วิเคราะห์ หุ้น MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ MAJOR อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ สื่อและสิ่งพิมพ์ (Media & Publishing) ตามกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 23 พ.ค. 2545 | 894.67 | สื่อและสิ่งพิมพ์ (Media & Publishing) | MAJOR |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ธุรกิจโรงภาพยนตร์ ธุรกิจโบว์ลิ่งและคาราโอเกะ ธุรกิจลานสเก็ตน้ำแข็ง ธุรกิจพื้นที่เช่าและศูนย์การค้า ธุรกิจการสร้างและการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ และธุรกิจบริการสื่อโฆษณา
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.18 | 0.92 | 0.84 | 0.04 | 0.10 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.93 | 0.74 | 0.90 | 0.67 |
การจ่ายปันผล
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.25 | บาท | 06 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.20 | บาท | 07 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.15 | บาท | 30 เม.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2566 | 0.50 | บาท | 05 ก.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.25 | บาท | 03 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ต.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.60 | บาท | 06 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 ก.ย. 2564 | 1.00 | บาท | 09 ธ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ หุ้น MAJOR – บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) สามารถแบ่งออกเป็นหมวดหลัก ดังนี้
เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
เพื่อสนับสนุนธุรกิจหลัก บริษัทมีการลงทุนในธุรกิจ เช่น
ธุรกิจจัดจำหน่ายภาพยนตร์
ธุรกิจผลิตภาพยนตร์
ธุรกิจสื่อโฆษณา
ธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม
ธุรกิจบันเทิงและคอนเทนต์
สรุปสินทรัพย์สำคัญของ MAJOR
🎬 โรงภาพยนตร์และระบบฉายภาพยนตร์
🏢 สิทธิการเช่าพื้นที่และอาคาร
🏗 อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
🎥 เครื่องฉายภาพยนตร์และระบบเสียง
🎳 ธุรกิจโบว์ลิ่งและคาราโอเกะ
🍿 พื้นที่ร้านค้าและธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม
📺 สื่อโฆษณาและ Digital Media
💻 ระบบ IT ซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มสมาชิก
🎞 เงินลงทุนในธุรกิจภาพยนตร์และความบันเทิง
สินทรัพย์เหล่านี้เป็นฐานสำคัญที่ทำให้ MAJOR เป็นผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์และศูนย์รวมความบันเทิงของประเทศไทย โดยมีเครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ และต่อยอดรายได้จากธุรกิจสื่อ โฆษณา ร้านค้า และบริการความบันเทิงอื่น ๆ ควบคู่กันไป
โรงภาพยนตร์ (Cinema Assets)
ถือเป็นสินทรัพย์หลักที่สร้างรายได้ของบริษัท ประกอบด้วย
โรงภาพยนตร์ในเครือ Major Cineplex
โรงภาพยนตร์ EGV
โรงภาพยนตร์ Paragon Cineplex
โรงภาพยนตร์ Esplanade Cineplex
โรงภาพยนตร์ Mega Cineplex
โรงภาพยนตร์ Quartier CineArt
ระบบ IMAX
ระบบ 4DX
ระบบ ScreenX
โรงภาพยนตร์ Kids Cinema และ VIP Cinema
จอภาพยนตร์ ระบบเสียง Dolby Atmos และอุปกรณ์ฉายภาพยนตร์ดิจิทัล
สิทธิการเช่าที่ดินและอาคาร
บริษัทใช้สิทธิการเช่าระยะยาวเป็นหลักสำหรับสาขาต่าง ๆ ได้แก่
สิทธิการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้า
สิทธิการเช่าที่ดิน
อาคารสำนักงาน
พื้นที่โรงภาพยนตร์
พื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในศูนย์บันเทิง ซึ่งเป็นสินทรัพย์สำคัญในการดำเนินธุรกิจระยะยาว
อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
อาคารสำนักงานใหญ่
อาคารโรงภาพยนตร์
อาคารศูนย์รวมความบันเทิง
งานตกแต่งภายใน (Leasehold Improvement)
ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และระบบประกอบอาคาร
เครื่องจักรและอุปกรณ์
เครื่องฉายภาพยนตร์ Digital Cinema
เครื่องฉายเลเซอร์ (Laser Projector)
เครื่องเสียงคุณภาพสูง
ระบบจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ (Kiosk)
ระบบ POS
อุปกรณ์ครัวและเครื่องทำป๊อปคอร์น
เครื่องทำเครื่องดื่ม
เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน
คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย IT
ธุรกิจโบว์ลิ่งและคาราโอเกะ
