วิเคราะห์ หุ้น MC บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ MC อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พาณิชย์ (Commerce) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 04 ก.ค. 2556 | 396.00 | พาณิชย์ (Commerce) | MC |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกเครื่องแต่งกายและไลฟ์สไตล์ ภายใต้เครื่องหมายการค้าของกลุ่มบริษัท และเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น โดยมุ่งเน้นการเป็นผู้บริหารตราสินค้า บริหารการขายและการตลาด การออกแบบ จัดหาผลิตภัณฑ์ บริหารคลังสินค้าและการกระจายสินค้า
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2566 30 มิ.ย. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 30 มิ.ย. 2568 | งบปี 2569 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.81 | 0.90 | 0.96 | 0.89 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2567 30 มิ.ย. 2567 | งบปี 2568 30 มิ.ย. 2568 | งบปี 2569 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 3.95 | 3.95 | 3.91 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ก.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.52 | บาท | 12 มี.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568 | 0.41 | บาท | 25 พ.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.55 | บาท | 13 มี.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.40 | บาท | 22 พ.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.50 | บาท | 12 มี.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2566 | 0.36 | บาท | 24 พ.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.45 | บาท | 09 มี.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.28 | บาท | 25 พ.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.32 | บาท | 10 มี.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2563 – 30 มิ.ย. 2564 | 0.20 | บาท | 25 พ.ย. 2564 | เงินปันผล |
| – | 0.35 | บาท | 11 มี.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น MC
บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ดำเนินธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ โดยมีแบรนด์หลัก Mc Jeans และมีธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าของบริษัท ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ และออนไลน์
จากข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยสำหรับปีบัญชี 2569 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมประมาณ 5,515.70 ล้านบาท
ทรัพย์สินสำคัญที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
- ร้านค้าและพื้นที่จำหน่ายสินค้า
เป็นทรัพย์สินสำคัญในการสร้างรายได้จากธุรกิจค้าปลีกของ MC โดยบริษัทมีเครือข่ายร้านค้าของตนเองเพื่อจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ รวมถึงการใช้พื้นที่ในศูนย์การค้าและทำเลค้าปลีกต่าง ๆ - สินค้าคงเหลือ
ได้แก่ เสื้อผ้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย เช่น กางเกงยีนส์ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องแต่งกาย และสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ของบริษัท สินค้าคงเหลือจึงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจค้าปลีก - อาคาร สำนักงาน และสิ่งปลูกสร้าง
บริษัทมีทรัพย์สินประเภทอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้สนับสนุนการบริหารงาน การดำเนินธุรกิจ และกิจกรรมด้านการจัดจำหน่าย - อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับร้านค้าและสำนักงาน
ประกอบด้วยอุปกรณ์ตกแต่งร้าน ชั้นวางสินค้า ระบบแสดงสินค้า อุปกรณ์สำนักงาน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท - ระบบคลังสินค้าและการกระจายสินค้า
MC มีโครงสร้างด้านการกระจายสินค้าเพื่อรองรับเครือข่ายร้านค้าของบริษัท ช่องทางค้าสมัยใหม่ และช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโมเดลธุรกิจแบบครบวงจรของบริษัท - สินทรัพย์สิทธิการใช้และสิทธิในพื้นที่เช่า
เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกต้องใช้พื้นที่จำนวนมากในการเปิดร้านและดำเนินงาน บริษัทจึงมีสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิการใช้พื้นที่เช่า ซึ่งสนับสนุนการขยายเครือข่ายร้านค้า - เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา
แบรนด์และเครื่องหมายการค้า โดยเฉพาะ Mc Jeans เป็นทรัพย์สินไม่มีตัวตนที่มีความสำคัญต่อการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ เนื่องจากบริษัทใช้แบรนด์เป็นแกนหลักในการทำตลาดสินค้าแฟชั่น - เงินสดและสินทรัพย์ทางการเงิน
บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงสินทรัพย์ทางการเงินที่ใช้สำหรับบริหารสภาพคล่องและสนับสนุนการดำเนินงานประจำวัน
