รูปโฆษณา โดยมีข้างหลังเป็นกราฟหุ้น มีรูปตึก SET ประกอบ

วิเคราะห์ หุ้น LHFG บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น LHFG บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น LHFG บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ LHFG หมวดหมู่ธุรกิจ ธนาคาร (Banking) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจการเงิน (Financials)




เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจของตนเอง (Non-Operating Holding Company) โดยเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ประกอบธุรกิจการเข้าถือหุ้นในบริษัทอื่นปัจจุบันบริษัทถือหุ้นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ดังนี้- ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 99.99 ของทุนที่ชำระแล้วทั้งหมด- บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ร้อยละ 99.99 ของทุนที่ชำระแล้วทั้งหมด – บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 99.92 ของทุนที่ชำระแล้วทั้งหมด


บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (LHFG) เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจของตนเอง (Non-Operating Holding Company) โดยเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ซึ่งประกอบด้วยบริษัทในเครือที่ให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร .
ลักษณะการประกอบธุรกิจ
LHFG ดำเนินธุรกิจหลักในการถือหุ้นในบริษัทอื่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนและบริหารจัดการกลุ่มธุรกิจทางการเงิน .
บริษัทในเครือหลัก
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank): ให้บริการธนาคารพาณิชย์ครบวงจร.
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด: ให้บริการจัดการกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล.
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน): ให้บริการด้านการลงทุนและหลักทรัพย์.
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แอดไวเซอรี่ จำกัด: ให้บริการที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุน.
ผลการดำเนินงาน
ในปี 2567 กลุ่มธุรกิจทางการเงินของ LHFG มีอัตราการเติบโต 7.3% มียอดสินทรัพย์รวม 346,863 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,047 ล้านบาท.


ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank): ให้บริการธนาคารพาณิชย์ครบวงจร.
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด: ให้บริการจัดการกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล.
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน): ให้บริการด้านการลงทุนและหลักทรัพย์.
บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แอดไวเซอรี่ จำกัด: ให้บริการที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุน.



256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)8,123,318.008,795,286.008,201,501.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)8,123,318.008,795,286.008,201,501.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00

ค่าใช้จ่ายการทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ในระยะเวลา 3 ปี




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)14,913.0020,913.0018,972.00

256525662567
ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท)254,110,569.13245,170,000.00183,172,674.71

การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน

256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)10,501,622.7117,482,133.4415,150,163.06


ความเสี่ยงของหุ้น LH Financial Group Public Company Limited หรือ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีหลายด้านที่นักลงทุนต้องจับตา เพราะแม้ธุรกิจธนาคารจะมีรายได้ดอกเบี้ยค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ก็อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจและคุณภาพลูกหนี้อย่างมาก

ความเสี่ยงจากราคาหุ้นสภาพคล่องไม่สูงมาก
LHFG เป็นหุ้นธนาคารขนาดกลาง ทำให้
มูลค่าการซื้อขายไม่สูงเท่าแบงก์ใหญ่
ราคาหุ้นอาจแกว่งแรงเวลามีแรงซื้อขายก้อนใหญ่
นักลงทุนสถาบันบางส่วนอาจไม่ให้น้ำหนักมาก
จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้ระดับหนึ่ง
สรุปภาพรวมความเสี่ยง LHFG
จุดที่ต้องจับตาหนักที่สุด คือ
คุณภาพสินเชื่อ
แนวโน้ม NPL
ดอกเบี้ยขาลง
เศรษฐกิจไทยชะลอตัว
แต่จุดแข็งของ LHFG คือยังมีฐานเงินกองทุนแข็งแรง กำไรยังเติบโต และมีการขยายธุรกิจรายย่อย-ดิจิทัลต่อเนื่อง
ดังนั้น LHFG ถือเป็นหุ้น “ธนาคารกลางขนาดกลาง” ที่มีโอกาสเติบโต แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์และการแข่งขันที่สูงกว่าธนาคารใหญ่บางแห่ง

ความเสี่ยงด้านหนี้เสีย (NPL)
LHFG ดำเนินธุรกิจหลักผ่านธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งปล่อยสินเชื่อทั้งรายย่อย SME และธุรกิจ หากเศรษฐกิจชะลอ ลูกหนี้มีปัญหาการชำระหนี้ จะกระทบโดยตรงต่อกำไร
ล่าสุด NPL Ratio อยู่ราว 2.5% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
หากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าหรือกำลังซื้ออ่อนแรง ธนาคารอาจต้องตั้งสำรองเพิ่ม ซึ่งกดดันกำไรทันที

ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจไทยชะลอตัว
ธุรกิจธนาคารพึ่งพาการเติบโตของเศรษฐกิจโดยตรง
ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจาก
หนี้ครัวเรือนสูง
การบริโภคชะลอ
ภาคส่งออกผันผวน
ความไม่แน่นอนด้านการค้าโลก
ผู้บริหาร LHFG เองยอมรับว่า GDP ไทยปี 2568 ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและภูมิรัฐศาสตร์
หากเศรษฐกิจโตต่ำกว่าคาด จะกระทบการปล่อยสินเชื่อใหม่และคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคาร

ความเสี่ยงจากดอกเบี้ยขาลง
รายได้หลักของ LHFG มาจากส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM)
หากธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ย
รายได้ดอกเบี้ยอาจลดลง
Margin ของธนาคารถูกบีบ
กำไรอาจโตช้าลง
ฝ่ายบริหารยอมรับว่าการลดดอกเบี้ยมีผลต่อ NIM และต้องหาผลิตภัณฑ์อื่นมาชดเชยรายได้

ความเสี่ยงการแข่งขันสูงในธุรกิจธนาคาร
ตลาดธนาคารไทยแข่งขันรุนแรงมาก โดยเฉพาะ
สินเชื่อรายย่อย
Digital Banking
Wealth Management
เงินฝากดิจิทัล
LHFG เป็นธนาคารขนาดกลาง ทำให้การแข่งขันกับแบงก์ใหญ่และ FinTech ไม่ง่าย หากเร่งขยายฐานลูกค้าอาจต้องแลกด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น

ความเสี่ยงจากการขยายสินเชื่อ SME
บริษัทกำลังเร่งขยายสินเชื่อ SME เพื่อผลักดันการเติบโต
แต่กลุ่ม SME ถือเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจสูง หากเศรษฐกิจไม่ดี ความสามารถในการชำระหนี้อาจลดลงเร็วกว่าลูกค้ารายใหญ่
จึงเป็น “ดาบสองคม”
ถ้าบริหารดี → กำไรโตเร็ว
ถ้าหนี้เสียพุ่ง → กำไรสะดุดทันที

ความเสี่ยงด้านเงินกองทุนและการตั้งสำรอง
แม้ปัจจุบัน LHFG ยังมี BIS Ratio และเงินกองทุนอยู่ในระดับที่แข็งแรง
แต่หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือ NPL พุ่งแรง ธนาคารอาจต้อง
เพิ่มการตั้งสำรอง
ลดการจ่ายปันผล
ชะลอการเติบโตสินเชื่อ
ซึ่งจะกดดัน sentiment นักลงทุน


รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ข้อมูลผู้ถือหุ้น ข้อมูล ณ วันที่ 29 เม.ย. 2568



บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (LHFG) เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน . บริษัทไม่ได้ดำเนินธุรกิจโดยตรง แต่ถือหุ้นในบริษัทอื่นเพื่อควบคุมกิจการ .
พัฒนาการที่สำคัญของ LHFG มีดังนี้ :
การจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน :
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ LHFG จัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน โดยมีบริษัทเป็นบริษัทแม่ และมีธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทลูกในกลุ่ม Solo Consolidation .
การเพิ่มทุนจดทะเบียน: LHFG เริ่มต้นด้วยทุนจดทะเบียน 100,000 บาท และได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 21,183,660,594 บาท เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 .
การเข้าร่วมของ CTBC Bank: เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 CTBC Bank Company Limited ได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 7,544,961,342 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 35.6169 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว .
การรับรองด้านธรรมาภิบาลและสิ่งแวดล้อม : LHFG ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต และได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่มีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล .
การประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้น : บริษัทได้รับการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ได้รับผลคะแนนการประเมินเต็ม 100 คะแนน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4.


งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงฐานะการเงินหน่วย: ล้านบาท



งบกระแสเงินสด งบกระแสเงินสดหน่วย: ล้านบาท


1. กำไรกลับมาเติบโตแรง

กำไรสุทธิย้อนหลัง

ปี 2568 กำไรฟื้นแรงจาก
รายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม
การปล่อยสินเชื่อขยายตัว
ตั้งสำรองหนี้ลดลง
ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกว่า “คุณภาพพอร์ตเริ่มนิ่งขึ้น”

