ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น PRIME บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PRIME บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PRIME บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ PRIME อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)





ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น PRIME
Prime Road Power Public Company Limited หรือ PRIME ดำเนินธุรกิจหลักด้านพลังงานหมุนเวียน โดยมีสินทรัพย์สำคัญที่สร้างรายได้จากการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจ EPC และการซื้อขายอุปกรณ์ด้านพลังงาน ปัจจุบันข้อมูล SET ระบุว่า PRIME มีสินทรัพย์รวม 5,820.46 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2569

  1. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ☀️
    ถือเป็นทรัพย์สินหลักของกลุ่ม PRIME ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในและต่างประเทศ โดยทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
    แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Panels)
    ระบบ Inverter
    ระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า
    หม้อแปลงไฟฟ้า
    ระบบควบคุมและตรวจวัดการผลิตไฟฟ้า
    อาคารและสิ่งปลูกสร้างภายในโรงไฟฟ้า
    ที่ดินหรือสิทธิในการใช้พื้นที่โครงการ
    ข้อมูล One Report 2024 ระบุโครงการที่มีกำลังการผลิตในประเทศไทย ไต้หวัน และกัมพูชา โดยกำลังการผลิตติดตั้งตามข้อมูลดังกล่าวอยู่ที่ ไทย 172.84 MW, ไต้หวัน 49.54 MW และกัมพูชา 77 MW
  2. โครงการ Solar Rooftop
    PRIME มีสินทรัพย์และอุปกรณ์สำหรับโครงการ Solar Rooftop ซึ่งเป็นการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาของลูกค้า ทั้งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
    สินทรัพย์สำคัญ ได้แก่
    แผงโซลาร์เซลล์
    Inverter
    โครงสร้างรองรับแผง
    ระบบไฟฟ้าและสายส่ง
    ระบบ Monitoring
    อุปกรณ์ควบคุมและบริหารจัดการพลังงาน
    ธุรกิจดังกล่าวเชื่อมโยงกับการให้บริการ EPC และการจำหน่ายไฟฟ้าภายใต้สัญญา Private PPA
  3. สินทรัพย์ด้านระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน
    โรงไฟฟ้าจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ เช่น
    สถานีไฟฟ้าย่อย
    หม้อแปลง
    ระบบจำหน่ายไฟฟ้า
    สายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง
    ระบบป้องกันและควบคุมระบบไฟฟ้า
    สินทรัพย์เหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง
  4. เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับธุรกิจ EPC
    PRIME ยังดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและติดตั้งระบบพลังงาน หรือ EPC (Engineering, Procurement and Construction) ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับเครื่องมือ อุปกรณ์ และทรัพย์สินที่ใช้ในการออกแบบ ก่อสร้าง และติดตั้งระบบพลังงาน
  5. สินทรัพย์และอุปกรณ์ด้านพลังงาน
    บริษัทมีธุรกิจซื้อขายวัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ทำให้มีสินทรัพย์ประเภท
    อุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์
    อุปกรณ์ไฟฟ้า
    วัสดุสำหรับติดตั้งระบบ Solar
    อุปกรณ์และเทคโนโลยีด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
    เข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
  6. เงินลงทุนในบริษัทย่อยและโครงการพลังงาน
    เนื่องจาก PRIME มีลักษณะเป็น Holding Company บริษัทจึงมีสินทรัพย์ในรูปแบบเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทที่ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยมี Prime Road Solar (PRS) เป็นบริษัทหลักของกลุ่ม

มุมมองสำหรับนักลงทุน
จุดสำคัญของ PRIME คือ มูลค่าทรัพย์สินไม่ได้อยู่แค่ในรูป “โรงไฟฟ้า” แต่รวมถึงโครงการผลิตไฟฟ้า สิทธิในโครงการ ระบบไฟฟ้า เงินลงทุนในบริษัทย่อย และสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
ณ 30 มิ.ย. 2569 PRIME มีสินทรัพย์รวม 5,820.46 ล้านบาท ลดลงจาก 6,776.55 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่หนี้สินอยู่ที่ 3,790.23 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 1,845.40 ล้านบาท
ดังนั้น หากมอง PRIME ในมุม Asset Play สิ่งที่ควรติดตามเป็นพิเศษคือ กำลังการผลิตที่บริษัทถือครองจริง, โครงการที่ COD แล้ว, กระแสเงินสดจากโรงไฟฟ้า, การขาย/ซื้อโครงการ และการลดภาระหนี้ เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อมูลค่าทรัพย์สินและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น PRIME
Prime Road Power Public Company Limited หรือ PRIME – บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) มีลักษณะเป็น Holding Company โดยลงทุนและถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมี บริษัท ไพร์ม โรด โซลาร์ จำกัด (PRS) เป็นบริษัทแกนกลางของกลุ่ม
โครงสร้างกลุ่มธุรกิจโดยสรุป

