วิเคราะห์ หุ้น THRE บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น THRE บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น THRE บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ THRE อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ประกันภัยและประกันชีวิต (Insurance) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจการเงิน (Financials)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น THRE
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE ดำเนินธุรกิจหลักด้าน การรับประกันภัยต่อ (Professional Reinsurer) โดยรับความเสี่ยงต่อจากบริษัทประกันภัย ทั้งในด้านทรัพย์สิน อุบัติเหตุ วิศวกรรม ภัยทางทะเลและการขนส่งสินค้า ดังนั้น “ทรัพย์สิน” ที่สำคัญของ THRE จึงแตกต่างจากบริษัทอุตสาหกรรมทั่วไป เพราะเน้น สินทรัพย์ทางการเงิน เงินลงทุน และสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาประกันภัย มากกว่าเครื่องจักรหรือโรงงาน

  1. สินทรัพย์จากสัญญาประกันภัยและประกันภัยต่อ
    เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินธุรกิจหลักของ THRE ได้แก่ สิทธิและผลประโยชน์ที่บริษัทมีจากสัญญาประกันภัย/ประกันภัยต่อ โดยข้อมูล SET แสดง สินทรัพย์จากการประกันภัยต่อสุทธิ อยู่ที่ประมาณ 1,758.98 ล้านบาท ในงวดที่แสดงล่าสุดใน Factsheet
    สินทรัพย์กลุ่มนี้สะท้อนความสามารถในการบริหารพอร์ตความเสี่ยงและการเรียกร้องค่าสินไหมระหว่างบริษัทประกันภัยต่อกับบริษัทประกันภัยคู่สัญญา
  2. เงินลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงิน
    สำหรับธุรกิจประกันภัยต่อ เงินทุนที่ได้รับจากการรับประกันภัยสามารถนำไปบริหารจัดการและลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินที่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
    ดังนั้น พอร์ตเงินลงทุน จึงถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของ THRE เพราะนอกจากรายได้จากการรับประกันภัยแล้ว บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการลงทุนได้ด้วย โดยในงบการเงินของบริษัทมีรายการที่เกี่ยวข้องกับรายได้จากการลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงิน
  3. ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
    THRE มีทรัพย์สินประเภท ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ สำหรับสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท เช่น อาคารสำนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน ระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ
    ข้อมูล SET ระบุ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิประมาณ 222.39 ล้านบาท ในข้อมูลทางการเงินที่แสดงใน Factsheet
    อย่างไรก็ตาม สำหรับ THRE ทรัพย์สินประเภทนี้ไม่ได้เป็นหัวใจหลักของการสร้างรายได้เหมือนโรงงานของบริษัทอุตสาหกรรม แต่เป็น โครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนธุรกิจรับประกันภัยต่อ
  4. ลูกหนี้และเงินค้างรับจากธุรกิจประกันภัย
    ธุรกิจรับประกันภัยต่อมีรายการลูกหนี้และเงินค้างรับจากบริษัทประกันภัยคู่สัญญา รวมถึงรายได้หรือผลประโยชน์ที่ยังไม่ได้รับชำระ
    สินทรัพย์ประเภทนี้มีความสำคัญต่อ สภาพคล่องและกระแสเงินสด ของบริษัท เพราะ THRE ต้องบริหารระยะเวลาการรับเงินจากคู่สัญญาให้สอดคล้องกับภาระการจ่ายค่าสินไหมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
  5. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
    เป็นสินทรัพย์สภาพคล่องสูงที่ใช้สำหรับการดำเนินงานประจำวัน รวมถึงรองรับการจ่ายค่าสินไหมและภาระผูกพันจากธุรกิจประกันภัยต่อ
    สำหรับธุรกิจประกันภัย การมีสภาพคล่องที่เหมาะสมถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะบริษัทต้องสามารถรองรับการเรียกร้องค่าสินไหมที่อาจเกิดขึ้นได้ตามเงื่อนไขของสัญญา
  6. สินทรัพย์รวมของบริษัท
    จากข้อมูลทางการเงินของ THRE สินทรัพย์รวม ณ ปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 6,752 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณ 5,804 ล้านบาทในปี 2567 (ปรับปรุงใหม่) ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ประมาณ 4,002 ล้านบาท
ประเภททรัพย์สินความสำคัญต่อ THRE
สินทรัพย์จากสัญญาประกันภัย/ประกันภัยต่อ⭐⭐⭐⭐⭐
เงินลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงิน⭐⭐⭐⭐⭐
ลูกหนี้/เงินค้างรับจากธุรกิจประกันภัย⭐⭐⭐⭐
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด⭐⭐⭐⭐
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์⭐⭐
สินทรัพย์อื่น ๆ⭐⭐

มุมมองสำหรับนักลงทุน

จุดสำคัญของ THRE คือไม่ได้วัดความแข็งแกร่งจาก “โรงงานหรือเครื่องจักร” แต่ต้องมองที่คุณภาพของสินทรัพย์ทางการเงิน + พอร์ตการรับประกันภัยต่อ + ความสามารถในการบริหารความเสี่ยง กล่าวง่าย ๆ คือ

“ทรัพย์สินของ THRE คือฐานทุนที่นำไปบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนจากธุรกิจรับประกันภัยต่อ”

โดยบริษัทมีสินทรัพย์รวมระดับหลายพันล้านบาท และธุรกิจหลักครอบคลุมการรับประกันภัยต่อด้านทรัพย์สิน อุบัติเหตุ วิศวกรรม ภัยทางทะเลและการขนส่งสินค้า

หมายเหตุ: ตัวเลขสินทรัพย์ข้างต้นอ้างอิงข้อมูลทางการเงินที่เผยแพร่โดยบริษัทและ SET; บริษัทมีงบล่าสุดถึง ไตรมาส 2/2569 ในระบบ SET และข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงตามงวดบัญชีใหม่


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น THRE
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
โครงสร้างกลุ่มของ THRE ในปัจจุบันมีธุรกิจหลักคือ การรับประกันภัยต่อ (Reinsurance) และมีการต่อยอดไปสู่ธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัย โดยเฉพาะ InsurTech, การจัดการสินไหม, TPA, คณิตศาสตร์ประกันภัย และบริการด้านสุขภาพ

