ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น RABBIT บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น RABBIT บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น RABBIT บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) RABBIT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




**** ไม่มีข้อมูล ****

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น RABBIT
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
RABBIT มีลักษณะเป็น บริษัทโฮลดิ้ง ที่ลงทุนในธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม คือ อสังหาริมทรัพย์ และ บริการทางการเงิน โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมประมาณ 61,122 ล้านบาท

  1. โรงแรม
    ทรัพย์สินสำคัญของกลุ่ม RABBIT ประกอบด้วยการลงทุนในธุรกิจโรงแรมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทระบุว่ามี โรงแรมเพื่อเช่าในต่างประเทศ 15 แห่ง ในเยอรมนี โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก และสาธารณรัฐสโลวัก รวม 2,109 ห้อง
    นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในทรัพย์สินหลักของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยธุรกิจโรงแรมของบริษัทมีรายได้รวมในปี 2568 ประมาณ 2,709 ล้านบาท
  2. อาคารสำนักงานและอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า
    RABBIT มีทรัพย์สินประเภทอาคารสำนักงานเพื่อสร้างรายได้จากค่าเช่า ได้แก่
    อาคาร 33 Gracechurch ในสหราชอาณาจักร
    อาคาร เดอะ ยูนิคอร์น พญาไท
    โครงการ โนเบิล เพลินจิต
    รวมพื้นที่ให้เช่าสุทธิประมาณ 35,450 ตารางเมตร
    นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ รวมประมาณ 20,730 ตารางเมตร
  3. โครงการและเงินลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
    บริษัทมีการลงทุนในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโครงการร่วมทุน โดยครอบคลุมทั้งการพัฒนา การขาย และการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์
    ตัวอย่างเช่น โครงการเดอะ ไลน์ ไวบ์ ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และในปี 2568 บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าประมาณ 59 ล้านบาท
  4. ทรัพย์สินและเงินลงทุนในธุรกิจประกันชีวิต
    อีกส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ RABBIT อยู่ในธุรกิจบริการทางการเงิน โดยมีการลงทุนใน ธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญของกลุ่มบริษัท
    ดังนั้นทรัพย์สินในส่วนนี้จะมีลักษณะเป็น เงินลงทุนและสินทรัพย์ที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิจประกันชีวิต มากกว่าทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์โดยตรง
  5. สินทรัพย์จากธุรกิจบริหาร NPL และ NPA
    RABBIT ยังมีธุรกิจบริหาร สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) และ ทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ซึ่งทำให้สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเงินเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของกลุ่มบริษัท
    ทรัพย์สินในส่วนนี้จึงครอบคลุมทั้ง พอร์ตสินเชื่อด้อยคุณภาพและทรัพย์สินที่รับโอนหรือถือครองเพื่อการบริหารและจำหน่าย ตามลักษณะธุรกิจบริหารสินทรัพย์
  6. เงินลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงิน
    บริษัทมีการลงทุนผ่านบริษัทย่อยและกิจการที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ธุรกิจจัดการกองทุนและการลงทุนทางการเงินอื่น ๆ ทำให้เงินลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงินเป็นองค์ประกอบสำคัญของฐานสินทรัพย์ RABBIT เช่นกัน

สรุปโครงสร้างทรัพย์สิน RABBIT

กลุ่มทรัพย์สินลักษณะ
🏨 โรงแรมโรงแรมในไทยและต่างประเทศ
🏢 อาคารสำนักงานอาคารเพื่อสร้างรายได้จากค่าเช่า
🏬 พื้นที่เชิงพาณิชย์พื้นที่ร้านค้าและพื้นที่เช่า
🏗️ อสังหาริมทรัพย์โครงการพัฒนาและเงินลงทุนในโครงการร่วมทุน
💰 ธุรกิจประกันชีวิตเงินลงทุนและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกัน
📑 NPL/NPAพอร์ตสินเชื่อด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย
📊 การจัดการกองทุนเงินลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงิน
💵 เงินลงทุนอื่นการลงทุนในธุรกิจและสินทรัพย์ทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

ภาพรวม: RABBIT ไม่ได้มีทรัพย์สินเป็นเพียงอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นการผสมระหว่าง โรงแรม + อาคารและพื้นที่ให้เช่า + การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ + ธุรกิจประกันชีวิต + NPL/NPA + สินทรัพย์ทางการเงิน โดยข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่า RABBIT ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า บริการ จำหน่าย และบริหารอย่างครบวงจร ขณะที่ข้อมูล 6M/2569 ระบุสินทรัพย์รวมประมาณ 61,122 ล้านบาท


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น RABBIT
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
โครงสร้างธุรกิจของ RABBIT ปัจจุบันเน้น 2 แกนหลัก คือ ธุรกิจบริการทางการเงิน และ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์/การลงทุนในสินทรัพย์ โดยบริษัทได้ปรับยุทธศาสตร์จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปสู่ธุรกิจการเงินตั้งแต่ปี 2564 และในปี 2567 บริษัทได้กลายเป็นบริษัทย่อยของกลุ่ม BTS หลัง BTS เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 65.35%

