ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น ROCK บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น ROCK บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น ROCK บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน) ROCK อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ของใช้ในครัวเรือนและสานักงาน (Home & Office Products) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น ROCK
บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน) หรือ ROCK ประกอบธุรกิจหลักด้าน ผลิตและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน และพัฒนาโซลูชันสำหรับพื้นที่ทำงานและพื้นที่การเรียนรู้ โดยบริษัทดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 5 ทศวรรษ
ทรัพย์สินและทรัพยากรสำคัญที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ สามารถสรุปได้ดังนี้

ทรัพย์สินและกิจการของบริษัทย่อย/บริษัทร่วม
โครงสร้างกลุ่มธุรกิจของ ROCK ยังมีบริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น Alphaworth, Nexastone, Spacefriend และ Rockworth Systems Furniture India ซึ่งแต่ละแห่งมีบทบาทแตกต่างกัน ทั้งด้านการลงทุน เทคโนโลยี การออกแบบ/ผลิตเฟอร์นิเจอร์ และธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานในอินเดีย
สรุปมุมมองนักลงทุน
ทรัพย์สินหลักของ ROCK จึงไม่ได้มีเพียงอาคารหรือโรงงาน แต่ประกอบด้วย
🏭 โรงงาน + เครื่องจักรการผลิต + วัตถุดิบ/สินค้าคงเหลือ + อาคารและพื้นที่ดำเนินงาน + อุปกรณ์สำนักงานและเทคโนโลยี + แบรนด์และองค์ความรู้ด้านเฟอร์นิเจอร์ + เครือข่ายบริษัทย่อย/บริษัทร่วม
จุดเด่นของ ROCK คือมี ฐานธุรกิจและความเชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์สำนักงานมายาวนาน ขณะที่บริษัทกำลังวางตำแหน่งตัวเองมากกว่าแค่ “ผู้ขายเฟอร์นิเจอร์” โดยเน้นการเป็นผู้ให้บริการ Total Office Furniture Solutions สำหรับพื้นที่ทำงานและพื้นที่การเรียนรู้
สำหรับข้อมูลเชิงตัวเลขของ ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร สินค้าคงเหลือ และสินทรัพย์ถาวร ควรอ้างอิงงบการเงินล่าสุดของ ROCK โดย SET ระบุว่างบล่าสุดที่เผยแพร่เป็น ไตรมาส 1/2569

อาคารและสถานที่ประกอบธุรกิจ
บริษัทมี สำนักงานใหญ่ที่ถนนอโศก-ดินแดง กรุงเทพฯ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ดำเนินงานและติดต่อธุรกิจของบริษัท
นอกจากนี้ ทรัพย์สินด้านสถานที่ยังมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านการผลิต การจัดเก็บสินค้า การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ และการให้บริการลูกค้า

โรงงานและเครื่องจักรสำหรับผลิตเฟอร์นิเจอร์
ทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อธุรกิจหลัก ได้แก่ อาคารโรงงาน เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต และระบบที่ใช้ในกระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เนื่องจากธุรกิจหลักของ ROCK คือการผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์
ทรัพย์สินกลุ่มนี้ช่วยให้บริษัทสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น โต๊ะทำงาน เก้าอี้ ตู้ และเฟอร์นิเจอร์สำหรับพื้นที่สำนักงานได้

สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์จำเป็นต้องมี วัตถุดิบ ชิ้นส่วน สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป เพื่อรองรับการผลิตและการจำหน่าย
ถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงาน เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างรายได้ของบริษัท

อาคาร/พื้นที่สำหรับจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า
ROCK มีทรัพยากรด้านพื้นที่สำหรับนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันการออกแบบสำนักงาน เนื่องจากบริษัทไม่ได้จำหน่ายเพียงเฟอร์นิเจอร์ แต่ยังนำเสนอ โซลูชันสำหรับสภาพแวดล้อมการทำงานและพื้นที่การเรียนรู้แบบครบวงจร

