วิเคราะห์ หุ้น S&J บ.เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) S&J อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ (Personal Products & Pharmaceuticals) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 06 ก.ย. 2531 | 200.00 | ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ | S&J |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ผลิตเครื่องสำอางทุกประเภท เช่น แป้งฝุ่นโรยตัว ลิปสติก ครีมบำรุงผิว โคโลญจ์ ฯลฯ โดยรับผลิตให้แก่เจ้าของผลิตภัณฑ์ยี่ห้อต่าง ๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ ตามสูตรและมาตรฐานของลูกค้า หรือผลิตสินค้าซึ่งบริษัทเป็นผู้วิจัยและพัฒนาขึ้น
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 3.36 | 4.78 | 3.18 | 1.43 | 1.91 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 3.26 | 3.28 | 2.84 | 3.03 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| – | 1.50 | บาท | 27 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| – | 2.25 | บาท | 21 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| – | 1.70 | บาท | 24 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| – | 1.20 | บาท | 25 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| – | 1.00 | บาท | 25 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
| – | 1.10 | บาท | 07 พ.ค. 2563 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของหุ้น S&J
S & J International Enterprises Public Company Limited หรือ S&J เป็นผู้ผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอาง โดยดำเนินธุรกิจทั้ง OEM/ODM และมีบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสูตร การผลิต ไปจนถึงงานด้านบรรจุภัณฑ์และการจัดหาวัตถุดิบ
จากข้อมูล 56-1 One Report ปี 2568 (2025) และข้อมูล SET สามารถมองทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจได้ดังนี้
สินทรัพย์ทางการเงินและเงินทุนหมุนเวียน
หากมองในภาพรวมของ “ทรัพย์สิน” ไม่ใช่เฉพาะสินทรัพย์ถาวร S&J ยังมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
ลูกหนี้การค้า
สินค้าคงเหลือ
วัตถุดิบ
สินค้าสำเร็จรูป
เงินลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงินบางประเภท
ข้อมูล SET ระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 S&J มี สินทรัพย์รวมประมาณ 7,583.61 ล้านบาท และ ณ ไตรมาส 1/2569 มีสินทรัพย์รวมประมาณ 7,590.51 ล้านบาท
โรงงานและพื้นที่ผลิต
ถือเป็นทรัพย์สินหลักของ S&J เพราะบริษัทมีธุรกิจผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ทั้งแบบ OEM และ ODM จึงต้องใช้โรงงานและพื้นที่การผลิตที่รองรับมาตรฐานอุตสาหกรรม
ภายในกระบวนการผลิตครอบคลุมสินค้า เช่น
เครื่องสำอาง
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ
ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก
ผลิตภัณฑ์น้ำหอม
ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน
ผลิตภัณฑ์กันแดด
บริษัทระบุว่ามีรูปแบบการดำเนินงานแบบ Fully Integrated Beauty Innovation Manufacturer ซึ่งทำให้โรงงานและระบบการผลิตเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัท
เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
ทรัพย์สินสำคัญอีกกลุ่มคือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล
เช่น ระบบสำหรับ
ผสมและเตรียมผลิตภัณฑ์
บรรจุสินค้า
ปิดผนึก
ติดฉลาก
ตรวจสอบคุณภาพ
ผลิตบรรจุภัณฑ์หรือสนับสนุนกระบวนการบรรจุ
จุดนี้มีความสำคัญต่อ S&J เพราะโมเดล OEM/ODM จำเป็นต้องรองรับผลิตภัณฑ์หลายประเภทและสูตรการผลิตที่แตกต่างกัน
ห้องวิจัยและพัฒนา (R&D)
S&J ให้ความสำคัญกับ Research & Development เพื่อพัฒนาสูตรและผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า OEM/ODM
ดังนั้นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ R&D เช่น
ห้องปฏิบัติการ
เครื่องมือทดสอบ
อุปกรณ์วิจัย
อุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์
จึงเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันมากกว่าจะเป็นเพียงทรัพย์สินถาวรทั่วไป
คลังสินค้าและระบบจัดเก็บ
ธุรกิจของ S&J ต้องบริหารทั้ง วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป จึงต้องมีพื้นที่และระบบคลังสินค้าสำหรับรองรับการผลิตและการกระจายสินค้า
โดยเฉพาะบริษัทที่มีรายได้จากตลาดต่างประเทศด้วย ซึ่งในปี 2568 รายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 2,396.7 ล้านบาท หรือ 34.8% ของรายได้
อาคารสำนักงานและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้อง
นอกจากโรงงานแล้ว ยังมีทรัพย์สินประเภท
อาคารสำนักงาน
อาคารสนับสนุนการผลิต
สิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่โรงงาน
ระบบสาธารณูปโภคและระบบสนับสนุนการผลิต
ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้โรงงานสามารถดำเนินงานได้ต่อเนื่อง
