วิเคราะห์ หุ้น MTW บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น MTW บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น MTW บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) MTW อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI สินค้าอุตสาหกรรม(Industrials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 19 ธ.ค. 25680.03บาท19 ม.ค. 2569เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น MTW
บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTW ประกอบธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูป และ ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านบริษัทย่อย โดยข้อมูลของ SET ระบุว่ากลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,050.78 ล้านบาท ณ 30 ก.ย. 2568

  1. ที่ดิน อาคาร และโรงงาน
    ทรัพย์สินสำคัญของ MTW คือพื้นที่โรงงานและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้รองรับการผลิต โดยโรงงานเสื้อผ้าของบริษัทตั้งอยู่ที่ อ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
    บริษัทระบุว่าโรงงานมีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ และมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 12,000 ตารางเมตร รองรับกำลังการผลิตประมาณ 200,000–300,000 ตัวต่อเดือน
    สำหรับธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า บริษัทมีทรัพย์สินของบริษัทย่อยที่ใช้สำหรับการผลิตและการดำเนินงานด้าน EV เช่น ที่ดิน อาคาร และโรงงาน โดย MTW ถือหุ้นใน บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
  2. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตเสื้อผ้า
    โรงงานของ MTW มีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่
    เครื่องจักรสำหรับ ปูผ้าและตัดผ้า
    เครื่องจักรสำหรับ เย็บ
    เครื่องจักรสำหรับ พิมพ์/สกรีน
    อุปกรณ์งาน ปัก
    ระบบงาน ออกแบบและทำ Pattern
    เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับ บรรจุสินค้า
    อุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพ
    บริษัทระบุว่ามีการพัฒนาและปรับปรุงเครื่องจักรและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิต
  3. เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
    ในธุรกิจ EV ทรัพย์สินสำคัญจะประกอบด้วย เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต และอุปกรณ์ประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพ
    เดิมบริษัทมีแผนลงทุนในโรงงานและเครื่องจักรของธุรกิจ EV โดยมีการจัดสรรเงินเพื่อ ก่อสร้างโรงงานและสำนักงาน รวมถึงซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต
  4. ระบบ ERP และเทคโนโลยีสารสนเทศ
    อีกหนึ่งทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงานคือ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ซึ่งใช้เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างฝ่ายต่าง ๆ เช่น
    การขาย → การผลิต → สินค้าคงคลัง → การจัดส่ง
    บริษัทระบุว่าระบบดังกล่าวช่วยให้สามารถติดตามข้อมูลการขายและการผลิตได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
  5. สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
    เนื่องจาก MTW เป็นธุรกิจการผลิต สินทรัพย์หมุนเวียนที่มีความสำคัญจึงรวมถึง
    วัตถุดิบสำหรับผลิตเสื้อผ้า
    วัสดุและอุปกรณ์การผลิต
    เสื้อผ้าสำเร็จรูป
    ชิ้นส่วนและสินค้าสำหรับธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
    สินค้าระหว่างผลิต
    สินค้าสำเร็จรูปพร้อมจำหน่าย
    สินทรัพย์หมุนเวียนของกลุ่มบริษัท ณ ปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 423.26 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนประมาณ 615.39 ล้านบาท
  6. เครือข่ายการจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
    สำหรับธุรกิจ EV นอกจากโรงงานแล้ว เครือข่ายตัวแทนจำหน่าย ถือเป็นทรัพยากรสำคัญในการสร้างช่องทางขาย โดยข้อมูลจาก SET ในช่วงเข้าจดทะเบียนระบุว่า DECO มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 96 ราย กระจายอยู่ในหลายภูมิภาคของประเทศไทย

สรุปภาพรวมทรัพย์สิน MTW

ประเภททรัพย์สินการนำไปใช้
🏭 โรงงานและอาคารผลิตเสื้อผ้าและรองรับธุรกิจ EV
🏗️ ที่ดินใช้เป็นพื้นที่โรงงาน/สำนักงานและรองรับการขยายธุรกิจ
⚙️ เครื่องจักรผลิตเสื้อผ้าตัด เย็บ พิมพ์ ปัก และบรรจุ
🛵 เครื่องจักรและอุปกรณ์ EVผลิตและประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
📦 สินค้าคงเหลือวัตถุดิบ งานระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป
💻 ระบบ ERP/ITบริหารการผลิต สต็อก การขาย และการจัดส่ง
🏪 ช่องทางจำหน่ายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