  1. บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) — BVG
    THRE ถือหุ้น 65%
    เป็นบริษัทแกนหลักด้าน InsurTech
    ให้บริการแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ประกันภัยรถยนต์
    ระบบสำคัญคือ EMCS ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการเคลม การแจ้งเคลม และการบริหารเครือข่ายอู่
    ปี 2568 BVG มีรายได้จากระบบ EMCS 254.46 ล้านบาท
  2. บริษัท บลูเวนเจอร์ ทีพีเอ จำกัด — BVTPA
    เป็นบริษัทย่อยของ BVG
    ทำธุรกิจ Third Party Administrator (TPA)
    ให้บริการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลและสินไหมทดแทน
    รวมถึงบริการให้คำปรึกษา ฝึกอบรม และบริการสนับสนุนแก่ธุรกิจประกันภัย
    ปี 2568 มีรายได้ 259.24 ล้านบาท
  3. บริษัท บลูเวนเจอร์ แอคชัวเรียล จำกัด — BVA
    บริษัทย่อยของ BVG
    ให้บริการด้าน คณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Services)
    ให้คำปรึกษาและจัดทำงานวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย
  4. บริษัท บลูเวนเจอร์ เทค จำกัด — BVTECH
    บริษัทย่อยของ BVG
    เน้น นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ
    พัฒนาและให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย
  5. บริษัท บลูเวนเจอร์ เอชซีเอ็ม จำกัด — BVHCM
    บริษัทย่อยในกลุ่ม BVG
    ให้บริการด้าน การวางแผนดูแลสุขภาพและคำปรึกษาด้านสุขภาพ
    เป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจจากประกันภัยไปสู่บริการด้านสุขภาพ

บริษัทที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม BVG
นอกจากบริษัทย่อยแล้ว กลุ่มยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น
Cambodia Re BlueVenture Co., Ltd. (CRBV) — การร่วมทุนด้านบริการที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัย สุขภาพ รถยนต์ คณิตศาสตร์ประกันภัย และเทคโนโลยี
Data Tech Transformation Co., Ltd. (DTT) — ธุรกิจแพลตฟอร์มสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อสำหรับอู่ซ่อมรถ และรองรับการขยายธุรกิจ TPA รวมถึงงาน Cyber Insurance และ Carbon Credit
สรุปโครงสร้างแบบเข้าใจง่าย
THRE
↓ ถือหุ้น 65%
BVG – BlueVenture Group
├── BVTPA → TPA / จัดการสินไหม / สุขภาพ
├── BVA → คณิตศาสตร์ประกันภัย
├── BVTECH → เทคโนโลยี / InsurTech
└── BVHCM → บริการสุขภาพ
ขณะเดียวกันยังมี CRBV และ DTT ที่เข้ามาเสริมระบบนิเวศด้านประกันภัยและเทคโนโลยีของกลุ่ม
จุดที่น่าจับตาของโครงสร้างกลุ่ม THRE
จุดสำคัญคือ THRE ไม่ได้มีรายได้จากการรับประกันภัยต่อเพียงอย่างเดียว แต่มีธุรกิจบริการผ่านกลุ่ม BVG เข้ามาช่วยสร้างรายได้จาก InsurTech + TPA + Health + Actuarial + IT โดยในปี 2568 กลุ่มธุรกิจบริการของ BVG มีรายได้รวม 604.32 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการคิดเป็น 98.27% ของรายได้รวม
อีกประเด็นที่ควรติดตามคือ แผนปรับโครงสร้างการถือหุ้นของ THRE ในปี 2569 ซึ่งระบุแผนจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งใหม่ และมีแผนโอนหุ้น BVG ที่ THRE ถืออยู่ 65% ไปยังบริษัทโฮลดิ้งดังกล่าวเป็น 2 งวด ดังนั้นโครงสร้างกลุ่มในอนาคตอาจเปลี่ยนจากโครงสร้างปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปสั้น ๆ:
THRE = ธุรกิจรับประกันภัยต่อ + BVG = เครื่องยนต์ธุรกิจบริการ/InsurTech
โดยมี TPA, ระบบเคลมรถยนต์, Actuarial, IT และ Health Services เป็นธุรกิจสำคัญที่ช่วยขยาย Ecosystem ของกลุ่มไทยรี



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น THRE
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE ดำเนินธุรกิจรับประกันภัยต่อ (Reinsurance) ให้กับบริษัทประกันภัย โดยครอบคลุมประกันภัยรถยนต์ ทรัพย์สิน สุขภาพ อุบัติเหตุ วิศวกรรม รวมถึงภัยทางทะเลและการขนส่ง
จากข้อมูลปี 2568 จุดที่ต้องจับตาค่อนข้างชัดคือ ความผันผวนของผลประกอบการจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ โดย Combined Ratio เพิ่มเป็น 98.3% จาก 85.1% ในปีก่อน หลังได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและน้ำท่วมภาคใต้ ขณะที่กำไรจากการรับประกันภัยต่อเหลือ 53 ล้านบาท และกำไรสุทธิเหลือ 19 ล้านบาท

