วิเคราะห์ หุ้น PRIME บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ PRIME อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 04 พ.ค. 2548 | 6,946.00 | พลังงานและสาธารณูปโภค | PRIME |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีบริษัท ไพร์ม โรด โซลาร์ จำกัด (PRS) เป็นบริษัทแกน ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทภายใต้การถือหุ้นของ PRA ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.00 | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายปันผล
ไม่มีข้อมูล
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น PRIME
Prime Road Power Public Company Limited หรือ PRIME ดำเนินธุรกิจหลักด้านพลังงานหมุนเวียน โดยมีสินทรัพย์สำคัญที่สร้างรายได้จากการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจ EPC และการซื้อขายอุปกรณ์ด้านพลังงาน ปัจจุบันข้อมูล SET ระบุว่า PRIME มีสินทรัพย์รวม 5,820.46 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2569
- โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ☀️
ถือเป็นทรัพย์สินหลักของกลุ่ม PRIME ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในและต่างประเทศ โดยทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Panels)
ระบบ Inverter
ระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า
หม้อแปลงไฟฟ้า
ระบบควบคุมและตรวจวัดการผลิตไฟฟ้า
อาคารและสิ่งปลูกสร้างภายในโรงไฟฟ้า
ที่ดินหรือสิทธิในการใช้พื้นที่โครงการ
ข้อมูล One Report 2024 ระบุโครงการที่มีกำลังการผลิตในประเทศไทย ไต้หวัน และกัมพูชา โดยกำลังการผลิตติดตั้งตามข้อมูลดังกล่าวอยู่ที่ ไทย 172.84 MW, ไต้หวัน 49.54 MW และกัมพูชา 77 MW - โครงการ Solar Rooftop
PRIME มีสินทรัพย์และอุปกรณ์สำหรับโครงการ Solar Rooftop ซึ่งเป็นการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาของลูกค้า ทั้งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
สินทรัพย์สำคัญ ได้แก่
แผงโซลาร์เซลล์
Inverter
โครงสร้างรองรับแผง
ระบบไฟฟ้าและสายส่ง
ระบบ Monitoring
อุปกรณ์ควบคุมและบริหารจัดการพลังงาน
ธุรกิจดังกล่าวเชื่อมโยงกับการให้บริการ EPC และการจำหน่ายไฟฟ้าภายใต้สัญญา Private PPA - สินทรัพย์ด้านระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน
โรงไฟฟ้าจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ เช่น
สถานีไฟฟ้าย่อย
หม้อแปลง
ระบบจำหน่ายไฟฟ้า
สายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง
ระบบป้องกันและควบคุมระบบไฟฟ้า
สินทรัพย์เหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง - เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับธุรกิจ EPC
PRIME ยังดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและติดตั้งระบบพลังงาน หรือ EPC (Engineering, Procurement and Construction) ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับเครื่องมือ อุปกรณ์ และทรัพย์สินที่ใช้ในการออกแบบ ก่อสร้าง และติดตั้งระบบพลังงาน - สินทรัพย์และอุปกรณ์ด้านพลังงาน
บริษัทมีธุรกิจซื้อขายวัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ทำให้มีสินทรัพย์ประเภท
อุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์
อุปกรณ์ไฟฟ้า
วัสดุสำหรับติดตั้งระบบ Solar
อุปกรณ์และเทคโนโลยีด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
เข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ - เงินลงทุนในบริษัทย่อยและโครงการพลังงาน
เนื่องจาก PRIME มีลักษณะเป็น Holding Company บริษัทจึงมีสินทรัพย์ในรูปแบบเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทที่ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยมี Prime Road Solar (PRS) เป็นบริษัทหลักของกลุ่ม
มุมมองสำหรับนักลงทุน
จุดสำคัญของ PRIME คือ มูลค่าทรัพย์สินไม่ได้อยู่แค่ในรูป “โรงไฟฟ้า” แต่รวมถึงโครงการผลิตไฟฟ้า สิทธิในโครงการ ระบบไฟฟ้า เงินลงทุนในบริษัทย่อย และสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
ณ 30 มิ.ย. 2569 PRIME มีสินทรัพย์รวม 5,820.46 ล้านบาท ลดลงจาก 6,776.55 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่หนี้สินอยู่ที่ 3,790.23 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 1,845.40 ล้านบาท
ดังนั้น หากมอง PRIME ในมุม Asset Play สิ่งที่ควรติดตามเป็นพิเศษคือ กำลังการผลิตที่บริษัทถือครองจริง, โครงการที่ COD แล้ว, กระแสเงินสดจากโรงไฟฟ้า, การขาย/ซื้อโครงการ และการลดภาระหนี้ เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อมูลค่าทรัพย์สินและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัท
