วิเคราะห์ หุ้น PROS บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (CB)

วิเคราะห์ หุ้น PROS บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PROS บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) PROS อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.03บาท20 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 25640.03บาท09 ก.ย. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น PROS
บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (PROS)

  1. ลักษณะทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
    PROS ประกอบธุรกิจรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร โดยทรัพย์สินและทรัพยากรที่สำคัญต่อการดำเนินงานสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหลัก ๆ ดังนี้
  2. อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับติดตั้งระบบวิศวกรรม
    เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ระบบสุขาภิบาล ระบบประปา และระบบป้องกันอัคคีภัย ตามขอบเขตงานที่บริษัทได้รับว่าจ้าง
  3. วัสดุและอุปกรณ์ในโครงการ
    วัสดุที่ใช้ติดตั้งในอาคาร เช่น สายไฟ ท่อ วาล์ว ตู้ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม และชิ้นส่วนของระบบปรับอากาศ ซึ่งต้องจัดหาให้สอดคล้องกับแบบวิศวกรรมและข้อกำหนดของลูกค้า
  4. บุคลากรและองค์ความรู้ทางวิศวกรรม
    วิศวกร ผู้ควบคุมงาน ช่างเทคนิค และทีมบริหารโครงการ เป็นทรัพยากรสำคัญในการออกแบบรายละเอียด ประสานงาน ติดตั้ง ทดสอบระบบ และส่งมอบงานให้ลูกค้า
  5. สถานที่ดำเนินงานและทรัพย์สินสนับสนุน
    สำนักงาน พื้นที่จัดเก็บวัสดุ อุปกรณ์สำนักงาน ระบบคอมพิวเตอร์ และทรัพย์สินที่ใช้บริหารจัดการโครงการ ทั้งนี้ ประเภทและกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินแต่ละรายการต้องตรวจสอบจากรายงานประจำปีของบริษัท
    หมายเหตุ: รายการข้างต้นเป็นการจำแนกประเภททรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบวิศวกรรม ไม่ใช่การยืนยันว่าบริษัทถือครองทรัพย์สินทุกรายการดังกล่าวโดยตรง

2. มูลค่าทรัพย์สินของ PROS

จากข้อมูลสรุปบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์ฯ งวด 6 เดือนแรกปี 2569 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569) พบข้อมูลสำคัญดังนี้

รายการมูลค่า
สินทรัพย์รวม473.00 ล้านบาท
หนี้สินรวม426.88 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น51.74 ล้านบาท
รายได้ 6 เดือนแรกปี 2569220.86 ล้านบาท
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ-50.10 ล้านบาท

หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นข้อมูลทางการเงินของบริษัท ไม่ใช่มูลค่าเฉพาะเครื่องมือ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในธุรกิจ

  1. วิเคราะห์ความสำคัญของทรัพย์สินต่อธุรกิจ
    • ความสามารถในการรับงาน: เครื่องมือ อุปกรณ์ และทีมวิศวกรรมช่วยให้บริษัทดำเนินงานติดตั้งระบบประกอบอาคารและส่งมอบโครงการได้ตามข้อกำหนด
    • การบริหารต้นทุน: ราคาวัสดุและอุปกรณ์มีผลโดยตรงต่อต้นทุนโครงการ บริษัทจึงระบุแนวทางรวบรวมความต้องการจัดซื้อเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับผู้จำหน่าย
    • ความเสี่ยงด้านการเงิน: ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีหนี้สินรวม 426.88 ล้านบาท เทียบกับสินทรัพย์รวม 473 ล้านบาท จึงควรติดตามสภาพคล่อง ภาระหนี้ และความสามารถในการสร้างกำไรควบคู่กัน
  2. สรุปสำหรับบทวิเคราะห์หุ้น PROS
    ทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อ PROS ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินทรัพย์ถาวร แต่รวมถึงวัสดุและอุปกรณ์สำหรับติดตั้งระบบวิศวกรรม บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรที่ช่วยให้บริษัทดำเนินโครงการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2569 แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีรายได้ 220.86 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 50.10 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวม ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามการบริหารต้นทุน การรับงานใหม่ และความสามารถในการเปลี่ยนสินทรัพย์และทรัพยากรให้เป็นรายได้และกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น PROS บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
ข้อมูลสำหรับประกอบบทวิเคราะห์หุ้นและบทความเว็บไซต์ OneReportAnalysis
บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PROS ประกอบธุรกิจรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร โดยมีงานที่เกี่ยวข้องกับระบบวิศวกรรมภายในอาคาร ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ติดตั้ง และบริหารโครงการ

  1. กลุ่มบริษัทในเครือและบริษัทย่อย
    การตรวจสอบโครงสร้างกลุ่มบริษัทควรอ้างอิงรายงานประจำปี แบบ 56-1 One Report และหมายเหตุประกอบงบการเงินรวมของบริษัท เพื่อระบุชื่อบริษัทย่อย สัดส่วนการถือหุ้น และลักษณะการดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง
    จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในเบื้องต้น ยังไม่สามารถยืนยันรายชื่อบริษัทย่อยและสัดส่วนการถือหุ้นของ PROS ในปัจจุบันได้อย่างครบถ้วน จึงไม่ควรระบุชื่อบริษัทอื่นว่าเป็นบริษัทในเครือโดยไม่มีหลักฐานรองรับ
    สามารถตรวจสอบเอกสารทางการได้จากแหล่งข้อมูลต่อไปนี้
  • สำนักงาน ก.ล.ต. — รายงานประจำปีของ PROS
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — ข้อมูลบริษัท PROS
    รายงานประจำปี 2568 ของบริษัทมีข้อมูลเผยแพร่ในระบบ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569