มองภาพรวมแบบนักลงทุน
ทรัพย์สินของ MC มีลักษณะเด่นเป็น สินทรัพย์ที่รองรับธุรกิจค้าปลีกและแฟชั่น มากกว่าการพึ่งพาโรงงานหรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ โดยแกนหลักคือ สินค้า + เครือข่ายร้านค้า + พื้นที่ขาย + ระบบกระจายสินค้า + แบรนด์ ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลธุรกิจที่บริษัทระบุว่าครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการค้าปลีกและออนไลน์
สำหรับตัวเลขฐานะการเงินล่าสุด สินทรัพย์รวม ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 5,515.70 ล้านบาท เพิ่มจาก 5,499.59 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2568 ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,695.36 ล้านบาท
สรุปสั้น ๆ:
ทรัพย์สินหลักของ MC คือ เครือข่ายร้านค้าและพื้นที่ขาย สินค้าคงเหลือ อาคารและสำนักงาน อุปกรณ์ร้านค้า ระบบคลังสินค้าและกระจายสินค้า สินทรัพย์สิทธิการใช้ รวมถึงแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งทั้งหมดทำหน้าที่สนับสนุนธุรกิจแฟชั่นและค้าปลีกของ Mc Jeans
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น MC
บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลของบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 MC มีบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนธุรกิจด้านแฟชั่น เครื่องแต่งกาย การจัดจำหน่าย และช่องทางออนไลน์ ดังนี้
| บริษัท | สัดส่วนถือหุ้น | ลักษณะธุรกิจ |
|---|---|---|
| บริษัท วินเนอร์แมน จำกัด (Winnerman Co., Ltd.) | 99.97% | ให้บริการและบริหารจัดการพนักงานขาย (PC) และพนักงานคลังสินค้า |
| บริษัท ลุคบาลานซ์ จำกัด (Look Balance Co., Ltd.) | 99.98% | จัดจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์/อินเทอร์เน็ต |
| บริษัท แม็คยีนส์แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (Mc Jeanious Co., Ltd.) | 99.99% | ลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ |
| บริษัท ท็อปที 2015 จำกัด (TOP T 2015 Co., Ltd.) | 51.00% | ดำเนินธุรกิจด้านการค้าและการบริหารจัดการสินค้า |
| บริษัท เอ็มซีมิลเลียน (ประเทศไทย) จำกัด (Mcmillion (Thailand) Co., Ltd.) | 45.00% | ให้บริการบริหารจัดการสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจออนไลน์และธุรกิจอื่น ๆ |
ข้อมูลรายชื่อบริษัทและสัดส่วนการถือหุ้นอ้างอิงจากเว็บไซต์ของ MC Group โดยตรง ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจ
สามารถมองโครงสร้างของ MC ได้เป็น 3 ส่วนสำคัญ
บริษัทด้านการค้าและการลงทุน
Mc Jeanious → ทำหน้าที่ด้านการลงทุนในธุรกิจอื่น
TOP T 2015 → ดำเนินธุรกิจด้านการค้าและบริหารจัดการสินค้า
ธุรกิจหลัก – MC Group
บริษัทแม่ทำธุรกิจค้าปลีกเครื่องแต่งกายและสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยมีแบรนด์หลักอย่าง Mc Jeans และบริหารการจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าของบริษัท ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ และช่องทางออนไลน์
บริษัทที่สนับสนุนการขายและการกระจายสินค้า
Winnerman → สนับสนุนกำลังขายและบุคลากรหน้าร้าน/คลังสินค้า
Look Balance → ขยายช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์
Mcmillion (Thailand) → สนับสนุนงานด้านสินค้าคงคลังและธุรกิจออนไลน์
สรุปสำหรับใช้ในบทวิเคราะห์หุ้น
MC มีโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจแฟชั่นแบบครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่การบริหารบุคลากรขาย การจัดการสินค้าและคลังสินค้า การจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ไปจนถึงธุรกิจด้านการค้าและการลงทุน โดยบริษัทแม่ยังเป็นศูนย์กลางของธุรกิจค้าปลีกเครื่องแต่งกายและสินค้าไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม
ทั้งนี้ สัดส่วน 45% ใน Mcmillion (Thailand) และ 51% ใน TOP T 2015 แตกต่างจากบริษัทย่อยที่ MC ถือหุ้นเกือบทั้งหมด จึงควรแยกพิจารณาโครงสร้างการควบคุมและการรับรู้ผลประกอบการเมื่อวิเคราะห์งบการเงินของกลุ่ม MC
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น MC
บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลการบริหารความเสี่ยงของ MC และข้อมูลบริษัทล่าสุด สามารถสรุปความเสี่ยงที่นักลงทุนควรติดตามได้เป็น 8 ประเด็นหลัก ดังนี้ โดย MC ดำเนินธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ โดยมีทั้งการออกแบบ ผลิต และจำหน่ายผ่านร้านค้าของบริษัท Modern Trade และช่องทางออนไลน์
- ความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรง
ตลาดเสื้อผ้าและสินค้าไลฟ์สไตล์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ไทย แบรนด์ต่างประเทศ และผู้เล่นรายใหม่ ขณะเดียวกัน E-commerce ทำให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาและสินค้าได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น การตลาดดิจิทัล และภาพลักษณ์แบรนด์เข้มข้นขึ้น หาก MC ไม่สามารถสร้างความแตกต่างของแบรนด์และเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจกระทบยอดขายและส่วนแบ่งตลาดได้โดยตรง - ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภคและกระแสแฟชั่น
สินค้าแฟชั่นมีความอ่อนไหวต่อเทรนด์และความนิยมของผู้บริโภค ซึ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจาก Social Media และกระแสแฟชั่น หากออกแบบหรือผลิตสินค้าไม่ตรงกับความต้องการ อาจทำให้สินค้าขายช้า ต้องทำโปรโมชั่นระบายสินค้า และกระทบอัตรากำไรได้ นอกจากนี้ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเพิ่มความจำเป็นในการพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับความคาดหวังดังกล่าว - ความเสี่ยงด้านสต๊อกสินค้า
ธุรกิจแฟชั่นมีความเสี่ยงจากการคาดการณ์อุปสงค์ผิดพลาด หากสั่งผลิตหรือจัดซื้อสินค้ามากเกินไป อาจเกิด สินค้าคงเหลือสูง ต้นทุนจัดเก็บเพิ่ม และต้องลดราคาเพื่อระบายสินค้า ในทางกลับกัน หากมีสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ ก็อาจสูญเสียโอกาสในการขาย บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายและการบริหารสินค้าตั้งแต่การออกแบบ จัดซื้อ ผลิต จนถึงการกระจายสินค้า - ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ
ฝ้าย (Cotton) เป็นวัตถุดิบสำคัญของธุรกิจ และราคาสามารถผันผวนตามตลาดโลก หากราคาฝ้ายและต้นทุนการจัดหาวัตถุดิบเพิ่มขึ้น แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจกระทบผลผลิตฝ้ายในระยะยาวและทำให้ความมั่นคงของ Supply Chain มีความไม่แน่นอนมากขึ้น - ความเสี่ยงจากการพึ่งพาซัพพลายเออร์
MC มีการจัดหาวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปจากซัพพลายเออร์ทั้งในและต่างประเทศ หากผู้ผลิตรายสำคัญเกิดปัญหาด้านกำลังการผลิต คุณภาพสินค้า การส่งมอบ หรือปรับขึ้นราคา อาจส่งผลให้ MC ไม่สามารถมีสินค้าออกสู่ตลาดได้ทันเวลา และกระทบยอดขายรวมถึงชื่อเสียงของแบรนด์ บริษัทจึงใช้แนวทางกระจายแหล่งจัดซื้อไปยังหลายพื้นที่ เช่น จีนและเวียดนาม เพื่อลดการพึ่งพาผู้ขายรายใดรายหนึ่งมากเกินไป - ความเสี่ยงจากช่องทางจำหน่ายและค่าเช่าพื้นที่
ร้านค้าของ MC จำนวนมากดำเนินงานภายใต้สัญญาเช่า โดยบริษัทระบุว่าสัญญาส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 3 ปี จึงมีความเสี่ยงจากการต่อสัญญาไม่ได้ หรือค่าเช่าและค่าบริการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นและกระทบความคุ้มค่าของสาขาบางแห่ง
นอกจากนี้ บริษัทระบุถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ากลุ่ม Modern Trade ซึ่งมีอำนาจต่อรองค่อนข้างสูง หากลูกค้ารายสำคัญเปลี่ยนนโยบายการซื้อ ลดคำสั่งซื้อ หรือเปลี่ยนเงื่อนไขทางการค้า อาจส่งผลต่อรายได้ของบริษัทได้ - ความเสี่ยงด้านแบรนด์ คุณภาพ และชื่อเสียง
ธุรกิจแฟชั่นพึ่งพาความแข็งแกร่งของแบรนด์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค หากเกิดปัญหาคุณภาพสินค้า การส่งมอบล่าช้า หรือเกิดกระแสเชิงลบบน Social Media อาจกระทบภาพลักษณ์และยอดขายได้อย่างรวดเร็ว บริษัทจึงมีการตรวจสอบซัพพลายเออร์และระบบควบคุมคุณภาพ รวมถึงติดตามกระแสความคิดเห็นเกี่ยวกับแบรนด์บนช่องทางออนไลน์
อีกประเด็นหนึ่งคือ สินค้าปลอมและสินค้าลอกเลียนแบบ ที่อาจถูกจำหน่ายผ่าน Facebook และ E-Marketplace ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นความเสี่ยงด้านทรัพย์สินทางปัญญาและอาจกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์ได้ - ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และ Cyber Security
เสื้อผ้าจัดเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถลดการใช้จ่ายได้เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว โดย MC ระบุถึงปัจจัยอย่าง หนี้ครัวเรือนสูง ราคาพลังงาน ความไม่แน่นอนทางการเมือง และความตึงเครียดทางการค้า ซึ่งอาจทำให้กำลังซื้อสินค้าไม่จำเป็นลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อสินค้าคงคลัง
ขณะเดียวกัน Digital Transformation เป็นปัจจัยสำคัญต่อการแข่งขัน หากบริษัทปรับตัวด้าน E-commerce, Data Analytics, AI และระบบดิจิทัลได้ช้ากว่าคู่แข่ง อาจเสียความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่การใช้เทคโนโลยีมากขึ้นก็เพิ่มความเสี่ยงจาก Cyber Attack และข้อมูลรั่วไหล บริษัทจึงมีมาตรการด้าน Cyber Security และระบุความเสี่ยงด้าน PDPA ไว้ด้วย
สรุปความเสี่ยง MC แบบนักลงทุน
| ประเด็น | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
|---|---|
| การแข่งขันสูง | ยอดขายและส่วนแบ่งตลาดถูกกดดัน |
| เทรนด์แฟชั่นเปลี่ยนเร็ว | สินค้าขายช้า / ต้องลดราคา |
| สต๊อกสินค้า | เงินจมและต้นทุนระบายสินค้าเพิ่ม |
| ราคาฝ้ายและวัตถุดิบ | กดดันต้นทุนและ Margin |
| ซัพพลายเออร์ | สินค้าขาด / ส่งมอบล่าช้า |
| ค่าเช่าสาขา | ต้นทุนดำเนินงานสูงขึ้น |
