ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น THANA บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น THANA บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น THANA บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) THANA อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.02บาท09 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.03บาท05 ก.ย. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.03บาท09 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 25660.04บาท05 ก.ย. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.07บาท09 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.05บาท08 ก.ย. 2565เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น THANA
THANA หรือ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ณ 31 ธันวาคม 2568 กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มที่ดินและโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. สินค้าคงเหลือ — 744.1 ล้านบาท
    ถือเป็น ทรัพย์สินหลักของธุรกิจ THANA ประกอบด้วย
    ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในโครงการที่พัฒนาเพื่อขาย 742.8 ล้านบาท
    สินค้าส่งเสริมการขาย 2.7 ล้านบาท
    หักค่าเผื่อมูลค่าสินค้าลดลงประมาณ 1.4 ล้านบาท
    สินค้าคงเหลือดังกล่าวเป็นบ้านและที่ดินในโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและจำหน่ายให้ลูกค้า

โครงการสำคัญที่ปรากฏในรายการทรัพย์สิน ได้แก่

โครงการพื้นที่มูลค่าตามบัญชี
ธนาคลัสเตอร์ ราชพฤกษ์–สถานีบางพลู8-2-20 ไร่7.5 ลบ.
ธนาคลัสเตอร์ สถานีเซ็นทรัล–บางใหญ่10-1-94.3 ไร่4.1 ลบ.
สิริ วิลเลจ อุดรธานี–แอร์พอร์ต39-1-80 ไร่109.2 ลบ.
ธนาวิลเลจ 3 วงแหวน ปิ่นเกล้า–ศรีรัช18-2-5.79 ไร่128.0 ลบ.
ธนาเรสซิเดนท์ บรมราชชนนี–ปิ่นเกล้า23-0-47 ไร่343.3 ลบ.
ธนาพาร์ค พรีเว่ พระราม 5–นครอินทร์5-1-12 ไร่26.5 ลบ.
ธนาพาร์ค พรีเว่ นครอินทร์–ปิ่นเกล้า6-1-83.4 ไร่76.4 ลบ.
ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์ เวสต์วิว13 ไร่49.0 ลบ.

รวมมูลค่าตามบัญชีของสินค้าคงเหลือ 744.1 ล้านบาท
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ — 3.5 ล้านบาท
ประกอบด้วยทรัพย์สินที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน เช่น
ที่ดินบริเวณป้ายโฆษณาหน้าโครงการ
อาคารสำนักงานและสำนักงานช่าง
เครื่องตกแต่งและอุปกรณ์สำนักงาน
เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในสำนักงานใหญ่และโครงการต่าง ๆ
มูลค่าสุทธิตามบัญชี ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านบาท

ที่ดินรอการพัฒนา — 105.1 ล้านบาท
เป็นที่ดินที่บริษัทหรือบริษัทย่อยซื้อไว้เพื่อพัฒนาเป็นโครงการในอนาคต โดย ณ สิ้นปี 2568 มีมูลค่าตามบัญชีรวม 105.1 ล้านบาท ได้แก่
ที่ดินริมถนนรัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี — 17.4 ล้านบาท
ที่ดินริมถนนซอยวัดไผ่เหลือง — 27.7 ล้านบาท
ที่ดินเปล่า กมลา จ.ภูเก็ต — 60.0 ล้านบาท
จุดที่น่าสนใจคือที่ดินแปลงกมลามีขนาดประมาณ 105 ไร่ 2 งาน 76.9 ตารางวา และมีราคาประเมินประมาณ 849.4 ล้านบาท ตามรายงานประจำปี 2568

อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน — 10.9 ล้านบาท
ประกอบด้วย
ที่ดินบริเวณด้านหน้าโครงการธนาฮาบิแทต กรู๊ฟ พระราม 5 ประมาณ 2.2 ล้านบาท
อาคารและสิ่งปลูกสร้าง Thana Wellness Park ประมาณ 7.9 ล้านบาท
รวมประมาณ 10.9 ล้านบาท

สินทรัพย์ไม่มีตัวตน — 0.56 ล้านบาท
เป็นลิขสิทธิ์และซอฟต์แวร์ที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน เช่น
ระบบบัญชี
ระบบเงินเดือน
ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ต่าง ๆ
มีมูลค่าตามบัญชีประมาณ 564,330 บาท ณ 31 ธันวาคม 2568