  1. บริษัท ไพร์ม โรด โซลาร์ จำกัด (PRS)
    ถือเป็นบริษัทหลักของกลุ่ม PRIME ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
  2. กลุ่มบริษัทย่อยด้านโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
    PRIME ถือหุ้นผ่านบริษัทในกลุ่มเพื่อพัฒนาและดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยรายได้หลักส่วนหนึ่งมาจากการขายไฟฟ้าให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และการทำ Private PPA กับภาคเอกชน
  3. กลุ่มธุรกิจ EPC และ Project Developer
    บริษัทและบริษัทในเครือมีความสามารถด้าน Engineering, Procurement and Construction (EPC) รวมถึงการพัฒนาโครงการพลังงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การหาโอกาสลงทุน ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงบำรุงรักษาและให้คำปรึกษา
  4. กลุ่มธุรกิจซื้อขายวัสดุและอุปกรณ์พลังงาน
    ดำเนินธุรกิจซื้อขายวัสดุ อุปกรณ์ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ซึ่งช่วยต่อยอดจากธุรกิจโรงไฟฟ้าและงานพัฒนาโครงการของกลุ่ม

🌏 การดำเนินงานในต่างประเทศ
โครงสร้างกลุ่ม PRIME ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศไทย แต่มีการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศด้วย โดยข้อมูลของ SET ระบุการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ ไต้หวันและกัมพูชา ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าของกลุ่มมีทั้งประเทศไทยและกัมพูชา
มอง PRIME ในภาพเดียว
PRIME → Holding Company
↓
PRS → บริษัทแกนกลาง
↓
บริษัทย่อย/บริษัทร่วม → โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
↓
ขายไฟฟ้า + Private PPA + EPC + Project Development + อุปกรณ์พลังงาน
จุดที่น่าสนใจคือ ปัจจุบัน PRIME ระบุว่ากำลังปรับกลยุทธ์ไปสู่โครงการที่ ใช้เงินลงทุนต่ำกว่าและรับรู้รายได้ได้เร็วกว่าโครงการขนาดใหญ่ พร้อมใช้ศักยภาพของบริษัทในเครือเพื่อพัฒนาธุรกิจ Project Developer แบบครบวงจร ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของกลุ่มในระยะต่อไป
หมายเหตุ: รายชื่อบริษัทย่อยและสัดส่วนการถือหุ้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากการซื้อขาย/โอนโครงการและการปรับโครงสร้างกลุ่ม ดังนั้นหากต้องการทำเนื้อหา “กลุ่มบริษัทในเครือ PRIME” แบบละเอียดสำหรับ ONE REPORT ควรยึดโครงสร้างจาก 56-1 One Report 2568 ล่าสุดของบริษัทเป็นหลัก



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น PRIME
บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
PRIME ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยมีรายได้หลักจากการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และ Private PPA รวมถึงธุรกิจ EPC และซื้อขายวัสดุ/อุปกรณ์ด้านพลังงาน

