ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น MBK บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น MBK บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น MBK บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) MBK อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 25690.60บาท29 ก.ย. 2569เงินปันผล
–0.60บาท13 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 25680.50บาท30 ก.ย. 2568เงินปันผล
–0.50บาท08 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.45บาท03 ต.ค. 2567เงินปันผล
–0.40บาท08 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 25660.40บาท05 ต.ค. 2566เงินปันผล
–0.40บาท03 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.40บาท04 พ.ย. 2565เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น MBK
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
MBK เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีฐานทรัพย์สินค่อนข้างหลากหลาย โดยธุรกิจหลักครอบคลุม ศูนย์การค้า โรงแรมและการท่องเที่ยว สนามกอล์ฟ อสังหาริมทรัพย์ อาหาร การเงิน และการประมูล ทำให้ทรัพย์สินที่ใช้สร้างรายได้มีทั้งอสังหาริมทรัพย์ อาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินเพื่อการดำเนินงานในหลายธุรกิจ

  1. อาคารและศูนย์การค้า
    ทรัพย์สินสำคัญของ MBK คือ อาคารศูนย์การค้าและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งใช้สร้างรายได้จากค่าเช่า ค่าบริการ และกิจกรรมทางการค้า โดยศูนย์การค้า MBK เป็นทรัพย์สินหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจของกลุ่ม
    ลักษณะทรัพย์สินประกอบด้วย
    อาคารศูนย์การค้า
    พื้นที่ร้านค้าและพื้นที่เช่า
    พื้นที่สำนักงาน
    พื้นที่จอดรถ
    ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในศูนย์การค้า
    เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับบริหารจัดการอาคาร
  2. โรงแรมและทรัพย์สินด้านการท่องเที่ยว
    MBK มีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว เช่น อาคารโรงแรม ห้องพัก ร้านอาหาร พื้นที่จัดเลี้ยง และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสร้างรายได้จากธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว
    ทรัพย์สินกลุ่มนี้ประกอบด้วย
    อาคารโรงแรม
    ห้องพักและพื้นที่บริการ
    ห้องอาหารและพื้นที่จัดเลี้ยง
    พื้นที่ส่วนกลาง
    อุปกรณ์และระบบสำหรับให้บริการโรงแรม
  3. สนามกอล์ฟและคลับเฮ้าส์
    อีกหนึ่งกลุ่มทรัพย์สินสำคัญคือ สนามกอล์ฟและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้อง โดยธุรกิจกอล์ฟของกลุ่มมีทั้งสนามกอล์ฟ คลับเฮ้าส์ และทรัพย์สินสำหรับให้บริการนักกอล์ฟ
    ตัวอย่างทรัพย์สิน ได้แก่
    ที่ดินสนามกอล์ฟ
    สนามกอล์ฟและพื้นที่โดยรอบ
    คลับเฮ้าส์
    อาคารบริการ
    ร้านค้าและร้านอาหาร
    อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักกอล์ฟ
    เอกสารของบริษัทระบุถึงธุรกิจกอล์ฟในจังหวัดภูเก็ต เช่น Red Mountain Golf Course และ Loch Palm Golf Course
  4. ที่ดินและโครงการอสังหาริมทรัพย์
    MBK มี ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้พัฒนาโครงการ รวมถึงโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนที่ดินของบริษัท โดยบริษัทระบุว่าให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการบนที่ดินที่บริษัทเป็นเจ้าของ
    ทรัพย์สินกลุ่มนี้ ได้แก่
    ที่ดินเปล่า
    ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
    โครงการที่อยู่อาศัย
    อาคารและยูนิตที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
    อสังหาริมทรัพย์เพื่อขายหรือสร้างรายได้จากการใช้ประโยชน์
  5. ทรัพย์สินของธุรกิจอาหาร
    ธุรกิจอาหารของกลุ่มมีทั้ง ธุรกิจข้าว ศูนย์อาหาร และร้านอาหาร จึงมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการผลิต จัดเก็บ และจำหน่ายอาหาร รวมถึงพื้นที่ประกอบกิจการภายในศูนย์การค้า
  6. ทรัพย์สินและสถานที่ของธุรกิจการประมูล
    ธุรกิจการประมูลจำเป็นต้องใช้ พื้นที่ลานประมูลและพื้นที่จัดเก็บรถยนต์หรือทรัพย์สินที่นำมาประมูล รวมถึงสำนักงานและอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน โดยบริษัทมีการขยายสาขาและลานประมูลเพื่อรองรับธุรกิจดังกล่าว
  7. อาคารสำนักงานและทรัพย์สินสนับสนุนองค์กร
    นอกจากทรัพย์สินที่สร้างรายได้โดยตรง MBK ยังมี อาคารสำนักงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เครื่องมือสำนักงาน และทรัพย์สินสำหรับหน่วยงานสนับสนุน เพื่อบริหารธุรกิจในกลุ่ม