สำนักงานใหญ่
บริษัทใช้พื้นที่อาคารพาณิชย์ 5 ชั้น จำนวน 2 คูหา เป็นสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่ 650 และ 652 ถนนบรมราชชนนี เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร พื้นที่เช่ารวมประมาณ 1,000 ตารางเมตร โดยสัญญาเช่าปัจจุบันเริ่ม 1 กันยายน 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2569 และมีค่าเช่าประมาณ 0.21 ล้านบาทต่อเดือน


สรุปภาพรวมทรัพย์สิน THANA

ประเภททรัพย์สินมูลค่าประมาณ
สินค้าคงเหลือ744.1 ล้านบาท
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์3.5 ล้านบาท
ที่ดินรอการพัฒนา105.1 ล้านบาท
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน10.9 ล้านบาท
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน0.56 ล้านบาท

ภาพรวมจึงเห็นได้ว่า “ที่ดินและโครงการอสังหาริมทรัพย์” เป็นหัวใจสำคัญของฐานทรัพย์สิน THANA โดยเฉพาะสินค้าคงเหลือซึ่งมีมูลค่าตามบัญชี 744.1 ล้านบาท และที่ดินรอการพัฒนาอีก 105.1 ล้านบาท ข้อมูลนี้มาจาก One Report 2568 ของบริษัทโดยตรง


🏢 กลุ่มบริษัทในเครือ THANA

  1. บริษัท ธนาสิริ พร๊อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TPD)
    สถานะ: บริษัทย่อยของ THANA
    เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่ม โดยอยู่ภายใต้โครงสร้างการดำเนินงานของ THANA
  2. บริษัท พิมานสิริ จำกัด (PMS)
    สถานะ: บริษัทย่อยของ THANA
    เป็นอีกหนึ่งบริษัทย่อยที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจของ THANA และเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่ม
  3. บริษัท อนาบูกิ ธนาสิริ (ประเทศไทย) จำกัด (ATT)
    สถานะ: บริษัทร่วมค้า
    เป็นกิจการร่วมค้าระหว่าง THANA กับพันธมิตรทางธุรกิจจากญี่ปุ่น โดยใช้ความร่วมมือในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
  4. บริษัท ธนาสิริ โลฟิส (ประเทศไทย) จำกัด (TLT)
    สถานะ: บริษัทร่วมค้า
    เป็นอีกหนึ่งกิจการร่วมค้าที่อยู่ในโครงสร้างกลุ่ม THANA และเป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจผ่านการร่วมทุน
  5. บริษัท โฮมมี่ เวลเนส จำกัด (HW)
    สถานะ: บริษัทร่วมค้า
    เป็นกิจการร่วมค้าที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจไปสู่ บริการด้านสุขภาพเชิงป้องกันและ Wellness ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ THANA ที่ต้องการขยายจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปสู่แนวคิด Lifetime Total Living Solution

🔎 โครงสร้างธุรกิจของ THANA โดยสรุป
THANA – บริษัทแม่
⬇️
บริษัทย่อย 2 แห่ง
TPD – ธนาสิริ พร๊อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์
PMS – พิมานสิริ
⬇️
บริษัทร่วมค้า 3 แห่ง
ATT – อนาบูกิ ธนาสิริ (ประเทศไทย)
TLT – ธนาสิริ โลฟิส (ประเทศไทย)
HW – โฮมมี่ เวลเนส
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่า THANA ไม่ได้ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทแม่เพียงอย่างเดียว แต่ใช้ทั้ง บริษัทย่อย + การร่วมทุนกับพันธมิตร เพื่อขยายธุรกิจ โดยธุรกิจหลักยังอยู่ที่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่บริษัทระบุว่ากลุ่มธุรกิจปัจจุบันครอบคลุม 3 กลุ่ม ได้แก่ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์, บริการที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และบริการด้านสุขภาพเชิงป้องกัน
บริษัทพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม โดยมี 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ ธนาเรสซิเดนซ์, ธนาฮาบิแทต, ธนาพาร์ค พรีเว่ และธนาวิลเลจ