🔎 สรุปแบบนักลงทุน
ทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดของ S&J ไม่ใช่แค่ที่ดินหรือโรงงาน แต่คือ “ฐานการผลิต + เครื่องจักร + R&D + ระบบการผลิตแบบครบวงจร”
| กลุ่มทรัพย์สิน | ความสำคัญต่อธุรกิจ |
|---|---|
| 🏭 โรงงาน/พื้นที่ผลิต | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| ⚙️ เครื่องจักรและอุปกรณ์ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| 🧪 ห้อง R&D / ห้องทดลอง | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| 📦 คลังสินค้า | ⭐⭐⭐⭐ |
| 🏢 อาคารสำนักงาน/สิ่งปลูกสร้าง | ⭐⭐⭐ |
| 💰 เงินสดและสินทรัพย์หมุนเวียน | ⭐⭐⭐⭐ |
| 📋 วัตถุดิบ/สินค้าคงเหลือ | ⭐⭐⭐⭐ |
จุดแข็งของ S&J คือการมีโครงสร้างธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ R&D → พัฒนาสูตร → ผลิต → บรรจุภัณฑ์ → OEM/ODM → ส่งมอบสินค้า ทำให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับโรงงานและเทคโนโลยีการผลิตมีบทบาทโดยตรงต่อการสร้างรายได้ ในปี 2568 รายได้ของกลุ่มธุรกิจหลักมาจาก Cosmetic 71.69% และ Packaging 16.72% ขณะที่เริ่มมีรายได้จาก Pharmaceutical 3.99% ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทกำลังขยายขอบเขตการใช้ฐานการผลิตและความสามารถด้านผลิตภัณฑ์ไปมากกว่าเครื่องสำอางเพียงอย่างเดียว
หมายเหตุ: ตัวเลขทรัพย์สินรวมข้างต้นเป็นระดับงบการเงินรวม ส่วนรายละเอียด “โรงงาน/เครื่องจักร/ที่ดิน/อาคาร” ควรแยกดูในหมายเหตุประกอบงบการเงินและหัวข้อทรัพย์สินถาวรของ One Report หากต้องการประเมินว่า S&J มีที่ดินและโรงงานมูลค่าเท่าไร และมีเครื่องจักร/อุปกรณ์มูลค่าเท่าไร โดยตรง
กลุ่มบริษัทในเครือ
บริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (S&J) มีบริษัทย่อยที่อยู่ในงบการเงินรวมหลายแห่ง และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในปี 2568 โดยเฉพาะการเพิ่มบริษัทย่อยด้านยา/เวชภัณฑ์
กลุ่มบริษัทในเครือ S&J
| บริษัท | ถือหุ้นโดย | สัดส่วนปี 2568 | ธุรกิจหลัก |
|---|---|---|---|
| Top Trend Manufacturing Co., Ltd. | S&J | 50% | ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ |
| 4WD Vision Co., Ltd. | S&J | 100% | นำเข้า–ส่งออก/ซื้อขายเคมีภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง |
| S&J International (UK) Limited | S&J | 100% | จัดจำหน่ายเครื่องสำอาง Gift Set และบริการด้านการตลาด |
| Osoth Inter Laboratories Co., Ltd. | S&J | 51% | ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม |
| Guangzhou S&J Cosmetics Company Limited | S&J International (UK) | 100% | จัดจำหน่ายวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ในจีน |
| 4WD Vision (HK) Limited | S&J International (UK) | 100% | จัดจำหน่ายวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ในฮ่องกง |
| 4WD Vision Europe B.V. | 4WD Vision | 100% | จัดจำหน่ายเครื่องสำอาง Gift Set และบริการการตลาดในยุโรป |
ข้อมูลดังกล่าวมาจากหมายเหตุประกอบงบการเงินปี 2568 โดยตรง
บริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงในปี 2568
E F Co., Ltd. — เดิม S&J ถือหุ้น 100% แต่ดำเนินการเลิกกิจการและชำระบัญชีเสร็จวันที่ 4 ธันวาคม 2568
Wildlives (Thailand) Co., Ltd. — เดิมถือหุ้น 100% แต่เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และดำเนินการจำหน่ายสินทรัพย์เสร็จวันที่ 26 สิงหาคม 2568
ขณะที่ Osoth Inter Laboratories Co., Ltd. เป็นบริษัทย่อยใหม่ที่ S&J ถือหุ้น 51% ในปี 2568
มองโครงสร้างธุรกิจของ S&J แบบง่าย ๆ
S&J → 4WD Vision → 4WD Vision Europe B.V.
→ กลุ่ม วัตถุดิบ / เคมีภัณฑ์ / บรรจุภัณฑ์ / เครื่องสำอาง / การจัดจำหน่าย
S&J → S&J International (UK) → Guangzhou S&J Cosmetics / 4WD Vision (HK)
→ ขยายตลาดและเครือข่ายจัดจำหน่าย ต่างประเทศ
S&J → Top Trend Manufacturing
→ ธุรกิจ บรรจุภัณฑ์
S&J → Osoth Inter Laboratories 51%
→ ขยายจาก เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงาม → ธุรกิจเภสัชกรรม/เวชภัณฑ์
จุดนี้ถือว่าน่าสนใจสำหรับการวิเคราะห์ S&J เพราะธุรกิจหลักของบริษัทไม่ได้มีแค่การรับผลิตเครื่องสำอางแบบ OEM/ODM แต่มีการเชื่อมโยงตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์ → บรรจุภัณฑ์ → วัตถุดิบ/เคมีภัณฑ์ → การตลาด → การจัดจำหน่ายต่างประเทศ → เภสัชภัณฑ์ โดย SET ระบุว่า S&J เป็นผู้ผลิตสินค้า Beauty & Cosmetics แบบครบวงจร ครอบคลุมเครื่องสำอาง กันแดด ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ในช่องปาก และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
หมายเหตุ: Top Trend Manufacturing ถือหุ้นเพียง 50% แต่ถูกนำมารวมในงบการเงินรวมของกลุ่มตามเกณฑ์การควบคุมกิจการที่ระบุในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ดังนั้นไม่ควรตีความว่า S&J ถือหุ้นทางเศรษฐกิจ 100% ในบริษัทนี้
