วิเคราะห์ หุ้น TEGH บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TEGH อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 21 ธ.ค. 2530 | 1,080.00 | ธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) | TEGH |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่ ยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์มดิบ และพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.78 | 0.20 | 0.52 | 0.15 | 0.36 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 1.18 | 1.17 | 1.12 | 1.33 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.21 | บาท | 23 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.10 | บาท | 24 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.26 | บาท | 23 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) แบ่งออกตามธุรกิจหลักของบริษัท ซึ่งดำเนินงานในรูปแบบ Holding Company โดยมีบริษัทย่อยหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจยางธรรมชาติ ธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ และธุรกิจพลังงานทดแทน/บริหารจัดการกากอินทรีย์
ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ TEGH
สินทรัพย์หมุนเวียน
ได้แก่
สต๊อกยางธรรมชาติ
สต๊อกน้ำมันปาล์ม
วัตถุดิบคงเหลือ
ลูกหนี้การค้า
เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น
ธุรกิจสินค้าเกษตรจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนค่อนข้างมากตามรอบราคาสินค้าโภคภัณฑ์
จุดเด่นของโครงสร้างทรัพย์สิน TEGH
มี “สินทรัพย์จริง” จำนวนมาก ทั้งโรงงานและเครื่องจักร
ธุรกิจเชื่อมโยงกันแบบ Value Chain
ใช้ของเสียสร้างพลังงาน ลดต้นทุนระยะยาว
ได้ประโยชน์จากเทรนด์ EV และความต้องการยางธรรมชาติทั่วโลก
มีแนวคิด ESG และ Circular Economy ชัดเจน
โรงงานผลิตและแปรรูปยางธรรมชาติ
เป็นทรัพย์สินหลักของกลุ่มบริษัท ใช้ผลิตยางแท่ง STR, ยางผสม และน้ำยางข้น เพื่อส่งออกทั้งในและต่างประเทศ
ประกอบด้วย
โรงงานแปรรูปยางธรรมชาติ
เครื่องจักรผลิตยางแท่งและน้ำยาง
คลังเก็บวัตถุดิบและสินค้า
ระบบอบแห้งและคัดคุณภาพยาง
รถบรรทุกและระบบโลจิสติกส์
จุดแข็งคือ TEGH อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบยางสำคัญของไทย ทำให้ควบคุมต้นทุนได้ดี
โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ
ใช้รองรับธุรกิจปาล์มน้ำมันครบวงจร
ทรัพย์สินสำคัญ เช่น
โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO)
เครื่องจักรสกัดและแยกกากปาล์ม
ระบบบำบัดน้ำเสีย
ถังเก็บน้ำมันปาล์ม
ลานรับซื้อผลปาล์มสด
ธุรกิจนี้ช่วยสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ และต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงานชีวภาพได้
โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนและระบบบริหารกากอินทรีย์
TEGH มีจุดเด่นด้าน Circular Economy หรือการใช้ของเสียกลับมาสร้างมูลค่า
ทรัพย์สินสำคัญ ได้แก่
โรงไฟฟ้าชีวแก๊ส
ระบบผลิตไฟฟ้าจากกากอินทรีย์
บ่อหมักก๊าซชีวภาพ
ระบบจัดการน้ำเสีย
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและระบบส่งพลังงาน
ธุรกิจนี้ช่วยลดต้นทุนพลังงาน และสร้างรายได้เสริมจากไฟฟ้าและพลังงานสะอาด
ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง
TEGH ถือครอง
ที่ดินโรงงาน
อาคารสำนักงาน
อาคารผลิต
โกดังสินค้า
ระบบสาธารณูปโภคภายในโรงงาน
ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีมูลค่าสูง และเป็นฐานรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต
กลุ่มบริษัทในเครือ
Thai Eastern Group Holdings (TEGH) หรือ Thai Eastern Group Holdings Public Company Limited เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นในหลายธุรกิจหลัก ทั้ง “ยางธรรมชาติ–ปาล์มน้ำมัน–พลังงานทดแทน–โลจิสติกส์” โดยมีบริษัทในเครือและธุรกิจสำคัญดังนี้
โครงสร้างกลุ่มธุรกิจหลักของ TEGH
กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์
ให้บริการขนส่งวัตถุดิบและสินค้าในเครือ
จุดเด่น:
ช่วยควบคุมต้นทุนขนส่ง
ลดความเสี่ยงด้าน Supply Chain
สนับสนุนธุรกิจยางและปาล์มแบบครบวงจร
จุดแข็งของ “อาณาจักร TEGH”
เป็นธุรกิจ “ครบวงจร” ตั้งแต่วัตถุดิบ → แปรรูป → พลังงาน
มีฐานธุรกิจในพื้นที่ EEC
ได้ประโยชน์จากเทรนด์:
ยางรถยนต์โลก
ถุงมือยาง
พลังงานสะอาด
ESG
กระแสเงินสดค่อนข้างแข็งแรงจากธุรกิจสินค้าเกษตรขนาดใหญ่
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
ราคายางธรรมชาติผันผวน
ราคาปาล์มน้ำมันขึ้นลงตามตลาดโลก
รายได้ยังพึ่งพาธุรกิจยางค่อนข้างมาก
ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศและต้นทุนเกษตร
สรุปภาพรวม TEGH
TEGH คือหุ้น “เกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร” ที่ไม่ได้มีแค่ธุรกิจยาง แต่กำลังขยายสู่พลังงานชีวภาพและธุรกิจ ESG มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหากธุรกิจ Renewable Energy เติบโตได้ตามแผน อาจกลายเป็นตัวเร่งมูลค่าหุ้นในระยะยาวได้อย่างน่าสนใจ
กลุ่มธุรกิจยางธรรมชาติ
ธุรกิจหลักที่สร้างรายได้มากที่สุดของกลุ่ม คิดเป็นสัดส่วนราว 80% ของรายได้รวม
บริษัทสำคัญ ได้แก่
E.Q. Rubber Company Limited (EQR)
ผลิตและจำหน่าย:
ยางแท่ง (Block Rubber)
น้ำยางข้น (Concentrated Latex)
TEGH ถือหุ้น 100%
จุดเด่น:
ส่งออกทั้งในและต่างประเทศ
ลูกค้าหลักอยู่ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์และถุงมือยาง
มีโรงงานหลายจังหวัด เช่น ชลบุรี บึงกาฬ และพิษณุโลก
กลุ่มธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ
ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ (CPO)
ผลิตภัณฑ์หลัก:
น้ำมันปาล์มดิบ
เมล็ดในปาล์ม
วัตถุดิบสำหรับไบโอดีเซลและอาหารสัตว์
จุดเด่น:
เชื่อมโยงกับธุรกิจพลังงานชีวภาพของกลุ่ม
ได้ประโยชน์เมื่อราคาปาล์มปรับตัวสูงขึ้น
กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารกากอินทรีย์
ถือเป็น “New S-Curve” ของ TEGH
ธุรกิจประกอบด้วย:
ผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas)
ระบบบำบัดน้ำเสีย
บริหารจัดการกากอินทรีย์
ผลิตพลังงานหมุนเวียน
จุดเด่น:
ใช้ของเสียจากโรงงานยางและปาล์มมาต่อยอด
ลดต้นทุนพลังงานภายในกลุ่ม
สอดคล้องกระแส ESG และ Green Industry
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของหุ้น ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มีหลายด้าน เพราะบริษัทพึ่งพาธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์เกษตรเป็นหลัก ทั้ง “ยางพารา” และ “น้ำมันปาล์มดิบ” ซึ่งราคาผันผวนตามตลาดโลก โดยสามารถสรุปความเสี่ยงสำคัญได้ดังนี้
ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก
รายได้ของ TEGH เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมโลก โดยเฉพาะ
รถยนต์
ยางล้อ
ถุงมือยาง
อุตสาหกรรมแปรรูป
หากเศรษฐกิจโลกถดถอย ความต้องการใช้ยางจะลดลงทันที
มุมมองสรุปสำหรับนักลงทุน
TEGH เป็นหุ้น “Commodity + ESG Theme” ที่มีจุดเด่นด้าน Circular Economy และพลังงานชีวภาพ แต่ความเสี่ยงหลักยังคงเป็น “ราคาสินค้าเกษตรโลก” ซึ่งควบคุมไม่ได้