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น THANA
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเน้นโครงการบ้านจัดสรรพร้อมที่ดินเพื่อขายในเขตปริมณฑล และบริษัทย่อยพัฒนาโครงการในภูมิภาคที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ
จากข้อมูลบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ฯ ความเสี่ยงที่ควรติดตามมีดังนี้

  1. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและเศรษฐกิจ
    ธุรกิจบ้านจัดสรรขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภค หากเศรษฐกิจชะลอตัว ค่าครองชีพสูง หรือความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง ลูกค้าอาจชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน ขณะที่บริษัทระบุว่าภาระหนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดที่อยู่อาศัย
  2. ความเสี่ยงจากการอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร
    ลูกค้าบ้านส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หากธนาคารมีเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อเข้มงวดขึ้น จะทำให้เกิด ยอดโอนไม่ผ่าน / ลูกค้ากู้ไม่ผ่าน และอาจกระทบยอดขายและกระแสเงินสดของบริษัท โดยบริษัทเคยระบุว่าความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อเป็นปัจจัยที่ทำให้การฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัว
  3. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
    การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก หากต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น จะกระทบทั้งต้นทุนของบริษัทและความสามารถในการซื้อบ้านของลูกค้า โดยข้อมูลของบริษัทระบุว่าต้นทุนทางการเงินเพิ่มจาก 9.97 ล้านบาทในปี 2565 เป็น 24.08 ล้านบาทในปี 2567 โดยมีสาเหตุจากการขยายการลงทุน การกู้ยืมเพิ่มเติม และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
  4. ความเสี่ยงจากต้นทุนก่อสร้าง
    ราคาที่ดิน วัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และค่าก่อสร้างที่ผันผวน สามารถกดดันอัตรากำไรของโครงการ โดยเฉพาะกรณีที่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
  5. ความเสี่ยงจากสต็อกบ้านและระยะเวลาการขาย
    อสังหาริมทรัพย์มีลักษณะใช้เงินลงทุนสูงและใช้เวลาพัฒนาโครงการ หากบ้านสร้างเสร็จแล้วขายหรือโอนได้ช้ากว่าคาด บริษัทจะมีเงินทุนจมอยู่ใน ที่ดิน งานระหว่างก่อสร้าง และสินค้าคงเหลือ ส่งผลต่อกระแสเงินสดและต้นทุนทางการเงิน
  6. ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
    ตลาดบ้านจัดสรรมีผู้ประกอบการจำนวนมาก ทั้งบริษัทขนาดใหญ่และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายกลางและรายย่อย การแข่งขันด้านราคา ทำเล โปรโมชั่น และสิ่งอำนวยความสะดวก อาจทำให้บริษัทต้องใช้โปรโมชั่นมากขึ้นเพื่อเร่งยอดขาย ซึ่งอาจกระทบอัตรากำไร
  7. ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของทำเล
    THANA เน้นโครงการในเขตปริมณฑล ขณะที่บริษัทย่อยเน้นบางพื้นที่ในภูมิภาค ดังนั้นภาวะเศรษฐกิจ การจ้างงาน การเดินทาง และความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่เป้าหมายแต่ละแห่งอาจส่งผลต่อยอดขายของบริษัทค่อนข้างมาก
  8. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและกระแสเงินสด
    ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความแตกต่างด้านเวลาระหว่าง การจ่ายเงินซื้อที่ดินและก่อสร้าง กับ การรับเงินจากการโอนบ้าน หากยอดโอนลดลงในช่วงที่บริษัทมีภาระลงทุนสูง อาจทำให้กระแสเงินสดตึงตัวและต้องพึ่งพาเงินกู้มากขึ้น
  9. ความเสี่ยงจากผลประกอบการที่ผันผวน
    ผลประกอบการของ THANA มีความผันผวนตามจำนวนโครงการที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ โดยปี 2568 บริษัทมีรายได้ 473.78 ล้านบาท ลดลงจาก 547.61 ล้านบาทในปี 2567 และผลประกอบการปี 2568 เป็นขาดทุนสุทธิ 7.56 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 34.22 ล้านบาทในปี 2567
  10. ความเสี่ยงจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม
    หากตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัวต่อเนื่อง บริษัทอาจต้องใช้เวลานานขึ้นในการระบายสต็อก ขณะที่ต้นทุนในการถือครองโครงการยังดำเนินต่อไป บริษัทจึงต้องบริหารจังหวะการเปิดโครงการใหม่ให้สอดคล้องกับอุปสงค์จริง

