วิเคราะห์ หุ้น SITHAI บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SITHAI บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SITHAI บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SITHAI อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ บรรจุภัณฑ์ (Packaging) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
–0.02บาท10 ก.ย. 2569เงินปันผล
–0.04บาท22 พ.ค. 2569เงินปันผล
–0.02บาท10 ก.ย. 2568เงินปันผล
–0.04บาท16 พ.ค. 2568เงินปันผล
–0.02บาท06 ก.ย. 2567เงินปันผล
–0.04บาท24 พ.ค. 2567เงินปันผล
–0.02บาท07 ก.ย. 2566เงินปันผล
–0.04บาท25 พ.ค. 2566เงินปันผล
–0.03บาท25 พ.ค. 2565เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SITHAI
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับงานอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนจากเมลามีน รวมถึงธุรกิจแม่พิมพ์และการจัดหาสินค้า ดังนั้นทรัพย์สินหลักจึงเป็น ที่ดิน อาคารโรงงาน เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต รวมถึงคลังสินค้าและศูนย์จำหน่ายสินค้า

  1. ที่ดิน อาคาร และโรงงาน
    ในอดีตทรัพย์สินหลักของ SITHAI ประกอบด้วยฐานการผลิตและสำนักงานสำคัญ ได้แก่
    สำนักงานใหญ่และโรงงานสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ — ใช้เป็นสำนักงานใหญ่และเป็นฐานงานด้านการบริหาร/การดำเนินธุรกิจ
    โรงงานบางปู จังหวัดสมุทรปราการ — ฐานการผลิตในนิคมอุตสาหกรรมบางปู
    โรงงานอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี — ฐานการผลิตขนาดใหญ่สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกและงานอุตสาหกรรม
    โรงงานโคราช จังหวัดนครราชสีมา — ฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัท
    สำนักงานขายและคลังสินค้า/ศูนย์จำหน่ายสินค้า สำหรับสนับสนุนการกระจายสินค้า
    ข้อมูลในรายงานประจำปีระบุว่า บริษัทมีฐานการผลิตหลักในพื้นที่สุขสวัสดิ์ บางปู อมตะนคร/อมตะซิตี้ และโคราช โดยรายละเอียดของทรัพย์สินมีการปรับโครงสร้างระหว่างบริษัทแม่และบริษัทย่อยตามการโอนกิจการบางส่วนในช่วงที่ผ่านมา
  2. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
    เครื่องจักรและอุปกรณ์ ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของ SITHAI เนื่องจากธุรกิจต้องใช้กระบวนการผลิตพลาสติก เมลามีน และชิ้นส่วนสำหรับงานอุตสาหกรรม รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและขึ้นรูปสินค้า
    ฐานสินทรัพย์ของบริษัทจึงมีลักษณะเป็น ธุรกิจที่ใช้โรงงานและเครื่องจักรเป็นหัวใจหลัก โดย ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีรายการ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์สิทธิการใช้ประมาณ 3,055 ล้านบาท ในงบการเงินรวม
  3. คลังสินค้าและศูนย์จำหน่ายสินค้า
    นอกจากโรงงานแล้ว บริษัทมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ การจัดเก็บและกระจายสินค้า รวมถึงศูนย์จำหน่ายสินค้าของธุรกิจขายตรงและช่องทางการจำหน่ายสินค้า ซึ่งช่วยเชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตกับตลาดปลายทาง
    รายงานในอดีตระบุว่าบริษัทมีศูนย์จำหน่ายสินค้าในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ขณะที่ข้อมูลสาขาปัจจุบันยังพบสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับโรงงานโคราชและสาขาด้านการจำหน่ายสินค้า
  4. สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
    อีกส่วนหนึ่งของทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงานคือ สินค้าคงเหลือ วัตถุดิบ และสินค้าระหว่างผลิต ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก เมลามีน และสินค้าอื่น ๆ
    ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินค้าคงเหลือประมาณ 1,362 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 971 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่ลูกหนี้การค้าอยู่ที่ประมาณ 1,763 ล้านบาท
  5. ภาพรวมฐานทรัพย์สิน
    ณ 30 มิถุนายน 2569 SITHAI มีสินทรัพย์รวมประมาณ 7,304 ล้านบาท ประกอบด้วยสินทรัพย์หมุนเวียนประมาณ 3,741 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนประมาณ 3,563 ล้านบาท โดยรายการที่มีน้ำหนักสำคัญคือ ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และสินทรัพย์สิทธิการใช้ประมาณ 3,055 ล้านบาท