  1. กลุ่มธุรกิจประกันชีวิต
    บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (Rabbit Life)
    เป็นธุรกิจหลักด้านประกันชีวิตของ RABBIT ให้บริการผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและประกันที่เกี่ยวข้อง โดย RABBIT เข้าลงทุนในธุรกิจนี้ตั้งแต่ปี 2564 และยังถือเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของกลุ่มในปัจจุบัน
  2. กลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์และ NPL/NPA
    บริษัท ไพร์มโซน แอสเซท แมเนจเม้นท์ จำกัด (Prime Zone Asset Management)
    ดำเนินธุรกิจบริหาร สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) และ ทรัพย์สินรอการขาย (NPA) โดย RABBIT ถือผ่าน RBH Ventures ในสัดส่วน 70% ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย
    ธุรกิจนี้มีบทบาทสำคัญต่อกลยุทธ์ของ RABBIT เนื่องจากตลาด NPL มีสินทรัพย์จำนวนมาก และ Prime Zone มุ่งขยายพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าว
  3. กลุ่มธุรกิจบริหารกองทุน
    บริษัท เมธา แอสเซท แมเนจเมนท์ จำกัด (Metha Asset Management)
    ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการกองทุน โดย RABBIT ถือผ่าน RBH Ventures ในสัดส่วน 50% ตามข้อมูลบริษัท
    Metha มุ่งเน้นกลุ่มนักลงทุนที่มีสินทรัพย์สูง (High Net Worth) และบริษัทระบุว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ช่วยขยายพอร์ตบริการทางการเงินของ RABBIT
  4. กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน
    RABBIT ยังมีธุรกิจและสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ โรงแรม อสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า อสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้บริษัทจะทยอยปรับพอร์ตและจำหน่ายสินทรัพย์บางส่วนตามยุทธศาสตร์ใหม่ก็ตาม
    หนึ่งในบริษัทร่วมทุนที่สำคัญคือ
    บริษัท Keystone Management จำกัด — ธุรกิจบริหารโรงเรียนนานาชาติ โดย RABBIT ถือหุ้น 50% ร่วมกับ Fortune Hand Ventures Limited อีก 49% และผู้ถือหุ้นรายอื่น 1% ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย
  5. บริษัทโฮลดิ้งที่ใช้ถือการลงทุน
    บริษัท RBH Ventures จำกัด
    เป็นบริษัทที่ RABBIT ใช้เป็นโครงสร้างสำหรับการลงทุนในธุรกิจสำคัญ โดยเฉพาะ Prime Zone Asset Management และ Metha Asset Management
  6. การลงทุนในบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเงิน
    ในช่วงที่ RABBIT ปรับยุทธศาสตร์เข้าสู่ Financial Services บริษัทเคยลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน
    SINGER — บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
    JMART — บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
    SGC — บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นธุรกิจการเงินในกลุ่ม SINGER
    บริษัทระบุว่าในปี 2564 ได้ลงทุนใน SINGER 24.9% และ JMART 9.9% เพื่อใช้ประโยชน์จากความสามารถด้าน FinTech และช่องทางจัดจำหน่ายของทั้งสองกลุ่ม

สรุปโครงสร้าง RABBIT แบบเข้าใจง่าย
RABBIT Holdings
├── Rabbit Life → ประกันชีวิต
├── RBH Ventures → บริษัทโฮลดิ้งสำหรับการลงทุน
│ ├── Prime Zone Asset Management → NPL / NPA
│ └── Metha Asset Management → บริหารกองทุน
├── Keystone Management → บริหารโรงเรียนนานาชาติ
├── ธุรกิจ/สินทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์และโรงแรม
└── การลงทุนทางการเงินใน SINGER / JMART / SGC และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นสำคัญสำหรับวิเคราะห์หุ้น RABBIT: โครงสร้างบริษัทไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจเดียว แต่มีลักษณะเป็น Investment Holding Company ที่กระจายการลงทุนไปยังประกันชีวิต การบริหาร NPL/NPA การบริหารกองทุน และอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นการประเมินมูลค่า RABBIT ควรพิจารณาทั้งมูลค่าธุรกิจแต่ละส่วนและมูลค่าการลงทุนที่บริษัทถืออยู่ประกอบกัน



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น RABBIT
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
RABBIT มีลักษณะเป็น Holding Company ที่ลงทุนในหลายธุรกิจ โดยปัจจุบันมีแกนหลักทั้ง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ ธุรกิจบริการทางการเงิน เช่น โรงแรม อสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า พัฒนาและขายอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจประกันชีวิต การบริหาร NPL/NPA และธุรกิจจัดการกองทุน ทำให้ความเสี่ยงของบริษัทมีหลายมิติและไม่ได้ขึ้นกับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเพียงอย่างเดียว

