วิเคราะห์ หุ้น TFM บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TFM อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 29 ต.ค. 2564 | 1,000.00 | ธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) | TFM |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เศรษฐกิจ โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ อาหารกุ้ง อาหารปลา และอาหารสัตว์บก
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.22 | 0.17 | 1.07 | 0.47 | 0.33 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 2.83 | 2.69 | 3.06 | 2.48 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | 0.30 | บาท | 27 ส.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.77 | บาท | 10 เม.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.30 | บาท | 29 ส.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.13 | บาท | 23 เม.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.08 | บาท | 20 เม.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.05 | บาท | 31 ส.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.15 | บาท | 19 เม.ย. 2565 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
หุ้น TFM หรือ บริษัท Thai Union Feedmill Public Company Limited มีทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจหลัก ๆ ดังนี้
โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจ
เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตอาหารสัตว์
คลังสินค้าและระบบจัดเก็บวัตถุดิบ
ลูกพันธุ์สัตว์น้ำและระบบเพาะเลี้ยง
วัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์ เช่น ปลาป่น กากถั่วเหลือง วิตามิน และแร่ธาตุ
ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้างของโรงงาน
ระบบโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า
สิทธิในเครื่องหมายการค้าและเครือข่ายจัดจำหน่าย
ลักษณะธุรกิจของบริษัทคือ ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำ เช่น อาหารกุ้ง อาหารปลา รวมถึงปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำและลูกพันธุ์สัตว์น้ำ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท:
ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท
มีหุ้นทั้งหมด 500 ล้านหุ้น
กลุ่ม Thai Union Group ถือหุ้นประมาณ 51%
กลุ่มบริษัทในเครือ
Thai Union Feedmill Public Company Limited หรือหุ้น TFM เป็นบริษัทในเครือของ Thai Union Group Public Company Limited โดย TU ถือหุ้นประมาณ 51% ของ TFM
ธุรกิจหลักของ TFM คือผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เศรษฐกิจ ได้แก่
อาหารกุ้ง
อาหารปลา
อาหารสัตว์บก
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารและโปรตีนของกลุ่มไทยยูเนี่ยน
โครงสร้างความสัมพันธ์โดยย่อ:
บริษัทแม่: Thai Union Group Public Company Limited
บริษัทลูก/บริษัทย่อย: Thai Union Feedmill Public Company Limited
ข้อมูลสำคัญของ TFM:
เข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 2564
ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท
จำนวนหุ้น 500 ล้านหุ้น
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