จุดที่น่าสนใจ: MTW มีโครงสร้างสินทรัพย์ที่สะท้อนธุรกิจการผลิตค่อนข้างชัดเจน โดย ณ 9M/2568 มีสินทรัพย์รวมประมาณ 1.05 พันล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมีสัดส่วนค่อนข้างสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรงงาน อาคาร เครื่องจักร และทรัพย์สินที่ใช้รองรับการผลิต


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น MTW
เมคทูวิน โฮลดิ้ง หรือ บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (MTW) ดำเนินธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม คือ ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป และ ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่สำคัญมีดังนี้

  1. บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) — MTW
    เป็นบริษัทแม่ของกลุ่ม ทำธุรกิจเกี่ยวกับ
    ผลิตและจำหน่าย เสื้อผ้าสำเร็จรูป
    ผลิตเสื้อผ้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท
    รับจ้างผลิตเสื้อผ้า OEM
    จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางขายส่งและหน้าร้าน
    บริษัทมีโรงงานอยู่ที่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม
  2. บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด — DECO
    เป็น บริษัทย่อยที่สำคัญของ MTW ดำเนินธุรกิจ
    ผลิตและจำหน่าย รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
    ใช้เครื่องหมายการค้า DECO
    จำหน่ายผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย
    เป็นธุรกิจที่ช่วยให้ MTW ขยายจากธุรกิจสิ่งทอเข้าสู่ตลาดพลังงานทางเลือกและยานยนต์ไฟฟ้า
    ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ MTW ถือหุ้นใน DECO 85%
    โครงสร้างกลุ่มแบบเข้าใจง่าย
    MTW – เมคทูวิน โฮลดิ้ง
    ↳ ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป / OEM 👕
    ↳ ถือหุ้น 85% → บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี (DECO) 🛵⚡
      ↳ ผลิตและจำหน่าย รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
    จุดที่น่าสนใจ: MTW จึงมีโครงสร้างธุรกิจที่ค่อนข้างแตกต่างจากบริษัทเสื้อผ้าทั่วไป เพราะมี DECO เป็นบริษัทย่อยด้านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้ผลประกอบการของกลุ่มมีความเกี่ยวข้องทั้งกับตลาดเสื้อผ้าและตลาด EV


