ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น THANI บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น THANI บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น THANI บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ THANI อยู่ในหมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) เป็นส่วนของกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.11บาท28 เม.ย. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.07บาท29 เม.ย. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 256610 : 1หุ้น29 เม.ย. 2567หุ้นปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.02บาท29 เม.ย. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.17บาท27 เม.ย. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.17บาท27 เม.ย. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.17บาท27 เม.ย. 2564เงินปันผล

ธุรกิจหลักคือ สินเชื่อเช่าซื้อรถเพื่อการพาณิชย์ โดยเฉพาะรถบรรทุก ทั้งรถใหม่และมือสอง
ขยายบริการสู่ สินเชื่อทะเบียนรถ, สินเชื่อเช่าการเงิน, และ สินเชื่อ SME มีหลักประกัน
ให้บริการเสริมผ่านบริษัทลูกด้าน นายหน้าประกันภัย, รวมถึงงานต่อภาษีและตรวจสภาพรถ
โฟกัสไปที่ความรวดเร็วในการอนุมัติ, พอร์ตบริหารคุณภาพ และตอบโจทย์ลูกค้าองค์กร & SME ได้อย่างหลากหลาย


สรุปบริษัทในเครือเรียงตามลำดับ
ลำดับ บริษัท ประเภทธุรกิจ / ความเกี่ยวข้อง
1 บมจ. ทุนธนชาต (TCAP) บริษัทแม่ กลุ่มธุรกิจการเงิน
2 บมจ. ธนาคารธนชาต ธุรกิจธนาคาร
3 บมจ. หลักทรัพย์ธนชาต บริการหลักทรัพย์
4 บมจ. ธนชาตประกันภัย ประกันวินาศภัย
5 บลจ. ธนชาต กองทุนรวม
6 บจก. ธนชาตโบรกเกอร์ นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์
7 บจก. ธนชาตเทรนนิ่ง & ดีเวลลอปเมนท์ การฝึกอบรมบุคลากร
8 บจก. บริหารสินทรัพย์ ทีเอส บริหารสินทรัพย์
9 บจก. บริหารเอ็น เอฟ เอส บริหารสินทรัพย์
10 บจก. บริหารสินทรัพย์แม็กซ์ บริหารสินทรัพย์
11 บมจ. เอ็ม บี เคไลฟ์ ประกันชีวิต ประกันชีวิต
12 บจก. ที เอ็ม โบรคเกอร์ นายหน้า
13 บจก. เอ็ม ที เซอร์วิส 2016 บริการสนับสนุน
14 บริษัท อาร์ทีเอ็น อินชัวร์รันส์ โบรกเกอร์ บริษัทย่อยของ THANI ด้านประกันวินาศภัย & ชีวิต



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)4,443,386.934,597,385.304,228,647.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)4,281.004,822.004,986.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 288,981,404.68243,948,723.68267,372,860.27