2. บริษัทที่เกี่ยวข้องในโครงสร้างกลุ่ม PROS ตามรายงานปี 2568

จากข้อมูลใน Company Snapshot ของตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่าบริษัทมีมติอนุมัติการจำหน่ายหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวข้อง 3 แห่ง ดังนี้

บริษัทชื่อย่อสัดส่วนหุ้นที่ระบุในรายการจำหน่าย
บริษัท พรอสเพอร์ ไทธรรม์ จำกัดPT71.80%
บริษัท เพาเวอร์วิซเซ่น จำกัดPW25.00%
บริษัท โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ จำกัดBEH7.47%

ข้อควรทราบ: รายงานระบุว่าภายหลังธุรกรรมการจำหน่ายหุ้นเสร็จสิ้น ทั้ง 3 บริษัทจะสิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อยและ/หรือบริษัทร่วมของ PROS แล้วแต่กรณี ดังนั้น ไม่ควรนำรายชื่อทั้งหมดข้างต้นไปสรุปว่าเป็นบริษัทย่อยที่ PROS ถือหุ้นอยู่ในปัจจุบันโดยไม่ตรวจสอบสถานะธุรกรรมล่าสุดก่อน

  1. ธุรกิจหลักของกลุ่ม PROS
    ธุรกิจหลักของ PROS คือการรับเหมาติดตั้งระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร โดยบริษัทระบุว่ายังคงมุ่งเน้นธุรกิจหลักดังกล่าว พร้อมคัดเลือกโครงการที่มีโอกาสสร้างกำไรและบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ
    ประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม ได้แก่
    • งานรับเหมาใหม่: มูลค่างานในมือและความสามารถในการประมูลงาน
    • ความสามารถในการทำกำไร: การควบคุมต้นทุนวัสดุ อุปกรณ์ และแรงงาน
    • กระแสเงินสด: ความสามารถในการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าและชำระภาระผูกพัน
    • โครงสร้างกลุ่มบริษัท: การเปลี่ยนแปลงจากการจำหน่ายหุ้นในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
  2. สรุปสำหรับนักลงทุน
    การศึกษากลุ่มบริษัทในเครือของ PROS ควรพิจารณาทั้งโครงสร้างการถือหุ้นในอดีตและสถานะหลังการจำหน่ายหุ้น เพราะอาจส่งผลต่อขอบเขตงบการเงินรวม รายได้ และกำไรจากเงินลงทุนของบริษัท
    สำหรับการจัดทำบทความเผยแพร่ ควรใช้รายงานประจำปี 2568 และเอกสารแจ้งสารสนเทศล่าสุดของ PROS เป็นหลัก เพื่อยืนยันว่าบริษัทใดคงสถานะเป็นบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม ณ วันที่จัดทำบทวิเคราะห์


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


วิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น PROS
บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
ชื่อย่อหลักทรัพย์
PROS
ตลาด mai · หมวดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
ข้อมูลผลประกอบการ 6 เดือนแรก ปี 2569
PROS เผชิญความเสี่ยงสำคัญทั้งด้านผลขาดทุน สภาพคล่อง และต้นทุนรับเหมา! ธุรกิจหลักของบริษัทคือการรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ซึ่งต้องบริหารต้นทุนวัสดุ แรงงาน ระยะเวลาก่อสร้าง และการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าให้สอดคล้องกัน
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ แสดงให้เห็นว่าในปี 2568 บริษัทขาดทุนสุทธิ 153.06 ล้านบาท และในครึ่งแรกของปี 2569 ขาดทุนสุทธิอีก 50.10 ล้านบาท จึงมีประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด

  1. ความเสี่ยงด้านผลประกอบการและการขาดทุน
    PROS มีความเสี่ยงที่ผลประกอบการจะฟื้นตัวได้ช้า หากรายได้จากโครงการไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
    ผลประกอบการสำคัญ
    รายได้ปี 2567
    1,503.31 ลบ.
    รายได้ปี 2568
    844.46 ลบ.
    ลดลงประมาณ 43.8%
    ขาดทุนสุทธิปี 2568
    -153.06 ลบ.
    ขาดทุนสุทธิ 6M/2569
    -50.10 ลบ.
    ที่มา: ข้อมูลบริษัทจดทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
    ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
  • รายได้ลดลง ทำให้การกระจายภาระค่าใช้จ่ายประจำทำได้ยากขึ้น
  • หากรับงานที่ประเมินต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง อาจเกิดผลขาดทุนจากโครงการ
  • หากงานใหม่เข้ามาไม่ต่อเนื่อง การฟื้นตัวของกำไรอาจล่าช้า
  1. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน
    ธุรกิจรับเหมาต้องจ่ายค่าวัสดุ ค่าแรง และผู้รับเหมาช่วงก่อนหรือระหว่างดำเนินงาน ขณะที่การรับเงินจากลูกค้าอาจเกิดขึ้นภายหลังการส่งมอบงานหรือผ่านการตรวจรับ
    หากเงินสดรับไม่ทันกับเงินสดจ่าย บริษัทอาจต้องพึ่งพาเงินกู้หรือแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม
    ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 แสดงว่า PROS มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 9.15 ล้านบาท เทียบกับ 65.39 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 และมีอัตราส่วนสภาพคล่อง 0.77 เท่า
    ประเด็นที่ควรติดตาม ได้แก่
    • เงินสดคงเหลือเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ระยะสั้นหรือไม่
    • บริษัทสามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้าได้ตามกำหนดหรือไม่
    • ต้องกู้เงินเพิ่มหรือเพิ่มทุนเพื่อรองรับการดำเนินงานหรือไม่
  2. ความเสี่ยงจากภาระหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง
    นี่เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ เพราะผลขาดทุนต่อเนื่องอาจทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง และทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูงขึ้น
    อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E)
    เปรียบเทียบตัวเลขสิ้นปี 2567 สิ้นปี 2568 และสิ้นงวดมิถุนายน 2569
    จากข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ฯ อัตราส่วน D/E เพิ่มจาก 3.61 เท่าในปี 2567 เป็น 6.80 เท่าในปี 2568 และ 9.25 เท่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569
    ความเสี่ยงที่ตามมา ได้แก่
    • ต้นทุนทางการเงินอาจกดดันผลประกอบการเพิ่มเติม
    • ความสามารถในการกู้เงินหรือเจรจาเงื่อนไขสินเชื่ออาจถูกจำกัด
    • หากต้องเพิ่มทุน ผู้ถือหุ้นเดิมอาจได้รับผลกระทบจากการลดลงของสัดส่วนการถือหุ้น (Dilution)
      ทั้งนี้ D/E ที่สูงไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะผิดนัดชำระหนี้โดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาประเภทหนี้ อายุหนี้ หลักประกัน และกระแสเงินสดประกอบด้วย
  3. ความเสี่ยงจากต้นทุนวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้าง
    งานระบบวิศวกรรมประกอบอาคารต้องใช้วัสดุและอุปกรณ์หลายประเภท เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และอุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ
    หากราคาวัสดุเพิ่มขึ้นหลังจากบริษัทตกลงราคากับลูกค้าแล้ว แต่ไม่สามารถปรับราคาตามต้นทุนจริงได้ อัตรากำไรของโครงการอาจลดลงหรือกลายเป็นขาดทุน
    แนวทางลดความเสี่ยงที่บริษัทเปิดเผย ได้แก่ การรวบรวมความต้องการวัสดุจากโครงการที่มีความแน่นอน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับผู้จำหน่าย
    สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามคือ อัตรากำไรขั้นต้นต้องกลับมาเป็นบวกและดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มขึ้นของรายได้เท่านั้น
  4. ความเสี่ยงจากการรับงานและความต่อเนื่องของรายได้
    รายได้ของธุรกิจรับเหมาขึ้นอยู่กับการได้รับงานใหม่ ความคืบหน้าของโครงการ และการส่งมอบงานตามสัญญา หากโครงการใหม่ล่าช้า หรือมีการเลื่อนลงทุนจากลูกค้า รายได้อาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
    ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่
    • การแข่งขันด้านราคาเพื่อให้ได้งานประมูล
    • การพึ่งพาโครงการขนาดใหญ่หรือกลุ่มลูกค้าบางราย
    • ความล่าช้าในการเริ่มโครงการและการตรวจรับงาน
    • การรับงานที่มีอัตรากำไรต่ำเพื่อรักษาระดับรายได้
      บริษัทระบุแนวทางบริหารความเสี่ยงด้วยการเข้าประมูลงานจากลูกค้าเดิมและขยายไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่
      อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณามูลค่างานในมือ (Backlog) ควบคู่กับกำไรที่คาดว่าจะได้รับและความสามารถในการเปลี่ยนงานในมือให้เป็นเงินสด
  5. ความเสี่ยงจากการขาดแคลนแรงงานและผู้รับเหมาช่วง
    งานระบบอาคารจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีทักษะและประสบการณ์ หากขาดแคลนแรงงานหรือผู้รับเหมาช่วงไม่สามารถส่งมอบงานตามกำหนด อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อกำหนดการของโครงการ
    นอกจากนี้ หากผู้รับเหมาช่วงทำงานไม่ได้มาตรฐาน บริษัทอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขงาน รวมถึงมีความเสี่ยงต่อค่าปรับตามสัญญา
    PROS ระบุว่ามีการวางแผนจัดหาแรงงานให้เหมาะสมกับขนาดโครงการ และคัดเลือกผู้รับเหมาช่วงตามคุณสมบัติและประสบการณ์
  6. ความเสี่ยงจากลูกหนี้การค้าและการเรียกเก็บเงิน
    แม้บริษัทจะบันทึกรายได้จากงานที่ดำเนินการแล้ว แต่หากยังไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ตามกำหนด ก็อาจเกิดปัญหาเงินทุนหมุนเวียนได้
    ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยของ PROS เพิ่มจากประมาณ 43.58 วันในปี 2567 เป็น 85.71 วันในปี 2568 และ 130.63 วันในครึ่งแรกของปี 2569
    ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณที่ควรติดตาม เพราะระยะเวลาเก็บหนี้ที่ยาวขึ้นอาจสะท้อนความล่าช้าในการรับเงิน แม้จะต้องพิจารณาความแตกต่างของโครงการและช่วงเวลาบัญชีประกอบด้วย
    นักลงทุนควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่า
    • ลูกหนี้การค้าค้างชำระนานมีจำนวนเท่าใด
    • มีการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มขึ้นหรือไม่
    • บริษัทสามารถเปลี่ยนรายได้จากการรับเหมาให้เป็นกระแสเงินสดรับได้จริงเพียงใด
  7. ความเสี่ยงจากการเพิ่มทุนและผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น
    เมื่อบริษัทขาดทุนต่อเนื่องและมีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง การระดมทุนเพิ่มเติมอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกเพื่อเสริมเงินทุนหมุนเวียนหรือปรับโครงสร้างทางการเงิน
    ข้อมูล Factsheet ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่ามีข่าวเกี่ยวกับการยกเลิกการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นและยกเลิกกำหนดการที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มทุนในเดือนสิงหาคม 2569