จุดแข็ง:
ธุรกิจครบวงจร
มีธุรกิจพลังงานทดแทนช่วยเสริม
ได้กระแส ESG และ Green Economy
จุดที่ต้องจับตา:
ราคายางพารา
ค่าเงินบาท
กำไรผันผวนตามวัฏจักรสินค้าเกษตร
กฎสิ่งแวดล้อมโลกที่เข้มงวดขึ้น
เหมาะกับ:
นักลงทุนที่รับความผันผวนได้
คนที่เชื่อธีม Green Industry / Circular Economy ระยะยาว
นักลงทุนสายวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์
ความเสี่ยงจาก “ราคายางพารา” ผันผวน
TEGH มีรายได้หลักจากธุรกิจยางธรรมชาติสูงกว่า 80% ของรายได้รวม หากราคายางในตลาดโลกปรับตัวลง จะกระทบต่อรายได้และกำไรทันที
ปัจจัยที่กระทบราคายาง เช่น
เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
อุตสาหกรรมรถยนต์ชะลอการผลิต
ความต้องการยางล้อรถลดลง
ราคาน้ำมันโลก
จุดที่ต้องระวัง:
ธุรกิจยางเป็น “วัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์” ทำให้กำไรของ TEGH ขึ้นลงแรงตามรอบราคา
ความเสี่ยงจาก “ราคาปาล์มน้ำมัน”
TEGH มีธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ซึ่งได้รับผลกระทบจาก
ราคาปาล์มโลก
นโยบายพลังงานภาครัฐ
ภาวะอุปทานล้นตลาด
สภาพอากาศและผลผลิตเกษตร
หากราคาปาล์มตกต่ำ จะกดดัน Margin ของบริษัททันที
ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
TEGH ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงจากค่าเงินบาทผันผวน โดยเฉพาะหากเงินบาทแข็งค่า จะทำให้รายได้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทลดลง
ความเสี่ยงจากกฎ ESG และมาตรการสิ่งแวดล้อมโลก
ตลาดยุโรปเริ่มใช้กฎ EUDR (EU Deforestation Regulation) ที่เข้มงวดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรต้อง “ตรวจสอบย้อนกลับได้” และต้องไม่เกี่ยวข้องกับการทำลายป่า
ความเสี่ยงคือ
ต้นทุนตรวจสอบเพิ่ม
ต้องลงทุนระบบ Traceability
หากทำไม่ได้ อาจเสียตลาดส่งออกยุโรป
แต่ในอีกมุม หากบริษัทปรับตัวได้เร็ว ก็อาจกลายเป็นจุดแข็งระยะยาว
ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์
ธุรกิจยางและปาล์มใช้พลังงานสูง ทั้งการผลิตและขนส่ง หาก
ราคาน้ำมันสูง
ค่าไฟแพง
ค่าขนส่งเพิ่ม
จะกระทบต้นทุนทันที โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจผันผวน
ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและภัยธรรมชาติ
ธุรกิจเกษตรขึ้นอยู่กับธรรมชาติ เช่น
ฝนตกหนัก
ภัยแล้ง
โรคพืช
El Niño / La Niña
สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ผลผลิตยางและปาล์มลดลง รวมถึงคุณภาพวัตถุดิบแย่ลง
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 20 มี.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท ทีอีจี แอสเซท จำกัด | 405,000,000 | 37.50 |
| 2 | SK INTERTRADE PTE. LTD. | 270,000,000 | 25.00 |
| 3 | นาย สมชาย โกกนุทาภรณ์ | 27,913,548 | 2.58 |
| 4 | นาง กัลยา โกกนุทาภรณ์ | 25,261,215 | 2.34 |
| 5 | น.ส. สินีนุช โกกนุทาภรณ์ | 22,082,948 | 2.04 |
| 6 | นาย เฉลิม โกกนุทาภรณ์ | 20,439,159 | 1.89 |
| 7 | นาย เกริกกุล โกกนุทาภรณ์ | 19,131,048 | 1.77 |
| 8 | นาย ก้องกิต โกกนุทาภรณ์ | 19,131,048 | 1.77 |
| 9 | นาย เกียรติศักดิ์ ไตรตรึงษ์ทัศนา | 17,270,000 | 1.60 |
| 10 | นาย อนันต์ ระวีแสงสูรย์ | 15,000,000 | 1.39 |
| 11 | นาย ศุภโชค กิตติคุณ | 10,877,800 | 1.01 |
| 12 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 9,233,435 | 0.85 |
| 13 | น.ส. เริงนภา นิ่มนวล | 8,347,700 | 0.77 |
| 14 | นาย ทรงพล ปิติเศรษฐการ | 7,001,000 | 0.65 |