  1. ความเสี่ยงจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
    รายได้และมูลค่าทรัพย์สินของ RABBIT มีความเชื่อมโยงกับภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ หากกำลังซื้อชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยสูง หรือการแข่งขันรุนแรง อาจกระทบยอดขาย การเช่า ราคาทรัพย์สิน และความสามารถในการทำกำไรของโครงการ
    โดยเฉพาะธุรกิจพัฒนาและขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีความเสี่ยงด้านต้นทุนก่อสร้าง ระยะเวลาการพัฒนาโครงการ และการขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
  2. ความเสี่ยงจากธุรกิจโรงแรม
    ธุรกิจโรงแรมมีความอ่อนไหวต่อจำนวนผู้เข้าพัก นักท่องเที่ยว ภาวะเศรษฐกิจ และการแข่งขันในตลาด หากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงหรือราคาห้องพักปรับตัวลง อาจกระทบรายได้และอัตราการเข้าพักของโรงแรม
  3. ความเสี่ยงจากธุรกิจบริการทางการเงิน
    RABBIT มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ประกันชีวิต การบริหาร NPL/NPA และการจัดการกองทุน ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านเครดิต ตลาดการเงิน อัตราดอกเบี้ย และมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน
    ธุรกิจ NPL/NPA ยังมีความเสี่ยงจากการประเมินมูลค่าหลักประกัน การเรียกเก็บหนี้ และระยะเวลาที่ใช้ในการบริหารหรือจำหน่ายทรัพย์สิน
  4. ความเสี่ยงจากความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน
    ผลประกอบการของธุรกิจการเงินอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน ตัวอย่างเช่น ใน 9 เดือนปี 2568 บริษัทระบุว่ารายได้ธุรกิจบริการทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินของธุรกิจประกันชีวิต
    ดังนั้น กำไรบางส่วนอาจมีความผันผวนตามตลาดการเงิน ไม่ได้สะท้อนเฉพาะรายได้จากการดำเนินงานประจำเท่านั้น
  5. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
    การดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยจึงอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน กระแสเงินสด และมูลค่าการลงทุน
    ข้อมูล SET ณ 23 ก.ย. 2569 ระบุว่า RABBIT มี EV ประมาณ 34,329 ล้านบาท เทียบกับ Market Cap ประมาณ 2,470 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าการพิจารณาหุ้นควรดูทั้งโครงสร้างเงินทุนและภาระทางการเงิน ไม่ควรดูเฉพาะกำไรสุทธิหรือ Market Cap อย่างเดียว
  6. ความเสี่ยงจากการกระจายธุรกิจหลายประเภท
    แม้การลงทุนหลายธุรกิจจะช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ในอีกด้านหนึ่งทำให้โครงสร้างธุรกิจมีความซับซ้อน นักลงทุนต้องติดตามทั้งอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ประกันชีวิต NPL/NPA กองทุน และการลงทุนทางการเงิน
    ผลประกอบการของบริษัทจึงอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลายตลาดพร้อมกัน
  7. ความเสี่ยงจากการพึ่งพากลุ่ม BTS
    RABBIT เป็นบริษัทย่อยของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดย ณ 26 มี.ค. 2569 กลุ่ม BTS ถือหุ้น RABBIT ประมาณ 68.03%
    ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามทิศทางกลยุทธ์ การปรับโครงสร้างการลงทุน และธุรกรรมระหว่างบริษัทกับกลุ่ม BTS เพราะอาจมีผลต่อโครงสร้างธุรกิจและการจัดสรรเงินลงทุนของ RABBIT
  8. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและราคาหุ้น
    หุ้น RABBIT มี Market Cap ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับขนาดสินทรัพย์ของบริษัท และราคาหุ้นสามารถมีความผันผวนได้ โดย SET ระบุราคาที่ 0.33 บาท ณ 23 ก.ย. 2569 และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.25–0.43 บาท
    สำหรับนักลงทุน ความเสี่ยงจึงไม่ได้มีเพียงความผันผวนของธุรกิจ แต่รวมถึง สภาพคล่องของหุ้นและความผันผวนของราคาตลาด ด้วย
  9. ความเสี่ยงจากการเพิ่มทุนและ Dilution
    ในปี 2569 RABBIT มีการรับหุ้นเพิ่มทุนเข้าซื้อขาย โดย SET แจ้งว่าหุ้นเพิ่มทุนเริ่มซื้อขายวันที่ 14 ก.ค. 2569
    หากบริษัทมีการระดมทุนเพิ่มเติมในอนาคต นักลงทุนควรติดตามจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น วัตถุประสงค์ของการใช้เงิน และผลกระทบต่อ กำไรต่อหุ้น (EPS) และสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม

🔎 สรุปความเสี่ยง RABBIT แบบนักลงทุน
RABBIT = อสังหาฯ + โรงแรม + การเงิน + การลงทุน
ประเด็นที่ควรจับตาเป็นพิเศษคือ
🏢 ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์และยอดขายโครงการ
🏨 จำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราการเข้าพักโรงแรม
💰 คุณภาพ NPL/NPA และความสามารถในการบริหารสินทรัพย์
📈 ความผันผวนของตลาดการเงินและมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน
💸 อัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
🏦 โครงสร้างเงินทุนและสภาพคล่อง
🤝 การพึ่งพากลุ่ม BTS และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการลงทุน
📊 ความผันผวนของกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรม
📉 สภาพคล่องและความผันผวนของราคาหุ้น
🧾 การเพิ่มทุนและผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิม
มุมที่น่าสนใจ: ผลประกอบการล่าสุดมีการฟื้นตัว โดย 6 เดือนแรกปี 2569 RABBIT รายงานกำไรสุทธิ 399.57 ล้านบาท เพิ่มจาก 34.14 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่สินทรัพย์อยู่ที่ 61,122 ล้านบาท และหนี้สิน 28,170 ล้านบาท ดังนั้น ประเด็นสำคัญต่อจากนี้คือ การตรวจสอบว่าการฟื้นตัวของกำไรสามารถดำเนินต่อเนื่องและมาจากรายได้ดำเนินงานที่ยั่งยืนเพียงใด มากกว่าดูตัวเลขกำไรเพียงไตรมาสเดียว