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น THANI
บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อและเช่าทางการเงินสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ ยานพาหนะ และทรัพย์สินอื่น ๆ ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะผูกกับ คุณภาพลูกหนี้ ต้นทุนทางการเงิน ภาวะเศรษฐกิจ และมูลค่าหลักประกัน เป็นสำคัญ
🔴 1. ความเสี่ยงด้านคุณภาพลูกหนี้และหนี้เสีย
ธุรกิจสินเชื่อมีความเสี่ยงโดยตรงจากการที่ลูกหนี้ไม่สามารถชำระค่างวดได้ หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของผู้ประกอบการลดลง หรือธุรกิจขนส่งได้รับผลกระทบ อาจทำให้ NPL เพิ่มขึ้น และบริษัทต้องตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มขึ้น
จุดที่ต้องจับตาคือ ในปี 2568 THANI มีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 812.74 ล้านบาท ขณะที่ปี 2567 อยู่ที่ 1,112.12 ล้านบาท สะท้อนว่าคุณภาพสินเชื่อและระดับการตั้งสำรองยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อกำไรของบริษัท
🔴 2. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
ลูกค้าของ THANI ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับรถเพื่อการพาณิชย์ หากเศรษฐกิจชะลอตัว การลงทุนลดลง หรือกิจกรรมขนส่งและการค้าลดลง ความต้องการสินเชื่อใหม่อาจลดลง และลูกค้าเดิมอาจมีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง
เศรษฐกิจชะลอ → รายได้ลูกค้าลด → ผ่อนชำระยากขึ้น → NPL เพิ่ม → สำรองเพิ่ม → กำไรลด
🔴 3. ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงิน
ธุรกิจลีสซิ่งต้องใช้เงินทุนจำนวนมากในการปล่อยสินเชื่อ หากต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่บริษัทสามารถปรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อได้ จะกดดัน ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) และกำไร
ดังนั้นทิศทางดอกเบี้ยและความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
🔴 4. ความเสี่ยงจากราคาขายรถยึดและมูลค่าหลักประกัน
สินเชื่อเช่าซื้อมีรถเป็นหลักประกัน หากเกิดการยึดรถจำนวนมาก บริษัทต้องนำรถออกขายเพื่อชดเชยหนี้ แต่หาก ราคามือสองลดลง บริษัทอาจได้รับเงินจากการขายหลักประกันไม่เพียงพอกับยอดหนี้
ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่แค่ “ลูกหนี้ผิดนัด” แต่รวมถึง Recovery Rate หลังยึดรถ ด้วย
🔴 5. ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
ตลาดสินเชื่อเช่าซื้อมีการแข่งขันสูง ทั้งจากธนาคาร บริษัทลีสซิ่ง และผู้ให้บริการสินเชื่อรายอื่น การแข่งขันด้านอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขสินเชื่ออาจทำให้บริษัทต้องยอมลดผลตอบแทนเพื่อรักษาปริมาณสินเชื่อ
หากเร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อเพิ่มยอด แต่ต้องแลกกับคุณภาพลูกหนี้ที่ลดลง จะกลายเป็นความเสี่ยงต่อกำไรในระยะถัดไป
🔴 6. ความเสี่ยงจากการเติบโตของสินเชื่อ
การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อไม่ได้หมายความว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นเสมอไป เพราะการขยายสินเชื่ออย่างรวดเร็วอาจนำไปสู่การรับลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น
สำหรับธุรกิจลักษณะนี้ นักลงทุนควรดูพร้อมกันทั้ง
ยอดสินเชื่อใหม่ + NPL + Coverage Ratio + Credit Cost + กำไรสุทธิ
ไม่ควรดูเพียงยอดปล่อยสินเชื่ออย่างเดียว
🔴 7. ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์และการกำกับดูแล
ธุรกิจสินเชื่ออยู่ภายใต้กฎเกณฑ์และการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค การคิดดอกเบี้ย การติดตามหนี้ หรือมาตรฐานบัญชี อาจส่งผลต่อรายได้ ต้นทุน และกระบวนการดำเนินธุรกิจ
📌 ประเด็นที่นักลงทุน THANI ควรจับตา
ข้อมูลล่าสุดที่ SET แสดงเป็น งบไตรมาส 2/2569 และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 359.53 ล้านบาท เพิ่มจาก 278.68 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 ขณะที่กำไร 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 699.87 ล้านบาท เทียบกับ 532.28 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ดังนั้นภาพปัจจุบันไม่ได้มีเพียงด้านลบ แต่สิ่งสำคัญคือ การเติบโตของกำไรจะยั่งยืนหรือไม่ หากคุณภาพสินเชื่อและต้นทุนทางการเงินเปลี่ยนแปลง
⭐ สรุปความเสี่ยง THANI แบบสั้น ๆ

ความเสี่ยงระดับที่ควรจับตา
หนี้เสีย / NPL🔴 สูง
คุณภาพลูกหนี้🔴 สูง
ต้นทุนทางการเงิน🟠 ปานกลาง-สูง
ราคาหลักประกันรถมือสอง🟠 ปานกลาง-สูง
ภาวะเศรษฐกิจ🟠 ปานกลาง-สูง
การแข่งขัน🟠 ปานกลาง
กฎระเบียบ🟡 ปานกลาง

หัวใจของ THANI คือ “คุณภาพพอร์ตสินเชื่อ” เพราะหาก NPL ควบคุมได้ บริษัทสามารถรักษากำไรได้ดี แต่หากหนี้เสียเร่งตัวขึ้นพร้อมกับราคาหลักประกันลดลง ผลกระทบอาจเกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง สำรองสูงขึ้น + รายได้ลดลง + กำไรถูกกดดัน ข้อมูลจาก SET ระบุว่าราคาหุ้น THANI ล่าสุดที่แสดงอยู่บริเวณ 2.18 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 1.55–2.44 บาท ดังนั้นสำหรับนักลงทุนควรแยกการประเมิน “ความเสี่ยงของธุรกิจ” ออกจาก “จังหวะราคาหุ้น” อย่างชัดเจน
มุมมอง: THANI เป็นหุ้นการเงินที่ตัวแปรสำคัญไม่ได้อยู่แค่การเติบโตของกำไร แต่ต้องเฝ้าดู NPL, Credit Cost, การตั้งสำรอง, ต้นทุนทางการเงิน และคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ เป็นพิเศษ เพราะตัวเลขเหล่านี้สามารถเปลี่ยนทิศทางกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ.