หุ้น Thai Union Feedmill PCL หรือ TFM เป็นธุรกิจผลิตอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจ โดยรายได้หลักมาจาก “อาหารกุ้ง” ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของกำไรในช่วงหลัง ดังนั้นความเสี่ยงของบริษัทจะผูกกับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำค่อนข้างมาก
ความเสี่ยงหลักที่ควรติดตาม มีดังนี้
ความผันผวนของอุตสาหกรรมกุ้ง
TFM พึ่งพารายได้จากอาหารกุ้งสูงมาก โดยปี 2026 บริษัทระบุว่าอาหารกุ้งคิดเป็นประมาณ 66% ของรายได้ทั้งหมด
ถ้าเกิด:
โรคระบาดในกุ้ง
ราคากุ้งตกต่ำ
เกษตรกรลดรอบการเลี้ยง
ส่งออกกุ้งชะลอตัว
จะกระทบยอดขายอาหารสัตว์ทันที เพราะเกษตรกรใช้อาหารลดลง
นี่ถือเป็น “ความเสี่ยงเชิงวัฏจักร” ที่สำคัญที่สุดของ TFM
ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบ
ต้นทุนหลักของอาหารสัตว์คือ:
ปลาป่น
กากถั่วเหลือง
ข้าวสาลี
น้ำมันปลา
บริษัทเคยระบุว่าราคาปลาป่นเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% YoY ใน Q1/2026
ถ้าต้นทุนขึ้นเร็ว แต่บริษัทขึ้นราคาขายไม่ทัน จะกด:
Gross Margin
กำไรสุทธิ
แม้ช่วงหลังบริษัทบริหารต้นทุนได้ดี แต่ธุรกิจนี้ยังเป็นธุรกิจที่ margin sensitive สูง
ความเสี่ยงด้านการแข่งขัน
ตลาดอาหารสัตว์น้ำแข่งขันรุนแรง ทั้งจาก:
ผู้เล่นไทยรายใหญ่
กลุ่ม CP
Betagro
ผู้ผลิตต่างชาติ
ผู้เล่นจีนและอินโดนีเซีย
ตลาดนี้แข่งขันทั้ง:
ราคา
คุณภาพอาหาร
FCR (อัตราเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ)
บริการเทคนิคให้เกษตรกร
ถ้า TFM สูญเสีย market share หรือจำเป็นต้องลดราคา อัตรากำไรจะลดลงได้
ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม
ธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอ่อนไหวต่อ:
อุณหภูมิน้ำ
น้ำท่วม
ภัยแล้ง
El Niño / La Niña
คุณภาพน้ำ
หากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เกษตรกรจะลดการเลี้ยง และส่งผลต่อยอดขายอาหารสัตว์
ความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดไทยสูง
แม้มีต่างประเทศบ้าง แต่ฐานรายได้หลักยังอยู่ในไทยและอาเซียน
หากเศรษฐกิจเกษตรไทยชะลอ หรือการส่งออกกุ้งไทยเสียเปรียบคู่แข่ง เช่น:
อินเดีย
เอกวาดอร์
เวียดนาม
TFM อาจโตช้าลง
ความเสี่ยงด้าน ESG และกฎระเบียบ
อุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำเริ่มถูกกดดันเรื่อง:
การใช้ปลาป่นจากทะเล
Carbon footprint
การใช้ยาปฏิชีวนะ
Traceability
ลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปและญี่ปุ่น ให้ความสำคัญมากขึ้น
ถ้าบริษัทปรับตัวไม่ทัน อาจเสียความสามารถแข่งขันในระยะยาว
ความเสี่ยงจากการลงทุนและขยายธุรกิจ
TFM มีการลงทุนเพิ่มกำลังผลิตและระบบ Industry 4.0 กว่า 300 ล้านบาท
แม้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ก็มีความเสี่ยง:
ใช้เงินลงทุนสูง
Demand ไม่โตตามคาด
Utilization ต่ำ
คืนทุนช้า
จะกด ROE และกระแสเงินสดได้
ความเสี่ยงจากการขยายต่างประเทศ
บริษัทเคยลงทุนในปากีสถาน และต่อมาขายหุ้นออกเพื่อลดความเสี่ยงธุรกิจต่างประเทศ
สะท้อนว่าการขยายต่างประเทศมีความเสี่ยงเรื่อง:
การเมือง
ค่าเงิน
กฎระเบียบ
พันธมิตรธุรกิจ
ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้า
ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำมักมีลูกค้ารายใหญ่และฟาร์มขนาดใหญ่จำนวนหนึ่ง
ถ้าลูกค้าหลัก:
เปลี่ยน supplier
ผลิตอาหารใช้เอง
ลดกำลังผลิต
จะกระทบยอดขายพอสมควร
จุดที่ถือว่า “ลดความเสี่ยง” ของ TFM
TFM มีข้อได้เปรียบที่ช่วยลด downside บางส่วน เช่น:
อยู่ในเครือ Thai Union Group
ฐานะการเงินค่อนข้างแข็งแรง
หนี้ต่ำ
กระแสเงินสดดี
Margin ดีขึ้นต่อเนื่อง
มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านอาหารกุ้งและปลากะพง
บริษัทก็พยายามขยับไปสู่สินค้า premium และ low-carbon aquaculture มากขึ้น
สรุปสั้น ๆ
ความเสี่ยงใหญ่สุดของ TFM คือ:
วัฏจักรอุตสาหกรรมกุ้ง
ราคาวัตถุดิบผันผวน
การแข่งขันสูง
ความเสี่ยงด้านโรคระบาดและสภาพอากาศ
ดังนั้นหุ้นนี้เหมาะกับคนที่:
เข้าใจ cyclical stock
รับความผันผวนของกำไรได้
เชื่อในการเติบโตของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทยและอาเซียนระยะยาว
แต่ต้องติดตาม “ราคากุ้ง + ต้นทุนปลาป่น” ใกล้ชิด เพราะสองตัวนี้มีผลต่อกำไร TFM มากที่สุดครับ
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 15 ส.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) | 510,000,150 | 51.00 |
| 2 | นาย ฤทธิรงค์ บุญมีโชติ | 128,458,000 | 12.85 |
| 3 | น.ส. รุ่งทิวา บุญมีโชติ | 30,020,000 | 3.00 |
| 4 | นาย อนุชา กิจธนามงคลชัย | 16,030,000 | 1.60 |
| 5 | นาย กานตพงศ์ เปี่ยมพงศ์สุข | 15,000,000 | 1.50 |
| 6 | นาย ภูมิชัย ชัยวานิชกุล | 13,304,200 | 1.33 |
| 7 | นาย ชินโชติ บุญมีโชติ | 12,250,000 | 1.23 |
| 8 | นาย บุญปวีณ บุญมีโชติ | 11,560,700 | 1.16 |
| 9 | นาย ธนโชติ บุญมีโชติ | 11,250,000 | 1.13 |
| 10 | นาย บรรลือศักร โสรัจจกิจ | 9,200,000 | 0.92 |
| 11 | นาง นิตยา บุญมีโชติ | 9,000,000 | 0.90 |
| 12 | นาย โชติวัฒน์ บุญมีโชติ | 7,500,000 | 0.75 |
| 13 | น.ส. ปาลิตา บุญมีโชติ | 7,500,000 | 0.75 |
| 14 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 7,460,602 | 0.75 |
| 15 | นาย ธีรพงศ์ จันศิริ | 6,500,050 | 0.65 |
| 16 | นาย รัตนะ วงศ์รัตนพงษ์ | 6,000,000 | 0.60 |
| 17 | นาย ฤทธิ์ ธีระโกเมน | 5,589,400 | 0.56 |
| 18 | นาย ธรรมรัฐ พิทักษ์สันติสุข | 5,052,400 | 0.51 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ฤทธิรงค์ บุญมีโชติ | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย พีระศักดิ์ บุญมีโชติ | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ |
| 3 | นาย ชู ชง ชาน | กรรมการ |
| 4 | นาย เชง นิรุตตินานนท์ | กรรมการ |
| 5 | นาย ธีรพงศ์ จันศิริ | กรรมการ |
| 6 | นาย คณิต วัลยะเพ็ชร์ | กรรมการอิสระ |
| 7 | นาง มรกต กุลธรรมโยธิน | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นาง รัชดาภรณ์ ราชเทวินทร์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นาย สมชัย ไทยสงวนวรกุล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 10 | นาย บูณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร | กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทในเครือของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจ โดยมีพัฒนาการสำคัญดังนี้
เริ่มต้นธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ
TFM ก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะอาหารกุ้งและอาหารปลา
บริษัทมีโรงงานหลักในจังหวัดสมุทรสาคร และขยายกำลังการผลิตไปยังภาคใต้เพื่อรองรับตลาดเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศ
ขยายธุรกิจจากอาหารกุ้งสู่อาหารสัตว์เศรษฐกิจ
เดิมเน้นอาหารกุ้งเป็นหลัก ก่อนขยายไปสู่อาหารปลา อาหารสุกร และอาหารสัตว์ปีก ภายใต้แบรนด์ “PROFEED”
ช่วยกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของอุตสาหกรรมกุ้ง และเพิ่มฐานรายได้ของบริษัท
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