| 15 | น.ส. ณปภัช ตติยวงศ์ | 6,883,900 | 0.64 |
| 16 | นาย พงศ์อิทธิ์ มโนมัยอุดม | 6,147,500 | 0.57 |
| 17 | นาย จารุวร สุขพันธุ์ถาวร | 5,975,000 | 0.55 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย อนนต์ สิริแสงทักษิณ | ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ |
| 2 | นาย เฉลิม โกกนุทาภรณ์ | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ |
| 3 | นางสาว สินีนุช โกกนุทาภรณ์ | กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ |
| 4 | นาย ก้องกิต โกกนุทาภรณ์ | กรรมการ |
| 5 | นาย เกริกกุล โกกนุทาภรณ์ | กรรมการ |
| 6 | นาย ประวิทย์ กิจไพศาลรัตนา | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย วรพงษ์ จันยั่งยืน | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นาย อภิชาติ เกษมกุลศิริ | กรรมการอิสระ |
| 9 | นาย เอกรินทร์ วาสนาส่ง | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของ Thai Eastern Group Holdings หรือหุ้น TEGH ถือเป็นเส้นทางการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมที่ต่อยอดจาก “ยางพารา” ไปสู่ “Circular Economy” และพลังงานสะอาดอย่างชัดเจน
จุดเริ่มต้นธุรกิจ
TEGH มีรากฐานจากกลุ่ม “ไทยอีสเทิร์น” ที่ดำเนินธุรกิจยางพารามายาวนานในภาคตะวันออก โดยเริ่มจากการแปรรูปและจำหน่ายยางธรรมชาติให้กับอุตสาหกรรมยางล้อทั้งในและต่างประเทศ ก่อนขยายเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทนในเวลาต่อมา
ขยายสู่ธุรกิจครบวงจร
บริษัทพัฒนาโมเดลธุรกิจแบบครบวงจร ครอบคลุม 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่
ยางธรรมชาติ
น้ำมันปาล์มดิบ
พลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์
ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงธุรกิจเดียว และสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเสียในกระบวนการผลิต
จุดเปลี่ยนสำคัญ : โมเดล “Thai Eastern Symbiosis”
หนึ่งในพัฒนาการสำคัญของ TEGH คือการผลักดันแนวคิด “Thai Eastern Symbiosis” หรือระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
บริษัทนำของเสียจากโรงงาน เช่น น้ำเสีย กากอินทรีย์ และวัสดุเหลือใช้ มาผลิตเป็น
ก๊าซชีวภาพ (Biogas)
ไฟฟ้าพลังงานสะอาด
วัสดุปรับปรุงดิน
ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรแบบ “Zero Waste” และช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว
เข้าตลาดหลักทรัพย์ ปี 2565
TEGH เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 30 กันยายน 2565 ด้วยราคา IPO ที่ 4.80 บาท เพื่อระดมทุนขยายธุรกิจยางพารา พลังงานทดแทน และโครงการด้านความยั่งยืน
รุกตลาด “ยางรักษ์โลก”
หลังเข้าตลาด บริษัทเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางมูลค่าเพิ่ม เช่น
ยาง EUDR
ยาง FSC
ยาง Low Carbon
ยาง Negative Carbon
เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าระดับโลกที่ต้องการวัตถุดิบรักษ์สิ่งแวดล้อม และรองรับกฎหมายสิ่งแวดล้อมใหม่ของยุโรป
ขยายพลังงานสะอาดและ ESG
TEGH ตั้งเป้าสู่ Carbon Neutral ภายในปี 2030 พร้อมลงทุนใน
โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ
ระบบจัดการกากอินทรีย์
เทคโนโลยี AI และ Automation
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนในระยะยาว
พัฒนาการด้านผลประกอบการ
แม้ธุรกิจยางพาราจะผันผวนตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลก แต่ TEGH ยังสามารถเติบโตด้านรายได้ได้ต่อเนื่องในช่วงหลัง โดยมีรายได้รวมปี 2567 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ตามการขยายตัวของธุรกิจหลักและตลาดส่งออก
