วิเคราะห์ หุ้น TKN บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) TKN อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 03 ธ.ค. 2558 | 345.00 | อาหารและเครื่อง | TKN |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายทั้งในและต่างประเทศภายใต้ตราสินค้า “เถ้าแก่น้อย” รวมถึงขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.31 | 0.54 | 0.61 | 0.41 | 0.14 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 2.49 | 2.17 | 1.95 | 1.36 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | 0.12 | บาท | 09 ก.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.21 | บาท | 09 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.30 | บาท | 11 ก.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ต.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.15 | บาท | 07 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2566 | 0.10 | บาท | 07 ธ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2566 | 0.21 | บาท | 06 ก.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.12 | บาท | 11 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2565 – 30 ก.ย. 2565 | 0.08 | บาท | 07 ธ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.09 | บาท | 07 ก.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.09 | บาท | 06 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2564 | 0.05 | บาท | 10 ก.ย. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.10 | บาท | 07 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 30 มิ.ย. 2563 | 0.11 | บาท | 09 ก.ย. 2563 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2562 – 31 ธ.ค. 2562 | 0.15 | บาท | 24 เม.ย. 2563 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TKN
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายภายใต้แบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” รวมถึงผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวและอาหารเพื่อสุขภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ทรัพย์สินสำคัญที่ใช้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจ สามารถสรุปได้ดังนี้
- ที่ดินและอาคารโรงงาน
เป็นทรัพย์สินพื้นฐานสำหรับการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร ประกอบด้วย ที่ดิน อาคารโรงงาน อาคารสำนักงาน และสิ่งปลูกสร้าง/ส่วนปรับปรุงอาคาร โดยธุรกิจของ TKN มีลักษณะเป็นโรงงานผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป - เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
ถือเป็นสินทรัพย์หลักของธุรกิจ เนื่องจาก TKN ต้องใช้เครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตและแปรรูปสาหร่าย รวมถึงการอบ ปรุงรส และบรรจุผลิตภัณฑ์
บริษัทเคยระบุว่าการระดมทุนในช่วงเข้าจดทะเบียนมีวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่งเพื่อ พัฒนาเครื่องจักรและเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน สะท้อนว่าเครื่องจักรเป็นทรัพย์สินสำคัญต่อกำลังการผลิตของบริษัท - อุปกรณ์สำนักงานและเครื่องตกแต่ง
ประกอบด้วยเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์สำนักงาน และเครื่องมือที่ใช้สนับสนุนการบริหาร การขาย การตลาด และงานสำนักงานของบริษัท - ยานพาหนะ
ใช้สนับสนุนกิจกรรมด้านการดำเนินงาน เช่น การขนส่งสินค้า การกระจายผลิตภัณฑ์ และการดำเนินงานของฝ่ายต่าง ๆ โดยในงบการเงินของ TKN มีการแยก ยานพาหนะ เป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สินทรัพย์ระหว่างติดตั้งและก่อสร้าง