การระดมทุนผ่านหุ้นกู้ – หลายช่วงเวลา
หุ้นกู้ครั้งที่ 2 ของปี 2555: วงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท อายุ 4 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 5% (อันดับ BBB+)
หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2556: วงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท อายุ 4 ปี ดอกเบี้ย 4.70% และเติบโตสินทรัพย์รวมถึง 21,731 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี 2556

หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2566: อายุ 3‑4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.17–3.43% เสนอขายในก.พ. 2566 (อันดับความน่าเชื่อถือ A‑ มีแนวโน้ม Stable)
หุ้นกู้ครั้งที่ 3/2566: อายุ 3 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ยคงที่ 3.45% เสนอขายในกรกฎาคม 2566 (อันดับ A‑ / Stable)
การเพิ่มทุนและความร่วมมือทางการเงิน
ปี 2563 มีมติขยายทุนจดทะเบียนจาก 3.77 พันล้านบาท เป็น 5.66 พันล้านบาท โดยเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม ในสัดส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ พร้อมวงเงินหุ้นกู้สูงสุด 40,000 ล้านบาท เพื่อเสริมเงินทุนธนาคารนครหลวงไทยเข้าร่วมลงทุนเพิ่มหุ้นในปีเดียวกัน จากถือหุ้น ~22.8% เป็น ~40.3% เพื่อสนับสนุนแผนขยายธุรกิจและสภาพคล่อง

การกำกับดูแลกิจการ (CG) และความยั่งยืน
รับการประเมินระดับ “ดีเลิศ” 5 ดาว จากโครงการ CGR 2019 และได้รับคะแนนสูงในการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM)

เป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านการทุจริต (CAC) ร่วมกับบริษัทในกลุ่ม ธนชาต

การขยายผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่
ในปี 2567 เริ่มขยายไปยังสินเชื่อที่มีหลักประกัน (อสังหาริมทรัพย์/ที่ดิน) เพื่อกระจายความเสี่ยง รองรับกลุ่ม SME และลูกค้าที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน (ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 18,000–20,000 ล้านบาท พอร์ตสินเชื่อคงที่ ~50,000 ล้านบาท และควบคุม NPL ให้อยู่ไม่เกิน 3%)

สรุปภาพรวม
ราชธานีลิสซิ่งเติบโตอย่างมั่นคงบนฐานสินเชื่อรถบรรทุกระดับชาติ และพัฒนาต่อยอดด้านโครงสร้างเงินทุนผ่านหุ้นกู้และการเพิ่มทุนในหลายช่วงเวลา รวมถึงการดูแลกิจการที่ดีและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบโจทย์ลูกค้าในกลุ่ม SME ทั้งนี้บริษัทยังคงรักษาคุณภาพสินเชื่อ (NPL ต่ำ) และผลักดันกลยุทธ์ขยายธุรกิจทั่วประเทศด้วยความร่วมมือจากผู้ถือหุ้นสำคัญ


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสด1,432.373,690.631,214.681,607.94850.50
เงินลงทุนสุทธิ
เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ718.76971.69891.72890.181,135.83
– เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้718.76971.69891.72890.181,135.83
ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ443.41761.69155.45336.0599.29
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ68.5361.3890.7695.5796.02
รวมสินทรัพย์55,259.6351,162.5840,970.2844,428.4138,835.99
เงินกู้ยืมและเงินรับฝาก7,124.177,264.794,915.264,437.833,016.16
รวมหนี้สิน42,574.7037,798.4526,895.9530,968.0524,747.01
ทุนจดทะเบียน5,663.036,229.336,229.336,229.336,229.33
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า5,663.036,229.336,229.336,229.336,229.33
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น319.89319.89319.89319.89319.89
กำไร(ขาดทุน)สะสม6,702.016,814.917,525.116,911.147,539.76
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่12,684.9313,364.1214,074.3213,460.3614,088.97