บริษัทเป็นเจ้าของสินทรัพย์สำหรับธุรกิจนันทนาการ เช่น
ลานโบว์ลิ่ง
เครื่องโบว์ลิ่งอัตโนมัติ
ห้องคาราโอเกะ
ระบบแสง สี เสียง
อุปกรณ์เกมและความบันเทิง
พื้นที่เชิงพาณิชย์ให้เช่า
สินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำ ได้แก่
ร้านค้าเช่า
พื้นที่ Food & Beverage
พื้นที่จัดกิจกรรม
พื้นที่โฆษณาภายในโรงภาพยนตร์
Digital Signage
LED Display และสื่อโฆษณาต่าง ๆ
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets)
ซอฟต์แวร์บริหารโรงภาพยนตร์
ระบบสมาชิก M GEN
ระบบจองตั๋วออนไลน์
เครื่องหมายการค้า (Major Cineplex, EGV และแบรนด์ต่าง ๆ)
ลิขสิทธิ์และระบบบริหารข้อมูลลูกค้า (CRM)
กลุ่มบริษัทในเครือ
โครงสร้างกลุ่มบริษัทในเครือของ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) (MAJOR) ครอบคลุมธุรกิจโรงภาพยนตร์ ความบันเทิง สื่อโฆษณา การจัดจำหน่ายภาพยนตร์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ โดยสามารถสรุปได้ดังนี้ (อ้างอิงจากแบบ 56-1 One Report ปี 2568)
กลุ่มธุรกิจดิจิทัลและสมาชิก
Major Movie Plus
ระบบสมาชิก M GEN
Mobile Application
Online Ticketing
Digital Payment
CRM และ Loyalty Program
ช่วยเพิ่มรายได้จากฐานลูกค้าและการขายข้ามบริการ (Cross-selling)
กลุ่มธุรกิจโรงภาพยนตร์ (Cinema Business)
เป็นธุรกิจหลักของ MAJOR
Major Cineplex
Major Hollywood
EGV
Paragon Cineplex
Esplanade Cineplex
Quartier CineArt
ICON CINECONIC
Hatyai Cineplex
Westgate Cineplex
ดำเนินธุรกิจโรงภาพยนตร์ ระบบ IMAX, ScreenX, 4DX, Kids Cinema, VIP Cinema และโรงภาพยนตร์รูปแบบพรีเมียมทั่วประเทศ
กลุ่มธุรกิจจัดจำหน่ายภาพยนตร์
รับผิดชอบการจัดหาภาพยนตร์และลิขสิทธิ์
M Pictures Entertainment
M Pictures
บริษัทในเครือด้านการจัดจำหน่ายภาพยนตร์
ธุรกิจประกอบด้วย
นำเข้าภาพยนตร์ต่างประเทศ
ผลิตภาพยนตร์ไทย
จัดจำหน่ายภาพยนตร์
บริหารลิขสิทธิ์คอนเทนต์
กลุ่มธุรกิจสื่อโฆษณา
ดำเนินการผ่าน
Major CineAd
ให้บริการ
โฆษณาภายในโรงภาพยนตร์
Digital Signage
LED Display
Online Media
Event Marketing
Brand Activation
กลุ่มธุรกิจโบว์ลิ่งและคาราโอเกะ
ประกอบด้วยแบรนด์
Blu-O Rhythm & Bowl
Karaoke
ให้บริการ
โบว์ลิ่ง
คาราโอเกะ
พื้นที่จัดกิจกรรม
งานเลี้ยงและสันทนาการ
กลุ่มธุรกิจลานสเก็ตน้ำแข็ง
Sub-Zero Ice Skate Club
ให้บริการลานสเก็ตน้ำแข็งในศูนย์การค้าชั้นนำของประเทศ
กลุ่มธุรกิจพื้นที่เช่าและค้าปลีก
ดำเนินธุรกิจ
พื้นที่เช่าในโรงภาพยนตร์
ร้านค้า
ร้านอาหาร
พื้นที่เชิงพาณิชย์
Retail Space Management
กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
ประกอบด้วย
Popcorn
เครื่องดื่ม
Snack Bar
ร้านอาหารและเครื่องดื่มภายในโรงภาพยนตร์
เป็นแหล่งรายได้สำคัญที่มีอัตรากำไรสูงของบริษัท
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
หุ้น MAJOR – บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจโรงภาพยนตร์เป็นหลัก รวมถึงธุรกิจโฆษณา สื่อในโรงภาพยนตร์ พื้นที่เช่า โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ ลานสเก็ต และจัดจำหน่ายภาพยนตร์
ความเสี่ยงที่สำคัญของธุรกิจ MAJOR
ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด
เช่น
โรคระบาด
ภัยธรรมชาติ
เหตุฉุกเฉิน
ความไม่สงบทางการเมือง
เหตุการณ์เหล่านี้อาจทำให้จำนวนผู้เข้าชมลดลง หรือจำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราว
ปัจจัยที่ MAJOR ใช้ลดความเสี่ยง
บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากค่าตั๋วภาพยนตร์ โดย
เพิ่มสัดส่วนรายได้จาก Concession (อาหารและเครื่องดื่ม)
สนับสนุนและร่วมลงทุนในภาพยนตร์ไทย
ขยายธุรกิจสื่อโฆษณาและพื้นที่เช่า
บริหารความเสี่ยงด้านการเงิน การปฏิบัติตามกฎหมาย และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ภายใต้กรอบ Enterprise Risk Management (ERM)
มุมมองสำหรับนักลงทุน
ความเสี่ยงสูงสุด: ความสำเร็จของภาพยนตร์ที่เข้าฉาย และการแข่งขันจากแพลตฟอร์มสตรีมมิง
ความเสี่ยงระดับกลาง: กำลังซื้อผู้บริโภค ต้นทุนการดำเนินงาน และรายได้โฆษณา
ปัจจัยบวก: หากมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้าฉายต่อเนื่อง และการใช้จ่ายด้านความบันเทิงฟื้นตัว จะช่วยหนุนทั้งรายได้ค่าตั๋วและยอดขายอาหารเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นแหล่งกำไรสำคัญของบริษัท.