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น MTW
บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTW ประกอบธุรกิจหลักด้าน ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูป ทั้งภายใต้แบรนด์ของบริษัทและรับจ้างผลิตแบบ OEM ขณะเดียวกันมีธุรกิจ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านบริษัทย่อย DECO ซึ่งทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากทั้งธุรกิจแฟชั่นและธุรกิจ EV ที่มีการแข่งขันสูง
🔴 1. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ทั้งตลาดเสื้อผ้าสำเร็จรูปและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะการแข่งขันด้าน ราคา คุณภาพ ดีไซน์ และความเร็วในการออกสินค้า หากคู่แข่งลดราคา หรือมีสินค้าใหม่ที่ได้รับความนิยมมากกว่า อาจกดดันยอดขายและอัตรากำไรของ MTW
🔴 2. ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ
ธุรกิจเสื้อผ้ามีต้นทุนสำคัญจากผ้า วัตถุดิบ และค่าแรง ขณะที่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีต้นทุนชิ้นส่วนและแบตเตอรี่ หากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่อ Gross Margin
🔴 3. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและเศรษฐกิจ
เสื้อผ้าและสินค้าคงทนอย่างรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ หากผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย ยอดสั่งซื้อเสื้อผ้าและความต้องการซื้อรถ EV อาจลดลง
🔴 4. ความเสี่ยงของธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
ธุรกิจ EV มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งเทคโนโลยี รุ่นสินค้า ราคาแบตเตอรี่ และพฤติกรรมผู้บริโภค บริษัทจึงต้องลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการแข่งขันด้านราคาอาจทำให้การเติบโตของยอดขายไม่ได้แปลเป็นการเติบโตของกำไรเสมอไป
🔴 5. ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ
ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้รับอิทธิพลจากมาตรการสนับสนุน EV ของภาครัฐ หากเงื่อนไข เงินอุดหนุน หรือมาตรการส่งเสริมมีการเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลต่อราคาขาย ความสามารถในการแข่งขัน และความต้องการซื้อของผู้บริโภค โดย SET ระบุว่า DECO เคยเข้าร่วมมาตรการสนับสนุน EV ของภาครัฐด้วย
🔴 6. ความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือ
ธุรกิจเสื้อผ้ามีความเสี่ยงเรื่อง แฟชั่นเปลี่ยนเร็วและสินค้าตกรุ่น หากผลิตหรือสั่งวัตถุดิบมากเกินกว่าความต้องการ อาจต้องลดราคาเพื่อระบายสินค้า ซึ่งกระทบต่ออัตรากำไรและกระแสเงินสด
🔴 7. ความเสี่ยงจากลูกค้า OEM
การรับจ้างผลิตทำให้บริษัทมีโอกาสพึ่งพาคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายสำคัญ หากลูกค้ารายใหญ่ลดคำสั่งซื้อ เปลี่ยนผู้ผลิต หรือชะลอการสั่งซื้อ อาจกระทบรายได้ของบริษัทในระยะสั้น
🔴 8. ความเสี่ยงจากตัวแทนจำหน่ายรถ EV
ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าพึ่งพาเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายในการเข้าถึงลูกค้า หากตัวแทนมีปัญหาด้านยอดขาย สภาพคล่อง หรือสต็อกสินค้า อาจกระทบต่อยอดขายและการขยายตลาดของบริษัท
🔴 9. ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์
ตลาด EV ต้องแข่งขันด้วย ระยะทางต่อการชาร์จ ความเร็วในการชาร์จ อายุแบตเตอรี่ ดีไซน์ และฟังก์ชันของรถ หากเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทไม่สามารถตอบโจทย์ตลาดได้ อาจทำให้สินค้าแข่งขันยากและต้องใช้โปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย
🔴 10. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและผลประกอบการ
ควรติดตามงบการเงินรายไตรมาสอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบัน MTW มีงบการเงินไตรมาส 2/2569 ที่ผ่านการสอบทานแล้ว และมีการเผยแพร่ MD&A ของไตรมาสดังกล่าวในเดือนสิงหาคม 2569 ผ่านระบบ ก.ล.ต.
📌 สรุปความเสี่ยง MTW แบบนักลงทุน
ความเสี่ยงเด่นที่ควรจับตา:
การแข่งขันสูง + ต้นทุนวัตถุดิบ + กำลังซื้อ + การแข่งขัน EV + นโยบายภาครัฐ + สินค้าคงเหลือ + การพึ่งพาคำสั่งซื้อ/ตัวแทนจำหน่าย
จุดที่น่าติดตามเป็นพิเศษคือ ธุรกิจ EV จะสามารถสร้างยอดขายและกำไรอย่างยั่งยืนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต แต่ก็มีการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสูง ขณะที่ธุรกิจเสื้อผ้าจะต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันและบริหารสต็อกให้มีประสิทธิภาพ