ข้อมูล ณ วันที่ 26 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดย บลจ. เมธา จำกัด1,946,400,00026.01
2บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)1,689,480,71422.57
3บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด349,776,0904.67
4น.ส. อำพร ศรีโพธิ์ทอง65,322,6020.87
5นาย ไชยยันต์ ชาครกุล60,592,8960.81
6น.ส. พิชสนีย์ ธนพฤทธิ์ภิญโญ46,970,0000.63
7น.ส. พัชริดา รวีรัตนานนท์43,000,0000.57
8นาย เณศร์ฐิรัช พงษ์นฤสรณ์38,000,0000.51
9นาย ประเสริฐ วิจิตรวรวงศ์34,000,0000.45
10นาย พูลสมบัติ ดำเนินชาญวนิชย์31,001,0000.41


พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น RABBIT
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
RABBIT มีพัฒนาการที่น่าสนใจจากเดิมที่เน้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม ก่อนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่และมุ่งสู่การเป็น บริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจบริการทางการเงินควบคู่กับอสังหาริมทรัพย์ โดยมีพัฒนาการสำคัญดังนี้

  1. ปี 2558 — BTS Group เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    กลุ่ม BTS Group เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทด้วยสัดส่วนประมาณ 35.64% ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างบริษัทกับกลุ่ม BTS อย่างชัดเจน
  2. ปี 2559–2561 — ขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศและไทย
    บริษัทขยายการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2559 เข้าลงทุนในอาคารสำนักงาน 33 Gracechurch Street กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และปี 2560 เข้าซื้อพอร์ตโรงแรมในยุโรป รวมถึงแพลตฟอร์มบริหารโรงแรม ก่อนขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่ม BTS ในปี 2561 ซึ่งครอบคลุมโรงแรม อาคารสำนักงาน ที่ดิน และโครงการที่อยู่อาศัย
  3. ปี 2562 — เพิ่มสินทรัพย์และขยายธุรกิจใหม่
    บริษัทขยายพอร์ตโรงแรมในยุโรปเพิ่มเติม รวมถึงการเข้าลงทุนในอาคารสำนักงาน Noble Ploenchit และพัฒนาโครงการ The Unicorn ขณะเดียวกันยังเดินหน้าธุรกิจการศึกษา โดยจัดตั้ง Verso International School และพัฒนาโครงการอาคารประวัติศาสตร์ Roi Chak Sam ให้เป็นโรงแรมบูติกระดับลักชัวรี
  4. ปี 2563 — ปรับพอร์ตเพื่อเพิ่มรายได้ประจำ
    บริษัทเดินหน้าปรับสมดุลพอร์ตสินทรัพย์ โดยเข้าซื้อพื้นที่เชิงพาณิชย์จำนวน 107 ยูนิต ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงร่วมทุนกับ Noble Development ในโครงการที่อยู่อาศัย และเข้าซื้อที่ดินในย่านสุขุมวิท อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของ COVID-19
  5. ปี 2564–2565 — จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ สู่ธุรกิจบริการทางการเงิน
    บริษัทเริ่มปรับยุทธศาสตร์จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปสู่ Financial Services อย่างจริงจัง โดยมีการลงทุนสำคัญ ได้แก่
    ลงทุนใน Singer Thailand ประมาณ 7,200 ล้านบาท
    ลงทุนใน Jaymart Group Holdings ประมาณ 4,100 ล้านบาท
    ลงทุนใน Rabbit Life Insurance ประมาณ 2,200 ล้านบาท
    พร้อมปรับโครงสร้างเงินทุนและทยอยลดสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เพื่อเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในธุรกิจบริการทางการเงิน
  6. ปี 2565 — รีแบรนด์จาก U City เป็น Rabbit Holdings
    บริษัทเปลี่ยนชื่อจาก บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อสะท้อนทิศทางธุรกิจใหม่ที่มุ่งเน้นการลงทุนและบริการทางการเงินมากขึ้น โดยปีดังกล่าวบริษัทมีกำไรสุทธิ 1,331 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตและการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
  7. ปี 2566 — ขยายเข้าสู่ NPL/NPA และธุรกิจบริหารกองทุน
    RABBIT ขยายธุรกิจบริการทางการเงินเพิ่มเติม โดยเข้าสู่ธุรกิจบริหาร สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ผ่านบริษัท บริหารสินทรัพย์ไพร์มโซน จำกัด และเข้าสู่ธุรกิจบริหารจัดการกองทุนผ่าน Metha Asset Management ขณะเดียวกันยังเปิดโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ The Unicorn
  8. ปี 2567 — BTS Group ยกระดับ RABBIT เป็นบริษัทย่อย
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 กลุ่ม BTS Group เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน RABBIT เป็น 65.35% ภายหลังการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจ ส่งผลให้ RABBIT เปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วมเป็น บริษัทย่อยของ BTS Group นอกจากนี้ RABBIT ยังจำหน่ายหุ้นทั้งหมดในบริษัท ยูนิซัน วัน จำกัด มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับพอร์ตเพื่อมุ่งเน้นธุรกิจบริการทางการเงินมากขึ้น
  9. ปี 2568 — ขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury
    บริษัทเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่ BTS Visionary Park และเปิดตัวโครงการ The Residences 38 ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแบบ Mixed-use ระดับ Ultra-Luxury สะท้อนการเดินหน้าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปกับพอร์ตบริการทางการเงิน
  10. ปี 2569 — ปรับโครงสร้างธุรกิจและบริหารพอร์ตการลงทุนต่อเนื่อง
    ในปี 2569 บริษัทมีการปรับพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น การยกเลิกข้อตกลงบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโรงแรม Vienna House และการเข้าซื้อหุ้น/สิทธิในบริษัท 7 แห่งในยุโรปเพื่อใช้รองรับการประกอบธุรกิจและบริหารโรงแรมที่บริษัทได้รับคืนมา
    นอกจากนี้ยังมีการ จำหน่ายหุ้นในบริษัทร่วมทุนบางแห่ง และการเลิกบริษัทย่อยในต่างประเทศ สะท้อนการบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์และโครงสร้างการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