หุ้น TFM เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564
ราคา IPO อยู่ที่ 13.50 บาทต่อหุ้น ถือเป็นก้าวสำคัญในการระดมทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตและพัฒนานวัตกรรมอาหารสัตว์
พัฒนาด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน
บริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสูตรอาหารสัตว์น้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงและลดต้นทุนให้เกษตรกร
มีโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้ง (Shrimp Decarbonization Project) ร่วมกับ TU เพื่อยกระดับความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน
การเติบโตด้านผลประกอบการ
บริษัทมีการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากตลาดอาหารสัตว์น้ำ
ในช่วงปี 2568 มีรายงานกำไรและรายได้เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในบางไตรมาส สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจ
การได้รับรางวัลด้านการบริหารและนวัตกรรม
TFM ได้รับรางวัล Thailand’s Best Managed Companies ต่อเนื่องหลายปี
รวมถึงรางวัลด้านนวัตกรรมจาก SET Awards ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์บริษัทในฐานะผู้นำด้านอาหารสัตว์น้ำยั่งยืน
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 165.39 | 387.28 | 1,077.06 | 596.83 | 1,002.68 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 795.19 | 750.68 | 799.11 | 786.62 | 809.29 |
| สินค้าคงเหลือ | 564.41 | 454.25 | 492.04 | 491.96 | 453.42 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 1,575.42 | 1,794.03 | 2,415.99 | 2,079.28 | 2,269.11 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 1,556.61 | 1,426.00 | 1,332.02 | 1,377.63 | 1,395.95 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 1,626.50 | 1,526.67 | 1,439.72 | 1,465.65 | 1,506.38 |
| รวมสินทรัพย์ | 3,201.92 | 3,320.70 | 3,855.71 | 3,544.93 | 3,775.49 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 48.62 | 61.13 | 147.79 | 121.39 | 159.99 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 546.61 | 542.33 | 692.91 | 518.44 | 674.45 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | 14.40 | 18.29 | 19.56 | 17.54 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 620.09 | 634.30 | 897.33 | 679.65 | 913.47 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 137.82 | 234.65 | 227.82 | 225.19 | 223.99 |
| รวมหนี้สิน | 757.91 | 868.96 | 1,125.15 | 904.84 | 1,137.46 |
| ทุนจดทะเบียน | 1,000.00 | 1,000.00 | 1,000.00 | 1,000.00 | 1,000.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 1,000.00 | 1,000.00 | 1,000.00 | 1,000.00 | 1,000.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 1,006.86 | 1,006.86 | 1,006.86 | 1,006.86 | 1,006.86 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 225.59 | 264.72 | 575.93 | 441.39 | 516.44 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -39.09 | -43.67 | -63.59 | -36.32 | -79.60 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 2,193.36 | 2,227.91 | 2,519.20 | 2,411.93 | 2,443.71 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 250.65 | 223.83 | 211.36 | 228.16 | 194.32 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 4,888.30 | 5,081.32 | 5,365.00 | 2,545.84 | 2,706.96 |