| Modern Trade | อำนาจต่อรองของลูกค้ารายใหญ่ |
| แบรนด์และสินค้าปลอม | กระทบความเชื่อมั่นและยอดขาย |
| เศรษฐกิจชะลอตัว | กำลังซื้อสินค้าแฟชั่นลดลง |
| Digital / Cyber | เสียความสามารถในการแข่งขันหรือเกิดความเสียหายจากระบบ |
ประเด็นที่ควรจับตาเป็นพิเศษ: การบริหาร ยอดขาย–สต๊อก–โปรโมชั่น, การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ, ความสามารถในการรักษาความแข็งแกร่งของแบรนด์ Mc Jeans และการขยายช่องทาง Online/O2O ให้สามารถชดเชยความผันผวนของหน้าร้านได้
ในด้านตัวเลขล่าสุด ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 4,442.90 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 701.01 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 18.06% ในปี 2568 เป็น 15.78% ในปี 2569 จึงเป็นตัวเลขที่น่าติดตามควบคู่กับความเสี่ยงด้านต้นทุน โปรโมชั่น และพฤติกรรมผู้บริโภค
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 12 ก.ย. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | น.ส. สุณี เสรีภาณุ | 364,766,520 | 46.06 |
| 2 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 26,221,463 | 3.31 |
| 3 | นาย พีรนาถ โชควัฒนา | 23,346,200 | 2.95 |
| 4 | บริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด (มหาชน) | 16,508,300 | 2.08 |
| 5 | นาย วิรัช เสรีภาณุ | 15,000,000 | 1.89 |
| 6 | กองทุนเปิด บัวหลวงหุ้นระยะยาว | 10,446,500 | 1.32 |
| 7 | นาง เพาพิลาส เหมวชิรวรากร | 10,000,000 | 1.26 |
| 8 | นาง ปรารถนา มงคลกุล | 9,810,700 | 1.24 |
| 9 | บริษัท หลานปู่ จำกัด | 8,542,000 | 1.08 |
| 10 | นาง นิรมล ณ สงขลา | 8,000,000 | 1.01 |
| 11 | นาย สรัฐ ตันตราภรณ์ | 5,560,600 | 0.70 |
| 12 | BBHISL NOMINEES LIMITED | 4,996,000 | 0.63 |
| 13 | N.C.B.TRUST LIMITED-CBLDN-OP CUSTODY LTD CLIENT A/C EUR | 4,600,000 | 0.58 |
| 14 | MORGAN STANLEY & CO. INTERNATIONAL PLC | 4,256,200 | 0.54 |
| 15 | น.ส. เจษฎสุดา บัวเลิศ | 4,252,260 | 0.54 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาง ไขศรี เนื่องสิกขาเพียร | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย แมทธิว กิจโอธาน | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร |
| 3 | นางสาว สุณี เสรีภาณุ | รองประธานกรรมการ |
| 4 | นาย วิรัช เสรีภาณุ | กรรมการ |
| 5 | นาย กฤษณ์ จันทโนทก | กรรมการอิสระ |
| 6 | นาย นิรันดร์ ประวิทย์ธนา | กรรมการอิสระ |
| 7 | นาย ลักษณะน้อย พึ่งรัศมี | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นาย ศิวัตร เชาวรียวงษ์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นาง อุสรา ยงปิยะกุล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น MC
บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MC Group Public Company Limited หรือ MC มีพัฒนาการจากธุรกิจเสื้อผ้าเดนิมของไทย สู่ธุรกิจค้าปลีกสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่มีช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยมีพัฒนาการสำคัญดังนี้
📌 พัฒนาการตามช่วงเวลา
พ.ศ. 2518 (1975) — เริ่มต้นแบรนด์ “Mc” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเสื้อผ้าของกลุ่มบริษัท และต่อมาได้พัฒนาแบรนด์ Mc Jeans ให้เป็นธุรกิจหลักของกลุ่ม
พ.ศ. 2523 (1980) — จัดตั้ง บริษัท พี.เค.การ์เม้นท์ (อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต) จำกัด เพื่อผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปประเภทกางเกงยีนส์ภายใต้แบรนด์ Mc เป็นการสร้างฐานการผลิตของตนเอง
พ.ศ. 2543 (2000) — เปิดตัวแบรนด์ Mc Lady และ Bison เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและขยายฐานลูกค้า
พ.ศ. 2551 (2008) — เริ่มขยายเครือข่ายการขายอย่างจริงจัง โดยเปิดร้านแบบ Stand-alone แห่งแรกที่ Tesco Lotus Salaya ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายช่องทางค้าปลีกของบริษัท
พ.ศ. 2555 (2012) — ปรับโครงสร้างธุรกิจและจัดตั้ง บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ด้วยทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท พร้อมจัดตั้ง Winner Man เพื่อบริหารพนักงานขาย และ Mc Jeans Manufacturing เพื่อขยายฐานการผลิต รวมถึงแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายสินค้าในเมียนมาและลาว
พ.ศ. 2556 (2013) — ถือเป็นปีสำคัญของ MC โดย
แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 400 ล้านบาท
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเริ่มซื้อขายด้วยชื่อย่อ MC
จัดตั้ง Mc Inter ในฮ่องกงเพื่อรองรับการลงทุนต่างประเทศ
จัดตั้ง WoWme เพื่อรองรับธุรกิจออนไลน์
เปิดตัวแบรนด์ Mc Pink, Mc Mini, The Blue Brothers และ mc mc
ขยายธุรกิจเข้าสู่สินค้าไลฟ์สไตล์ โดยเข้าถือหุ้น 51% ใน Time Deco ผ่าน Look Balance