  1. ความเสี่ยงด้านฐานะการเงินและภาระหนี้ — สูง
    เป็นประเด็นที่ควรจับตามากที่สุด ปลายปี 2568 PRIME มีหนี้สินประมาณ 4,949 ล้านบาท เทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 1,648 ล้านบาท หรือ D/E ราว 2.71 เท่า ขณะที่ปี 2568 ยังมีผลขาดทุนสุทธิประมาณ 226 ล้านบาท
    นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทเคยมีเหตุการณ์ผิดนัดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยบางส่วนของหุ้นกู้ 4 รุ่น ก่อนที่การประชุมผู้ถือหุ้นกู้จะอนุมัติแนวทางแก้ไข และมีการถอดเครื่องหมาย DP/CB ในเดือนธันวาคม 2568
    สิ่งที่ต้องติดตาม: ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด การชำระหนี้ และการบริหารโครงสร้างเงินทุนในระยะต่อไป
  2. ความเสี่ยงจากรายได้โรงไฟฟ้าลดลง
    รายได้จากการขายไฟฟ้าให้ PEA ในปี 2568 ลดลงเหลือประมาณ 496 ล้านบาท ลดลง 33.87% YoY ส่วนหนึ่งมาจากการขายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าในไต้หวัน และบางโครงการหมดช่วงรับ Adder รวมถึงปัจจัยด้านการผลิตไฟฟ้า
    ดังนั้น แม้ธุรกิจโรงไฟฟ้าจะมีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ การขายสินทรัพย์โรงไฟฟ้าออกอาจทำให้ฐานรายได้ในอนาคตลดลง หากไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทน
  3. ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและปริมาณแสงแดด
    ธุรกิจ Solar Farm มีความผันผวนตามสภาพอากาศโดยตรง เช่น ฝนตกมากทำให้ปริมาณแสงอาทิตย์ลดลง และกระทบปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้
    ในปี 2568 ทั้งประเทศไทยและกัมพูชาได้รับผลกระทบจากฝนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Solar Irradiation และการผลิตไฟฟ้าลดลง
    ความเสี่ยงนี้เป็นลักษณะเชิงโครงสร้างของธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งบริษัทไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด
  4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจ EPC — ปานกลางถึงสูง
    ธุรกิจ EPC ของ PRIME มีรายได้ปี 2568 ประมาณ 183 ล้านบาท ลดลง 34.17% YoY โดยบริษัทระบุว่าสาเหตุสำคัญมาจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งด้านราคาประมูลและการได้มาซึ่งโครงการ
    หากการแข่งขันด้านราคายังคงรุนแรง อาจเกิดแรงกดดันต่อ Margin และกำไรของธุรกิจ EPC
  5. ความเสี่ยงจากการพึ่งพานโยบายภาครัฐ
    ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีความเกี่ยวข้องกับ นโยบายพลังงานของภาครัฐ, การรับซื้อไฟฟ้า, PPA, Adder และโครงการพลังงานหมุนเวียน
    การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้า หรือเงื่อนไขของโครงการใหม่ อาจส่งผลต่อการเติบโตของ PRIME โดยเฉพาะการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่
  6. ความเสี่ยงจากการลงทุนและการขายสินทรัพย์
    PRIME ใช้โครงสร้างแบบ Holding Company และมีการลงทุนในโครงการพลังงานทั้งในและต่างประเทศ
    การขายโครงการสามารถสร้างเงินสดในระยะสั้น แต่หากขายสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดออกมากเกินไป อาจทำให้ รายได้ประจำในอนาคตลดลง
    ตัวอย่างในปี 2568 บริษัทขายโครงการบางส่วน และในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้รับเงินจากการขายโครงการ Solar Farm 4 โครงการประมาณ 558.21 ล้านบาท โดยประมาณ 90% ของเงินสุทธิถูกนำไปชำระคืนผู้ถือหุ้นกู้
  7. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
    PRIME มีการดำเนินธุรกิจและลงทุนในต่างประเทศ ทำให้ผลประกอบการมีโอกาสได้รับผลกระทบจาก ค่าเงินบาทและอัตราแลกเปลี่ยน โดยบริษัทระบุว่า FX มีผลต่อการแปลงรายได้จากต่างประเทศในปี 2568
  8. ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงิน
    ธุรกิจโรงไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และมักมีการใช้หนี้เพื่อพัฒนาโครงการ ดังนั้น ดอกเบี้ยและต้นทุนการระดมทุน มีผลโดยตรงต่อกำไร
    ในปี 2568 บริษัทระบุว่า Finance Costs เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันผลขาดทุนสุทธิ
  9. ความเสี่ยงจากรายได้ที่หดตัวต่อเนื่อง
    ภาพรวมปี 2568 รายได้ PRIME อยู่ที่ประมาณ 786 ล้านบาท ลดลงจาก 1,240 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่บริษัทยังขาดทุนสุทธิ 226 ล้านบาท
    อย่างไรก็ตาม ต้องแยกจากสถานการณ์ล่าสุด เพราะ 6M/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 154.59 ล้านบาท และ D/E ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.87 เท่า จึงถือว่าเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน แต่ยังไม่ควรสรุปว่าโครงสร้างกำไรกลับมาแข็งแรงอย่างถาวร

🔎 สรุปความเสี่ยง PRIME แบบนักลงทุน

ประเด็นระดับความเสี่ยง
หนี้สิน / สภาพคล่อง🔴 สูง
ประวัติผิดนัดชำระหุ้นกู้🔴 สูง
รายได้จากโรงไฟฟ้าลดลง🔴 สูง
สภาพอากาศกระทบ Solar🟠 ปานกลาง-สูง
ต้นทุนดอกเบี้ย🟠 ปานกลาง-สูง
การแข่งขัน EPC🟠 ปานกลาง-สูง
นโยบายรับซื้อไฟฟ้า🟠 ปานกลาง
ค่าเงินบาท/FX🟡 ปานกลาง
การขายสินทรัพย์เพื่อเสริมสภาพคล่อง🟠 ปานกลาง-สูง

มุมมองโดยรวม: PRIME เป็นหุ้นพลังงานหมุนเวียนที่มีโอกาสฟื้นตัวจากการบริหารสินทรัพย์และการลดภาระหนี้ แต่ ความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน สภาพคล่อง และความสามารถในการสร้างกำไรจากธุรกิจหลักยังเป็นจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอดีตที่บริษัทมีผลขาดทุนและเคยเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหุ้นกู้ ขณะที่ข้อมูล 6M/2569 เริ่มสะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการและ D/E ที่ลดลงแล้ว สำหรับการวิเคราะห์หุ้น PRIME แบบครบชุด จุดที่ควรดูต่อคือ “ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ + โครงการโรงไฟฟ้าที่ถืออยู่ + โครงสร้างหนี้ + กระแสเงินสด + แนวโน้มกำไร 2H/2569” เพราะจะช่วยแยกได้ว่าการฟื้นตัวล่าสุดเป็น กำไรจากธุรกิจหลักที่ยั่งยืน หรือกำไรจากรายการพิเศษ/การขายสินทรัพย์.