สำหรับข้อมูลล่าสุด SEC มีงบการเงินรวมปี 2568 และไตรมาส 1/2569 ของ S&J เผยแพร่แล้ว จึงสามารถใช้โครงสร้างนี้เป็นฐานในการวิเคราะห์กลุ่มบริษัทปัจจุบันได้
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
วิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น S&J
S&J International Enterprises Public Company Limited หรือ S&J เป็นผู้ผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายแบบ OEM/ODM ให้แบรนด์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาสินค้าของบริษัทเอง เช่น เครื่องสำอาง กันแดด ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ช่องปาก และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
🔴 1. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูงในธุรกิจเครื่องสำอาง
ตลาดเครื่องสำอางและ Beauty มีการแข่งขันรุนแรง ทั้งผู้ผลิต OEM/ODM ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาแข่งขันผ่านช่องทางออนไลน์
จุดที่ต้องจับตาคือ ลูกค้ามีทางเลือกสูง หากคู่แข่งเสนอราคาถูกกว่า คุณภาพใกล้เคียงกัน หรือพัฒนาสินค้าได้เร็วกว่า อาจทำให้ S&J ต้องแข่งขันด้านราคา ซึ่งกดดันอัตรากำไร
🔴 2. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้าแบรนด์
โมเดล OEM/ODM มีข้อดีคือไม่จำเป็นต้องสร้างแบรนด์เองทั้งหมด แต่ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทต้องพึ่งพาคำสั่งซื้อจากเจ้าของแบรนด์
หากลูกค้ารายใหญ่
ลดคำสั่งซื้อ
เปลี่ยนผู้ผลิต
ย้ายฐานการผลิต
เปิดโรงงานเอง
อาจกระทบ รายได้และกำลังการผลิตของ S&J ได้ค่อนข้างเร็ว
ดังนั้น นักลงทุนควรติดตาม โครงสร้างรายได้ตามกลุ่มลูกค้าและการกระจุกตัวของลูกค้า เป็นพิเศษ
🔴 3. ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์
ธุรกิจเครื่องสำอางมีต้นทุนวัตถุดิบจำนวนมาก เช่น สารเคมี สารสกัด น้ำมัน วัตถุดิบด้านความงาม รวมถึงบรรจุภัณฑ์
หากราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการปรับราคาขายให้ลูกค้า อาจทำให้ Gross Margin และ Net Margin ลดลง
โดยเฉพาะกรณีที่บริษัทรับผลิตตามสัญญาหรือราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
🔴 4. ความเสี่ยงด้านเทรนด์สินค้าเปลี่ยนเร็ว
ธุรกิจ Beauty มีความเสี่ยงเรื่อง Product Life Cycle สั้น
สินค้าที่ได้รับความนิยมในวันนี้อาจถูกแทนที่ด้วยสินค้าใหม่อย่างรวดเร็ว เช่น
Skincare → Sunscreen → Anti-aging → Wellness/Beauty → Functional ingredients
หากบริษัทพัฒนาสินค้าไม่ทันเทรนด์ อาจสูญเสียโอกาสในการรับคำสั่งซื้อจากแบรนด์ต่าง ๆ
ในทางกลับกัน การลงทุนด้าน R&D มากเกินไปในสินค้าที่ไม่ประสบความสำเร็จ ก็อาจทำให้เกิดต้นทุนโดยไม่ได้สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า
🔴 5. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและคุณภาพสินค้า
เครื่องสำอางเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัยของผู้บริโภคและมาตรฐานการผลิต
หากเกิดปัญหา เช่น
สินค้าไม่ได้มาตรฐาน
การปนเปื้อน
สูตรผลิตภัณฑ์มีปัญหา
การแพ้หรือผลกระทบต่อผู้บริโภค
การเรียกคืนสินค้า
นอกจากต้นทุนที่เกิดขึ้นโดยตรงแล้ว ยังอาจกระทบ ชื่อเสียงของบริษัทและความสัมพันธ์กับลูกค้าแบรนด์ ด้วย
ความเสี่ยงนี้สำคัญมากสำหรับธุรกิจ OEM เพราะสินค้าที่ผลิตอาจถูกจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของลูกค้า
🟠 6. ความเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยน
S&J มีการผลิตให้กับแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศ
ดังนั้นรายได้และต้นทุนบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจาก
เงินบาทแข็งค่า → รายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทลดลง
ขณะเดียวกัน หากบริษัทนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ก็มีความเสี่ยงจากค่าเงินในอีกด้านหนึ่งเช่นกัน
🟠 7. ความเสี่ยงจากกำไรผันผวน
ตัวเลขของบริษัทสะท้อนว่ารายได้ไม่ได้เติบโตเป็นเส้นตรง โดยปี 2568 รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 7,046 ล้านบาท จาก 6,364 ล้านบาทในปี 2567 แต่กำไรสุทธิลดลงจาก 476 ล้านบาท เหลือ 442 ล้านบาท ขณะที่ปี 2566 เคยมีกำไรสุทธิสูงถึง 717 ล้านบาท
จุดนี้เป็นสิ่งที่นักลงทุนควรจับตา เพราะหมายความว่า
รายได้โต ≠ กำไรต้องโตตาม
หากยอดขายเพิ่มแต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มเร็วกว่า อัตรากำไรก็สามารถถูกกดดันได้
🟠 8. ความเสี่ยงจากสภาพคล่องของหุ้น S&J
ประเด็นนี้ผมมองว่า สำคัญมากสำหรับนักลงทุนรายย่อย
ข้อมูล SET แสดงให้เห็นว่าหุ้น S&J มีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างบางในหลายวัน เช่น วันที่ 16 ก.ค. 2569 มีการซื้อขายเพียง 2 หุ้น และข้อมูลราคาแสดง Bid/Offer ที่ค่อนข้างห่างกัน
ดังนั้นแม้พื้นฐานบริษัทจะไม่ได้มีความเสี่ยงทางการเงินสูง แต่ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหุ้น อาจสูงกว่าหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ทั่วไป
พูดง่าย ๆ คือ