  1. ความเสี่ยงจากภัยพิบัติและเหตุการณ์รุนแรง
    ธุรกิจรับประกันภัยต่อมีความเสี่ยงโดยตรงจาก แผ่นดินไหว น้ำท่วม พายุ และภัยธรรมชาติขนาดใหญ่ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรง บริษัทอาจต้องจ่ายค่าสินไหมในวงกว้างพร้อมกัน
    ปี 2568 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยเหตุการณ์แผ่นดินไหวในไตรมาส 1 และน้ำท่วมภาคใต้ในไตรมาส 4 กดดัน Combined Ratio ขึ้นมาอยู่ที่ 98.3%
    ประเด็นที่ต้องติดตาม: Loss Ratio, Combined Ratio และประมาณการค่าสินไหมจากภัยพิบัติ
  2. ความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาลและเงินเฟ้อทางการแพทย์
    ธุรกิจประกันสุขภาพมีความเสี่ยงจาก Medical Inflation หรือค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับเบี้ยประกัน
    THRE ระบุว่าได้ปรับลดการรับประกันภัยสุขภาพในส่วนที่ได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ ซึ่งสะท้อนว่าต้นทุนด้านสุขภาพเป็นปัจจัยที่บริษัทต้องบริหารอย่างใกล้ชิด
    หากต้นทุนเคลมเพิ่มเร็วกว่ารายได้เบี้ยประกัน อัตรากำไรจากการรับประกันภัยจะถูกกดดัน
  3. ความเสี่ยงจากการตั้งราคาเบี้ยประกันภัยต่อ
    การรับประกันภัยต่อจำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงและกำหนดราคาเบี้ยให้เหมาะสม หากบริษัทรับความเสี่ยงในราคาที่ต่ำเกินไป อาจเกิดปัญหา เบี้ยประกันไม่เพียงพอต่อค่าสินไหมและค่าใช้จ่าย
    ดังนั้น การเติบโตของเบี้ยประกันเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าธุรกิจดีขึ้น ต้องดูควบคู่กับ Combined Ratio และ Underwriting Profit
  4. ความเสี่ยงจากความผันผวนของกำไร
    ธุรกิจประกันภัยต่อมีลักษณะกำไรที่อาจผันผวนสูง เพราะผลประกอบการขึ้นอยู่กับทั้งจำนวนและความรุนแรงของเคลม
    ปี 2568 THRE มีรายได้ 3,459.82 ล้านบาท ลดจาก 3,514.21 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่กำไรสุทธิลดลงเหลือเพียง 19.03 ล้านบาท จาก 293.66 ล้านบาทในปีก่อน
    จึงต้องระวังการประเมินมูลค่าหุ้นจากกำไรของปีใดปีหนึ่งเพียงอย่างเดียว
  5. ความเสี่ยงจากรายได้การลงทุนและตลาดการเงิน
    บริษัทประกันและบริษัทรับประกันภัยต่อไม่ได้พึ่งพาเฉพาะกำไรจากการรับประกันภัย แต่ยังมีรายได้จากการนำเงินทุนและเงินสำรองไปลงทุน
    ดังนั้น ดอกเบี้ย อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ราคาหุ้น และภาวะตลาดทุน สามารถส่งผลต่อรายได้จากการลงทุนและมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทได้
    ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวน ผลตอบแทนจากพอร์ตลงทุนอาจไม่สม่ำเสมอ
  6. ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของธุรกิจ
    THRE มีลูกค้าหลักเป็นบริษัทประกันวินาศภัยในประเทศ และมีลูกค้าต่างประเทศบางส่วน
    จึงมีความเสี่ยงจาก การกระจุกตัวในตลาดใดตลาดหนึ่งหรือกลุ่มลูกค้าบางประเภท หากตลาดประกันภัยไทยชะลอตัว หรือบริษัทประกันภัยคู่ค้าปรับลดการส่งงานรับประกันภัยต่อ อาจกระทบต่อเบี้ยรับของ THRE
  7. ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์และเงินกองทุน
    ธุรกิจประกันภัยต่อเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวด บริษัทต้องรักษาระดับเงินกองทุนและบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับ
    การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ด้าน เงินกองทุน การสำรอง การรายงานทางการเงิน หรือมาตรฐานการกำกับดูแล อาจทำให้บริษัทมีต้นทุนในการดำเนินงานและบริหารเงินทุนเพิ่มขึ้น
  8. ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
    ตลาดรับประกันภัยต่อมีการแข่งขันจากทั้งบริษัทในประเทศและผู้รับประกันภัยต่อระดับนานาชาติ
    การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้บริษัทต้องเลือกระหว่าง เพิ่มปริมาณเบี้ยรับ กับ รักษาคุณภาพของพอร์ตและอัตรากำไร หากเน้นการเติบโตมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงในการรับประกันภัย

สรุปแบบนักลงทุน

ความเสี่ยงระดับที่ควรจับตา
🌪️ ภัยธรรมชาติ / Catastropheสูง
🏥 Medical Inflationสูง
📉 ความผันผวนของกำไรสูง
💰 รายได้จากการลงทุนปานกลาง-สูง
🛡️ การตั้งราคาและค่าสินไหมสูง
🏢 การกระจุกตัวของลูกค้า/ตลาดปานกลาง
⚖️ กฎเกณฑ์และเงินกองทุนปานกลาง-สูง
🥊 การแข่งขันในธุรกิจ Reinsuranceปานกลาง

มุมมองสำคัญ: จุดที่ต้องจับตา THRE ไม่ใช่เพียง “เบี้ยประกันโตหรือไม่” แต่คือ บริษัทสามารถรับความเสี่ยงได้ในราคาที่เหมาะสมหรือไม่ และควบคุม Combined Ratio ให้อยู่ในระดับที่สร้างกำไรได้หรือไม่ เพราะปี 2568 แสดงให้เห็นแล้วว่าเหตุการณ์ภัยพิบัติขนาดใหญ่สามารถทำให้กำไรจากการรับประกันภัยและกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญได้

สำหรับการวิเคราะห์หุ้น THRE ต่อในเชิง สาย VI ควรดูต่อที่ ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ + กลุ่มบริษัทในเครือ + พัฒนาการสำคัญ + วิเคราะห์งบการเงิน เพื่อประเมินว่าการฟื้นตัวของกำไรมีความยั่งยืนแค่ไหน.


ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น THRE
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE ดำเนินธุรกิจรับประกันภัยต่อ (Professional Reinsurer) ครอบคลุมประกันภัยทรัพย์สิน อุบัติเหตุ สุขภาพ วิศวกรรม รวมถึงภัยทางทะเลและการขนส่ง โดยมีลูกค้าหลักเป็นบริษัทประกันวินาศภัยในประเทศ และขยายตลาดไปต่างประเทศในบางส่วน
🔹 1. ขยายธุรกิจรับประกันภัยทั้งในและต่างประเทศ
หลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย THRE เดินหน้าขยายธุรกิจในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยเติบโตต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
🔹 2. เดินหน้าผลิตภัณฑ์กลุ่ม Non-conventional
หนึ่งในทิศทางสำคัญของ THRE คือการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยกลุ่ม Non-conventional กับลูกค้าและคู่ค้า เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบดั้งเดิม โดยบริษัทระบุว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
🔹 3. ขยายธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัย
THRE ไม่ได้มุ่งเฉพาะธุรกิจรับประกันภัยต่อ แต่ขยายไปสู่ ธุรกิจบริการด้านประกันภัย ผ่านบริษัทในเครือ โดยเฉพาะ บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 และมีการขยายบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ
🔹 4. ยกระดับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี
บริษัทให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยมีทั้งการพัฒนา AI Projects ในธุรกิจบริการ และการนำ Blockchain มาใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
🔹 5. รายได้จากธุรกิจบริการเติบโต
ในปี 2568 รายได้จากการให้บริการสุทธิอยู่ที่ 64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.3% จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากบริการด้านสินไหมประกันภัยสุขภาพ และบริการคณิตศาสตร์ประกันภัยตามมาตรฐาน TFRS 17 ซึ่งมีลูกค้าให้การตอบรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
🔹 6. รับมือเหตุการณ์แผ่นดินไหวและน้ำท่วม
ปี 2568 เป็นปีที่ THRE เผชิญเหตุการณ์ภัยธรรมชาติสำคัญ ได้แก่ แผ่นดินไหวในไตรมาส 1 และน้ำท่วมภาคใต้ในไตรมาส 4 แต่บริษัทสามารถรักษาผลการรับประกันภัยต่อให้มีกำไรประมาณ 53 ล้านบาท และมี Combined Ratio ที่ 98.3%
🔹 7. ผลประกอบการปี 2568 กลับมามีกำไร
ปี 2568 THRE มีรายได้รวมประมาณ 3,459.82 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิประมาณ 19.03 ล้านบาท แม้กำไรลดลงจากปี 2567 ที่ 293.66 ล้านบาท แต่ยังสามารถรักษาผลประกอบการให้เป็นบวกท่ามกลางเหตุการณ์ภัยธรรมชาติและแรงกดดันด้านต้นทุนประกันภัย
🔹 8. ผลประกอบการครึ่งปี 2569 ฟื้นตัวเด่น
ข้อมูลล่าสุดของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า 6 เดือนแรกปี 2569 THRE มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 197.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 36.90 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลการดำเนินงานบริการประกันภัยอยู่ที่ 164.70 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 93.07 ล้านบาท
🔥 9. พัฒนาการครั้งใหญ่ในปี 2569: แผนปรับโครงสร้างและเพิกถอนหุ้น
ประเด็นสำคัญที่สุดของ THRE ในปี 2569 คือ แผนปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ รวมถึงการขอเพิกถอนหุ้น THRE ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยคณะกรรมการมีมติเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ให้ดำเนินการขอถอนหุ้นออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
นอกจากนี้ เว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทได้เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับ การเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยบริษัท ไทยรี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่นักลงทุน THRE ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
🔹 10. โครงสร้างผู้ถือหุ้นมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ชัดเจน
ณ วันที่ 2 เมษายน 2569 HWIC ASIA FUND A/C CLASS C ถือหุ้น THRE จำนวนประมาณ 47.14% ขณะที่ผู้ถือหุ้น 10 อันดับแรกถือรวมกันประมาณ 63.80% สะท้อนโครงสร้างการถือหุ้นที่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในสัดส่วนสูง
📌 สรุปพัฒนาการ THRE แบบจับประเด็น
THRE กำลังเปลี่ยนจาก “บริษัทรับประกันภัยต่อ” สู่ธุรกิจที่มีรายได้หลากหลายมากขึ้น โดยมี 4 แกนสำคัญ ได้แก่
รับประกันภัยต่อ → Non-conventional → ธุรกิจบริการ → เทคโนโลยี/AI
ขณะเดียวกัน ปี 2569 ถือเป็นปีที่มีจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ จากแผนปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ รวมถึงกระบวนการเสนอซื้อและการเพิกถอนหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้น หากวิเคราะห์ THRE ในมุมหุ้น สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่แค่กำไร แต่รวมถึง ผลประกอบการหลังการฟื้นตัว, คุณภาพพอร์ตรับประกันภัย, Combined Ratio, รายได้จากธุรกิจบริการ และความคืบหน้าของแผนเพิกถอนหุ้น ด้วย


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568)งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด324.26362.59460.15413.32598.66
สินทรัพย์จากสัญญาประกันภัย589.37123.99116.37155.06113.68
รายได้จากการลงทุนค้างรับ0.891.580.899.733.35
สินทรัพย์จากการประกันภัยต่อ – สุทธิ1,758.98250.301,285.401,371.21739.84
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ – สุทธิ222.39275.86253.96265.18252.73
รวมสินทรัพย์7,812.985,803.576,751.836,894.586,548.34
หนี้สินจากสัญญาประกันภัย3,200.101,431.892,434.052,639.062,013.20
หนี้สินจากสัญญาประกันภัยต่อ500.3847.2233.6227.8228.73
รวมหนี้สิน4,011.631,790.232,749.952,955.212,324.06
ทุนจดทะเบียน3,709.193,709.193,709.193,709.193,709.19
ทุนที่ออกและชำระแล้ว3,709.193,709.193,709.193,709.193,709.19
ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) มูลค่าหุ้น–––––
กำไร (ขาดทุน) สะสม-137.15126.26118.46157.05310.63
หุ้นทุนซื้อคืน–––––
หุ้นของบริษัทที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่3,542.733,750.693,730.883,675.313,954.52

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568)
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการประกันภัย4,597.812,894.192,764.191,396.391,231.64
ค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัย3,962.002,325.513,623.202,397.84837.22
ค่าใช้จ่ายสุทธิจากสัญญาประกันภัยต่อที่ถือไว้-112.70-162.34912.011,050.98-229.72
ผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย523.10406.3453.0049.53164.70
รายได้จากการลงทุนสุทธิ68.9784.1675.9653.3093.07
รายได้ (ค่าใช้จ่าย) ทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิ–-4.055.572.83-3.46
รายได้จากการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิ68.9780.1181.5356.1389.61
ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่น141.78––––
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน257.83172.72166.7376.17112.06
กำไร (ขาดทุน) ก่อนภาษีเงินได้285.74361.2619.2856.05251.94
ภาษีเงินได้54.3567.600.258.5846.51
การแบ่งปันกำไร (ขาดทุน) สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่209.58275.31-2.7436.90197.89
กำไร (ขาดทุน) ต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท/หุ้น)0.050.07-0.000.010.05

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568)
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิได้มาจาก (ใช้ไปใน) กิจกรรมดำเนินงาน-353.2067.13159.8385.11173.06
เงินสดสุทธิได้มาจาก (ใช้ไปใน) กิจกรรมลงทุน66.99-9.22-41.24-22.26-23.46
เงินสดสุทธิได้มาจาก (ใช้ไปใน) กิจกรรมจัดหาเงิน321.21-19.56-21.04-12.14-11.04
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เพิ่มขึ้น (ลดลง) สุทธิ34.9938.3597.5550.70138.56

วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น THRE
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
ผมอ้างอิง งบล่าสุดไตรมาส 2/2569 (6 เดือนแรกปี 2569) เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และมองประกอบกับงบปี 2568 เพื่อให้เห็นทั้ง “การฟื้นตัว” และ “คุณภาพกำไร” ของ THRE โดยตรง