สรุปภาพรวมพัฒนาการ RABBIT
อสังหาริมทรัพย์ → โรงแรม/สินทรัพย์ต่างประเทศ → ปรับโครงสร้าง → Financial Services → NPL/NPA + Asset Management → กลับมาเชื่อมโยงกับอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ภายใต้กลุ่ม BTS
ปัจจุบัน RABBIT จึงมีลักษณะเป็น บริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริการทางการเงิน โดยธุรกิจการเงินครอบคลุมประกันชีวิต การบริหาร NPL/NPA การจัดการกองทุน และการลงทุนทางการเงินอื่น ๆ ขณะที่ฝั่งอสังหาริมทรัพย์ยังครอบคลุมโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568)งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด1,600.752,575.522,387.242,204.232,556.31
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ824.58354.16432.40307.63469.15
สินค้าคงเหลือ1,185.151,706.651,745.321,848.991,578.69
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน4,916.386,407.745,880.325,881.206,287.49
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ14,751.4014,973.5415,620.9015,399.8222,939.01
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน57,627.7755,123.2254,481.4656,210.2054,834.78
รวมสินทรัพย์62,544.1661,530.9660,361.7862,091.4161,122.26
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม1,492.822,683.193,717.563,206.114,735.22
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ592.78632.59764.24778.30855.01
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี9,384.454,294.544,606.274,394.145,005.63
รวมหนี้สินหมุนเวียน12,237.018,297.679,737.149,094.0310,909.58
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน16,675.3121,248.9918,396.9421,870.2717,260.08
รวมหนี้สิน28,912.3229,546.6528,134.0730,964.3028,169.66
ทุนจดทะเบียน47,941.6747,941.6747,941.6747,941.6747,941.67
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า44,546.8444,546.8444,546.8444,546.8444,546.84
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น1,112.321,112.321,112.321,112.321,112.32
กำไร(ขาดทุน)สะสม-8,692.41-9,354.88-8,342.25-9,333.38-7,958.55
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-4,171.23-4,974.95-5,825.09-5,859.60-5,515.23
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–-35.16-50.52-35.16-96.04
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่32,795.5331,329.3231,491.8230,466.1832,185.38
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย836.31654.98735.89660.93767.22

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568)งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ3,992.344,583.615,165.262,397.942,672.72
รายได้อื่น710.35355.432,067.57414.40345.71
รวมรายได้5,283.385,508.817,836.653,114.313,317.08
ต้นทุน1,499.781,829.212,057.87953.251,053.14
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร1,624.711,622.191,681.05757.74991.91
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย7,579.554,590.954,710.382,191.992,450.66
EBITDA-2,468.751,998.423,576.181,250.631,471.01
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย947.21964.29906.97460.99460.38
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้-3,415.971,034.122,669.21789.641,010.63
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่-4,383.86-417.871,012.6321.50383.70
กำไรต่อหุ้น (บาท)-0.67-0.060.140.000.0

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568)งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน493.77443.1834.5416.719.45
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-510.69821.491,361.62-549.87-87.47
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน203.22-323.47-1,583.53118.11240.86
เงินสดสุทธิ186.31941.20-187.37-415.05162.84

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568)
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)7.7813.139.8114.01
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)46.9327.7937.2226.06
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)1.271.191.181.26
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)288.51306.13310.15289.91
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)2.992.952.592.64
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)122.25123.88140.99138.14
วงจรเงินสด (วัน)213.19210.05206.38177.82

📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น RABBIT
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลราคาล่าสุดที่ค้นได้ 23 ก.ย. 2569 RABBIT ปิดที่ 0.33 บาท โดยวันดังกล่าวแกว่งในกรอบ 0.32–0.34 บาท และมีปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.25–0.43 บาท
🔥 ภาพกราฟระยะสั้น: “เริ่มมีแรงซื้อกลับ แต่ด่าน 0.34 ยังสำคัญ”
ช่วงปลายเดือน ส.ค. ราคาขยับจากบริเวณ 0.34–0.36 บาท ก่อนอ่อนตัวลงมาทำฐานแถว 0.31–0.32 บาท ในช่วงกลางเดือน ก.ย. จากนั้นเริ่มเห็นการเด้งกลับ โดยวันที่ 23 ก.ย. ราคาปิด 0.33 บาท เพิ่มขึ้น 3.13% และขึ้นไปแตะ 0.34 บาทระหว่างวัน พร้อมวอลุ่มประมาณ 12.6 ล้านหุ้น ซึ่งสูงกว่าหลายวันก่อนหน้าอย่างชัดเจน
จุดที่น่าจับตา: การดีดขึ้นพร้อมวอลุ่มทำให้กราฟมีสัญญาณ “พยายามฟื้นตัว” แต่ยังไม่ถือว่าเป็น Breakout เต็มรูปแบบ เพราะราคายังอยู่ใต้โซนต้านสำคัญ 📌 แนวรับ–แนวต้าน

