วิเคราะห์ หุ้น SITHAI บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SITHAI อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ บรรจุภัณฑ์ (Packaging) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 02 ต.ค. 2534 | 2,709.91 | บรรจุภัณฑ์ (Packaging) | SITHAI |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
1. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่องานอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ทำจากเมลามีน 2. ธุรกิจแม่พิมพ์และอื่นๆ ให้บริการผลิตและจัดหาแม่พิมพ์ และจัดหาสินค้าจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาจำหน่าย
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.13 | 0.14 | 0.11 | 0.08 | 0.04 | 0.10 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 1.69 | 1.70 | 1.81 | 1.73 | 1.79 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| – | 0.02 | บาท | 10 ก.ย. 2569 | เงินปันผล |
| – | 0.04 | บาท | 22 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| – | 0.02 | บาท | 10 ก.ย. 2568 | เงินปันผล |
| – | 0.04 | บาท | 16 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| – | 0.02 | บาท | 06 ก.ย. 2567 | เงินปันผล |
| – | 0.04 | บาท | 24 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| – | 0.02 | บาท | 07 ก.ย. 2566 | เงินปันผล |
| – | 0.04 | บาท | 25 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| – | 0.03 | บาท | 25 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SITHAI
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับงานอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนจากเมลามีน รวมถึงธุรกิจแม่พิมพ์และการจัดหาสินค้า ดังนั้นทรัพย์สินหลักจึงเป็น ที่ดิน อาคารโรงงาน เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต รวมถึงคลังสินค้าและศูนย์จำหน่ายสินค้า
- ที่ดิน อาคาร และโรงงาน
ในอดีตทรัพย์สินหลักของ SITHAI ประกอบด้วยฐานการผลิตและสำนักงานสำคัญ ได้แก่
สำนักงานใหญ่และโรงงานสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ — ใช้เป็นสำนักงานใหญ่และเป็นฐานงานด้านการบริหาร/การดำเนินธุรกิจ
โรงงานบางปู จังหวัดสมุทรปราการ — ฐานการผลิตในนิคมอุตสาหกรรมบางปู
โรงงานอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี — ฐานการผลิตขนาดใหญ่สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกและงานอุตสาหกรรม
โรงงานโคราช จังหวัดนครราชสีมา — ฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัท
สำนักงานขายและคลังสินค้า/ศูนย์จำหน่ายสินค้า สำหรับสนับสนุนการกระจายสินค้า
ข้อมูลในรายงานประจำปีระบุว่า บริษัทมีฐานการผลิตหลักในพื้นที่สุขสวัสดิ์ บางปู อมตะนคร/อมตะซิตี้ และโคราช โดยรายละเอียดของทรัพย์สินมีการปรับโครงสร้างระหว่างบริษัทแม่และบริษัทย่อยตามการโอนกิจการบางส่วนในช่วงที่ผ่านมา - เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
เครื่องจักรและอุปกรณ์ ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของ SITHAI เนื่องจากธุรกิจต้องใช้กระบวนการผลิตพลาสติก เมลามีน และชิ้นส่วนสำหรับงานอุตสาหกรรม รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและขึ้นรูปสินค้า
ฐานสินทรัพย์ของบริษัทจึงมีลักษณะเป็น ธุรกิจที่ใช้โรงงานและเครื่องจักรเป็นหัวใจหลัก โดย ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีรายการ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์สิทธิการใช้ประมาณ 3,055 ล้านบาท ในงบการเงินรวม - คลังสินค้าและศูนย์จำหน่ายสินค้า
นอกจากโรงงานแล้ว บริษัทมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ การจัดเก็บและกระจายสินค้า รวมถึงศูนย์จำหน่ายสินค้าของธุรกิจขายตรงและช่องทางการจำหน่ายสินค้า ซึ่งช่วยเชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตกับตลาดปลายทาง
รายงานในอดีตระบุว่าบริษัทมีศูนย์จำหน่ายสินค้าในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ขณะที่ข้อมูลสาขาปัจจุบันยังพบสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับโรงงานโคราชและสาขาด้านการจำหน่ายสินค้า - สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
อีกส่วนหนึ่งของทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงานคือ สินค้าคงเหลือ วัตถุดิบ และสินค้าระหว่างผลิต ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก เมลามีน และสินค้าอื่น ๆ
ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินค้าคงเหลือประมาณ 1,362 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 971 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่ลูกหนี้การค้าอยู่ที่ประมาณ 1,763 ล้านบาท - ภาพรวมฐานทรัพย์สิน
ณ 30 มิถุนายน 2569 SITHAI มีสินทรัพย์รวมประมาณ 7,304 ล้านบาท ประกอบด้วยสินทรัพย์หมุนเวียนประมาณ 3,741 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนประมาณ 3,563 ล้านบาท โดยรายการที่มีน้ำหนักสำคัญคือ ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และสินทรัพย์สิทธิการใช้ประมาณ 3,055 ล้านบาท
สรุป: จุดเด่นของโครงสร้างทรัพย์สิน SITHAI คือการมี ฐานโรงงาน + เครื่องจักร + ที่ดินและอาคาร + ระบบคลัง/กระจายสินค้า รองรับธุรกิจผลิตภัณฑ์พลาสติก เมลามีน และงานอุตสาหกรรม ขณะที่ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าบริษัทมีสินทรัพย์ถาวรในระดับประมาณ 3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นฐานสำคัญของกำลังการผลิตของธุรกิจ
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SITHAI
จากข้อมูลล่าสุดของบริษัทและรายงานประจำปี 2568 โครงสร้างกลุ่มบริษัทของ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI ครอบคลุมทั้ง บริษัทย่อย บริษัทที่เกี่ยวข้อง และกิจการร่วมทุน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามและอินเดีย
- บริษัทย่อย
บริษัทที่อยู่ในกลุ่มบริษัทย่อยของ SITHAI ที่มีการเปิดเผย ได้แก่
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ โคราช จำกัด — ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกและอุตสาหกรรม
บริษัท ศรีไทยโมลด์ส จำกัด — ธุรกิจแม่พิมพ์
Srithai (Vietnam) Company Limited (SVN) — ธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ในประเทศเวียดนาม
Srithai (Hanoi) Company Limited (SHN) — ธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์พลาสติกในเวียดนาม
Srithai Superware Manufacturing Private Limited — ธุรกิจผลิตในประเทศอินเดีย
Srithai Superware India Limited — ธุรกิจในประเทศอินเดีย
โดย SVN และ SHN เป็นบริษัทย่อยที่มีบทบาทสำคัญต่อรายได้ของกลุ่ม โดยรายงานประจำปี 2568 ระบุว่าทั้งสองบริษัทมีรายได้จากการขายในปี 2568 มากกว่า 10% ของยอดขายรวมของกลุ่มบริษัทแต่ละแห่ง - บริษัทที่เกี่ยวข้อง / บริษัทร่วม
กลุ่ม SITHAI ยังมีการลงทุนหรือมีความเกี่ยวข้องกับกิจการอื่น เช่น
บริษัท ศรีไทย ซันโค จำกัด
บริษัท ไทย เอ็มเอฟซี จำกัด
บริษัท ศรีไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด
PT. Srithai Maspion Indonesia
Sanko Srithai (Malaysia) Sdn. Bhd. - กิจการร่วมทุน
บริษัท ศรีไทย-อ๊อตโต้ (ประเทศไทย) จำกัด — เป็นกิจการร่วมทุนของกลุ่มศรีไทยฯ - ฐานธุรกิจต่างประเทศของกลุ่ม SITHAI
โครงสร้างธุรกิจของ SITHAI มีการกระจายฐานการผลิตและสำนักงานไปยังหลายประเทศ โดยเว็บไซต์บริษัทระบุพื้นที่สำคัญ ได้แก่ อินเดีย จีน เมียนมา ลาว เวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
สำหรับเวียดนาม SITHAI มีฐานการผลิตทั้งใน โฮจิมินห์และฮานอย โดยธุรกิจครอบคลุมบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์พลาสติก และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
สรุปมุมมองโครงสร้างกลุ่ม
SITHAI ไม่ได้มีรายได้จากธุรกิจในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่มีโครงสร้างกลุ่มที่เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตพลาสติก แม่พิมพ์ บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ไปจนถึงธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งเป็นฐานสำคัญของกลุ่ม
ข้อมูลล่าสุดของบริษัทระบุว่าใน ไตรมาส 2/2569 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 2,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.3% YoY โดยแรงหนุนหลักมาจากผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มทั้งในประเทศและบริษัทย่อยในเวียดนาม รวมถึงคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| ปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| ปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| ปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SITHAI
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
