วิเคราะห์ หุ้น TKT บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TKT บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TKT บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TKT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ยานยนต์ (Automotive) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)





ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TKT
บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT ประกอบธุรกิจหลักด้าน ผลิตชิ้นส่วนพลาสติก และธุรกิจเกี่ยวกับแม่พิมพ์สำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติก โดยอยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม/ยานยนต์
จากข้อมูลรายงานประจำปี 2568 ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ที่ดิน อาคาร และเครื่องจักร โดยมีมูลค่าตามบัญชีรวมประมาณ 549.50 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
🏭 ทรัพย์สินหลักของ TKT

  1. ที่ดิน
    บริษัทมีที่ดิน 3 แปลง
    พื้นที่รวมประมาณ 8.1 ไร่
    เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท
    มีภาระจำนองกับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตามรายละเอียดในรายงานประจำปี
  2. อาคารและสำนักงาน
    มีอาคารสำนักงานสำนักงานใหญ่ ซึ่งใช้รองรับการบริหารและดำเนินงานของบริษัท
    รวมถึงพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต
  3. โรงงานและพื้นที่การผลิต
    ใช้สำหรับกระบวนการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก
    รองรับการผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และลูกค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
  4. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
    ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของ TKT เพราะธุรกิจต้องอาศัยเครื่องจักรในการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและงานแม่พิมพ์ โดยสินทรัพย์ในกลุ่ม ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ มีมูลค่าสุทธิ 548.17 ล้านบาท ณ ไตรมาส 2/2569 ตามงบการเงินของบริษัท
  5. สินทรัพย์สิทธิการใช้และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
    สินทรัพย์สิทธิการใช้ประมาณ 1.81 ล้านบาท
    สินทรัพย์ไม่มีตัวตนประมาณ 5.59 ล้านบาท
    รวมถึง ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ประมาณ 5.59 ล้านบาท ณ ไตรมาส 2/2569

📊 มุมมองนักลงทุน
จุดที่น่าสนใจของ TKT คือเป็นธุรกิจ Asset & Manufacturing Intensive กล่าวคือ ต้องใช้ฐานทรัพย์สินอย่าง โรงงาน + เครื่องจักร + อุปกรณ์การผลิต + แม่พิมพ์ เป็นโครงสร้างสำคัญในการสร้างรายได้
ขณะเดียวกัน งบล่าสุดสะท้อนว่า ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิอยู่ที่ 548.17 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนสำคัญของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนของบริษัท
สรุปสั้น ๆ:
TKT มีทรัพย์สินหลักเป็น “ที่ดิน + อาคาร/โรงงาน + เครื่องจักรและอุปกรณ์ + แม่พิมพ์/สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและสนับสนุนธุรกิจแม่พิมพ์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น TKT
บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (TKT) อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม หมวดยานยนต์ ธุรกิจหลักคือ ผลิตชิ้นส่วนพลาสติก รวมถึงงานพ่นสี พิมพ์ลาย ประกอบชิ้นส่วน และออกแบบ–ผลิต–ซ่อมแม่พิมพ์สำหรับชิ้นส่วนพลาสติก ให้กับลูกค้ากลุ่มยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ OEM
🔎 โครงสร้างกลุ่มบริษัท
ประเด็นสำคัญ: จากข้อมูลบริษัทที่เผยแพร่ใน Company Profile ระบุว่า TKT ไม่มีบริษัทย่อยและไม่มีบริษัทร่วม ดังนั้นจึงไม่ได้มีโครงสร้าง “บริษัทลูก” หลายแห่งเหมือนบริษัทโฮลดิ้งหรือกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่
โครงสร้างจึงสามารถสรุปได้ดังนี้
T.Krungthai Industries PCL (TKT)
└── ไม่มีบริษัทย่อย / ไม่มีบริษัทร่วม
└── ดำเนินธุรกิจหลักด้วยตัวบริษัทเอง
• ผลิตชิ้นส่วนพลาสติก
• พ่นสีชิ้นส่วน
• Silk Screen / Hot Stamping
• Sub-Assembly
• ออกแบบและผลิตแม่พิมพ์
• ซ่อมบำรุงแม่พิมพ์
🏢 แล้ว Karrie เกี่ยวข้องกับ TKT อย่างไร?
จุดที่ควรแยกให้ชัดคือ Karrie ไม่ใช่บริษัทย่อยของ TKT แต่เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TKT
ปัจจุบัน KARRIE AUTOMOTIVE INVESTMENT LIMITED ถือหุ้น TKT รวมตามรายการผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่แสดงใน SETTRADE เป็น 113 ล้านหุ้น (32.21%) และอีก 23.78 ล้านหุ้น (6.78%) รวมประมาณ 38.99% ของหุ้นทั้งหมด
บริษัท Karrie Automotive Investment Limited เป็นนิติบุคคลฮ่องกง และมี Karrie International Holdings Limited เป็นผู้ถือหุ้นทางอ้อม 100% โดย Karrie International จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
ดังนั้นควรมองโครงสร้างเป็น
Karrie International Holdings Limited
↓
Karrie Automotive Investment Limited (KAI)
↓ ถือหุ้นประมาณ 38.99%
TKT – ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม
ไม่ใช่
❌ TKT → Karrie เป็นบริษัทลูก
แต่เป็น
✅ Karrie → TKT ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่
📌 สรุปสำหรับนำไปทำคอนเทนต์หุ้น
TKT ไม่มีบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม โดยเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักด้วยตัวเอง เน้นผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ OEM ขณะที่ Karrie Automotive Investment Limited เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประมาณ 38.99% ทำให้ TKT มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม Karrie ในฐานะผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทในเครือของ TKT