ประเด็นนี้ควรติดตามจากประกาศบริษัทฉบับล่าสุดโดยตรง เพื่อแยกให้ชัดเจนระหว่างแผนที่ยกเลิกไปแล้ว แผนที่อาจปรับเปลี่ยน และการดำเนินการที่ได้รับอนุมัติจริง
หากมีการออกหุ้นใหม่ในอนาคต ผู้ถือหุ้นเดิมควรประเมินจำนวนหุ้นที่จะเพิ่มขึ้น ราคาเสนอขาย วัตถุประสงค์การใช้เงิน และผลต่อกำไรต่อหุ้น


สรุปความเสี่ยง PROS ที่นักลงทุนควรจับตา

ประเด็นข้อมูลหรือสัญญาณสำคัญ
ผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 153.06 ล้านบาทในปี 2568 และ 50.10 ล้านบาทใน 6M/2569
สภาพคล่องCurrent ratio 0.77 เท่า ณ สิ้นมิถุนายน 2569
ภาระหนี้D/E 9.25 เท่า ณ สิ้นมิถุนายน 2569
ความสามารถทำกำไรอัตรากำไรขั้นต้น -5.51% ใน 6M/2569
การเรียกเก็บเงินระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 130.63 วันใน 6M/2569
การระดมทุนติดตามประกาศเรื่องการเพิ่มทุนและแผนจัดหาเงินทุนล่าสุด

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูลผลประกอบการและอัตราส่วนทางการเงินของ PROS

บทสรุป: ความเสี่ยงหลักของ PROS ในช่วงข้อมูลที่ตรวจสอบได้ คือการฟื้นตัวของผลประกอบการท่ามกลางสภาพคล่องที่ตึงตัว ภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูงขึ้น และความสามารถในการเรียกเก็บเงินจากลูกค้า

ตัวแปรสำคัญที่จะช่วยประเมินทิศทางธุรกิจในระยะต่อไป ได้แก่ การกลับมามีกำไรขั้นต้นเป็นบวก การลดผลขาดทุน การรักษาเงินสดให้เพียงพอ และการบริหารลูกหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับนักลงทุน ควรติดตามงบการเงินไตรมาสถัดไป รายงานประจำปี 2568 และประกาศของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตัวเลขข้างต้นเป็นข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่การยืนยันสถานะทางการเงิน ณ เวลาปัจจุบันทั้งหมด


ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1นาย พงศ์เทพ รัตนแสงสรวง115,650,00019.28
2นาย ประวิทย์ ลัญจกรกุล80,500,00013.42
3นาย วัชรพล รุจิเรข58,000,0009.67
4นาย ประจักษ์ ตั้งใจ45,500,0007.58
5นาย พงศ์พล รัตนแสงสรวง45,375,0007.56
6บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผู้ฝาก13,139,5002.19
7น.ส. วรัมพร ตันติวศินชัย13,000,0002.17
8นาย อัยยวิชญ์ รุจิเรข11,830,0001.97
9น.ส. ขนิษฐา อุนะรัตน์10,374,8001.73
10นาย ณัฐพงศ์ รัตนแสงสรวง9,205,0001.53
11นาย สุรเชษฐ์ ทิอวน5,609,8000.93
12นาย วิรุฬห์ แจ้งบุญ5,228,8000.87
13น.ส. อลิสา ตุงคะบุรี5,000,1000.83
14นาง รัตน์ติกาล พุฒตาล4,367,5000.73
15นาย นันทิศักดิ์ ปิยนันทิศักดิ์4,000,0000.67
16ว่าที่ ร.ต.หญิง ชัชฎา โรจนบุญญภาค3,750,0000.63
17นาง ราตรี สูงสว่าง3,191,2000.53
18นาง ศศิวรรณ ปิยะวัฒนพงศ์3,090,4000.52

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย อัศวิน รักมนุษย์ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
2นาย พงศ์เทพ รัตนแสงสรวงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
3นาย เกรียงไกร ศิระวณิชการกรรมการ
4นาย ประวิทย์ ลัญจกรกุลกรรมการ
5นาย พงศ์พล รัตนแสงสรวงกรรมการ
6นาย วัชรพล รุจิเรขกรรมการ
7นาย ณรงค์ เดชาธนารุจิกรกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
8นาย วิชัย ไหมทองกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น PROS
บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
หุ้น PROS อยู่ในธุรกิจวิศวกรรมระบบประกอบอาคาร โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรติดตาม ได้แก่ การรับงานโครงการใหม่ การเติบโตของงานในมือ (Backlog) ความสามารถในการทำกำไร และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
การประเมินพัฒนาการของบริษัทจึงควรพิจารณาทั้งการขยายธุรกิจ ผลประกอบการ และความเสี่ยงในการดำเนินโครงการ ไม่ใช่ดูเพียงรายได้หรือราคาหุ้นเท่านั้น