สรุป: จุดเด่นของโครงสร้างทรัพย์สิน SITHAI คือการมี ฐานโรงงาน + เครื่องจักร + ที่ดินและอาคาร + ระบบคลัง/กระจายสินค้า รองรับธุรกิจผลิตภัณฑ์พลาสติก เมลามีน และงานอุตสาหกรรม ขณะที่ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าบริษัทมีสินทรัพย์ถาวรในระดับประมาณ 3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นฐานสำคัญของกำลังการผลิตของธุรกิจ


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SITHAI
จากข้อมูลล่าสุดของบริษัทและรายงานประจำปี 2568 โครงสร้างกลุ่มบริษัทของ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI ครอบคลุมทั้ง บริษัทย่อย บริษัทที่เกี่ยวข้อง และกิจการร่วมทุน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามและอินเดีย

  1. บริษัทย่อย
    บริษัทที่อยู่ในกลุ่มบริษัทย่อยของ SITHAI ที่มีการเปิดเผย ได้แก่
    บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ โคราช จำกัด — ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกและอุตสาหกรรม
    บริษัท ศรีไทยโมลด์ส จำกัด — ธุรกิจแม่พิมพ์
    Srithai (Vietnam) Company Limited (SVN) — ธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ในประเทศเวียดนาม
    Srithai (Hanoi) Company Limited (SHN) — ธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์พลาสติกในเวียดนาม
    Srithai Superware Manufacturing Private Limited — ธุรกิจผลิตในประเทศอินเดีย
    Srithai Superware India Limited — ธุรกิจในประเทศอินเดีย
    โดย SVN และ SHN เป็นบริษัทย่อยที่มีบทบาทสำคัญต่อรายได้ของกลุ่ม โดยรายงานประจำปี 2568 ระบุว่าทั้งสองบริษัทมีรายได้จากการขายในปี 2568 มากกว่า 10% ของยอดขายรวมของกลุ่มบริษัทแต่ละแห่ง
  2. บริษัทที่เกี่ยวข้อง / บริษัทร่วม
    กลุ่ม SITHAI ยังมีการลงทุนหรือมีความเกี่ยวข้องกับกิจการอื่น เช่น
    บริษัท ศรีไทย ซันโค จำกัด
    บริษัท ไทย เอ็มเอฟซี จำกัด
    บริษัท ศรีไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด
    PT. Srithai Maspion Indonesia
    Sanko Srithai (Malaysia) Sdn. Bhd.
  3. กิจการร่วมทุน
    บริษัท ศรีไทย-อ๊อตโต้ (ประเทศไทย) จำกัด — เป็นกิจการร่วมทุนของกลุ่มศรีไทยฯ
  4. ฐานธุรกิจต่างประเทศของกลุ่ม SITHAI
    โครงสร้างธุรกิจของ SITHAI มีการกระจายฐานการผลิตและสำนักงานไปยังหลายประเทศ โดยเว็บไซต์บริษัทระบุพื้นที่สำคัญ ได้แก่ อินเดีย จีน เมียนมา ลาว เวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
    สำหรับเวียดนาม SITHAI มีฐานการผลิตทั้งใน โฮจิมินห์และฮานอย โดยธุรกิจครอบคลุมบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์พลาสติก และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม

สรุปมุมมองโครงสร้างกลุ่ม
SITHAI ไม่ได้มีรายได้จากธุรกิจในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่มีโครงสร้างกลุ่มที่เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตพลาสติก แม่พิมพ์ บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ไปจนถึงธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งเป็นฐานสำคัญของกลุ่ม
ข้อมูลล่าสุดของบริษัทระบุว่าใน ไตรมาส 2/2569 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 2,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.3% YoY โดยแรงหนุนหลักมาจากผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มทั้งในประเทศและบริษัทย่อยในเวียดนาม รวมถึงคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00








ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SITHAI
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
SITHAI ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับงานอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนจากเมลามีน รวมถึงธุรกิจแม่พิมพ์และการจัดหาสินค้าจากในและต่างประเทศ ดังนั้นความเสี่ยงหลักจึงเกี่ยวข้องกับต้นทุนวัตถุดิบ ภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อ การแข่งขัน และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม

  1. ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบ
    ธุรกิจพลาสติกและเมลามีนมีความเกี่ยวข้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่อาจเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาด หากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่อ อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
  2. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
    สินค้าของบริษัทครอบคลุมทั้งตลาดอุตสาหกรรมและสินค้าอุปโภคบริโภค จึงมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของลูกค้า โดยข้อมูล 9M/2568 ระบุว่ายอดขายลดลงในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความไม่แน่นอนด้านภาษีตอบโต้ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และหนี้ครัวเรือน
  3. ความเสี่ยงจากการใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่
    ธุรกิจการผลิตมีต้นทุนคงที่ เช่น ค่าแรง ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน หากคำสั่งซื้อลดลง แต่บริษัทไม่สามารถลดต้นทุนคงที่ได้ตามสัดส่วน อาจทำให้ ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้นและกดดันอัตรากำไร โดยบริษัทเคยระบุว่าการใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่และภาระต้นทุนคงที่เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ
  4. ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
    ตลาดผลิตภัณฑ์พลาสติก เมลามีน และแม่พิมพ์มีการแข่งขันทั้งด้านราคา คุณภาพ เทคโนโลยี และความรวดเร็วในการส่งมอบ หากคู่แข่งสามารถเสนอราคาที่ต่ำกว่า หรือพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่า อาจกระทบต่อยอดขายและส่วนแบ่งตลาดของบริษัท
  5. ความเสี่ยงจากค่าแรงและต้นทุนการผลิต
    การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหรือค่าจ้างแรงงานสามารถเพิ่มต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานและมีฐานการผลิตในประเทศ บริษัทระบุว่าการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรในช่วง 9M/2568
  6. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
    SITHAI มีธุรกิจและการจัดหาสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงมีรายได้จากตลาดต่างประเทศ ทำให้ความผันผวนของเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศสามารถส่งผลต่อ รายได้ ต้นทุน และกำไรจากการดำเนินงาน ได้ โดยบริษัทระบุว่าการแข็งค่าของเงินบาทเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระทบยอดขายใน 9M/2568
  7. ความเสี่ยงจากนโยบายลดการใช้พลาสติกและสิ่งแวดล้อม
    กระแสลดการใช้พลาสติกและการออกกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมอาจเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคและลูกค้า รวมถึงเพิ่มข้อกำหนดในการผลิต บริษัทจึงต้องพัฒนานวัตกรรมพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  8. ความเสี่ยงจากคำสั่งซื้อของลูกค้า
    หากลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมชะลอการผลิต ลดคำสั่งซื้อ หรือเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตรายอื่น จะกระทบต่อปริมาณการผลิตและการใช้กำลังการผลิตของ SITHAI โดยตรง
  9. ความเสี่ยงจากเทคโนโลยีและการลงทุน
    การแข่งขันในอุตสาหกรรมการผลิตจำเป็นต้องปรับปรุงเครื่องจักร แม่พิมพ์ และกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง หากลงทุนล่าช้า อาจทำให้ต้นทุนสูงหรือความสามารถในการแข่งขันลดลง ขณะที่หากลงทุนจำนวนมากในช่วงที่อุปสงค์ไม่แข็งแรง ก็อาจทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำกว่าคาด บริษัทระบุถึงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและแม่พิมพ์ให้ทันสมัยเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ
  10. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์
    การค้าระหว่างประเทศ ภาษีนำเข้า/ส่งออก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และภาวะเศรษฐกิจโลก สามารถกระทบทั้งคำสั่งซื้อ ต้นทุนโลจิสติกส์ ค่าเงิน และความต้องการของลูกค้า โดยปัจจัยเหล่านี้ถูกสะท้อนในผลการดำเนินงาน 9M/2568 แล้ว
  11. ความเสี่ยงด้านอัตรากำไร
    แม้รายได้จะฟื้นตัวได้ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง พลังงาน หรือค่าใช้จ่ายคงที่ อาจทำให้กำไรเติบโตช้ากว่ารายได้ได้ ประเด็นนี้ควรติดตามเป็นพิเศษ เพราะใน 9M/2568 อัตรากำไรขั้นต้นลดจาก 14.5% เหลือ 13.7% และอัตรากำไรสุทธิลดจาก 4.4% เหลือ 2.8% ตามข้อมูลของ SET
  12. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการ
    ผลประกอบการมีความผันผวนตามภาวะตลาด โดยในปี 2568 รายได้อยู่ที่ประมาณ 7,429 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 212.89 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้ประมาณ 8,172 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 284.97 ล้านบาท ก่อนที่ไตรมาส 1/2569 จะมีกำไรสุทธิ 102.88 ล้านบาท เทียบกับ 60.71 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568