เป็นสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ติดตั้ง หรือปรับปรุง ก่อนนำมาใช้งานจริง เช่น การติดตั้งเครื่องจักรและการปรับปรุงพื้นที่โรงงาน ซึ่งมีความสำคัญต่อการขยายหรือเพิ่มประสิทธิภาพกำลังการผลิต - สินทรัพย์ด้านคลังสินค้าและการกระจายสินค้า
ธุรกิจของ TKN มีทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ คลังสินค้า การจัดเก็บสินค้า และการกระจายสินค้า มีบทบาทในการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของบริษัท โดยบริษัทมีการเช่าคลังสินค้าเพิ่มเติมตามข้อมูลที่เปิดเผยในเอกสารบริษัท - สินทรัพย์ไม่มีตัวตนและทรัพย์สินทางธุรกิจ
นอกจากสินทรัพย์ที่จับต้องได้แล้ว TKN ยังมีทรัพย์สินที่มีความสำคัญเชิงธุรกิจ เช่น เครื่องหมายการค้า แบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และความสัมพันธ์กับช่องทางจัดจำหน่าย ซึ่งช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของบริษัท - เงินลงทุนในธุรกิจอื่น
TKN ไม่ได้มีเพียงสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงงานเท่านั้น แต่ยังมีการลงทุนในธุรกิจอื่นด้วย ตัวอย่างเช่น ในปี 2568 บริษัทเข้าซื้อหุ้น CHAO และ ณ วันที่ 22 เมษายน 2568 ถือหุ้นรวม 5.362% จนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของบริษัทดังกล่าว
สรุปแบบนักลงทุน
ทรัพย์สินแกนหลักของ TKN คือ
โรงงาน + เครื่องจักรผลิตอาหาร + อุปกรณ์การผลิต + คลังสินค้า/ระบบกระจายสินค้า + แบรนด์เถ้าแก่น้อย + เงินลงทุนในธุรกิจอื่น
จุดที่น่าสนใจคือ TKN เป็นธุรกิจ Food Manufacturing ที่ต้องพึ่งพาโรงงานและเครื่องจักรในการสร้างกำลังการผลิต ดังนั้นการลงทุนเพิ่มในเครื่องจักรและสินทรัพย์การผลิตสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับการขยายตลาดได้ ขณะที่ แบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” ถือเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่มีความสำคัญต่อความสามารถในการสร้างยอดขายทั้งตลาดไทยและต่างประเทศ โดยบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศในปี 2568 ในระดับสูงด้วย
หมายเหตุ: หากต้องการตัวเลขมูลค่าทรัพย์สินล่าสุดแบบละเอียด ควรอ้างอิงงบการเงินล่าสุดของ TKN ซึ่งปัจจุบัน SET ระบุว่างบล่าสุดคือ ไตรมาส 2/2569
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น TKN
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจเถ้าแก่น้อย โดยธุรกิจหลักคือการผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่าย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารและขนมเพื่อสุขภาพ
บริษัทในเครือ/บริษัทย่อยที่สำคัญ
| บริษัท | สัดส่วนถือหุ้น | ลักษณะธุรกิจ |
|---|---|---|
| Taokaenoi Restaurant & Franchise Co., Ltd. (TKNRF) | 100% | ร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจแฟรนไชส์ |
| NCP Trading & Supply Co., Ltd. (NCP) | 100% | ผลิตและจำหน่ายผงปรุงรส |
| Taokaenoi Care Co., Ltd. (TKNC) | 100% | จำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ |
| Taokaenoi USA Inc. (TKNUS) | ประมาณ 91.21%* | จัดจำหน่ายสินค้าของ TKN ในสหรัฐฯ และแคนาดา |
| PT Taokaenoi Food Indonesia | 100% | บริษัทย่อยในอินโดนีเซีย เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในตลาดอินโดนีเซีย |
*ข้อมูลสัดส่วน TKNUS จากรายงานของบริษัทในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ TKN ได้จัดตั้ง PT Taokaenoi Food Indonesia โดยถือหุ้น 100% ในปี 2568