ข้อมูล ณ วันที่ 27 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1นาย สมประสงค์ ปัญจะลักษณ์1,665,758,71839.15
2Prime Road Tech Inter Limited395,131,9729.29
3นาย วรุณ วรวณิชชา219,055,2005.15
4บริษัท อิมแพ็ค กรีน ยูทิลิตี้ โฮลดิ้ง จำกัด178,062,9254.19
5นาย จาตุรนต์ บุญมา151,000,0003.55
6นาย กฤษน์ ศรีชวาลา122,143,0332.87
7นาย สุรเชษฐ์ ชัยปัทมานนท์85,720,0782.01
8UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED55,000,0111.29
9นาย วิทยา ศรีสวรรค์ชวาลา53,650,3001.26
10DBS BANK LTD. AC DBS NOMINEES-PB CLIENTS48,207,3151.13
11นาย โกวิทย์ คันธาภัสระ43,801,0001.03
12บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด42,600,2191.00
13บริษัท ฟีน่า แอสเซ็ท จำกัด38,045,8830.89
14น.ส. ภริษา ฉายาวสันต์36,413,0750.86
15นาย พิรุณ ชินวัตร29,411,1000.69
16นาย อภิเชฐ ปุสรี26,500,0000.62
17น.ส. กัญญ์กนิษฐ์ ภวนะเจริญสุข24,000,0000.56
18นาย สมศักดิ์ กิตติวัฒนโชติ21,869,6000.51

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย สมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ประธานคณะกรรมการ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
2นาย สุรเชษฐ์ ชัยปัทมานนท์รองประธานกรรมการบริษัท
3นาง วิภาภรณ์ ชัยรัตน์กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
4พลอากาศเอก สุรศักดิ์ มีมณีกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
5นาย อภิชาติ ภูมิศุขกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น PRIME
PRIME Road Power หรือ บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
PRIME มีพัฒนาการจากบริษัทที่เน้นการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขยายสู่ธุรกิจ Solar Rooftop, Private PPA, EPC และการจำหน่ายอุปกรณ์/โซลูชันด้านพลังงาน ก่อนปรับโครงสร้างธุรกิจและพอร์ตการลงทุนในช่วงหลังเพื่อบริหารสภาพคล่องและลดภาระทางการเงิน
📌 พัฒนาการสำคัญตามลำดับ

  1. ขยายธุรกิจสู่พลังงานหมุนเวียน
    PRIME วางธุรกิจหลักไว้ในกลุ่มพลังงานสะอาด โดยมี Prime Road Solar (PRS) เป็นบริษัทแกนกลางในการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งในไทยและต่างประเทศ
  2. ย้ายจาก mai เข้าสู่ SET
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 หุ้น PRIME ย้ายจากตลาดหลักทรัพย์ mai เข้าจดทะเบียนใน SET และอยู่ในกลุ่ม Resources / Energy & Utilities สะท้อนการเติบโตและการขยายขนาดของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
  3. ขยายโมเดลธุรกิจจากโรงไฟฟ้าสู่ Solar Rooftop และ Private PPA
    บริษัทขยายธุรกิจจากการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไปสู่ Solar Rooftop, Private PPA และงาน EPC รวมถึงการจำหน่ายวัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
  4. ขยายการลงทุนไปต่างประเทศ โดยเฉพาะไต้หวัน
    PRIME พัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน เช่น Miaoli Lake West Ground-mounted Solar Project โดย Phase 1 ขนาดประมาณ 95.52–96 MW ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโครงการแล้ว และมีการพัฒนา Phase 2 ต่อเนื่อง
  5. เดินหน้าพัฒนาโครงการ Solar ในไต้หวันเพิ่มเติม
    นอกจาก Miaoli Lake West แล้ว PRIME ยังมีโครงการ Budai Outdoor Fish Farm Solar Project ในไต้หวัน ขนาดรวมประมาณ 99 MW ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและขอใบอนุญาต โดย Phase 1 ประมาณ 34.98 MW ได้รับการอนุมัติการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าแล้ว
  6. เพิ่มธุรกิจ Private PPA และ Solar Rooftop ในประเทศไทย
    ในปี 2568 บริษัทในกลุ่ม PRIME สามารถส่งมอบโครงการ Private PPA Floating Solar ขนาด 1 MW ให้แก่ C.P. Poly-Industry และ Prime Solar Rooftop ได้รับงานติดตั้งอีก 2 โครงการ รวมกำลังการผลิตประมาณ 1.12 MW
  7. ปรับพอร์ตการลงทุนและขายสินทรัพย์บางส่วน
    ในปี 2568 PRIME มีการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผลิตไฟฟ้าในไต้หวัน ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานลดลง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับพอร์ตสินทรัพย์และบริหารสภาพคล่องของกลุ่มบริษัท
  8. จัดการภาระหนี้และหุ้นกู้
    ช่วงปลายปี 2568 PRIME เผชิญประเด็นการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยของหุ้นกู้บางรุ่น ก่อนที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ในเดือนธันวาคม 2568 จะอนุมัติวาระที่เกี่ยวข้อง และสัญลักษณ์ DP และ CB ถูกถอดออกในเดือนธันวาคม 2568
  9. ขายโครงการโรงไฟฟ้าและนำเงินไปชำระหนี้
    ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 บริษัทได้รับเงินประมาณ 558.21 ล้านบาท จากการจำหน่ายโครงการโซลาร์แบบ Ground-mounted จำนวน 4 โครงการที่ขายไฟให้ กฟภ. ภายใต้โครงการภาคการเกษตร โดยบริษัทนำเงินสุทธิประมาณ 502.47 ล้านบาท หรือราว 90% ไปชำระคืนผู้ถือหุ้นกู้ตามสัดส่วน
  10. ปี 2569 เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านฐานะการเงิน
    งวด 6 เดือนแรกปี 2569 PRIME มีรายได้ 242.70 ล้านบาท แต่มี กำไรสุทธิ 154.59 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 68.09 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ D/E ลดลงจาก 2.47 เท่า เหลือ 1.87 เท่า สะท้อนผลจากการปรับโครงสร้างสินทรัพย์และหนี้สิน