SITHAI ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับงานอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนจากเมลามีน รวมถึงธุรกิจแม่พิมพ์และการจัดหาสินค้าจากในและต่างประเทศ ดังนั้นความเสี่ยงหลักจึงเกี่ยวข้องกับต้นทุนวัตถุดิบ ภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อ การแข่งขัน และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
- ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบ
ธุรกิจพลาสติกและเมลามีนมีความเกี่ยวข้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่อาจเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาด หากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่อ อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ - ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
สินค้าของบริษัทครอบคลุมทั้งตลาดอุตสาหกรรมและสินค้าอุปโภคบริโภค จึงมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของลูกค้า โดยข้อมูล 9M/2568 ระบุว่ายอดขายลดลงในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความไม่แน่นอนด้านภาษีตอบโต้ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และหนี้ครัวเรือน - ความเสี่ยงจากการใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่
ธุรกิจการผลิตมีต้นทุนคงที่ เช่น ค่าแรง ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน หากคำสั่งซื้อลดลง แต่บริษัทไม่สามารถลดต้นทุนคงที่ได้ตามสัดส่วน อาจทำให้ ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้นและกดดันอัตรากำไร โดยบริษัทเคยระบุว่าการใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่และภาระต้นทุนคงที่เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ - ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
ตลาดผลิตภัณฑ์พลาสติก เมลามีน และแม่พิมพ์มีการแข่งขันทั้งด้านราคา คุณภาพ เทคโนโลยี และความรวดเร็วในการส่งมอบ หากคู่แข่งสามารถเสนอราคาที่ต่ำกว่า หรือพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่า อาจกระทบต่อยอดขายและส่วนแบ่งตลาดของบริษัท - ความเสี่ยงจากค่าแรงและต้นทุนการผลิต
การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหรือค่าจ้างแรงงานสามารถเพิ่มต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานและมีฐานการผลิตในประเทศ บริษัทระบุว่าการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรในช่วง 9M/2568 - ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
SITHAI มีธุรกิจและการจัดหาสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงมีรายได้จากตลาดต่างประเทศ ทำให้ความผันผวนของเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศสามารถส่งผลต่อ รายได้ ต้นทุน และกำไรจากการดำเนินงาน ได้ โดยบริษัทระบุว่าการแข็งค่าของเงินบาทเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระทบยอดขายใน 9M/2568 - ความเสี่ยงจากนโยบายลดการใช้พลาสติกและสิ่งแวดล้อม
กระแสลดการใช้พลาสติกและการออกกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมอาจเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคและลูกค้า รวมถึงเพิ่มข้อกำหนดในการผลิต บริษัทจึงต้องพัฒนานวัตกรรมพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ความเสี่ยงจากคำสั่งซื้อของลูกค้า
หากลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมชะลอการผลิต ลดคำสั่งซื้อ หรือเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตรายอื่น จะกระทบต่อปริมาณการผลิตและการใช้กำลังการผลิตของ SITHAI โดยตรง - ความเสี่ยงจากเทคโนโลยีและการลงทุน
การแข่งขันในอุตสาหกรรมการผลิตจำเป็นต้องปรับปรุงเครื่องจักร แม่พิมพ์ และกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง หากลงทุนล่าช้า อาจทำให้ต้นทุนสูงหรือความสามารถในการแข่งขันลดลง ขณะที่หากลงทุนจำนวนมากในช่วงที่อุปสงค์ไม่แข็งแรง ก็อาจทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำกว่าคาด บริษัทระบุถึงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและแม่พิมพ์ให้ทันสมัยเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ - ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์
การค้าระหว่างประเทศ ภาษีนำเข้า/ส่งออก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และภาวะเศรษฐกิจโลก สามารถกระทบทั้งคำสั่งซื้อ ต้นทุนโลจิสติกส์ ค่าเงิน และความต้องการของลูกค้า โดยปัจจัยเหล่านี้ถูกสะท้อนในผลการดำเนินงาน 9M/2568 แล้ว - ความเสี่ยงด้านอัตรากำไร