  1. ลำดับพัฒนาการที่สำคัญ
    ข้อมูลจากประวัติบริษัทและเอกสารตลาดหลักทรัพย์ สรุปเหตุการณ์สำคัญได้ดังนี้
    2539
    ก่อตั้งบริษัท
    เริ่มต้นด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และระบบดับเพลิงในอาคาร
    2553
    ยกระดับมาตรฐานงานวิศวกรรม
    ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2008 สำหรับงานติดตั้งระบบเครื่องกลและไฟฟ้าในงานก่อสร้าง
    2563
    เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชน
    จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 และเตรียมโครงสร้างทุนสำหรับการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชน
    2564–65
    ขยายไปสู่ธุรกิจพลังงาน
    ลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนและการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย รวมถึงการลงทุนในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นการต่อยอดจากงานระบบวิศวกรรมเดิม
    2566–67
    เร่งรับงานและทยอยฟื้นตัว
    บริษัทเปิดเผยการรับงานใหม่หลายโครงการ โดยในช่วงต้นปี 2567 มีข่าวรับงาน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 424.17 ล้านบาท และช่วงครึ่งแรกปี 2567 รายงานรายได้ 649.14 ล้านบาท กำไรสุทธิ 20.39 ล้านบาท พร้อม Backlog กว่า 1,300 ล้านบาท ณ ช่วงที่รายงาน
    2568–69
    ปรับกลยุทธ์รับงานและจัดการเงินทุน
    บริษัทเน้นรับงานที่คาดว่าจะสร้างรายได้และกำไรได้เร็ว ขณะที่ปี 2569 มีการอนุมัติแผนเพิ่มทุนและการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) รวมถึงมีการจัดสรรหุ้น 48.45 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.154 บาท ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย
  2. ธุรกิจหลักและโอกาสเติบโต
    ระบบไฟฟ้าและสื่อสาร
    งานติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ ระบบสื่อสาร ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และระบบควบคุมอาคาร
    ระบบปรับอากาศและเครื่องกล
    งานระบบปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ และระบบน้ำในอาคาร ซึ่งสัมพันธ์กับการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล และโครงการขนาดใหญ่
    ระบบสุขาภิบาล ดับเพลิง และพลังงาน
    เป็นโอกาสต่อยอดจากความเชี่ยวชาญงานวิศวกรรมเดิมไปสู่โครงการระบบประกอบอาคารและงานพลังงานที่เกี่ยวข้อง
  3. จุดเปลี่ยนสำคัญ: ผลประกอบการปี 2566–ครึ่งแรกปี 2569
    ตัวเลขงบการเงินรวมจากตลาดหลักทรัพย์ฯ สะท้อนว่า PROS เคยฟื้นตัวในปี 2567 ก่อนเผชิญผลประกอบการที่อ่อนแอลงในปี 2568 และครึ่งแรกปี 2569

สิ่งที่ตัวเลขกำลังบอก

  • ปี 2567: รายได้เติบโตแรงและกลับมามีกำไร สะท้อนการรับรู้รายได้จากงานโครงการที่เพิ่มขึ้น
  • ปี 2568: รายได้ลดลงอย่างมาก และกลับมาขาดทุนสุทธิ 153.06 ล้านบาท
  • ครึ่งแรกปี 2569: รายได้ลดลงประมาณ 59.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขาดทุนสุทธิ 50.10 ล้านบาท
  1. ประเด็นที่นักลงทุนควรจับตา
    โอกาส: การรับงานใหม่และ Backlog
    ติดตามงานประมูลใหม่ มูลค่างานในมือ และการส่งมอบโครงการ เพราะเป็นปัจจัยที่อาจช่วยเพิ่มรายได้ในอนาคต โดยต้องพิจารณาความสามารถในการทำกำไรควบคู่กัน
    ความเสี่ยง: อัตรากำไรติดลบ
    ครึ่งแรกปี 2569 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น -5.51% และอัตรากำไรสุทธิ -22.78% แสดงว่าการสร้างรายได้ยังไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    ความเสี่ยง: ฐานทุนและการเพิ่มทุน
    ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 9.25 เท่า การเพิ่มทุนอาจช่วยเสริมเงินทุน แต่ผู้ถือหุ้นเดิมควรติดตามจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้น
    ตัวชี้วัดฟื้นตัว: กระแสเงินสด
    แม้ครึ่งแรกปี 2569 มีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก 61.67 ล้านบาท แต่ยังต้องติดตามว่าบริษัทจะกลับมาทำกำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่
  2. สรุปมุมมองหุ้น PROS
    PROS มีประสบการณ์ในงานวิศวกรรมประกอบอาคารและมีโอกาสจากโครงการก่อสร้างภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม พัฒนาการล่าสุดที่สำคัญที่สุดคือ การแก้ปัญหาผลขาดทุน การฟื้นฟูอัตรากำไร และการรักษาฐานะการเงิน
    สิ่งที่ควรเห็นก่อนจะมองว่าธุรกิจฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
  3. รายได้กลับมาเติบโตต่อเนื่อง
  4. อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวก
  5. ผลขาดทุนลดลงและกลับมามีกำไรสุทธิ
  6. หนี้สินต่อทุนลดลงและสภาพคล่องดีขึ้น
  7. Backlog ใหม่มีคุณภาพและเปลี่ยนเป็นเงินสดได้จริง
    ข้อมูลผลประกอบการที่อ้างอิงในคำตอบนี้ถึงงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 จึงยังไม่ใช่ผลประกอบการทั้งปี 2569 และไม่ควรสรุปว่าบริษัทฟื้นตัวแล้วจากกระแสเงินสดเพียงรายการเดียว

