ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น SWC บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SWC บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SWC บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) SWC อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI สินค้าอุตสาหกรรม(Industrials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 25690.13บาท10 ก.ย. 2569เงินปันผล
01 ก.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.20บาท22 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 25680.13บาท12 ก.ย. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.13บาท23 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 256610 : 1หุ้น24 พ.ค. 2567หุ้นปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.01บาท24 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.25บาท25 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.13บาท08 ก.ย. 2565เงินปันผล
01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.27บาท27 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 25640.13บาท10 ก.ย. 2564เงินปันผล
01 ก.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.25บาท25 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SWC
สำหรับ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้า ของใช้ในครัวเรือน สินค้าอุตสาหกรรม และอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีฐานการผลิต สินทรัพย์เพื่อการดำเนินงาน และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์และการจัดจำหน่ายเป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจ
จาก 56-1 One Report 2568 และข้อมูลบริษัท สามารถสรุปทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจได้ดังนี้

  1. โรงงานและสถานที่ประกอบธุรกิจ
    SWC มีสถานที่และสิ่งปลูกสร้างที่ใช้สนับสนุนการผลิต การจัดเก็บสินค้า และการบริหารงานของบริษัท โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและเคมีภัณฑ์ของบริษัท
  2. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
    เป็นทรัพย์สินหลักที่ใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า เช่น
    เครื่องจักรสำหรับผลิตและบรรจุสินค้า
    อุปกรณ์ในสายการผลิต
    เครื่องมือควบคุมและสนับสนุนกระบวนการผลิต
    อุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ
    ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อกำลังการผลิต ประสิทธิภาพ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์
  3. อุปกรณ์สำนักงานและเครื่องตกแต่ง
    ประกอบด้วยอุปกรณ์และเครื่องใช้สำนักงาน รวมถึงเครื่องตกแต่งที่ใช้ในการบริหารงาน การขาย การตลาด และการดำเนินงานของบริษัท
  4. ยานพาหนะ
    บริษัทมีทรัพย์สินประเภทยานพาหนะสำหรับสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น การขนส่งสินค้า การกระจายสินค้า และการปฏิบัติงานของพนักงาน
  5. สินทรัพย์สิทธิการใช้
    นอกจากทรัพย์สินที่บริษัทเป็นเจ้าของแล้ว ยังมี สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-use assets) ซึ่งเกิดจากการเช่าทรัพย์สินเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น อาคาร พื้นที่ หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
  6. สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
    ในเชิงการดำเนินงาน SWC จำเป็นต้องมีสินค้าคงเหลือและวัตถุดิบสำหรับการผลิตและจำหน่าย เช่น วัตถุดิบเคมีภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ สินค้าสำเร็จรูป และสินค้าระหว่างกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจโดยตรง
  7. แบรนด์และทรัพย์สินทางการค้า
    จุดสำคัญของ SWC คือมีผลิตภัณฑ์และแบรนด์ที่ทำตลาดมาเป็นเวลานาน เช่น เชนไดร้ท์, เชนการ์ด, สเตดฟาส, วาโปน่า, ไบฟอร์ซ, ฟิปฟอร์ซ, อิมิฟอร์ซ และทีโพล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในตลาดไทยและต่างประเทศ
    ทรัพย์สินในลักษณะ เครื่องหมายการค้า สิทธิในแบรนด์ และทรัพย์สินทางปัญญา จึงมีความสำคัญต่อความสามารถในการทำตลาดและสร้างรายได้ของบริษัท
    ภาพรวมฐานสินทรัพย์
    ข้อมูลล่าสุดจาก SET ระบุว่า ณ 30 มิถุนายน 2569 SWC มีสินทรัพย์รวมประมาณ 1,322.69 ล้านบาท ลดลงจาก 1,357.75 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 แต่เพิ่มขึ้นจาก 1,249.28 ล้านบาท ณ 30 มิถุนายน 2568
ประเภททรัพย์สินการใช้ประโยชน์
🏭 โรงงาน/อาคารผลิต จัดเก็บ และบริหารงาน
⚙️ เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตและบรรจุสินค้า
🧪 อุปกรณ์การผลิตสนับสนุนธุรกิจเคมีภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค
🚚 ยานพาหนะขนส่งและกระจายสินค้า
🏢 อุปกรณ์สำนักงานสนับสนุนการบริหารและการขาย
📦 สินค้าคงเหลือ/วัตถุดิบรองรับการผลิตและจำหน่าย
™️ เครื่องหมายการค้า/แบรนด์สร้างการรับรู้และมูลค่าทางการตลาด
📄 สินทรัพย์สิทธิการใช้ใช้พื้นที่หรือทรัพย์สินภายใต้สัญญาเช่า

ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับมุมมองนักลงทุน: SWC เป็นธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพาสินทรัพย์ประเภทที่ดินจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่ความสามารถในการสร้างรายได้เชื่อมโยงกับ โรงงาน + เครื่องจักร + ระบบการผลิต + สินค้าคงเหลือ + เครือข่ายการจัดจำหน่าย + มูลค่าของแบรนด์ โดยบริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,322.69 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2569 และในช่วงเดียวกันมีกำไรสุทธิ 103.66 ล้านบาท


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SWC
สำหรับ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SWC) ธุรกิจหลักครอบคลุมการผลิตและจำหน่าย สินค้าของใช้ในบ้านเรือน สินค้าอุตสาหกรรม และอาหารและเครื่องดื่ม โดยข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่ามีการจัดทำงบการเงินในลักษณะ งบรวม ซึ่งรวมบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัทด้วย
โครงสร้างกลุ่มบริษัท
จากรายงานประจำปีของ SWC บริษัทมีการดำเนินธุรกิจผ่าน บริษัทย่อย เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยโครงสร้างกลุ่มบริษัทควรพิจารณาควบคู่กับงบการเงินรวมของบริษัท
บริษัทแม่
บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SWC)
เป็นแกนหลักของกลุ่มธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ในครัวเรือน สินค้าอุตสาหกรรม รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม
จุดสำคัญของธุรกิจในกลุ่ม
ธุรกิจดั้งเดิมของ SWC คือ ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์สำหรับใช้ในครัวเรือน และบริษัทมีแบรนด์สินค้า เช่น เชนไดร้ท์, เชนการ์ด, สเตดฟาส, วาโปน่า, ไบฟอร์ซ, ฟิปฟอร์ซ, อิมิฟอร์ซ และทีโพล์ โดยบริษัทระบุว่ามีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดในเอเชียและออสเตรเลียด้วย
ในช่วงหลัง บริษัทมีการขยายพอร์ตธุรกิจให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยข้อมูล SET ณ 6 เดือนแรกปี 2569 ระบุลักษณะธุรกิจของ SWC เป็น สินค้าใช้ในบ้านเรือน + สินค้าอุตสาหกรรม + อาหารและเครื่องดื่ม ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจลักษณะธุรกิจ
บริษัทแม่ SWCผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอุตสาหกรรม
เคมีภัณฑ์ในครัวเรือนผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ภายในบ้าน
สินค้าอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์และสินค้าที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม
อาหารและเครื่องดื่มกลุ่มธุรกิจที่บริษัทขยายพอร์ตเพิ่มเติม
ธุรกิจต่างประเทศส่งออกสินค้าไปยังตลาดเอเชียและออสเตรเลีย

ประเด็นที่น่าสนใจ: ในปี 2568 SWC มีรายได้รวมประมาณ 1,739.78 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 161.01 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้ 848.11 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 103.66 ล้านบาท ตามข้อมูล SET



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SWC
บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลแบบ 56-1/รายงานประจำปีของ SWC ที่เผยแพร่ผ่าน ก.ล.ต. บริษัทมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคและเคมีภัณฑ์สำหรับใช้ในครัวเรือนและการเกษตร ดังนั้นประเด็นความเสี่ยงหลักที่ควรติดตามมีดังนี้