ข้อมูล ณ วันที่ 11 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น MTW
บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTW มีพัฒนาการที่น่าสนใจจากเดิมที่เน้นธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปและ OEM ก่อนขยายเข้าสู่ธุรกิจ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านบริษัทย่อย เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด (DECO) จนกลายเป็นธุรกิจสำคัญของกลุ่ม
🔹 1. จุดเริ่มต้นจากธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป
บริษัทก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2539 และดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูป ทั้งภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทและรับจ้างผลิตแบบ OEM โดยมีฐานการผลิตอยู่ที่จังหวัดนครปฐม
🔹 2. ขยายธุรกิจเข้าสู่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
ในเดือน มกราคม 2561 MTW จัดตั้งบริษัทย่อย เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ DECO ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเพิ่มธุรกิจใหม่จากเดิมที่พึ่งพาธุรกิจสิ่งทอเป็นหลัก
🔹 3. เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
MTW เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 ด้วยราคา IPO 2.88 บาทต่อหุ้น ระดมทุนประมาณ 250.56 ล้านบาท โดยบริษัทระบุว่าจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนในธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
🔹 4. ขยายกำลังการผลิต EV
ในปี 2566 บริษัทเดินหน้าขยายโรงงานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับความต้องการ EV โดยในข้อมูลช่วงก่อน IPO กลุ่มบริษัทมีกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าประมาณ 11,500 คันต่อปี ขณะที่ธุรกิจเสื้อผ้ามีกำลังการผลิตประมาณ 1.8 ล้านตัวต่อปี
🔹 5. ได้แรงหนุนจากนโยบาย EV ภาครัฐ
DECO เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ โดยมีเงินสนับสนุน 18,000 บาทต่อคัน ตามเงื่อนไขของโครงการ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนตลาด EV ของบริษัทในช่วงแรก
🔹 6. ขยายเครือข่ายจำหน่าย DECO
ช่วงปี 2566 บริษัทเร่งขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการ โดยมีข้อมูลว่ามีตัวแทนจำหน่ายประมาณ 102 ราย และราว 200 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งจุดจำหน่ายและบริการหลังการขาย
🔹 7. พัฒนาผลิตภัณฑ์รถ EV รุ่นใหม่
ช่วงปลายปี 2567 DECO นำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่น 2,000W กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง หลังจากพัฒนาระบบและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น สะท้อนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อแข่งขันในตลาด EV ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
🔹 8. เปลี่ยนผ่านผู้บริหารในปี 2568
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร โดย น.ส. ชื่นจิตร ตั้งพิชญโพธิวัฒน์ ได้รับแต่งตั้งเป็น CEO ของ MTW ขณะที่ผู้บริหารเดิมสิ้นสุดตำแหน่งเนื่องจากไปดำรงตำแหน่งใน DECO ซึ่งเป็นบริษัทย่อย
🔹 9. มุ่งขยายช่องทางขายและความร่วมมือด้านการเงิน
แผนธุรกิจปี 2568 ให้ความสำคัญกับการขยายช่องทางจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และเพิ่มยอดขายผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางการเงิน เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงระบบผ่อนชำระได้ง่ายขึ้น
🔹 10. ผลประกอบการสะท้อนความผันผวนของธุรกิจ EV
หลังจากกำไรเติบโตในปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิ 54.24 ล้านบาท ผลประกอบการ 9 เดือนปี 2567 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้ 224.65 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 9.90 ล้านบาท เทียบกับ 9 เดือนปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิ 43.81 ล้านบาท สะท้อนว่าธุรกิจ EV ยังมีความผันผวนสูงและอยู่ในช่วงปรับตัว
🔹 11. ปี 2569 บริษัทมีการงดจ่ายปันผล
คณะกรรมการบริษัทมีมติในเดือนมีนาคม 2569 ให้งดจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 และกำหนดจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569
📌 สรุปพัฒนาการ MTW แบบจับประเด็น
เสื้อผ้า/OEM → เข้าสู่ EV → ขยายโรงงาน → ขยายตัวแทนจำหน่าย → พัฒนารุ่นรถใหม่ → หาพันธมิตรด้านการเงิน
จุดที่น่าจับตาของ MTW ในระยะต่อไปจึงอยู่ที่ การฟื้นตัวของยอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า DECO, ความสามารถในการทำกำไร, การขยายช่องทางจำหน่าย และการบริหารเงินทุน มากกว่าการเติบโตของธุรกิจเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว
ปัจจุบัน SET ระบุว่า MTW ดำเนินธุรกิจหลัก 2 ขา คือ ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูป และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยข้อมูล ณ 28 สิงหาคม 2569 ระบุทุนชำระแล้ว 439.63 ล้านบาท และราคาหุ้น 1.14 บาท


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด0.841.173.759.282.17
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ146.9779.51111.61144.98126.88
สินค้าคงเหลือ310.80361.73287.54289.10317.89
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน490.69443.33423.26445.30448.10
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ409.51375.75446.42495.31474.71
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน460.17489.83615.39615.48682.34
รวมสินทรัพย์950.85933.161,038.661,060.781,130.44
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม256.99261.48194.79136.38240.29
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ27.5710.1718.8014.4925.31
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี28.000.90
รวมหนี้สินหมุนเวียน296.49310.72251.37162.73278.70
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน21.4210.685.3657.8757.77
รวมหนี้สิน317.91321.40256.72220.60336.47
ทุนจดทะเบียน337.00505.50505.50505.50505.50
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า337.00337.00439.63439.63439.63
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น156.01156.01227.49258.64227.49
กำไร(ขาดทุน)สะสม71.9755.3434.4553.3343.24
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น3.51-0.02-0.02-0.02-0.02
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน-0.02-0.02-0.02-0.02-0.02
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่568.49548.33701.56751.58710.34
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย64.4563.4380.3788.6083.63