- TKNRF — ธุรกิจร้านค้าและร้านอาหาร
Taokaenoi Restaurant & Franchise Co., Ltd. (TKNRF) เป็นบริษัทย่อยที่ TKN ถือหุ้น 100% โดยปัจจุบันทำธุรกิจเกี่ยวกับ ร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์, Bomber Dog และ 71 หมูกะทะ
เถ้าแก่น้อยแลนด์ — ร้านจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและสินค้าที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว
Bomber Dog — ร้าน Food Kiosk/แฟรนไชส์
71 หมูกะทะ — ธุรกิจร้านอาหารที่ร่วมกับแบรนด์ 71 Mookata
TKNRF จึงเป็นส่วนที่ช่วยให้กลุ่ม TKN มีธุรกิจนอกเหนือจากการผลิตและจำหน่ายสาหร่ายโดยตรง - NCP Trading & Supply
บริษัท เอ็นซีพี เทรดดิ้ง แอนด์ ซัพพลาย จำกัด (NCP) เป็นบริษัทย่อยที่ TKN ถือหุ้น 100% และเกี่ยวข้องกับการ ผลิตและจำหน่ายผงปรุงรส สำหรับธุรกิจของกลุ่มเถ้าแก่น้อย - Taokaenoi Care (TKNC)
บริษัท เถ้าแก่น้อย แคร์ จำกัด (TKNC) เดิมมาจากบริษัท Want More Industry ซึ่ง TKN เข้าซื้อหุ้นและเปลี่ยนชื่อเป็น Taokaenoi Care โดยเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะ สินค้ากลุ่มสุขภาพ - Taokaenoi USA (TKNUS)
Taokaenoi USA Inc. ทำหน้าที่เป็นช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สาหร่ายและสินค้า TKN ใน สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ภายใต้แบรนด์ เช่น Taokaenoi และ NORA
จุดนี้มีความสำคัญต่อกลยุทธ์ของ TKN เพราะบริษัทมีรายได้จากตลาดต่างประเทศในสัดส่วนสูง โดยข้อมูลบริษัทระบุว่าใน 4Q/2025 ยอดขายต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 55% ของยอดขาย ขณะที่ตลาดไทยประมาณ 45% - PT Taokaenoi Food Indonesia
ในเดือนกันยายน 2568 TKN แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าได้อนุมัติจัดตั้ง PT Taokaenoi Food Indonesia และ TKN จะถือหุ้น 100% ส่งผลให้เป็นบริษัทย่อยของบริษัท
นอกจากนี้ TKN ยังมีการร่วมลงทุนกับ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ในปี 2568 โดยโครงสร้างเงินลงทุนที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ TKN 51% และ MAJOR 49% ทุนรวม 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นลักษณะ บริษัทร่วมทุน ไม่ใช่บริษัทย่อยที่ TKN ถือ 100%
สรุปโครงสร้างแบบง่าย
TKN – บริษัทแม่
↓
TKNRF 100% → เถ้าแก่น้อยแลนด์ / Bomber Dog / 71 หมูกะทะ
NCP 100% → ผงปรุงรส
TKNC 100% → สินค้ากลุ่มสุขภาพ
TKNUS ~91.21% → ตลาดสหรัฐฯ/แคนาดา
PT Taokaenoi Food Indonesia 100% → ขยายตลาดอินโดนีเซีย
JV กับ MAJOR 51% → ธุรกิจร่วมทุนใหม่
มุมมองสำหรับนักลงทุน: โครงสร้างของ TKN ไม่ได้มีเพียงธุรกิจ “สาหร่ายเถ้าแก่น้อย” แต่มีทั้ง การผลิต → วัตถุดิบ/ผงปรุงรส → ร้านค้า/ร้านอาหาร → การกระจายสินค้าในต่างประเทศ → การขยายตลาดต่างประเทศ ทำให้กลุ่มบริษัทมีช่องทางสร้างรายได้หลายทาง โดยเฉพาะตลาดส่งออกซึ่งมีน้ำหนักค่อนข้างมากในธุรกิจของ TKN
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TKN
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยว โดยเฉพาะสาหร่ายภายใต้แบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” ทั้งตลาดไทยและต่างประเทศ ดังนั้นความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ยอดขายในประเทศ แต่ยังเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบ ค่าเงิน ตลาดต่างประเทศ และพฤติกรรมผู้บริโภคด้วย
🔴 1. ความเสี่ยงจากต้นทุนสาหร่ายและวัตถุดิบ
ธุรกิจ TKN พึ่งพาสาหร่ายเป็นวัตถุดิบสำคัญ หากราคาสาหร่ายปรับตัวสูงขึ้น หรือคุณภาพ/ปริมาณวัตถุดิบไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจทำให้ ต้นทุนขายเพิ่มและกดดันอัตรากำไร โดยเฉพาะหากบริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน
🔴 2. ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว
ตลาดขนมขบเคี้ยวมีการแข่งขันสูง และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ สุขภาพ น้ำตาล โซเดียม แคลอรี และส่วนผสม มากขึ้น หากสินค้าหลักไม่สามารถตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพได้ อาจกระทบยอดขายในระยะยาว
🔴 3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันรุนแรง
TKN ต้องแข่งขันทั้งกับผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวรายใหญ่ แบรนด์ท้องถิ่น และสินค้าทดแทนจากต่างประเทศ การแข่งขันด้าน ราคา โปรโมชั่น พื้นที่วางสินค้า และการออกสินค้าใหม่ อาจทำให้บริษัทต้องใช้งบการตลาดสูงขึ้น
🔴 4. ความเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศ
ตลาดต่างประเทศมีความสำคัญต่อ TKN โดยข้อมูลบริษัทระบุว่าใน 4Q/2025 ยอดขายส่งออกคิดเป็น 55% ของยอดขาย ขณะที่ตลาดในประเทศ 45% โดยจีนเป็นตลาดสำคัญแห่งหนึ่ง
ดังนั้น หากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าชะลอตัว การบริโภคลดลง กฎระเบียบการนำเข้าเปลี่ยน หรือเกิดปัญหาทางการค้า อาจกระทบยอดขายและกำไรของ TKN ได้ค่อนข้างมาก
🔴 5. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
เมื่อมีรายได้จากต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศที่บริษัททำธุรกิจ สามารถทำให้ รายได้และกำไรเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทผันผวน ได้
🔴 6. ความเสี่ยงจากแบรนด์และคุณภาพสินค้า
TKN มีแบรนด์เป็นสินทรัพย์สำคัญ หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับ คุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร การปนเปื้อน หรือการเรียกคืนสินค้า อาจกระทบทั้งยอดขาย ต้นทุน และชื่อเสียงของแบรนด์อย่างรวดเร็ว
🔴 7. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินค้าหลัก
แม้บริษัทจะพัฒนาสินค้ากลุ่มใหม่ แต่ธุรกิจยังมีความเชื่อมโยงสูงกับตลาดสาหร่ายและขนมขบเคี้ยว หากความนิยมของสินค้าหลักลดลง การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อชดเชยอาจต้องใช้ทั้ง R&D การตลาด และเวลา
🔴 8. ความเสี่ยงด้านช่องทางจำหน่าย
ธุรกิจอาหารบรรจุสำเร็จรูปต้องพึ่งพาช่องทางค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีก ตัวแทนจำหน่าย และช่องทางต่างประเทศ หากการแข่งขันเพื่อพื้นที่วางสินค้ารุนแรงขึ้น หรือค่าธรรมเนียม/ค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไร
🔴 9. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบอาหาร
การขายสินค้าในหลายประเทศทำให้บริษัทต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่อง ฉลากอาหาร ส่วนประกอบ มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร และการนำเข้า หากกฎเกณฑ์เปลี่ยน บริษัทอาจต้องปรับสูตร บรรจุภัณฑ์ หรือกระบวนการผลิต
🔴 10. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
แม้ขนมขบเคี้ยวจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค แต่หากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ผู้บริโภคอาจหันไปเลือกสินค้าที่ราคาถูกกว่า ส่งผลให้บริษัทต้องใช้โปรโมชั่นหรือปรับราคาเพื่อรักษาปริมาณขาย
📌 สรุปความเสี่ยง TKN แบบนักลงทุน
| ความเสี่ยง | ระดับที่ควรจับตา |
|---|---|
| ต้นทุนสาหร่าย/วัตถุดิบ | 🔴 สูง |
| การแข่งขันในตลาดขนม | 🔴 สูง |
| พฤติกรรมผู้บริโภค | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| ตลาดต่างประเทศ/จีน | 🔴 สูง |
| ค่าเงินบาทและ FX | 🟠 ปานกลาง |