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ4,106.583,745.803,218.421,667.851,478.84
– รายได้ดอกเบี้ย3,668.033,361.662,874.051,488.591,325.51
– จากสินเชื่อและเงินฝาก49.9277.4494.8148.0655.46
– รายได้ค่านายหน้า
– รายได้จากการดำเนินธุรกิจ – อื่น ๆ
รวมรายได้4,597.394,228.653,734.781,945.931,726.89
ต้นทุน
(กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น1,047.731,112.12812.74525.81193.34
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร736.58867.91655.39327.61315.17
ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้2,813.072,248.622,463.441,212.021,282.24
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,286.92800.211,147.84532.28699.87
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.230.130.180.090.11

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน1,785.798,340.399,834.465,827.173,148.35
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-0.49-6.18-7.17-6.02-14.10
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-1,003.38-6,075.95-12,303.24-7,903.84-3,498.42
เงินสดสุทธิ781.932,258.26-2,475.95-2,082.69-364.18

วิเคราะห์งบการเงิน THANI — ราชธานีลิสซิ่ง
ผมอ้างอิง งบการเงินล่าสุดไตรมาส 2/2569 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 ซึ่งเป็นงบรวมและผ่านการสอบทานแล้ว โดย THANI ประกอบธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อและเช่าทางการเงินสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ ยานพาหนะ และทรัพย์สินอื่น ๆ
🔥 1. กำไรกลับมาเร่งตัว — จุดเด่นที่สุดของงบ
ตัวเลข กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569 = 699.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 532.28 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน หรือประมาณ +31.5% YoY
เฉพาะไตรมาส 2/2569 THANI มีกำไรสุทธิ 359.53 ล้านบาท เทียบกับ 278.68 ล้านบาทใน Q2/2568 เพิ่มขึ้นประมาณ +29.0% YoY
นี่ถือเป็นสัญญาณบวก เพราะกำไรไม่ได้โตเพียงเล็กน้อย แต่เป็นการฟื้นตัวในระดับประมาณ 30% เมื่อเทียบกับฐานปีก่อน
EPS 6 เดือน = 0.11 บาท/หุ้น เพิ่มจาก 0.09 บาท/หุ้นในช่วงเดียวกันปีก่อน
📈 2. รายได้ยังหดตัว แต่กำไรโต — ต้องดู “คุณภาพกำไร”
จุดที่น่าสนใจคือปี 2568 รายได้จากการดำเนินธุรกิจลดลงจาก 3,745.80 ล้านบาท → 3,218.42 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยลดลงจาก 3,361.66 ล้านบาท → 2,874.05 ล้านบาท
แต่ในปี 2569 กำไรกลับฟื้นตัวอย่างชัดเจน
สาเหตุสำคัญที่ควรจับตาคือ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลงอย่างมาก
ปี 2567: 1,112.12 ล้านบาท
ปี 2568: 812.74 ล้านบาท
Q1/2569: 110.64 ล้านบาท
ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารก็ลดลงจาก 867.91 ล้านบาทในปี 2567 → 655.39 ล้านบาทในปี 2568
แปลเป็นภาษานักลงทุน:
THANI ไม่ได้กำลังโตจากการเร่งปล่อยสินเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่กำไรได้รับแรงหนุนจาก การควบคุมต้นทุน + ภาระสำรองเครดิตที่ลดลง
นี่เป็นปัจจัยบวกต่อคุณภาพกำไร แต่ต้องติดตามต่อว่า ECL จะอยู่ในระดับต่ำได้ต่อเนื่องหรือไม่

💰 3. ฐานกำไรปี 2568 ยังไม่ดีเท่าปี 2566 ถ้ามองย้อนหลัง:

ปีกำไรสุทธิ
25661,286.92 ลบ.
2567800.21 ลบ.
25681,147.84 ลบ.
6M/2568532.28 ลบ.
6M/2569699.87 ลบ.