ภาพรวมมูลค่าทรัพย์สิน
ณ 31 ธันวาคม 2568 กลุ่ม MBK มีสินทรัพย์รวมประมาณ 67,028 ล้านบาท เพิ่มจากประมาณ 63,061 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนว่ากลุ่มบริษัทมีฐานทรัพย์สินขนาดใหญ่และหลากหลาย โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ศูนย์การค้า โรงแรม และธุรกิจบริการต่าง ๆ
สรุป: จุดเด่นด้านทรัพย์สินของ MBK คือการมีฐาน อสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินที่สร้างรายได้หลายประเภท ตั้งแต่ศูนย์การค้า โรงแรม สนามกอล์ฟ ที่ดินและโครงการอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงทรัพย์สินที่รองรับธุรกิจอาหาร การเงิน และการประมูล จึงไม่ได้พึ่งพาทรัพย์สินหรือธุรกิจประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น MBK
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่มีการลงทุนในธุรกิจหลากหลายประเภท โดยโครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม MBK ในปัจจุบันครอบคลุม 8 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ศูนย์การค้า โรงแรมและการท่องเที่ยว กอล์ฟ อสังหาริมทรัพย์ อาหาร การเงิน การประมูล และธุรกิจสนับสนุนองค์กร
บริษัทและธุรกิจสำคัญในกลุ่ม MBK

  1. ธุรกิจศูนย์การค้า
    บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) — ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าและบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยมี MBK Center เป็นสินทรัพย์สำคัญของกลุ่ม
  2. ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว
    บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ ทัวร์ริซึ่ม จำกัด — ดำเนินธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว
    กลุ่ม MBK มีธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งใน 8 กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท
  3. ธุรกิจกอล์ฟ
    ดำเนินธุรกิจสนามกอล์ฟและบริการที่เกี่ยวข้องกับกีฬากอล์ฟ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักของกลุ่ม MBK
  4. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
    บริษัท เอ็ม บี เค เรียล เอสเตท จำกัด — ดำเนินธุรกิจพัฒนา ซื้อขาย และให้เช่าอสังหาริมทรัพย์
    กลุ่มธุรกิจนี้ช่วยต่อยอดจากฐานทรัพย์สินและความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ของ MBK
  5. ธุรกิจอาหาร
    MBK มีธุรกิจอาหารเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของกลุ่ม โดยเน้นการดำเนินธุรกิจร้านอาหารและกิจการที่เกี่ยวข้อง
  6. ธุรกิจการเงิน
    บริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด (MBKG) — ดำเนินธุรกิจด้านสินเชื่อและบริการทางการเงิน
    บริษัท ที ลิสซิ่ง จำกัด (T Leasing) — ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ
    ผลประกอบการปี 2568 ของกลุ่มระบุว่า MBKG และ T Leasing มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพ ส่งผลให้สัดส่วนหนี้เสียและการตั้งสำรองลดลง
  7. ธุรกิจการประมูล
    กลุ่ม MBK มีธุรกิจการประมูล โดยเฉพาะการประมูลรถยนต์และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
    ในปี 2568 บริษัทระบุว่ารายได้ธุรกิจประมูลลดลงจากปริมาณรถยึดที่ลดลงตามนโยบายปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงิน
  8. ธุรกิจสนับสนุนองค์กร
    กลุ่มบริษัทมีบริษัทที่ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิจหลัก เช่น งานบริการ งานบริหารจัดการ และงานสนับสนุนองค์กร เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ ในเครือสามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ

บริษัทที่เกี่ยวข้องที่ควรรู้จัก
จากข้อมูลโครงสร้างกลุ่ม MBK ที่เผยแพร่โดยบริษัทและเอกสารของหน่วยงานกำกับ พบชื่อบริษัทในเครือ เช่น MBK Guarantee, T Leasing, MBK Real Estate, MBK Service Solution รวมถึงบริษัทอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่รองรับธุรกิจในแต่ละกลุ่ม
นอกจากนี้ MBK ยังมี เงินลงทุนในบริษัทร่วม ที่มีความสำคัญต่อผลประกอบการของกลุ่ม โดยในปี 2568 กลุ่ม MBK มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 2,402 ล้านบาท ซึ่งรวมถึง บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP และ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด (SPW) ตามที่บริษัทเปิดเผย
สรุปโครงสร้างแบบเข้าใจง่าย
MBK
→ 🏬 ศูนย์การค้า
→ 🏨 โรงแรมและการท่องเที่ยว
→ ⛳ กอล์ฟ
→ 🏢 อสังหาริมทรัพย์
→ 🍽️ อาหาร
→ 💰 การเงิน / สินเชื่อ
→ 🚗 การประมูล
→ ⚙️ ธุรกิจสนับสนุนองค์กร
→ 📈 เงินลงทุนในบริษัทร่วม
ดังนั้น MBK จึงมีลักษณะเป็น กลุ่มธุรกิจที่กระจายการลงทุนหลายอุตสาหกรรม โดยไม่ได้พึ่งพารายได้จากธุรกิจศูนย์การค้าเพียงอย่างเดียว และผลประกอบการของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมมีส่วนต่อกำไรของกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น MBK
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
MBK มีธุรกิจหลากหลาย ทั้งศูนย์การค้า โรงแรม สนามกอล์ฟ อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการเงิน ธุรกิจประมูล และอาหาร ทำให้มีการกระจายแหล่งรายได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากหลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน โดยประเด็นสำคัญมีดังนี้

  1. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
    ธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรม อาหาร และกิจกรรมด้านท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้บริการและกำลังซื้อ หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของผู้บริโภคลดลง หรือความเชื่อมั่นลดลง อาจกระทบยอดขายของผู้เช่าพื้นที่ อัตราการเช่าพื้นที่ และรายได้ของบริษัท
  2. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาการท่องเที่ยว
    ธุรกิจของ MBK บางส่วนได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะศูนย์การค้า โรงแรม และสนามกอล์ฟ ดังนั้น เหตุการณ์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง เช่น เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ภัยพิบัติ โรคระบาด หรือปัจจัยด้านความปลอดภัย อาจส่งผลต่อรายได้และอัตราการเข้าพักของโรงแรมได้ โดยบริษัทเคยระบุว่าการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญต่อรายได้ของธุรกิจเหล่านี้
  3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจศูนย์การค้า
    ตลาดค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากศูนย์การค้ารายใหญ่ คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านค้าออนไลน์ และแพลตฟอร์ม E-commerce หากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปหรือคู่แข่งสามารถดึงดูดร้านค้าและลูกค้าได้มากกว่า อาจกดดันอัตราการเช่าพื้นที่ ค่าเช่า และรายได้ของ MBK
  4. ความเสี่ยงจากต้นทุนการดำเนินงาน
    ศูนย์การค้าและโรงแรมมีต้นทุนดำเนินงานจำนวนมาก เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าบำรุงรักษา ค่าพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงทรัพย์สิน หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ อาจส่งผลต่ออัตรากำไรของบริษัท
  5. ความเสี่ยงด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
    ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความเสี่ยงจากกำลังซื้อ อัตราดอกเบี้ย การแข่งขัน และภาวะตลาดที่อยู่อาศัย โดย TRIS Rating ระบุว่าภาวะตลาดที่อยู่อาศัยและการแข่งขันที่สูงเป็นปัจจัยที่ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของ MBK มีแนวโน้มอยู่ในระดับไม่สูงในช่วงประมาณการเดิม
  6. ความเสี่ยงจากธุรกิจการเงินและคุณภาพสินทรัพย์
    ธุรกิจการเงิน โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ มีความเสี่ยงจากหนี้เสียและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า นอกจากนี้ การกำกับดูแลและเพดานอัตราดอกเบี้ยสามารถจำกัดความสามารถในการตั้งราคาสินเชื่อได้ โดย TRIS Rating คาดว่าพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของบริษัทจะลดลง และรายได้จากธุรกิจบริการทางการเงินอาจลดลงตามการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ
  7. ความเสี่ยงด้านหนี้และดอกเบี้ย
    MBK เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง โดยเฉพาะการปรับปรุงศูนย์การค้า โรงแรม การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินสามารถกระทบกำไรได้
    ข้อมูลของ TRIS Rating ระบุว่า ณ มิถุนายน 2568 บริษัทมีหนี้สินทางการเงินและมีภาระหนี้ที่จะครบกำหนดในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่บริษัทมีแผนใช้การรีไฟแนนซ์บางส่วนของหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
  8. ความเสี่ยงจากการลงทุนและการกระจายธุรกิจ
    แม้การมีหลายธุรกิจช่วยกระจายแหล่งรายได้ แต่ก็ทำให้การบริหารจัดการมีความซับซ้อนมากขึ้น หากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมีผลประกอบการต่ำกว่าคาด หรือการลงทุนใหม่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมาย อาจกดดันผลประกอบการรวมของกลุ่ม
  9. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
    พฤติกรรมการซื้อสินค้า การใช้บริการห้างสรรพสินค้า และการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของ E-commerce และรูปแบบการบริโภคผ่านช่องทางดิจิทัลอาจทำให้ศูนย์การค้าต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อสร้างประสบการณ์และดึงดูดลูกค้า
  10. ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่กระทบการดำเนินงาน
    ธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรม และสถานที่ให้บริการแก่ประชาชนมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องหยุดหรือจำกัดการให้บริการ เช่น ภัยธรรมชาติ อัคคีภัย ระบบสาธารณูปโภคขัดข้อง เหตุการณ์ด้านความปลอดภัย หรือเหตุการณ์โรคระบาด