อุปกรณ์สำนักงานและระบบเทคโนโลยี
บริษัทมีทรัพย์สินประเภท คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ อุปกรณ์สำนักงาน และระบบเทคโนโลยี ที่ใช้สนับสนุนงานขาย การออกแบบ การผลิต การบริหารจัดการ และการให้บริการลูกค้า
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทมี บริษัท เนกซาสโตน จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยี สะท้อนการมีทรัพยากรและความสามารถด้านเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนธุรกิจด้วย

ทรัพย์สินด้านการออกแบบและผลิตภัณฑ์
อีกหนึ่งทรัพย์สินสำคัญของ ROCK คือ องค์ความรู้ด้านการออกแบบ แบรนด์ ผลิตภัณฑ์ แบบดีไซน์ และความเชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่ทำงาน ซึ่งเป็นสินทรัพย์เชิงธุรกิจที่ช่วยสร้างความแตกต่างจากผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป
บริษัทระบุว่ามีความเชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและการสร้างสรรค์ “สำนักงานอัจฉริยะยุคใหม่”


กลุ่มบริษัทในเครือของ ROCK
จากข้อมูล แบบ 56-1 One Report ปี 2568 ของ บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน) พบว่า ROCK มีทั้ง บริษัทย่อยและ

บริษัทร่วม โดยโครงสร้างหลักมีดังนี้


🔎 โครงสร้างแบบเข้าใจง่าย
ROCK – ร้อกเวิธ
↓ 99.99%
อัลฟาเวิธ — บริษัทโฮลดิ้ง/ลงทุน
↙         ↘
Nexastone    Space Friend
ธุรกิจเทคโนโลยี   เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว

และ ROCK ถือหุ้นโดยตรง 32.40% ใน
Rockworth Systems Furniture India → ขยายธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานสู่ตลาดอินเดีย
📌 ประเด็นที่น่าสนใจของ ROCK
โครงสร้างของ ROCK ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน แต่มีการใช้ Alphaworth เป็นบริษัทสำหรับการลงทุนและขยายธุรกิจใหม่ โดยมีการลงทุนไปยังธุรกิจเทคโนโลยีและเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ขณะที่การถือหุ้นในอินเดียช่วยต่อยอดธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานในต่างประเทศ
นอกจากนี้ ธุรกิจหลักของ ROCK ยังคงเป็น เฟอร์นิเจอร์สำนักงานและโซลูชันสำหรับสภาพแวดล้อมการทำงาน ซึ่งบริษัทระบุว่าดำเนินธุรกิจด้านนี้มายาวนานกว่า 5 ทศวรรษ
สรุป: จุดที่ควรจับตาคือ Alphaworth → การลงทุนธุรกิจใหม่ และ Rockworth India → การขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นช่องทางสร้างการเติบโตเพิ่มเติมจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานเดิมของ ROCK.



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น ROCK — บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน รวมถึงโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทำงาน โดยมีทั้งตลาดเอกชนและโครงการต่าง ๆ ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะเชื่อมโยงกับ การแข่งขัน ต้นทุนวัตถุดิบ เศรษฐกิจ การบริหารลูกหนี้ และต้นทุนทางการเงิน โดยบริษัทเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงไว้ใน One Report และเอกสารนักลงทุนของบริษัท


🔎 สรุปความเสี่ยง ROCK แบบนักลงทุน



ข้อมูล ณ วันที่ 07 พ.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น ROCK
บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน) หรือ ROCK เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำนักงานของไทย โดยบริษัทดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 5 ทศวรรษ และมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2515
🔹 พัฒนาการสำคัญตามช่วงเวลา