จุดเด่นของ TEGH ในปัจจุบัน
TEGH ถูกมองว่าเป็นหุ้น “เกษตรอุตสาหกรรมสาย ESG” ที่มีจุดแข็งด้าน
ธุรกิจยางพาราระดับโลก
Circular Economy
พลังงานสะอาด
การลดคาร์บอน
การต่อยอดของเสียเป็นรายได้
ทำให้บริษัทมีภาพลักษณ์แตกต่างจากหุ้นเกษตรทั่วไป และมีโอกาสได้ประโยชน์จากกระแส Green Economy ในระยะยาว
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 214.97 | 67.54 | 111.41 | 71.13 | 218.98 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 1,116.23 | 721.51 | 1,481.75 | 920.31 | 1,250.88 |
| สินค้าคงเหลือ | 2,228.61 | 3,021.73 | 4,323.70 | 4,297.04 | 3,045.15 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 3,764.49 | 4,024.45 | 6,122.61 | 5,483.66 | 4,759.83 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 2,051.24 | 2,330.59 | 2,394.06 | 2,365.90 | 2,396.34 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 3,173.61 | 3,385.06 | 3,489.17 | 3,437.40 | 3,543.86 |
| รวมสินทรัพย์ | 6,938.10 | 7,409.51 | 9,611.78 | 8,921.06 | 8,303.69 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 2,410.99 | 2,691.68 | 4,388.58 | 4,211.54 | 2,684.92 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 309.05 | 355.16 | 303.16 | 305.03 | 284.77 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 81.48 | 90.26 | 95.78 | 86.23 | 142.04 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 2,840.67 | 3,405.79 | 5,229.60 | 4,916.80 | 3,573.69 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 851.79 | 823.92 | 750.11 | 795.85 | 930.67 |
| รวมหนี้สิน | 3,692.47 | 4,229.71 | 5,979.71 | 5,712.64 | 4,504.36 |
| ทุนจดทะเบียน | 1,080.00 | 1,080.00 | 1,080.00 | 1,080.00 | 1,080.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 1,080.00 | 1,080.00 | 1,080.00 | 1,080.00 | 1,080.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 993.60 | 993.60 | 993.60 | 993.60 | 993.60 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 906.90 | 841.00 | 1,285.08 | 897.20 | 1,445.68 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 264.29 | 264.29 | 272.32 | 236.67 | 278.89 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | 264.29 | 264.29 | 272.32 | 236.67 | 278.89 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 3,244.79 | 3,178.89 | 3,631.00 | 3,207.47 | 3,798.17 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 0.84 | 0.91 | 1.06 | 0.95 | 1.16 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 15,403.32 | 12,142.55 | 16,843.70 | 6,848.42 | 11,068.41 |
| รายได้อื่น | 46.56 | 32.51 | 67.85 | 37.19 | 18.05 |
| รวมรายได้ | 15,460.06 | 12,182.61 | 16,917.49 | 6,887.78 | 11,088.50 |
| ต้นทุน | 13,818.43 | 11,047.10 | 15,053.08 | 6,224.25 | 10,067.51 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 780.82 | 758.06 | 1,045.07 | 399.68 | 559.52 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 14,599.25 | 11,805.16 | 16,192.13 | 6,623.93 | 10,627.03 |