ระดับมุมมองทางเทคนิค
0.31–0.32🟢 แนวรับหลัก / ฐานเด้ง
0.33⚪ จุด Pivot ระยะสั้น
0.34–0.35🔴 แนวต้านแรก ต้องผ่านให้ได้
0.36🔴 แนวต้านสำคัญจากยอดช่วงปลาย ส.ค.
0.40–0.43🔴 แนวต้านใหญ่ / กรอบบน 52 สัปดาห์

ข้อมูลย้อนหลังช่วง 24 ส.ค.–23 ก.ย. แสดงให้เห็นว่าบริเวณ 0.34–0.36 บาท เป็นโซนที่ราคามีการซื้อขายและติดแรงขายหลายครั้ง ขณะที่ 0.31–0.32 บาทเป็นบริเวณที่มีแรงประคองราคาในช่วงกลาง ก.ย.

🚀 Momentum ต้องจับตาอะไร?
สัญญาณบวก:
ราคาเด้งจาก 0.31–0.32 บาท
กลับมายืนเหนือ 0.32 บาท
วันที่ 23 ก.ย. มีวอลุ่มเร่งตัวขึ้น
การทดสอบ 0.34 บาทเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้ง
แต่จุดยืนยันยังอยู่ที่ 0.34–0.35 บาท
หากสามารถ Breakout 0.35 บาท พร้อม Volume สนับสนุน จะเป็นสัญญาณว่ารอบรีบาวด์เริ่มแข็งแรงขึ้น และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 0.36 บาท ก่อนดูโซน 0.40 บาท ต่อไป
ในทางกลับกัน หากขึ้นไปทดสอบ 0.34–0.35 แล้วไม่ผ่าน และราคาหลุด 0.31–0.32 บาท โมเมนตัมฟื้นตัวจะอ่อนลง และต้องระวังการกลับไปสร้างฐานใหม่
🎯 สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
RABBIT จ่อทดสอบแนวต้าน! 🔥
หลังราคาลงไปสร้างฐานบริเวณ 0.31–0.32 บาท ล่าสุดเริ่มมีแรงซื้อกลับ ดันราคาขึ้นมาปิดที่ 0.33 บาท พร้อมวอลุ่มที่เร่งตัวขึ้น
👀 ด่านสำคัญอยู่ที่ 0.34–0.35 บาท
หากผ่านพร้อม Volume มีโอกาสเปิดทางทดสอบ 0.36 บาท ต่อไป
แต่ถ้ายังผ่านไม่ได้ ต้องจับตาแรงรับบริเวณ 0.31–0.32 บาท ว่าจะเอาอยู่หรือไม่
เกมนี้วัดกันที่ “เบรกแนวต้าน + วอลุ่ม” 📈
เพราะการขึ้นรอบนี้จะน่าสนใจมากขึ้นก็ต่อเมื่อราคาสามารถยืนยัน Breakout เหนือโซน 0.34–0.35 บาทได้
สรุปเทคนิค: RABBIT อยู่ในช่วง ฟื้นตัวจากฐานและกำลังทดสอบแนวต้าน มากกว่าจะเป็นขาขึ้นที่ยืนยันแล้ว โดยระดับ 0.34–0.35 บาท คือจุดชี้วัดสำคัญ ขณะที่ 0.31–0.32 บาท เป็นแนวรับที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดนี้เป็นการอ่านกราฟจากข้อมูลราคาย้อนหลัง ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์


วิเคราะห์หุ้น RABBIT — บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
RABBIT เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่มีโครงสร้างธุรกิจค่อนข้างหลากหลาย โดยปัจจุบันมีทั้ง ธุรกิจบริการทางการเงิน ประกันชีวิต บริหาร NPL/NPA บริหารกองทุน และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์/โรงแรม ภายใต้การเป็นบริษัทย่อยของกลุ่ม BTS โดยทิศทางเชิงกลยุทธ์ในช่วงหลังให้น้ำหนักกับธุรกิจการเงินมากขึ้น