| รายได้อื่น | 71.15 | 61.45 | 65.34 | 30.69 | 30.80 |
| รวมรายได้ | 4,959.45 | 5,142.77 | 5,430.34 | 2,576.53 | 2,737.76 |
| ต้นทุน | 4,481.97 | 4,642.06 | 4,360.62 | 2,101.28 | 2,101.80 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 347.67 | 378.69 | 493.88 | 237.61 | 244.16 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 4,860.58 | 5,057.12 | 4,882.46 | 2,340.29 | 2,365.45 |
| EBITDA | 292.30 | 247.08 | 707.80 | 328.01 | 448.85 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 186.73 | 173.43 | 156.12 | 84.10 | 70.55 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 105.58 | 73.66 | 551.67 | 243.92 | 378.31 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 109.54 | 87.37 | 535.39 | 233.40 | 325.60 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.22 | 0.17 | 1.07 | 0.47 | 0.33 |
งบกระแสเงินสด
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 33.01 | 402.89 | 741.23 | 235.90 | 445.70 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -20.45 | -219.41 | 78.78 | -23.84 | -129.83 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -155.06 | 37.87 | -159.07 | -18.62 | -391.55 |
| เงินสดสุทธิ | -142.49 | 221.35 | 660.93 | 193.44 | -75.68 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 6.57 | 6.92 | 6.45 | 6.93 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 55.52 | 52.72 | 56.57 | 52.70 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 9.11 | 9.22 | 7.98 | 9.23 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 40.05 | 39.60 | 45.74 | 39.56 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 8.53 | 7.06 | 7.82 | 7.31 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 42.81 | 51.70 | 46.66 | 49.92 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 52.76 | 40.63 | 55.65 | 42.35 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
หุ้น Thai Union Feedmill PCL หรือ TFM ตอนนี้ภาพทางเทคนิคอยู่ในช่วง “พักฐานหลังขึ้นแรง” มากกว่าจะเป็นขาขึ้นเต็มตัว โดยราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวบริเวณ 6.4–6.8 บาท และยังไม่สามารถผ่านโซน High เดิมแถว 6.9–7.0 บาทได้
ภาพรวมแนวโน้ม (Trend)
ระยะสั้น: Sideway ถึง Sideway Down
ระยะกลาง: ยังเป็นขาขึ้นถ้าราคาไม่หลุด 6.20 บาท
ระยะยาว: โครงสร้างยังดูดี เพราะราคายังสูงกว่าฐานปีที่ผ่านมา
จากข้อมูลอินดิเคเตอร์ล่าสุด:
RSI อยู่ประมาณ 39 → โมเมนตัมอ่อน แต่ยังไม่ Oversold มาก
MACD ติดลบ → แรงซื้อยังไม่กลับมา
Moving Average หลายเส้นให้สัญญาณ Sell
สรุปคือ “แรงขายยังคุมเกมระยะสั้น” แต่เริ่มเข้าโซนที่มีโอกาสรีบาวด์ทางเทคนิคได้
แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
ระดับ ความหมาย
6.20–6.30 แนวรับสำคัญ
6.00 จุด Cut loss เชิงเทคนิค
6.70–6.85 แนวต้านแรก
7.00 แนวต้านใหญ่ ถ้าผ่านได้จะเป็นสัญญาณบวก
7.30–7.50 เป้าถัดไปถ้า breakout
วิเคราะห์อินดิเคเตอร์หลัก
1) RSI
RSI ต่ำกว่า 50 สะท้อนว่าแรงซื้อยังไม่แข็งแรง แต่เริ่มเข้าเขตที่มีโอกาสเกิด Technical Rebound ได้
มุมมอง:
RSI < 30 = น่าสนใจเก็งรีบาวด์ RSI > 50 = โมเมนตัมเริ่มกลับมา
ตอนนี้ยัง “กลางลบ”
2) MACD
MACD ยังต่ำกว่าเส้น Signal:
ภาพยังเป็นลบ
ต้องรอ “Golden Cross” ถึงจะยืนยันกลับตัว
ถ้า MACD พลิกขึ้นพร้อม Volume จะเป็นจุดน่าเข้าเก็งกำไร
3) Volume
สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ “Volume”
ถ้าราคาขึ้นแต่ Volume เบา → มีโอกาสเป็นเด้งสั้น
ถ้าทะลุ 6.85 พร้อม Volume หนา → จะเป็น Breakout ที่น่าสนใจ
กลยุทธ์เทรด
นักลงทุนสายสั้น
รับ: 6.20–6.35
ขายทำกำไร: 6.70–6.90
Cut loss: ต่ำกว่า 6.00
นักลงทุน Swing Trade
รอ:
MACD ตัดขึ้น
RSI กลับเหนือ 50
ราคายืนเหนือ 6.85
ถ้าเกิดครบ มีโอกาสไป 7.3+
มุมมองเชิงจิตวิทยากราฟ
ตอนนี้กราฟมีลักษณะ:
“พักตัวในแนวโน้มขาขึ้น”
ยังไม่ใช่ Downtrend เต็มรูปแบบ
นักลงทุนกำลังรอปัจจัยใหม่และงบถัดไป
ถ้าหลุด 6.00 → โครงสร้างจะเสีย
แต่ถ้ายืนเหนือ 6.20 ได้ต่อเนื่อง → ยังมีโอกาสสะสมเพื่อขึ้นรอบใหม่
สรุปสั้น ๆ
ภาพรวม: Neutral ถึง Slightly Bearish
จุดน่าสนใจ: แถว 6.2 บาท
จุดยืนยันกลับตัว: ทะลุ 6.85–7.00 พร้อม Volume
ยังเหมาะกับ “เทรดเป็นรอบ” มากกว่าถือไล่ราคา
ข้อมูลราคาล่าสุดและ technical summary อ้างอิงจาก Investing.com TFM Technical และ SET หุ้น TFM
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
Thai Union Feedmill PCL หรือหุ้น TFM เป็นบริษัทในเครือของ Thai Union Group ทำธุรกิจผลิตอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจ โดย “อาหารกุ้ง” เป็นรายได้หลักของบริษัท และเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรสำคัญในช่วง 2 ปีหลัง
ภาพรวมธุรกิจ
TFM มีจุดแข็งหลัก 4 ด้าน
ผู้นำตลาดอาหารกุ้งในไทย
มีเครือข่ายลูกค้ากลุ่มเกษตรกรและฟาร์มขนาดใหญ่
Synergy กับ Thai Union ในอุตสาหกรรมอาหารทะเล
Margin ดีขึ้นต่อเนื่องจากการขายสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง
ปัจจุบันรายได้หลักมาจาก:
อาหารกุ้ง ~66%
อาหารปลา
อาหารสัตว์เศรษฐกิจอื่น
บริษัทกำลังขยายตลาดต่างประเทศ เช่น บังกลาเทศ และ Ecuador ซึ่งเป็นตลาดกุ้งสำคัญของโลก
ผลประกอบการล่าสุด (Q1/2026)
TFM รายงาน:
รายได้ 1,325 ล้านบาท (+7.6% YoY)
กำไรสุทธิ 148 ล้านบาท (+11.9% YoY)
Net Margin 11.1% ถือว่าสูงสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์
จุดที่น่าสนใจ:
ธุรกิจอาหารกุ้งโต 13.1%
บริษัทขยาย market share ในประเทศ
SG&A ต่อรายได้ลดลง แปลว่าคุมต้นทุนดีขึ้น
ได้แรงหนุนจาก BOI tax incentive
แนวโน้มปี 2026
บริษัทตั้งเป้ารายได้โต 8–10%
ปัจจัยบวก:
อุตสาหกรรมกุ้งไทยเริ่มฟื้น
Margin สูงขึ้นจากสินค้ามูลค่าเพิ่ม
ต้นทุนการผลิตมีประสิทธิภาพขึ้น
Expansion ต่างประเทศเริ่มเห็นผล
Dividend Yield สูง
แต่ยังมีความเสี่ยงจาก:
ราคาปลาป่น (fishmeal) ที่ขึ้นแรงกว่า 30% YoY
วัฏจักรอุตสาหกรรมกุ้ง
โรคระบาดในสัตว์น้ำ
การแข่งขันด้านราคา
Valuation ปัจจุบัน
ข้อมูลล่าสุด:
ราคาแถว 6.5–6.6 บาท
P/E ประมาณ 8–9 เท่า
Dividend Yield ใกล้ 9%
ถือว่า “ไม่แพง” เมื่อเทียบกับ:
กำไรที่ยังโต double digit
กระแสเงินสดแข็งแรง
ธุรกิจ Defensive กว่าหุ้น cyclical หลายตัว
มุมมองเชิงลงทุน
จุดแข็ง
ปันผลสูง
งบดุลแข็งแรง
กำไรเติบโตสม่ำเสมอ
ธุรกิจเข้าใจง่าย
มีแม่บริษัทแข็งแกร่งหนุนหลัง
จุดที่ต้องระวัง
Liquidity หุ้นไม่สูงมาก
ขึ้นอยู่กับ cycle กุ้งและต้นทุนวัตถุดิบ
Growth ระยะยาวอาจไม่หวือหวาแบบหุ้นเทค
สรุป
TFM เป็นหุ้น “ปันผล + เติบโตระดับกลาง” ที่คุณภาพดีในตลาดไทยตอนนี้