  1. ภาพรวมผลประกอบการ — “กำไรฟื้นตัวแรง”
    จุดเด่นที่สุดของ THRE ในงวด 6 เดือน/2569 คือ กำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 197.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเพียง 36.90 ล้านบาท ใน 6 เดือน/2568 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 436% YoY
รายการ6M/25686M/2569มุมมอง
รายได้จากการประกันภัย1,396.4 ลบ.1,231.6 ลบ.ลดลง
ผลดำเนินงานบริการประกันภัย49.5 ลบ.164.7 ลบ.ดีขึ้นมาก
รายได้ลงทุนสุทธิ53.3 ลบ.93.1 ลบ.+75.7%
กำไรก่อนภาษี56.1 ลบ.251.9 ลบ.พุ่งแรง
กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น36.9 ลบ.197.9 ลบ.+436.3%
EPS0.009 บ.0.047 บ.ฟื้นตัวชัดเจน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การเติบโตของกำไรไม่ได้มาจากการเพิ่มรายได้ประกันภัยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากต้นทุน/ผลจากสัญญาประกันภัยต่อที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นด้วย จุดที่น่าสนใจที่สุด: ผลการรับประกันภัยเริ่มกลับมา
ปี 2568 ถือเป็นปีที่ค่อนข้างอ่อนแอของ THRE
ผลการดำเนินงานบริการประกันภัยลดลงเหลือเพียง 53 ล้านบาท จาก 406 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่ Combined Ratio เพิ่มจาก 85.1% เป็น 98.3%
Combined Ratio เป็นตัวเลขสำคัญมากสำหรับธุรกิจประกันภัย
ต่ำกว่า 100% = โดยหลักแล้วธุรกิจรับประกันภัยมีกำไรทางเทคนิค
สูงกว่า 100% = ธุรกิจรับประกันภัยขาดทุนทางเทคนิค
ดังนั้น 98.3% ในปี 2568 แม้กำไรจากการรับประกันจะบางมาก แต่ยังอยู่ใกล้จุดคุ้มทุน
สิ่งที่น่าสนใจคือใน 6 เดือนแรกปี 2569 ผลการดำเนินงานบริการประกันภัยกลับมาเป็น 164.7 ล้านบาท จาก 49.5 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน
นี่คือสัญญาณบวกที่สำคัญกว่าแค่ตัวเลขกำไรสุทธิ

ทำไมกำไรปี 2569 ถึงฟื้นตัวแรง?
หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือ ค่าใช้จ่ายสุทธิจากสัญญาประกันภัยต่อที่ถือไว้
6M/2568 อยู่ที่ประมาณ 1,051 ล้านบาท แต่ 6M/2569 กลายเป็น -229.7 ล้านบาท ซึ่งช่วยให้ผลการดำเนินงานจากธุรกิจประกันภัยดีขึ้นอย่างมาก
พูดง่าย ๆ คือ
ปี 2568 ต้นทุน/ภาระจากการประกันภัยต่อกดกำไรหนัก แต่ปี 2569 แรงกดดันส่วนนี้ลดลงอย่างชัดเจน
จึงต้องระวังว่า กำไร +436% ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการเติบโตแบบ Organic ทั้งหมด เพราะฐานกำไร 6M/2568 ต่ำผิดปกติ และโครงสร้างของผลจากสัญญาประกันภัยมีความผันผวนตามธรรมชาติของธุรกิจประกันภัยต่อ

รายได้จากการลงทุน — อีกเครื่องยนต์หนึ่งของกำไร
รายได้จากการลงทุนสุทธิใน 6M/2569 อยู่ที่ 93.07 ล้านบาท เพิ่มจาก 53.30 ล้านบาท ใน 6M/2568 หรือประมาณ +75.7%
สำหรับบริษัทรับประกันภัยต่อ รายได้จากการลงทุนมีความสำคัญ เพราะบริษัทได้รับเงินเบี้ยประกันและมีเงินทุนสำรองที่สามารถนำไปลงทุนได้
ดังนั้น THRE มีลักษณะกำไร 2 เครื่องยนต์

Underwriting
→ รับประกันภัยต่อ
→ ควบคุมค่าสินไหม/ค่าใช้จ่าย
→ ทำให้ Combined Ratio ดี

Investment
→ นำเงินทุนไปลงทุน
→ สร้างรายได้จากการลงทุน
ในปี 2569 ทั้งสองส่วนมีทิศทางดีขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อคุณภาพกำไร

ฐานะการเงิน — แข็งแรงขึ้นจากปีก่อน
ณ 30 มิ.ย. 2569
สินทรัพย์รวม 6,548 ล้านบาท
หนี้สินรวม 2,324 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 3,955 ล้านบาท
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 599 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 สินทรัพย์ลดลงจาก 6,752 ล้านบาท แต่ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มจากประมาณ 3,731 ล้านบาทเป็น 3,955 ล้านบาท
ที่น่าสนใจคือ D/E ลดลงเหลือประมาณ 0.55 เท่า จาก 0.69 เท่า ณ สิ้นปี 2568 ตามข้อมูล SET
จึงมองได้ว่า งบดุลไม่ได้อยู่ในภาวะตึงตัว

กระแสเงินสด — เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ
6M/2569 THRE มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานประมาณ 173 ล้านบาท ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 139 ล้านบาท
นี่เป็นสัญญาณที่ดี เพราะกำไรไม่ได้เกิดขึ้นบนงบกำไรขาดทุนเพียงอย่างเดียว แต่บริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจประกันภัย กระแสเงินสดอาจผันผวนตามจังหวะการรับเบี้ย การจ่ายเคลม และธุรกรรมประกันภัยต่อ จึงควรติดตามเป็นรายไตรมาส

ROE / ROA — เริ่มกลับมาในระดับที่น่าสนใจ
ข้อมูล SET แสดงว่า 6M/2569 มี
ROE ประมาณ 4.15%
ROA ประมาณ 3.22%
Net Profit Margin ประมาณ 12.52%
เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ ROE อยู่เพียงประมาณ -0.07% และ ROA ประมาณ 0.33% ถือว่าการฟื้นตัวชัดเจน
แต่ถ้ามองในมุม VI ต้องบอกว่า ROE 4.15% ยังไม่ได้สูงมาก
ดังนั้นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อคือ
THRE สามารถรักษา ROE ให้สูงขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่
ไม่ใช่ดูเพียงกำไร 1–2 ไตรมาส