🔎 มุมมองพัฒนาการของ PRIME
หากมองภาพรวม PRIME มีพัฒนาการจาก “ผู้พัฒนาและลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” → “แพลตฟอร์มธุรกิจพลังงานหมุนเวียนครบวงจรมากขึ้น” ทั้งโรงไฟฟ้า, Private PPA, Solar Rooftop และ EPC แต่ช่วงปี 2567–2568 บริษัทเข้าสู่ระยะ ปรับพอร์ตและบริหารสภาพคล่อง/หนี้สิน อย่างจริงจัง
จุดที่น่าจับตาในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังผลิต แต่คือ ความสามารถในการฟื้นผลประกอบการ, ลดภาระหนี้, บริหารสินทรัพย์ที่เหลือ และสร้างกระแสเงินสดจากโครงการพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะหลังผลประกอบการ 6M26 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
หมายเหตุ: กำไร 6M26 ที่เพิ่มขึ้นมากควรพิจารณาองค์ประกอบของกำไรด้วย ไม่ควรตีความว่าเป็นการฟื้นตัวของกำไรจากธุรกิจหลักทั้งหมดโดยอัตโนมัติ เนื่องจาก PRIME อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์และธุรกิจ


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบปรับปรุง (31 มี.ค. 2569)งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด285.52191.9256.8093.8281.17
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ481.56309.93259.09300.07245.93
สินค้าคงเหลือ91.1356.7845.0346.7634.00
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,455.94802.001,408.23605.16545.23
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ5,483.703,224.592,573.663,346.232,452.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน7,781.966,666.385,368.326,648.705,275.23
รวมสินทรัพย์9,237.907,468.386,776.557,253.865,820.46
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม9.939.9224.7724.8363.21
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ420.04306.47306.16331.29213.24
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี573.322,260.612,832.012,274.621,132.80
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,404.522,999.093,970.262,910.241,600.30
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน5,485.092,396.08978.742,253.512,189.94
รวมหนี้สิน6,889.615,395.174,949.005,163.753,790.23
ทุนจดทะเบียน6,946.006,946.006,805.006,805.006,807.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า4,254.494,254.494,254.494,254.494,254.49
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น–––––
กำไร(ขาดทุน)สะสม1,931.091,741.001,141.771,672.91882.94
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-4,028.01-4,097.28-3,747.79-4,009.19-3,292.03
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน-2,452.14-2,452.14-2,077.48-2,452.14-1,664.06
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่2,157.571,898.211,648.471,918.211,845.40
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย190.72175.00179.08171.90184.83

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,610.511,203.29724.08443.36230.96
รายได้อื่น45.9637.2162.4035.2011.74
รวมรายได้1,656.471,240.49786.48478.56242.70
ต้นทุน1,184.03797.52397.02269.74122.68
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร311.27311.06290.20117.28177.83
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย2,708.311,468.72951.61514.61428.07
EBITDA-518.29159.2920.3855.85254.19
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย271.56301.29195.4697.1675.02
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้-789.85-142.00-175.08-41.31179.17
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่-901.64-190.09-226.41-68.09154.59
กำไรต่อหุ้น (บาท)-0.21-0.04-0.05-0.020.04