สรุปประเด็นความเสี่ยง THANA แบบนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักที่ควรจับตา:
กำลังซื้อ → หนี้ครัวเรือน → กู้ไม่ผ่าน → ยอดโอน → สต็อก → กระแสเงินสด → ดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
จุดที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่รายได้และกำไรมีความผันผวน ดังนั้นการติดตาม THANA ควรดูควบคู่กันทั้ง ยอดขายรอโอน (Backlog), ยอดโอนกรรมสิทธิ์, สต็อก, หนี้สิน/เงินกู้, กระแสเงินสด และอัตรากำไรขั้นต้น มากกว่าดูเพียงรายได้หรือกำไรสุทธิในไตรมาสเดียว


ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1น.ส. เกษรา จิรไชยสิงห์69,315,44824.99
2น.ส. กุลพัชรี เสถียรภาพอยุทธ์33,589,80012.11
3น.ส. ทักขวดี เสถียรภาพอยุทธ์28,591,91010.31
4นาย สุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์20,683,3907.46
5นาย อารีศักดิ์ เสถียรภาพอยุทธ์14,333,0005.17
6นาง อสิตา เสถียรภาพอยุทธ์11,005,5003.97
7นาง ศุภนิตย์ เสถียรภาพอยุทธ์11,000,0003.97
8นาย ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์5,500,0001.98
9นาย ไตรรงค์ ขนอม4,477,0001.61
10นาง ธิดารัตน์ อรุณวิไลรัตน์4,183,1001.51
11นาย นัทธิ สุรเมธากุล3,404,9001.23
12นาย จรูญ ขนอม2,861,8001.03
13นาย สุวิจักขณ์ พัดเย็นชื่น2,394,0000.86
14นาย ชาญชัย เจียรจิตเลิศ2,090,0000.75
15บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด1,969,9560.71
16นาง สุนทรี นำประเสริฐชัย1,650,0000.59
17นาย สิทธิโชค มาเสถียร1,600,0000.58