มุมที่นักลงทุนควรติดตาม
สำหรับ MBK ประเด็นที่ควรติดตามเป็นพิเศษ ได้แก่
รายได้และอัตราการเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้า
จำนวนและคุณภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติ
Occupancy Rate และ RevPAR ของธุรกิจโรงแรม
ยอดขายและ Backlog ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
คุณภาพสินทรัพย์และ NPL ของธุรกิจการเงิน
ต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจใหม่
แนวโน้มกำลังซื้อและเศรษฐกิจไทย
สรุป: ความเสี่ยงของ MBK ไม่ได้มาจากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่เกิดจากการที่บริษัทมีพอร์ตธุรกิจหลายประเภท ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อ เศรษฐกิจ การบริโภค การท่องเที่ยว อัตราดอกเบี้ย ตลาดอสังหาริมทรัพย์ และคุณภาพสินเชื่อ ขณะเดียวกันภาระการลงทุนและหนี้ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ควรติดตามควบคู่กับการเติบโตของ EBITDA และกระแสเงินสด


ข้อมูล ณ วันที่ 18 ก.ย. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น MBK
MBK หรือ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) มีพัฒนาการจากธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ สู่การเป็นกลุ่มธุรกิจที่กระจายการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม โดยข้อมูลพัฒนาการล่าสุดที่เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ มีประเด็นสำคัญดังนี้
🔹 1. ปรับโฉม Paradise Park สู่ Health & Wellness
ในปี 2567 MBK เดินหน้าปรับปรุง ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ต่อเนื่อง โดยวางแนวคิดเป็นศูนย์รวมด้าน Health & Wellness ครอบคลุมการรักษา บำบัด ส่งเสริม และป้องกันสุขภาพแบบครบวงจร และเปิดตัวรูปแบบใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2567
🔹 2. ขยายธุรกิจอาหารและไลฟ์สไตล์
กลุ่มธุรกิจโรงแรมของ MBK ได้ขยายไปสู่ธุรกิจร้านอาหาร โดยร่วมลงทุนใน MIX BEEF CLUB & RESTAURANT ซึ่งเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2567 และ Saruda Finest Pastry ซึ่งเปิดให้บริการในเดือนสิงหาคม 2567 เป็นการเพิ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Lifestyle และการใช้จ่ายของผู้บริโภค
🔹 3. รุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต
MBK เปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ THE PANO ในจังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนธันวาคม 2567 โดยเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและมีวิวสนามกอล์ฟ สะท้อนการต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปยังตลาดท่องเที่ยวและเมืองศักยภาพ
🔹 4. การปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสใหม่
ในปี 2568 กลุ่ม MBK ยังคงปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง พร้อมมุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่จากทรัพยากรและความเชี่ยวชาญที่มีอยู่
🔹 5. ขยายเข้าสู่ธุรกิจสินเชื่อรถจักรยานยนต์
พัฒนาการที่น่าสนใจในปี 2568 คือ ในเดือนพฤศจิกายน มีการลงนามสัญญาจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ทีแอลเอส พลัส จำกัด กับ บริษัท ทีทีบี คอนซูมเมอร์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการ สินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่งรถจักรยานยนต์ ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจด้านการเงินของกลุ่ม
🔹 6. PRG ผ่านเกณฑ์การกระจายหุ้น