สรุปสำหรับนักลงทุน: จุดที่ควรจับตา SITHAI คือ ยอดคำสั่งซื้อ + Utilization Rate + ราคาวัตถุดิบ + Gross Margin + ค่าแรง + ค่าเงิน + การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลาสติก เพราะปัจจัยเหล่านี้สามารถส่งผลต่อกำไรได้โดยตรง แม้บริษัทจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องก็ตาม


ข้อมูล ณ วันที่ 26 ส.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น SITHAI
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลรายงานของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ สามารถเรียบเรียง “พัฒนาการที่สำคัญ” ของ SITHAI ในมุมธุรกิจได้ดังนี้
พัฒนาธุรกิจจากผู้ผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือน สู่ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกอุตสาหกรรม
SITHAI ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ทำจากเมลามีน ผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับงานอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจแม่พิมพ์และการจัดหาสินค้าเพื่อจำหน่าย ทำให้โครงสร้างธุรกิจมีความหลากหลายมากขึ้น
ขยายฐานธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม
กลุ่มบริษัทมีธุรกิจในต่างประเทศ โดยธุรกิจผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มในเวียดนามเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีบทบาทต่อผลการดำเนินงานของกลุ่ม และบริษัทมีการขยายฐานลูกค้าและคำสั่งซื้อในตลาดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
มุ่งเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
ในปี 2569 กลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ โดยบริษัทระบุถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายฐานลูกค้า และการเพิ่มคำสั่งซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ลงทุนขยายโรงงาน เครื่องจักร และแม่พิมพ์
บริษัทมีการลงทุนเพื่อขยายโรงงาน เครื่องจักร และแม่พิมพ์ รวมถึงการขยายสายการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และลดการพึ่งพาการจ้างผลิตจากภายนอก ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการทำกำไร
ขยายธุรกิจชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์
กลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ มีการพัฒนาเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า รวมถึงการปรับโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ของลูกค้าหลัก ขณะที่ผลิตภัณฑ์พลาสติกอุตสาหกรรมอื่น ๆ มีการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ
ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการใช้กำลังการผลิต
การเพิ่มยอดขายและคำสั่งซื้อในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมช่วยให้การใช้กำลังการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกิดการประหยัดต่อขนาด และลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้อัตรากำไร EBITDA ปรับตัวดีขึ้นในปี 2569
ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานเริ่มฟื้นตัวในปี 2569
หลังจากรายได้และกำไรสุทธิในปี 2568 ลดลงจากปี 2567 บริษัทมีสัญญาณฟื้นตัวในครึ่งแรกของปี 2569 โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 4,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177.6%
มุ่งเพิ่มความสามารถในการทำกำไรผ่านการควบคุมต้นทุน
บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมและลดค่าใช้จ่ายการผลิต รวมถึงการบริหารราคาขายให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์และฐานลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธุรกิจ
ภาพรวมพัฒนาการ: SITHAI กำลังขับเคลื่อนจากฐานธุรกิจพลาสติกและเมลามีนเดิม ไปสู่การเพิ่มน้ำหนักใน บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม + พลาสติกอุตสาหกรรม + ชิ้นส่วนยานยนต์ + การขยายตลาดต่างประเทศ พร้อมลงทุนในโรงงาน เครื่องจักร และแม่พิมพ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต โดยข้อมูลล่าสุดครึ่งแรกปี 2569 สะท้อนการเติบโตของยอดขายและกำไรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด754.88735.79640.23597.52408.47
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ1,612.601,502.941,505.221,480.821,902.86
สินค้าคงเหลือ1,040.121,028.32970.761,066.301,361.71
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน3,512.183,398.533,195.813,285.963,740.71
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ3,201.162,980.622,756.292,853.362,795.77
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน4,049.483,791.863,515.123,648.973,562.85
รวมสินทรัพย์7,561.657,190.396,710.946,934.937,303.56
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–––––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ1,086.291,023.651,034.201,091.331,456.03
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี216.79156.5393.25124.6058.73
รวมหนี้สินหมุนเวียน2,078.272,004.911,763.751,900.882,088.25
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน954.67716.11600.12664.83613.96
รวมหนี้สิน3,032.932,721.022,363.872,565.712,702.22
ทุนจดทะเบียน2,709.902,709.902,636.762,636.762,636.76
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า2,709.902,709.902,636.762,636.762,636.76
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น–––––
กำไร(ขาดทุน)สะสม1,905.282,028.012,054.822,007.382,221.20
หุ้นทุนรับซื้อคืน–106.62–––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-336.34-404.41-580.38-512.74-504.23
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน19.9319.93–––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่4,278.854,226.884,111.204,131.404,353.73
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย249.87242.49235.86237.81247.61

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ8,550.208,077.207,327.543,602.294,111.53
รายได้อื่น139.5879.1476.9925.9927.49
รวมรายได้8,702.478,171.767,429.113,637.854,154.36
ต้นทุน7,344.556,905.996,278.713,100.453,397.84
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร867.59839.23809.03398.71432.00
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย8,212.147,745.237,087.743,499.173,829.85
EBITDA1,134.781,030.65929.19438.63624.48
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย622.14592.95568.79289.77275.25
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้512.64437.70360.41148.87349.24
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่372.42284.97212.8998.39271.86
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.140.110.080.040.10

หน่วย: ล้านบาท

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน950.79949.63764.03379.85192.24
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-198.47-371.72-348.61-226.65-244.76
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-633.41-506.49-549.11-327.92-213.12
เงินสดสุทธิ118.9171.41-133.69-174.71-265.65

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)5.194.874.584.63
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)70.3974.9279.7478.80
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)6.686.285.835.42
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)54.6658.1162.6467.38
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)6.556.105.275.16
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)55.7659.8169.2370.69
วงจรเงินสด (วัน)69.3073.2173.1575.49

📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค SITHAI
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
ล่าสุดวันที่ 19 ก.ย. 2569 หุ้น SITHAI ปิดที่ 1.12 บาท ลดลง 0.01 บาท (-0.88%) โดยมีกรอบวัน 1.12–1.13 บาท และปริมาณซื้อขาย 42,501 หุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.97–1.22 บาท
🔥 จับตา SITHAI — ราคาเริ่มบีบตัว รอเลือกทาง!
ภาพทางเทคนิคยังอยู่ในโซน แกว่งตัวสะสมกำลัง หลังราคาขยับขึ้นมาจากบริเวณ 0.97 บาท แต่ยังไม่สามารถผ่านโซนบนของกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 1.22 บาทได้
แนวรับสำคัญ
🟢 1.10 บาท — แนวรับแรก หากยังยืนได้ ภาพสะสมยังไม่เสีย
🟢 1.05–1.06 บาท — แนวรับถัดไป
🔴 ต่ำกว่า 1.05 บาท — ต้องระวังแรงขายกดดันเพิ่ม
แนวต้านสำคัญ
🔥 1.15 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
🚀 1.20–1.22 บาท — โซนต้านสำคัญและบริเวณ High 52 สัปดาห์
🚀 หาก ทะลุ 1.22 บาทพร้อม Volume เพิ่มขึ้นชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่น่าจับตาสำหรับการเปลี่ยน Momentum
📊 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
SITHAI มีราคาล่าสุดเพียง 1.12 บาท และมูลค่าการซื้อขายในวันที่ 19 ก.ย. อยู่ราว 47.61 ล้านบาท? — แก้ไข: ตัวเลขใน SET แสดงมูลค่า 47.61 พันบาท จึงควรระวังเรื่อง สภาพคล่องและ Volume เป็นพิเศษก่อนตีความการ Breakout
Key Signal:
“ไม่ต้องรีบไล่ราคา รอ Breakout ที่มาพร้อม Volume”
ถ้าราคาสามารถยืนเหนือ 1.15 บาท และเร่งผ่าน 1.20–1.22 บาท พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น ภาพ Momentum จะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น ในทางกลับกัน หากหลุด 1.10 บาท ต้องระวังการอ่อนตัวกลับลงทดสอบแนวรับด้านล่าง
สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค:
📌 SITHAI อยู่ในโหมด “รอเลือกทาง”
📌 1.10 บาท = โซนรับที่ต้องจับตา
📌 1.15 บาท = ด่านแรกของการฟื้นตัว
📌 1.20–1.22 บาท = จุดวัดพลัง Breakout
📌 ทะลุ 1.22 + Volume = สัญญาณ Momentum ที่ต้องจับตา


วิเคราะห์หุ้น SITHAI — บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
SITHAI อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม / บรรจุภัณฑ์ ธุรกิจหลักคือการผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับงานอุตสาหกรรม, บรรจุภัณฑ์, เครื่องใช้ในครัวเรือนจากเมลามีน รวมถึงธุรกิจแม่พิมพ์และการจัดจำหน่ายสินค้า

  1. ภาพรวมธุรกิจ
    โครงสร้างรายได้ของ SITHAI แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก
    ผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม — เป็นธุรกิจหลักและสร้างรายได้มากที่สุด
    ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน — กลุ่มเครื่องใช้เมลามีนและสินค้าเกี่ยวเนื่อง
    แม่พิมพ์และอื่น ๆ — รับผลิต/จัดหาแม่พิมพ์ และจัดหาสินค้าจากในประเทศและต่างประเทศ
    จุดที่น่าสนใจคือ บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม กำลังมีบทบาทมากขึ้น โดยบริษัทระบุว่าการเติบโตในครึ่งแรกปี 2569 ได้แรงหนุนจากบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มลูกค้าใหม่และการขยายกำลังการผลิต
  2. ผลประกอบการ — จุดเปลี่ยนที่น่าจับตา
    ตัวเลขปี 2565–2568 แสดงให้เห็นว่า SITHAI เคยมีรายได้และกำไรลดลงต่อเนื่องในช่วงหลัง
ปีรายได้ (ลบ.)กำไรสุทธิ (ลบ.)
25659,461.9350.0
25668,702.5372.4
25678,171.8285.0
25687,429.1212.9