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ประธานกรรมการบริษัท
2นาย สุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
3นาย อารีศักดิ์ เสถียรภาพอยุทธ์รองประธานกรรมการ
4นาง ยุพิน กาญจนวิกัยกรรมการ
5นาย ชาตรี โชไชยกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
6นางสาว บุญศรี โชติไพบูลย์พันธุ์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
7นาย วรกฤต จารุวงศ์ภัคกรรมการอิสระ
8นาย อนุพงษ์ เตชะอำนวยพรกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น THANA
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านจัดสรร บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม โดยเน้นพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดที่มีแนวโน้มเติบโตทางเศรษฐกิจ
📌 พัฒนาการสำคัญตามช่วงเวลา
ปี 2528 — จุดเริ่มต้นของธุรกิจ
ก่อตั้งในชื่อ บริษัท ประสิทธิ์ปิ่นเกล้า จำกัด เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2528 ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท เริ่มต้นจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ และทาวน์เฮ้าส์ ภายใต้โครงการ “ประสิทธิ์นิเวศน์”
ปี 2545 — ส่งต่อธุรกิจสู่คนรุ่นที่ 2
ทายาทของผู้ก่อตั้งเข้ามาบริหารงาน และบริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ธนาสิริ บ้านและสวน จำกัด โดยหันมาเน้นการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์มากขึ้น พร้อมเปิดตัวโครงการแรก “บ้านธนาสิริ รัตนาธิเบศร์”
ปี 2552 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ก่อนนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 ภายใต้ชื่อย่อ THANA
ปี 2565 — ปรับโครงสร้างเพื่อรองรับการเติบโต
บริษัทปรับโครงสร้างองค์กร คณะกรรมการบริหาร และกระบวนการบริหารจัดการ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนแนวคิด “THANA Green” และโมเดล Total Green Real Estate Development – Services โดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในกระบวนการดำเนินงาน
ปี 2567 — เดินหน้าขยายโครงการและทำเลใหม่
บริษัทมีแผนจัดหาที่ดินแปลงใหม่ในพื้นที่โซนตะวันออกของกรุงเทพฯ และเตรียมเปิดโครงการใหม่ ขณะเดียวกันเดินหน้าเปิดโครงการในจังหวัดนนทบุรีอย่างต่อเนื่อง โดยในปีดังกล่าวมีแผนเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ
ปี 2568 — เปิดโครงการร่วมทุนระดับพรีเมียม
THANA เปิดตัวโครงการ “อนาบูกิ ธนาเรสซิเดนซ์ กาญจนาภิเษก-พระราม 9” ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม มูลค่าโครงการประมาณ 1,500 ล้านบาท จำนวน 74 ครอบครัว บนพื้นที่กว่า 22 ไร่ ราคาเริ่มต้นประมาณ 18–30 ล้านบาท และเป็นโครงการร่วมทุนกับ Anabuki โครงการที่ 5
ปี 2568 — ปรับกลยุทธ์การขายและบริหารต้นทุน
ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว บริษัทใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อระบายสินค้าพร้อมขายและพร้อมโอน รวมถึงปรับการตลาดไปเน้นช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากสื่อแบบเดิมและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ตรงขึ้น
ปลายปี 2568–2569 — เตรียมบริหารพอร์ตที่ดินในภูเก็ต
คณะกรรมการบริษัทมีมติให้บริษัทย่อย TPD จำหน่ายที่ดินเปล่าในตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 แปลง รวมประมาณ 105 ไร่ 2 งาน 76.9 ตารางวา ให้แก่ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มูลค่ารวมประมาณ 898.38 ล้านบาท โดยบริษัทระบุว่าคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จภายในปี 2570
🔎 ภาพรวมพัฒนาการของ THANA
จุดเปลี่ยนสำคัญของ THANA สามารถมองเป็น 4 ช่วง คือ
ก่อตั้งธุรกิจ → ส่งต่อสู่รุ่นที่ 2 → เข้าตลาดหลักทรัพย์ → ขยายธุรกิจผ่านโครงการใหม่และพันธมิตร
ปัจจุบันบริษัทมีบริษัทย่อย 2 แห่ง ได้แก่ TPD และ PMS และบริษัทร่วมค้า 3 แห่ง ได้แก่ ATT, TLT และ HW ซึ่งสะท้อนการดำเนินธุรกิจที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการพัฒนาโครงการของบริษัทเอง แต่ยังใช้รูปแบบการร่วมทุนและการบริหารโครงการเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจด้วย


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด9.7445.3148.9163.1293.55
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ100.4311.3425.0412.7439.22
สินค้าคงเหลือ1,029.80911.12744.13782.33908.12
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,139.98969.85921.02860.821,139.12
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ4.744.163.463.763.71
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน276.97293.37224.05295.09215.29
รวมสินทรัพย์1,416.961,263.221,145.071,155.911,354.42
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม192.08161.98151.41137.85151.08
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ137.2669.3665.9070.6977.47
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี362.03341.46125.75189.20262.03
รวมหนี้สินหมุนเวียน722.84618.24405.71432.18646.19
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน135.5770.78176.00159.46170.09
รวมหนี้สิน858.42689.02581.71591.64816.28
ทุนจดทะเบียน277.38277.38277.38277.38277.38
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า277.38277.38277.38277.38277.38
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น80.1580.1579.2479.2479.24
กำไร(ขาดทุน)สะสม198.37217.89205.90205.55181.94
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-0.91-0.91–––
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่554.99574.51562.52562.16538.56
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย3.55-0.320.842.11-0.42

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ525.91542.75468.35252.01151.60
รายได้อื่น5.942.181.500.440.42
รวมรายได้533.41547.61473.78254.29155.11
ต้นทุน348.62387.31338.21187.88113.68
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร141.98124.72136.3670.7668.77
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย490.60512.03474.57258.64182.45
EBITDA65.0566.7113.023.19-20.31
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย5.517.267.083.763.86
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้59.5459.465.94-0.57-24.17
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่40.8734.22-7.55-7.91-23.96
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.150.12-0.03-0.03-0.09