จุดแข็งของ THRE
🟢 1. กำไรฟื้นตัวแรง
กำไร 6M/2569 เพิ่มกว่า 4 เท่าจากฐานต่ำ
🟢 2. ผลการรับประกันภัยดีขึ้น
ผลดำเนินงานบริการประกันภัยเพิ่มจาก 49.5 → 164.7 ล้านบาท
🟢 3. รายได้ลงทุนเติบโต
รายได้ลงทุนสุทธิเพิ่มประมาณ 75.7% YoY
🟢 4. ฐานะการเงินค่อนข้างแข็งแรง
D/E ลดลงเหลือประมาณ 0.55 เท่า และส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น
🟢 5. Solvency แข็งแรง
ข้อมูลบริษัทระบุ CAR ปี 2568 ที่ 330% ซึ่งสูงกว่าระดับขั้นต่ำที่ใช้เป็นเกณฑ์กำกับดูแลอย่างมาก

จุดที่ต้องระวัง ⚠️
🔴 1. รายได้จากการประกันภัยยังลดลง
6M/2569 รายได้จากการประกันภัยอยู่ที่ประมาณ 1,231.6 ล้านบาท ลดจาก 1,396.4 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน
ดังนั้นการเติบโตของกำไรยังไม่ได้มาจากการขยาย Top Line อย่างชัดเจน
🔴 2. กำไรมีความผันผวนสูง
ปี 2567 กำไรส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 275 ล้านบาท แต่ปี 2568 พลิกเป็นขาดทุนประมาณ 2.7 ล้านบาท ก่อนกลับมาเป็นกำไร 197.9 ล้านบาทใน 6M/2569
แสดงให้เห็นว่า กำไรของ THRE มีความผันผวนตามผลการรับประกันภัยค่อนข้างมาก
🔴 3. Combined Ratio ต้องจับตา
ปี 2568 Combined Ratio ขยับขึ้นเป็น 98.3% จาก 85.1% ในปี 2567
หากในอนาคตกลับไปทะลุ 100% จะเป็นสัญญาณว่าธุรกิจรับประกันภัยเริ่มสร้างผลขาดทุนทางเทคนิค
🔴 4. อย่าดู P/E จากกำไรปีเดียว
เพราะกำไร THRE มีความผันผวนสูง การใช้ P/E จากกำไร 1 ปีอาจทำให้หุ้นดู “ถูก” หรือ “แพง” ผิดไปจากพื้นฐานจริง
สำหรับ THRE ควรดูร่วมกับ
P/BV + ROE + Combined Ratio + CAR + แนวโน้มกำไรจากการรับประกันภัย
มากกว่า P/E เพียงตัวเดียว

มุมมองแบบ VI
ถ้ามอง THRE ในสไตล์ Value Investor ผมมองว่า
“งบกำลังอยู่ในช่วง Turnaround มากกว่าช่วง Growth”
สิ่งที่ทำให้ THRE น่าสนใจคือ กำไรกลับมาเร็ว ฐานะเงินทุนแข็งแรง และผลการรับประกันภัยเริ่มดีขึ้น
แต่สิ่งที่ยังต้องพิสูจน์คือ ความยั่งยืนของกำไร
เพราะปี 2568 เพิ่งแสดงให้เห็นว่ากำไรของบริษัทสามารถหดตัวแรงได้เมื่อ Combined Ratio และต้นทุนจากสัญญาประกันภัยไม่เอื้ออำนวย


🔥 THRE จับตา! ราคากำลังสร้างฐาน หลังเจอแรงขาย — จุดชี้ขาดอยู่ที่ “แนวต้าน + วอลุ่ม”
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE ปิดล่าสุดวันที่ 7 ต.ค. 2569 ที่ 0.53 บาท ลดลง 0.01 บาท หรือ -1.85% โดยระหว่างวันแกว่งในกรอบ 0.53–0.55 บาท และมีปริมาณซื้อขายประมาณ 3.48 ล้านหุ้น
ในมุม Technical 100% ภาพล่าสุดต้องจับตาว่า THRE จะสามารถหยุดการอ่อนตัวและกลับมาสร้างแรงส่งได้หรือไม่ เพราะราคาปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าระดับ 0.60 บาท หลังจากก่อนหน้านี้เคยพุ่งขึ้นแรงถึง 0.70 บาท เมื่อ 15 ก.ย. พร้อมวอลุ่มกว่า 38.6 ล้านหุ้น ซึ่งสะท้อนว่าบริเวณดังกล่าวมีแรงซื้อขายหนาแน่นมาก\
📊 มุมกราฟที่ต้องจับตา
แนวรับ
🟢 0.52–0.53 บาท — ฐานระยะสั้น ต้องรักษาให้ได้
🟢 0.50 บาท — แนวรับเชิงจิตวิทยา
🔴 หากหลุด 0.50 บาท ต้องระวังแรงขายกดให้ภาพ Technical เสียมากขึ้น
แนวต้าน
⚡ 0.55 บาท — ด่านแรก ต้องผ่านให้ได้
⚡ 0.58–0.60 บาท — แนวต้านสำคัญของรอบฟื้นตัว
🚀 0.62–0.65 บาท — โซนที่ต้องใช้ Momentum + Volume เข้ามายืนยัน
🔥 0.69–0.70 บาท — High เดิม/แนวต้านใหญ่