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น PRIME
Prime Road Power Public Company Limited หรือ PRIME – บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) มีลักษณะเป็น Holding Company โดยลงทุนและถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมี บริษัท ไพร์ม โรด โซลาร์ จำกัด (PRS) เป็นบริษัทแกนกลางของกลุ่ม
โครงสร้างกลุ่มธุรกิจโดยสรุป
- บริษัท ไพร์ม โรด โซลาร์ จำกัด (PRS)
ถือเป็นบริษัทหลักของกลุ่ม PRIME ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ - กลุ่มบริษัทย่อยด้านโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
PRIME ถือหุ้นผ่านบริษัทในกลุ่มเพื่อพัฒนาและดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยรายได้หลักส่วนหนึ่งมาจากการขายไฟฟ้าให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และการทำ Private PPA กับภาคเอกชน - กลุ่มธุรกิจ EPC และ Project Developer
บริษัทและบริษัทในเครือมีความสามารถด้าน Engineering, Procurement and Construction (EPC) รวมถึงการพัฒนาโครงการพลังงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การหาโอกาสลงทุน ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงบำรุงรักษาและให้คำปรึกษา - กลุ่มธุรกิจซื้อขายวัสดุและอุปกรณ์พลังงาน
ดำเนินธุรกิจซื้อขายวัสดุ อุปกรณ์ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ซึ่งช่วยต่อยอดจากธุรกิจโรงไฟฟ้าและงานพัฒนาโครงการของกลุ่ม
🌏 การดำเนินงานในต่างประเทศ
โครงสร้างกลุ่ม PRIME ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศไทย แต่มีการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศด้วย โดยข้อมูลของ SET ระบุการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ ไต้หวันและกัมพูชา ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าของกลุ่มมีทั้งประเทศไทยและกัมพูชา
มอง PRIME ในภาพเดียว
PRIME → Holding Company
↓
PRS → บริษัทแกนกลาง
↓
บริษัทย่อย/บริษัทร่วม → โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
↓
ขายไฟฟ้า + Private PPA + EPC + Project Development + อุปกรณ์พลังงาน
จุดที่น่าสนใจคือ ปัจจุบัน PRIME ระบุว่ากำลังปรับกลยุทธ์ไปสู่โครงการที่ ใช้เงินลงทุนต่ำกว่าและรับรู้รายได้ได้เร็วกว่าโครงการขนาดใหญ่ พร้อมใช้ศักยภาพของบริษัทในเครือเพื่อพัฒนาธุรกิจ Project Developer แบบครบวงจร ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของกลุ่มในระยะต่อไป
หมายเหตุ: รายชื่อบริษัทย่อยและสัดส่วนการถือหุ้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากการซื้อขาย/โอนโครงการและการปรับโครงสร้างกลุ่ม ดังนั้นหากต้องการทำเนื้อหา “กลุ่มบริษัทในเครือ PRIME” แบบละเอียดสำหรับ ONE REPORT ควรยึดโครงสร้างจาก 56-1 One Report 2568 ล่าสุดของบริษัทเป็นหลัก
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น PRIME
บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
PRIME ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยมีรายได้หลักจากการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และ Private PPA รวมถึงธุรกิจ EPC และซื้อขายวัสดุ/อุปกรณ์ด้านพลังงาน
- ความเสี่ยงด้านฐานะการเงินและภาระหนี้ — สูง
เป็นประเด็นที่ควรจับตามากที่สุด ปลายปี 2568 PRIME มีหนี้สินประมาณ 4,949 ล้านบาท เทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 1,648 ล้านบาท หรือ D/E ราว 2.71 เท่า ขณะที่ปี 2568 ยังมีผลขาดทุนสุทธิประมาณ 226 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทเคยมีเหตุการณ์ผิดนัดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยบางส่วนของหุ้นกู้ 4 รุ่น ก่อนที่การประชุมผู้ถือหุ้นกู้จะอนุมัติแนวทางแก้ไข และมีการถอดเครื่องหมาย DP/CB ในเดือนธันวาคม 2568
สิ่งที่ต้องติดตาม: ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด การชำระหนี้ และการบริหารโครงสร้างเงินทุนในระยะต่อไป - ความเสี่ยงจากรายได้โรงไฟฟ้าลดลง
รายได้จากการขายไฟฟ้าให้ PEA ในปี 2568 ลดลงเหลือประมาณ 496 ล้านบาท ลดลง 33.87% YoY ส่วนหนึ่งมาจากการขายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าในไต้หวัน และบางโครงการหมดช่วงรับ Adder รวมถึงปัจจัยด้านการผลิตไฟฟ้า
ดังนั้น แม้ธุรกิจโรงไฟฟ้าจะมีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ การขายสินทรัพย์โรงไฟฟ้าออกอาจทำให้ฐานรายได้ในอนาคตลดลง หากไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทน - ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและปริมาณแสงแดด
ธุรกิจ Solar Farm มีความผันผวนตามสภาพอากาศโดยตรง เช่น ฝนตกมากทำให้ปริมาณแสงอาทิตย์ลดลง และกระทบปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้
ในปี 2568 ทั้งประเทศไทยและกัมพูชาได้รับผลกระทบจากฝนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Solar Irradiation และการผลิตไฟฟ้าลดลง
ความเสี่ยงนี้เป็นลักษณะเชิงโครงสร้างของธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งบริษัทไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด - ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจ EPC — ปานกลางถึงสูง
ธุรกิจ EPC ของ PRIME มีรายได้ปี 2568 ประมาณ 183 ล้านบาท ลดลง 34.17% YoY โดยบริษัทระบุว่าสาเหตุสำคัญมาจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งด้านราคาประมูลและการได้มาซึ่งโครงการ
หากการแข่งขันด้านราคายังคงรุนแรง อาจเกิดแรงกดดันต่อ Margin และกำไรของธุรกิจ EPC - ความเสี่ยงจากการพึ่งพานโยบายภาครัฐ
ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีความเกี่ยวข้องกับ นโยบายพลังงานของภาครัฐ, การรับซื้อไฟฟ้า, PPA, Adder และโครงการพลังงานหมุนเวียน
การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้า หรือเงื่อนไขของโครงการใหม่ อาจส่งผลต่อการเติบโตของ PRIME โดยเฉพาะการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ - ความเสี่ยงจากการลงทุนและการขายสินทรัพย์
PRIME ใช้โครงสร้างแบบ Holding Company และมีการลงทุนในโครงการพลังงานทั้งในและต่างประเทศ
การขายโครงการสามารถสร้างเงินสดในระยะสั้น แต่หากขายสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดออกมากเกินไป อาจทำให้ รายได้ประจำในอนาคตลดลง
ตัวอย่างในปี 2568 บริษัทขายโครงการบางส่วน และในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้รับเงินจากการขายโครงการ Solar Farm 4 โครงการประมาณ 558.21 ล้านบาท โดยประมาณ 90% ของเงินสุทธิถูกนำไปชำระคืนผู้ถือหุ้นกู้ - ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
PRIME มีการดำเนินธุรกิจและลงทุนในต่างประเทศ ทำให้ผลประกอบการมีโอกาสได้รับผลกระทบจาก ค่าเงินบาทและอัตราแลกเปลี่ยน โดยบริษัทระบุว่า FX มีผลต่อการแปลงรายได้จากต่างประเทศในปี 2568 - ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงิน
ธุรกิจโรงไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และมักมีการใช้หนี้เพื่อพัฒนาโครงการ ดังนั้น ดอกเบี้ยและต้นทุนการระดมทุน มีผลโดยตรงต่อกำไร
ในปี 2568 บริษัทระบุว่า Finance Costs เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันผลขาดทุนสุทธิ - ความเสี่ยงจากรายได้ที่หดตัวต่อเนื่อง
ภาพรวมปี 2568 รายได้ PRIME อยู่ที่ประมาณ 786 ล้านบาท ลดลงจาก 1,240 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่บริษัทยังขาดทุนสุทธิ 226 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกจากสถานการณ์ล่าสุด เพราะ 6M/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 154.59 ล้านบาท และ D/E ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.87 เท่า จึงถือว่าเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน แต่ยังไม่ควรสรุปว่าโครงสร้างกำไรกลับมาแข็งแรงอย่างถาวร
🔎 สรุปความเสี่ยง PRIME แบบนักลงทุน
| ประเด็น | ระดับความเสี่ยง |
|---|---|
| หนี้สิน / สภาพคล่อง | 🔴 สูง |
| ประวัติผิดนัดชำระหุ้นกู้ | 🔴 สูง |
| รายได้จากโรงไฟฟ้าลดลง | 🔴 สูง |
| สภาพอากาศกระทบ Solar | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| ต้นทุนดอกเบี้ย | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| การแข่งขัน EPC | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| นโยบายรับซื้อไฟฟ้า | 🟠 ปานกลาง |
| ค่าเงินบาท/FX | 🟡 ปานกลาง |
| การขายสินทรัพย์เพื่อเสริมสภาพคล่อง | 🟠 ปานกลาง-สูง |
มุมมองโดยรวม: PRIME เป็นหุ้นพลังงานหมุนเวียนที่มีโอกาสฟื้นตัวจากการบริหารสินทรัพย์และการลดภาระหนี้ แต่ ความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน สภาพคล่อง และความสามารถในการสร้างกำไรจากธุรกิจหลักยังเป็นจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอดีตที่บริษัทมีผลขาดทุนและเคยเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหุ้นกู้ ขณะที่ข้อมูล 6M/2569 เริ่มสะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการและ D/E ที่ลดลงแล้ว สำหรับการวิเคราะห์หุ้น PRIME แบบครบชุด จุดที่ควรดูต่อคือ “ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ + โครงการโรงไฟฟ้าที่ถืออยู่ + โครงสร้างหนี้ + กระแสเงินสด + แนวโน้มกำไร 2H/2569” เพราะจะช่วยแยกได้ว่าการฟื้นตัวล่าสุดเป็น กำไรจากธุรกิจหลักที่ยั่งยืน หรือกำไรจากรายการพิเศษ/การขายสินทรัพย์.