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00

💰 ค่าตอบแทนคณะกรรมการ TKT

รายการปี 2568
ค่าตอบแทนกรรมการประจำปี2,919,000 บาท
โบนัส/ค่าตอบแทนจากผลการดำเนินงานงดจ่าย
ผลประโยชน์อื่นไม่มี

บริษัทเสนอให้คงวงเงินค่าตอบแทนกรรมการประจำปี 2568 ที่ 2,919,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับปี 2567 และเสนอ งดจ่ายโบนัสกรรมการจากผลการดำเนินงาน โดยระบุว่าไม่มีผลประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากค่าตอบแทนดังกล่าว

📌 มุมมองสำหรับผู้ถือหุ้น

ตัวเลข 2.919 ล้านบาท/ปี เป็นวงเงินค่าตอบแทนคณะกรรมการทั้งชุด ไม่ใช่ค่าตอบแทนของกรรมการแต่ละคน ดังนั้นหากนำไปวิเคราะห์บริษัท ควรพิจารณาควบคู่กับ จำนวนกรรมการ ขนาดบริษัท กำไรสุทธิ และผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น เพื่อดูว่าค่าตอบแทนอยู่ในระดับเหมาะสมหรือไม่


⚠️ ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TKT
บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม หรือ TKT ดำเนินธุรกิจผลิต ชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์สำหรับการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก และอยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม/ยานยนต์
🔴 1. ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์
TKT มีความเกี่ยวข้องกับ Supply Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ดังนั้นหากยอดผลิตและยอดขายรถยนต์ลดลง ย่อมกระทบต่อคำสั่งซื้อชิ้นส่วนโดยตรง โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดรถยนต์ไทยเผชิญการแข่งขันสูงและมีการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่ EV
ประเด็นที่ต้องจับตา: ยอดผลิตรถยนต์, ยอดขายรถในประเทศ, การส่งออก และคำสั่งซื้อจากลูกค้า OEM
🔴 2. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านสู่ EV
การเปลี่ยนเทคโนโลยีจาก ICE → HEV/BEV ทำให้รูปแบบและจำนวนชิ้นส่วนในรถยนต์เปลี่ยนไป ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ปรับตัวไม่ทันอาจสูญเสียคำสั่งซื้อหรือจำเป็นต้องลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
ดังนั้น TKT ต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาชิ้นส่วนให้สอดคล้องกับรถยนต์ยุคใหม่
🔴 3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา
ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์เป็นธุรกิจที่แข่งขันด้าน ราคา คุณภาพ การส่งมอบ และต้นทุนการผลิต ค่อนข้างสูง หากลูกค้ามีอำนาจต่อรองสูง บริษัทอาจไม่สามารถปรับราคาขายเพิ่มขึ้นได้ทันกับต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อ Margin
🔴 4. ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
วัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกมีความเชื่อมโยงกับต้นทุนปิโตรเคมี หากราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทัน อัตรากำไรขั้นต้นอาจถูกกดดัน
🔴 5. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้าอุตสาหกรรม
หากลูกค้ารายใหญ่มีการลดคำสั่งซื้อ เปลี่ยน Supplier หรือปรับแผนการผลิต อาจกระทบรายได้ของ TKT ได้ค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะในธุรกิจ OEM ที่คำสั่งซื้อมีความสัมพันธ์กับยอดผลิตของรถยนต์แต่ละรุ่น
🔴 6. ความเสี่ยงด้านเงินทุนและสภาพคล่องของหุ้น
จุดที่นักลงทุนต้องระวังคือ สภาพคล่องของหุ้น TKT ค่อนข้างต่ำ โดยข้อมูล SET แสดงให้เห็นว่าหลายวันที่ผ่านมามูลค่าการซื้อขายอยู่ในระดับต่ำมาก ขณะที่ Factsheet ณ 7 ก.ย. 2569 ระบุ Market Cap ประมาณ 249 ล้านบาท และราคาอยู่ที่ 0.71 บาท
ดังนั้นแม้ราคาจะดูต่ำ แต่การเข้า–ออกสถานะจำนวนมากอาจทำได้ยาก และราคาสามารถแกว่งแรงเมื่อมีคำสั่งซื้อหรือขายเข้ามา
🔴 7. ความเสี่ยงจากผลประกอบการและ Margin
นักลงทุนควรติดตามงบ Q2/2569 อย่างใกล้ชิด เพราะบริษัทมีการเผยแพร่ MD&A สำหรับงวดสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 แล้ว
สิ่งที่ควรดูมากกว่าการมองเพียง “กำไร/ขาดทุน” คือ
รายได้ → Gross Margin → ค่าใช้จ่าย → กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
หากรายได้ฟื้นแต่กำไรไม่ฟื้น อาจสะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ยังสูง


🔥 สรุปความเสี่ยง TKT แบบนักลงทุน

ปัจจัยระดับความเสี่ยง
อุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอตัว🔴 สูง
การเปลี่ยนผ่าน ICE → EV🔴 สูง
การแข่งขันด้านราคา🔴 สูง
ราคาวัตถุดิบ🟠 ปานกลาง-สูง
การพึ่งพาคำสั่งซื้อจากลูกค้า🟠 ปานกลาง-สูง
สภาพคล่องของหุ้น🔴 สูง
Margin และผลประกอบการ🟠 ต้องติดตาม
เทคโนโลยี/การพัฒนาผลิตภัณฑ์🟠 ปานกลาง

บทสรุป: จุดที่ต้องจับตา TKT มากที่สุดไม่ใช่แค่ “ราคาหุ้นถูก” แต่คือ ความสามารถในการรักษาคำสั่งซื้อ + การปรับตัวเข้าสู่ EV + การควบคุมต้นทุน + การฟื้นตัวของกำไร ขณะเดียวกันสภาพคล่องของหุ้นที่ค่อนข้างต่ำเป็นความเสี่ยงสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้า–ออกเร็ว


ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น TKT
บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT ดำเนินธุรกิจผลิต ชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์สำหรับการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก โดยบริษัทก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2523 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2547
🔹 พัฒนาการสำคัญของ TKT
2523 — ก่อตั้งบริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2523 เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
2547 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2547 โดยเสนอขายหุ้น IPO ที่ราคา 4.10 บาทต่อหุ้น
ช่วงการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา — พัฒนาความเชี่ยวชาญด้าน ชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและยานยนต์ โดยปัจจุบัน SET จัด TKT อยู่ในหมวด สินค้าอุตสาหกรรม / ยานยนต์
2566–2568 — บริษัทมีการจัดทำและเผยแพร่รายงานประจำปีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการดำเนินธุรกิจและการเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียน
2568 — บริษัทเผยแพร่รายงานประจำปี 2568 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569
2569 — บริษัทมีการรายงานงบการเงินไตรมาส 1/2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
🎯 มุมมองเชิงธุรกิจ
จุดสำคัญของ TKT คือการรักษาความสามารถในการผลิต ชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ ขณะที่ประเด็นที่ควรติดตามต่อคือ การเติบโตของคำสั่งซื้อ การใช้กำลังการผลิต ต้นทุนวัตถุดิบ และทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งล้วนมีผลต่อรายได้และอัตรากำไรของบริษัท
ข้อมูล SET ณ 7 กันยายน 2569 ระบุว่า TKT มีทุนชำระแล้วประมาณ 350.78 ล้านบาท และลักษณะธุรกิจยังคงเป็นการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและธุรกิจเกี่ยวกับแม่พิมพ์
สรุปสั้น ๆ: TKT มีประวัติการดำเนินธุรกิจยาวนานกว่า 40 ปี และพัฒนาธุรกิจบนฐานความเชี่ยวชาญด้าน ชิ้นส่วนพลาสติก + แม่พิมพ์ โดยมีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด158.83151.72106.10146.84165.42
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ263.68207.62267.15205.15240.95
สินค้าคงเหลือ92.6587.5086.1581.48101.48
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน557.98527.55523.13536.54564.61
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ569.87575.13552.06559.29548.17
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน621.89621.37589.26610.47581.71
รวมสินทรัพย์1,179.871,148.921,112.391,147.021,146.31
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม319.00252.00222.00232.00220.00
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ141.72133.26132.58153.29180.95
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–8.818.818.818.81
รวมหนี้สินหมุนเวียน476.24409.57382.19406.33422.72
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน60.7597.9082.5394.6078.01
รวมหนี้สิน536.99507.47464.72500.93500.73
ทุนจดทะเบียน350.78350.78350.78350.78350.78
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า350.78350.78350.78350.78350.78
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น224.91224.91224.91224.91224.91
กำไร(ขาดทุน)สะสม-77.59-79.02-72.81-74.39-74.89
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น144.79144.79144.79144.79144.79
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่642.88641.46647.67646.09645.59

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,265.031,090.431,084.53564.42534.80
รายได้อื่น21.317.067.833.403.50
รวมรายได้1,286.341,097.491,092.36567.82538.30
ต้นทุน1,118.84919.97914.70474.24454.94
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร142.46123.66125.6960.8266.40
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,293.871,079.981,069.19552.70535.66
EBITDA57.8975.3175.4141.8626.04
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย65.4357.8152.2526.7423.40
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้-7.5417.5123.1715.122.64
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่-27.74-1.431.934.64-2.09
กำไรต่อหุ้น (บาท)-0.08-0.000.010.01-0.01

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน166.00103.7245.1643.4087.98
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-37.55-64.00-25.91-9.94-16.13
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-88.01-46.82-64.88-38.34-12.52
เงินสดสุทธิ40.45-7.10-45.63-4.8859.33

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)4.634.575.524.73
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)78.8879.8966.0777.18
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)10.2110.5410.549.79
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)35.7434.6534.6437.29
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)6.696.886.155.36
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)54.5553.0459.3868.12
วงจรเงินสด (วัน)60.0761.5041.3346.34

📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค TKT — ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม
บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) TKT อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม/ยานยนต์ ทำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ โดยข้อมูล SET ณ 7 ก.ย. 2569 ระบุราคาหุ้น 0.71 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์ 0.60–1.17 บาท
🔥 มุมมองสายเทคนิค: “อยู่โซนลุ้นเด้ง แต่ยังต้องรอเบรก!”
ราคาปัจจุบันแถว 0.71 บาท ถือว่าอยู่ใกล้โซนล่างของกรอบ 52 สัปดาห์ ขณะที่ข้อมูลราคาล่าสุดที่ SET แสดงมี Bid 0.70–0.71 บาท และ Offer บริเวณ 0.73 บาท จึงต้องจับตาการผ่าน 0.73–0.75 บาท เป็นด่านสำคัญ
แนวรับ
🟢 0.70 บาท — แนวรับแรก ต้องไม่หลุดง่าย
🟢 0.67 บาท — แนวรับสำคัญจากโซนราคาล่าสุด
🔴 0.60 บาท — Low 52 สัปดาห์ เป็นแนวรับใหญ่
แนวต้าน
⚡ 0.73–0.75 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
🚀 0.80 บาท — หากผ่านพร้อมวอลุ่ม มีโอกาสเปลี่ยนโมเมนตัม
🎯 0.90–1.00 บาท — เป้าหมายถัดไปหากเกิดรอบเก็งกำไร
🔥 1.17 บาท — High 52 สัปดาห์ เป็นแนวต้านใหญ่
📊 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
เงื่อนไข Bullish:
หาก TKT สามารถ ทะลุ 0.75 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากขึ้น เพราะเป็นการผ่านโซนต้านระยะสั้น และมีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ 0.80 บาท → 0.90 บาท
เงื่อนไขต้องระวัง:
หากราคา หลุด 0.67 บาท โมเมนตัมจะเริ่มเสีย และมีโอกาสกลับไปทดสอบ 0.60 บาท ซึ่งเป็น Low 52 สัปดาห์
⚠️ จุดสำคัญของ TKT คือ สภาพคล่องค่อนข้างบาง ข้อมูล SET บางวันที่ผ่านมาแสดงปริมาณซื้อขายเพียงเล็กน้อย ดังนั้นการดู “เบรกด้วยวอลุ่ม” สำคัญกว่าการดูแค่ราคาทะลุแนวต้าน
🚨 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
TKT กำลังอยู่ในโซนที่ต้องจับตา! 🔥
ราคาแถว 0.71 บาท ยังไม่ใช่จุดยืนยันการกลับตัว แต่ถ้าระเบิดผ่าน 0.75 บาท + วอลุ่มเข้า เกมอาจเปลี่ยนทันที!
0.75 = จุดวัดพลัง
0.80 = ด่านปลดล็อกโมเมนตัม
0.90–1.00 = โซนเป้าหมายถัดไป
0.67 = แนวรับต้องรักษา
📌 หุ้นเล็กสภาพคล่องบาง อย่าไล่ราคา! รอ “เบรก + วอลุ่ม” ให้ชัด แล้วค่อยจับจังหวะ
มุมมอง: 🟡 เก็งกำไรเชิงเฝ้ารอ — ยังไม่ยืนยัน Breakout
เป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์


วิเคราะห์หุ้น TKT — ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม / ยานยนต์ โดยธุรกิจหลักคือ ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและธุรกิจเกี่ยวกับแม่พิมพ์สำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติก
🔎 ภาพรวมล่าสุด
ข้อมูล SET ที่เผยแพร่ล่าสุดระบุว่า TKT มีราคาประมาณ 0.71 บาท, Market Cap ราว 249 ล้านบาท, P/BV เพียง 0.39 เท่า และ EV/EBITDA ราว 5.86 เท่า ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.60–1.17 บาท
จุดที่น่าสนใจคือ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่าอย่างมาก สะท้อนว่าราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะถูกโดยอัตโนมัติ เพราะต้องพิจารณาความสามารถในการทำกำไรและคุณภาพสินทรัพย์ประกอบด้วย
📉 งบการเงิน — จุดที่ต้องระวัง
งวด Q2/2569 TKT รายงานผลขาดทุนสุทธิประมาณ 5.12 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนประมาณ 0.63 ล้านบาทใน Q2/2568
ที่สำคัญคือ งวด 6 เดือนแรกปี 2569 ขาดทุน 2.09 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรประมาณ 4.64 ล้านบาท
ดังนั้นภาพกำไรในปัจจุบันยังถือว่า ไม่แข็งแรง และเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันการประเมินมูลค่าหุ้น แม้ P/BV จะดูต่ำก็ตาม
💰 ฐานะการเงิน
จากงบ Q2/2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 165.42 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับ Market Cap ประมาณ 249 ล้านบาท ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ แต่การประเมินว่าหุ้น “มีเงินสดหนุน” มากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องดู หนี้สิน ภาระดอกเบี้ย ลูกหนี้ และสินทรัพย์หมุนเวียนทั้งหมด ร่วมกัน ไม่ควรดูเงินสดเพียงตัวเดียว
🏭 จุดแข็งของ TKT