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ528.21290.74299.31177.80258.09
รายได้อื่น0.770.962.361.130.89
รวมรายได้528.98291.70301.67178.93258.99
ต้นทุน385.19228.05237.42136.02195.78
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร57.8568.4781.0638.3845.91
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย443.04296.52318.48174.40241.69
EBITDA99.2814.686.8415.5629.75
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย13.3519.5023.6611.0312.46
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้85.94-4.82-16.814.5317.30
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่54.24-19.71-25.56-2.008.78
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.08-0.03-0.03-0.000.01

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน-138.632.7364.2734.53-5.14
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-151.25-5.88-35.65-6.84-52.32
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน130.783.49-26.05-19.5855.88
เงินสดสุทธิ-159.100.342.578.10-1.58

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)2.573.131.992.79
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)142.16116.53183.06130.70
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)0.680.730.760.98
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)538.20499.07482.89372.75
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)12.0916.3913.5414.93
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)30.2022.2726.9624.44
วงจรเงินสด (วัน)650.17593.34638.99479.01

🔥 วิเคราะห์กราฟเทคนิค MTW — เมคทูวิน โฮลดิ้ง
MTW ล่าสุด 1.12 บาท (-1.75%) ณ 1 ก.ย. 2569 โดยระหว่างวันแกว่ง 1.12–1.17 บาท และมีปริมาณซื้อขาย 555,559 หุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.62–1.31 บาท
📈 ภาพกราฟ: “กำลังพักตัว หลังมีแรงเก็งกำไร”
จากพฤติกรรมราคาช่วงล่าสุด MTW เคยเร่งตัวจากโซนประมาณ 1.08–1.11 บาท ขึ้นไปทดสอบ 1.24 บาท ก่อนย่อตัวลงมาปิดแถว 1.12–1.14 บาท สะท้อนว่าแรงซื้อยังมี แต่บริเวณเหนือ 1.20 บาทเริ่มมีแรงขายกดดัน
จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ Volume เพราะการจะกลับมาเป็นรอบขาขึ้นอีกครั้ง ต้องเห็นราคาผ่านแนวต้านพร้อมปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน🎯 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ

ระดับมุมมอง
1.10–1.12🟢 แนวรับแรก
1.05–1.08🟢 แนวรับสำคัญ หากหลุดต้องระวัง
1.16–1.17🔴 แนวต้านแรก
1.20–1.24🔴 แนวต้านสำคัญ
1.30–1.31🚀 แนวต้านใหญ่ / High 52 สัปดาห์

ราคาล่าสุด 1.12 บาทยังอยู่ใกล้โซนรับ ขณะที่ราคาสูงสุดช่วงล่าสุด 1.24 บาท และ High 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.31 บาท 🚨 จุดเปลี่ยนเกม
Bullish Signal:
หาก MTW สามารถ ยืนเหนือ 1.17 บาท ได้ และมี Volume เข้ามาหนุน → มีโอกาสกลับไปทดสอบ 1.20–1.24 บาท
ถ้า เบรก 1.24 บาท พร้อม Volume หนาแน่น ได้จริง → จะเป็นสัญญาณ Breakout ที่น่าสนใจ และมีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ 1.30–1.31 บาท
Bearish Signal:
หากหลุด 1.10 บาท และปิดต่ำกว่าระดับนี้ต่อเนื่อง → โมเมนตัมระยะสั้นจะเริ่มเสีย และควรระวังการถอยลงหา 1.05–1.08 บาท
⚡ สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
MTW ยังไม่พัง! แต่กำลังอยู่ในจุด “วัดใจ” 🔥
ราคา 1.12 บาท กำลังเกาะแนวรับสำคัญ ขณะที่ด้านบนมีด่าน 1.17 → 1.20 → 1.24 บาท
🎯 ผ่าน 1.17 = เริ่มมีสัญญาณบวก
🚀 ทะลุ 1.24 + Volume = ลุ้น Breakout
🔥 ทะลุ 1.31 = เปิดเกมขาขึ้นรอบใหม่
⚠️ หลุด 1.10 = ต้องระวังแรงขาย
หุ้นตัวนี้จึงไม่ใช่เกม “รีบไล่ราคา” แต่เป็นเกม “รอเบรก + รอวอลุ่ม” เพราะถ้า Breakout เกิดขึ้นพร้อม Volume จะให้น้ำหนักทางเทคนิคดีกว่าการเด้งขึ้นด้วยวอลุ่มบาง ๆ


วิเคราะห์หุ้น MTW — บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAKE TO WIN HOLDING PUBLIC COMPANY LIMITED หรือ MTW เป็นบริษัทที่มีธุรกิจหลัก 2 ขา คือ ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูป และ ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านบริษัทย่อย โดยบริษัทอยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมของตลาดหลักทรัพย์ฯ
🔎 ภาพรวมล่าสุด
ราคาหุ้น MTW ปิดที่ 1.12 บาท ณ 31 ส.ค. 2569 ลดลง 0.02 บาท หรือประมาณ -1.75% ในวันดังกล่าว ขณะที่ช่วงก่อนหน้าหุ้นเคยขึ้นไปแตะ 1.24 บาทพร้อมวอลุ่มสูงกว่า 23 ล้านหุ้น สะท้อนว่าหุ้นมีจังหวะเก็งกำไรเข้ามาค่อนข้างชัดเจนเป็นบางช่วง
ด้านผลประกอบการ Q2/2569 ถือว่าน่าสนใจขึ้นมาก เพราะกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ทำได้ 18.85 ล้านบาท จากขาดทุน 3.62 ล้านบาทใน Q2/2568 ขณะที่งวด 6 เดือนแรกมีกำไร 8.78 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 2.00 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน
🏭 โครงสร้างธุรกิจ

  1. ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป
    เป็นธุรกิจดั้งเดิมของบริษัท ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ รวมถึงการขายทั้งปลีกและส่ง
    จุดเด่นคือเป็นธุรกิจที่บริษัทมีประสบการณ์และฐานการผลิตอยู่แล้ว แต่ข้อจำกัดคือการแข่งขันสูงและขึ้นกับกำลังซื้อของผู้บริโภค
  2. ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
    เป็นธุรกิจที่มีโอกาสสร้าง Growth ให้ MTW ผ่านบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้ MTW มี Exposure กับธีม EV / Green Mobility มากขึ้น
    นี่ถือเป็นตัวแปรสำคัญของหุ้น เพราะหากธุรกิจ EV สามารถขยายยอดขายและสร้างกำไรได้ต่อเนื่อง จะช่วยเปลี่ยน MTW จากบริษัทที่มีธุรกิจเสื้อผ้าเป็นหลัก ไปสู่ Holding Company ที่มีธุรกิจเติบโตสูงขึ้น

💰 วิเคราะห์งบการเงิน สัญญาณบวกที่สุดคือการพลิกกลับมาทำกำไร

รายการQ2/68Q2/69
กำไรสุทธิ-3.62 ลบ.18.85 ลบ.
EPS-0.0051 บาท0.0214 บาท

และ 6 เดือนแรกปี 2569 พลิกจากขาดทุน 2.00 ล้านบาท → กำไร 8.78 ล้านบาท ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปไม่ใช่แค่ “กลับมากำไรหรือไม่” แต่คือ กำไรจะสามารถรักษาระดับและเติบโตต่อได้หรือไม่

ฐานะการเงิน
งบเฉพาะกิจการ ณ 30 มิ.ย. 2569 มีสินทรัพย์รวมประมาณ 779.5 ล้านบาท โดยมีเงินลงทุนในบริษัทย่อยประมาณ 571.4 ล้านบาท และมีหนี้สินรวมประมาณ 116 ล้านบาท
จุดที่น่าสนใจคือบริษัทมีฐานเงินลงทุนในบริษัทย่อยค่อนข้างมาก ขณะที่หนี้สินรวมไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น
แต่ต้องระวังว่า เงินลงทุนในบริษัทย่อยไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสดให้บริษัทแม่ได้ทันที นักลงทุนจึงควรติดตามกระแสเงินสดจากการดำเนินงานควบคู่กับกำไรสุทธิ
🚀 จุดแข็งของ MTW