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 27 มี.ค. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | นาย สมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ | 1,665,758,718 | 39.15 |
| 2 | Prime Road Tech Inter Limited | 395,131,972 | 9.29 |
| 3 | นาย วรุณ วรวณิชชา | 219,055,200 | 5.15 |
| 4 | บริษัท อิมแพ็ค กรีน ยูทิลิตี้ โฮลดิ้ง จำกัด | 178,062,925 | 4.19 |
| 5 | นาย จาตุรนต์ บุญมา | 151,000,000 | 3.55 |
| 6 | นาย กฤษน์ ศรีชวาลา | 122,143,033 | 2.87 |
| 7 | นาย สุรเชษฐ์ ชัยปัทมานนท์ | 85,720,078 | 2.01 |
| 8 | UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED | 55,000,011 | 1.29 |
| 9 | นาย วิทยา ศรีสวรรค์ชวาลา | 53,650,300 | 1.26 |
| 10 | DBS BANK LTD. AC DBS NOMINEES-PB CLIENTS | 48,207,315 | 1.13 |
| 11 | นาย โกวิทย์ คันธาภัสระ | 43,801,000 | 1.03 |
| 12 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 42,600,219 | 1.00 |
| 13 | บริษัท ฟีน่า แอสเซ็ท จำกัด | 38,045,883 | 0.89 |
| 14 | น.ส. ภริษา ฉายาวสันต์ | 36,413,075 | 0.86 |
| 15 | นาย พิรุณ ชินวัตร | 29,411,100 | 0.69 |
| 16 | นาย อภิเชฐ ปุสรี | 26,500,000 | 0.62 |
| 17 | น.ส. กัญญ์กนิษฐ์ ภวนะเจริญสุข | 24,000,000 | 0.56 |
| 18 | นาย สมศักดิ์ กิตติวัฒนโชติ | 21,869,600 | 0.51 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย สมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ | ประธานคณะกรรมการ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร |
| 2 | นาย สุรเชษฐ์ ชัยปัทมานนท์ | รองประธานกรรมการบริษัท |
| 3 | นาง วิภาภรณ์ ชัยรัตน์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 4 | พลอากาศเอก สุรศักดิ์ มีมณี | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 5 | นาย อภิชาติ ภูมิศุข | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น PRIME
PRIME Road Power หรือ บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
PRIME มีพัฒนาการจากบริษัทที่เน้นการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขยายสู่ธุรกิจ Solar Rooftop, Private PPA, EPC และการจำหน่ายอุปกรณ์/โซลูชันด้านพลังงาน ก่อนปรับโครงสร้างธุรกิจและพอร์ตการลงทุนในช่วงหลังเพื่อบริหารสภาพคล่องและลดภาระทางการเงิน
📌 พัฒนาการสำคัญตามลำดับ
- ขยายธุรกิจสู่พลังงานหมุนเวียน
PRIME วางธุรกิจหลักไว้ในกลุ่มพลังงานสะอาด โดยมี Prime Road Solar (PRS) เป็นบริษัทแกนกลางในการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งในไทยและต่างประเทศ - ย้ายจาก mai เข้าสู่ SET
วันที่ 30 ตุลาคม 2562 หุ้น PRIME ย้ายจากตลาดหลักทรัพย์ mai เข้าจดทะเบียนใน SET และอยู่ในกลุ่ม Resources / Energy & Utilities สะท้อนการเติบโตและการขยายขนาดของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน - ขยายโมเดลธุรกิจจากโรงไฟฟ้าสู่ Solar Rooftop และ Private PPA
บริษัทขยายธุรกิจจากการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไปสู่ Solar Rooftop, Private PPA และงาน EPC รวมถึงการจำหน่ายวัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม - ขยายการลงทุนไปต่างประเทศ โดยเฉพาะไต้หวัน
PRIME พัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน เช่น Miaoli Lake West Ground-mounted Solar Project โดย Phase 1 ขนาดประมาณ 95.52–96 MW ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโครงการแล้ว และมีการพัฒนา Phase 2 ต่อเนื่อง - เดินหน้าพัฒนาโครงการ Solar ในไต้หวันเพิ่มเติม
นอกจาก Miaoli Lake West แล้ว PRIME ยังมีโครงการ Budai Outdoor Fish Farm Solar Project ในไต้หวัน ขนาดรวมประมาณ 99 MW ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและขอใบอนุญาต โดย Phase 1 ประมาณ 34.98 MW ได้รับการอนุมัติการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าแล้ว - เพิ่มธุรกิจ Private PPA และ Solar Rooftop ในประเทศไทย
ในปี 2568 บริษัทในกลุ่ม PRIME สามารถส่งมอบโครงการ Private PPA Floating Solar ขนาด 1 MW ให้แก่ C.P. Poly-Industry และ Prime Solar Rooftop ได้รับงานติดตั้งอีก 2 โครงการ รวมกำลังการผลิตประมาณ 1.12 MW - ปรับพอร์ตการลงทุนและขายสินทรัพย์บางส่วน