“หุ้นพื้นฐานดี แต่ถ้าสภาพคล่องต่ำ การเข้าซื้อและขายออกอาจทำได้ยาก”
นักลงทุนจึงควรพิจารณาเรื่อง Volume และ Bid/Offer ก่อนเข้าลงทุน ไม่ควรดูเฉพาะ P/E หรือ P/BV
🟢 จุดที่ช่วยลดความเสี่ยง
ด้านฐานะการเงิน S&J ถือว่ามีจุดแข็งที่น่าสนใจ โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์ 7,583.61 ล้านบาท หนี้สิน 1,672.51 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 4,985.24 ล้านบาท
หนี้สินต่อสินทรัพย์จึงไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวลมากเมื่อเทียบกับฐานสินทรัพย์ของบริษัท
นอกจากนี้ กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 590 ล้านบาท สะท้อนว่าธุรกิจหลักยังสามารถสร้างกระแสเงินสดได้
📊 สรุประดับความเสี่ยง S&J
| ประเด็น | ระดับความเสี่ยง |
|---|---|
| การแข่งขันธุรกิจ Beauty/OEM | 🔴 สูง |
| การพึ่งพาลูกค้า | 🟠 กลาง-สูง |
| ราคาวัตถุดิบ | 🟠 กลาง |
| เทรนด์สินค้าเปลี่ยนเร็ว | 🟠 กลาง |
| คุณภาพ/กฎระเบียบ | 🔴 สูง |
| ค่าเงิน/ต่างประเทศ | 🟠 กลาง |
| ความผันผวนของกำไร | 🟠 กลาง |
| หนี้สิน/ฐานะการเงิน | 🟢 ต่ำ-กลาง |
| สภาพคล่องของหุ้น | 🔴 สูง |
🎯 มุมมองแบบนักลงทุน
S&J ไม่ใช่หุ้นที่น่ากังวลจากหนี้สินเป็นหลัก แต่ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ “การแข่งขัน + ลูกค้า OEM + Margin + สภาพคล่องของหุ้น”
สิ่งที่ผมจะจับตาเป็นพิเศษในงบถัดไปคือ รายได้เติบโตหรือไม่ → Gross Margin ดีขึ้นหรือไม่ → กำไรสุทธิกลับมาโตหรือไม่ → กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน → ลูกค้ารายใหญ่มีการกระจุกตัวหรือไม่
หาก รายได้โตพร้อม Margin และกำไรโต จะเป็นสัญญาณบวกต่อคุณภาพการเติบโต แต่หากรายได้โตแต่กำไรยังถูกกดดันต่อเนื่อง ต้องระวังว่า บริษัทกำลังโตด้วยยอดขาย แต่ไม่ได้สร้างกำไรเพิ่มในสัดส่วนเดียวกัน
ข้อมูล SET ระบุล่าสุดว่าหุ้น S&J มี P/E ประมาณ 13.46 เท่า, P/BV 0.98 เท่า และกรอบราคา 52 สัปดาห์อยู่ที่ 27.00–36.75 บาท ณ ข้อมูลวันที่ 22 ก.ค. 2569
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 08 พ.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) | 31,278,000 | 20.86 |
| 2 | บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) | 21,897,781 | 14.61 |
| 3 | บริษัท ไอ.ดี.เอฟ. จำกัด | 15,682,694 | 10.46 |
| 4 | บริษัท วิทยาสิทธิ์ จำกัด | 13,039,447 | 8.70 |
| 5 | นาย บุญเกียรติ โชควัฒนา | 10,298,408 | 6.87 |
| 6 | นาย วีรพัฒน์ พูนศักดิ์อุดมสิน | 7,430,144 | 4.96 |
| 7 | บริษัท อี่ทงเทียนไท้ บีเอสซี จำกัด | 3,452,374 | 2.30 |
| 8 | นาง ทิพาภรณ์ โชควัฒนา | 2,725,652 | 1.82 |
| 9 | นาง อรพินท์ พูนศักดิ์อุดมสิน | 1,805,100 | 1.20 |
| 10 | นาย ธนพล พูนศักดิ์อุดมสิน | 1,800,000 | 1.20 |
| 11 | นาง อรทัย ทองมีอาคม | 1,800,000 | 1.20 |
| 12 | น.ส. ภาวิณี พูนศักดิ์อุดมสิน | 1,800,000 | 1.20 |
| 13 | น.ส. รติพร พูนศักดิ์อุดมสิน | 1,800,000 | 1.20 |
| 14 | นาย ธีระศักดิ์ วิกิตเศรษฐ์ | 1,756,834 | 1.17 |
| 15 | บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด | 1,424,314 | 0.95 |
| 16 | บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) | 1,376,364 | 0.92 |
| 17 | นาง เจตน์สุดา ศีตะจิตต์ | 1,266,092 | 0.84 |
| 18 | นาง จิตราภรณ์ วิกิตเศรษฐ์ | 972,123 | 0.65 |
| 19 | นาย สำเริง มนูญผล | 934,800 | 0.62 |
| 20 | บริษัท หลานปู่ จำกัด | 873,000 | 0.58 |
| 21 | บริษัท โชควัฒนา จำกัด | 873,000 | 0.58 |
| 22 | นาง ธีรดา อำพันวงษ์ | 867,857 | 0.58 |
| 23 | บริษัท ยูนีเวอร์สบิวตี้ จำกัด | 821,985 | 0.55 |
| 24 | น.ส. อัจจิมา เอี่ยมกิจสัมฤทธิ์ | 788,141 | 0.53 |
| 25 | นาง แก้วตา องค์สรณะคม | 786,041 | 0.52 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย บุญเกียรติ โชควัฒนา | ประธานกรรมการบริษัท |
| 2 | นาง ทิพาภรณ์ โชควัฒนา | รองประธานกรรมการบริษัท |
| 3 | นาย ธีระศักดิ์ วิกิตเศรษฐ์ | กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ |
| 4 | นาง แก้วตา องค์สรณะคม | กรรมการ |
| 5 | นาง จิตราภรณ์ วิกิตเศรษฐ์ | กรรมการ |
| 6 | นาง ดารณี อรรจนียกุล | กรรมการบริษัท |
| 7 | นาง ทองสุข อุปถัมภากุล | กรรมการ |
| 8 | นาง ธีรดา อำพันวงษ์ | กรรมการ |
| 9 | นาง มาลิน อังสุรังษี | กรรมการ |
| 10 | นาย สุเทพ ด่านศิริวิโรจน์ | กรรมการ |
| 11 | นาย พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 12 | พลตำรวจเอก สมชาย ประภัสภักดี | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 13 | นาย อนันตชัย ยูรประถม | กรรมการอิสระ |
| 14 | พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ | กรรมการอิสระ |
| 15 | นาย อมร อัศวานันท์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของ S&J