  1. กำลังเข้าสู่ช่วง Turnaround
    จากขาดทุนใน Q2/68 พลิกเป็นกำไร 18.85 ล้านบาทใน Q2/69 ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก
  2. มีธุรกิจ EV เป็น Growth Engine
    ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนด Upside ของ MTW ในระยะกลาง-ยาว
  3. มีสินทรัพย์และเงินลงทุนในบริษัทย่อย
    งบเฉพาะกิจการมีเงินลงทุนในบริษัทย่อยกว่า 571 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ราว 664 ล้านบาท ณ Q2/69
  4. ราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำ
    ราคาประมาณ 1 บาทต้น ๆ ทำให้ MTW เป็นหุ้นที่นักลงทุนบางกลุ่มอาจนำมาเก็งกำไรตาม Momentum ได้ แต่ต้องแลกกับความผันผวนที่สูง
    ⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
    🔴 1. กำไรยังไม่สม่ำเสมอ
    แม้ Q2/69 จะดีขึ้นมาก แต่กำไรสะสม 6 เดือนยังอยู่เพียง 8.78 ล้านบาท ดังนั้นยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า Turnaround สำเร็จอย่างยั่งยืน
    🔴 2. ธุรกิจ EV แข่งขันสูง
    ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีการแข่งขันด้านราคา เทคโนโลยี แบตเตอรี่ และเครือข่ายจัดจำหน่ายสูง หากยอดขายเติบโตแต่ Margin ต่ำ อาจไม่ได้สร้างกำไรตามที่ตลาดคาดหวัง
    🔴 3. ความเสี่ยงจากการลงทุนขยายธุรกิจ
    การขยายกำลังการผลิตหรือซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติมต้องใช้เงินลงทุน โดยบริษัทมีการเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาการซื้อที่ดินของบริษัทย่อยในปี 2569 ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทอยู่ระหว่างเดินหน้าขยายฐานธุรกิจ
    🔴 4. หุ้นมีสภาพคล่องและความผันผวน
    หุ้นขนาดเล็กอย่าง MTW สามารถเคลื่อนไหวแรงเมื่อมีวอลุ่มเข้ามา แต่ในวันที่วอลุ่มหาย ราคาก็สามารถแกว่งลงได้เร็วเช่นกัน

📊 มุมมองการลงทุน
ผมมอง MTW เป็นหุ้นประเภท “Turnaround + EV Growth + Speculative”
ไม่ใช่หุ้นที่เหมาะกับการซื้อเพราะปันผลหรือความมั่นคงเป็นหลัก แต่เป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการติดตามว่า
กำไรที่กลับมาใน Q2/69 จะกลายเป็นกำไรปกติหรือเป็นเพียงกำไรชั่วคราว?
ถ้า Q3-Q4/69 สามารถรักษากำไรได้ต่อเนื่อง พร้อมกับยอดขายธุรกิจ EV เติบโต หุ้นจะเริ่มมี Story ที่แข็งแรงขึ้น
แต่ถ้ากำไรกลับมาลดลงอย่างรวดเร็วหลังจาก Q2 การขึ้นของราคาหุ้นก่อนหน้านี้ก็อาจกลายเป็นเพียงรอบเก็งกำไร
🎯 สรุป MTW แบบนักลงทุน
🟢 จุดเด่น:
กำไร Q2 พลิกบวกแรง / มีธุรกิจ EV / ฐานะการเงินไม่ได้มีหนี้สูงมาก / มีโอกาส Turnaround
🟡 จุดที่ต้องติดตาม:
ยอดขาย EV / Margin / กระแสเงินสด / กำไร Q3-Q4 / การลงทุนขยายธุรกิจ
🔴 จุดเสี่ยง:
ธุรกิจ EV แข่งขันสูง / กำไรยังไม่สม่ำเสมอ / หุ้นขนาดเล็กผันผวนสูง / สภาพคล่องบางช่วงอาจต่ำ
⭐ มุมมองโดยรวม
MTW = หุ้น Turnaround ที่เริ่มมีสัญญาณบวก แต่ยังต้องพิสูจน์ความต่อเนื่องของกำไร
สำหรับนักลงทุนสายพื้นฐาน ผมจะให้น้ำหนักกับ “กำไร 2–3 ไตรมาสถัดไป” มากกว่าการไล่ตามราคาหุ้นในระยะสั้น
สำหรับนักเก็งกำไร สิ่งที่ควรจับตาคือ ราคา + วอลุ่ม + Momentum เพราะการขึ้นของหุ้นในช่วงก่อนหน้ามีวอลุ่มเข้ามาค่อนข้างเด่น ขณะที่ราคาล่าสุดกลับมาอยู่แถว 1.12 บาท


Disclaimer

ใส่ความเห็น