ในเดือนพฤษภาคม 2568 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปลดเครื่องหมาย CF ของหลักทรัพย์ PRG หลังมีคุณสมบัติด้านการกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยครบถ้วน ซึ่งเป็นอีกพัฒนาการด้านโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทในกลุ่ม MBK
🔹 7. ผลประกอบการปี 2568 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 ระบุว่า MBK มีกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 4,280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,592 ล้านบาท หรือ 59% จากปีก่อน และมี ROE เฉลี่ย 16.88%
🔎 มุมมองเชิงโครงสร้างธุรกิจ
พัฒนาการของ MBK ในช่วงที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าไม่ได้พึ่งพาเพียง ธุรกิจศูนย์การค้า แต่กระจายไปยัง
ศูนย์การค้า → โรงแรมและท่องเที่ยว → อาหาร → อสังหาริมทรัพย์ → การเงิน/สินเชื่อ
ขณะที่ธุรกิจศูนย์การค้าหลักของกลุ่มประกอบด้วย MBK Center, Paradise Park, Paradise Place, The Nine Center Rama 9 และ The Nine Center Tiwanon ส่วนธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวครอบคลุมโรงแรมหลายแห่งในกรุงเทพฯ กระบี่ และภูเก็ต
ประเด็นที่น่าติดตามของ MBK: การเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์เดิม, การเติบโตของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรม, การขยายอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยว และการต่อยอดธุรกิจการเงิน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อโครงสร้างรายได้และกำไรในระยะต่อไป


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568)
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด926.011,281.661,164.37546.151,730.99
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ655.26614.28646.93627.11683.88
สินค้าคงเหลือ1,839.641,776.691,651.161,882.361,708.06
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน10,021.5010,176.7113,301.1210,925.0513,676.89
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ6,619.367,521.197,265.697,390.838,075.72
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน50,449.8652,884.6953,727.0553,068.9653,679.99
รวมสินทรัพย์60,471.3663,061.4067,028.1763,994.0267,356.88
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม2,845.002,990.003,158.002,717.002,639.48
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ1,108.871,381.601,553.811,310.471,445.94
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี1,461.054,417.301,600.003,671.08–
รวมหนี้สินหมุนเวียน7,552.1910,919.868,768.319,744.756,327.46
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน30,534.6027,898.3629,803.7227,717.7529,879.97
รวมหนี้สิน38,086.7938,818.2238,572.0337,462.5036,207.43
ทุนจดทะเบียน2,489.292,488.642,486.942,486.942,481.60
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า1,964.881,976.221,981.601,981.601,981.60
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น1,956.641,976.761,949.241,949.241,949.24
กำไร(ขาดทุน)สะสม18,224.6619,834.5522,467.5621,215.4624,371.66
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย1,046.541,046.54792.61792.61792.61
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น581.62616.161,750.231,045.241,951.89
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน574.73574.37985.211,124.75971.32
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่21,681.2623,357.1527,356.0225,398.9329,461.77
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย703.31886.031,100.131,132.591,687.68