ปี 2568 รายได้ลดลงประมาณ 9% และกำไรสุทธิลดลงประมาณ 25% จากปี 2567 แต่ปี 2569 เริ่มเห็นการฟื้นตัวของกำไรอย่างชัดเจน
ครึ่งแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 4,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 272 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 177.6% YoY และ EBITDA อยู่ที่ 624 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 439 ล้านบาทในครึ่งแรกปี 2568
ที่สำคัญคือ Q2/69 ทำกำไรสุทธิ 169 ล้านบาท เทียบกับ 37 ล้านบาทใน Q2/68 ขณะที่รายได้เพิ่มจาก 1,780 ล้านบาท เป็น 2,230 ล้านบาท
นี่เป็นประเด็นสำคัญของ SITHAI ในตอนนี้ เพราะภาพกำไรไม่ได้เป็นเพียงการเติบโตจากรายได้ แต่ยังเห็น Operating leverage และอัตรากำไรที่ดีขึ้น
3. ทำไมกำไรจึงฟื้นแรง?
ปัจจัยที่บริษัทระบุไว้มีหลายส่วน
หนึ่ง — บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเติบโต
เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะตลาดในประเทศและต่างประเทศ
สอง — เพิ่มลูกค้าใหม่
การขยายฐานลูกค้าช่วยให้โรงงานและกำลังการผลิตถูกใช้งานได้ดีขึ้น
สาม — ลงทุนเครื่องจักรและขยายสายการผลิต
บริษัทลงทุนขยายโรงงาน เครื่องจักร และแม่พิมพ์ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและลดการพึ่งพาการจ้างผลิตภายนอก ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำกำไร
สี่ — ธุรกิจพลาสติกอุตสาหกรรมฟื้นตัว
บริษัทระบุว่าการปรับโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ของลูกค้าหลักในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ช่วยสนับสนุนยอดขาย ขณะเดียวกันมีการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและควบคุมต้นทุนการผลิตเข้มงวดขึ้น
4. จุดแข็งของ SITHAI
🟢 1. ฐานธุรกิจหลากหลาย
ไม่ได้พึ่งพาสินค้าประเภทเดียว แต่มีทั้งพลาสติกอุตสาหกรรม บรรจุภัณฑ์ เครื่องใช้ในครัวเรือน และแม่พิมพ์
🟢 2. มีฐานลูกค้าอุตสาหกรรม
ธุรกิจพลาสติกอุตสาหกรรมเชื่อมโยงกับภาคยานยนต์และอุตสาหกรรมอื่น ทำให้มีโอกาสได้รับประโยชน์เมื่อภาคการผลิตฟื้นตัว
🟢 3. กำไรปี 2569 ฟื้นตัวแรง
ครึ่งปีแรกกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 272 ล้านบาท เทียบกับ 98 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2568 จากข้อมูลบริษัท
🟢 4. EBITDA Margin ดีขึ้น
ครึ่งแรกปี 2569 EBITDA Margin อยู่ประมาณ 15.2% เพิ่มจาก 12.2% ในช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนการควบคุมต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น
🟢 5. ฐานะหนี้ดีขึ้นจากอดีต
ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์ 6,710.9 ล้านบาท หนี้สิน 2,363.9 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 4,111.2 ล้านบาท เทียบกับปี 2565 ที่หนี้สินอยู่ที่ 3,759.1 ล้านบาท
5. ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
🔴 1. ราคาวัตถุดิบพลาสติก
ธุรกิจพลาสติกมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนวัตถุดิบ หากราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย อัตรากำไรอาจถูกกดดัน
🔴 2. ตลาดส่งออก
ธุรกิจเครื่องใช้ในครัวเรือนและธุรกิจต่างประเทศมีความเกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประเทศปลายทาง
🔴 3. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัทมีธุรกิจต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงจากค่าเงิน แม้ใน Q2/69 ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในงบไม่ได้มีนัยสำคัญมากนัก