พ.ศ. 2557–2558 — ขยายตลาดและกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในเวียดนาม เปิดร้าน The Blue Brothers Denim Store รวมถึงเปิดตัวสินค้า Mc Plus และ Mc Travel Bag พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายไปยังสถานีบริการ PTT
พ.ศ. 2559 — เดินหน้าสู่ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น โดยเปิด Mc Jeans Official LINE และ mcshop.com พร้อมเปิดตัวแบรนด์ UP ในกลุ่ม Activewear นอกจากนี้ Mc Jeans ยังได้รับรางวัล Premium Products of Thailand ในกลุ่มเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ
พ.ศ. 2561 — ขยายความร่วมมือและการตลาดผ่านพันธมิตรสำคัญ เช่น Warrix และ Disney Thailand รวมถึงเปิดตัวคอลเลกชัน Marvel และนำระบบ CRM / MC Club มาใช้เพื่อสร้างฐานสมาชิกและเชื่อมโยงลูกค้ากับร้านค้า ขณะเดียวกันเริ่มพัฒนาบริการ Ship to Shop เพื่อเชื่อมช่องทางออนไลน์กับหน้าร้าน
พ.ศ. 2565 (2022) — บริษัทเดินหน้าขยายศักยภาพด้านโลจิสติกส์ โดยเริ่มก่อสร้าง Mc Fulfillment Center บนถนนสุขาภิบาล 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคลังสินค้าและรองรับการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ พร้อมผลักดันแคมเปญ MY MC MY WAY และ FIND MY FIT เพื่อขยายฐานลูกค้าและตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีรูปร่างและไลฟ์สไตล์หลากหลาย
พ.ศ. 2566 (2023) — Mc Fulfillment Center เริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กรกฎาคม 2566 หลังเริ่มทดสอบระบบในช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้บริษัทเปิดตัวคอลเลกชัน Mc Sustainability 2023 Collection ที่ใช้เส้นใยรีไซเคิลจากวัสดุเดนิม และขยายการทำตลาดผ่าน Brand Ambassador
พ.ศ. 2567 (2024) — บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ต่อเนื่อง โดยผลประกอบการปีบัญชี 2567 มีรายได้รวม 4,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% จากปีก่อน และกำไรสุทธิ 713 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% ตามข้อมูลที่บริษัทเผยแพร่ใน Opportunity Day
พ.ศ. 2568 (2025) — MC เดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านคอลเลกชันพิเศษ เช่น Mc x The Little Prince และคอลเลกชันตรุษจีน พร้อมเปิดโครงการ Mc JEANS X TikTok Shop Live Base ซึ่งเป็นสตูดิโอสำหรับ Live Commerce ที่ Mc Outlet เมืองทองธานี เพื่อสนับสนุนการขายผ่าน TikTok และสร้างโอกาสให้ Creator/Affiliate นอกจากนี้บริษัทแต่งตั้ง Matthew Kichodhan เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568
พ.ศ. 2569 (2026) — บริษัทมีการเผยแพร่งบการเงินและ MD&A สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 รวมถึงนำเสนอผลประกอบการผ่าน Earnings Call เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 สะท้อนการเดินหน้าสื่อสารทิศทางธุรกิจและผลการดำเนินงานกับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง
🔎 จุดเปลี่ยนสำคัญของ MC
โดยสรุป พัฒนาการของ MC สามารถมองเป็น 5 ระยะหลัก
ธุรกิจยีนส์ → ขยายแบรนด์ → เข้าตลาดหุ้น → Omni-channel → Lifestyle & Digital Commerce
ปัจจุบันบริษัทไม่ได้พึ่งพาเพียงร้าน Mc Jeans แบบดั้งเดิม แต่มีการผสมผสาน ร้านค้าปลีก + Outlet + Online + E-commerce + Social/Live Commerce ขณะที่ Fulfillment Center ช่วยสนับสนุนโครงสร้างด้านคลังสินค้าและการจัดส่งสินค้า
ข้อมูลของบริษัท ณ 30 มิถุนายน 2568 ระบุว่ากลุ่ม MC มีร้านค้าปลีกออฟไลน์มากกว่า 560 แห่ง พื้นที่ขายรวมกว่า 44,000 ตารางเมตร และ Mc Fulfillment Center มีพื้นที่มากกว่า 10,000 ตารางเมตร รองรับสินค้าได้มากกว่า 2.8 ล้านชิ้น
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 2566 01 ก.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2566 | งบปี 2567 01 ก.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2567 | งบปี 2568 01 ก.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568 | งบปี 2569 01 ก.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 482.18 | 431.78 | 495.67 | 376.95 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 202.91 | 200.26 | 207.25 | 178.95 |
| สินค้าคงเหลือ | 1,294.39 | 1,257.49 | 1,109.07 | 1,053.31 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 3,230.81 | 3,200.11 | 3,306.34 | 3,231.80 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 696.70 | 688.16 | 632.78 | 668.90 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 2,140.58 | 2,368.90 | 2,193.25 | 2,283.90 |
| รวมสินทรัพย์ | 5,371.39 | 5,569.01 | 5,499.59 | 5,515.70 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | – | – | – | – |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 416.72 | 306.29 | 354.46 | 364.98 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 854.77 | 810.88 | 837.19 | 825.67 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 795.17 | 1,017.25 | 944.71 | 993.91 |