| EBITDA | 1,136.61 | 687.44 | 1,147.46 | 438.79 | 721.58 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 320.12 | 330.80 | 348.32 | 168.99 | 198.15 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 816.50 | 356.65 | 799.14 | 269.81 | 523.43 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 683.96 | 214.90 | 556.33 | 164.20 | 387.40 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.78 | 0.20 | 0.52 | 0.15 | 0.36 |
งบกระแสเงินสด
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 1,016.78 | 466.64 | -1,006.98 | -1,174.57 | 2,016.01 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -321.61 | -577.27 | -443.09 | -186.11 | -141.19 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -519.13 | -36.80 | 1,493.93 | 1,364.27 | -1,767.24 |
| เงินสดสุทธิ | 176.03 | -147.42 | 43.86 | 3.59 | 107.57 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 13.21 | 15.29 | 16.78 | 19.40 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 27.62 | 23.87 | 21.76 | 18.81 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 4.21 | 4.10 | 3.78 | 5.15 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 86.74 | 89.05 | 96.54 | 70.91 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 33.26 | 45.73 | 44.79 | 64.08 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 10.97 | 7.98 | 8.15 | 5.70 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 103.38 | 104.94 | 110.14 | 84.03 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น Thai Eastern Group Holdings Public Company Limited (TEGH)
ปัจจุบัน TEGH เคลื่อนไหวแถวบริเวณ 3.10–3.20 บาท หลังจากปรับฐานลงมาจากโซน 3.50 บาท และเริ่มเห็นแรงซื้อกลับบางส่วน ทำให้กราฟเข้าสู่ช่วง “สะสมกำลัง” เพื่อเลือกทางรอบใหม่
ภาพเทคนิคโดยรวม
แนวโน้มหลัก: “Sideway ถึง Sideway Up”
กราฟเริ่มสร้างฐานเหนือ 3.00 บาท
แรงขายเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
หากผ่าน 3.30 บาทได้ มีโอกาสเกิดรอบรีบาวด์แรง
แนวรับสำคัญ
3.08 บาท
3.00 บาท (จุดสำคัญมาก)
หากหลุด 3.00 บาท มีโอกาสเห็นแรงขายเร่งลงสู่ 2.80–2.70 บาท
แนวต้านสำคัญ
3.24 บาท
3.30 บาท
3.50 บาท
ถ้าปิดเหนือ 3.30 บาทได้ จะเป็นสัญญาณเชิงบวกของการกลับตัวระยะกลาง
สัญญาณอินดิเคเตอร์
RSI เริ่มฟื้นจากเขตอ่อนแรง → มีโอกาสเกิด Technical Rebound
MACD มีลุ้นตัดขึ้นเหนือเส้น Signal
Volume ยังไม่โดดเด่น ต้องจับตาแรงซื้อใหม่เข้าหนุน
กลยุทธ์เทรด
นักลงทุนสายเก็งกำไร
รับบริเวณ 3.05–3.10 บาท
เป้าขายระยะสั้น 3.24 / 3.30 บาท
Cut Loss หากหลุด 3.00 บาท
นักลงทุนถือกลาง
หากผ่าน 3.30 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้น มีโอกาสเห็นเป้าถัดไปแถว 3.50–3.70 บาท
ปัจจัยพื้นฐานที่หนุนกราฟ
TEGH ทำธุรกิจหลักด้าน
ยางธรรมชาติ
น้ำมันปาล์ม
พลังงานทดแทนและบริหารกากอินทรีย์
จุดเด่นคือค่า P/E ยังไม่สูงมาก และ Dividend Yield ค่อนข้างน่าสนใจเมื่อเทียบหุ้นกลุ่มเกษตร
มุมมองสรุป
TEGH อยู่ในช่วง “สร้างฐานรอเลือกทาง”
ถ้ายืนเหนือ 3.00 บาทได้ต่อเนื่อง ยังมีโอกาสรีบาวด์ขึ้นทดสอบ 3.30–3.50 บาทอีกครั้ง แต่ถ้าหลุด 3.00 บาท ต้องระวังแรงขายรอบใหม่กดลงลึกกว่าเดิม
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น Thai Eastern Group Holdings (TEGH)
“หุ้นยาง-ปาล์มน้ำมัน สายเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร ปันผลแรง แต่กำไรเริ่มผันผวน!”