S&J International Enterprises หรือ บมจ. เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ (S&J) เป็นผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มความงามและของใช้ส่วนบุคคล โดยมีจุดเด่นด้าน OEM/ODM และการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบครบวงจร ตั้งแต่เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์กันแดด ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ในช่องปาก ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
พัฒนาการด้าน ESG เด่นชัด
S&J ได้รับ SET ESG Rating ระดับ AAA และมีสถานะ Thai CAC Certified นอกจากนี้ยังได้รับการประเมินจาก EcoVadis ระดับ Silver และมีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการจ้างงานผู้พิการตามมาตรฐานที่ระบุใน Company Snapshot
🔎 สรุปมุมมองพัฒนาการ S&J
จุดเด่น:
OEM/ODM แข็งแรง + สินค้าหลากหลาย + ฐานลูกค้าในธุรกิจความงาม + ฐานะการเงินแข็งแรง + ESG ระดับ AAA
สิ่งที่ต้องจับตา:
ปี 2568 รายได้เติบโต แต่กำไรลดลง และไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิลดลงค่อนข้างแรง จึงต้องติดตามว่า ยอดขายจะกลับมาเร่งตัว และอัตรากำไรจะฟื้นได้หรือไม่
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือบริษัทอยู่ในตลาด SET มาตั้งแต่ 6 กันยายน 2531 สะท้อนว่าเป็นธุรกิจที่มีประวัติอยู่ในตลาดทุนไทยมายาวนาน
สำหรับนักลงทุน: S&J จึงเป็นหุ้นที่น่าสนใจในธีม “ผู้ผลิต Beauty & Personal Care + OEM/ODM + กระแสเงินสด + ความยั่งยืน” แต่ตัวแปรสำคัญในระยะต่อไปคือการฟื้นตัวของกำไรและการใช้เงินลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตให้สร้างผลตอบแทนได้มากขึ้น.
จากผู้ผลิต สู่ธุรกิจ OEM/ODM ครบวงจร
พัฒนาการสำคัญของ S&J คือการยกระดับจากการผลิตสินค้า ไปสู่การให้บริการ OEM/ODM แบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสูตร การออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต ไปจนถึงการตอบโจทย์แบรนด์และธุรกิจค้าปลีกทั้งในและต่างประเทศ ทำให้บริษัทไม่ได้พึ่งพาการขายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเองเพียงอย่างเดียว
ขยายฐานผลิตภัณฑ์ในตลาด Beauty & Personal Care
ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมหลายกลุ่ม เช่น
เครื่องสำอาง
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
ผลิตภัณฑ์ในช่องปาก
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
การมีผลิตภัณฑ์หลากหลายช่วยให้ S&J สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าแบรนด์ต่าง ๆ และเกาะกระแสการเติบโตของตลาดความงามได้หลายเซกเมนต์
ลงทุนและพัฒนาศักยภาพโรงงาน
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าบริษัทมีฐานการผลิตที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและสิ่งแวดล้อม โดยโรงงานศรีราชาได้รับ Green Industry ระดับ 5 Green Network และโรงงานปิ่นทองได้รับ ระดับ 3 Green System ซึ่งสะท้อนพัฒนาการด้านการผลิตอย่างยั่งยืน
ฐานะการเงินยังแข็งแรง แต่กำไรไตรมาส 1/69 ชะลอตัว
ปี 2568 บริษัทมีรายได้ 7,046.20 ล้านบาท เพิ่มจาก 6,363.56 ล้านบาท ในปี 2567 ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 442.07 ล้านบาท เทียบกับ 476.06 ล้านบาทในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ใน ไตรมาส 1/2569 รายได้อยู่ที่ 1,469.50 ล้านบาท ลดจาก 1,589.69 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 และกำไรสุทธิลดลงเหลือ 59.40 ล้านบาท จาก 130.97 ล้านบาท สะท้อนว่าระยะสั้นยังมีแรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไร
เงินสดจากการดำเนินงานดีขึ้น
จุดที่น่าสนใจคือกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 225.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากจาก 30.90 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้กำไรสุทธิจะลดลงก็ตาม
นี่เป็นพัฒนาการที่ควรติดตาม เพราะสะท้อนว่าบริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจหลักได้ค่อนข้างดี
มีพันธมิตรและฐานผู้ถือหุ้นจากกลุ่มสหพัฒน์
โครงสร้างผู้ถือหุ้น ณ 16 มีนาคม 2569 มี SAHA PATHANA INTER-HOLDING PCL. ถือ 21.51% และ ICC International PCL. ถือ 14.61% ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงกับกลุ่มสหพัฒน์และเครือข่ายธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 917.38 | 727.16 | 702.73 | 587.02 | 588.33 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 1,079.79 | 899.34 | 1,059.67 | 1,215.57 | 1,287.43 |
| สินค้าคงเหลือ | 841.07 | 920.96 | 931.42 | 1,067.81 | 1,128.14 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 2,939.64 | 3,257.50 | 3,250.81 | 3,288.08 | 3,234.31 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 1,591.75 | 1,539.29 | 1,710.52 | 1,602.72 | 1,858.57 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 3,437.73 | 3,562.70 | 3,705.51 | 3,576.12 | 3,738.82 |