🚨 จุดสำคัญที่สุด: “Breakout ต้องมี Volume”
THRE ตอนนี้ยัง ไม่ใช่จังหวะไล่ราคาแบบเต็มตัว สิ่งที่สายเทคนิคต้องการเห็นคือ
ราคาเบรก 0.55 → ยืนเหนือ 0.58–0.60 → วอลุ่มเร่งตัว
ถ้าเกิดภาพนี้ได้จริง จะเริ่มเปลี่ยนจาก “หุ้นพักตัว” → “หุ้นกำลังกลับมาเล่นรอบ”
แต่ถ้าดีดขึ้นแล้ว วอลุ่มไม่ตาม และไม่สามารถผ่าน 0.55–0.60 บาทได้ มีโอกาสกลับไปแกว่งสร้างฐานต่อ
📈 สัญญาณ Bullish ที่ต้องรอ
THRE จะเริ่มน่าสนใจขึ้นทันที หากเห็น 3 อย่างพร้อมกัน
ราคาเบรกแนวต้าน 0.55 บาท
วอลุ่มเพิ่มขึ้นชัดเจนกว่าช่วงพักตัว
ราคาสามารถยืนเหนือ 0.58–0.60 บาท ได้
จากนั้นโซน 0.62–0.65 บาท จะกลายเป็นด่านทดสอบ Momentum รอบใหม่
หากผ่านได้พร้อมวอลุ่ม มีโอกาสเปิดทางกลับไปทดสอบ 0.69–0.70 บาท ซึ่งเป็นบริเวณ High สำคัญก่อนหน้า
⚠️ จุดที่ต้องระวัง
ภาพ Technical จะเริ่มเสียทรง หาก 0.50 บาทเอาไม่อยู่ โดยเฉพาะถ้าหลุดพร้อม Volume เพิ่มขึ้น เพราะจะสะท้อนว่าแรงขายยังควบคุมเกม
อีกประเด็นที่ทำให้ THRE มีความผันผวนเฉพาะตัวในช่วงนี้คือบริษัทอยู่ระหว่างกำหนดการทำคำเสนอซื้อโดย ไทยรี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เพื่อการเพิกถอน โดยกำหนดระยะเวลารับซื้อ 23 ก.ย.–20 พ.ย. 2569 และเป็นการแลกหุ้นในอัตรา 1 THRE ต่อ 1 หุ้นของ THREH ดังนั้นการอ่านกราฟควรแยก “แรงเก็งกำไรจากเหตุการณ์” ออกจาก Momentum ทางเทคนิคด้วย
🎯 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
THRE = อยู่ในช่วง “จับตาสร้างฐาน”
🔥 เบรก 0.55 + Volume = เริ่มมีสัญญาณตื่น
🔥 ผ่าน 0.58–0.60 = Momentum เริ่มกลับมา
🚀 ผ่าน 0.62–0.65 = ลุ้นทดสอบ 0.69–0.70
⚠️ หลุด 0.50 = ต้องระวังภาพเสียทรง
เกมนี้อย่าดูแค่ราคา — ให้ดู “วอลุ่ม” เป็นตัวตัดสิน! เพราะการเบรกที่ไม่มี Volume อาจเป็นเพียง False Breakout ได้
⭐ สรุปคะแนนเชิงพื้นฐาน

ปัจจัยมุมมอง
การเติบโตของกำไร⭐⭐⭐⭐☆
คุณภาพกำไร⭐⭐⭐☆☆
ฐานะการเงิน⭐⭐⭐⭐☆
กระแสเงินสด⭐⭐⭐⭐☆
ความสามารถทำกำไร⭐⭐⭐☆☆
ความสม่ำเสมอของกำไร⭐⭐☆☆☆
ความแข็งแกร่งของเงินทุน⭐⭐⭐⭐⭐
ภาพรวมพื้นฐานบวกแบบมีเงื่อนไข

บทสรุป: THRE มีสัญญาณฟื้นตัวที่น่าสนใจมากใน 6 เดือนแรกปี 2569 โดยเฉพาะกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นแรง ผลการรับประกันภัยที่ดีขึ้น รายได้ลงทุนที่เพิ่มขึ้น และ D/E ที่ลดลง แต่ยังไม่ควรสรุปว่าบริษัทกลับเข้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน จนกว่าจะเห็น Combined Ratio ควบคุมได้ + กำไรจากธุรกิจหลักต่อเนื่อง + ROE ขยับสูงขึ้น ในไตรมาสถัด ๆ ไป

ประเด็นที่ต้องจับตาที่สุด: ถ้า THRE สามารถรักษาผลการรับประกันภัยให้ดีขึ้นต่อเนื่อง พร้อมรักษารายได้ลงทุนและ CAR ในระดับแข็งแกร่งได้ หุ้นจะมีโอกาสเปลี่ยนจาก “หุ้นฟื้นตัว” → “หุ้นพื้นฐานฟื้นตัวอย่างมีคุณภาพ” ได้


วิเคราะห์หุ้น THRE บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
Financials · Insurance
ธุรกิจรับประกันภัยต่อ (Professional Reinsurer)
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

  1. ภาพรวมธุรกิจและโมเดลรายได้
    บริษัท
    ไทยรับประกันภัยต่อ
    ดำเนินธุรกิจรับประกันภัยต่อ โดยรับความเสี่ยงบางส่วนจากบริษัทประกันภัยอื่น เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงจากการรับประกันภัย เช่น ความเสียหายต่อทรัพย์สิน อุบัติเหตุ วิศวกรรม ภัยทางทะเล และการขนส่งสินค้า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทประกันวินาศภัยในประเทศไทย และมีลูกค้าบางส่วนจากต่างประเทศ
    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    แหล่งรายได้หลักของบริษัท
    รายได้จากการรับประกันภัยต่อ: รับเบี้ยประกันภัยจากบริษัทประกันภัยที่นำความเสี่ยงมาถ่ายโอน
    ผลกำไรจากการรับประกันภัย: เกิดจากการบริหารเบี้ยประกันภัย ค่าเคลม ค่าคอมมิชชัน และต้นทุนการรับประกันภัยอย่างเหมาะสม
    รายได้จากการลงทุน: นำเงินทุนและเงินสำรองไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม
    การขยายตลาดและบริการ: เพิ่มโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศ และพัฒนาบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและ AI ตามแนวทางที่บริษัทนำเสนอ
    หัวใจของธุรกิจนี้ไม่ใช่เพียงการรับเบี้ยประกันภัยให้ได้มากที่สุด แต่ต้องประเมินความเสี่ยงและตั้งราคาให้เหมาะสม เพื่อให้รายได้จากเบี้ยประกันภัยเพียงพอต่อค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายในระยะยาว

2. วิเคราะห์ผลประกอบการและงบการเงิน ข้อมูลผลประกอบการงวด 6 เดือนแรก ปี 2569 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 จากข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ฯ

รายการ6M/25686M/2569
รายได้จากการประกันภัย1,396.39 ลบ.1,231.64 ลบ.
ผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย49.53 ลบ.164.70 ลบ.
รายได้จากการลงทุนสุทธิ53.30 ลบ.93.07 ลบ.
กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่36.90 ลบ.197.89 ลบ.