ในปี 2568 PRIME มีการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผลิตไฟฟ้าในไต้หวัน ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานลดลง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับพอร์ตสินทรัพย์และบริหารสภาพคล่องของกลุ่มบริษัท - จัดการภาระหนี้และหุ้นกู้
ช่วงปลายปี 2568 PRIME เผชิญประเด็นการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยของหุ้นกู้บางรุ่น ก่อนที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ในเดือนธันวาคม 2568 จะอนุมัติวาระที่เกี่ยวข้อง และสัญลักษณ์ DP และ CB ถูกถอดออกในเดือนธันวาคม 2568 - ขายโครงการโรงไฟฟ้าและนำเงินไปชำระหนี้
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 บริษัทได้รับเงินประมาณ 558.21 ล้านบาท จากการจำหน่ายโครงการโซลาร์แบบ Ground-mounted จำนวน 4 โครงการที่ขายไฟให้ กฟภ. ภายใต้โครงการภาคการเกษตร โดยบริษัทนำเงินสุทธิประมาณ 502.47 ล้านบาท หรือราว 90% ไปชำระคืนผู้ถือหุ้นกู้ตามสัดส่วน - ปี 2569 เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านฐานะการเงิน
งวด 6 เดือนแรกปี 2569 PRIME มีรายได้ 242.70 ล้านบาท แต่มี กำไรสุทธิ 154.59 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 68.09 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ D/E ลดลงจาก 2.47 เท่า เหลือ 1.87 เท่า สะท้อนผลจากการปรับโครงสร้างสินทรัพย์และหนี้สิน
🔎 มุมมองพัฒนาการของ PRIME
หากมองภาพรวม PRIME มีพัฒนาการจาก “ผู้พัฒนาและลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” → “แพลตฟอร์มธุรกิจพลังงานหมุนเวียนครบวงจรมากขึ้น” ทั้งโรงไฟฟ้า, Private PPA, Solar Rooftop และ EPC แต่ช่วงปี 2567–2568 บริษัทเข้าสู่ระยะ ปรับพอร์ตและบริหารสภาพคล่อง/หนี้สิน อย่างจริงจัง
จุดที่น่าจับตาในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังผลิต แต่คือ ความสามารถในการฟื้นผลประกอบการ, ลดภาระหนี้, บริหารสินทรัพย์ที่เหลือ และสร้างกระแสเงินสดจากโครงการพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะหลังผลประกอบการ 6M26 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
หมายเหตุ: กำไร 6M26 ที่เพิ่มขึ้นมากควรพิจารณาองค์ประกอบของกำไรด้วย ไม่ควรตีความว่าเป็นการฟื้นตัวของกำไรจากธุรกิจหลักทั้งหมดโดยอัตโนมัติ เนื่องจาก PRIME อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์และธุรกิจ
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบปรับปรุง (31 มี.ค. 2569) | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 285.52 | 191.92 | 56.80 | 93.82 | 81.17 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 481.56 | 309.93 | 259.09 | 300.07 | 245.93 |
| สินค้าคงเหลือ | 91.13 | 56.78 | 45.03 | 46.76 | 34.00 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 1,455.94 | 802.00 | 1,408.23 | 605.16 | 545.23 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 5,483.70 | 3,224.59 | 2,573.66 | 3,346.23 | 2,452.00 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 7,781.96 | 6,666.38 | 5,368.32 | 6,648.70 | 5,275.23 |
| รวมสินทรัพย์ | 9,237.90 | 7,468.38 | 6,776.55 | 7,253.86 | 5,820.46 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 9.93 | 9.92 | 24.77 | 24.83 | 63.21 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 420.04 | 306.47 | 306.16 | 331.29 | 213.24 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 573.32 | 2,260.61 | 2,832.01 | 2,274.62 | 1,132.80 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 1,404.52 | 2,999.09 | 3,970.26 | 2,910.24 | 1,600.30 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 5,485.09 | 2,396.08 | 978.74 | 2,253.51 | 2,189.94 |
| รวมหนี้สิน | 6,889.61 | 5,395.17 | 4,949.00 | 5,163.75 | 3,790.23 |
| ทุนจดทะเบียน | 6,946.00 | 6,946.00 | 6,805.00 | 6,805.00 | 6,807.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 4,254.49 | 4,254.49 | 4,254.49 | 4,254.49 | 4,254.49 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | – | – | – | – | – |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 1,931.09 | 1,741.00 | 1,141.77 | 1,672.91 | 882.94 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -4,028.01 | -4,097.28 | -3,747.79 | -4,009.19 | -3,292.03 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | -2,452.14 | -2,452.14 | -2,077.48 | -2,452.14 | -1,664.06 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 2,157.57 | 1,898.21 | 1,648.47 | 1,918.21 | 1,845.40 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 190.72 | 175.00 | 179.08 | 171.90 | 184.83 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 1,610.51 | 1,203.29 | 724.08 | 443.36 | 230.96 |