| รวมสินทรัพย์ | 6,377.37 | 6,820.20 | 6,956.31 | 6,864.19 | 6,973.13 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 218.70 | 87.50 | 63.00 | 172.45 | 65.00 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 739.62 | 786.17 | 786.10 | 845.58 | 906.27 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 1,073.58 | 1,000.35 | 990.03 | 1,157.92 | 1,068.85 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 363.51 | 530.54 | 573.30 | 529.74 | 540.55 |
| รวมหนี้สิน | 1,437.08 | 1,530.89 | 1,563.33 | 1,687.65 | 1,609.40 |
| ทุนจดทะเบียน | 200.00 | 200.00 | 200.00 | 200.00 | 200.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 149.93 | 149.93 | 149.93 | 149.93 | 149.93 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 724.76 | 724.76 | 724.76 | 724.76 | 724.76 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 3,035.45 | 3,495.47 | 3,605.25 | 3,372.96 | 3,666.06 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 626.40 | 481.37 | 442.13 | 471.00 | 300.64 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 4,536.54 | 4,851.53 | 4,922.08 | 4,718.65 | 4,841.40 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 403.74 | 437.77 | 470.90 | 457.89 | 522.34 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 5,959.97 | 6,804.14 | 6,182.09 | 3,127.70 | 3,364.95 |
| รายได้อื่น | 97.27 | 118.11 | 145.60 | 39.61 | 60.77 |
| รวมรายได้ | 6,077.26 | 6,951.32 | 6,363.56 | 3,191.62 | 3,451.28 |
| ต้นทุน | 4,204.47 | 4,801.95 | 4,296.67 | 2,143.34 | 2,316.26 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 1,297.21 | 1,350.37 | 1,358.66 | 685.28 | 760.37 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 5,501.68 | 6,152.32 | 5,775.33 | 2,949.14 | 3,075.69 |
| EBITDA | 924.76 | 1,202.24 | 919.76 | 441.40 | 563.75 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 278.49 | 277.61 | 288.85 | 143.13 | 139.39 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 646.27 | 924.62 | 630.91 | 298.27 | 424.36 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 504.30 | 717.20 | 476.06 | 214.83 | 285.70 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 3.36 | 4.78 | 3.18 | 1.43 | 1.91 |
งบกระแสเงินสด
งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 676.60 | 997.59 | 472.34 | -40.85 | -4.23 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -170.91 | -756.96 | -85.86 | 178.66 | 132.40 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -210.48 | -431.14 | -410.17 | -282.27 | -247.94 |
| เงินสดสุทธิ | 295.21 | -190.51 | -23.69 | -144.45 | -119.77 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 6.88 | 6.31 | 4.73 | 5.13 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 53.08 | 57.83 | 77.18 | 71.16 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 5.45 | 4.64 | 4.19 | 4.07 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 66.97 | 78.68 | 87.11 | 89.66 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 6.29 | 5.47 | 4.74 | 5.10 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 57.99 | 66.78 | 77.02 | 71.53 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 62.06 | 69.73 | 87.26 | 89.29 |
วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
วิเคราะห์กราฟเทคนิค S&J — เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์
จากข้อมูลราคาที่หาได้ล่าสุด หุ้น S&J เคลื่อนไหวแถว 33.25 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 27.00–36.75 บาท และต้องระวังเป็นพิเศษเรื่อง สภาพคล่องที่ค่อนข้างต่ำ เพราะบางวันมีปริมาณซื้อขายเพียงหลักสิบถึงหลักพันหุ้นเท่านั้น
🔥 มุมมองกราฟสายเทคนิค
ภาพใหญ่:
S&J ยังมีลักษณะ Sideway / Sideway Up มากกว่าจะเป็นขาลงเต็มตัว โดยราคาบริเวณ 33 บาทถือว่าอยู่ในโซนกลาง-บนของกรอบ แต่ยังไม่สามารถยืนยันการกลับเป็นขาขึ้นรอบใหม่ได้ จนกว่าจะผ่านแนวต้านสำคัญพร้อมวอลุ่ม
ข้อมูลทางเทคนิคที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้พบว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นหลายเส้นอยู่เหนือราคาและให้สัญญาณขาย ขณะที่ MA200 ยังเป็นจุดที่ช่วยพยุงภาพระยะยาว
📌 แนวรับ–แนวต้านที่น่าจับตา
| ระดับ | มุมมอง |
|---|---|
| 36.00–36.75 บาท | 🚨 แนวต้านใหญ่ / High 52 สัปดาห์ |
| 34.00–34.50 บาท | แนวต้านแรก ต้องผ่านให้ได้ |
| 33.00–33.25 บาท | จุดวัดกำลังซื้อ |
| 31.50–32.00 บาท | ⭐ แนวรับสำคัญ |
| 30.00–30.50 บาท | แนวรับถัดไป |
| 27.00–28.00 บาท | แนวรับใหญ่ของกรอบ 52 สัปดาห์ |
🚀 ถ้าจะ “เบรก” ต้องดูอะไร?