ความเสี่ยงจากความนิยมของภาพยนตร์ (Content Risk) ⭐⭐⭐⭐⭐
รายได้ของโรงภาพยนตร์ขึ้นอยู่กับ “คุณภาพและความนิยมของหนัง”
หากปีใดมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ออกฉายน้อย หรือทำรายได้ต่ำกว่าคาด จะกระทบรายได้ค่าตั๋วและยอดขายอาหารเครื่องดื่มทันที
รายได้มีความผันผวนตามตารางการเข้าฉายของค่ายหนังทั้งไทยและต่างประเทศ
ความเสี่ยงจากการแข่งขันของ Streaming Platform ⭐⭐⭐⭐⭐
คู่แข่งสำคัญ เช่น
Netflix
Disney+
Prime Video
Max
Apple TV+
ผู้บริโภคมีทางเลือกในการรับชมภาพยนตร์ที่บ้านมากขึ้น ทำให้จำนวนผู้เข้าชมโรงภาพยนตร์อาจลดลง โดยเฉพาะช่วงที่ไม่มีหนังบล็อกบัสเตอร์
ความเสี่ยงจากกำลังซื้อผู้บริโภค
การดูภาพยนตร์ถือเป็นการใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง
หากเกิด
เศรษฐกิจชะลอตัว
เงินเฟ้อสูง
หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น
ผู้บริโภคอาจลดการใช้จ่ายด้านความบันเทิงก่อน ส่งผลต่อยอดขายตั๋ว หนัง และสินค้า Concession
ความเสี่ยงจากต้นทุนค่าเช่าพื้นที่
โรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า
ต้นทุนหลัก ได้แก่
ค่าเช่า
ค่าบำรุงรักษา
ค่าไฟฟ้า
ค่าพนักงาน
หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ จะกดดันอัตรากำไรของบริษัท
ความเสี่ยงจากรายได้โฆษณา
MAJOR มีรายได้จาก
สื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์
Digital Media
Event Marketing
หากเศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทต่าง ๆ ลดงบโฆษณา รายได้ส่วนนี้อาจหดตัว
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
คนรุ่นใหม่ใช้เวลาไปกับ
Social Media
Gaming
Short Video
Live Streaming
มากขึ้น ทำให้ความถี่ในการเข้าชมภาพยนตร์อาจลดลงในระยะยาว
ความเสี่ยงจากการลงทุนเปิดสาขาใหม่
การเปิดโรงภาพยนตร์ต้องใช้เงินลงทุนสูง
หาก
ทำเลไม่ดี
จำนวนผู้ใช้บริการต่ำกว่าคาด
อาจใช้เวลาคืนทุนนาน และกระทบผลตอบแทนจากการลงทุน
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและ Cyber Security
MAJOR พึ่งพาระบบ
จำหน่ายตั๋วออนไลน์
ระบบสมาชิก
Mobile Application
ระบบชำระเงิน
หากเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ หรือระบบล่ม อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการและความเชื่อมั่นของลูกค้า ซึ่งบริษัทได้กำหนดมาตรการบริหารความเสี่ยงด้าน IT และ Cyber Risk ไว้โดยเฉพาะ
ความเสี่ยงด้านกฎหมายและการกำกับดูแล
บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายหลายด้าน เช่น
PDPA
ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์
ภาษี
กฎหมายแรงงาน
ข้อกำหนดของตลาดทุน
การไม่ปฏิบัติตามอาจก่อให้เกิดค่าปรับหรือผลกระทบต่อชื่อเสียงขององค์กร
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 20 เม.ย. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | นาย วิชา พูลวรลักษณ์ | 280,555,800 | 37.02 |
| 2 | บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) | 57,363,900 | 7.57 |
| 3 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 54,577,683 | 7.20 |
| 4 | MORGAN STANLEY & CO. INTERNATIONAL PLC | 35,523,000 | 4.69 |
| 5 | นาย วิศรุต พูลวรลักษณ์ | 31,394,900 | 4.14 |
| 6 | DBS BANK LTD. AC DBS NOMINEES-PB CLIENTS | 25,888,100 | 3.42 |
| 7 | นาย วิชญะ พูลวรลักษณ์ | 23,441,100 | 3.09 |
| 8 | DBS BANK LTD. – CLIENT SG0021800684 | 22,373,300 | 2.95 |
| 9 | นาง ภารดี พูลวรลักษณ์ | 18,345,536 | 2.42 |
| 10 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 15,901,927 | 2.10 |
| 11 | U.S. BANK EUROPE DESIGNATED ACTIVITY COMPANY | 13,045,100 | 1.72 |
| 12 | สำนักงานประกันสังคม | 12,801,700 | 1.69 |
| 13 | NORTRUST NOMINEES LIMITED-NTC-IEDP AIF 10 PERCENT CLIENTS ACCOUNT | 6,804,700 | 0.90 |
| 14 | STATE STREET EUROPE LIMITED | 6,163,100 | 0.81 |
| 15 | นาง สมพร นพปราชญ์ | 4,761,600 | 0.63 |
| 16 | NORTRUST NOMINEES LIMITED-NTC-CLIENTS ACCOUNT | 4,500,800 | 0.59 |
