วิเคราะห์ หุ้น TNPC บริษัท ไทยนามพลาสติกส์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TNPC บริษัท ไทยนามพลาสติกส์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TNPC บริษัท ไทยนามพลาสติกส์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TNPC อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ยานยนต์ (Automotive) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)





สถานที่ตั้งสำนักงานและโรงงานของ TNPC

  1. สำนักงานใหญ่/โรงงานที่ 1
    ตั้งอยู่ที่ 40 หมู่ 7 ถนนเพชรเกษม (กม.23), ตำบลอ้อมน้อย, อำเภอกระทุ่มแบน, จังหวัดสมุทรสาคร 74130
  2. โรงงานที่ 2
    ตั้งอยู่ที่ 89/1-2 หมู่ 4 ถนนบางปลา (กม.3), ตำบลบ้านเกาะ, อำเภอเมืองสมุทรสาคร, จังหวัดสมุทรสาคร 74000

บทบาทของแต่ละสถานที่
สำนักงานใหญ่/โรงงานที่ 1 (อ้อมน้อย)
บริหารจัดการหลัก และดำเนินกระบวนการผลิตหลัก รวมถึงใช้เป็นสำนักงานศูนย์กลางของบริษัท
โรงงานที่ 2 (บ้านเกาะ)
ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการผลิตเพิ่มเติม โดยเฉพาะเครื่องจักรและการผลิตที่ต้องการพื้นที่ปลอดภัยจากอุทกภัย เนื่องจากเคยประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนักในอดีต


บริษัท ไทยนามพลาสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNPC มีบริษัทในเครือหรือบริษัทย่อย (subsidiaries) ดังนี้:

  1. บริษัท ที.เอ็น.พี. อินดัสทรี จำกัด – ผลิตและจำหน่ายแผ่นพลาสติกแข็งกึ่งสำเร็จรูป (semi-rigid)
  2. บริษัท ทวีวัฒนา โลจิสติกส์ จำกัด – ดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนและให้บริการ (โลจิสติกส์)
  3. TNV Plastic (Proprietary) Limited – ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิด PVC
  4. บริษัท ไทยนาม ออโตโมทีฟ เพอร์ฟอร์แมนซ์ จำกัด – ผลิต PVC, โฟมโพลีพร็อพไพลีน (PP) และผลิตภัณฑ์เทอร์โมพลาสติกโอเลฟิน


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)1,268,600.001,300,550.001,076,600.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)1,190,390.001,232,660.001,031,010.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)
78,210.0067,890.0045,590.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 221,892,143.00232,178,438.00235,016,481.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น Thai Nam Plastic Public Company Limited หรือ บริษัท ไทยนามพลาสติกส์ จำกัด (มหาชน) สามารถแบ่งได้หลายด้าน เนื่องจากบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตแผ่นพลาสติก หนังเทียม และวัสดุ PVC สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ รองเท้า และสินค้าอุปโภคบริโภค

ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน
โรงงานผลิตพลาสติกใช้ไฟฟ้าและพลังงานสูง หากค่าไฟหรือค่าก๊าซปรับเพิ่ม จะกระทบต้นทุนการผลิตโดยตรง
สรุปภาพรวม
TNPC เป็นหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่อิงวัฏจักรเศรษฐกิจค่อนข้างมาก จุดเสี่ยงหลักคือ “ต้นทุนวัตถุดิบ + ความต้องการจากอุตสาหกรรมยานยนต์” หากเศรษฐกิจและภาคการผลิตฟื้นตัว บริษัทมีโอกาสเติบโตได้ แต่หากต้นทุนสูงและคำสั่งซื้อชะลอ อัตรากำไรอาจถูกกดดันอย่างมีนัยสำคัญ

ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบ
TNPC ใช้วัตถุดิบหลัก เช่น PVC Resin, เม็ดพลาสติก และสารเคมี ซึ่งมีความผันผวนตามราคาน้ำมันโลก หากต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นเร็ว อาจกดดันอัตรากำไรของบริษัทได้ทันที

ความเสี่ยงจากอุตสาหกรรมยานยนต์
รายได้ส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะบริษัทผลิตวัสดุสำหรับเบาะรถยนต์และชิ้นส่วนภายในรถ หากเศรษฐกิจชะลอตัวหรือยอดขายรถยนต์ลดลง จะกระทบคำสั่งซื้อโดยตรง

ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ธุรกิจพลาสติกและหนังเทียมมีการแข่งขันทั้งจากผู้ผลิตในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและเวียดนาม ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ทำให้ TNPC อาจถูกกดดันด้านราคาและส่วนแบ่งตลาด

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG
อุตสาหกรรมพลาสติกกำลังเผชิญแรงกดดันจากแนวโน้มลดใช้พลาสติกและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม หากลูกค้าหันไปใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาจกระทบการเติบโตระยะยาว

ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัทมีทั้งการนำเข้าวัตถุดิบและการส่งออกสินค้า จึงมีความเสี่ยงจากค่าเงินบาทผันผวน โดยเฉพาะช่วงที่ดอลลาร์แข็งค่า จะทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น

ความเสี่ยงด้านกำลังซื้อผู้บริโภค
สินค้าของ TNPC หลายประเภทเกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคและเฟอร์นิเจอร์ หากเศรษฐกิจชะลอ กำลังซื้ออ่อนตัว ลูกค้าอาจลดคำสั่งซื้อหรือชะลอการผลิต

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหุ้น
TNPC เป็นหุ้นขนาดเล็ก (Small Cap) มูลค่าการซื้อขายต่อวันค่อนข้างต่ำในบางช่วง ทำให้ราคาหุ้นผันผวนง่าย และนักลงทุนอาจเข้าออกยากเมื่อมีแรงซื้อขายจำนวนมาก


ข้อมูล ณ วันที่ 08 เม.ย. 2568



ไทม์ไลน์พัฒนาการที่สำคัญของ TNPC

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง
พัฒนาผลิตภัณฑ์ ABS เกรด Flame Retardant ที่ชะลอการติดไฟ
โรงงานผลิต PP และ HIPS เกรด Anti-static / Conductive สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และบรรจุภัณฑ์เฉพาะทาง
พัฒนาโครงสร้างองค์กรด้าน ความยั่งยืน (SDGs) และระบบ บริหารความเสี่ยง อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปภาพรวม
ช่วงเวลา เหตุการณ์สำคัญ
1970 ก่อตั้ง TNPC
1992 เข้าตลาด SET
1994–2002 ลงทุนร่วมในต่างประเทศ, จัดตั้งบริษัทย่อย
2002–2006 ได้รับมาตรฐาน ISO คุณภาพระดับสากล
2010 ขยายธุรกิจสู่อังกฤษใต้
2014–2018 เพิ่มกำลังผลิต, เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่, IPO
2019–ปัจจุบัน ขยายสู่บรรจุภัณฑ์กระดาษ, นวัตกรรมเกรดพิเศษ, พัฒนาองค์กรยั่งยืน

กำเนิดและก้าวแรก
ปี 1970 (22 พฤษภาคม) – ก่อตั้งบริษัท ไทยนามพลาสติก จำกัด ( Co., Ltd.)
ปี 1992 (27 กุมภาพันธ์) – เปลี่ยนสถานะเป็น บริษัทมหาชน จำกัด และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายใต้ชื่อย่อ TNPC

การขยายธุรกิจและการลงทุนร่วม
ปี 1983 (3 พฤศจิกายน) – จัดตั้งบริษัทลูก TNP Industry Co., Ltd. (TNPIC)
ปี 1994 (27 ตุลาคม) – ร่วมลงทุนใน Sunprene (Thailand) Co., Ltd. กับ Mitsubishi Chemical MKV (อเมริกา) และ IFCT
ปี 2002 (24 มกราคม) – จัดตั้งบริษัท Thai Nam-Kyowa Co., Ltd. ร่วมกับ Kyowa Leather Cloth (ญี่ปุ่น)

รับรองมาตรฐานคุณภาพ (ISO)
ปี 2002 (26 เมษายน) – TNP Industry ได้รับ ISO 9001:2000
ปี 2002 (19 ธันวาคม) – บริษัทแม่ (TNPC) ได้รับ ISO 9001:2000
ปี 2003 (20 มิถุนายน) – Thai Nam-Kyowa ได้รับ ISO 9001:2000
ปี 2006 (26 มิถุนายน) – TNPC และ Thai Nam-Kyowa ได้รับ ISO/TS 16949:2002 ซึ่งเน้นคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์

การขยายไปต่างประเทศ
ปี 2010 (24 พฤศจิกายน) – จัดตั้ง TNV PLASTICS Pty Ltd ในแอฟริกาใต้ เป็นบริษัทลูกของ TNPC

พัฒนาการด้านสายผลิตและความสามารถภายในประเทศ
ข้อมูลจาก Thai Plastic Industrial (1994) ถึง TNPC สะท้อนการเติบโตในเชิงสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง:
ปี 1994–2002 – เริ่มด้วยกำลังผลิตถุงพลาสติก 50 ตัน/เดือน และทยอยเพิ่มเป็น 100 และ 200 ตัน ต่อเดือน พร้อมย้ายสถานประกอบกิจการไปบางใหญ่ นนทบุรี
ช่วงปี 2014–2015 – เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “Vow wrap” (ฟิล์มยืดห่ออาหาร) พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตถุงพลาสติกฟิล์มยืด
ปี 2015–2019 – ติดตั้งเครื่องจักรผลิตถุงพลาสติกต่อเนื่อง จนมีกำลังการผลิตถึง 850 ตัน/เดือน และเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ MAI (IPO) ในปี 2018
ปี 2019–2024 – ขยายสู่ผลิตภัณฑ์กระดาษและถ้วยกระดาษบรรจุอาหาร พร้อมติดตั้งเครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น:
เครื่องผลิตกล่องและชามกระดาษ
เครื่องพิมพ์กล่องข้าว (กำลังการผลิตสูง)
ผลิตถุงเย็น (LLDPE), ถุงหูหิ้ว (PP) และกล่องข้าว
ตอบโจทย์ตลาดบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร








การวิเคราะห์หุ้น บริษัท ไทยนามพลาสติกส์ จำกัด (มหาชน) เหมาะกับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้สูง เพราะเป็นหุ้นขนาดเล็กในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกและชิ้นส่วนยานยนต์ ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและกำลังซื้อของอุตสาหกรรมรถยนต์
ธุรกิจหลักของ TNPC
TNPC ผลิตและจำหน่าย
หนังเทียม
แผ่นพลาสติกชนิดอ่อน
วัสดุปูพื้นรถยนต์
ผลิตภัณฑ์พลาสติกกึ่งสำเร็จรูป
ลูกค้าหลักอยู่ในอุตสาหกรรม
ยานยนต์
รองเท้า
เฟอร์นิเจอร์
เครื่องหนังแฟชั่น
งานการแพทย์ และวัสดุอุตสาหกรรมบางประเภท
จุดเด่นของหุ้น TNPC

  1. ได้ประโยชน์หากอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้น
    รายได้ส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับการผลิตชิ้นส่วนภายในรถยนต์ หากยอดผลิตรถยนต์ในไทยกลับมาดีขึ้น จะช่วยหนุนคำสั่งซื้อ
  2. มีฐานธุรกิจผลิตจริง
    TNPC เป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสายการผลิตชัดเจน และดำเนินธุรกิจมายาวนานตั้งแต่ปี 2513
  3. หุ้นขนาดเล็ก มูลค่าตลาดต่ำ
    มาร์เก็ตแคปอยู่ระดับไม่สูง ทำให้เวลามีแรงเก็งกำไร ราคาสามารถปรับขึ้นแรงได้
    จุดอ่อนและความเสี่ยง
  4. ผลประกอบการยังขาดทุน
    ข้อมูลล่าสุดพบว่า TNPC ยังมีผลขาดทุนสุทธิ และรายได้ชะลอตัว
  5. อุตสาหกรรมแข่งขันสูง
    ธุรกิจพลาสติกและหนังเทียมแข่งขันด้านราคาอย่างหนัก โดยเฉพาะจากผู้ผลิตจีนและเอเชีย
  6. ราคาวัตถุดิบผันผวน
    ต้นทุนเม็ดพลาสติกและสารเคมีมีผลโดยตรงต่อกำไร หากราคาน้ำมันขึ้นแรง Margin จะถูกกดดัน
  7. สภาพคล่องหุ้นค่อนข้างต่ำ
    วอลุ่มซื้อขายบางช่วงไม่สูงมาก ทำให้ราคาผันผวนง่าย และอาจมีแรงเหวี่ยงแรงเวลาตลาด Panic
    มุมมองกราฟเทคนิค
    จากระดับราคาล่าสุด หุ้นยังอยู่ในโซน “เก็งกำไร” มากกว่าหุ้นเติบโตระยะยาว
    แนวรับสำคัญ : บริเวณ 0.80–0.85 บาท
    แนวต้านสำคัญ : บริเวณ 0.95–1.00 บาท
    หากผ่าน 1 บาทได้พร้อม Volume มีโอกาสเกิดรอบเก็งกำไรใหม่
    แต่หากหลุด 0.80 บาท ต้องระวังแรงขายต่อเนื่อง
    เหมาะกับใคร?
    นักลงทุนสายเก็งกำไรระยะสั้น
    คนที่รับความเสี่ยงสูงได้
    ผู้ที่มองรอบฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
    สรุป
    TNPC เป็นหุ้นโรงงานอุตสาหกรรมพลาสติกที่มีฐานธุรกิจจริง แต่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ผลประกอบการยังไม่แข็งแรง จึงเหมาะกับการ “เล่นรอบ” มากกว่าการลงทุนระยะยาวในปัจจุบัน
    หากกำไรกลับมาเป็นบวกต่อเนื่อง และอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นชัดเจน หุ้นมีโอกาส Re-rate ได้ แต่ระหว่างนี้ยังต้องจับตาเรื่องต้นทุนและยอดขายอย่างใกล้ชิด

พึ่งพาอุตสาหกรรมยานยนต์สูง
หากยอดผลิตรถยนต์ลด จะกระทบรายได้ทันที

ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน
ธุรกิจพลาสติกอิงราคาน้ำมันและเม็ดพลาสติก

Margin ต่ำ
แม้รายได้สูง แต่กำไรอาจไม่กลับมาเร็ว


Disclaimer

ใส่ความเห็น