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568)
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ10,013.8211,277.6812,110.106,112.156,051.07
รายได้อื่น55.2493.94135.2060.6857.84
รวมรายได้10,551.9411,439.1512,444.506,307.076,368.87
ต้นทุน5,486.836,121.656,247.303,080.712,932.02
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร3,432.493,064.513,025.671,390.391,454.42
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย8,919.329,186.159,272.974,471.104,386.44
EBITDA4,859.846,211.757,336.663,847.014,266.38
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย1,679.171,724.491,762.76870.07879.72
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้3,180.684,487.265,573.902,976.943,386.67
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,567.122,687.594,280.092,161.602,562.76
กำไรต่อหุ้น (บาท)1.041.752.661.381.55

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568)
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน2,353.504,395.124,609.641,513.682,940.75
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-4,017.54-1,714.60-2,171.81-516.531,364.00
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน1,321.05-2,324.86-2,555.13-1,732.67-3,738.13
เงินสดสุทธิ-342.99355.66-117.29-735.52566.62

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568)
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)17.7719.2017.7118.38
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)20.5419.0120.6119.86
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)3.393.653.403.40
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)107.81100.14107.31107.44
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)4.924.265.134.43
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)74.2585.7571.0982.49
วงจรเงินสด (วัน)54.1133.3956.8344.81

🔥 วิเคราะห์กราฟเทคนิค MBK — จับตา “เบรก 22.40” ลุ้นโมเมนตัมรอบใหม่!
MBK บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ล่าสุดวันที่ 16 ก.ย. 2569 ปิดที่ 22.20 บาท +0.10 บาท (+0.45%) ระหว่างวันทำจุดสูงสุด 22.40 บาท ต่ำสุด 22.10 บาท และมีปริมาณซื้อขายประมาณ 2.98 ล้านหุ้น มูลค่าราว 66.29 ล้านบาท
📈 สัญญาณเทคนิคที่ต้องจับตา
MBK กำลังทดสอบโซนสำคัญ 22.40 บาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของรอบล่าสุด หากสามารถ Breakout 22.40 บาท พร้อม Volume สนับสนุน ได้ จะเป็นสัญญาณบวกทางเทคนิคที่น่าติดตาม เพราะสะท้อนแรงซื้อที่พยายามผลักราคาออกจากกรอบเดิม
🔥 แนวต้านสำคัญ: 22.40 / 23.00 / 24.00 บาท
🟢 แนวรับแรก: 22.00 บาท
🟢 แนวรับถัดไป: 21.80 / 21.50 บาท
🚀 จุดจับตา: 22.40 บาท
📊 เงื่อนไข Breakout: ราคายืนเหนือ 22.40 บาทได้ และ Volume เพิ่มขึ้นชัดเจน
หากผ่าน 22.40 บาทได้สำเร็จ โมเมนตัมระยะสั้นมีโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป แต่ถ้ายังไม่ผ่านและมีแรงขายกดกลับลงมา ต้องระวังการแกว่งตัวในกรอบเดิม
⚡ Volume ต้องมา!
จุดที่สายเทคนิคควรโฟกัสไม่ใช่แค่ “ราคาเบรก” แต่คือ ราคา + Volume ต้องไปด้วยกัน โดยเฉพาะหากราคาทะลุ 22.40 บาทพร้อมปริมาณซื้อขายเร่งตัว จะช่วยยืนยันแรงส่งของ Breakout ได้มากขึ้น
ข้อมูล SET ยังระบุว่า MBK มีกรอบราคา 52 สัปดาห์อยู่ที่ 16.30–24.50 บาท ดังนั้นบริเวณ 22–24.50 บาทจึงเป็นโซนที่ควรจับตาแรงซื้อแรงขายเป็นพิเศษ
🎯 มุมมองสายเทคนิค
“MBK กำลังยืนโซนสำคัญ — 22.40 คือด่านวัดใจ!”
เบรกได้ + Volume เข้า = โมเมนตัมมีโอกาสเร่งตัว
ไม่ผ่าน = ระวังแรงขายทำกำไรและกลับมาแกว่งในกรอบ
ทั้งนี้ ระดับแนวรับ–แนวต้านเป็นการประเมินเชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่มีอยู่ ไม่ใช่การรับประกันทิศทางราคา