| รวมหนี้สิน | 1,649.94 | 1,828.13 | 1,781.90 | 1,819.58 |
| ทุนจดทะเบียน | 396.00 | 396.00 | 396.00 | 396.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 396.00 | 396.00 | 396.00 | 396.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 2,824.93 | 2,824.93 | 2,824.93 | 2,824.93 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 484.67 | 518.31 | 531.51 | 494.82 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 13.41 | 0.89 | -35.50 | -20.38 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | -2.63 | -2.63 | -2.63 | -2.63 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 3,719.00 | 3,740.12 | 3,716.94 | 3,695.36 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 2.44 | 0.76 | 0.75 | 0.75 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 2566 01 ก.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2566 | งบปี 2567 01 ก.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2567 | งบปี 2568 01 ก.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568 | งบปี 2569 01 ก.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 3,669.77 | 4,054.15 | 4,151.96 | 4,402.11 |
| รายได้อื่น | 20.50 | 50.33 | 56.37 | 38.39 |
| รวมรายได้ | 3,691.84 | 4,107.14 | 4,210.91 | 4,442.90 |
| ต้นทุน | 1,290.52 | 1,450.88 | 1,496.83 | 1,592.20 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 1,587.10 | 1,723.87 | 1,760.00 | 1,943.80 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 2,877.62 | 3,181.85 | 3,256.83 | 3,536.00 |
| EBITDA | 1,198.50 | 1,335.54 | 1,364.35 | 1,330.82 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 386.63 | 411.36 | 410.01 | 423.90 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 811.87 | 924.18 | 954.34 | 906.91 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 643.63 | 713.16 | 760.42 | 701.01 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.81 | 0.90 | 0.96 | 0.89 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 2566 01 ก.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2566 | งบปี 2567 01 ก.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2567 | งบปี 2568 01 ก.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568 | งบปี 2569 01 ก.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 739.92 | 936.77 | 1,044.23 | 947.46 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -464.19 | -105.18 | -33.18 | -123.30 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -749.47 | -881.99 | -947.16 | -942.88 |
| เงินสดสุทธิ | -473.74 | -50.41 | 63.89 | -118.72 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 2567 01 ก.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2567 | งบปี 2568 01 ก.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568 | งบปี 2569 01 ก.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 20.11 | 20.38 | 22.80 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 18.15 | 17.91 | 16.01 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 1.14 | 1.26 | 1.47 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 320.99 | 288.54 | 247.86 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 4.01 | 4.53 | 4.43 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 90.94 | 80.56 | 82.46 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 248.19 | 225.89 | 181.40 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น MC — แม็คกรุ๊ป
ข้อมูลล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 26 ก.ย. 2569 หุ้น MC ปิดที่ 11.40 บาท โดยวันล่าสุดมีกรอบราคา 11.30–11.40 บาท และปริมาณซื้อขาย 330,422 หุ้น ขณะที่ช่วง 24 ก.ย. ราคาขยับขึ้นมาปิด 11.40 บาทพร้อมวอลุ่ม 2.48 ล้านหุ้น
🔥 ภาพเทคนิค: “แกว่งสะสม รอจังหวะเบรก”
MC กำลังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway สะสมกำลัง หลังจากร่วงแรงช่วงปลายเดือน ส.ค. จาก 11.90 บาทลงมาบริเวณ 11.30 บาท ก่อนเริ่มสร้างฐานและค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นมา โดยวันที่ 2 ก.ย. มีวอลุ่มสูงถึงประมาณ 7.85 ล้านหุ้น แต่ราคาปิดที่ 11.00 บาท จากนั้นราคาค่อย ๆ ฟื้นกลับขึ้นมายืนเหนือ 11.30 บาทได้
จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ 11.40–11.50 บาท
🟢 แนวต้านแรก: 11.40–11.50 บาท