ผลประกอบการปี 2568 สะท้อนการเติบโต
ปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 60.219 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 45.736 ล้านบาทในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 31.7% จากข้อมูลผลประกอบการที่รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ
🎯 สรุปมุมมองพัฒนาการของ ROCK
จุดที่น่าสนใจของ ROCK คือการพยายาม ยกระดับโมเดลธุรกิจจากผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน → ผู้ให้บริการโซลูชันพื้นที่ทำงานครบวงจร โดยเฉพาะการเพิ่มธุรกิจ Digital Building & Office Management และ Knock-down Interior ซึ่งเป็นการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเดิมไปสู่ธุรกิจบริการและโซลูชันที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
ประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามต่อ: การเติบโตของธุรกิจใหม่, การสร้างรายได้จาก Smart Office, ความสามารถในการรักษาอัตรากำไร และการขยายฐานลูกค้าองค์กร เพราะจะเป็นตัวชี้ว่า ROCK สามารถเปลี่ยนจาก “หุ้นเฟอร์นิเจอร์” ไปเป็น “หุ้น Workplace Solutions” ได้มากน้อยเพียงใด

ก่อตั้งและสร้างฐานธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
ร้อกเวิธเริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2515 และพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ผลิต และจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำนักงานมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ยาวนานในตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานไทย

เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
บริษัทจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2537 โดยมีชื่อย่อหลักทรัพย์ ROCK และดำเนินธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน

ขยายช่องทางการจำหน่ายและตลาดต่างประเทศ
ในช่วงการพัฒนาธุรกิจ บริษัทมีทั้งการจำหน่ายผ่านทีมขายโดยตรง งานโครงการ ตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาค รวมถึงการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ และมีการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปและวัสดุอุปกรณ์จากต่างประเทศด้วย

ปรับธุรกิจเข้าสู่ยุค New Normal
ช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจสำนักงานและการดำเนินงานของบริษัท ROCK จึงปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับตลาด เช่น การปรับปรุงสายการผลิต การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความสูญเสีย รวมถึงการเพิ่มช่องทาง การขายออนไลน์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานยุคใหม่

ปี 2567 — จุดเปลี่ยนสำคัญจาก “เฟอร์นิเจอร์” สู่ “โซลูชันสำนักงาน”
ในปี 2567 ROCK ขยายธุรกิจเข้าสู่ 2 กลุ่มใหม่ที่มีศักยภาพเติบโต ได้แก่
ธุรกิจบริหารจัดการอาคารและสำนักงานด้วยระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารอาคารและสำนักงาน
ธุรกิจตกแต่งภายในด้วยระบบน็อคดาวน์ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนก่อสร้าง พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบ
โดยบริษัทใช้รูปแบบ ร่วมทุนกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อเข้าสู่ธุรกิจใหม่ดังกล่าว

มุ่งสู่ Smart Office และ Workplace Solutions
ปัจจุบัน ROCK วางทิศทางจากผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงานไปสู่การเป็นผู้ให้บริการ Office Solutions / Smart Office โดยเน้นการออกแบบพื้นที่ทำงานที่สนับสนุนประสิทธิภาพ ความคิดสร้างสรรค์ สุขภาวะ และรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป







📌 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ


ในช่วงเดือน มิ.ย. ราคาสามารถสร้างฐานบริเวณ 9.55–9.90 บาท ก่อนฟื้นขึ้นมาบริเวณ 10 บาทกว่า ๆ และช่วง ก.ค. มีการแกว่งขึ้นทดสอบ 11 บาทหลายครั้ง