| คุณภาพและความปลอดภัยอาหาร | 🔴 สูง |
| การพึ่งพาสินค้าหลัก | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| ช่องทางจัดจำหน่าย | 🟠 ปานกลาง |
| กฎระเบียบต่างประเทศ | 🟠 ปานกลาง |
| เศรษฐกิจและกำลังซื้อ | 🟠 ปานกลาง |
จุดที่นักลงทุนควรติดตามเป็นพิเศษ:
“ราคาสาหร่าย → Gross Margin → ยอดขายจีน/ต่างประเทศ → ค่าเงินบาท → ยอดขายสินค้าใหม่”
เพราะ TKN มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศค่อนข้างสูง การเติบโตของยอดขายต่างประเทศอาจเป็นทั้ง โอกาสและความเสี่ยง ในเวลาเดียวกัน
ข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่า ณ 25 ส.ค. 2569 TKN มีราคาหุ้น 4.26 บาท และ P/E ประมาณ 13.08 เท่า ขณะที่งบล่าสุดที่มีการรายงานคือ ไตรมาส 2/2569 ดังนั้นการประเมินว่าหุ้น “ถูกหรือแพง” ควรดูควบคู่กับแนวโน้มกำไรและ Margin ในไตรมาสถัดไปด้วย
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 27 ส.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท พีระเดชาพันธ์ โฮลดิ้ง จำกัด | 360,000,000 | 26.09 |
| 2 | นาย อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ | 307,726,200 | 22.30 |
| 3 | บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) | 141,250,000 | 10.24 |
| 4 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 67,754,960 | 4.91 |
| 5 | น.ส. อรพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ | 58,395,000 | 4.23 |
| 6 | นาย ณัชชัชพงศ์ พีระเดชาพันธ์ | 48,620,000 | 3.52 |
| 7 | THE BANK OF NEW YORK MELLON | 25,550,700 | 1.85 |
| 8 | นาย ธณัฐ เตชะเลิศ | 25,000,000 | 1.81 |
| 9 | UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED | 21,698,000 | 1.57 |
| 10 | บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) | 15,000,000 | 1.09 |
| 11 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 11,171,194 | 0.81 |
| 12 | BBHISL NOMINEES LIMITED | 8,744,600 | 0.63 |
| 13 | N.C.B.TRUST LIMITED- DNB S/A DNB CLIENTS UCITS | 7,900,000 | 0.57 |
| 14 | BNP PARIBAS SA, NIEDERLASSUNG DEUTSCHLAND | 6,995,300 | 0.51 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ยุทธ วรฉัตรธาร | ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 2 | นาย อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ |
| 3 | นาย จิระพงษ์ สันติภิรมย์กุล | กรรมการ |
| 4 | นางสาว พรธีรา รงคะศิริพันธ์ | กรรมการ |
| 5 | น.ส. มุกดา ไพรัชเวทย์ | กรรมการ |
| 6 | นางสาว อรพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ | กรรมการ |
| 7 | นาย กฤษฎา จีนะวิจารณะ | กรรมการอิสระ |
| 8 | นาง วณี ทัศนมณเฑียร | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นาย สมจินต์ ศรไพศาล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น TKN
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสาหร่ายแปรรูปภายใต้แบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” รวมถึงขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ โดยก่อตั้งในปี 2547 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 3 ธันวาคม 2558
📌 พัฒนาการสำคัญตามช่วงเวลา
| ปี | พัฒนาการ |
|---|---|
| 2547 | จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท จุดเริ่มต้นของธุรกิจ “เถ้าแก่น้อย” |
| 2549 | ย้ายสายการผลิตไปยังโรงงานบางบัวทอง เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ |
| 2551 | ย้ายฐานการผลิตไปโรงงานพวงศ์ เพิ่มศักยภาพการผลิต |