🚀 Breakout: หากผ่าน 11.50 บาทพร้อม Volume มีโอกาสเปิด Upside ทางเทคนิค
🎯 แนวต้านถัดไป: 11.80–12.00 บาท
🔵 แนวรับ: 11.30 บาท
🛡️ แนวรับสำคัญ: 11.00–11.10 บาท
ข้อมูลทางเทคนิคอีกแหล่งระบุว่า MACD อยู่ในสัญญาณขึ้นต่อเนื่อง 9 วัน ขณะที่ RSI อยู่ราว 49.99 สะท้อนว่าขณะนี้โมเมนตัมยังอยู่ในโซนกลาง ไม่ได้เข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป
⚡ Volume ต้องมา!
สิ่งที่น่าสนใจคือวันที่ 24 ก.ย. MC ปิดบวก 0.10 บาทที่ 11.40 บาท พร้อมวอลุ่ม 2.48 ล้านหุ้น สูงกว่าวันก่อนหน้าอย่างชัดเจน แต่ยังต้องรอดูว่าการผ่าน 11.50 บาทจะเกิดขึ้นพร้อมแรงซื้อที่ต่อเนื่องหรือไม่
ดังนั้นภาพที่น่าจับตาคือ
11.30 บาท = ฐานรับ
⬇️
11.40–11.50 บาท = ด่านเบรก
⬇️
ผ่าน 11.50 + Volume เข้า = Momentum มีโอกาสเร่งตัว
⬇️
11.80–12.00 บาท = โซนเป้าหมายทางเทคนิคถัดไป
📊 สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
MC จ่อเบรกแนวต้าน! 🔥
ราคาค่อย ๆ ไต่กลับจากโซน 11 บาท ขณะที่กราฟเริ่มสร้างฐานบริเวณ 11.30 บาท และกำลังทดสอบโซน 11.40–11.50 บาท
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ 11.50 บาท หากทะลุพร้อม Volume มีโอกาสเห็น Momentum รอบใหม่ โดยมีโซน 11.80–12.00 บาท เป็นแนวต้านถัดไป
แต่ถ้ายังผ่านไม่ได้ ต้องระวังการแกว่งตัวในกรอบเดิม โดยมี 11.30 และ 11.00–11.10 บาท เป็นแนวรับสำคัญ
เกมนี้ต้องจับตา “ราคา + Volume” ว่าจะส่งสัญญาณเบรกจริงหรือไม่! 📈🔥
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น MC — บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC เป็นบริษัทในกลุ่ม Commerce ที่มีธุรกิจหลักด้านค้าปลีกเครื่องแต่งกายและไลฟ์สไตล์ โดยมีแบรนด์ Mc Jeans เป็นแบรนด์หลัก จุดเด่นของโมเดลธุรกิจคือการควบคุมตั้งแต่การออกแบบ จัดหาสินค้า บริหารแบรนด์ การตลาด คลังสินค้า และการกระจายสินค้า ทำให้บริษัทสามารถบริหารอัตรากำไรและสต๊อกสินค้าได้ค่อนข้างครบวงจร
ข้อมูลล่าสุดจาก SET ณ 25 ก.ย. 2569 หุ้น MC ปิดที่ 11.40 บาท มีมูลค่าหลักทรัพย์ประมาณ 9,028.8 ล้านบาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 10.50–12.50 บาท
- ลักษณะธุรกิจ
MC ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ เครื่องแต่งกาย แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ โดยมี Mc Jeans เป็นแบรนด์สำคัญ และจำหน่ายผ่านหลายช่องทาง ทั้งร้านค้าของบริษัท ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ และช่องทางออนไลน์
บริษัทมีการผลักดันช่องทาง Digital Commerce อย่างต่อเนื่อง เช่น การทำ Live Commerce และการขายผ่าน TikTok Shop ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางที่บริษัทใช้ขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายออนไลน์
โครงสร้างรายได้จึงขึ้นอยู่กับ
การเติบโตของยอดขายสินค้าแฟชั่น
จำนวนและประสิทธิภาพของช่องทางจำหน่าย
Traffic ของหน้าร้าน
ยอดขายออนไลน์
ความแข็งแกร่งของแบรนด์
การบริหารสต๊อกและโปรโมชั่น - จุดแข็งของ MC
🟢 1. แบรนด์มีความแข็งแกร่งในตลาดไทย
Mc Jeans เป็นแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมานานและมีฐานลูกค้ารู้จักแบรนด์ค่อนข้างกว้าง บริษัทจึงไม่ได้แข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้ Brand + Product + Distribution เป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างยอดขาย
บริษัทเองระบุถึงจุดแข็งด้านแบรนด์ที่มีประวัติยาวนาน และยังเดินหน้าพัฒนาคอลเลกชันใหม่อย่างต่อเนื่อง
🟢 2. โมเดลธุรกิจมีการควบคุมต้นทุนค่อนข้างดี
ตัวเลขช่วงหลายปีสะท้อนว่าบริษัทสามารถสร้างกำไรได้ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรายได้
รายได้รวมเพิ่มจาก 2,949 ล้านบาทในปี 2565 → 4,443 ล้านบาทในปี 2569 ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มจาก 486 ล้านบาท → 701 ล้านบาท ในช่วงเดียวกัน
🟢 3. ROE อยู่ในระดับสูง
ปี 2569 MC มี ROE 18.91% และ ROA 16.47% สะท้อนว่าบริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนจากฐานทุนและสินทรัพย์ได้ค่อนข้างดี
🟢 4. ฐานะการเงินไม่ได้พึ่งพาหนี้สูง
ณ 30 มิ.ย. 2569
สินทรัพย์รวมประมาณ 5,516 ล้านบาท
หนี้สินรวมประมาณ 1,820 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 3,695 ล้านบาท
คิดเป็น D/E ประมาณ 0.49 เท่า จากตัวเลขดังกล่าว จึงถือว่าฐานะหนี้อยู่ในระดับไม่สูงเมื่อเทียบกับทุน
3. งบการเงิน: จุดที่ต้องจับตา นี่เป็นประเด็นสำคัญของ MC แม้ รายได้ยังเติบโต แต่กำไรปี 2569 ลดลงจากปี 2568
| ล้านบาท | FY2568 | FY2569 |
|---|---|---|
| รายได้รวม | 4,210.91 | 4,442.90 |
| กำไรสุทธิ | 760.42 | 701.01 |
| EPS | 0.96 | 0.89 |
| ROE | 20.39% | 18.91% |
| Net Margin | 18.06% | 15.78% |
รายได้โตประมาณ 5.5% แต่กำไรสุทธิลดลงประมาณ 7.8% ดังนั้นประเด็นที่ต้องติดตามไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือ ความสามารถในการรักษาอัตรากำไร
🔎 ทำไมเรื่อง Margin จึงสำคัญ?