  1. อยู่ใน Supply Chain ยานยนต์
    ธุรกิจชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์มีโอกาสได้รับประโยชน์หากคำสั่งซื้อจากผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนกลับมาเติบโต
  2. Valuation ต่ำ
    P/BV ประมาณ 0.39 เท่า ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับระดับ 1 เท่า
  3. มีเงินสดในระดับที่น่าสนใจ
    เงินสด Q2/2569 อยู่ที่ประมาณ 165 ล้านบาท
  4. ราคาหุ้นอยู่ใกล้ Low ของรอบ
    กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.60–1.17 บาท ดังนั้นราคาบริเวณ 0.70–0.71 บาทอยู่ค่อนข้างใกล้ด้านล่างของกรอบ

⚠️ ความเสี่ยงสำคัญ
🔴 กำไรยังไม่ฟื้น
นี่คือประเด็นหลักที่สุด เพราะแม้หุ้นจะมี P/BV ต่ำ แต่ถ้ากำไรยังติดลบ ตลาดก็อาจไม่ให้ Premium กับ Book Value
🔴 ธุรกิจขึ้นกับภาคยานยนต์
หากยอดผลิตรถยนต์ชะลอ คำสั่งซื้อชิ้นส่วนก็มีโอกาสลดลงตาม
🔴 อัตรากำไรมีความอ่อนไหว
ธุรกิจชิ้นส่วนพลาสติกต้องบริหารต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายการผลิต หากยอดขายไม่มากพอ ต้นทุนคงที่สามารถกด Margin ได้แรง
🔴 สภาพคล่องการซื้อขายค่อนข้างต่ำ
ข้อมูลราคาของ SET แสดงปริมาณซื้อขายในบางวันเพียงระดับหลักพันถึงหลักหมื่นหุ้น ทำให้การเข้าออกสถานะขนาดใหญ่ทำได้ยาก และราคาอาจแกว่งแรงเมื่อมีคำสั่งซื้อขายเข้ามา
📊 มุมมองเชิงเทคนิค
จากข้อมูลราคาที่ SET แสดง 0.60 บาท เป็น Low 52 สัปดาห์ และ 1.17 บาท เป็น High 52 สัปดาห์
ผมมองโซนสำคัญเบื้องต้นดังนี้

ระดับมุมมอง
0.60–0.65🟢 แนวรับสำคัญ / ฐานเดิม
0.70–0.73🟡 โซนต่อสู้ระยะสั้น
0.75–0.80🟠 ด่านแรกที่ต้องผ่าน
0.85–0.90🔥 แนวต้านถัดไป
1.00–1.17🚀 เป้าหมายใหญ่ / High เดิม

กลยุทธ์สายเทคนิค: ไม่ควรดูแค่การเด้งจาก 0.60–0.70 บาท แต่ควรรอ Breakout พร้อม Volume เพราะหุ้นมีสภาพคล่องต่ำ การเบรกโดยไม่มีวอลุ่มอาจเป็นเพียงการแกว่งหลอก
🎯 สรุป TKT
TKT เป็นหุ้นแนว “สินทรัพย์/มูลค่าต่ำ + Turnaround” มากกว่าหุ้น Growth
จุดเด่นคือ P/BV ต่ำมาก + มีเงินสด + ราคาหุ้นอยู่ใกล้ Low ของรอบ แต่จุดที่ต้องพิสูจน์ให้ตลาดเห็นคือ การกลับมาทำกำไร
มุมมองผม
พื้นฐาน: ⭐⭐½/5
Valuation: ⭐⭐⭐⭐/5
Growth: ⭐⭐/5
Technical: ⭐⭐½/5
ความเสี่ยง: สูง
หัวใจของ TKT ตอนนี้ไม่ใช่ “หุ้นถูกหรือไม่?” แต่คือ “กำไรจะกลับมาเมื่อไร?”
ถ้าเห็น กำไรพลิกเป็นบวก + รายได้ฟื้น + Margin ดีขึ้น + ราคาทะลุแนวต้านพร้อม Volume จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมาก เพราะสามารถเปลี่ยนจากหุ้น Value Trap ให้กลายเป็น Turnaround Play ได้


Disclaimer

ใส่ความเห็น