ข้อมูลจาก SET แสดงให้เห็นว่า THANI เคยทำกำไรได้ถึง 1,286.92 ล้านบาทในปี 2566 ก่อนลดลงในปี 2567 และฟื้นขึ้นเป็น 1,147.84 ล้านบาทในปี 2568

ดังนั้น ปี 2569 กำลังอยู่ในจังหวะฟื้นตัวของกำไร มากกว่าจะเรียกว่าเป็นช่วงเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจ
หากกำไรครึ่งปีหลังรักษาระดับได้ใกล้เคียงครึ่งปีแรก กำไรทั้งปีมีโอกาสอยู่แถว 1.3–1.4 พันล้านบาท ซึ่งจะกลับไปใกล้ระดับปี 2566
ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณแบบง่าย ไม่ใช่ประมาณการบริษัท
🏦 4. สิ่งที่ต้องจับตาที่สุดสำหรับหุ้น Leasing: คุณภาพลูกหนี้
สำหรับธุรกิจสินเชื่อ สิ่งที่สำคัญกว่า “รายได้โตหรือไม่” คือ
ลูกหนี้ดีขึ้นหรือแย่ลง?
เพราะหากเศรษฐกิจชะลอตัว ลูกค้าผิดนัดชำระเพิ่มขึ้น บริษัทอาจต้องตั้ง ECL สูงขึ้น และกำไรสามารถถูกกดลงได้อย่างรวดเร็ว
ดังนั้นการที่ ECL ลดลงในช่วงที่ผ่านมาเป็น สัญญาณบวกมากกว่าการดูรายได้เพียงอย่างเดียว
แต่ผมจะไม่มองข้ามความเสี่ยง เพราะธุรกิจของ THANI มีความเกี่ยวข้องกับสินเชื่อรถเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ การลงทุน และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
📊 5. Valuation เริ่มน่าสนใจ
ข้อมูล SET ณ 20 ส.ค. 2569 ระบุว่า THANI มีราคา 2.22 บาท, Market Cap ประมาณ 13,829 ล้านบาท, P/E 10.51 เท่า และ P/BV 0.98 เท่า
จุดที่น่าสนใจคือ
P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า
สำหรับธุรกิจการเงิน ตัวเลขนี้ถือว่าน่าสนใจในเชิงมูลค่า เพราะตลาดกำลังให้มูลค่าหุ้นใกล้เคียงกับมูลค่าทางบัญชี
แต่การซื้อขายต่ำกว่า Book Value ไม่ได้หมายความว่าหุ้น “ถูกแน่นอน” เพราะตลาดอาจกำลังสะท้อนความกังวลเรื่อง
การเติบโตของสินเชื่อ
คุณภาพลูกหนี้
NPL
ค่าใช้จ่ายทางการเงิน
ECL ในอนาคต
ดังนั้น ตัวชี้ขาดคือ ROE และคุณภาพสินทรัพย์
⚠️ 6. จุดเสี่ยงที่ต้องติดตาม
🔴 ความเสี่ยงที่ 1 — ECL กลับมาเพิ่ม
นี่คือความเสี่ยงอันดับต้น ๆ
ถ้าคุณภาพลูกหนี้แย่ลง → ECL เพิ่ม → กำไรลดทันที
🔴 ความเสี่ยงที่ 2 — รายได้ดอกเบี้ยลดลง
รายได้ดอกเบี้ยปี 2568 ลดลงจาก 3,361.66 ล้านบาท เหลือ 2,874.05 ล้านบาท
ดังนั้นต้องดูว่าการฟื้นตัวของกำไรในปี 2569 สามารถชดเชยการหดตัวของรายได้หลักได้ต่อเนื่องหรือไม่
🔴 ความเสี่ยงที่ 3 — ต้นทุนเงินทุน
THANI เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนเพื่อปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นทิศทางอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนการระดมทุนมีผลต่อส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย
🔴 ความเสี่ยงที่ 4 — เศรษฐกิจและรถเพื่อการพาณิชย์
หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การขนส่ง หรือการลงทุนของภาคธุรกิจชะลอตัว ความต้องการสินเชื่อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าอาจได้รับผลกระทบ
🎯 สรุป THANI แบบนักลงทุน
THANI กำลังส่งสัญญาณ “กำไรฟื้นแรง”
จุดเด่นคือ กำไร 6 เดือน +31.5% YoY และ Q2/69 โตประมาณ +29% YoY ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตและค่าใช้จ่ายบางส่วนลดลง ซึ่งช่วยหนุนกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
แต่ภาพใหญ่ยังต้องพิสูจน์ว่า การฟื้นตัวของกำไรจะยั่งยืนหรือไม่ เพราะรายได้ดอกเบี้ยและรายได้จากธุรกิจหลักในช่วงก่อนหน้ายังมีแนวโน้มลดลง
มุมมองพื้นฐาน: 🟢 บวก / กำลังฟื้นตัว
กำไร: 🟢 ฟื้นตัวเด่น
ต้นทุน: 🟢 ควบคุมได้ดีขึ้น
คุณภาพสินทรัพย์: 🟡 ต้องติดตาม ECL/NPL
Valuation: 🟢 P/BV ประมาณ 0.98 เท่า
ความเสี่ยง: 🟡 ปานกลางถึงสูงตามวัฏจักรสินเชื่อ
ประเด็นสำคัญที่สุด: ECL + NPL + การเติบโตของสินเชื่อ
ถ้ามองในสไตล์ “หุ้นสายพื้นฐาน + จังหวะเก็งกำไร” THANI เป็นหุ้นที่น่าสนใจตรง กำไรเริ่มเร่งตัว ขณะที่ Valuation ยังไม่แพง แต่การจะเปลี่ยนจาก “หุ้นฟื้นตัว” เป็น “หุ้นเติบโต” ต้องเห็นคุณภาพสินทรัพย์แข็งแรงและรายได้สินเชื่อกลับมาโตอย่างต่อเนื่อง
หมายเหตุ: ข้อมูลล่าสุดที่ใช้คือ Q2/2569 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 และราคาหุ้นที่ SET แสดงล่าสุดใน Factsheet ที่ค้นได้คือ 2.22 บาท ณ 20 ส.ค. 2569; ตัวเลขประมาณการกำไรทั้งปีข้างต้นเป็นการคำนวณอย่างง่าย ไม่ใช่ประมาณการของบริษัท