  1. ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
    ต้นทุนการผลิตของ SWC มีความอ่อนไหวต่อราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ หากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการปรับราคาขาย อาจกดดัน อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ ของบริษัท
  2. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
    วัตถุดิบบางส่วนมีการจัดซื้อจากต่างประเทศ ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน โดยเฉพาะกรณีเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าสูงขึ้นและกระทบความสามารถในการทำกำไร
  3. การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค
    ตลาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด กำจัดแมลง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตรายใหญ่ แบรนด์ต่างประเทศ และสินค้าราคาประหยัด หากการแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น บริษัทอาจต้องเพิ่มงบการตลาดหรือทำโปรโมชั่น ส่งผลต่ออัตรากำไร
  4. ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภค
    ความต้องการของผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกระแสสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากผลิตภัณฑ์หรือสูตรสินค้าปรับตัวไม่ทัน อาจกระทบยอดขายและส่วนแบ่งตลาด
  5. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและมาตรฐานสินค้า
    สินค้าบางประเภทเกี่ยวข้องกับสารเคมีและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การผลิต การขึ้นทะเบียน และการติดฉลาก หากกฎระเบียบมีการเปลี่ยนแปลง บริษัทอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปรับสูตร กระบวนการผลิต หรือบรรจุภัณฑ์ รวมถึงมีความเสี่ยงต่อการเปิดตัวสินค้าใหม่ล่าช้า
  6. ความเสี่ยงด้านการพึ่งพาช่องทางจัดจำหน่าย
    สินค้าของ SWC ต้องอาศัยช่องทางค้าปลีกและตัวแทนจำหน่ายในการเข้าถึงผู้บริโภค หากเงื่อนไขทางการค้าของคู่ค้ารายใหญ่เปลี่ยนแปลง หรือการแข่งขันเพื่อพื้นที่วางสินค้ารุนแรงขึ้น อาจส่งผลต่อยอดขายและต้นทุนการขาย
  7. ความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือ
    สินค้าอุปโภคบริโภคมีความเสี่ยงจากสินค้าค้างสต็อก สินค้าหมดอายุ หรือผลิตภัณฑ์ที่ความต้องการลดลง หากบริหารสินค้าคงเหลือไม่เหมาะสม อาจเกิดค่าใช้จ่ายจากการทำโปรโมชั่น การลดราคา หรือการตั้งสำรองด้อยค่าของสินค้า
  8. ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
    ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีมีความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัย หากเกิดปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐาน การเรียกคืนสินค้า หรือข้อร้องเรียนจากผู้บริโภค อาจส่งผลต่อทั้งต้นทุน ชื่อเสียงแบรนด์ และยอดขาย
  9. ความเสี่ยงจากการขยายตลาดและสินค้าใหม่
    การเพิ่มผลิตภัณฑ์หรือขยายตลาดใหม่ต้องใช้เงินลงทุนด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนา และการสร้างแบรนด์ หากสินค้าใหม่ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมาย อาจทำให้ต้นทุนการลงทุนไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนตามที่คาดหวัง
  10. ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
    สินค้าบางกลุ่มของบริษัทอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะช่วงที่ค่าครองชีพสูง ผู้บริโภคอาจหันไปเลือกสินค้าที่มีราคาถูกกว่า ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อยอดขายและอัตรากำไร

สรุปสำหรับนักลงทุน: จุดที่ควรติดตาม SWC เป็นพิเศษคือ ราคาวัตถุดิบ + ค่าเงินบาท + การแข่งขันด้านราคา + การเติบโตของยอดขาย + อัตรากำไรขั้นต้น + การบริหารสินค้าคงเหลือ เพราะปัจจัยเหล่านี้สามารถส่งผ่านมายังความสามารถในการทำกำไรของบริษัทได้โดยตรง ทั้งนี้ SWC มีรายงานประจำปี 2568 และงบการเงินถึงไตรมาส 2/2569 เผยแพร่ผ่านระบบ ก.ล.ต. แล้ว จึงควรใช้ข้อมูลล่าสุดประกอบการประเมินเพิ่มเติม


ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด329,829,06066.13
2นาง เมธาวี สกุลพิเชฐรัตน์50,000,00010.03
3น.ส. ปาลิตา คูสกุล26,664,0005.35
4นาย บุญวัน วรธรรมทองดี11,847,6882.38
5นาย นิพนธ์ โกมลสุวรรณ10,178,3152.04
6นาย นรินทร์ ตรีสุโกศล8,800,0001.76
7นาย ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล5,800,0001.16
8นาย ฮารกิชิน ทันวานี5,400,0001.08
9นาย วิศรุต สกุลพิเชฐรัตน์3,218,4400.65
10นาย สิทธิชัย สุวรรณจงสถิต3,001,4600.60
11บริษัท ไลฟ์เซฟเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด2,900,0000.58
12นาย จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ2,842,3820.57

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย สมชัย สวัสดีผลประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
2นาย ณรงค์ฤทธิ์ ตั้งคารวคุณรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, รองประธานกรรมการบริษัท
3นาย นรินทร์ ตรีสุโกศลกรรมการ
4นาย ประสบสันต์ รชตพฤทธิ์กรรมการ, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
5นาย เถกิงพล เหล่าพิสุทธิ์กรรมการ
6นาย เหวินโกว ฟางกรรมการ
7นาย ฟิลลิป ชยรักษ์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น SWC
บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SWC มีพัฒนาการจากผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ในครัวเรือน สู่การขยายพอร์ตสินค้าไปยังกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม สาธารณสุข การเกษตร ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร–เครื่องดื่ม โดยบริษัทมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ ขยายช่องทางจัดจำหน่าย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น
📌 ไทม์ไลน์พัฒนาการสำคัญ
ปี 2539 — ก่อตั้งบริษัท เชอร์วู้ด เคมิคอล จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท และเข้าซื้อกิจการเคมีภัณฑ์ในครัวเรือนจากบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย
ปี 2540 — ก่อสร้างโรงงานผลิตที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับการผลิตสินค้าและการขยายธุรกิจ
ปี 2544 — เปลี่ยนเครื่องหมายการค้าจาก “เชลล์ไดร้ท์” เป็น “เชนไดร้ท์” ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์สำคัญของบริษัท
ปี 2547 — นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท
ปี 2548 — ปรับมูลค่าหุ้นจาก 5 บาท เหลือ 1 บาทต่อหุ้น และมีตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาค 5 แห่ง
ปี 2549 — ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์เคมีสำหรับ สาธารณสุข เพิ่มจากธุรกิจเคมีภัณฑ์ในครัวเรือนเดิม
ปี 2551 — สร้างโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เป็นการขยายฐานการผลิตเข้าสู่กลุ่มสินค้าทำความสะอาดอย่างชัดเจน
ปี 2552 — ก่อตั้ง Sherwood Chemical Australasia Co., Ltd. เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและตลาดต่างประเทศ
ปี 2554 — ยอดขายของบริษัทแตะระดับ 1,000 ล้านบาท และได้รับรางวัล Quality Award จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ปี 2557 — เริ่มขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่บริษัทเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และเครือข่ายจัดจำหน่าย
ปี 2558–2560 — เดินหน้าแผนระยะยาว 5 ปีและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมได้รับรางวัลด้านคุณภาพและรางวัลจากตลาดทุน รวมถึง SET Awards ในปี 2560
ช่วงปี 2564 เป็นต้นมา — บริษัทวางแนวทาง “SWC Change to Win” และใช้กลยุทธ์ Diversification โดยเน้น 4 แนวทาง ได้แก่ ขยายช่องทางจัดจำหน่าย สร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ พัฒนาบุคลากร และนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพระบบขาย
ปัจจุบัน — SWC มีการกระจายธุรกิจไปยัง สินค้าใช้ในบ้าน สินค้าอุตสาหกรรม และอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมพัฒนาพอร์ตผลิตภัณฑ์และแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
🔎 จุดเปลี่ยนที่น่าจับตา
พัฒนาการของ SWC สะท้อนการเปลี่ยนจากบริษัทที่มีฐานหลักใน เคมีภัณฑ์กำจัดแมลงและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไปสู่โมเดลธุรกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยในช่วงหลังบริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์และการกระจายสินค้า ขณะที่ผลประกอบการก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 161.01 ล้านบาท เพิ่มจาก 119.38 ล้านบาทในปี 2567 และ 55.88 ล้านบาทในปี 2566
ล่าสุด 6M/2569 บริษัทมีรายได้ 848.11 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 103.66 ล้านบาท เพิ่มจากกำไรสุทธิ 63.57 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าการขยายธุรกิจและการบริหารโครงสร้างต้นทุนยังเป็นประเด็นสำคัญที่ควรติดตามต่อเนื่อง
สรุป: พัฒนาการของ SWC อยู่บน 3 แกนหลัก คือ ขยายฐานธุรกิจ → สร้างแบรนด์และช่องทางขาย → กระจายพอร์ตสินค้าเพื่อสร้างการเติบโต ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญในการลดการพึ่งพาสินค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งและเพิ่มโอกาสเติบโตในระยะยาว.


