏจักร
    TOP ไม่ใช่หุ้น Defensive แบบโรงพยาบาลหรือสาธารณูปโภค กำไรสามารถขึ้นลงตามวัฏจักรพลังงานโลก

📊 มุมมองการลงทุน TOP

ปัจจัยมุมมอง
ธุรกิจหลัก⭐⭐⭐⭐⭐
ฐานะการเงิน⭐⭐⭐⭐
ศักยภาพกำไร⭐⭐⭐⭐
Valuation⭐⭐⭐⭐
เงินปันผล⭐⭐⭐⭐
ความผันผวน⭐⭐⭐
Growth ระยะยาว⭐⭐⭐⭐

🎯 สรุป

TOP เป็นหุ้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ที่น่าสนใจเมื่อมองผ่าน 3 ปัจจัยหลัก “GRM ฟื้น + กำไรโรงกลั่นดีขึ้น + Valuation ต่ำกว่า Book Value”

Q2/2569 แสดงให้เห็นว่ากำไรยังอยู่ในระดับแข็งแรง ขณะที่ฐานะการเงินมี Net Debt/Equity เพียงประมาณ 0.3 เท่า และราคาหุ้นล่าสุดยังต่ำกว่า Book Value ต่อหุ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม จุดชี้ขาดของ TOP ยังคงเป็นวัฏจักรค่าการกลั่นและราคาน้ำมัน ดังนั้นหุ้นตัวนี้เหมาะกับการติดตาม GRM, Crack Spread, Inventory และทิศทาง Demand น้ำมันโลก มากกว่าดู EPS เพียงไตรมาสเดียว


วิเคราะห์หุ้น Thai Oil Public Company Limited หรือ TOP บริษัทโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของไทยในเครือ PTT Public Company Limited ถือเป็นหุ้นพลังงานต้นน้ำ-กลางน้ำ ที่ผลประกอบการผันผวนตาม “ค่าการกลั่น” และ “ราคาน้ำมันโลก”
🔥 ภาพรวมธุรกิจ TOP
TOP ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวกับ
โรงกลั่นน้ำมัน
ผลิตน้ำมันสำเร็จรูป
ปิโตรเคมีอะโรเมติกส์
น้ำมันหล่อลื่น
ธุรกิจไฟฟ้าและพลังงาน
จุดแข็งสำคัญคือ
เป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่ของไทย
มีความได้เปรียบด้านต้นทุน
เชื่อมโยงเครือข่าย PTT
ได้ประโยชน์เมื่อค่าการกลั่นสูง

📈 ปัจจัยบวกของหุ้น TOP

  1. ค่าการกลั่น (GRM) ฟื้นตัวแรง
    ไตรมาส 1/2569 TOP มีกำไรสุทธิพุ่งกว่า 19,481 ล้านบาท จากค่าการกลั่นที่สูงขึ้นและกำไรสต๊อกน้ำมัน
    ค่าการกลั่นที่สูง ช่วยให้รายได้และกำไรของ TOP โตแบบก้าวกระโดด เพราะส่วนต่างระหว่างต้นทุนน้ำมันดิบกับราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น
  2. ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันผันผวน
    ช่วงสงครามและความตึงเครียดตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันโลกแกว่งแรง ส่งผลให้ TOP มีกำไรจากสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก
  3. ปันผลน่าสนใจ
    TOP เป็นหุ้นที่มีแนวโน้มจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยปี 2568 จ่ายรวมประมาณ 1.8 บาทต่อหุ้น
    เหมาะกับนักลงทุนสายปันผลระยะยาว
  4. โครงการ CFP เพิ่มศักยภาพระยะยาว
    โครงการ Clean Fuel Project (CFP) เป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญ
    หากเดินเครื่องเต็มรูปแบบ จะช่วย
    เพิ่มกำลังการผลิต
    ผลิตน้ำมันคุณภาพสูง
    ลดต้นทุนระยะยาว
    เพิ่ม Margin
    หากสำเร็จ TOP อาจกลับมาเป็นหุ้น Growth + Value พร้อมกัน
    ⚠️ ความเสี่ยงของหุ้น TOP
  5. กำไรผันผวนตามราคาน้ำมัน
    จุดอันตรายของหุ้นโรงกลั่นคือ
    “กำไรอาจดีมาก…หรือแย่มาก”
    หากราคาน้ำมันลงเร็ว
    TOP อาจเกิด “ขาดทุนสต๊อกน้ำมัน” ได้ทันที และบริษัทเองก็เตือนว่า Q2/2569 มีความเสี่ยงเรื่อง Stock Loss
  6. ค่าการกลั่นไม่แน่นอน
    GRM ขึ้นลงตามเศรษฐกิจโลก
    ถ้าเศรษฐกิจชะลอ
    ความต้องการใช้น้ำมันลด
    กำไร TOP อาจหดแรง
  7. โครงการ CFP ใช้เงินลงทุนสูง
    TOP มีภาระลงทุนมหาศาลในโครงการ CFP
    หากต้นทุนบานปลาย หรือเลื่อนเปิดดำเนินงาน อาจกระทบหนี้สินและกระแสเงินสด
  8. หุ้นพลังงานอ่อนไหวต่อข่าวโลก
    เช่น
    สงคราม
    OPEC
    ดอกเบี้ยสหรัฐ
    เศรษฐกิจจีน
    ค่าเงินบาท
    ทำให้ราคาหุ้น TOP แกว่งแรงกว่าหุ้น Defensive ทั่วไป

📊 มุมมองทางเทคนิค (เชิงภาพรวม)
ลักษณะของ TOP มักเป็นหุ้น “วัฏจักร”
รอบค่าการกลั่นขึ้น → หุ้นวิ่งแรง
รอบน้ำมันลง → หุ้นพักฐานแรง
ถ้าค่าการกลั่นยังทรงตัวสูง
TOP มีโอกาส Outperform หุ้นพลังงานหลายตัว
แนวรับสำคัญเชิงจิตวิทยา:
โซน Low เดิมช่วงน้ำมันลง
แนวต้านสำคัญ:
โซนที่นักลงทุนติดดอยจากรอบก่อน
🎯 เหมาะกับใคร?
✅ นักลงทุนสาย Value
✅ คนชอบหุ้นปันผล
✅ คนรับความผันผวนได้
✅ นักลงทุนที่มองรอบพลังงานโลก
แต่ถ้าเป็นสาย “ความเสี่ยงต่ำ”
TOP อาจไม่เหมาะ เพราะกำไรขึ้นลงแรงตามราคาน้ำมันโลก
💡 สรุปสั้นๆ
TOP คือหุ้นโรงกลั่น “ตัวใหญ่ของไทย”
ช่วงค่าการกลั่นดี = กำไรระเบิด
ช่วงน้ำมันลง = เสี่ยงกำไรหายเร็ว
จุดน่าสนใจตอนนี้คือ
กำไรฟื้นแรง
ปันผลดี
CFP อาจปลดล็อกการเติบโตระยะยาว
แต่ต้องจับตา
⚠️ ราคาน้ำมัน
⚠️ Stock Loss
⚠️ ภาระลงทุนโครงการใหญ่
⚠️ เศรษฐกิจโลกชะลอตัว


Disclaimer

ใส่ความเห็น