| 2553 | เปิดร้าน เถ้าแก่น้อยแลนด์ ขยายธุรกิจจากการผลิตสินค้าไปสู่ธุรกิจค้าปลีก |
| 2558 | เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ใช้ชื่อย่อ TKN ราคา IPO 4.00 บาทต่อหุ้น |
| ช่วงหลัง IPO | เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสหรัฐฯ พร้อมพัฒนาแบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” สู่ตลาดสากล |
| 2566–2567 | การส่งออกกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญของธุรกิจ โดยตลาดต่างประเทศเติบโตจากความต้องการบริโภคสาหร่าย โดยเฉพาะจีน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย รวมถึงการขยายช่องทางในสหรัฐฯ เช่น Costco และ Whole Foods |
| 2567 | รุกตลาดอินโดนีเซียครั้งใหญ่ โดยแต่งตั้ง PT Sukanda Djaya เป็น Distributor Partner เพื่อขยายช่องทาง Modern Trade, Traditional Trade, Horeca และ E-commerce พร้อมตั้งเป้ายกระดับ TKN สู่ Global Brand |
| 2567 | เดินหน้ากลยุทธ์ 3GO โดยเฉพาะ “GO Broad” เน้นขยายพอร์ตสินค้าใหม่ และบริหาร Product Mix / Channel Mix เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไร |
| 2568 | ขยายธุรกิจจาก “สาหร่าย” ไปสู่ขนมขบเคี้ยวประเภทอื่น โดยจับมือ MAJOR จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อผลิต จัดซื้อ และจำหน่าย Popcorn Major แบบพร้อมรับประทาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดย TKN ถือหุ้น 51% |
| 2568 | จัดตั้ง PT Taokaenoi Food Indonesia ถือหุ้น 100% เพื่อทำธุรกิจนำเข้า ซื้อขาย และจัดจำหน่ายสินค้าเถ้าแก่น้อยในอินโดนีเซียโดยตรง เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ธุรกิจต่างประเทศ |
| 2568 | ปรับโครงสร้างบริษัทย่อย “เถ้าแก่น้อย เรสเตอรองท์ แอนด์ แฟรนไชส์” เป็น TKN NEXT และปรับวัตถุประสงค์ไปสู่การผลิต/รับจ้างผลิตอาหารแปรรูป เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวทั้งในและต่างประเทศ |
| 2569 | ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจต่างประเทศและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะที่บริษัทมีการรายงานผลประกอบการและการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องผ่าน Investor Relations |
🚀 จุดเปลี่ยนที่น่าจับตาของ TKN
- จาก “บริษัทสาหร่าย” สู่ “Snack Platform”
TKN กำลังลดการพึ่งพาสินค้าสาหร่ายเพียงอย่างเดียว ด้วยการขยายไปยังขนมขบเคี้ยวและอาหารแปรรูปประเภทใหม่ ๆ โดยเฉพาะการร่วมทุนกับ MAJOR ในธุรกิจป๊อปคอร์น ซึ่งช่วยเปิดตลาดใหม่ให้บริษัท - อินโดนีเซียกลายเป็นตลาดยุทธศาสตร์
การเปลี่ยนจากการพึ่งพา Distributor ไปสู่การจัดตั้งบริษัทย่อยที่ TKN ถือหุ้น 100% ถือเป็นพัฒนาการสำคัญ เพราะทำให้บริษัทสามารถควบคุมการนำเข้า การขาย และการกระจายสินค้าในตลาดอินโดนีเซียได้มากขึ้น - เดินหน้าสู่ Global Brand
TKN ใช้กลยุทธ์ขยายตลาดในหลายประเทศ โดยเน้นทั้งการเพิ่มช่องทางจำหน่ายและการปรับสินค้าให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละประเทศ - แตกไลน์สินค้าเพื่อสร้างการเติบโตใหม่
การปรับ TKN NEXT และการร่วมทุน Popcorn Major สะท้อนทิศทางที่บริษัทต้องการสร้าง พอร์ตอาหารและขนมขบเคี้ยวที่กว้างขึ้น ไม่จำกัดตัวเองอยู่เฉพาะตลาดสาหร่าย
📊 ภาพรวมเชิงธุรกิจล่าสุด
ข้อมูลปี 2568 แสดงให้เห็นว่ารายได้จากการขายอยู่ที่ 5,308 ล้านบาท ลดลงจาก 5,712 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่กำไรสุทธิลดจาก 836 ล้านบาท เหลือ 409 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิลดจาก 14.6% เหลือ 7.7%