เหมาะกับ:
นักลงทุนเน้นกระแสเงินสด
สะสมระยะกลาง–ยาว
ต้องการหุ้น P/E ต่ำแต่กำไรยังโต
ถ้ามองเชิง valuation ปัจจุบัน ยังไม่ถือว่าแพง และถ้ากำไรปี 2026 โตตามเป้า หุ้นยังมี upside ได้อีกพอสมควร โดยเฉพาะถ้าอุตสาหกรรมกุ้งฟื้นตัวต่อเนื่อง
แต่ถ้าจะเล่นสั้น ต้องระวัง:
ราคาวัตถุดิบ
ความผันผวนของ commodity
sentiment หุ้น small/mid cap ไทย
“TFM” หุ้นอาหารสัตว์น้ำ…ที่กำลังซ่อนโอกาสครั้งใหญ่ไว้ใต้ผิวน้ำ
ในวันที่หลายคนกำลังไล่หาหุ้นเทค หุ้นกระแส หรือหุ้นร้อนแรงรายวัน
แต่มีหุ้นตัวหนึ่งที่กำลัง “ค่อย ๆ สะสมพลัง” เงียบ ๆ และอาจกลายเป็นม้ามืดของตลาดในรอบถัดไป…
นั่นคือหุ้น “TFM”
ธุรกิจของ TFM ไม่ได้หวือหวา
แต่คือ “หัวใจสำคัญ” ของอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย
เพราะบริษัทคือผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำรายใหญ่ โดยเฉพาะ “อาหารกุ้ง” ที่เป็นแหล่งรายได้หลัก และกำลังกลายเป็นเครื่องจักรทำกำไรตัวสำคัญของบริษัทในช่วงหลัง
TFM อยู่ภายใต้เครือของ Thai Union Group
ซึ่งเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก
นั่นทำให้บริษัทมีทั้งเครือข่ายลูกค้า ความแข็งแกร่งด้านซัพพลายเชน และโอกาสต่อยอดธุรกิจที่คู่แข่งจำนวนมากไม่มี
จุดที่น่าสนใจคือ…
แม้ราคาหุ้นจะยังไม่ “วิ่งแรง” แบบหุ้นเก็งกำไรทั่วไป
แต่พื้นฐานกลับค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน
TFM มีจุดแข็งสำคัญ 4 ด้าน
- ผู้นำตลาดอาหารกุ้งในประเทศไทย
- มีฐานลูกค้าเกษตรกรและฟาร์มขนาดใหญ่จำนวนมาก
- ได้ Synergy เต็ม ๆ จากเครือ Thai Union
- Margin ดีขึ้นต่อเนื่อง จากการขายสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง
ปัจจุบันรายได้ของบริษัทมาจาก
อาหารกุ้งประมาณ 66%
ส่วนที่เหลือคืออาหารปลา และอาหารสัตว์เศรษฐกิจอื่น ๆ
และสิ่งที่นักลงทุนเริ่มจับตา…
คือการขยายตลาดต่างประเทศไปยัง “บังกลาเทศ” และ “Ecuador”
ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมกุ้งของโลก
หากบริษัทเจาะตลาดเหล่านี้ได้สำเร็จ
TFM อาจไม่ได้เป็นแค่หุ้นอาหารสัตว์ธรรมดาอีกต่อไป
แต่กำลังเข้าสู่เฟส “เติบโตระดับภูมิภาค”
ด้านกราฟราคา…
ตอนนี้ TFM อยู่ในจังหวะ “พักฐานหลังขึ้นแรง”
มากกว่าจะเป็นขาลงเต็มตัว
ราคายังเคลื่อนไหวแถว 6.4–6.8 บาท
แต่ยังติดแนวต้านสำคัญบริเวณ 6.9–7.0 บาท
ภาพเทคนิคตอนนี้จึงเหมือนหุ้นที่กำลัง “รวบรวมแรง”
เพื่อรอเลือกทางครั้งสำคัญ
แนวโน้มโดยรวม
- ระยะสั้น : Sideway ถึง Sideway Down
- ระยะกลาง : ยังเป็นขาขึ้น ถ้าไม่หลุด 6.20 บาท
- ระยะยาว : โครงสร้างยังดูดี เพราะราคาสูงกว่าฐานปีที่ผ่านมา
สิ่งที่ทำให้ TFM น่าสนใจ ไม่ใช่การเป็นหุ้นวิ่งแรงชั่วข้ามคืน
แต่คือการเป็นหุ้น “ปันผล + เติบโต” ที่ยังมี valuation ไม่แพง
เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการ
- หุ้นกำไรโตแบบมีฐานธุรกิจจริง
- กระแสเงินสดระยะกลาง–ยาว
- หุ้น P/E ต่ำ แต่ยังมี Upside
และถ้ากำไรปี 2026 เติบโตได้ตามเป้า
รวมถึงอุตสาหกรรมกุ้งฟื้นตัวต่อเนื่อง
TFM อาจเป็นหนึ่งในหุ้นที่ตลาด “กลับมามองใหม่” อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม…
ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่
ราคาวัตถุดิบ และความผันผวนของ Commodity
ดังนั้นสายเล่นสั้นต้องบริหารจังหวะให้ดี
เพราะบางครั้ง…
หุ้นที่ดีที่สุด
อาจไม่ใช่หุ้นที่เสียงดังที่สุดในตลาด
แต่คือหุ้นที่ “กำลังเติบโตเงียบ ๆ” ก่อนวันที่ทุกคนจะเห็นคุณค่าเหมือนกันก็ได้