ประเด็นสำคัญจากงบการเงิน
รายได้จากการประกันภัยลดลง: ลดลงประมาณ 11.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าการเติบโตของรายได้หลักยังไม่โดดเด่น
ผลการดำเนินงานประกันภัยดีขึ้น: เพิ่มจาก 49.53 ล้านบาท เป็น 164.70 ล้านบาท เป็นสัญญาณที่ดีขึ้นในด้านการบริหารความเสี่ยงและต้นทุนการรับประกันภัย
กำไรสุทธิฟื้นตัวแรง: เพิ่มจาก 36.90 ล้านบาท เป็น 197.89 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 436% โดยมีรายได้จากการลงทุนที่สูงขึ้นร่วมด้วย
ต้องติดตามความสม่ำเสมอของกำไร: การฟื้นตัวในครึ่งปีแรกยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่องทั้งปี จำเป็นต้องตรวจสอบผลประกอบการไตรมาสถัดไปด้วย
มุมมอง: ผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ควรแยกให้ออกระหว่างการฟื้นตัวของกำไรจากการรับประกันภัยกับกำไรที่ได้รับอานิสงส์จากผลตอบแทนการลงทุน
3. จุดแข็งของหุ้น THRE

  1. มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
    การรับประกันภัยต่อจำเป็นต้องใช้ความรู้ด้านการประเมินความเสี่ยง การกำหนดเบี้ยประกันภัย และการบริหารเงินสำรอง ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญที่สร้างความแตกต่างจากธุรกิจประกันภัยทั่วไป
  2. กำไรครึ่งปีแรกฟื้นตัว
    กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเป็นสัญญาณเชิงบวก หากบริษัทสามารถรักษาคุณภาพการรับประกันภัยและผลตอบแทนจากการลงทุนได้
  3. มีโอกาสขยายธุรกิจ
    บริษัทระบุแนวทางเพิ่มธุรกิจในต่างประเทศ พัฒนาบริการจากโครงการ AI และนำเทคโนโลยี Blockchain มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
  4. มีโอกาสปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น
    การเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างบริษัทโฮลดิ้งอาจเปิดโอกาสในการจัดสรรเงินทุนและลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้คล่องตัวขึ้น แต่ผลลัพธ์จริงยังขึ้นกับการดำเนินงานหลังปรับโครงสร้าง

4. ความเสี่ยงของธุรกิจ

ความเสี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ภัยธรรมชาติและเหตุการณ์ความเสียหายขนาดใหญ่ค่าสินไหมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การตั้งราคาเบี้ยประกันภัยไม่เหมาะสมเบี้ยประกันภัยไม่เพียงพอชดเชยความเสียหาย
ความเสี่ยงจากบริษัทประกันภัยคู่สัญญาการเรียกเก็บเงินคืนหรือการชำระเงินล่าช้า
ความผันผวนของตลาดการเงินผลตอบแทนการลงทุนลดลง
การแข่งขันในตลาดรับประกันภัยต่อกดดันอัตรากำไรและเงื่อนไขการรับประกันภัย
ความเสี่ยงจากการปรับโครงสร้างบริษัทผู้ถือหุ้นต้องประเมินมูลค่าและสภาพคล่องของหลักทรัพย์ใหม่

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ ธุรกิจรับประกันภัยต่ออาจมีผลประกอบการผันผวนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อย แต่สร้างความเสียหายสูงได้ ดังนั้นกำไรที่ดีในช่วงหนึ่งจึงไม่ได้รับประกันว่ากำไรจะดีต่อเนื่องในอนาคต
5. ประเด็นสำคัญล่าสุด: การแลกหุ้น THRE เป็น THREH
เหตุการณ์สำคัญต่อผู้ถือหุ้น
ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 บริษัทอยู่ระหว่างกระบวนการปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้ง โดย
ไทยรี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์
หรือ THREH ทำคำเสนอซื้อหุ้น THRE ด้วยวิธีแลกหุ้นในอัตรา THRE 1 หุ้น ต่อ THREH 1 หุ้น ระหว่างวันที่ 23 กันยายน ถึง 20 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเพิกถอน THRE และนำหุ้น THREH เข้าจดทะเบียนแทน
สิ่งที่ผู้ถือหุ้นควรพิจารณา:
การแลกหุ้นไม่ใช่การรับเงินสดจากการขายหุ้น แต่เป็นการเปลี่ยนไปถือหุ้นของบริษัทโฮลดิ้ง
ต้องศึกษารายละเอียดคำเสนอซื้อ เงื่อนไขการแลกหุ้น สิทธิของผู้ถือหุ้น และโครงสร้างธุรกิจหลังปรับโครงสร้าง
หากไม่ตอบรับคำเสนอซื้อ อาจมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเมื่อหุ้น THRE ถูกเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์
ควรตรวจสอบเอกสารและกำหนดเวลาจากประกาศทางการก่อนตัดสินใจ
6.วิเคราะห์มูลค่าหุ้นเบื้องต้น
ข้อมูล Factsheet ของ SET ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 แสดงราคา THRE ที่ 0.54 บาท ค่า P/E 14.38 เท่า และ P/BV 0.58 เท่า โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 2,276 ล้านบาท ในเชิงมูลค่า P/BV ต่ำกว่า 1 เท่าอาจดูน่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่พิจารณามูลค่าทางบัญชี แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นราคาถูกโดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องประเมินคุณภาพสินทรัพย์ ความสามารถในการทำกำไร ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และผลกระทบจากการปรับโครงสร้างบริษัท
ที่สำคัญ ตัวเลขราคาของ THRE ไม่ควรนำไปเปรียบเทียบกับหุ้น THREH โดยตรงโดยไม่ศึกษารายละเอียดการแลกหุ้นและมูลค่าของบริษัทใหม่
7. สรุปมุมมองการลงทุน
ภาพรวม THRE
ต้องติดตาม
ปัจจัยบวก
กำไรครึ่งปีแรกฟื้นตัวชัดเจน ผลการดำเนินงานประกันภัยดีขึ้น และมีแผนขยายธุรกิจผ่านเทคโนโลยีและตลาดต่างประเทศ
ปัจจัยที่ต้องระวัง
รายได้จากการประกันภัยลดลง กำไรอาจผันผวนตามค่าสินไหมและการลงทุน อีกทั้งการแลกหุ้นและเพิกถอนหลักทรัพย์เดิมเป็นประเด็นที่ผู้ถือหุ้นต้องพิจารณาอย่างจริงจัง
สิ่งที่ควรติดตามต่อ
ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ความสามารถในการรักษากำไรจากการรับประกันภัย เงื่อนไขการปรับโครงสร้าง และสถานะการแลกหุ้น THREH
บทสรุป: THRE เป็นหุ้นธุรกิจรับประกันภัยต่อที่กำไรครึ่งปีแรก 2569 ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังต้องติดตามความยั่งยืนของกำไรและความเสี่ยงจากการรับประกันภัย ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างเป็น THREH เป็นประเด็นสำคัญที่อาจมีผลต่อสภาพคล่อง สิทธิของผู้ถือหุ้น และแนวทางประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ในอนาคต
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ ควรพิจารณาทั้งผลประกอบการและเงื่อนไขการแลกหุ้นควบคู่กัน ไม่ควรตัดสินใจจากค่า P/BV ต่ำหรือการฟื้นตัวของกำไรเพียงอย่างเดียว


Disclaimer

ใส่ความเห็น