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด20.4928.2610.4365.399.15
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ156.70200.57189.17260.8099.62
สินค้าคงเหลือ54.5444.0835.9529.6212.72
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน620.54749.70546.44727.06322.14
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ151.46125.2493.94111.7781.35
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน271.93267.91147.35235.61150.86
รวมสินทรัพย์892.471,017.61693.79962.67473.00
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม133.22227.28169.02213.31113.62
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ286.32439.66347.05425.98256.59
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน660.49774.23596.06716.01418.95
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน29.0522.758.7617.307.93
รวมหนี้สิน689.54796.98604.82733.30426.88
ทุนจดทะเบียน411.53411.53494.27494.27476.53
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า275.66275.77275.77275.77300.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น215.05215.16215.16215.16198.40
กำไร(ขาดทุน)สะสม-311.42-293.41-432.01-284.40-482.11
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น14.4716.7135.4516.7135.45
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน14.9914.99–14.99–
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่193.75214.2394.38223.2551.74
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย9.176.40-5.406.12-5.61

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ839.931,496.29829.86537.57211.24
รายได้อื่น6.817.0114.609.149.62
รวมรายได้846.741,503.31844.46546.71220.86
ต้นทุน956.421,400.03896.09495.85222.89
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร82.8465.8560.2629.5143.17
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,039.261,465.87956.35525.35266.06
EBITDA-177.0268.47-93.7936.42-31.89
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย14.9229.6528.3814.2013.31
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้-191.9338.82-122.1722.22-45.20
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่-201.1218.01-153.069.02-50.10
กำไรต่อหุ้น (บาท)-0.370.03-0.280.02-0.09

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน-10.95-79.57-5.379.8761.67
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-48.73-4.6837.291.294.20
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน43.9992.02-49.7525.97-67.16
เงินสดสุทธิ-15.697.77-17.8337.13-1.29

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)8.384.265.802.79
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)43.5885.7162.91130.63
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)28.3922.3931.2129.43
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)12.8616.3011.6912.40
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)3.862.283.541.83
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)94.64160.22103.14199.91
วงจรเงินสด (วัน)-38.20-58.21-28.53-56.88

อ่านเกมกราฟ PROS: ขาลงใหญ่ ยังต้องพิสูจน์การกลับตัว
แนวโน้มระยะกลาง–ยาว
ยังเป็นขาลง
ราคาหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2569 ถึงข้อมูลวันที่ 14 ต.ค. อยู่ที่ประมาณ -65.12%
โมเมนตัมระยะสั้น
เริ่มรีบาวด์
การขยับจาก 0.15 เป็น 0.16 บาทเป็นสัญญาณบวกเบื้องต้น แต่ยังไม่เพียงพอจะยืนยันว่าแนวโน้มหลักเปลี่ยนเป็นขาขึ้น
Breakout + Volume
รอสัญญาณยืนยัน
ต้องเห็นราคาผ่านแนวต้านพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น และยืนเหนือแนวต้านได้ ไม่ใช่แค่ราคาบวกในวันเดียว

แนวรับ–แนวต้านที่ต้องจับตา
ระดับราคาต่อไปนี้เป็น โซนเฝ้าระวังเชิงเทคนิคเบื้องต้น อ้างอิงจากกรอบราคาล่าสุด ไม่ใช่ระดับที่คำนวณจากกราฟแท่งเทียนย้อนหลังครบชุด
แนวต้าน (Resistance)
0.17 บาท
ด่านทดสอบถัดไป
0.18 บาท
ด่านยืนยันแรงซื้อ
0.19–0.20 บาท
เป้าหมายถัดไป หากผ่านแนวต้านได้
แนวรับ (Support)
0.15 บาท
แนวรับใกล้ราคาปัจจุบัน
0.14 บาท
แนวรับสำคัญ อิงจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์
ข้อมูลราคาและกรอบ 52 สัปดาห์จาก SETTRADE
วิธีอ่านเกม: หาก PROS ผ่าน 0.17 บาทได้พร้อมวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น ให้จับตา 0.18 บาทเป็นด่านถัดไป แต่ถ้าหลุด 0.15 บาท ต้องระวังแรงขายกลับมา และหากหลุด 0.14 บาทจะเป็นสัญญาณลบเพิ่มเติม

กลยุทธ์สายเทรด: วางแผนตามสถานการณ์
สถานการณ์ สิ่งที่ต้องจับตา แนวทางประเมิน
Bullish Breakout ผ่าน 0.17 บาทพร้อมวอลุ่มเด่น รอการยืนยันและดูว่ายืนเหนือแนวต้านได้หรือไม่
Sideway แกว่งในกรอบ 0.15–0.16 บาท รอดูทิศทาง ไม่ไล่ราคา
Bearish Breakdown หลุด 0.15 บาท ระวังแรงขายและประเมินความเสี่ยงใหม่
หลุดจุดต่ำเดิม ต่ำกว่า 0.14 บาท โครงสร้างราคาเสี่ยงอ่อนแอลงอีก
ข้อควรระวัง: PROS มีเครื่องหมาย CB และข้อมูล SETTRADE ระบุว่าหุ้นมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 9.25 เท่า ณ 30 มิ.ย. 2569 จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเก็งกำไร