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน-186.97153.36167.77130.75-58.75
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-67.7015.79-0.455.4399.77
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน204.11-133.57-163.72-118.373.61
เงินสดสุทธิ-50.5635.573.6017.8144.64

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)9.7125.7529.9714.16
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)37.5814.1712.1825.77
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)0.400.410.470.31
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)914.56893.18775.091,168.52
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)3.755.006.063.56
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)97.3672.9960.26102.41
วงจรเงินสด (วัน)854.78834.36727.011,091.89

🎯 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ

ระดับมุมมองทางเทคนิค
1.56 บาท🟢 แนวรับสำคัญ หากไม่หลุดยังรักษาภาพการสะสม
1.58 บาท🟢 แนวรับระยะสั้น
1.60 บาท⚪ จุดวัดแรงซื้อ
1.62 บาท🔴 แนวต้านสำคัญ / จุดทดสอบเบรก
1.66–1.68 บาท🔴 เป้าหมายถัดไป หากผ่าน 1.62 ได้
1.80–1.90 บาท🔴 โซนแนวต้านใหญ่ของกรอบ 52 สัปดาห์

ข้อมูล SET ระบุกรอบ 52 สัปดาห์ไว้ที่ 0.86–1.90 บาท ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่บริเวณ 1.60 บาท

🚀 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
1.62 บาท = ด่านสำคัญ
หาก THANA สามารถ ทะลุ 1.62 บาท พร้อม Volume ขยายตัว จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากขึ้น เพราะเป็นการผ่านยอดเดิมบริเวณ 1.61–1.62 บาทที่ราคาพยายามทดสอบหลายครั้ง
แต่ถ้ายังไม่ผ่าน 1.62 บาท ภาพยังเป็นลักษณะ Sideway / สะสมกำลัง มากกว่าจะเป็นขาขึ้นเต็มตัว
ด้าน Volume ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะวันที่ 8 ก.ย. ที่ราคาขึ้นทดสอบ 1.62 บาทมี Volume สูงผิดจากหลายวันรอบข้าง ขณะที่ช่วงหลัง Volume ลดลงค่อนข้างมาก ซึ่งสะท้อนว่าตลาดกำลังรอ Catalyst หรือแรงซื้อชุดใหม่เพื่อเลือกทิศทาง
⚡ สัญญาณเทคนิคแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
THANA กำลังอยู่ในโหมด “บีบตัวรอเลือกทาง”
ยืน 1.58–1.60 ได้ = โครงสร้างยังไม่เสีย
ผ่าน 1.62 + Volume = สัญญาณ Breakout ที่ต้องจับตา
หลุด 1.56 = ภาพสะสมระยะสั้นเริ่มเสียทรง
ดังนั้นจุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การไล่ราคา แต่คือ รอการยืนยันด้วยราคา + Volume โดยเฉพาะบริเวณ 1.62 บาท
สรุปสไตล์สายเทคนิค:
🔥 “THANA สะสมเงียบ! ราคาเริ่มยกฐาน จ่อทดสอบ 1.62 บาท — ถ้า Volume มา มีลุ้นเปิดเกม Breakout แต่ถ้ายังผ่านไม่ได้ ต้องระวังแกว่งในกรอบต่อ”