| รายได้อื่น | 45.96 | 37.21 | 62.40 | 35.20 | 11.74 |
| รวมรายได้ | 1,656.47 | 1,240.49 | 786.48 | 478.56 | 242.70 |
| ต้นทุน | 1,184.03 | 797.52 | 397.02 | 269.74 | 122.68 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 311.27 | 311.06 | 290.20 | 117.28 | 177.83 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 2,708.31 | 1,468.72 | 951.61 | 514.61 | 428.07 |
| EBITDA | -518.29 | 159.29 | 20.38 | 55.85 | 254.19 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 271.56 | 301.29 | 195.46 | 97.16 | 75.02 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | -789.85 | -142.00 | -175.08 | -41.31 | 179.17 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | -901.64 | -190.09 | -226.41 | -68.09 | 154.59 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | -0.21 | -0.04 | -0.05 | -0.02 | 0.04 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | -67.72 | 309.92 | 339.25 | 142.46 | 31.20 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -746.00 | -411.93 | 7.46 | -16.89 | 624.80 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -1.74 | 8.74 | -505.23 | -266.89 | -643.62 |
| เงินสดสุทธิ | -815.46 | -93.27 | -158.53 | -141.32 | 12.39 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบปรับปรุง (31 มี.ค. 2569) | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 3.04 | 2.54 | 2.48 | 1.87 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 120.04 | 143.42 | 147.17 | 194.74 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 10.78 | 7.80 | 11.46 | 6.19 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 33.85 | 46.80 | 31.85 | 58.96 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 2.20 | 1.30 | 2.13 | 0.92 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 166.25 | 281.61 | 171.71 | 397.56 |
| วงจรเงินสด (วัน) | -12.36 | -91.39 | 7.32 | -143.86 |
วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค PRIME — ไพร์ม โรด เพาเวอร์
ภาพล่าสุด: PRIME ปิดที่ 0.05 บาท วันที่ 11 ก.ย. 2569 โดยแกว่งในกรอบ 0.04–0.05 บาท และมีกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 0.04–0.09 บาท
🔥 มุมมอง “เพจหุ้นสายเทคนิค”
PRIME ยังอยู่ในโหมด “แกว่งสร้างฐาน” มากกว่าจะเป็นขาขึ้นเต็มตัว
กราฟช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวแคบมากบริเวณ 0.05–0.06 บาท โดยหลายวันมีการซื้อขายจำนวนมาก แต่ราคายังไม่สามารถยืนเหนือ 0.06 บาทได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่า แนวต้าน 0.06 บาทคือด่านสำคัญที่ต้องจับตา
จุดที่น่าสนใจคือราคาปัจจุบันอยู่ใกล้โซนฐานล่างของรอบ 52 สัปดาห์ ซึ่งอยู่ที่ 0.04 บาท ดังนั้นเกมของ PRIME ตอนนี้จึงอยู่ที่ว่า จะสร้างฐานเหนือ 0.05 บาทได้หรือไม่ หรือจะไหลกลับไปทดสอบ 0.04 บาทอีกครั้ง🎯 แนวรับ–แนวต้าน
| ระดับ | มุมมอง |
|---|---|
| 0.04 บาท | 🛡️ แนวรับสำคัญ / ห้ามหลุดง่าย |
| 0.05 บาท | ⭐ ฐานราคาปัจจุบัน |
| 0.06 บาท | 🚧 แนวต้านสำคัญ |
| 0.07 บาท | 🎯 เป้าหมายถัดไป หากผ่าน 0.06 |
| 0.08–0.09 บาท | 🚀 แนวต้านใหญ่ / High รอบ 52 สัปดาห์ |
🚨 สัญญาณที่สายเทคนิคต้องดู
Bullish Scenario:
ถ้า PRIME สามารถ ทะลุ 0.06 บาทพร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นการออกจากกรอบสะสมเดิม และมีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ 0.07 → 0.08 → 0.09 บาท
Sideway Scenario:
หากยังไม่ผ่าน 0.06 บาท มีโอกาสสูงที่ราคาจะ แกว่ง 0.04–0.06 บาทต่อ เป็นลักษณะสะสมพลัง โดยข้อมูล 12 สัปดาห์ล่าสุดก็ยังไม่พบ Trend Signal ที่ชัดเจนเช่นกัน
Bearish Scenario:
หาก 0.04 บาทหลุด ต้องระวังแรงขายเพิ่ม เพราะเป็นระดับต่ำสุดของกรอบ 52 สัปดาห์
💥 จุดที่น่าจับตาที่สุด
“PRIME ยังไม่ใช่หุ้นที่เบรกแล้ว แต่กำลังอยู่ในจุดที่ต้องรอการยืนยัน!”