วิเคราะห์หุ้น PROS บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
ตลาดหลักทรัพย์ mai | หมวดธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้างและวิศวกรรม
PROS หุ้นรับเหมาและวิศวกรรมที่ต้องจับตาทั้งงานในมือ ความสามารถทำกำไร และกระแสเงินสด! สำหรับการวิเคราะห์หุ้นตัวนี้ ไม่ควรดูเพียงว่าบริษัทมีงานโครงการมากแค่ไหน แต่ต้องพิจารณาด้วยว่างานเหล่านั้นสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ กำไร และเงินสดได้จริงหรือไม่
การวิเคราะห์ PROS ควรแบ่งออกเป็น 5 มิติสำคัญ ได้แก่ ลักษณะธุรกิจและแหล่งรายได้ ปัจจัยเติบโต ฐานะการเงิน ความเสี่ยง และแนวทางวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค เพื่อให้เห็นทั้งโอกาสและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจลงทุน

  1. PROS ทำธุรกิจอะไร?
    PROS — บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
    บริษัทรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร หรือ Mechanical & Electrical Engineering (M&E) Contractor
    งานหลักเกี่ยวข้องกับระบบประกอบอาคาร เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และงานวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้าง
    ธุรกิจประเภทนี้มีโอกาสเติบโตเมื่อการลงทุนก่อสร้างและการพัฒนาอาคารเพิ่มขึ้น แต่ผลประกอบการขึ้นอยู่กับการบริหารต้นทุน การส่งมอบงาน การเรียกเก็บเงิน และความสามารถในการควบคุมกำไรของแต่ละโครงการด้วย

2. วิเคราะห์ผลประกอบการ: จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ แสดงให้เห็นว่า PROS เผชิญแรงกดดันด้านรายได้และความสามารถในการทำกำไรอย่างชัดเจน

ผลประกอบการประจำปี (ล้านบาท)

รายการ25672568
รายได้รวม1,503.31844.46
EBITDA68.47-93.79
กำไรสุทธิ18.01-153.06

ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรจับตา
– รายได้หดตัว: รายได้รวมลดลงจาก 1,503.31 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 844.46 ล้านบาทในปี 2568 หรือลดลงประมาณ 43.8%
– พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน: ปี 2567 มีกำไรสุทธิ 18.01 ล้านบาท แต่ปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 153.06 ล้านบาท
– EBITDA ติดลบ: สะท้อนแรงกดดันต่อผลประกอบการจากการดำเนินงาน ไม่ใช่เพียงผลกระทบจากดอกเบี้ยหรือภาษี
– อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ: ปี 2568 อยู่ที่ -7.98% เป็นสัญญาณที่ต้องตรวจสอบต้นทุนโครงการและคุณภาพของงานที่รับมา

ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569
รายได้รวม 6 เดือน
220.86 ลบ.
ลดลง 59.6% YoY
ขาดทุนสุทธิ 6 เดือน
50.10 ลบ.
จากกำไร 9.02 ลบ. ในงวดเดียวกันปีก่อน
EBITDA
-31.89 ลบ.
อัตรากำไรขั้นต้น
-5.51%
งบการเงินรวมงวด 1 มกราคม–30 มิถุนายน 2569
ข้อสรุป: ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 ยังไม่แสดงสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน รายได้ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน และบริษัทยังคงขาดทุนจากการดำเนินงาน
สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือผลประกอบการไตรมาส 3–4 ว่ารายได้เริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นหรือไม่ และอัตรากำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวกได้หรือยัง

3. วิเคราะห์ฐานะการเงินและสภาพคล่อง

ตัวเลขฐานะการเงินเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะธุรกิจรับเหมาต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อจ่ายค่าวัสดุ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายระหว่างรอรับเงินจากลูกค้า

ตัวชี้วัด30 มิ.ย. 2569
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด9.15 ล้านบาท
ลูกหนี้การค้าสุทธิ99.62 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่อง0.77 เท่า
หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E)9.25 เท่า
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานในครึ่งปีแรก+61.67 ล้านบาท