วิเคราะห์หุ้น THANI — ราชธานีลิสซิ่ง
บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI เป็นหุ้นกลุ่มสินเชื่อที่มีจุดเด่นด้าน สินเชื่อรถเพื่อการพาณิชย์ เช่น รถบรรทุก รถหัวลาก รวมถึงสินเชื่อเช่าซื้อ/เช่าการเงิน สินเชื่อทะเบียนรถ และ Floor Plan
🔥 ภาพรวมล่าสุด
ราคาหุ้นล่าสุดที่มีข้อมูล ณ 21–22 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 2.18 บาท ลดลง 0.04 บาท หรือ -1.80% ในวันที่ 22 ส.ค. โดยวันดังกล่าวมีปริมาณซื้อขายประมาณ 13.91 ล้านหุ้น และกรอบราคา 2.16–2.22 บาท
จุดที่น่าสนใจคือราคาปรับตัวขึ้นมาจากบริเวณ 2.02–2.08 บาทในเดือน ก.ค. ก่อนขึ้นไปทดสอบบริเวณ 2.40–2.44 บาทในต้นเดือน ส.ค. แต่หลังจากนั้นเกิดแรงขายทำกำไรและย่อตัวลงมาแถว 2.18 บาท
📊 งบการเงิน — กำไรฟื้นตัวชัด
งบล่าสุดคือ ไตรมาส 2/2569 และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่อยู่ที่
Q2/69 = 359.5 ล้านบาท
Q2/68 = 278.7 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นประมาณ 29.0% YoY
กำไร 6 เดือนปี 2569 = 699.9 ล้านบาท
6 เดือนปี 2568 = 532.3 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นประมาณ 31.5% YoY
EPS 6 เดือนเพิ่มจาก 0.09 เป็น 0.11 บาท/หุ้น
ถือเป็นสัญญาณบวก เพราะแม้ธุรกิจสินเชื่อยังอยู่ในภาวะที่ต้องระมัดระวังเรื่องคุณภาพลูกหนี้ แต่ ความสามารถในการทำกำไรของ THANI ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 340.35 ล้านบาท เทียบกับ 253.61 ล้านบาทใน Q1/68 ขณะที่สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 39,723 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 14,415 ล้านบาท
💰 จุดแข็งของ THANI