แม้รายได้จะฟื้นตัวได้ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง พลังงาน หรือค่าใช้จ่ายคงที่ อาจทำให้กำไรเติบโตช้ากว่ารายได้ได้ ประเด็นนี้ควรติดตามเป็นพิเศษ เพราะใน 9M/2568 อัตรากำไรขั้นต้นลดจาก 14.5% เหลือ 13.7% และอัตรากำไรสุทธิลดจาก 4.4% เหลือ 2.8% ตามข้อมูลของ SET - ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการ
ผลประกอบการมีความผันผวนตามภาวะตลาด โดยในปี 2568 รายได้อยู่ที่ประมาณ 7,429 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 212.89 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้ประมาณ 8,172 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 284.97 ล้านบาท ก่อนที่ไตรมาส 1/2569 จะมีกำไรสุทธิ 102.88 ล้านบาท เทียบกับ 60.71 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568
สรุปสำหรับนักลงทุน: จุดที่ควรจับตา SITHAI คือ ยอดคำสั่งซื้อ + Utilization Rate + ราคาวัตถุดิบ + Gross Margin + ค่าแรง + ค่าเงิน + การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลาสติก เพราะปัจจัยเหล่านี้สามารถส่งผลต่อกำไรได้โดยตรง แม้บริษัทจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องก็ตาม
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 26 ส.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | นาย สนั่น อังอุบลกุล | 480,823,510 | 18.24 |
| 2 | นาย อภิรุม ปัญญาพล | 316,646,000 | 12.01 |
| 3 | นาง มยุรี ศิริวัจนางกูร | 180,052,090 | 6.83 |
| 4 | นาง ศรีสุดา เลิศสุมิตรกุล | 150,000,000 | 5.69 |
| 5 | นาย สมเกียรติ เลิศสุมิตรกุล | 103,500,000 | 3.93 |
| 6 | นาย สมยศ เลิศสุมิตรกุล | 103,500,000 | 3.93 |
| 7 | น.ส. บุญนภา เลิศสุมิตรกุล | 80,000,000 | 3.03 |
| 8 | น.ส. มิตดา เลิศสุมิตรกุล | 70,500,920 | 2.67 |
| 9 | นาย สมบัติ เลิศสุมิตรกุล | 64,932,700 | 2.46 |
| 10 | นาย ธีรวุฒิ งามเอกเอื้อ | 64,017,900 | 2.43 |
| 11 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 37,680,181 | 1.43 |
| 12 | นาย ธนภัทร ชาติพิทักษ์ | 37,500,000 | 1.42 |
| 13 | นาย ไพศาล ชาติพิทักษ์ | 36,600,000 | 1.39 |
| 14 | นาย พุฒิพัฒน์ งามเอกเอื้อ | 34,024,400 | 1.29 |
| 15 | นาง พัทยา พิเชฐพงศา | 24,300,000 | 0.92 |
| 16 | น.ส. สรัลยา เลิศสุมิตรกุล | 24,000,000 | 0.91 |
| 17 | นาย เดชา เลิศสุมิตรกุล | 22,220,800 | 0.84 |
| 18 | นาย ตุลณัทธ สพานแก้ว | 20,800,000 | 0.79 |
| 19 | นาย สุรชัย เอกปัญญาสกุล | 19,100,000 | 0.72 |
| 20 | นาง สมพร กนกกุล | 18,402,000 | 0.70 |
| 21 | นาย วีรพัฒน์ พูนศักดิ์อุดมสิน | 18,343,100 | 0.70 |
| 22 | UBS AG SINGAPORE BRANCH | 16,450,000 | 0.62 |
| 23 | นาย มานิต อติวานิชยพงศ์ | 15,187,200 | 0.58 |
| 24 | นาย สิทธิชัย บุญเสริมมิตร | 15,000,000 | 0.57 |
| 25 | น.ส. จินตนา แซ่ห่าน | 13,700,000 | 0.52 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย สนั่น อังอุบลกุล | ประธานกรรมการ, กรรมการผู้จัดการ |
| 2 | นาย ไชยวัฒน์ กุลภัทรวาณิชย์ | กรรมการ |
| 3 | นาย ณพล เลิศสุมิตรกุล | กรรมการ |
| 4 | นาย พิชิตพล ปัญญาพล | กรรมการ |
| 5 | นาย ศุภโชค เลี่ยมแก้ว | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 6 | นาง สิริพร ไศละสูต | กรรมการอิสระ |
| 7 | นาย สุชาติ บุญบรรเจิดศรี | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นาย เอ้งฮัก นนทิการ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น SITHAI
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลรายงานของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ สามารถเรียบเรียง “พัฒนาการที่สำคัญ” ของ SITHAI ในมุมธุรกิจได้ดังนี้
พัฒนาธุรกิจจากผู้ผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือน สู่ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกอุตสาหกรรม
SITHAI ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ทำจากเมลามีน ผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับงานอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจแม่พิมพ์และการจัดหาสินค้าเพื่อจำหน่าย ทำให้โครงสร้างธุรกิจมีความหลากหลายมากขึ้น
ขยายฐานธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม
กลุ่มบริษัทมีธุรกิจในต่างประเทศ โดยธุรกิจผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มในเวียดนามเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีบทบาทต่อผลการดำเนินงานของกลุ่ม และบริษัทมีการขยายฐานลูกค้าและคำสั่งซื้อในตลาดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
มุ่งเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
ในปี 2569 กลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ โดยบริษัทระบุถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายฐานลูกค้า และการเพิ่มคำสั่งซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ลงทุนขยายโรงงาน เครื่องจักร และแม่พิมพ์
บริษัทมีการลงทุนเพื่อขยายโรงงาน เครื่องจักร และแม่พิมพ์ รวมถึงการขยายสายการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และลดการพึ่งพาการจ้างผลิตจากภายนอก ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการทำกำไร
ขยายธุรกิจชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์
กลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ มีการพัฒนาเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า รวมถึงการปรับโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ของลูกค้าหลัก ขณะที่ผลิตภัณฑ์พลาสติกอุตสาหกรรมอื่น ๆ มีการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ
ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการใช้กำลังการผลิต
การเพิ่มยอดขายและคำสั่งซื้อในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมช่วยให้การใช้กำลังการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกิดการประหยัดต่อขนาด และลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้อัตรากำไร EBITDA ปรับตัวดีขึ้นในปี 2569
ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานเริ่มฟื้นตัวในปี 2569
หลังจากรายได้และกำไรสุทธิในปี 2568 ลดลงจากปี 2567 บริษัทมีสัญญาณฟื้นตัวในครึ่งแรกของปี 2569 โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 4,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177.6%
มุ่งเพิ่มความสามารถในการทำกำไรผ่านการควบคุมต้นทุน
บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมและลดค่าใช้จ่ายการผลิต รวมถึงการบริหารราคาขายให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์และฐานลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธุรกิจ
ภาพรวมพัฒนาการ: SITHAI กำลังขับเคลื่อนจากฐานธุรกิจพลาสติกและเมลามีนเดิม ไปสู่การเพิ่มน้ำหนักใน บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม + พลาสติกอุตสาหกรรม + ชิ้นส่วนยานยนต์ + การขยายตลาดต่างประเทศ พร้อมลงทุนในโรงงาน เครื่องจักร และแม่พิมพ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต โดยข้อมูลล่าสุดครึ่งแรกปี 2569 สะท้อนการเติบโตของยอดขายและกำไรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 754.88 | 735.79 | 640.23 | 597.52 | 408.47 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 1,612.60 | 1,502.94 | 1,505.22 | 1,480.82 | 1,902.86 |
| สินค้าคงเหลือ | 1,040.12 | 1,028.32 | 970.76 | 1,066.30 | 1,361.71 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 3,512.18 | 3,398.53 | 3,195.81 | 3,285.96 | 3,740.71 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 3,201.16 | 2,980.62 | 2,756.29 | 2,853.36 | 2,795.77 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 4,049.48 | 3,791.86 | 3,515.12 | 3,648.97 | 3,562.85 |
| รวมสินทรัพย์ | 7,561.65 | 7,190.39 | 6,710.94 | 6,934.93 | 7,303.56 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | – | – | – | – | – |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 1,086.29 | 1,023.65 | 1,034.20 | 1,091.33 | 1,456.03 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 216.79 | 156.53 | 93.25 | 124.60 | 58.73 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 2,078.27 | 2,004.91 | 1,763.75 | 1,900.88 | 2,088.25 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 954.67 | 716.11 | 600.12 | 664.83 | 613.96 |
| รวมหนี้สิน | 3,032.93 | 2,721.02 | 2,363.87 | 2,565.71 | 2,702.22 |