ข้อสังเกตสำคัญมีดังนี้

  • สภาพคล่องต่ำกว่า 1 เท่า: สินทรัพย์หมุนเวียนมีมูลค่าต่ำกว่าหนี้สินหมุนเวียนตามอัตราส่วนที่รายงาน จึงต้องติดตามความสามารถในการชำระภาระระยะสั้น
  • D/E สูงถึง 9.25 เท่า: สะท้อนภาระหนี้เมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นที่เหลืออยู่ในระดับสูง
  • เงินสดคงเหลือค่อนข้างจำกัด: เงินสด 9.15 ล้านบาท ทำให้ต้องติดตามเงินรับจากลูกค้าและแหล่งเงินทุนสำหรับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก: ครึ่งแรกปี 2569 มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 61.67 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดที่ควรศึกษาเพิ่มเติมว่าเกิดจากการเก็บเงินลูกค้า การลดลูกหนี้ หรือการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียนรายการใด
    กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เป็นบวกถือเป็นข้อมูลเชิงบวก แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าฐานะการเงินฟื้นตัวแล้ว เมื่อกำไรสุทธิยังติดลบและอัตราส่วนหนี้สินอยู่ในระดับสูง
  1. พัฒนาการสำคัญและประเด็นเพิ่มทุนที่ต้องติดตาม
    ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับผู้ถือหุ้น PROS เพราะบริษัทมีแผนจัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องและบริหารหนี้
    ตามข้อมูลที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทเคยเสนอแผนเพิ่มทุนแบบ Right Offering (RO) ในอัตรา 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคาเสนอขาย 0.13 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวงเงินเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนสูงสุด 300 ล้านหุ้น
    อย่างไรก็ตาม บริษัทแจ้งยกเลิกการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นและกำหนดการที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เนื่องจากอยู่ระหว่างทบทวนรายละเอียดและเงื่อนไขของแผนเพิ่มทุน รวมถึงแผนบริหารจัดการและชำระหนี้ให้แก่สถาบันการเงิน
    สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามต่อคือ
  • บริษัทจะเสนอแผนเพิ่มทุนใหม่เมื่อใด และกำหนดราคาเสนอขายเท่าไร
  • แผนบริหารหนี้และการชำระหนี้กับสถาบันการเงินมีความคืบหน้าอย่างไร
  • บริษัทจะนำเงินทุนที่ได้รับไปใช้แก้ปัญหาสภาพคล่องหรือสนับสนุนการดำเนินงานในสัดส่วนเท่าใด
  • หากมีการออกหุ้นเพิ่มทุนจริง จำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อสัดส่วนการถือหุ้นและกำไรต่อหุ้นในอนาคตอย่างไร
    ข้อควรระวัง: ราคาเสนอขาย RO ที่เคยประกาศไว้ 0.13 บาท ไม่ใช่การยืนยันว่าบริษัทจะเพิ่มทุนในราคานี้อีกครั้ง เพราะแผนเดิมถูกยกเลิกแล้ว
  1. วิเคราะห์กราฟเทคนิค PROS: แนวรับ แนวต้าน และ Breakout + Volume
    ราคาปิดอ้างอิง 16 ต.ค. 2569
    0.16 บาท
    +6.67%
    เทียบวันก่อนหน้า
    ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ 16 ตุลาคม 2569
    ราคาหุ้นเคยเคลื่อนไหวในกรอบ 52 สัปดาห์ระหว่าง 0.14–0.56 บาท โดยข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้สะท้อนว่าราคายังอยู่ใกล้บริเวณต่ำสุดของกรอบดังกล่าว
    ระดับราคาสำหรับเฝ้าติดตาม
    กรอบวิเคราะห์เบื้องต้น ไม่ใช่แนวรับ–แนวต้านที่ยืนยันจากกราฟรายวันฉบับเต็ม
    แนวต้านถัดไป
    0.17–0.18 บาท
    จุดที่ต้องจับตา
    0.15–0.16 บาท
    แนวรับสำคัญเชิงเฝ้าระวัง
    0.14 บาท
    กลยุทธ์อ่านสัญญาณทางเทคนิค
  • กรณีบวก: หากราคายืนเหนือ 0.16 บาทได้ต่อเนื่อง และทะลุ 0.17–0.18 บาทพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณที่ควรติดตามว่ามีแรงซื้อสนับสนุนจริงหรือไม่
  • กรณีแกว่งสะสม: หากราคายังอยู่ในกรอบ 0.15–0.16 บาท ควรรอการยืนยันจากทิศทางราคาและวอลุ่ม ไม่ควรสรุปว่าเป็นการสะสมหุ้นของรายใหญ่โดยไม่มีหลักฐาน
  • กรณีลบ: หากหลุด 0.15 บาท และลงทดสอบ 0.14 บาท ต้องระวังแรงขายต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากวอลุ่มเพิ่มขึ้นในวันที่ราคาปรับลง
    การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงกรอบเฝ้าติดตามราคา ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายที่ยืนยันแล้ว เนื่องจากยังไม่ได้ตรวจสอบกราฟแท่งเทียนและปริมาณซื้อขายย้อนหลังอย่างละเอียด
  1. สรุปจุดแข็งและความเสี่ยงของ PROS
    โอกาสและจุดที่น่าติดตาม
  • ความเชี่ยวชาญในธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร
  • มีโอกาสรับประโยชน์จากการลงทุนก่อสร้าง หากสามารถชนะงานและส่งมอบงานได้อย่างมีกำไร
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 เป็นบวก
  • ราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกรอบสูงสุดย้อนหลัง แต่ราคาต่ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าหุ้นมีมูลค่าถูก
    ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
  • รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ขาดทุนสุทธิต่อเนื่องในปี 2568 และครึ่งแรกปี 2569
  • อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ
  • D/E สูงและอัตราส่วนสภาพคล่องต่ำกว่า 1 เท่า
  • ความไม่แน่นอนของแผนเพิ่มทุนและการบริหารหนี้
  • ความเสี่ยงจากการเพิ่มทุน การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้น และความผันผวนของราคาหุ้น
  1. บทสรุปการลงทุน
    PROS เป็นหุ้นที่ควรติดตามการฟื้นตัวของธุรกิจอย่างใกล้ชิด แต่จากข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้ ความเสี่ยงด้านผลประกอบการและฐานะการเงินยังเป็นประเด็นหลัก มากกว่าการคาดหวังจากราคาหุ้นที่อยู่ในระดับต่ำ
    ก่อนพิจารณาลงทุน ควรติดตาม 4 เรื่อง ได้แก่
  2. รายได้กลับมาเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
  3. อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวกหรือยัง
  4. บริษัทมีแผนเพิ่มทุนและจัดการหนี้ที่ชัดเจนหรือไม่
  5. ราคาหุ้นสามารถผ่านแนวต้านพร้อมวอลุ่มสนับสนุนได้หรือไม่
    หากผลประกอบการเริ่มฟื้นตัว ฐานะการเงินดีขึ้น และกราฟแสดงสัญญาณ Breakout พร้อม Volume อย่างต่อเนื่อง จึงจะมีข้อมูลสนับสนุนการประเมินโอกาสลงทุนมากขึ้น

Disclaimer

ใส่ความเห็น