ดังนั้น พัฒนาการของ TKN ในระยะต่อไปจึงไม่ได้อยู่แค่การเพิ่มยอดขายสาหร่าย แต่จะอยู่ที่การสร้าง New S-Curve จากสินค้าใหม่ + การขยายตลาดต่างประเทศ + การเพิ่มประสิทธิภาพ Product Mix ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม
สรุปสั้น ๆ:
TKN กำลังเปลี่ยนจาก “เจ้าตลาดสาหร่าย” → “ผู้เล่น Snack & Food ระดับสากล” โดยมี อินโดนีเซีย + สินค้าใหม่ + Popcorn + การขยายตลาดต่างประเทศ เป็นเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโตในระยะต่อไป ขณะเดียวกันต้องจับตาการฟื้นตัวของกำไรและอัตรากำไรอย่างใกล้ชิด.
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 460.59 | 296.76 | 415.99 | 248.81 | 293.71 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 645.43 | 923.36 | 880.98 | 862.80 | 996.17 |
| สินค้าคงเหลือ | 699.76 | 665.24 | 956.20 | 1,666.01 | 1,470.75 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 1,978.73 | 2,062.11 | 2,267.26 | 2,871.24 | 2,769.96 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 934.80 | 883.66 | 922.76 | 896.64 | 925.69 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 1,232.55 | 1,171.88 | 1,228.13 | 1,193.21 | 1,493.90 |
| รวมสินทรัพย์ | 3,211.28 | 3,234.00 | 3,495.39 | 4,064.44 | 4,263.87 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 159.90 | 9.90 | 259.90 | 669.12 | 1,240.17 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 633.03 | 707.76 | 691.33 | 732.86 | 720.82 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 34.80 | 34.80 | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 923.75 | 828.12 | 1,044.83 | 1,470.74 | 2,033.03 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 207.90 | 172.84 | 93.18 | 86.83 | 98.56 |
| รวมหนี้สิน | 1,131.65 | 1,000.95 | 1,138.01 | 1,557.57 | 2,131.59 |
| ทุนจดทะเบียน | 345.00 | 345.00 | 345.00 | 345.00 | 345.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 345.00 | 345.00 | 345.00 | 345.00 | 345.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 1,315.44 | 1,315.44 | 1,315.44 | 1,315.44 | 1,315.44 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 425.53 | 575.13 | 784.96 | 930.71 | 687.32 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | 127.30 |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -4.54 | -5.13 | -88.02 | -84.28 | -88.18 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | 1.19 | 1.19 | -79.96 | -79.96 | -79.96 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 2,081.43 | 2,230.44 | 2,357.38 | 2,506.88 | 2,132.28 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | -1.80 | 2.60 | – | – | – |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 4,366.64 | 5,323.37 | 5,712.32 | 2,783.31 | 2,639.77 |
| รายได้อื่น | 33.16 | 31.01 | 24.87 | 44.49 | 16.79 |
| รวมรายได้ | 4,399.80 | 5,354.38 | 5,737.19 | 2,827.80 | 2,656.56 |
| ต้นทุน | 3,111.39 | 3,508.66 | 3,810.90 | 1,726.80 | 1,924.11 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 802.66 | 1,038.37 | 1,026.84 | 515.86 | 507.92 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 3,914.05 | 4,547.03 | 4,837.74 | 2,242.66 | 2,432.02 |