🔴 4. เงินสดจากการดำเนินงานลดลงใน Q2
แม้กำไรเติบโตแรง แต่เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานใน Q2/69 อยู่ที่เพียง 16 ล้านบาท เทียบกับ 259 ล้านบาทใน Q2/68 และเงินสดปลายงวดลดเหลือ 408 ล้านบาทจาก 640 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568
จึงควรติดตามว่า กำไรที่เพิ่มขึ้นสามารถเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสดได้ต่อเนื่องหรือไม่
6. มุมมอง Valuation
ข้อมูล SET ณ วันที่ 18 ก.ย. 2569 ระบุราคา SITHAI ที่ประมาณ 1.12 บาท มี Market Cap ประมาณ 2,953 ล้านบาท, P/E 7.64 เท่า, P/BV 0.68 เท่า และ EV/EBITDA 3.27 เท่า
ในเชิงตัวเลข P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า และ P/E อยู่ในระดับเลขหลักเดียว ขณะที่กำไรปี 2569 ฟื้นตัวแรง
อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่าควรระวังว่า กำไรครึ่งปีแรกที่โตสูงมากเป็นการฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำ จึงควรดูต่อว่ากำไรใน Q3–Q4/69 สามารถรักษาระดับได้หรือไม่
7. มุมมองเชิงเทคนิค
ข้อมูล SET ล่าสุดที่พบ ณ 17 ก.ย. 2569 ราคาปิดอยู่ที่ 1.11 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.97–1.22 บาท
จากกรอบดังกล่าว หุ้นยังอยู่ในบริเวณกลางถึงล่างของกรอบ 52 สัปดาห์ และยังไม่สามารถยืนยันการเปลี่ยนเป็นขาขึ้นระยะกลางได้จากข้อมูลราคานี้เพียงอย่างเดียว
ระดับที่ควรจับตา
แนวรับแรก: 1.10 บาท
แนวรับถัดไป: 1.05–1.00 บาท
แนวต้านแรก: 1.15–1.16 บาท
แนวต้านสำคัญ: 1.20–1.22 บาท
ถ้าราคาสามารถผ่าน 1.16 บาท พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณที่ควรติดตามมากขึ้น และหากผ่านโซน 1.20–1.22 บาท ได้อย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นการทดสอบจุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์
ในทางกลับกัน หากหลุด 1.10 บาทพร้อม Volume เพิ่มขึ้น ภาพทางเทคนิคจะกลับมาอ่อนตัวและต้องระวังการลงทดสอบฐานเดิม
8. สรุป SITHAI แบบนักลงทุน VI + สายเทคนิค
SITHAI กำลังอยู่ในช่วงที่ “กำไรฟื้น แต่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวอย่างชัดเจน”
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดไม่ใช่เพียง P/E หรือ P/BV ที่ดูต่ำ แต่คือ การเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในปี 2569 — รายได้ครึ่งปีแรกกลับมาโต 14.2% และกำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นโต 177.6% ขณะที่ EBITDA Margin ขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อคือ
“กำไรที่ฟื้นแรงในครึ่งปีแรก จะกลายเป็นกำไรปกติระดับใหม่ของ SITHAI หรือเป็นเพียงการฟื้นตัวชั่วคราว?”
ถ้าผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 ยังคงรักษาโมเมนตัมได้ ตลาดอาจเริ่มให้ความสำคัญกับ Earnings Recovery Story ของ SITHAI มากขึ้น แต่ถ้ากำไรชะลอลง สิ่งที่ดูเหมือนหุ้นราคาถูกจาก P/E ต่ำก็อาจสะท้อนเพียงกำไรที่ยังไม่ยั่งยืน
จุดที่ต้องติดตามเป็นพิเศษ:
📌 รายได้บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
📌 อัตรากำไรขั้นต้น
📌 EBITDA Margin
📌 ราคาวัตถุดิบพลาสติก
📌 กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
📌 ผลงานของธุรกิจต่างประเทศ
📌 การยืนเหนือ 1.15–1.16 บาท และ Volume
ภาพรวม: SITHAI เป็นหุ้นที่มีประเด็น “กำไรฟื้นตัว + Valuation ต่ำ + ธุรกิจอุตสาหกรรม/บรรจุภัณฑ์” ให้ติดตาม แต่ตัวแปรสำคัญที่สุดในช่วงต่อไปคือ การพิสูจน์ว่าการฟื้นตัวของกำไรสามารถดำเนินต่อเนื่องได้จริง


Disclaimer

ใส่ความเห็น