วิเคราะห์หุ้น MBK — บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK เป็นหุ้นกลุ่ม Property & Construction ที่มีโครงสร้างธุรกิจค่อนข้างหลากหลาย ไม่ได้พึ่งพาเพียงศูนย์การค้า แต่มีทั้ง ศูนย์การค้า โรงแรมและท่องเที่ยว สนามกอล์ฟ อสังหาริมทรัพย์ อาหาร การเงิน และธุรกิจประมูล ทำให้ผลประกอบการมีหลายปัจจัยขับเคลื่อนในเวลาเดียวกัน

  1. ภาพรวมธุรกิจ
    ธุรกิจหลักของ MBK ประกอบด้วย
    ศูนย์การค้า — MBK Center, Paradise Park, Paradise Place, The Nine Center Rama 9 และ The Nine Center Tiwanon
    โรงแรมและการท่องเที่ยว — รวมถึง Pathumwan Princess และโรงแรมในกระบี่ ภูเก็ต และกรุงเทพฯ
    สนามกอล์ฟ
    อสังหาริมทรัพย์
    ธุรกิจอาหาร
    ธุรกิจการเงิน
    ธุรกิจประมูลรถยนต์และรถจักรยานยนต์
    จุดที่น่าสนใจคือ MBK มีทั้ง รายได้จากค่าเช่า + โรงแรม + ธุรกิจบริการ + ธุรกิจการเงิน จึงมีความหลากหลายมากกว่าหุ้นที่พึ่งพารายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว

2. วิเคราะห์ผลประกอบการ ตัวเลข 6 เดือนแรกปี 2569 ถือว่ามีภาพการฟื้นตัวของกำไรค่อนข้างชัดเจน

รายการ6M686M69เปลี่ยนแปลง
รายได้6,307 ลบ.6,369 ลบ.+1.0%
กำไรสุทธิ2,162 ลบ.2,563 ลบ.+18.6%
EPS1.38 บ.1.55 บ.+12.3%
ROE14.67%17.07%ดีขึ้น
ROA8.33%9.11%ดีขึ้น
D/E1.41x1.16xลดลง

ข้อมูล SET ระบุว่า 6M69 MBK มีกำไรสุทธิ 2,562.76 ล้านบาท เพิ่มจาก 2,161.60 ล้านบาทในงวดเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เพิ่มเพียงเล็กน้อย แต่ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นอย่างชัดเจน ที่น่าสนใจยิ่งกว่าการเติบโตของรายได้คือ Net Margin เพิ่มจาก 34.80% เป็น 40.63% และ D/E ลดจาก 1.41 เท่าเหลือ 1.16 เท่า สะท้อนทั้งประสิทธิภาพการทำกำไรและโครงสร้างเงินทุนที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับปี 2568 MBK มีกำไรสุทธิ 4,280 ล้านบาท เพิ่มจาก 2,688 ล้านบาทในปี 2567 และ EPS เพิ่มจาก 1.75 บาทเป็น 2.66 บาท
3. จุดแข็งที่น่าจับตา
🏬 1. สินทรัพย์ศูนย์การค้ามีความโดดเด่น
MBK มีสินทรัพย์ค้าปลีกที่เป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะ MBK Center ซึ่งมีทำเลอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ
ธุรกิจศูนย์การค้าได้รับประโยชน์จากจำนวนผู้ใช้บริการ การท่องเที่ยว การจับจ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และกิจกรรมทางการตลาดของศูนย์การค้า
🏨 2. ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว
ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งตัวขับเคลื่อนสำคัญ หากจำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราการเข้าพักดีขึ้น รายได้และกำไรของธุรกิจโรงแรมสามารถเพิ่มขึ้นตามได้
💰 3. กำไรโตเร็วกว่ารายได้
นี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของงบ 6M69
รายได้โตเพียงประมาณ 1% แต่กำไรสุทธิโตเกือบ 19% สะท้อนว่าการเติบโตไม่ได้มาจากการเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่มีเรื่องของ Margin และประสิทธิภาพการดำเนินงาน เข้ามาช่วยด้วย
🏦 4. ฐานะการเงินดีขึ้น
D/E ลดลงจาก 1.41 เท่าเหลือ 1.16 เท่า ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานใน 6M69 อยู่ที่ประมาณ 2,941 ล้านบาท เทียบกับ 1,514 ล้านบาทใน 6M68
4. ปัจจัยเสี่ยง