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน-67.72309.92339.25142.4631.20
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-746.00-411.937.46-16.89624.80
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-1.748.74-505.23-266.89-643.62
เงินสดสุทธิ-815.46-93.27-158.53-141.3212.39

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบปรับปรุง (31 มี.ค. 2569)งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)3.042.542.481.87
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)120.04143.42147.17194.74
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)10.787.8011.466.19
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)33.8546.8031.8558.96
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)2.201.302.130.92
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)166.25281.61171.71397.56
วงจรเงินสด (วัน)-12.36-91.397.32-143.86

📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค PRIME — ไพร์ม โรด เพาเวอร์
ภาพล่าสุด: PRIME ปิดที่ 0.05 บาท วันที่ 11 ก.ย. 2569 โดยแกว่งในกรอบ 0.04–0.05 บาท และมีกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 0.04–0.09 บาท
🔥 มุมมอง “เพจหุ้นสายเทคนิค”
PRIME ยังอยู่ในโหมด “แกว่งสร้างฐาน” มากกว่าจะเป็นขาขึ้นเต็มตัว
กราฟช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวแคบมากบริเวณ 0.05–0.06 บาท โดยหลายวันมีการซื้อขายจำนวนมาก แต่ราคายังไม่สามารถยืนเหนือ 0.06 บาทได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่า แนวต้าน 0.06 บาทคือด่านสำคัญที่ต้องจับตา
จุดที่น่าสนใจคือราคาปัจจุบันอยู่ใกล้โซนฐานล่างของรอบ 52 สัปดาห์ ซึ่งอยู่ที่ 0.04 บาท ดังนั้นเกมของ PRIME ตอนนี้จึงอยู่ที่ว่า จะสร้างฐานเหนือ 0.05 บาทได้หรือไม่ หรือจะไหลกลับไปทดสอบ 0.04 บาทอีกครั้ง🎯 แนวรับ–แนวต้าน

ระดับมุมมอง
0.04 บาท🛡️ แนวรับสำคัญ / ห้ามหลุดง่าย
0.05 บาท⭐ ฐานราคาปัจจุบัน
0.06 บาท🚧 แนวต้านสำคัญ
0.07 บาท🎯 เป้าหมายถัดไป หากผ่าน 0.06
0.08–0.09 บาท🚀 แนวต้านใหญ่ / High รอบ 52 สัปดาห์

🚨 สัญญาณที่สายเทคนิคต้องดู
Bullish Scenario:
ถ้า PRIME สามารถ ทะลุ 0.06 บาทพร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นการออกจากกรอบสะสมเดิม และมีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ 0.07 → 0.08 → 0.09 บาท
Sideway Scenario:
หากยังไม่ผ่าน 0.06 บาท มีโอกาสสูงที่ราคาจะ แกว่ง 0.04–0.06 บาทต่อ เป็นลักษณะสะสมพลัง โดยข้อมูล 12 สัปดาห์ล่าสุดก็ยังไม่พบ Trend Signal ที่ชัดเจนเช่นกัน
Bearish Scenario:
หาก 0.04 บาทหลุด ต้องระวังแรงขายเพิ่ม เพราะเป็นระดับต่ำสุดของกรอบ 52 สัปดาห์
💥 จุดที่น่าจับตาที่สุด
“PRIME ยังไม่ใช่หุ้นที่เบรกแล้ว แต่กำลังอยู่ในจุดที่ต้องรอการยืนยัน!”
ราคายังติดอยู่ในกรอบแคบ และ 0.06 บาทคือประตูสำคัญ หากมี Volume เข้ามาแล้วราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ จะเปลี่ยนภาพจาก “หุ้นพักฐาน” → “หุ้นเริ่มมี Momentum” ได้ทันที
อย่างไรก็ตาม PRIME มีข้อจำกัดสำคัญคือ ราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำมาก ทำให้การเปลี่ยนแปลงเพียง 0.01 บาทมีนัยสำคัญถึงประมาณ 20% ดังนั้นควรใช้ Volume และการยืนราคายืนยันสัญญาณ มากกว่าการไล่ราคาจากแท่งเดียว
สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค:
🟡 “เฝ้าจอ PRIME! 0.06 คือด่านชี้ชะตา — ผ่านพร้อม Volume มีลุ้นเปิดรอบใหม่ แต่ถ้ายังไม่ผ่านก็ยังเป็นเกมแกว่งสะสมในกรอบ 0.04–0.06 บาท”
เป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์