| 17 | CITI (NOMINEES) LIMITED-HOST-PLUS PTY LIMITED-HP POOLED SUPERANNUATION TRUST HOSKING PARTNERS LLP | 4,353,400 | 0.57 |
| 18 | นาย ธานัท อภิเดชาไชย | 4,000,000 | 0.53 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
ผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ไกรทิพย์ ไกรฤกษ์ | ประธานคณะกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 2 | นาย ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ | รองประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ |
| 3 | นาย ธนกร ปุลิเวคินทร์ | กรรมการ |
| 4 | นาย ภวัฒก์ องค์วาสิฏฐ์ | กรรมการ |
| 5 | นาง ภารดี พูลวรลักษณ์ | กรรมการ |
| 6 | นาย วิชา พูลวรลักษณ์ | กรรมการ |
| 7 | นางสาว ชลธิชา จิตราอาภรณ์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นาย ชัย จรุงธนาภิบาล | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นาย เสถียร ภู่ประเสริฐ | กรรมการอิสระ |
| 10 | นาง อรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล | กรรมการอิสระ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท MAJOR เป็นผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์และความบันเทิงครบวงจรของไทย โดยมีพัฒนาการสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว ดังนี้
ขยายธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Brand)
ขยายการจำหน่าย Popcorn Major ผ่าน Kiosk, Modern Trade และ Hypermarket
นำระบบ Self-Ordering Kiosk (SOK) มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ
จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมและขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ปัจจัยการเติบโตในอนาคต
รายได้จากภาพยนตร์ Blockbuster ไทยและฮอลลีวูด
การเติบโตของธุรกิจโฆษณาในโรงภาพยนตร์
การขยายธุรกิจ Popcorn และสินค้า Consumer Products
การเพิ่มรายได้จากพื้นที่เช่าและธุรกิจไลฟ์สไตล์
การเติบโตในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน
การใช้เทคโนโลยีและระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ลูกค้า
ก่อตั้งโรงภาพยนตร์ Cineplex แห่งแรกของประเทศไทย (ปี 2538)
ก่อตั้งโดย วิชา พูลวรลักษณ์
เปิดตัว “Major Cineplex ปิ่นเกล้า” ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์แบบ Cineplex แห่งแรกของประเทศไทย
เปลี่ยนพฤติกรรมการชมภาพยนตร์ของคนไทยจากโรงเดี่ยวสู่ศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจร
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ปี 2545)
เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยชื่อย่อ MAJOR
ระดมทุนเพื่อเร่งขยายสาขาโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศและต่อยอดธุรกิจบันเทิง
ควบรวมกิจการกับ EGV Entertainment (ปี 2547)
ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของบริษัท
ส่งผลให้ MAJOR ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดโรงภาพยนตร์ของประเทศไทย
ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 70% จนถึงปัจจุบัน
ขยายเครือข่ายโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
เปิดสาขาในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ทั่วประเทศ
พัฒนาแบรนด์โรงภาพยนตร์หลากหลาย เช่น
Major Cineplex
Paragon Cineplex
ICON CINECONIC
Quartier CineArt
EGV
Mega Cineplex
รองรับลูกค้าทุกระดับตั้งแต่แมสจนถึงพรีเมียม
ลงทุนเทคโนโลยีโรงภาพยนตร์ระดับโลก
IMAX
4DX
ScreenX
Laser Projection
Dolby Atmos
Premium Cinema
ยกระดับประสบการณ์รับชมภาพยนตร์เพื่อสร้างความแตกต่างจากแพลตฟอร์มสตรีมมิง
ขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ
ลงทุนเปิดโรงภาพยนตร์ในประเทศกัมพูชา
ขยายหลายสาขาในกรุงพนมเปญ เสียมราฐ และปอยเปต
เพิ่มโอกาสเติบโตในตลาดอาเซียน
พัฒนาสู่ธุรกิจ Entertainment Ecosystem
นอกจากโรงภาพยนตร์ บริษัทได้ต่อยอดธุรกิจไปยัง
สื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์
ธุรกิจจำหน่ายป๊อปคอร์นและอาหาร (Concession)
โบว์ลิ่ง
คาราโอเกะ
ลานสเก็ตน้ำแข็ง
ให้เช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์
จัดจำหน่ายภาพยนตร์
ธุรกิจอีเวนต์และกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ เพื่อกระจายแหล่งรายได้
ฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19
จำนวนผู้ชมภาพยนตร์กลับมาเพิ่มขึ้น
ได้แรงหนุนจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งไทยและต่างประเทศ
ปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทำให้ผลประกอบการทยอยฟื้นตัว
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256801 ม.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256901 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 811.77 | 577.70 | 409.91 | 465.85 | 248.82 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 621.56 | 668.24 | 486.17 | 660.28 | 448.57 |
| สินค้าคงเหลือ | 210.73 | 148.23 | 206.46 | 165.09 | 225.29 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 3,742.25 | 3,176.33 | 2,197.02 | 3,029.87 | 1,987.86 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 4,462.74 | 4,361.00 | 4,110.80 | 4,303.81 | 4,030.47 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 10,683.71 | 10,862.70 | 10,541.51 | 10,807.25 | 10,394.74 |
| รวมสินทรัพย์ | 14,425.95 | 14,039.03 | 12,738.53 | 13,837.12 | 12,382.59 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 700.31 | 950.00 | 700.00 | 1,350.00 | 770.00 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 1,917.00 | 1,586.02 | 1,467.06 | 1,243.57 | 1,258.18 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 295.00 | – | 140.00 | – | 280.00 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 3,963.98 | 3,411.62 | 2,957.04 | 3,379.27 | 2,963.03 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 4,349.82 | 5,272.06 | 4,855.80 | 5,229.77 | 4,619.69 |
| รวมหนี้สิน | 8,313.80 | 8,683.67 | 7,812.84 | 8,609.04 | 7,582.72 |
| ทุนจดทะเบียน | 894.67 | 829.14 | 757.92 | 829.14 | 757.92 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 894.67 | 829.14 | 757.92 | 829.14 | 757.92 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 4,055.61 | 4,055.61 | 4,055.61 | 4,055.61 | 4,055.61 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 2,021.22 | 1,973.76 | 1,524.88 | 2,006.97 | 1,599.96 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | 951.71 | 950.54 | 193.10 | 998.20 | 371.57 |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -28.90 | -698.66 | -1,310.53 | -770.78 | -1,333.15 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | 288.42 | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 5,990.88 | 5,209.31 | 4,834.78 | 5,122.73 | 4,708.77 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 121.27 | 146.05 | 90.91 | 105.35 | 91.11 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256801 ม.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256901 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 8,551.30 | 7,766.50 | 7,631.34 | 1,418.97 | 1,614.24 |
| รายได้อื่น | 182.85 | 217.44 | 155.78 | 19.63 | 17.79 |
| รวมรายได้ | 8,734.15 | 7,983.94 | 7,787.12 | 1,438.60 | 1,632.03 |
| ต้นทุน | 5,683.74 | 5,046.23 | 4,900.01 | 918.55 | 1,083.54 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 2,200.08 | 2,268.07 | 2,150.94 | 478.53 | 453.30 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 7,883.39 | 7,306.11 | 7,065.69 | 1,398.66 | 1,539.14 |
| EBITDA | 2,563.21 | 2,205.01 | 2,239.97 | 386.03 | 420.24 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 1,220.51 | 1,252.46 | 1,251.27 | 300.08 | 298.05 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 1,342.70 | 952.56 | 988.70 | 85.95 | 122.19 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 1,041.81 | 744.28 | 631.23 | 33.21 | 75.08 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.18 | 0.92 | 0.84 | 0.04 | 0.10 |