🚨 จุดที่ต้องจับตา
กรณี Bullish:
หาก ROCK สามารถ ยืนเหนือ 11.00 บาทได้ พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณบวก เพราะเป็นการผ่าน High ระยะสั้น และมีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ 11.20–11.50 บาท ก่อนลุ้นโซน 12.00–12.50 บาท
กรณี Sideway:
หากยังไม่ผ่าน 11 บาท หุ้นมีโอกาสแกว่งกลับไปมาในกรอบ 10.00–11.00 บาท ซึ่งเหมาะกับการรอจังหวะมากกว่าการไล่ราคา
กรณี Bearish:
หากหลุด 10.00 บาท และไม่สามารถกลับมายืนได้ มีโอกาสถอยลงทดสอบ 9.80–9.60 บาท และหากหลุด 9.50 บาท ภาพเทคนิคจะเริ่มเสียทรงชัดเจน
⚠️ ประเด็นสำคัญมาก: Volume
ROCK เป็นหุ้นที่ สภาพคล่องต่ำ อย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่นข้อมูล SET ในวันที่ 24 ก.ค. มีปริมาณซื้อขายเพียง 13,303 หุ้น และก่อนหน้านั้นหลายวันมีปริมาณซื้อขายเพียงหลักร้อยถึงหลักพันหุ้น
ดังนั้น การ Breakout ต้องดู Volume เป็นตัว Confirm หากราคาขึ้นทะลุ 11 บาทแต่ Volume ยังบางมาก มีความเสี่ยงที่จะเป็น False Breakout
🎯 กลยุทธ์สายเทคนิค
สายเก็งกำไร: รอราคาเบรก 11.00 บาท พร้อม Volume ก่อนพิจารณาตามน้ำ
สายรอรับ: โซน 10.00–10.20 บาท เป็นบริเวณที่น่าสังเกต หากมีแรงซื้อกลับ
Stop Loss เชิงเทคนิค: หากหลุด 9.80–10.00 บาท ควรระวังแรงขายต่อเนื่อง
เป้าหมาย: 11.20 → 11.50 → 12.00 → 12.50 บาท
🔥 สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
ROCK กำลังสะสมพลังใต้แนวต้าน 11 บาท!
เกมนี้ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา เพราะสภาพคล่องค่อนข้างบาง แต่ถ้า ทะลุ 11.00 บาท + Volume ระเบิด เมื่อไหร่ ภาพจะเปลี่ยนจาก Sideway เป็น Breakout Play ทันที
จับตา 2 ราคา:
🟢 11.00 บาท = จุดเปลี่ยนเกม
🔴 10.00 บาท = ฐานสำคัญ
โดยรวมผมให้น้ำหนัก “รอเบรก” มากกว่า “ไล่ซื้อ” เพราะ Volume เป็นข้อจำกัดสำคัญของ ROCK ในขณะนี้ และข้อมูล SET ก็แสดงให้เห็นว่าการซื้อขายของหุ้นค่อนข้างเบาบาง
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นการวิเคราะห์เชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่มีเผยแพร่ล่าสุด ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์



วิเคราะห์หุ้น ROCK — บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน)
ROCK เป็นหุ้นขนาดเล็กในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค/ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน โดยธุรกิจหลักคือผลิตและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
🔥 มุมมองสายเทคนิค
ข้อมูล SET ล่าสุดที่ค้นพบ ราคาหุ้นอยู่บริเวณ 10.20–10.80 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 9.00–12.50 บาท
ภาพรวมผมมองว่า “แกว่งตัวสะสม ยังไม่ใช่ขาขึ้นเต็มตัว”
เหตุผลสำคัญคือ ROCK มีสภาพคล่องในการซื้อขายค่อนข้างต่ำมาก ตัวอย่างเช่นวันที่ 21 ก.ค. มีการซื้อขายเพียง 100 หุ้น และวันที่ 24 ก.ค. มี 13,303 หุ้น ดังนั้นสัญญาณทางเทคนิคอาจเกิดการกระโดดของราคาได้ง่าย และ ไม่ควรตีความแท่งเทียนเพียงไม่กี่วันเหมือนหุ้นสภาพคล่องสูง


📌 แนวรับ–แนวต้านที่น่าจับตา


ราคาที่ขึ้นไปทำ High 52 สัปดาห์บริเวณ 12.50 บาท แล้วถอยกลับลงมา แปลว่าบริเวณ 12 บาทขึ้นไปยังมีแรงขายรออยู่ค่อนข้างชัดเจน