วิเคราะห์หุ้น PRIME — บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
PRIME อยู่ในกลุ่ม พลังงานและสาธารณูปโภค โดยมีธุรกิจหลักเป็นการถือหุ้นในบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมี Prime Road Solar (PRS) เป็นบริษัทแกน นอกจากนี้ยังมีธุรกิจ EPC และการจำหน่ายวัสดุ/อุปกรณ์ด้านพลังงานด้วย
🔋 จุดเด่นของ PRIME

  1. อยู่ในเมกะเทรนด์พลังงานสะอาด
    ธุรกิจหลักของ PRIME สอดคล้องกับทิศทางการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ทั้งโซลาร์และโครงการพลังงานสะอาดในต่างประเทศ จึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ Renewable Energy ในระยะยาว
  2. มีรายได้จากการขายไฟฟ้า
    ธุรกิจขายไฟให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและลูกค้าเอกชนผ่าน Private PPA ช่วยสร้างรายได้ที่มีลักษณะค่อนข้างสม่ำเสมอเมื่อเทียบกับธุรกิจที่พึ่งพาการขายโครงการเพียงอย่างเดียว
  3. ปรับกลยุทธ์ไปสู่โครงการที่ใช้เงินลงทุนต่ำและคืนทุนเร็ว
    บริษัทกำลังลดการเน้นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูงและใช้เวลาคืนทุนนาน พร้อมเพิ่มบทบาท Project Developer ตั้งแต่การหาโครงการ ออกแบบ ติดตั้ง บำรุงรักษา และให้คำปรึกษา ซึ่งหากทำได้ตามแผน จะช่วยลดภาระเงินลงทุนและเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน

📊 ผลประกอบการล่าสุด: มีสัญญาณฟื้น แต่ต้องแยก “กำไรจริง” ออกจากกำไรพิเศษ จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ 6M/2569

รายการ6M/696M/68
รายได้242.70 ลบ.478.56 ลบ.
กำไรสุทธิ154.59 ลบ.-68.09 ลบ.
D/E1.87 เท่า2.47 เท่า
ROA0.69%-2.44%
ROE-0.20%-12.11%

ตัวเลขกำไรกลับมาเป็นบวกอย่างมาก แต่ ไม่ได้มาจากการเติบโตของธุรกิจไฟฟ้าเป็นหลัก เพราะบริษัทรับรู้กำไรประมาณ 318 ล้านบาทจากการขายเงินลงทุนในโครงการ COOP 1 ในไตรมาส 1/2569 ขณะที่รายได้ขายไฟ 6M/69 ลดลง 26% YoY เหลือ 212 ล้านบาท ดังนั้น กำไร 6 เดือนที่ดูโดดเด่นยังไม่ควรตีความว่าเป็นการพลิกฟื้นของกำไรจากการดำเนินงานแบบยั่งยืน
⚠️ จุดที่ต้องระวัง

มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากภาระค้ำประกัน
ใน 2Q/69 บริษัทขาดทุนสุทธิประมาณ 137 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายพิเศษ 72 ล้านบาท จากการที่สถาบันการเงินเรียกร้องชำระภาระของบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับการค้ำประกันโครงการ 2 โครงการ
จุดนี้ถือเป็น Red Flag ที่ต้องติดตาม เพราะสะท้อนความเสี่ยงจากโครงสร้างโครงการและภาระค้ำประกันในบริษัทย่อย
🌏 ต่างประเทศยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ
ธุรกิจไฟฟ้าของ PRIME ไม่ได้อยู่เฉพาะประเทศไทย โดย กัมพูชา เป็นตลาดที่มีบทบาทสำคัญ
6M/69 รายได้ขายไฟจากกัมพูชาอยู่ที่ประมาณ 89 ล้านบาท ลดลงเพียง 2% YoY ขณะที่ไทยมีรายได้ขายไฟ 123 ล้านบาท ลดลงถึง 37% YoY จากการขายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า
ดังนั้นในช่วงที่ฐานรายได้ในไทยลดลง กัมพูชาจึงยังเป็นธุรกิจที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
🔎 มุมมองการลงทุน
ผมมอง PRIME เป็นหุ้นประเภท
“หุ้นพลังงานหมุนเวียนที่กำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างและฟื้นฐานธุรกิจ”
มากกว่าจะเป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีผลประกอบการนิ่งและเติบโตสม่ำเสมอ
ด้านบวก
อยู่ในอุตสาหกรรม Renewable Energy
มีฐานธุรกิจโรงไฟฟ้าและ PPA
ปรับกลยุทธ์ไปหาโครงการที่ใช้เงินลงทุนต่ำ
พยายามลดภาระหนี้
มีโอกาสสร้างรายได้ใหม่ผ่าน Project Developer
6M/69 พลิกกลับมากำไร
ด้านลบ
รายได้ธุรกิจหลักยังลดลง
กำไร 6M/69 มีส่วนสำคัญจากกำไรขายเงินลงทุน
ปี 2568 ยังขาดทุน
EPC หดตัวแรง
มีความเสี่ยงจากภาระค้ำประกัน
ต้องพิสูจน์ว่ากำไรจากการดำเนินงานสามารถกลับมาเป็นบวกอย่างยั่งยืนได้
💡 Valuation: ถูกมาก แต่ “ถูกด้วยเหตุผล”
ข้อมูล SET ณ 11 ก.ย. 2569 ระบุราคา PRIME ที่ 0.05 บาท Market Cap ประมาณ 212.72 ล้านบาท และ P/BV ประมาณ 0.12 เท่า ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.04–0.09 บาท
P/BV ต่ำมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี แต่ต้องระวังการมองว่า “P/BV ต่ำ = ถูกแน่นอน”
เพราะตลาดกำลังสะท้อนความเสี่ยงเกี่ยวกับ ความสามารถในการสร้างกำไร, กระแสเงินสด, หนี้ และคุณภาพของสินทรัพย์/โครงการ
ดังนั้นการ Re-rating ของ PRIME จะเกิดขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ หากบริษัทสามารถแสดงให้เห็นว่า
ขายสินทรัพย์ → ลดหนี้ → สภาพคล่องดีขึ้น → มีโครงการใหม่ → รายได้จากธุรกิจหลักกลับมา → กำไรปกติเป็นบวก
ถ้าลำดับนี้เกิดขึ้นจริง หุ้นที่มี P/BV ต่ำมากอาจมี Upside จากการ Re-rating ได้
🎯 สรุปแบบนักลงทุน
PRIME = “หุ้นพลังงานสะอาดราคาต่ำที่กำลังเดิมพันกับการฟื้นโครงสร้างธุรกิจ”
ผมให้น้ำหนักประมาณนี้:
🟢 โอกาส: ธุรกิจ Renewable Energy + Project Developer + การลดหนี้
🟡 ต้องจับตา: โครงการใหม่และกำไรจากธุรกิจหลัก
🔴 ความเสี่ยง: หนี้/หุ้นกู้ ภาระค้ำประกัน และกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์
ประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับ PRIME ในระยะถัดไป ไม่ใช่ “จะมีกำไรหรือไม่” แต่คือ “กำไรนั้นมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้าปกติหรือมาจากการขายสินทรัพย์”
หากไตรมาสต่อ ๆ ไปเริ่มเห็น รายได้ขายไฟฟ้าฟื้น + EPC กลับมา + กระแสเงินสดดำเนินงานแข็งแรง + หนี้ลดลง จะเป็นสัญญาณบวกที่มีน้ำหนักมากกว่ากำไรพิเศษเพียงครั้งเดียว
มุมมอง: เก็งกำไร/Turnaround มากกว่าหุ้น Defensive สำหรับการถือยาวในตอนนี้
ทั้งนี้ข้อมูล SET ระบุว่ารายงานผู้สอบบัญชีล่าสุดเป็น Qualified opinion with an emphasis of matters จึงควรอ่านงบฉบับเต็มและหมายเหตุประกอบงบก่อนตัดสินใจลงทุน
บทวิเคราะห์นี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์

รายได้ธุรกิจหลักยังหดตัว
6M/69 รายได้จากการขายไฟลดลง 26% YoY ขณะที่รายได้ EPC ลดลงถึง 86% YoY เหลือเพียง 18 ล้านบาท เนื่องจากโครงการเดิมทยอยเสร็จและบริษัทกำลังเตรียมรับงานใหม่
นี่เป็นโจทย์สำคัญ เพราะถ้าไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทน รายได้จากธุรกิจหลักอาจยังอยู่ในภาวะชะลอตัว

กำไรปี 2568 ยังขาดทุน
ปี 2568 PRIME มีผลขาดทุนสุทธิ 226.41 ล้านบาท ต่อเนื่องจากปี 2567 ที่ขาดทุน 190.09 ล้านบาท
ดังนั้นภาพของบริษัทในปัจจุบันจึงเป็น “กำลังฟื้นตัว” มากกว่า “กลับมาแข็งแรงเต็มที่แล้ว”

ความเสี่ยงด้านหนี้และภาระทางการเงิน
D/E ณ 6M/69 ลดลงมาอยู่ที่ 1.87 เท่า จาก 2.71 เท่าในปี 2568 ถือว่าดีขึ้น แต่ยังถือว่ามีภาระหนี้ในระดับที่ต้องติดตาม
บริษัทระบุว่าจะนำเงินจากการขายโครงการ COOP 1 อย่างน้อย 90% ไปชำระเงินต้นและดอกเบี้ยหุ้นกู้ทั้ง 4 ชุด ซึ่งสะท้อนว่าการบริหารสภาพคล่องและภาระหนี้ยังเป็นประเด็นสำคัญ


Disclaimer

ใส่ความเห็น