| EBITDA | 676.06 | 981.49 | 1,066.49 | 666.02 | 319.42 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 190.63 | 174.89 | 168.10 | 81.43 | 95.27 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 485.43 | 806.59 | 898.39 | 584.59 | 224.15 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 434.74 | 743.01 | 836.10 | 562.58 | 184.91 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.31 | 0.54 | 0.61 | 0.41 | 0.14 |
งบกระแสเงินสด
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 988.51 | 769.81 | 774.66 | -260.39 | -317.00 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -29.75 | -112.60 | -110.25 | -92.10 | -343.42 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -720.23 | -821.05 | -545.29 | 307.22 | 536.79 |
| เงินสดสุทธิ | 238.53 | -163.84 | 119.12 | -45.27 | -123.64 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 6.79 | 6.33 | 7.10 | 5.99 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 6.79 | 6.33 | 7.10 | 5.99 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 5.14 | 4.70 | 2.73 | 2.56 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 71.00 | 77.65 | 133.64 | 142.82 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 5.23 | 5.45 | 5.02 | 5.51 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 69.74 | 67.00 | 72.76 | 66.19 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 8.05 | 16.98 | 67.98 | 82.62 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
การวิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis) คือวิธีการศึกษาข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีต โดยเฉพาะราคาปิด ปริมาณการซื้อขาย และรูปแบบกราฟ เพื่อ คาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนและนักเก็งกำไร วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์กราฟเทคนิค เพื่อหาจุดซื้อ-จุดขายที่เหมาะสม ระบุช่วงเวลาที่ควรเข้าซื้อ (Buy Signal) หรือขายทำกำไร/ตัดขาดทุน (Sell Signal) เพื่อจับจังหวะของแนวโน้มราคา (Trend) วิเคราะห์ว่าแนวโน้มเป็นขาขึ้น (Uptrend), ขาลง (Downtrend), หรือ Sideway เพื่อระบุระดับแนวรับ/แนวต้าน แนวรับ: ราคาที่มีโอกาสเด้งขึ้น แนวต้าน: ราคาที่มีแนวโน้มยากจะผ่านไปได้ เพื่อยืนยันหรือหาสัญญาณกลับตัว (Reversal) ใช้รูปแบบกราฟ เช่น Double Top, Head and Shoulders
เครื่องมือที่ใช้บ่อย MA
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ช่วยกรองสัญญาณรบกวนระยะสั้น ดูแนวโน้มราคาระยะยาว เช่น MA5, MA20, MA200 บ่งชี้ทิศทางและแรงของแนวโน้ม Volume / ปริมาณการซื้อขาย
ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI)
วัดภาวะ “ซื้อมากเกินไป” หรือ “ขายมากเกินไป”RSI > 70 = Overbought, RSI < 30 = Oversold
MACD (Moving Average Convergence Divergence)
ช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้ม รูปแบบกราฟ (Chart Patterns) เช่น Cup & Handle, Triangle, Flag, Head & Shoulders
การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ได้พยากรณ์อนาคตแน่นอน แต่ช่วยเพิ่ม “โอกาส” ในการตัดสินใจ ควรใช้ร่วมกับ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทางทีมงานไม่ได้นำเสนอในส่วนนี้ แต่ก่อนที่ผู้ลงทุนหุ้นตัวใดก็ตามที่ ได้วิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน มาทุกข้อแล้วเวลาจะเข้าลงทุนหุ้นตัวไหนก็ตามควรมีการวิเคราะห์ กราฟเทคนิค หรือ Technical analysis ก่อนทุกครั้งเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสในการลงทุน.
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท