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ 34–34.50 บาท
หากราคาสามารถทะลุโซนนี้ได้ พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณบวกทางเทคนิค และมีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ
35.00 → 36.00 → 36.75 บาท
โดยเฉพาะ 36.75 บาท ซึ่งเป็น High ของกรอบ 52 สัปดาห์ หากทะลุได้จริง จะถือเป็นการ Breakout ที่มีนัยสำคัญมากขึ้น
⚠️ แต่ถ้าหลุด 31.50–32 บาท
ภาพจะเริ่มเสียทรงในระยะสั้น และมีโอกาสถอยลงไปทดสอบ 30 บาท ก่อน หาก 30 บาทเอาไม่อยู่ ต้องระวังแรงขายลงหาโซน 27–28 บาท
ดังนั้นบริเวณ 31.50–32 บาท ถือเป็นโซนที่ควรจับตาเป็นพิเศษสำหรับคนที่ถือหุ้นอยู่
📊 ปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยประกอบกราฟ
S&J ทำธุรกิจผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายแบบ OEM/ODM เช่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์กันแดด อาบน้ำ ช่องปาก และดูแลเส้นผม
อย่างไรก็ตาม งบไตรมาส 1/2569 มีจุดที่ต้องระวัง เพราะรายได้ลดจาก 1,589.69 ล้านบาท เหลือ 1,469.50 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดจาก 130.97 ล้านบาท เหลือ 59.40 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน
ดังนั้นในเชิงเทคนิค การเบรกแนวต้านควรมาพร้อมวอลุ่ม เพราะจะช่วยยืนยันว่าการขึ้นไม่ได้เกิดจากแรงซื้อที่เบาบาง
🎯 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
S&J ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา — แต่เป็นหุ้นที่ต้อง “เฝ้ารอจุดเบรก”
🔥 34–34.50 บาท = ด่านสำคัญ
🚀 ผ่านได้ + วอลุ่มมา = ลุ้น 35–36.75 บาท
⚠️ หลุด 31.50–32 = ระวังถอย 30 บาท
🛡️ 27–28 บาท = แนวรับใหญ่
💥 36.75 บาท = จุดเปลี่ยนเกม หากทะลุได้
มุมมอง: Sideway → รอ Breakout
กลยุทธ์: เน้นรอแท่งยืนยันและวอลุ่ม มากกว่าการไล่ซื้อในช่วงที่สภาพคล่องต่ำ
ทั้งนี้ข้อมูลราคาที่เผยแพร่ล่าสุดที่ค้นพบยังมีบางวันซื้อขายเบาบางมาก จึงควรใช้ ราคาจริงและวอลุ่ม ณ วันที่จะเข้าซื้อ ยืนยันสัญญาณอีกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุน
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงเทคนิคเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น S&J — บมจ.เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์
S&J International Enterprises หรือ S&J เป็นผู้ผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายแบบ OEM/ODM ให้แบรนด์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทเอง ครอบคลุมเครื่องสำอาง กันแดด ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ช่องปาก และดูแลเส้นผม
มุมมอง: หุ้นพื้นฐานค่อนข้างแข็งแรง ฐานะการเงินดี แต่ กำไรไตรมาส 1/69 ชะลอตัวแรง ขณะที่ราคาหุ้นมีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ จึงเหมาะกับการวิเคราะห์แบบ “พื้นฐาน + รอจังหวะ” มากกว่าการไล่ราคา
1. ผลประกอบการล่าสุด — จุดที่ต้องจับตา
ไตรมาส 1/2569 S&J มี
| รายการ | Q1/69 | Q1/68 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| รายได้ | 1,469.50 ลบ. | 1,589.69 ลบ. | -7.6% |
| ค่าใช้จ่าย | 1,425.42 ลบ. | 1,428.20 ลบ. | ทรงตัว |
| กำไรสุทธิ | 59.40 ลบ. | 130.97 ลบ. | -54.6% |
ขณะที่ปี 2568 ทั้งปี บริษัทมีรายได้ 7,046.20 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 442.07 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่กำไร 476.06 ล้านบาท
ประเด็นสำคัญ: รายได้ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายไม่ได้ลดลงตาม ทำให้เกิดแรงกดดันต่อกำไรอย่างชัดเจน ดังนั้นสิ่งที่ต้องติดตามในไตรมาสถัดไปคือ การฟื้นตัวของยอดคำสั่งซื้อและอัตรากำไร
- จุดแข็งของ S&J
① ธุรกิจมีความหลากหลาย
ไม่ได้พึ่งพาเครื่องสำอางเพียงอย่างเดียว แต่มีทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผิว กันแดด อาบน้ำ ช่องปาก และเส้นผม ทำให้มีโอกาสรับคำสั่งซื้อจากหลายกลุ่มสินค้า
② โมเดล OEM/ODM มีโอกาสเติบโตตามแบรนด์
จุดแข็งของธุรกิจคือสามารถผลิตให้เจ้าของแบรนด์และพัฒนาสินค้าให้ลูกค้า ทำให้มีโอกาสได้ประโยชน์จากเทรนด์ Beauty & Personal Care โดยไม่จำเป็นต้องสร้างแบรนด์ค้าปลีกเองทั้งหมด