| ทุนจดทะเบียน | 2,709.90 | 2,709.90 | 2,636.76 | 2,636.76 | 2,636.76 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 2,709.90 | 2,709.90 | 2,636.76 | 2,636.76 | 2,636.76 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | – | – | – | – | – |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 1,905.28 | 2,028.01 | 2,054.82 | 2,007.38 | 2,221.20 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | 106.62 | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -336.34 | -404.41 | -580.38 | -512.74 | -504.23 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | 19.93 | 19.93 | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 4,278.85 | 4,226.88 | 4,111.20 | 4,131.40 | 4,353.73 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 249.87 | 242.49 | 235.86 | 237.81 | 247.61 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 8,550.20 | 8,077.20 | 7,327.54 | 3,602.29 | 4,111.53 |
| รายได้อื่น | 139.58 | 79.14 | 76.99 | 25.99 | 27.49 |
| รวมรายได้ | 8,702.47 | 8,171.76 | 7,429.11 | 3,637.85 | 4,154.36 |
| ต้นทุน | 7,344.55 | 6,905.99 | 6,278.71 | 3,100.45 | 3,397.84 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 867.59 | 839.23 | 809.03 | 398.71 | 432.00 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 8,212.14 | 7,745.23 | 7,087.74 | 3,499.17 | 3,829.85 |
| EBITDA | 1,134.78 | 1,030.65 | 929.19 | 438.63 | 624.48 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 622.14 | 592.95 | 568.79 | 289.77 | 275.25 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 512.64 | 437.70 | 360.41 | 148.87 | 349.24 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 372.42 | 284.97 | 212.89 | 98.39 | 271.86 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.14 | 0.11 | 0.08 | 0.04 | 0.10 |
งบกระแสเงินสด
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 950.79 | 949.63 | 764.03 | 379.85 | 192.24 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -198.47 | -371.72 | -348.61 | -226.65 | -244.76 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -633.41 | -506.49 | -549.11 | -327.92 | -213.12 |
| เงินสดสุทธิ | 118.91 | 71.41 | -133.69 | -174.71 | -265.65 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 5.19 | 4.87 | 4.58 | 4.63 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 70.39 | 74.92 | 79.74 | 78.80 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 6.68 | 6.28 | 5.83 | 5.42 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 54.66 | 58.11 | 62.64 | 67.38 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 6.55 | 6.10 | 5.27 | 5.16 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 55.76 | 59.81 | 69.23 | 70.69 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 69.30 | 73.21 | 73.15 | 75.49 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค SITHAI
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
ล่าสุดวันที่ 19 ก.ย. 2569 หุ้น SITHAI ปิดที่ 1.12 บาท ลดลง 0.01 บาท (-0.88%) โดยมีกรอบวัน 1.12–1.13 บาท และปริมาณซื้อขาย 42,501 หุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.97–1.22 บาท
🔥 จับตา SITHAI — ราคาเริ่มบีบตัว รอเลือกทาง!
ภาพทางเทคนิคยังอยู่ในโซน แกว่งตัวสะสมกำลัง หลังราคาขยับขึ้นมาจากบริเวณ 0.97 บาท แต่ยังไม่สามารถผ่านโซนบนของกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 1.22 บาทได้
แนวรับสำคัญ
🟢 1.10 บาท — แนวรับแรก หากยังยืนได้ ภาพสะสมยังไม่เสีย
🟢 1.05–1.06 บาท — แนวรับถัดไป
🔴 ต่ำกว่า 1.05 บาท — ต้องระวังแรงขายกดดันเพิ่ม
แนวต้านสำคัญ
🔥 1.15 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
🚀 1.20–1.22 บาท — โซนต้านสำคัญและบริเวณ High 52 สัปดาห์
🚀 หาก ทะลุ 1.22 บาทพร้อม Volume เพิ่มขึ้นชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่น่าจับตาสำหรับการเปลี่ยน Momentum
📊 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
SITHAI มีราคาล่าสุดเพียง 1.12 บาท และมูลค่าการซื้อขายในวันที่ 19 ก.ย. อยู่ราว 47.61 ล้านบาท? — แก้ไข: ตัวเลขใน SET แสดงมูลค่า 47.61 พันบาท จึงควรระวังเรื่อง สภาพคล่องและ Volume เป็นพิเศษก่อนตีความการ Breakout
Key Signal:
“ไม่ต้องรีบไล่ราคา รอ Breakout ที่มาพร้อม Volume”
ถ้าราคาสามารถยืนเหนือ 1.15 บาท และเร่งผ่าน 1.20–1.22 บาท พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น ภาพ Momentum จะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น ในทางกลับกัน หากหลุด 1.10 บาท ต้องระวังการอ่อนตัวกลับลงทดสอบแนวรับด้านล่าง
สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค:
📌 SITHAI อยู่ในโหมด “รอเลือกทาง”
📌 1.10 บาท = โซนรับที่ต้องจับตา
📌 1.15 บาท = ด่านแรกของการฟื้นตัว
📌 1.20–1.22 บาท = จุดวัดพลัง Breakout
📌 ทะลุ 1.22 + Volume = สัญญาณ Momentum ที่ต้องจับตา
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น SITHAI — บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
SITHAI อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม / บรรจุภัณฑ์ ธุรกิจหลักคือการผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับงานอุตสาหกรรม, บรรจุภัณฑ์, เครื่องใช้ในครัวเรือนจากเมลามีน รวมถึงธุรกิจแม่พิมพ์และการจัดจำหน่ายสินค้า
- ภาพรวมธุรกิจ
โครงสร้างรายได้ของ SITHAI แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก
ผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม — เป็นธุรกิจหลักและสร้างรายได้มากที่สุด
ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน — กลุ่มเครื่องใช้เมลามีนและสินค้าเกี่ยวเนื่อง
แม่พิมพ์และอื่น ๆ — รับผลิต/จัดหาแม่พิมพ์ และจัดหาสินค้าจากในประเทศและต่างประเทศ
จุดที่น่าสนใจคือ บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม กำลังมีบทบาทมากขึ้น โดยบริษัทระบุว่าการเติบโตในครึ่งแรกปี 2569 ได้แรงหนุนจากบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มลูกค้าใหม่และการขยายกำลังการผลิต - ผลประกอบการ — จุดเปลี่ยนที่น่าจับตา
ตัวเลขปี 2565–2568 แสดงให้เห็นว่า SITHAI เคยมีรายได้และกำไรลดลงต่อเนื่องในช่วงหลัง
| ปี | รายได้ (ลบ.) | กำไรสุทธิ (ลบ.) |
|---|---|---|
| 2565 | 9,461.9 | 350.0 |
| 2566 | 8,702.5 | 372.4 |
| 2567 | 8,171.8 | 285.0 |
| 2568 | 7,429.1 | 212.9 |
ปี 2568 รายได้ลดลงประมาณ 9% และกำไรสุทธิลดลงประมาณ 25% จากปี 2567 แต่ปี 2569 เริ่มเห็นการฟื้นตัวของกำไรอย่างชัดเจน
ครึ่งแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 4,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 272 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 177.6% YoY และ EBITDA อยู่ที่ 624 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 439 ล้านบาทในครึ่งแรกปี 2568
ที่สำคัญคือ Q2/69 ทำกำไรสุทธิ 169 ล้านบาท เทียบกับ 37 ล้านบาทใน Q2/68 ขณะที่รายได้เพิ่มจาก 1,780 ล้านบาท เป็น 2,230 ล้านบาท
นี่เป็นประเด็นสำคัญของ SITHAI ในตอนนี้ เพราะภาพกำไรไม่ได้เป็นเพียงการเติบโตจากรายได้ แต่ยังเห็น Operating leverage และอัตรากำไรที่ดีขึ้น
3. ทำไมกำไรจึงฟื้นแรง?
ปัจจัยที่บริษัทระบุไว้มีหลายส่วน
หนึ่ง — บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเติบโต
เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะตลาดในประเทศและต่างประเทศ
สอง — เพิ่มลูกค้าใหม่
การขยายฐานลูกค้าช่วยให้โรงงานและกำลังการผลิตถูกใช้งานได้ดีขึ้น
สาม — ลงทุนเครื่องจักรและขยายสายการผลิต
บริษัทลงทุนขยายโรงงาน เครื่องจักร และแม่พิมพ์ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและลดการพึ่งพาการจ้างผลิตภายนอก ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำกำไร
สี่ — ธุรกิจพลาสติกอุตสาหกรรมฟื้นตัว
บริษัทระบุว่าการปรับโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ของลูกค้าหลักในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ช่วยสนับสนุนยอดขาย ขณะเดียวกันมีการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและควบคุมต้นทุนการผลิตเข้มงวดขึ้น
4. จุดแข็งของ SITHAI
🟢 1. ฐานธุรกิจหลากหลาย
ไม่ได้พึ่งพาสินค้าประเภทเดียว แต่มีทั้งพลาสติกอุตสาหกรรม บรรจุภัณฑ์ เครื่องใช้ในครัวเรือน และแม่พิมพ์
🟢 2. มีฐานลูกค้าอุตสาหกรรม
ธุรกิจพลาสติกอุตสาหกรรมเชื่อมโยงกับภาคยานยนต์และอุตสาหกรรมอื่น ทำให้มีโอกาสได้รับประโยชน์เมื่อภาคการผลิตฟื้นตัว
🟢 3. กำไรปี 2569 ฟื้นตัวแรง
ครึ่งปีแรกกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 272 ล้านบาท เทียบกับ 98 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2568 จากข้อมูลบริษัท
🟢 4. EBITDA Margin ดีขึ้น
ครึ่งแรกปี 2569 EBITDA Margin อยู่ประมาณ 15.2% เพิ่มจาก 12.2% ในช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนการควบคุมต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น