ราคายังติดอยู่ในกรอบแคบ และ 0.06 บาทคือประตูสำคัญ หากมี Volume เข้ามาแล้วราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ จะเปลี่ยนภาพจาก “หุ้นพักฐาน” → “หุ้นเริ่มมี Momentum” ได้ทันที
อย่างไรก็ตาม PRIME มีข้อจำกัดสำคัญคือ ราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำมาก ทำให้การเปลี่ยนแปลงเพียง 0.01 บาทมีนัยสำคัญถึงประมาณ 20% ดังนั้นควรใช้ Volume และการยืนราคายืนยันสัญญาณ มากกว่าการไล่ราคาจากแท่งเดียว
สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค:
🟡 “เฝ้าจอ PRIME! 0.06 คือด่านชี้ชะตา — ผ่านพร้อม Volume มีลุ้นเปิดรอบใหม่ แต่ถ้ายังไม่ผ่านก็ยังเป็นเกมแกว่งสะสมในกรอบ 0.04–0.06 บาท”
เป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น PRIME — บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
PRIME อยู่ในกลุ่ม พลังงานและสาธารณูปโภค โดยมีธุรกิจหลักเป็นการถือหุ้นในบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมี Prime Road Solar (PRS) เป็นบริษัทแกน นอกจากนี้ยังมีธุรกิจ EPC และการจำหน่ายวัสดุ/อุปกรณ์ด้านพลังงานด้วย
🔋 จุดเด่นของ PRIME
- อยู่ในเมกะเทรนด์พลังงานสะอาด
ธุรกิจหลักของ PRIME สอดคล้องกับทิศทางการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ทั้งโซลาร์และโครงการพลังงานสะอาดในต่างประเทศ จึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ Renewable Energy ในระยะยาว - มีรายได้จากการขายไฟฟ้า
ธุรกิจขายไฟให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและลูกค้าเอกชนผ่าน Private PPA ช่วยสร้างรายได้ที่มีลักษณะค่อนข้างสม่ำเสมอเมื่อเทียบกับธุรกิจที่พึ่งพาการขายโครงการเพียงอย่างเดียว - ปรับกลยุทธ์ไปสู่โครงการที่ใช้เงินลงทุนต่ำและคืนทุนเร็ว
บริษัทกำลังลดการเน้นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูงและใช้เวลาคืนทุนนาน พร้อมเพิ่มบทบาท Project Developer ตั้งแต่การหาโครงการ ออกแบบ ติดตั้ง บำรุงรักษา และให้คำปรึกษา ซึ่งหากทำได้ตามแผน จะช่วยลดภาระเงินลงทุนและเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน
📊 ผลประกอบการล่าสุด: มีสัญญาณฟื้น แต่ต้องแยก “กำไรจริง” ออกจากกำไรพิเศษ จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ 6M/2569
| รายการ | 6M/69 | 6M/68 |
|---|---|---|
| รายได้ | 242.70 ลบ. | 478.56 ลบ. |
| กำไรสุทธิ | 154.59 ลบ. | -68.09 ลบ. |
| D/E | 1.87 เท่า | 2.47 เท่า |
| ROA | 0.69% | -2.44% |
| ROE | -0.20% | -12.11% |
ตัวเลขกำไรกลับมาเป็นบวกอย่างมาก แต่ ไม่ได้มาจากการเติบโตของธุรกิจไฟฟ้าเป็นหลัก เพราะบริษัทรับรู้กำไรประมาณ 318 ล้านบาทจากการขายเงินลงทุนในโครงการ COOP 1 ในไตรมาส 1/2569 ขณะที่รายได้ขายไฟ 6M/69 ลดลง 26% YoY เหลือ 212 ล้านบาท ดังนั้น กำไร 6 เดือนที่ดูโดดเด่นยังไม่ควรตีความว่าเป็นการพลิกฟื้นของกำไรจากการดำเนินงานแบบยั่งยืน
⚠️ จุดที่ต้องระวัง
มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากภาระค้ำประกัน
ใน 2Q/69 บริษัทขาดทุนสุทธิประมาณ 137 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายพิเศษ 72 ล้านบาท จากการที่สถาบันการเงินเรียกร้องชำระภาระของบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับการค้ำประกันโครงการ 2 โครงการ
จุดนี้ถือเป็น Red Flag ที่ต้องติดตาม เพราะสะท้อนความเสี่ยงจากโครงสร้างโครงการและภาระค้ำประกันในบริษัทย่อย
🌏 ต่างประเทศยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ
ธุรกิจไฟฟ้าของ PRIME ไม่ได้อยู่เฉพาะประเทศไทย โดย กัมพูชา เป็นตลาดที่มีบทบาทสำคัญ
6M/69 รายได้ขายไฟจากกัมพูชาอยู่ที่ประมาณ 89 ล้านบาท ลดลงเพียง 2% YoY ขณะที่ไทยมีรายได้ขายไฟ 123 ล้านบาท ลดลงถึง 37% YoY จากการขายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า
