รูปโฆษณา โดยมีข้างหลังเป็นกราฟหุ้น มีรูปตึก SET ประกอบ

วิเคราะห์ หุ้น SEAFCO บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น SEAFCO บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SEAFCO บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) SEAFCO อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ บริการรับเหมาก่อสร้าง (Construction Services) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานรากและวิศวกรรมโยธาเฉพาะทาง โดยทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจจะเน้นไปที่ “เครื่องจักรหนักและอุปกรณ์ก่อสร้างเฉพาะทาง” สำหรับงานเสาเข็มและงานฐานรากขนาดใหญ่
ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
เครื่องเจาะเสาเข็มขนาดใหญ่ (Bored Pile Rigs)
เครื่องตอกเสาเข็ม และเครื่องเจาะกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall Machines)
เครื่องจักรงานปรับปรุงดิน เช่น Deep Mixing และ Jet Grouting
รถเครน และเครื่องจักรก่อสร้างหนัก
โรงซ่อมบำรุงและศูนย์ซ่อมเครื่องจักร
ที่ดินและอาคารสำนักงาน
คลังวัสดุและลานเก็บอุปกรณ์ก่อสร้าง
ระบบเทคโนโลยีและอุปกรณ์วิศวกรรมสำหรับควบคุมงานฐานราก
ยานพาหนะสำหรับงานภาคสนามและขนส่งเครื่องจักร
ลักษณะทรัพย์สินที่โดดเด่นของบริษัท
จุดแข็งของ SEAFCO คือการมีเครื่องจักรเฉพาะทางจำนวนมาก ซึ่งใช้ในโครงการขนาดใหญ่ เช่น
รถไฟฟ้า MRT
อาคารสูง
ทางด่วน
งานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ
งานอุโมงค์และชั้นใต้ดินลึก
สินทรัพย์ทางการเงิน
จากงบแสดงฐานะการเงิน บริษัทมีสินทรัพย์สำคัญเพิ่มเติม ได้แก่
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
ลูกหนี้การค้า
เงินลงทุนระยะสั้น
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ๆ
เครื่องจักรและอุปกรณ์สุทธิ (Property, Plant & Equipment)
จุดสำคัญต่อการวิเคราะห์หุ้น
ธุรกิจของ SEAFCO เป็นธุรกิจที่ใช้ “สินทรัพย์ถาวรสูง” (Asset Intensive) เพราะต้องลงทุนเครื่องจักรราคาแพงจำนวนมาก ทำให้:
ต้องใช้เงินลงทุนสูง
ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรมีผลต่อกำไร
หากมีงานโครงการรัฐจำนวนมาก จะช่วยเพิ่มการใช้เครื่องจักรและเพิ่มอัตรากำไรได้ดี
Backlog งานก่อสร้างมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ของบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือของ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO ดำเนินธุรกิจหลักด้านงานฐานราก เสาเข็มเจาะ และโครงสร้างใต้ดิน โดยข้อมูลสาธารณะของบริษัทระบุว่า มีการดำเนินงานผ่านบริษัทหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างเฉพาะทางเป็นหลัก
จากข้อมูลที่เปิดเผยในแหล่งสาธารณะ พบกลุ่มธุรกิจและหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก (Foundation Construction)
งานเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ (Bored Pile)
งานกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall)
งานโครงสร้างใต้ดิน และงานโยธา
งานทดสอบเสาเข็มและวิศวกรรมฐานราก
สำนักงานใหญ่ของ SEAFCO
ตั้งอยู่ที่เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก เสาเข็มเจาะ และงานวิศวกรรมโยธา มีปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม ดังนี้

ความเสี่ยงด้าน ESG และสิ่งแวดล้อม
ธุรกิจก่อสร้างเกี่ยวข้องกับผลกระทบด้านเสียง ฝุ่น การสั่นสะเทือน และสิ่งแวดล้อม หากบริหารจัดการไม่ดี อาจเกิดข้อร้องเรียนหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แม้บริษัทจะได้รับการประเมินด้าน ESG ระดับ A จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ตาม
มุมมองเชิงลงทุน
จุดแข็งของ SEAFCO คือความเชี่ยวชาญงานฐานรากเฉพาะทาง ประสบการณ์ยาวนานตั้งแต่ปี 2517 และชื่อเสียงในโครงการขนาดใหญ่ แต่ผลประกอบการยังขึ้นอยู่กับวัฏจักรก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก นักลงทุนจึงควรติดตาม:
ปริมาณงานในมือ (Backlog)
อัตรากำไรขั้นต้น
การลงทุนภาครัฐ
แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์
กระแสเงินสดและลูกหนี้การค้า
อย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจลงทุน

ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์
SEAFCO พึ่งพาโครงการก่อสร้างภาคเอกชนและอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างมาก หากเศรษฐกิจชะลอตัว ดอกเบี้ยสูง หรือผู้ประกอบการชะลอเปิดโครงการใหม่ จะกระทบต่อปริมาณงานในมือ (Backlog) และรายได้ของบริษัทโดยตรง

ความเสี่ยงจากการแข่งขันรุนแรงในธุรกิจก่อสร้างฐานราก
ตลาดรับเหมางานฐานรากมีการแข่งขันด้านราคาและการประมูลงานสูง หากคู่แข่งเสนอราคาต่ำ อาจทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง โดยเฉพาะช่วงที่งานก่อสร้างใหม่ในตลาดมีจำนวนจำกัด

ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัสดุและแรงงาน
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้รับผลกระทบจากต้นทุนเหล็ก ปูนซีเมนต์ น้ำมัน และค่าแรงที่ผันผวน หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคางาน อาจกดดันกำไรสุทธิของบริษัท

ความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงการขนาดใหญ่
SEAFCO มักรับงานโครงการขนาดใหญ่ เช่น อาคารสูง รถไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐาน หากโครงการเลื่อนก่อสร้าง ยกเลิก หรือส่งมอบพื้นที่ล่าช้า จะส่งผลต่อการรับรู้รายได้ทันที

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและลูกหนี้การค้า
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีรอบเก็บเงินค่อนข้างยาว บริษัทจึงมีความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดและการเรียกเก็บหนี้ หากลูกค้าชำระเงินล่าช้า อาจกระทบสภาพคล่องของกิจการ

ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและความปลอดภัยหน้างาน
งานเสาเข็มและฐานรากเป็นงานวิศวกรรมเฉพาะทางที่มีความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุ เครื่องจักร และความเสียหายต่อโครงการ หากเกิดเหตุผิดพลาดอาจมีต้นทุนชดเชยและกระทบชื่อเสียงบริษัท

ความเสี่ยงจากการขาดแคลนแรงงานและวิศวกรเฉพาะทาง
ธุรกิจก่อสร้างต้องใช้วิศวกร ผู้ควบคุมงาน และช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญ หากขาดบุคลากรคุณภาพ อาจทำให้ส่งมอบงานล่าช้าและต้นทุนสูงขึ้น

ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐและโครงการลงทุน
หากภาครัฐชะลอการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านก่อสร้าง อาจกระทบต่อโอกาสรับงานใหม่ของบริษัท


ข้อมูล ณ วันที่ 06 พ.ค. 2569



พัฒนาการที่สำคัญของ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น SEAFCO มีจุดเด่นในด้านธุรกิจฐานรากและงานเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ โดยมีพัฒนาการสำคัญดังนี้
ปี 2517
ก่อตั้งบริษัทและเริ่มดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก งานเสาเข็มเจาะ และวิศวกรรมโยธาเฉพาะทาง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกงานเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ในประเทศไทย
ช่วงการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน
บริษัทขยายงานเข้าสู่โครงการขนาดใหญ่ เช่น อาคารสูง รถไฟฟ้า ทางด่วน และโครงการสาธารณูปโภค ทำให้ SEAFCO กลายเป็นผู้รับเหมาฐานรากชั้นนำของประเทศ และได้รับการยอมรับจากวิศวกรและเจ้าของโครงการรายใหญ่
ปี 2547
บริษัทจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านเงินทุนและการขยายธุรกิจ
การพัฒนาเทคโนโลยีงานฐานราก
SEAFCO ลงทุนเครื่องจักรและเทคโนโลยีด้านเสาเข็มเจาะ กำแพงกันดิน (Diaphragm Wall) และงานปรับปรุงดิน เพื่อรองรับโครงการเมกะโปรเจกต์และงานก่อสร้างใต้ดินที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
การขยายประเภทบริการ
จากเดิมที่เน้นงานเสาเข็มเจาะ บริษัทได้ขยายไปสู่งานโยธาทั่วไป งานฐานรากพิเศษ งานทดสอบ และงานปรับปรุงคุณภาพดิน เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้และลดการพึ่งพางานประเภทเดียว
การรับงานโครงการภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่
บริษัทมีส่วนร่วมในโครงการรถไฟฟ้า อาคารสูง และโครงการโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ทำให้ชื่อ SEAFCO ถูกมองเป็นหุ้นรับเหมาฐานรากที่เชื่อมโยงกับการลงทุนภาครัฐและอสังหาริมทรัพย์โดยตรง
การยกระดับด้าน ESG และความยั่งยืน
ล่าสุดบริษัทได้รับคัดเลือกเป็นหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ A สะท้อนการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน
SEAFCO ยังคงเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจงานฐานรากของไทย มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง และได้ประโยชน์เมื่อโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และเมกะโปรเจกต์กลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะงานรถไฟฟ้า อาคารสูง และโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ






เส้นค่าเฉลี่ยเริ่มเรียงตัวบวก
ราคายืนเหนือ EMA ระยะสั้นได้ต่อเนื่อง บ่งชี้แรงซื้อเริ่มกลับมา

Volume สนับสนุน
ช่วงราคาดีดตัวมีวอลุ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ย ถือเป็นสัญญาณสะสมหุ้น



หุ้น SEAFCO เป็นหนึ่งในผู้นำด้านงานฐานราก เสาเข็มเจาะ และกำแพงกันดินสำหรับโครงการขนาดใหญ่ของไทย ซึ่งธุรกิจจะผูกกับรอบการลงทุนก่อสร้าง โดยเฉพาะรถไฟฟ้า อาคารสูง และโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ
จุดเด่นของธุรกิจ
เชี่ยวชาญงานฐานรากขนาดใหญ่ มีประสบการณ์ยาวนานในโครงการ Mega Project
มีเครื่องจักรและทีมวิศวกรรมเฉพาะทาง ทำให้แข่งขันได้ในงานมูลค่าสูง
ได้อานิสงส์จากการกลับมาของโครงการรัฐและอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่
Backlog เริ่มฟื้นตัวจากโครงการรถไฟฟ้าและงานก่อสร้างใหม่
ภาพรวมผลประกอบการ
ช่วงก่อนหน้า SEAFCO เคยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของงานก่อสร้าง ทำให้รายได้และกำไรผันผวน แต่ในปี 2568–2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว
Q3/2568 กำไรเติบโตแรงกว่า 888% จากการรับรู้รายได้โครงการมากขึ้น
บริษัทมี Backlog ระดับประมาณ 2.7 พันล้านบาท ซึ่งช่วยรองรับรายได้ในอนาคต
ค่า P/BV อยู่ระดับประมาณ 1 เท่า ถือว่าไม่แพงมากเมื่อเทียบกับหุ้นรับเหมาก่อสร้างบางตัว
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
แนวโน้มหุ้น SEAFCO ยังอยู่ในลักษณะ “ฟื้นตัวสะสมกำลัง”
หากราคายืนเหนือแนวรับสำคัญได้ มีโอกาสเกิดรอบรีบาวด์จากแรงเก็งกำไรโครงการรัฐ
แนวรับสำคัญ
2.30 บาท
2.10 บาท
แนวต้านสำคัญ
2.60 บาท
2.90 บาท
หากผ่าน 3.00 บาทได้ จะเริ่มกลับเป็นแนวโน้มบวกชัดเจน
สัญญาณที่น่าจับตา
ปริมาณซื้อขายเริ่มกลับเข้ามา
MACD และ RSI มีโอกาสฟื้นตัวหากมีข่าวงานใหม่
หุ้นกลุ่มรับเหมามักตอบสนองแรงกับข่าวประมูลงานรัฐ
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
รายได้ผันผวนตามการเปิดประมูลงานใหม่
ต้นทุนวัสดุและค่าแรง
การแข่งขันรุนแรงในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
หากโครงการรัฐล่าช้า อาจกระทบ Backlog
มุมมองการลงทุน
SEAFCO เป็นหุ้น “Turnaround + Infra Theme”
เหมาะกับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้ และต้องการเก็งรอบการฟื้นตัวของกลุ่มก่อสร้างไทย
หากรัฐบาลเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง หุ้นมีโอกาสกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง แต่ยังควรติดตามกำไรไตรมาสต่อไตรมาสอย่างใกล้ชิด เพราะธุรกิจมีความผันผวนสูงตามรอบงานก่อสร้าง


Disclaimer

ใส่ความเห็น