🟢 5. ฐานะหนี้ดีขึ้นจากอดีต
ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์ 6,710.9 ล้านบาท หนี้สิน 2,363.9 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 4,111.2 ล้านบาท เทียบกับปี 2565 ที่หนี้สินอยู่ที่ 3,759.1 ล้านบาท
5. ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
🔴 1. ราคาวัตถุดิบพลาสติก
ธุรกิจพลาสติกมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนวัตถุดิบ หากราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย อัตรากำไรอาจถูกกดดัน
🔴 2. ตลาดส่งออก
ธุรกิจเครื่องใช้ในครัวเรือนและธุรกิจต่างประเทศมีความเกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประเทศปลายทาง
🔴 3. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัทมีธุรกิจต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงจากค่าเงิน แม้ใน Q2/69 ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในงบไม่ได้มีนัยสำคัญมากนัก
🔴 4. เงินสดจากการดำเนินงานลดลงใน Q2
แม้กำไรเติบโตแรง แต่เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานใน Q2/69 อยู่ที่เพียง 16 ล้านบาท เทียบกับ 259 ล้านบาทใน Q2/68 และเงินสดปลายงวดลดเหลือ 408 ล้านบาทจาก 640 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568
จึงควรติดตามว่า กำไรที่เพิ่มขึ้นสามารถเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสดได้ต่อเนื่องหรือไม่
6. มุมมอง Valuation
ข้อมูล SET ณ วันที่ 18 ก.ย. 2569 ระบุราคา SITHAI ที่ประมาณ 1.12 บาท มี Market Cap ประมาณ 2,953 ล้านบาท, P/E 7.64 เท่า, P/BV 0.68 เท่า และ EV/EBITDA 3.27 เท่า
ในเชิงตัวเลข P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า และ P/E อยู่ในระดับเลขหลักเดียว ขณะที่กำไรปี 2569 ฟื้นตัวแรง
อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่าควรระวังว่า กำไรครึ่งปีแรกที่โตสูงมากเป็นการฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำ จึงควรดูต่อว่ากำไรใน Q3–Q4/69 สามารถรักษาระดับได้หรือไม่
7. มุมมองเชิงเทคนิค
ข้อมูล SET ล่าสุดที่พบ ณ 17 ก.ย. 2569 ราคาปิดอยู่ที่ 1.11 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.97–1.22 บาท
จากกรอบดังกล่าว หุ้นยังอยู่ในบริเวณกลางถึงล่างของกรอบ 52 สัปดาห์ และยังไม่สามารถยืนยันการเปลี่ยนเป็นขาขึ้นระยะกลางได้จากข้อมูลราคานี้เพียงอย่างเดียว
ระดับที่ควรจับตา
แนวรับแรก: 1.10 บาท
แนวรับถัดไป: 1.05–1.00 บาท
แนวต้านแรก: 1.15–1.16 บาท
แนวต้านสำคัญ: 1.20–1.22 บาท
ถ้าราคาสามารถผ่าน 1.16 บาท พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณที่ควรติดตามมากขึ้น และหากผ่านโซน 1.20–1.22 บาท ได้อย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นการทดสอบจุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์
ในทางกลับกัน หากหลุด 1.10 บาทพร้อม Volume เพิ่มขึ้น ภาพทางเทคนิคจะกลับมาอ่อนตัวและต้องระวังการลงทดสอบฐานเดิม
8. สรุป SITHAI แบบนักลงทุน VI + สายเทคนิค
SITHAI กำลังอยู่ในช่วงที่ “กำไรฟื้น แต่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวอย่างชัดเจน”
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดไม่ใช่เพียง P/E หรือ P/BV ที่ดูต่ำ แต่คือ การเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในปี 2569 — รายได้ครึ่งปีแรกกลับมาโต 14.2% และกำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นโต 177.6% ขณะที่ EBITDA Margin ขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อคือ
“กำไรที่ฟื้นแรงในครึ่งปีแรก จะกลายเป็นกำไรปกติระดับใหม่ของ SITHAI หรือเป็นเพียงการฟื้นตัวชั่วคราว?”
ถ้าผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 ยังคงรักษาโมเมนตัมได้ ตลาดอาจเริ่มให้ความสำคัญกับ Earnings Recovery Story ของ SITHAI มากขึ้น แต่ถ้ากำไรชะลอลง สิ่งที่ดูเหมือนหุ้นราคาถูกจาก P/E ต่ำก็อาจสะท้อนเพียงกำไรที่ยังไม่ยั่งยืน
จุดที่ต้องติดตามเป็นพิเศษ:
📌 รายได้บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
📌 อัตรากำไรขั้นต้น
📌 EBITDA Margin
📌 ราคาวัตถุดิบพลาสติก
📌 กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
📌 ผลงานของธุรกิจต่างประเทศ
📌 การยืนเหนือ 1.15–1.16 บาท และ Volume
ภาพรวม: SITHAI เป็นหุ้นที่มีประเด็น “กำไรฟื้นตัว + Valuation ต่ำ + ธุรกิจอุตสาหกรรม/บรรจุภัณฑ์” ให้ติดตาม แต่ตัวแปรสำคัญที่สุดในช่วงต่อไปคือ การพิสูจน์ว่าการฟื้นตัวของกำไรสามารถดำเนินต่อเนื่องได้จริง