งบกระแสเงินสด
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256801 ม.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256901 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 1,952.41 | 1,094.60 | 1,322.54 | -207.21 | 105.65 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -348.09 | -703.28 | -477.74 | -138.23 | -81.34 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -1,957.24 | -620.22 | -1,009.41 | 233.51 | -185.40 |
| เงินสดสุทธิ | -352.92 | -228.89 | -164.61 | -111.93 | -161.09 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
ปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256801 ม.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256901 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 12.04 | 13.22 | 12.28 | 14.12 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 30.31 | 27.61 | 29.72 | 25.86 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 28.12 | 27.63 | 25.28 | 25.95 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 12.98 | 13.21 | 14.44 | 14.07 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 2.88 | 3.21 | 3.29 | 4.05 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 126.69 | 113.71 | 110.78 | 90.14 |
| วงจรเงินสด (วัน) | -83.40 | -72.89 | -66.63 | -50.22 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
มุมมองทางเทคนิค: เป็นกลางค่อนไปทางบวก (Neutral to Bullish) เหมาะกับการ “ทยอยสะสม” หากราคายืนเหนือแนวรับสำคัญได้ และรอการยืนยันด้วยการผ่านแนวต้านพร้อมปริมาณการซื้อขาย (Volume)
Volume
ควรจับตาว่า Volume เพิ่มขึ้นพร้อมการผ่านแนวต้านหรือไม่
การ Breakout ที่มี Volume สนับสนุน จะเพิ่มความน่าเชื่อถือของสัญญาณ
แนวรับสำคัญ
แนวรับแรก : Low ของรอบล่าสุด
แนวรับถัดไป : เส้น MA50 และฐานเดิม
แนวต้านสำคัญ
แนวต้านแรก : High ระยะสั้น
แนวต้านถัดไป : จุดสูงสุดของรอบก่อนหน้า
หากผ่านได้ จะเปิดโอกาสเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่
กลยุทธ์การลงทุน
นักลงทุนระยะสั้น
รอซื้อเมื่อราคายืนเหนือแนวรับ พร้อม MACD ตัดขึ้น
ขายทำกำไรบริเวณแนวต้านสำคัญ
นักลงทุนระยะกลาง
ทยอยสะสมเมื่อราคายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยหลัก
เพิ่มน้ำหนักเมื่อเกิด Breakout พร้อม Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss)
หากราคาหลุดแนวรับหลักหรือ Low ล่าสุด ควรจำกัดความเสี่ยงทันที
สรุป
ภาพรวมกราฟของ MAJOR อยู่ในช่วง สร้างฐานเพื่อฟื้นตัว โดยสัญญาณจาก MACD และ RSI มีแนวโน้มสนับสนุนการกลับตัว หากสามารถผ่านแนวต้านสำคัญพร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น จะมีโอกาสเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางได้ อย่างไรก็ตาม ควรรอการยืนยันของราคาและบริหารความเสี่ยงด้วยการตั้งจุด Stop Loss ทุกครั้งในการลงทุน.
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
MAJOR เป็นผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์และศูนย์รวมความบันเทิงของประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 70% และดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่โรงภาพยนตร์ สื่อโฆษณา การจัดจำหน่ายภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ ลานสเก็ต และพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า
จุดแข็งของบริษัท (Strengths)
ผู้นำตลาดโรงภาพยนตร์ไทย
ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1
มีเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ
แบรนด์ Major Cineplex และ EGV เป็นที่รู้จักสูง
ธุรกิจหลากหลาย (Diversified Revenue)
รายได้ไม่ได้มาจากค่าตั๋วหนังเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจาก
โรงภาพยนตร์
ขายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม
สื่อโฆษณาในโรงหนัง
โบว์ลิ่ง
คาราโอเกะ
ลานสเก็ตน้ำแข็ง
ค่าเช่าพื้นที่
ธุรกิจจัดจำหน่ายภาพยนตร์
Economies of Scale
มีจำนวนสาขามาก ทำให้สามารถต่อรองกับค่ายหนัง ผู้ลงโฆษณา และซัพพลายเออร์ได้ดีกว่าคู่แข่ง
ปัจจัยบวกที่น่าจับตา
- หนังฟอร์มยักษ์เข้าฉายต่อเนื่อง
ธุรกิจของ MAJOR ขึ้นอยู่กับคุณภาพและจำนวนภาพยนตร์ หากปีใดมีภาพยนตร์ Hollywood และภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จ รายได้จากตั๋วและอาหารจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ - รายได้โฆษณาฟื้นตัว
เมื่อจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้น
Media Advertising
Screen Advertising
Digital Media
ก็มีแนวโน้มเติบโตตาม - ธุรกิจอาหารกำไรสูง
Popcorn และเครื่องดื่มเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัท - ธุรกิจ Lifestyle Entertainment
บริษัทไม่ได้แข่งขันเฉพาะโรงหนัง แต่พัฒนาเป็นศูนย์รวมความบันเทิง เช่น
IMAX
4DX
Kids Cinema
VIP Cinema
Laser Cinema
เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แพลตฟอร์มสตรีมมิงไม่สามารถทดแทนได้
ความเสี่ยง
Streaming Platform เช่น Netflix, Disney+, Prime Video
จำนวนหนังฟอร์มใหญ่ลดลง
เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้บริโภคลดค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิง
ต้นทุนค่าเช่าและค่าแรง
การแข่งขันจากกิจกรรมบันเทิงรูปแบบใหม่
จุดแข็งด้านการแข่งขัน (Competitive Advantage)
★★★★★
MAJOR มีข้อได้เปรียบจาก
เครือข่ายโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
ทำเลในศูนย์การค้าชั้นนำ
Loyalty Program
เทคโนโลยี IMAX / 4DX
ระบบสมาชิกและฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่
ทำให้คู่แข่งรายใหม่เข้ามาแข่งขันได้ยาก
ลักษณะหุ้นตามแนวคิด Peter Lynch
MAJOR จัดอยู่ในกลุ่ม
➡️ Cyclical Stock (หุ้นวัฏจักร)
กำไรขึ้นลงตาม
ภาวะเศรษฐกิจ
จำนวนหนัง Blockbuster
กำลังซื้อของผู้บริโภค
หากมีหนังดังหลายเรื่องในปีเดียว กำไรสามารถเติบโตโดดเด่น แต่หากมีภาพยนตร์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ผลประกอบการอาจอ่อนตัวได้
ปัจจัยที่นักลงทุนควรติดตาม
จำนวนผู้ชมภาพยนตร์รายไตรมาส
รายได้จากสื่อโฆษณา
อัตราการใช้บริการโรงหนัง
ตารางภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในครึ่งปีหลัง
การควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน
มุมมองการลงทุน
ระยะสั้น
ได้แรงหนุนเมื่อมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้าฉายต่อเนื่อง
จำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นจะส่งผลดีต่อรายได้จากตั๋ว อาหาร และโฆษณา
ระยะกลาง
ธุรกิจมีความแข็งแกร่งจากการเป็นผู้นำตลาดและการขยายบริการด้านความบันเทิงครบวงจร
ระยะยาว
ความท้าทายหลักคือการแข่งขันจากแพลตฟอร์มสตรีมมิง บริษัทจึงต้องสร้างประสบการณ์รับชมในโรงภาพยนตร์ที่แตกต่างและพัฒนารายได้จากธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูงอย่างต่อเนื่อง
สรุป
MAJOR เป็นหุ้นผู้นำในธุรกิจโรงภาพยนตร์ของไทย มีฐานธุรกิจแข็งแกร่งและรายได้หลายช่องทาง แม้ต้องเผชิญการแข่งขันจากสตรีมมิง แต่ยังได้เปรียบจากประสบการณ์การรับชมในโรงภาพยนตร์และเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุม หากปีใดมีภาพยนตร์ทำรายได้สูงหลายเรื่อง ผลประกอบการของบริษัทมักฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่น ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่าหุ้นซื้อขายที่ระดับ P/E ประมาณ 6.8 เท่า และ P/BV ใกล้ 1 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่นักลงทุนหลายรายใช้ประกอบการประเมินความน่าสนใจของหุ้นประเภทวัฏจักร
🎬 MAJOR กำลังจะกลับมาเป็นพระเอกของตลาด? หุ้นโรงหนังที่หลายคนมองข้าม…แต่อาจกำลังซ่อน “ของดี”!
เมื่อหนังฟอร์มยักษ์ทยอยเข้าฉาย…กำไรของ MAJOR จะกลับมาระเบิดอีกครั้งหรือไม่? นี่คือหุ้นที่สายเทคนิคจับตา สาย VI เริ่มสะสม และสายเทรดไม่ควรมองข้าม!
🔥 MAJOR ทำธุรกิจอะไร?
MAJOR คือผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์อันดับ 1 ของไทย ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 70% พร้อมอาณาจักรความบันเทิงครบวงจร ทั้งโรงภาพยนตร์ โฆษณา โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ ลานสเก็ต ร้านอาหาร และธุรกิจจัดจำหน่ายภาพยนตร์
💎 จุดแข็งที่ทำให้ MAJOR ยังแข็งแกร่ง
✅ ผู้นำตลาดที่คู่แข่งตามได้ยาก
✅ รายได้หลายช่องทาง ไม่ได้พึ่งค่าตั๋วหนังเพียงอย่างเดียว
✅ ป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม มาร์จิ้นสูง หนุนกำไรโดดเด่น
✅ เครือข่ายสาขาทั่วประเทศ ต่อรองค่ายหนังและผู้ลงโฆษณาได้เหนือกว่า
✅ ฐานสมาชิกขนาดใหญ่ สร้างรายได้ซ้ำอย่างต่อเนื่อง
🚀 ปัจจัยบวกที่อาจปลุกกำไร
🎥 หนัง Blockbuster เข้าโรงต่อเนื่อง รายได้ตั๋วมีโอกาสพุ่ง
📺 รายได้โฆษณาฟื้นตามจำนวนผู้ชม
🍿 ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ช่วยดันอัตรากำไร
✨ โรงหนังพรีเมียม IMAX, 4DX, VIP Cinema, Kids Cinema และ Laser Cinema สร้างประสบการณ์ที่แพลตฟอร์มสตรีมมิงทดแทนได้ยาก
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
การแข่งขันจาก Netflix, Disney+, Prime Video และแพลตฟอร์มสตรีมมิง
หากหนังฟอร์มใหญ่ลดลง รายได้อาจชะลอตัว
กำลังซื้อผู้บริโภคและภาวะเศรษฐกิจ
ต้นทุนค่าแรงและค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น
รูปแบบความบันเทิงใหม่ที่เข้ามาแข่งขัน
🏆 ความได้เปรียบในการแข่งขัน
★★★★★
MAJOR มี “คูเมือง” ที่สร้างได้ยาก
เครือข่ายโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
ทำเลศูนย์การค้าชั้นนำ
ระบบสมาชิก Loyalty Program
เทคโนโลยี IMAX และ 4DX
ฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่
ทั้งหมดนี้ทำให้คู่แข่งรายใหม่เข้ามาแย่งตลาดได้ไม่ง่าย
📈 มุมมองแบบ Peter Lynch
MAJOR จัดเป็น Cyclical Stock (หุ้นวัฏจักร)
กำไรขึ้นอยู่กับ
จำนวนหนังฟอร์มยักษ์
กำลังซื้อของผู้บริโภค
ภาวะเศรษฐกิจ
ปีไหนหนังฮิตต่อเนื่อง กำไรมีโอกาสเติบโตแรง แต่หากคอนเทนต์ไม่โดนใจ ผลประกอบการก็อาจชะลอลงเช่นกัน
👀 สิ่งที่นักลงทุนต้องติดตาม
จำนวนผู้ชมภาพยนตร์รายไตรมาส
รายได้จากสื่อโฆษณา
อัตราการใช้บริการโรงภาพยนตร์
ตารางหนัง Blockbuster ครึ่งปีหลัง
ความสามารถในการควบคุมต้นทุน
📊 มุมมองการลงทุน
ระยะสั้น
ได้อานิสงส์จากหนังฟอร์มยักษ์ หากผู้ชมกลับมา รายได้จากตั๋ว อาหาร และโฆษณามีโอกาสฟื้นตัวพร้อมกัน
ระยะกลาง
ยังได้เปรียบจากการเป็นผู้นำตลาด และการต่อยอดธุรกิจ Entertainment ครบวงจร
ระยะยาว
ความท้าทายคือการแข่งขันกับ Streaming แต่หาก MAJOR ยังคงสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง พร้อมเพิ่มรายได้จากธุรกิจมาร์จิ้นสูง ก็ยังมีโอกาสรักษาความสามารถในการแข่งขันได้
🎯 บทสรุป
MAJOR คือหุ้นผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ไทยที่มีฐานธุรกิจแข็งแกร่ง รายได้หลากหลาย และมีข้อได้เปรียบจากเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ
แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากแพลตฟอร์มสตรีมมิง แต่ทุกครั้งที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์กลับมาคึกคัก MAJOR มักเป็นหนึ่งในหุ้นที่ผลประกอบการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น
ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ระดับ P/E ราว 6.8 เท่า และ P/BV ใกล้ 1 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่นักลงทุนจำนวนไม่น้อยใช้ประกอบการประเมินความน่าสนใจของหุ้นวัฏจักร
คำถามสำคัญคือ…รอบนี้ MAJOR กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัว หรือราคาหุ้นสะท้อนข่าวดีไปแล้ว? นักลงทุนควรติดตามทั้งผลประกอบการและกระแสหนังฟอร์มยักษ์อย่างใกล้ชิด