🚀 จุดที่ต้องจับตา
ถ้า ROCK ผ่าน 11.00–11.20 บาทได้ พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเริ่มมีภาพของการกลับมาเล่นรอบ และมีโอกาสทดสอบ
11.50 → 12.00 → 12.50 บาท
โดยเฉพาะ 12.50 บาท ถือเป็นด่านสำคัญมาก เพราะเป็น High ในรอบ 52 สัปดาห์
ในทางกลับกัน หากหลุด 10.00 บาท อย่างมีนัยสำคัญ ต้องระวังแรงขายกดลงหาโซน 9.00–9.50 บาท
💰 มุมมองพื้นฐาน
จุดที่น่าสนใจของ ROCK คือ กำไรปี 2568 เติบโตค่อนข้างแรง
กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 60.22 ล้านบาท เพิ่มจาก 45.74 ล้านบาท ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 31.8% และ EPS เพิ่มจาก 2.29 บาทเป็น 3.01 บาท
ขณะที่ Factsheet ของ SET ณ 17 ก.ค. 2569 ระบุ Market Cap ประมาณ 214 ล้านบาท, P/E 3.21 เท่า, P/BV 0.44 เท่า และ EV/EBITDA 2.95 เท่า
ดังนั้นในเชิง Valuation ถือว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับตัวเลขกำไรที่ผ่านมา
แต่มีจุดที่ต้องระวังอย่างมากคือ Q1/2569 แม้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 182.69 ล้านบาท หรือ +31.87% YoY แต่ยังมีผลขาดทุนสุทธิประมาณ 1.30 ล้านบาท แม้ขาดทุนลดลงมากจากปีก่อน
พูดง่าย ๆ คือ
“รายได้กำลังฟื้น แต่กำไรไตรมาสล่าสุดยังไม่กลับมาเต็มที่”
นี่เป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามงบไตรมาสถัดไป
🎯 กลยุทธ์ที่ผมมอง
สายเก็งกำไร:
รอให้ราคายืนเหนือ 10.70–11.00 บาท และเห็น Volume เข้ามาจริงก่อน จะปลอดภัยกว่าการไล่ราคาในหุ้นที่สภาพคล่องต่ำ
สายถือรอ:
โซน 10.00–10.20 บาท เป็นพื้นที่ที่น่าจับตา หากราคายังรักษาโซนนี้ได้ โครงสร้างสะสมยังไม่เสีย
เป้าหมาย:
11.20 → 12.00 → 12.50 บาท
จุดเฝ้าระวัง:
หากหลุด 10.00 บาท ให้ระวังโครงสร้างเสีย และมีโอกาสกลับไปทดสอบ 9 บาทกว่า ๆ
🔥 บทสรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
ROCK ยังไม่ใช่หุ้นที่ควรไล่ราคา แต่เป็นหุ้นที่ต้อง “รอเบรกแล้วตาม”
พื้นฐานมีจุดน่าสนใจจากกำไรปี 2568 ที่โตแรง และ Valuation ต่ำมาก แต่ Q1/69 ยังขาดทุน ขณะที่สภาพคล่องการซื้อขายต่ำ ทำให้ความเสี่ยงจากการเข้า–ออกสถานะสูงกว่าหุ้นทั่วไป
สัญญาณ Bullish จริง ๆ:
ทะลุ 11.20 + Volume มา = เริ่มน่าสนใจ
สัญญาณสำคัญที่สุด:
ทะลุ 12.50 บาท = มีโอกาสเปลี่ยนจาก Sideway เป็นรอบขาขึ้น
สัญญาณต้องระวัง:
หลุด 10.00 บาท = ถอยมารอดูใหม่
มุมมองโดยรวม: 🟡 “สะสม/รอเบรก” มากกว่า “ไล่ซื้อ”
หมายเหตุ: เนื่องจาก ROCK มีสภาพคล่องต่ำมาก แนวรับ–แนวต้านทางเทคนิคเป็นโซนประมาณการ ไม่ใช่ระดับรับประกัน และควรใช้ Volume ประกอบทุกครั้ง


Disclaimer

ใส่ความเห็น