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด326.48447.97532.87451.17452.28
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ183.67153.46183.87193.85225.54
สินค้าคงเหลือ207.67147.99180.19177.70186.74
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน737.83769.22923.03851.98898.88
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ346.99320.63350.97337.14344.92
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน407.64364.01434.72397.29423.81
รวมสินทรัพย์1,145.461,133.221,357.751,249.281,322.69
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม150.00––––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ233.27251.78351.97333.44299.95
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน425.47307.22464.13405.91410.02
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน57.6950.4689.0168.4288.89
รวมหนี้สิน483.16357.68553.13474.33498.91
ทุนจดทะเบียน235.00257.67257.67257.67257.67
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า226.70249.37249.37249.37249.37
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น160.51160.51160.51160.51160.51
กำไร(ขาดทุน)สะสม233.74344.15380.48345.38384.39
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น17.69-1.10-5.21-1.505.79
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน––––9.77
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่638.64752.93785.14753.75800.05
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย23.6622.6219.4821.1923.73

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,709.681,685.471,736.06800.87844.44
รายได้อื่น3.724.261.330.542.85
รวมรายได้1,716.001,692.591,739.78802.70848.11
ต้นทุน1,100.04994.53922.35433.41494.18
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร509.36514.47586.02276.91212.41
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,609.401,508.991,508.37710.32706.59
EBITDA161.43235.90286.27118.53173.68
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย54.8352.3054.8626.1632.16
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้106.60183.60231.4092.38141.52
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่55.88119.38161.0163.57103.66
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.120.240.320.130.21

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน199.40304.54268.5098.8630.16
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-42.44-9.38-59.67-29.59-10.58
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-140.84-168.68-122.72-65.67-103.05
เงินสดสุทธิ16.13126.4786.123.60-83.48

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)10.0010.297.798.49
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)36.5035.4646.8743.01
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)5.595.624.915.40
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)65.2764.9474.3467.65
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)4.103.062.813.10
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)89.01119.46129.98117.58
วงจรเงินสด (วัน)12.76-19.06-8.78-6.92

