วิเคราะห์ หุ้น STECH บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น STECH บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น STECH บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) STECH อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




ทรัพย์สินสำคัญ
สินทรัพย์รวมของบริษัท ณ ช่วงใดช่วงหนึ่งอยู่ที่ประมาณ 3,222.83 ล้านบาท และหนี้สินรวมอยู่ที่ประมาณ 1,094.47 ล้านบาท.
จากงบการเงิน (ดู ณ งวดล่าสุด) จำแนกทรัพย์สินได้ดังนี้:
สินทรัพย์หมุนเวียน เช่น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 99.06 ล้านบาท; ลูกหนี้การค้าและอื่นๆ; สต็อกสินค้า (สินค้าคงเหลือ) ประมาณ 482.78 ล้านบาท.
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เช่น
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (สุทธิ) ประมาณ 1,971.20 ล้านบาท.
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (สุทธิ) ประมาณ 67.79 ล้านบาท.
เงินลงทุนระยะยาว และเงินฝากสถาบันการเงินที่มีข้อจำกัดในการใช้ น้อยมาก (0.14 ล้านบาท, 0.36 ล้านบาทตามลำดับ)


ข้อมูลบริษัทโดยสรุป
บริษัทจดทะเบียนตั้งอยู่ที่: 50 ซอย งามวงศ์วาน 47 แยก 20 (ชินเขต 2/18) ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210.
ลักษณะธุรกิจ: ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง (เช่น เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง, เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “STEC” และให้บริการด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์และบริการติดตั้ง/ตอกเสาเข็ม รวมถึงธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของบริษัท.

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่: บริษัท บริษัท ร่วมชัยกิจ จำกัด ถือหุ้นสัดส่วนราว 49.24% ตามข้อมูล ณ ปีที่ผ่านมา.
เรื่อง “บริษัทในเครือ / กลุ่มบริษัท”
แม้จะมีบทความระบุว่า STECH ได้เข้าลงทุนในบริษัทอื่น เช่นการเข้าซื้อหุ้นใน บริษัท วังคอนกรีต จำกัด เพื่อถือหุ้น 100% โดย STECH เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด หลังทำรายการ.
แต่ ณ ที่ตรวจสอบ ยังไม่พบ รายชื่อบริษัทในเครือ (Subsidiaries หรือบริษัทย่อย) ที่เปิดเผยอย่างครบถ้วนและชัดเจนในเอกสารสาธารณะเปิดเผยโดย STECH เช่น รายชื่อบริษัทย่อยทั้งหมด, สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย, หรือกลุ่มธุรกิจที่จัดเป็น “เครือ” อย่างเป็นทางการ.



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ข้อพิพาท ทางกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เงื่อนไขและสัญญาต่างๆ ที่ส่งผลต่อบริษัท ความเสี่ยงของบริษัท

ความเสี่ยงจะมี 2 ส่วนคือ

  • การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน
  • การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

ความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือกลุ่มบริษัทในปัจจุบันที่ครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อมและสังคม


ข้อมูล ณ วันที่ 14 มี.ค. 2568



ก่อตั้งและเริ่มธุรกิจ
ผู้บริหาร / ผู้ก่อตั้งคือ วัฒน์ชัย มงคลศรีสวัสดิ์ เริ่มจากการทำงานด้านผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงในองค์กรรัฐ ก่อนมาเริ่มธุรกิจของตนเองในปี 2544 (ประมาณ) โดยใช้ชื่อว่า “บริษัท สระบุรีเทคนิคคอนกรีต จำกัด” ที่จังหวัดสระบุรี.
เริ่มจากผลิตภัณฑ์ เช่น เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง, เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง เป็นต้น.
เปลี่ยนชื่อและขยายธุรกิจ
ปี 2559 บริษัทลงทุนก่อสร้างโรงงานเสาเข็มสปัน (spun pile) และเปลี่ยนชื่อจาก “สระบุรีเทคนิคคอนกรีต” เป็น “สยามเทคนิคคอนกรีต” เพื่อรองรับการเติบโตในธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง.
มีการกระจายโรงงานไปในหลายภูมิภาค เพื่อให้ลดต้นทุนการขนส่งและรองรับโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่.
จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน และเข้าตลาดหุ้น
บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด (Public Company) ในปี 2562.
วันที่ 23 กรกฎาคม 2564 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายใต้ชื่อย่อ “STECH”.
ในการ IPO มีการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน … เพื่อระดมทุนใช้ในการขยายโรงงานใหม่ในชลบุรีและมุกดาหาร รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิต.
ขยายธุรกิจและการเข้าลงทุน
ล่าสุด บริษัทมีมติในการประชุมเมื่อ 18 มิถุนายน 2567 ให้เข้าลงทุนใน บริษัท วังคอนกรีต จำกัด ซึ่งทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีต เช่น เสาเข็ม แผ่นพื้น โดยจะซื้อหุ้น 100% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว.
จุดเด่นและบทบาทในอุตสาหกรรม
STECH มีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง (pre-stressed concrete products) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “STEC” ได้แก่ เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง, เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง, ผลิตภัณฑ์คานสะพานและพื้นสะพาน เป็นต้น.
บริษัทวางจุดแข็งไว้ที่ต้นทุน ซึ่งมาจากการมีโรงงานกระจายในหลายภูมิภาค และความเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สามารถต่อรองวัตถุดิบได้.
แม้ในช่วงวิกฤติ เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัทยังเห็นโอกาสจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่ยังมีความต้องการผลิตภัณฑ์คอนกรีตมากขึ้น.









Disclaimer

ใส่ความเห็น