  1. ลักษณะธุรกิจ
    RABBIT มีลักษณะเป็น Investment Holding Company ลงทุนในธุรกิจหลายประเภท ได้แก่
    ธุรกิจประกันชีวิต ผ่าน Rabbit Life Insurance
    ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ หรือ NPL/NPA ผ่าน Prime Zone Asset Management
    ธุรกิจจัดการกองทุน ผ่าน Metha Asset Management
    การลงทุนในธุรกิจการเงิน เช่น SINGER, JMART และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
    ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโรงแรม อสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า การขายอสังหาริมทรัพย์ และการบริหารอสังหาริมทรัพย์
    จุดสำคัญคือ บริษัทได้ปรับทิศทางตั้งแต่ปี 2564 จากการพึ่งพาอสังหาริมทรัพย์ไปสู่ Financial Services มากขึ้น โดยใช้เงินจากการปรับพอร์ตและการลงทุนเพื่อสร้างธุรกิจการเงินในระยะยาว
  2. โครงสร้างธุรกิจที่น่าสนใจ
    ธุรกิจการเงิน
    ถือเป็นแกนสำคัญของกลยุทธ์ RABBIT โดยมีทั้งประกันชีวิต การบริหารหนี้ และการจัดการกองทุน
    บริษัทเคยลงทุนประมาณ
    7.2 พันล้านบาท ใน SINGER
    4.1 พันล้านบาท ใน JMART
    2.2 พันล้านบาท ใน Rabbit Life
    นอกจากนี้ปี 2566 บริษัทขยายเข้าสู่ NPL/NPA Management ผ่าน Prime Zone และเข้าสู่ธุรกิจ Fund Management ผ่าน Metha Asset Management
    ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
    แม้บริษัทจะให้น้ำหนักกับ Financial Services มากขึ้น แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นส่วนสำคัญของพอร์ต โดยครอบคลุม
    โรงแรม
    อาคารสำนักงาน/อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า
    โครงการที่อยู่อาศัย
    การขายอสังหาริมทรัพย์
    การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์
    ปี 2568 บริษัทเปิดตัว The Residences 38 ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยระดับ Ultra-Luxury ขณะที่โครงการ The Unicorn เป็นหนึ่งในสินทรัพย์สำคัญของบริษัท

3. ผลประกอบการ ข้อมูลปี 2568 สะท้อนการฟื้นตัวของกำไรค่อนข้างชัดเจน

รายการ256625672568
รายได้ (ลบ.)5,283.385,508.817,836.65
กำไรสุทธิ (ลบ.)-4,340.92-521.781,075.96