🔥 วิเคราะห์กราฟเทคนิค SWC — เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย)
ข้อมูลราคาหุ้น SWC จากตลาดหลักทรัพย์ฯ
ล่าสุดที่ตรวจสอบได้ 11 ก.ย. 2569 SWC ปิดที่ 5.00 บาท +0.10 บาท (+2.04%) ทำจุดสูงสุดของวันและขึ้นมาอยู่บริเวณ High 52 สัปดาห์ที่ 5.00 บาท จากกรอบ 3.32–5.00 บาท ขณะที่มูลค่าซื้อขายอยู่ราว 349.94 ล้านบาทในวันดังกล่าว
📈 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
SWC กำลังยืนชนแนวต้านสำคัญ 5.00 บาท
ภาพรวมราคาช่วงล่าสุดมีโมเมนตัมเป็นบวก และการขึ้นมาทดสอบบริเวณ 5.00 บาท ซึ่งเป็นทั้ง High ล่าสุดและ High รอบ 52 สัปดาห์ ทำให้บริเวณนี้เป็น “ด่านวัดพลัง” ที่สำคัญมาก
🟢 แนวต้านแรก: 5.00 บาท
🚀 ผ่าน 5.00 + Volume หนุน: มีโอกาสเปิดทางเข้าสู่รอบ Momentum ใหม่
🟡 แนวรับแรก: 4.90–4.98 บาท
🟡 แนวรับถัดไป: 4.80–4.90 บาท
🔴 หลุด 4.80: ต้องระวังแรงขายทำกำไรและการพักฐาน
วันที่ 11 ก.ย. ราคาเปิด 4.98 บาท ขึ้นแตะ 5.00 บาท และปิดที่ 5.00 บาท พร้อมปริมาณซื้อขาย 70,000 หุ้น สะท้อนว่าราคายังยืนบริเวณ High ได้ แต่สำหรับการยืนยัน Breakout แบบสายเทคนิค ควรติดตาม Volume ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบด้วย
⚡ สัญญาณ Breakout ที่ต้องการเห็น
5.00 บาท คือ Key Level
หากราคาสามารถ ทะลุ 5.00 บาทได้อย่างชัดเจน พร้อม Volume เร่งตัว จะเป็นสัญญาณที่น่าจับตา เพราะเป็นการผ่านจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์
แต่ถ้าราคา ไม่ผ่าน 5.00 บาทและเกิดแรงขาย ภาพอาจเปลี่ยนเป็นการแกว่งพักฐาน ดังนั้นจุด 5.00 บาทจึงเป็นบริเวณที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
🎯 มุมมองแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
SWC กำลังเดินเข้าสู่โซนตัดสินใจ!
“ชน High 52 สัปดาห์ 5.00 บาท — ด่านนี้ผ่านหรือโดนขาย?”
เกมนี้ไม่ได้อยู่ที่การเดาว่าราคาจะไปทางไหน แต่ต้องดูว่า Breakout ได้จริงหรือไม่ + Volume มาแค่ไหน
📌 ผ่าน 5.00 พร้อมวอลุ่ม = จับตา Momentum
📌 ยืนเหนือ 5.00 ได้ = โครงสร้างขาขึ้นมีโอกาสเดินหน้าต่อ
📌 ไม่ผ่าน 5.00 = ระวังแรงขายบริเวณแนวต้าน
📌 หลุด 4.80 = โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มเสียทรง
ทั้งนี้ SWC มีพื้นฐานล่าสุดที่ยังเติบโต โดยงวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้ 848.11 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 103.66 ล้านบาท เพิ่มจากกำไร 63.57 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ควรนำมาประกอบการติดตามกราฟด้วย
สรุป: ตอนนี้ 5.00 บาทคือด่านสำคัญที่สุดของ SWC — สายเทคนิคควรจับตา “ราคา + Volume” หากเกิด Breakout เหนือระดับดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณที่น่าติดตามมากขึ้น ขณะที่การถูกขายกลับจากแนวต้านต้องระวังการพักฐาน


วิเคราะห์หุ้น SWC — บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
Sherwood Corporation (Thailand) Public Company Limited หรือ SWC เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหาร, สินค้าอุตสาหกรรม และอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก เช่น เชนไดร้ท์, ทีโพล์, มอส อเวย์ และเชนการ์ด รวมถึงสินค้ากลุ่มกำจัดแมลง ทำความสะอาด สาธารณสุข เคมีเกษตร และดูแลสัตว์เลี้ยง

  1. ภาพรวมธุรกิจ
    จุดสำคัญของ SWC คือการมีฐานธุรกิจเดิมที่แข็งแรงจากตลาด ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและเคมีภัณฑ์ในครัวเรือน ก่อนขยายไปยังผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและอาหาร/เครื่องดื่ม เพื่อกระจายแหล่งรายได้มากขึ้น
    บริษัทระบุว่ามีผลิตภัณฑ์มากกว่า 220 ชนิด และเครื่องหมายการค้ากว่า 130 ฉบับ ขณะที่โรงงานมีมาตรฐาน เช่น ISO 9001, ISO 14001, GMP และ HACCP ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
    โครงสร้างธุรกิจหลัก
    🦟 กำจัดแมลง / ปลวก — เชนไดร้ท์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
    🧹 ทำความสะอาด — ทีโพล์
    🐜 อุตสาหกรรมกำจัดแมลงและสาธารณสุข
    🌱 เคมีเกษตร
    🐶 ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง
    🍜 อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทกำลังขยายเพื่อเพิ่มฐานรายได้