ดังนั้นในช่วงที่ฐานรายได้ในไทยลดลง กัมพูชาจึงยังเป็นธุรกิจที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
🔎 มุมมองการลงทุน
ผมมอง PRIME เป็นหุ้นประเภท
“หุ้นพลังงานหมุนเวียนที่กำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างและฟื้นฐานธุรกิจ”
มากกว่าจะเป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีผลประกอบการนิ่งและเติบโตสม่ำเสมอ
ด้านบวก
อยู่ในอุตสาหกรรม Renewable Energy
มีฐานธุรกิจโรงไฟฟ้าและ PPA
ปรับกลยุทธ์ไปหาโครงการที่ใช้เงินลงทุนต่ำ
พยายามลดภาระหนี้
มีโอกาสสร้างรายได้ใหม่ผ่าน Project Developer
6M/69 พลิกกลับมากำไร
ด้านลบ
รายได้ธุรกิจหลักยังลดลง
กำไร 6M/69 มีส่วนสำคัญจากกำไรขายเงินลงทุน
ปี 2568 ยังขาดทุน
EPC หดตัวแรง
มีความเสี่ยงจากภาระค้ำประกัน
ต้องพิสูจน์ว่ากำไรจากการดำเนินงานสามารถกลับมาเป็นบวกอย่างยั่งยืนได้
💡 Valuation: ถูกมาก แต่ “ถูกด้วยเหตุผล”
ข้อมูล SET ณ 11 ก.ย. 2569 ระบุราคา PRIME ที่ 0.05 บาท Market Cap ประมาณ 212.72 ล้านบาท และ P/BV ประมาณ 0.12 เท่า ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.04–0.09 บาท
P/BV ต่ำมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี แต่ต้องระวังการมองว่า “P/BV ต่ำ = ถูกแน่นอน”
เพราะตลาดกำลังสะท้อนความเสี่ยงเกี่ยวกับ ความสามารถในการสร้างกำไร, กระแสเงินสด, หนี้ และคุณภาพของสินทรัพย์/โครงการ
ดังนั้นการ Re-rating ของ PRIME จะเกิดขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ หากบริษัทสามารถแสดงให้เห็นว่า
ขายสินทรัพย์ → ลดหนี้ → สภาพคล่องดีขึ้น → มีโครงการใหม่ → รายได้จากธุรกิจหลักกลับมา → กำไรปกติเป็นบวก
ถ้าลำดับนี้เกิดขึ้นจริง หุ้นที่มี P/BV ต่ำมากอาจมี Upside จากการ Re-rating ได้
🎯 สรุปแบบนักลงทุน
PRIME = “หุ้นพลังงานสะอาดราคาต่ำที่กำลังเดิมพันกับการฟื้นโครงสร้างธุรกิจ”
ผมให้น้ำหนักประมาณนี้:
🟢 โอกาส: ธุรกิจ Renewable Energy + Project Developer + การลดหนี้
🟡 ต้องจับตา: โครงการใหม่และกำไรจากธุรกิจหลัก
🔴 ความเสี่ยง: หนี้/หุ้นกู้ ภาระค้ำประกัน และกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์
ประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับ PRIME ในระยะถัดไป ไม่ใช่ “จะมีกำไรหรือไม่” แต่คือ “กำไรนั้นมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้าปกติหรือมาจากการขายสินทรัพย์”
หากไตรมาสต่อ ๆ ไปเริ่มเห็น รายได้ขายไฟฟ้าฟื้น + EPC กลับมา + กระแสเงินสดดำเนินงานแข็งแรง + หนี้ลดลง จะเป็นสัญญาณบวกที่มีน้ำหนักมากกว่ากำไรพิเศษเพียงครั้งเดียว
มุมมอง: เก็งกำไร/Turnaround มากกว่าหุ้น Defensive สำหรับการถือยาวในตอนนี้
ทั้งนี้ข้อมูล SET ระบุว่ารายงานผู้สอบบัญชีล่าสุดเป็น Qualified opinion with an emphasis of matters จึงควรอ่านงบฉบับเต็มและหมายเหตุประกอบงบก่อนตัดสินใจลงทุน
บทวิเคราะห์นี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์
รายได้ธุรกิจหลักยังหดตัว
6M/69 รายได้จากการขายไฟลดลง 26% YoY ขณะที่รายได้ EPC ลดลงถึง 86% YoY เหลือเพียง 18 ล้านบาท เนื่องจากโครงการเดิมทยอยเสร็จและบริษัทกำลังเตรียมรับงานใหม่
นี่เป็นโจทย์สำคัญ เพราะถ้าไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทน รายได้จากธุรกิจหลักอาจยังอยู่ในภาวะชะลอตัว
กำไรปี 2568 ยังขาดทุน
ปี 2568 PRIME มีผลขาดทุนสุทธิ 226.41 ล้านบาท ต่อเนื่องจากปี 2567 ที่ขาดทุน 190.09 ล้านบาท
ดังนั้นภาพของบริษัทในปัจจุบันจึงเป็น “กำลังฟื้นตัว” มากกว่า “กลับมาแข็งแรงเต็มที่แล้ว”
ความเสี่ยงด้านหนี้และภาระทางการเงิน
D/E ณ 6M/69 ลดลงมาอยู่ที่ 1.87 เท่า จาก 2.71 เท่าในปี 2568 ถือว่าดีขึ้น แต่ยังถือว่ามีภาระหนี้ในระดับที่ต้องติดตาม
บริษัทระบุว่าจะนำเงินจากการขายโครงการ COOP 1 อย่างน้อย 90% ไปชำระเงินต้นและดอกเบี้ยหุ้นกู้ทั้ง 4 ชุด ซึ่งสะท้อนว่าการบริหารสภาพคล่องและภาระหนี้ยังเป็นประเด็นสำคัญ