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
สำหรับ MBK ผมมองว่าตัวแปรสำคัญที่ควรติดตามมี 5 เรื่อง
① รายได้และ Occupancy ของโรงแรม
โดยเฉพาะช่วง High Season
② Traffic และยอดขายของผู้เช่าในศูนย์การค้า
เป็นตัวสะท้อนศักยภาพในการเพิ่มค่าเช่าและรายได้
③ Margin
หลังจาก 6M69 Net Margin ขยับขึ้นมาถึง 40.63% ต้องติดตามว่ารักษาระดับนี้ได้หรือไม่
④ กระแสเงินสดและหนี้สิน
D/E ที่ลดลงถือเป็นข้อมูลสำคัญ หากยังรักษาทิศทางนี้ต่อได้จะช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน
⑤ การเติบโตของกำไรต่อหุ้น
ปี 2568 EPS อยู่ที่ 2.66 บาท และ 6M69 อยู่ที่ 1.55 บาท ต้องติดตามว่ากำไรครึ่งปีหลังจะสามารถรักษา Momentum ได้หรือไม่
สรุป MBK
MBK เป็นหุ้นที่มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย และงบ 6M69 มีจุดเด่นที่ “กำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้” อย่างชัดเจน ขณะที่ Margin, ROE, ROA และ D/E ต่างปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น
ในเชิงพื้นฐาน จุดที่ควรจับตาคือ ศูนย์การค้า + โรงแรม/ท่องเที่ยว + การควบคุมต้นทุน + กระแสเงินสด เพราะเป็นตัวแปรสำคัญต่อความสามารถในการรักษาระดับกำไร
ส่วนราคาหุ้น ณ 16 ก.ย. 2569 อยู่แถว 22.20 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 16.30–24.50 บาท
ภาพรวมเชิงพื้นฐาน: MBK อยู่ในช่วงที่ต้องติดตามว่า การเติบโตของกำไรจะต่อเนื่องได้แค่ไหน หลังจากกำไร 6M69 ขยายตัวเด่นกว่ารายได้

ความผันผวนของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
ธุรกิจศูนย์การค้าและค้าปลีกมีความสัมพันธ์กับการบริโภค หากเศรษฐกิจชะลอตัวหรือกำลังซื้ออ่อนแอ อาจกระทบยอดขายของผู้เช่าและการเติบโตของค่าเช่า

ความเสี่ยงจากธุรกิจโรงแรม
รายได้โรงแรมขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยว อัตราเข้าพัก ราคาห้องพัก และภาวะการแข่งขัน

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความเป็นวัฏจักร
หากอัตราดอกเบี้ยสูง ต้นทุนทางการเงินเพิ่ม หรือกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ลดลง อาจกระทบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ความหลากหลายของธุรกิจเป็นทั้งจุดแข็งและความซับซ้อน
MBK มีหลายธุรกิจ ทำให้สามารถกระจายแหล่งรายได้ แต่ในมุมวิเคราะห์ก็ต้องติดตามผลประกอบการแยกตามธุรกิจ เพราะกำไรของแต่ละธุรกิจมีปัจจัยขับเคลื่อนแตกต่างกัน

มุมมอง Valuation
ข้อมูล SET ณ 15 ก.ย. 2569 ระบุว่า MBK มีราคา 22.20 บาท, Market Cap ประมาณ 43,991 ล้านบาท, P/E ประมาณ 9.40 เท่า, P/BV 1.45 เท่า และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 16.30–24.50 บาท
เมื่อเทียบกับข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2569 ซึ่งมี P/E 8.46 เท่า และ Dividend Yield 5.70% จะเห็นว่าราคาหุ้นปรับขึ้นมาพอสมควรหลังจากนั้น ดังนั้นการประเมินมูลค่าควรดูควบคู่กับการเติบโตของกำไรในไตรมาสถัดไป


Disclaimer

ใส่ความเห็น