  1. เชี่ยวชาญตลาดรถเพื่อการพาณิชย์
    THANI ไม่ได้พึ่งพาสินเชื่อรถยนต์นั่งเพียงอย่างเดียว แต่มีฐานธุรกิจในรถบรรทุก รถหัวลาก และรถเพื่อประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะทางที่บริษัทมีประสบการณ์
  2. กำไรกลับมาเติบโต
    กำไร 6 เดือนโตมากกว่า 30% YoY ถือเป็น Momentum ทางพื้นฐานที่น่าสนใจ
  3. ฐานะทางการเงินดีขึ้น
    จากข้อมูล Q1/69 สินทรัพย์รวมลดลงจากปีก่อน แต่หนี้สินลดลงแรงกว่าสินทรัพย์ ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น สะท้อนการปรับขนาดพอร์ตและโครงสร้างทางการเงินให้มีความระมัดระวังมากขึ้น
  4. ผู้ถือหุ้นใหญ่แข็งแรง
    บริษัท ธนชาต เอสพีวี 1 จำกัด ถือหุ้นประมาณ 56.84% และบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) ถือประมาณ 10.10% ทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นมีผู้ถือหุ้นใหญ่ชัดเจน

📈 มุมมองกราฟเทคนิค
ภาพกราฟระยะกลางยังถือว่า มีโครงสร้างฟื้นตัวจากฐาน แต่ระยะสั้นกำลังอยู่ในช่วงพักตัว
ช่วงเดือน ก.ค. ราคาสามารถขยับจากประมาณ 2.00 บาทขึ้นมาทำ High แถว 2.44 บาท ก่อนย่อตัวลงมา 2.18 บาท
ข้อมูล Technical ณ 21 ส.ค. ให้ภาพค่อนข้าง Neutral ถึงอ่อนตัวในระยะสั้น โดย RSI(14) อยู่ประมาณ 44 ขณะที่ MACD ติดลบ และราคายังต่ำกว่า MA20/MA50
แนวรับสำคัญ
2.16 บาท — แนวรับแรก
2.10–2.12 บาท — แนวรับถัดไป
2.02–2.04 บาท — แนวรับสำคัญของรอบ
แนวต้านสำคัญ
2.22–2.24 บาท — ด่านแรก
2.30–2.34 บาท — แนวต้านกลาง
2.40–2.44 บาท — High เดิม/แนวต้านสำคัญ
ดังนั้นจุดที่ต้องจับตาคือ 2.24 บาท หากสามารถผ่านพร้อม Volume เพิ่มขึ้น จะเริ่มมีสัญญาณกลับมาเป็นบวกมากขึ้น
แต่ถ้าผ่าน 2.40–2.44 บาท ได้ด้วยวอลุ่มหนาแน่น จะถือเป็น Breakout สำคัญ และเปิดทางให้เกิด Momentum รอบใหม่
⚡ สรุปแบบ “หุ้นสายเทคนิค”
THANI = พื้นฐานกำลังฟื้น แต่กราฟระยะสั้นยังพักตัว
🔥 Fundamental: บวก
🔥 กำไร: บวกชัด — 6M69 โต ~31.5% YoY
🟡 Momentum: เริ่มชะลอหลังชน 2.40–2.44
🟡 Trend ระยะสั้น: พักฐาน
🟢 Trend ระยะกลาง: ยังมีโอกาสฟื้นตัว
⚠️ สิ่งที่ต้องระวัง: คุณภาพสินทรัพย์/หนี้เสีย และการเติบโตของสินเชื่อ
กลยุทธ์: หากยืน 2.16–2.18 ได้และเริ่มมีแรงซื้อกลับ สามารถจับตาการรีบาวด์ไปทดสอบ 2.22–2.24 บาทก่อน หาก Breakout 2.24 พร้อม Volume ค่อยเพิ่มความน่าสนใจ ส่วนการผ่าน 2.40–2.44 บาทจะเป็นสัญญาณ Technical ที่โดดเด่นกว่าเดิม
มุมมอง: THANI เป็นหุ้นที่น่าจับตาในธีม “กำไรฟื้น + หุ้นอยู่ในช่วงพักฐานหลังขึ้นแรง” มากกว่าจะเป็นหุ้นที่ควรไล่ราคาในทันที บริษัทราชธานีลิสซิ่งเติบโตอย่างมั่นคงบนฐานสินเชื่อรถบรรทุกระดับชาติ และพัฒนาต่อยอดด้านโครงสร้างเงินทุนผ่านหุ้นกู้และการเพิ่มทุนในหลายช่วงเวลา รวมถึงการดูแลกิจการที่ดีและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบโจทย์ลูกค้าในกลุ่ม SME ทั้งนี้บริษัทยังคงรักษาคุณภาพสินเชื่อ (NPL ต่ำ) และผลักดันกลยุทธ์ขยายธุรกิจทั่วประเทศด้วยความร่วมมือจากผู้ถือหุ้นสำคัญ


Disclaimer

ใส่ความเห็น