ธุรกิจแฟชั่นมีความเสี่ยงเรื่อง
ต้นทุนสินค้า → โปรโมชั่น → สินค้าคงเหลือ → Markdown → Gross Margin
ถ้าบริษัทต้องใช้โปรโมชั่นมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย แม้รายได้จะโต แต่กำไรอาจโตช้ากว่ารายได้ หรืออาจลดลงได้
ดังนั้นตัวเลขที่ควรติดตามในงบถัดไปคือ
ยอดขายโตหรือไม่ + Gross Margin ฟื้นหรือไม่ + SG&A ต่อรายได้ลดหรือไม่
4. เงินปันผล
MC มีจุดเด่นด้านการจ่ายเงินปันผล โดยข้อมูล SET ณ 24 ก.ย. 2569 ระบุ Dividend Yield ประมาณ 7.72% และเงินปันผลที่แสดงอยู่ที่ 0.52 บาทต่อหุ้น
จากข่าวของบริษัทในปี 2568 บริษัทระบุแนวทางการจ่ายปันผลในระดับ 100% ของกำไรสุทธิ ซึ่งทำให้ MC เป็นหุ้นที่มีลักษณะของ Cash Return / Dividend Play ค่อนข้างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรดู กระแสเงินสดจากการดำเนินงานและความต้องการใช้เงินลงทุน ควบคู่กับ Dividend Yield เสมอ เพราะอัตราปันผลในอดีตไม่ได้รับประกันอัตราปันผลในอนาคต
5. มุมมองเชิง VI
ถ้ามอง MC แบบ Value Investor จุดที่น่าสนใจคือ
ธุรกิจเข้าใจง่าย + แบรนด์มีตัวตน + หนี้ไม่สูง + ROE สูง + จ่ายปันผลสูง
แต่โจทย์สำคัญคือ Growth
เพราะปี 2569 รายได้ยังโต แต่กำไรกลับลดลง ดังนั้นตลาดจะต้องการเห็นการกลับมาของ
ยอดขายเติบโต + Margin ขยาย + กำไรกลับมาโต
มากกว่าการเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว
ที่ราคา 11.40 บาท SET ระบุ P/E ประมาณ 12.88 เท่า, P/BV 2.44 เท่า และ Dividend Yield 7.72% ณ 24 ก.ย. 2569
จึงสามารถมอง MC ได้ในลักษณะ หุ้นบริโภคที่มีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอและมี Dividend Story แต่การประเมินมูลค่าควรให้น้ำหนักกับแนวโน้มกำไรและ Margin ในอนาคตด้วย
6. ความเสี่ยงของ MC
🔴 1. กำลังซื้อผู้บริโภค
เครื่องแต่งกายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถชะลอการซื้อได้ หากเศรษฐกิจหรือกำลังซื้ออ่อนตัว
🔴 2. การแข่งขันสูง
ตลาดแฟชั่นมีทั้งแบรนด์ไทย แบรนด์ต่างประเทศ Fast Fashion และช่องทาง Online ที่แข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นรุนแรง
🔴 3. สินค้าคงเหลือ
แฟชั่นมีความเสี่ยงเรื่องสินค้าไม่ตรงกับกระแสนิยม หากบริหาร Inventory ไม่ดี บริษัทอาจต้องทำโปรโมชั่นหรือ Markdown ซึ่งกระทบ Gross Margin
🔴 4. Margin ลดลง
ปี 2569 กำไรสุทธิลดลงแม้รายได้เพิ่มขึ้น จึงเป็นสัญญาณที่ต้องติดตามว่าเป็นเพียงการชะลอตัวระยะสั้น หรือสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุน/ค่าใช้จ่ายที่ยืดเยื้อ
🔴 5. พึ่งพาตลาดในประเทศ
หากรายได้หลักยังมาจากตลาดไทย การเติบโตจะสัมพันธ์กับกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคไทยค่อนข้างมาก
7. ปัจจัยบวกที่ต้องจับตา
Catalyst ของ MC ในระยะต่อไป
🛍️ ยอดขายสาขาเดิมกลับมาเติบโต
📱 Online / Social Commerce เติบโต
👖 การเปิดตัว Collection ใหม่
📈 Gross Margin กลับมาขยายตัว
💰 กำไรกลับมาเติบโต YoY
🏬 การเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายร้านค้า
🎯 การขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่
💵 การรักษานโยบายเงินปันผลในระดับสูง
บริษัทมีการทำตลาด Online อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้ TikTok Shop และ Live Commerce ซึ่งเป็นช่องทางที่น่าติดตามสำหรับการเพิ่มยอดขายในอนาคต
8. มุมมองกราฟเทคนิค
ข้อมูล SET ณ 25 ก.ย. 2569 ระบุ MC ปิดที่ 11.40 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 10.50–12.50 บาท
ในเชิง Technical จากกรอบราคาดังกล่าวสามารถจับตาโซนสำคัญได้ดังนี้:
แนวรับ
11.20–11.30 บาท
10.50–10.80 บาท
แนวต้าน
11.50–11.70 บาท
12.00 บาท
12.50 บาท
ภาพที่น่าสนใจทางเทคนิคจะเกิดขึ้นหากราคาสามารถ ผ่านโซน 11.50–12.00 บาทพร้อม Volume สนับสนุน เพราะจะเป็นการทดสอบโซนด้านบนของกรอบราคา
ในทางกลับกัน หากหลุด 11.20 บาท ควรระวังการถอยกลับไปทดสอบฐานเดิม
หมายเหตุ: แนวรับ–แนวต้านข้างต้นเป็นการอ่านจากกรอบราคาที่มีข้อมูลล่าสุด ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขาย และควรตรวจสอบกราฟ Intraday/Day ล่าสุดก่อนใช้ประกอบการตัดสินใจ
9. สรุป MC แบบ “สาย VI + สายเทคนิค”
พื้นฐาน: ⭐⭐⭐⭐
ฐานะการเงิน: ⭐⭐⭐⭐
ความสามารถทำกำไร: ⭐⭐⭐⭐
เงินปันผล: ⭐⭐⭐⭐⭐
Growth: ⭐⭐⭐
ความเสี่ยง: ⭐⭐⭐
Technical: ต้องจับตาการทดสอบโซน 11.50–12.00 บาท
🔥 ประเด็นสำคัญที่สุดของ MC ตอนนี้
“ยอดขายยังโต แต่กำไรเริ่มชะลอ — เกมต่อไปจึงอยู่ที่ Margin”
MC มีภาพของ แบรนด์แข็งแรง + ธุรกิจเข้าใจง่าย + ROE สูง + หนี้ไม่สูง + Dividend Yield สูง ขณะที่ปี 2569 รายได้ทำจุดสูงใหม่ในชุดข้อมูล 5 ปีที่ SET แสดง แต่กำไรลดลงจากปีก่อน
ดังนั้นสำหรับการติดตาม MC สิ่งที่ควรดูเป็นพิเศษในงบถัดไปคือ Same-store sales, Online sales, Gross Margin, Inventory และกำไรสุทธิ หากยอดขายกลับมาเร่งพร้อม Margin ฟื้น จะเป็นการเปลี่ยนภาพจาก “หุ้นปันผล” ไปสู่ “หุ้นปันผล + Earnings Growth” ได้