ปี 2568 รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และพลิกจากขาดทุนในปี 2567 มาเป็นกำไรสุทธิ 1,075.96 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลล่าสุด 2Q/2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,811.25 ล้านบาท, Operating Gross Profit 872.21 ล้านบาท, EBITDA 603.86 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ -37.56 ล้านบาท ดังนั้น ประเด็นที่ต้องติดตามคือ กำไรจากการดำเนินงานยังมี แต่กำไรสุทธิยังผันผวน ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในบริษัท Holding ที่มีทั้งธุรกิจลงทุน อสังหาริมทรัพย์ และบริการทางการเงิน
4. ฐานะการเงิน
ณ 2Q/2569
สินทรัพย์รวม 61,122.26 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น 32,952.60 ล้านบาท
Net Debt 13,521.36 ล้านบาท
Net IBD/Equity 0.41 เท่า
Book Value ต่อหุ้นประมาณ 1.01 บาท
จุดที่น่าสนใจคือ Net Debt ลดลงจากประมาณ 34,999.97 ล้านบาทในปี 2563 เหลือประมาณ 13,521.36 ล้านบาทใน 2Q/2569 สะท้อนการลดภาระหนี้สุทธิลงอย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต
5. มุมมองด้านมูลค่าหุ้น
ข้อมูล SET ณ 23 ก.ย. 2569 ระบุว่า
ราคาหุ้น 0.33 บาท
Market Cap ประมาณ 2,469.81 ล้านบาท
P/E 7.64 เท่า
P/BV 0.33 เท่า
52-week High/Low 0.43 / 0.25 บาท
จุดที่สะดุดตาคือ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่าค่อนข้างมาก ขณะที่ Book Value ต่อหุ้นของบริษัทอยู่ประมาณ 1 บาท ขณะที่ราคาหุ้นอยู่เพียงราว 0.33 บาท
อย่างไรก็ตาม สำหรับ Holding Company การซื้อขายต่ำกว่า Book Value ไม่ได้หมายความว่าสินทรัพย์ทั้งหมดจะสามารถแปลงเป็นเงินสดได้ที่ราคาตามบัญชี เพราะต้องพิจารณา คุณภาพของสินทรัพย์ มูลค่าการลงทุน ความสามารถในการสร้างกำไร และส่วนลดของบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company Discount) ประกอบกัน
6. จุดแข็งของ RABBIT
① มีสินทรัพย์และธุรกิจหลากหลาย
กระจายทั้ง Financial Services, Insurance, Asset Management และ Real Estate ทำให้ไม่ได้พึ่งพารายได้จากธุรกิจเดียว
② มีเครือข่ายและพันธมิตรจากกลุ่ม BTS
RABBIT เป็นบริษัทย่อยของ BTS และบริษัทระบุถึงการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย MOVE, MIX และ MATCH เพื่อสร้าง Synergy ทางธุรกิจ
③ ผลประกอบการปี 2568 กลับมาเป็นกำไร
กำไรสุทธิ 1,075.96 ล้านบาท หลังจากขาดทุนในช่วงก่อนหน้า
④ ฐานะหนี้สุทธิดีขึ้นจากอดีต
Net Debt ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Net IBD/Equity ณ 2Q/2569 อยู่ที่ 0.41 เท่า
⑤ มีโอกาสสร้างมูลค่าจากการปรับพอร์ต
หากบริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดและผลตอบแทนสม่ำเสมอได้ การปรับโครงสร้างพอร์ตอาจช่วยให้คุณภาพกำไรมีความชัดเจนขึ้น
7. ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
ความเสี่ยงจากธุรกิจการเงิน
ธุรกิจประกันชีวิตและสินเชื่อมีการแข่งขันสูง รวมถึงมีความเสี่ยงด้านต้นทุน การตั้งสำรอง คุณภาพสินทรัพย์ และค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจ
ความเสี่ยงด้านอสังหาริมทรัพย์
ต้นทุนก่อสร้าง ค่าแรง วัสดุก่อสร้าง อัตราดอกเบี้ย และภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์สามารถกระทบต้นทุนและอัตรากำไรของโครงการได้
ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก หากดอกเบี้ยสูงขึ้น ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มและกดดันกำไร
ความเสี่ยงจากการลงทุน
เนื่องจาก RABBIT เป็น Holding Company ผลตอบแทนจึงขึ้นกับมูลค่าและผลประกอบการของบริษัทที่เข้าไปลงทุนด้วย หากสินทรัพย์ลงทุนมีราคาลดลงหรือผลประกอบการอ่อนตัว อาจกระทบมูลค่าของ RABBIT
ความเสี่ยงจากโครงสร้างธุรกิจที่ซับซ้อน
การมีทั้งอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ประกันชีวิต NPL/NPA กองทุน และการลงทุน ทำให้การประเมินมูลค่าบริษัทต้องดูเป็นรายธุรกิจ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะ P/E เพียงตัวเดียว
8. พัฒนาการสำคัญ
พัฒนาการของ RABBIT ในช่วงหลังสามารถมองเป็น 3 ช่วงใหญ่
ช่วงที่ 1 — ปรับพอร์ตธุรกิจ
บริษัทลดการพึ่งพาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเพิ่มน้ำหนักไปยัง Financial Services ตั้งแต่ปี 2564
ช่วงที่ 2 — ขยายธุรกิจการเงิน
ปี 2566 เข้าสู่ NPL/NPA Management และ Fund Management พร้อมเปิด The Unicorn
ช่วงที่ 3 — เป็นบริษัทแกนหลักของ BTS มากขึ้น
ปี 2567 BTS เพิ่มการลงทุนจน RABBIT กลายเป็นบริษัทย่อย โดยสัดส่วนที่บริษัทระบุไว้ในข้อมูลปี 2568 อยู่ที่ 67.85% ณ 29 ส.ค. 2568
ปี 2568 มีการย้ายสำนักงานใหญ่ไป BTS Visionary Park และเปิดตัว The Residences 38
ล่าสุดในปี 2569 บริษัทมีการรายงานการแปลงหุ้นบุริมสิทธิ การยุบเลิกบริษัทย่อยในต่างประเทศ และรายการที่เกี่ยวโยงกับ Grande Asset Hotels and Property ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามรายละเอียดในประกาศของบริษัทและ SET
9. มุมมองเชิงพื้นฐานแบบ VI
ถ้ามอง RABBIT ในมุม Value Investment ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่รายได้เพียงอย่างเดียว แต่ควรดู
Asset Value → Investment Value → Earning Power → Cash Flow
สิ่งที่น่าสนใจคือราคาหุ้น 0.33 บาท ณ 23 ก.ย. 2569 เทียบกับ Book Value ประมาณ 1.01 บาทต่อหุ้น ทำให้เกิดส่วนต่างระหว่าง Market Price กับ Book Value ค่อนข้างมาก
แต่การจะปลดล็อกส่วนลดดังกล่าวจำเป็นต้องเห็นว่า
สินทรัพย์สามารถสร้างผลตอบแทนได้จริง + กำไรมีความต่อเนื่อง + กระแสเงินสดดีขึ้น + โครงสร้างการลงทุนชัดเจนขึ้น
ดังนั้น RABBIT จึงเป็นหุ้นที่ควรติดตาม คุณภาพของกำไรและ NAV/Asset Value ควบคู่กับ P/E มากกว่าดูตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง
10. สรุปหุ้น RABBIT
RABBIT = Holding Company ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างจาก Property-heavy ไปสู่ Financial Services มากขึ้น
จุดที่น่าติดตามคือ กำไรปี 2568 พลิกเป็นบวก, หนี้สุทธิลดลง, P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า และมีสินทรัพย์หลายกลุ่ม ขณะที่ด้านที่ต้องระวังคือ กำไรสุทธิยังผันผวน ธุรกิจมีความซับซ้อน ความเสี่ยงจากการลงทุน และความผันผวนของอสังหาริมทรัพย์/ธุรกิจการเงิน
สำหรับสายเทคนิค SET ระบุราคา 0.33 บาท ณ 23 ก.ย. 2569 และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.25–0.43 บาท ดังนั้นกรอบดังกล่าวสามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงเบื้องต้นในการติดตามพฤติกรรมราคาและ Volume ได้ แต่การกำหนดแนวรับ–แนวต้านแบบละเอียดควรใช้กราฟราคาล่าสุดประกอบ
ประเด็นที่ต้องจับตาต่อ:
กำไรสุทธิ → ผลตอบแทนธุรกิจการเงิน → คุณภาพสินทรัพย์ → การลดหนี้ → NAV → การปลดล็อกมูลค่าของธุรกิจในเครือ


Disclaimer

ใส่ความเห็น