2. ผลประกอบการ — จุดที่น่าสนใจมาก ตัวเลขปี 2568 แสดงให้เห็นการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไรค่อนข้างชัดเจน

ล้านบาท25672568เปลี่ยนแปลง
รายได้1,692.591,739.78+2.8%
กำไรสุทธิ119.38161.01+34.6%
กำไรสุทธิต่อหุ้น0.240.32+33.3%
Gross Margin40.99%46.87%ดีขึ้น
Net Margin7.48%9.69%ดีขึ้น
ROE17.16%20.94%ดีขึ้น
ROA16.11%18.58%ดีขึ้น

สิ่งที่น่าสังเกตคือ รายได้โตไม่มาก แต่กำไรโตเร็วกว่ารายได้มาก สะท้อนว่าการบริหารต้นทุนและ Product Mix มีบทบาทสำคัญต่อกำไรของบริษัท ครึ่งแรกปี 2569 ยังโตต่อ
6M/2569 บริษัทมีรายได้ 848.11 ล้านบาท เพิ่มจาก 802.70 ล้านบาทใน 6M/2568 หรือประมาณ 5.7%
ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มจาก 63.57 ล้านบาท เป็น 103.66 ล้านบาท หรือประมาณ 63% YoY
ที่น่าสนใจคือ
Net Margin
6M/68 = 8.39%
6M/69 = 12.74%
และ ROE เพิ่มจาก 17.25% เป็น 25.89%
ดังนั้นภาพของ SWC ในปี 2569 ไม่ได้มีเพียง “ยอดขายเติบโต” แต่เป็นการเติบโตที่มี กำไรสุทธิต่อรายได้สูงขึ้นอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม Gross Margin ลดจาก 45.88% เหลือ 41.48% ใน 6M/69 เนื่องจากต้นทุนขายและวัตถุดิบ/บรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น บริษัทระบุว่าปัจจัยด้านวัตถุดิบได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางด้วย

จุดแข็งของ SWC
🟢 1. แบรนด์มีประสบการณ์และตลาดรองรับ
SWC มีธุรกิจเคมีภัณฑ์ในครัวเรือนมาเป็นเวลานาน และมีแบรนด์ที่ผู้บริโภครู้จัก ทำให้มีฐานตลาดเดิมรองรับ
🟢 2. กำไรเติบโตเร็วกว่ายอดขาย
ปี 2568 รายได้เพิ่มเพียงประมาณ 2.8% แต่กำไรสุทธิเพิ่มประมาณ 34.6%
และ 6M/69 รายได้เพิ่มประมาณ 5.7% แต่กำไรเพิ่มประมาณ 63%
นี่เป็นประเด็นที่ต้องจับตา เพราะหากรักษา Margin ได้ จะช่วยเพิ่มคุณภาพของกำไรในระยะยาว
🟢 3. ขยายธุรกิจเพื่อลดการพึ่งพาสินค้าหลัก
บริษัทระบุอย่างชัดเจนว่าต้องการขยายจากกลุ่ม Chaindrite ไปยัง Teepol และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อกระจายแหล่งรายได้
🟢 4. ฐานะทางการเงินยังอยู่ในระดับที่บริหารได้
ณ 6M/69
สินทรัพย์ 1,322.69 ล้านบาท
หนี้สิน 498.91 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้น 800.05 ล้านบาท
D/E 0.61 เท่า
D/E ไม่ได้อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับฐานทุน แต่หนี้สินเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 จึงควรติดตามต่อ


ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
🔴 1. การพึ่งพาสินค้ากำจัดแมลง
นี่เป็นความเสี่ยงที่บริษัทระบุเองว่า Chaindrite ยังเป็นแหล่งรายได้หลัก การกระจายธุรกิจไปยัง Teepol และอาหารจึงมีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงดังกล่าว
🔴 2. ราคาวัตถุดิบ
ธุรกิจเคมีภัณฑ์มีความอ่อนไหวต่อต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย จะกด Gross Margin
สิ่งนี้เริ่มเห็นใน 6M/69 ซึ่ง Gross Margin ลดลงเหลือ 41.48% จาก 45.88%
🔴 3. ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัทระบุว่าวัตถุดิบสำคัญบางส่วนต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีการกำหนดราคาเป็น USD จึงมีความเสี่ยงจากเงินบาท โดยบริษัทใช้ Forward Contract เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง
🔴 4. การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค
ตลาดสินค้าใช้ในบ้านมีการแข่งขันสูง ทั้งด้านราคา โปรโมชั่น ช่องทางจำหน่าย และการเปิดตัวสินค้าใหม่ หากต้องใช้งบการตลาดสูงขึ้น อาจกระทบ Margin

มุมมองเชิงมูลค่า
ข้อมูล SET ณ 2 ก.ย. 2569 ระบุราคา 4.84 บาท, Market Cap ประมาณ 2,414 ล้านบาท, P/E 12 เท่า และ P/BV 3.02 เท่า
ส่วน Snapshot 6M/69 ณ 30 มิ.ย. 2569 ระบุ P/E 13.91 เท่า และ Dividend Yield 7.22%
จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ P/E อยู่ในระดับไม่สูงมากเมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น แต่ P/BV สูงกว่า 1 มาก ดังนั้นการประเมิน SWC ไม่ควรดู P/E เพียงตัวเดียว ควรติดตามว่า ROE ที่สูงขึ้นสามารถรักษาได้ต่อเนื่องหรือไม่

สรุปแบบนักลงทุน
SWC เป็นหุ้น Consumer/Industrial ที่กำลังอยู่ในช่วง “ขยายฐานธุรกิจ + ยกระดับความสามารถทำกำไร”
ภาพที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้คือ
รายได้โตระดับกลาง แต่กำไรโตเร็วกว่ารายได้อย่างชัดเจน
ปี 2568 กำไรสุทธิเพิ่มกว่า 34% และ 6M/69 กำไรเพิ่มประมาณ 63% YoY ขณะที่ ROE ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 25.89%
แต่จุดที่ต้องจับตาคือ Gross Margin ที่ลดลงในครึ่งแรกปี 2569 และการพึ่งพากลุ่ม Chaindrite ซึ่งบริษัทเองกำลังพยายามลดสัดส่วนดังกล่าวด้วยการขยาย Teepol และอาหาร/เครื่องดื่ม

🔎 ประเด็นที่ควรติดตามต่อ

กำไรสุทธิจะรักษาระดับ >100 ล้านบาทต่อครึ่งปีได้หรือไม่
Gross Margin จะฟื้นกลับเหนือ 43–45% ได้หรือไม่
รายได้จาก Teepol และ Food & Beverage จะเติบโตเร็วแค่ไหน
สัดส่วนรายได้จาก Chaindrite จะลดลงจริงหรือไม่
ต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินจะกด Margin ในครึ่งปีหลังหรือไม่

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะกลับมาแข็งแรงขึ้นหรือไม่ เพราะ 6M/69 อยู่ที่ 30.16 ล้านบาท เทียบกับ 98.86 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน
ในมุมสาย VI: จุดเด่นอยู่ที่การฟื้นตัวของ ROE และ Margin ขณะที่โจทย์สำคัญคือความยั่งยืนของกำไรและการลดการพึ่งพาสินค้าหลัก

ในมุมสายเทคนิค: ราคาหุ้นล่าสุดที่ SET แสดงไว้ 4.88 บาท ณ 17 ก.ย. 2569 และกรอบ 52 สัปดาห์ในข้อมูล SET อยู่ที่ 3.32–5.00 บาท จึงเป็นหุ้นที่ควรจับตาโซนใกล้จุดสูงสุดเดิมและพฤติกรรม Volume หากต้องการวิเคราะห์กราฟต่อ


Disclaimer

ใส่ความเห็น