วิเคราะห์หุ้น THANA
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
THANA เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ โดยเน้นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมในเขตปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีแบรนด์หลัก เช่น ธนาเรสซิเดนซ์, ธนาฮาบิแทต, ธนาพาร์ค พรีเว่ และธนาวิลเลจ
📊 ภาพรวมผลประกอบการ
จุดที่ต้องจับตาคือ กำไรยังอยู่ในภาวะกดดัน
ปี 2568 รายได้รวม 473.78 ล้านบาท ลดลงจาก 547.61 ล้านบาทในปี 2567
ปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 7.55 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 34.22 ล้านบาทในปี 2567
งวด 6 เดือนปี 2569 รายได้รวม 155.11 ล้านบาท
ขาดทุนสุทธิ 23.96 ล้านบาท
Net Margin อยู่ที่ -16.26%
ROE -4.29% และ ROA -1.41%
ดังนั้น ประเด็นสำคัญของ THANA ในระยะนี้ไม่ใช่เพียงยอดขาย แต่คือ การเร่งการโอนและการควบคุมต้นทุน เพื่อกลับมาทำกำไร
🏠 จุดแข็งของธุรกิจ
THANA มีโครงสร้างธุรกิจที่เน้นอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ซึ่งบริษัทกระจายสินค้าออกเป็นหลายระดับและหลายทำเล ตั้งแต่บ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ไปจนถึงมากกว่า 15 ล้านบาท รวมถึงทำเลอย่าง ราชพฤกษ์–พระราม 5, บางนา–ศรีนครินทร์ และโซนปริมณฑลอื่น ๆ
นอกจากนี้ บริษัทพยายามต่อยอดจากการขายบ้านไปสู่บริการหลังการขายและบริการเกี่ยวเนื่อง เช่น THANA CARE, Homey Plus และ Homey Wellness ซึ่งอาจช่วยสร้างรายได้จากฐานลูกค้าเดิมในระยะยาว
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา

  1. กำไรสุทธิยังติดลบ
    6M/2569 ขาดทุน 23.96 ล้านบาท ทำให้การฟื้นตัวของกำไรเป็นตัวแปรสำคัญมาก
  2. รายได้มีความผันผวน
    รายได้ปี 2568 ลดลงจากปีก่อน สะท้อนความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์และจังหวะการรับรู้รายได้จากโครงการ
  3. ภาระหนี้เพิ่มขึ้นในช่วงล่าสุด
    สินทรัพย์รวมเพิ่มจาก 1,145.07 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เป็น 1,354.42 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2569 ขณะที่หนี้สินเพิ่มจาก 581.71 ล้านบาทเป็น 816.28 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นลดจาก 562.52 ล้านบาทเหลือ 538.56 ล้านบาท
  4. หุ้นมีสภาพคล่องค่อนข้างจำกัด
    ข้อมูล SET แสดงปริมาณซื้อขายบางวันที่อยู่ในระดับไม่สูง จึงควรให้ความสำคัญกับวอลุ่มประกอบการเคลื่อนไหวของราคา โดยเฉพาะหากใช้กลยุทธ์ Breakout

💰 มุมมองด้าน Valuation
ข้อมูล ณ 14 ส.ค. 2569 ระบุราคาหุ้น 1.58 บาท และ Market Cap ประมาณ 438.25 ล้านบาท ขณะที่ Book Value ต่อหุ้นประมาณ 1.98 บาท ทำให้ P/BV อยู่ราว 0.80 เท่า ส่วน P/E ไม่สามารถคำนวณได้จากผลขาดทุน
จุดที่น่าสนใจคือ ราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น แต่ส่วนลดดังกล่าวต้องพิจารณาควบคู่กับความสามารถในการสร้างกำไร เพราะหากผลประกอบการยังขาดทุนต่อเนื่อง Book Value เพียงอย่างเดียวไม่ได้สะท้อนศักยภาพการทำกำไรในอนาคต
🔎 สรุป THANA แบบนักลงทุน
THANA = หุ้นอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กที่มีสินทรัพย์และมูลค่าทางบัญชีรองรับ แต่โจทย์ใหญ่คือ “การกลับมาทำกำไร”
สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้คือ
ยอดโอนบ้าน → รายได้ → Gross Margin → ค่าใช้จ่าย → กระแสเงินสด → หนี้สิน → กำไรสุทธิ
หากผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวพร้อมกับยอดโอนที่ดีขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปลี่ยนมุมมองต่อหุ้น แต่หากรายได้ยังชะลอและขาดทุนต่อเนื่อง ความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดและภาระหนี้จะยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับสายเทคนิค: ราคาล่าสุดที่ SET รายงานช่วงกลางเดือน ก.ย. 2569 อยู่บริเวณ 1.58–1.60 บาท จึงควรดู Volume + การยืนเหนือแนวต้าน + โมเมนตัม ประกอบกัน ไม่ควรพิจารณาการ Breakout จากราคาเพียงอย่างเดียว


Disclaimer

ใส่ความเห็น