ภาพรวมธุรกิจ
TEGH ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวกับ
ยางพาราแปรรูป
น้ำมันปาล์มดิบ
พลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์
จุดเด่นคือเป็นบริษัท “ครบวงจร” ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้ได้ประโยชน์เมื่อราคาสินค้าเกษตรเข้าสู่รอบขาขึ้น โดยเฉพาะยางธรรมชาติและปาล์มน้ำมัน ซึ่งเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมยานยนต์และพลังงาน
จุดแข็งของ TEGH
✅ รายได้ขนาดใหญ่ระดับ 2 หมื่นล้านบาทต่อปี
✅ Dividend Yield สูงประมาณ 6–7% ถือว่าเด่นในกลุ่ม
✅ ธุรกิจเกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ หากราคายางขึ้น กำไรสามารถโตแรง
✅ มีธุรกิจด้าน ESG และพลังงานชีวภาพ ช่วยเพิ่มมูลค่าในระยะยาว
ผลประกอบการล่าสุด
ปี 2025
รายได้ประมาณ 20,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18%
กำไรสุทธิประมาณ 533 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนที่สูงขึ้น
ไตรมาส 1/2026
รายได้ลดลงประมาณ 22%
กำไรสุทธิลดลงกว่า 50%
สะท้อนแรงกดดันจากราคาสินค้าและมาร์จิ้นที่อ่อนตัว
มุมมองทางเทคนิค
หุ้น TEGH มีลักษณะเป็น “หุ้นวัฏจักรสินค้าเกษตร”
ดังนั้นราคาหุ้นมักขึ้นแรงเมื่อ
ราคายางพาราโลกพุ่ง
ปาล์มน้ำมันเข้าสู่รอบขาขึ้น
ค่าเงินบาทอ่อนค่า
แต่หากเศรษฐกิจโลกชะลอ หรือราคาสินค้าเกษตรลงแรง กำไรจะถูกกดดันทันที
จุดที่ต้องระวัง
⚠️ กำไรผันผวนตามราคายางและปาล์ม
⚠️ Margin ค่อนข้างบาง
⚠️ หนี้สินต่อทุนอยู่ระดับค่อนข้างสูงประมาณ 76%
⚠️ ราคาหุ้นที่ผ่านมา underperform แม้รายได้เติบโต
เหมาะกับใคร?
นักลงทุนสายปันผล
คนที่มอง Commodity Cycle
นักลงทุนที่รับความผันผวนได้
สายสะสมช่วงราคาสินค้าเกษตรต่ำ
สรุปภาพรวม
TEGH เป็นหุ้น “เกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร” ที่มีจุดเด่นด้านปันผลสูงและรายได้ขนาดใหญ่ แต่กำไรยังขึ้นลงตามวัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้เหมาะกับการเล่นรอบตาม Commodity Cycle มากกว่าการถือแบบ Growth Stock ระยะยาว
หากราคายางโลกกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หุ้นตัวนี้มีโอกาส “ฟื้นแรงกว่าตลาด” ได้เช่นกัน แต่ถ้าราคาสินค้าอ่อนตัวต่อ กำไรอาจถูกกดดันต่อเนื่องในระยะสั้น