③ ฐานะการเงินค่อนข้างแข็งแรง
ณ 31 มี.ค. 2569 บริษัทมีสินทรัพย์ประมาณ 7,590.51 ล้านบาท หนี้สินเพียง 1,583.75 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้น 5,067.57 ล้านบาท
คิดเป็นหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นประมาณ 0.31 เท่า ถือว่าอยู่ในระดับไม่สูง
④ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังดี
Q1/69 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานประมาณ 225.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากจาก 30.90 ล้านบาทใน Q1/68
นี่เป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะแม้กำไรสุทธิจะลดลง แต่ธุรกิจยังสามารถสร้างเงินสดจากการดำเนินงานได้ดี - จุดอ่อนและความเสี่ยง
🔴 กำไรลดแรงกว่ารายได้
นี่คือสัญญาณที่ต้องระวังที่สุด
รายได้ Q1/69 ลดประมาณ 7.6% แต่กำไรสุทธิลดถึงประมาณ 54.6%
แปลว่าแรงกดดันไม่ได้อยู่แค่ยอดขาย แต่เกี่ยวข้องกับ โครงสร้างต้นทุนและอัตรากำไร ด้วย
หากไตรมาส 2–3 ยังเห็นกำไรหดตัวต่อเนื่อง ตลาดอาจเริ่มปรับประมาณการกำไรทั้งปีลง
🔴 สภาพคล่องการซื้อขายต่ำ
S&J เป็นหุ้นที่มีการซื้อขายค่อนข้างบาง บนข้อมูล SET ที่พบมีช่วงที่ปริมาณซื้อขายเพียงหลักหน่วยถึงหลักพันหุ้น และราคาปิดที่ 33.25 บาท ขณะที่ Bid/Offer มีช่องว่างค่อนข้างมาก
ดังนั้น ราคาอาจไม่สะท้อนมูลค่าพื้นฐานได้ทันที
และสำหรับนักลงทุนระยะสั้น จุดนี้ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญ เพราะเข้าได้ง่ายกว่าการออกในบางจังหวะ
🔴 ต้องพิสูจน์การกลับมาของกำไร
ปี 2568 กำไรสุทธิ 442 ล้านบาท ลดจาก 476 ล้านบาทในปี 2567 และ Q1/69 ก็ลดลงต่ออีก
ดังนั้น S&J ยังไม่ใช่หุ้นประเภท “กำไรเติบโตต่อเนื่องชัดเจน” ณ ข้อมูลล่าสุด - มุมมอง Valuation
ข้อมูล SET ระบุราคาประมาณ 33.25 บาท, Market Cap ราว 4,985 ล้านบาท, P/E ประมาณ 13.46 เท่า และ P/BV ประมาณ 0.98 เท่า ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 27.00–36.75 บาท
ผมมองว่า
P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า = จุดน่าสนใจ
เพราะบริษัทมีสินทรัพย์และส่วนของผู้ถือหุ้นค่อนข้างมาก
แต่ P/E 13.46 เท่าไม่ได้ถือว่าถูกมาก หากกำไรยังอยู่ในช่วงขาลง
ดังนั้นราคาบริเวณนี้จะน่าสนใจขึ้นมาก หากบริษัทสามารถทำให้กำไรกลับมาเติบโตในครึ่งหลังของปี - มุมมองเชิงเทคนิค
ข้อมูลราคาที่ตลาดเผยแพร่ล่าสุดที่ค้นพบยังอยู่บริเวณ 33.25 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์ 27–36.75 บาท
ผมจะวางโซนติดตามแบบนี้:
แนวรับ
🟢 32.00–33.00 บาท — โซนแรกสำหรับดูแรงรับ
🟢 30.00–31.00 บาท — แนวรับสำคัญกว่า
🔵 27.00 บาท — Low ในรอบ 52 สัปดาห์
แนวต้าน
🔴 34.50–35.00 บาท
🔴 36.00–36.75 บาท — High 52 สัปดาห์
🚀 หากผ่าน 36.75 บาท พร้อม Volume มีโอกาสเปลี่ยนภาพเป็นขาขึ้นรอบใหม่
แต่ต้องย้ำว่า S&J มีสภาพคล่องต่ำ ดังนั้นการเบรกแนวต้านโดยไม่มี Volume สนับสนุนอาจเป็นสัญญาณที่หลอกได้ง่าย
🎯 สรุปแบบนักลงทุน
S&J = “พื้นฐานแข็งแรง แต่กำไรต้องรอการฟื้นตัว”
| ปัจจัย | มุมมอง |
|---|---|
| ธุรกิจ | ⭐⭐⭐⭐ |
| ฐานะการเงิน | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| กระแสเงินสด | ⭐⭐⭐⭐ |
| การเติบโตของกำไร | ⭐⭐ |
| Valuation | ⭐⭐⭐⭐ |
| สภาพคล่องหุ้น | ⭐⭐ |
| Technical | ⭐⭐⭐ |
| ความน่าสนใจระยะกลาง | ⭐⭐⭐⭐ |
🔥 ประเด็นที่ผมให้น้ำหนักมากที่สุด
“อย่าเพิ่งดูแค่ P/E ต่ำหรือ P/BV ต่ำ ต้องดูว่ากำไรจะกลับมาโตได้หรือไม่”
ถ้า Q2–Q3/69 กำไรเริ่มฟื้น + รายได้กลับมาโต + Margin ดีขึ้น → S&J จะน่าสนใจขึ้นมาก
แต่ถ้ากำไรยังลดลงต่อเนื่อง → ราคาที่ P/E ระดับ 13 เท่าอาจยังไม่ได้ถูกอย่างที่เห็น
กลยุทธ์: สำหรับสายพื้นฐาน ผมให้น้ำหนัก “ทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัว” มากกว่าไล่ราคา ส่วนสายเทคนิคควรรอ Breakout เหนือ 36.75 บาทพร้อม Volume เพื่อยืนยันโมเมนตัม
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยเฉพาะ และงบล่าสุดที่ใช้คือ Q1/2569 สิ้นสุด 31 มี.ค. 2569 ซึ่งเป็นงบสอบทาน