  1. สินเชื่อโตต่อเนื่อง
    พอร์ตสินเชื่อโตจาก
    238,542 ล้านบาท (2566)
    → 274,596 ล้านบาท (2568)
    เติบโตเกือบ 15% ภายใน 2 ปี
    ตัวขับเคลื่อนหลักคือ
    สินเชื่อบ้าน
    สินเชื่อรายย่อย
    ลูกค้าธุรกิจจีน-ไต้หวันผ่านพันธมิตร CTBC Bank
    จุดนี้ทำให้ LHFG มี “ฐานลูกค้าต่างประเทศ” ที่ต่างจากธนาคารกลาง-เล็กอื่น
  2. เงินกองทุนแข็งแรง
    อัตราส่วน BIS Ratio ล่าสุดประมาณ 15-16%
    สูงกว่าระดับขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยมาก
    แปลว่า
    ธนาคารยังมี “กันชน” รองรับความเสี่ยงได้ดี
    มีพื้นที่สำหรับขยายสินเชื่อเพิ่มในอนาคต
  3. คุณภาพหนี้ยังควบคุมได้
    NPL ล่าสุดอยู่ประมาณ 2.5-2.6%
    ถือว่า “ยังไม่สูง” เมื่อเทียบกับหลายธนาคารขนาดกลาง
    และ Coverage Ratio ราว 173%
    หมายถึงมีการกันสำรองเผื่อหนี้เสียค่อนข้างสูง
    จุดที่ต้องระวัง
  4. ROE ยังไม่สูงมาก
    ROE ปี 2568 อยู่ประมาณ 7.06%
    ถือว่า
    ดีกว่าช่วงก่อนหน้า
    แต่ยังต่ำกว่าธนาคารใหญ่บางแห่ง
    จึงยังไม่ใช่หุ้นธนาคารที่ “ทำกำไรต่อทุนโดดเด่นมาก”
  5. ธุรกิจพึ่งพารายได้ดอกเบี้ยสูง
    รายได้หลักยังมาจากส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM)
    หากเศรษฐกิจชะลอ
    ลูกหนี้เริ่มผิดนัด
    หรือดอกเบี้ยลดเร็ว
    กำไรอาจถูกกดดันได้
  6. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจไทย
    กลุ่มลูกค้า SME และรายย่อยยังอ่อนไหวต่อ
    หนี้ครัวเรือนสูง
    กำลังซื้อชะลอ
    เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่เต็มที่
    หาก NPL เร่งขึ้น จะกระทบกำไรผ่านการตั้งสำรองทันที
    วิเคราะห์เชิงคุณภาพ
    LHFG เป็นหุ้นธนาคาร “สายปันผล + ฟื้นตัว”
    จุดเด่นคือ
    ฐานทุนแข็งแรง
    กำไรเริ่มกลับมาโต
    มีพันธมิตรต่างชาติ CTBC หนุนธุรกิจ
    Valuation มักซื้อขายต่ำกว่า Book Value
    เหมาะกับนักลงทุนที่
    ชอบหุ้นการเงินราคายังไม่แพง
    รับความผันผวนได้
    เน้นสะสมระยะกลางถึงยาว
    แต่ถ้ามอง “การเติบโตหวือหวา”
    อาจยังไม่ใช่ธนาคารที่โตเร็วที่สุดในกลุ่ม
    สรุปสั้นๆ
    จุดเด่น
    กำไรฟื้นตัวแรง
    สินเชื่อโตดี
    เงินกองทุนแข็งแรง
    NPL ยังควบคุมได้
    จุดเสี่ยง
    ROE ยังไม่สูง
    พึ่งรายได้ดอกเบี้ยมาก
    เศรษฐกิจชะลออาจกดดันคุณภาพสินทรัพย์
    ภาพรวม:
    LHFG กำลังอยู่ในช่วง “ฟื้นตัวเชิงคุณภาพ” มากกว่าหุ้นเติบโตร้อนแรง หากกำไรโตต่อและคุม NPL ได้ หุ้นมีโอกาสถูก re-rating ในระยะถัดไป

วิเคราะห์หุ้น LH Financial Group หรือ LHFG
หุ้นกลุ่มการเงิน–ธนาคาร ที่กำลัง “สะสมพลัง” บริเวณฐานสำคัญ หลังราคาค่อย ๆ ฟื้นตัวจาก Low เดิมในรอบปี
ราคาล่าสุดเคลื่อนไหวแถว 1.13–1.17 บาท โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 0.74–1.18 บาท
ภาพรวมทางเทคนิค
แนวโน้มระยะกลางเริ่มกลับมาเป็น “Sideway Up” หลังยืนเหนือโซน 1.05–1.10 บาทได้ต่อเนื่อง
จุดที่น่าสนใจคือ
แรงขายเริ่มเบาบาง
Volume มีสัญญาณสะสม
ราคาเริ่มทำ Higher Low
มีโอกาสทดสอบ High เดิมบริเวณ 1.18 บาท
กราฟลักษณะนี้มักเป็นช่วง “เก็บของก่อนเลือกทาง”
แนวรับ – แนวต้านสำคัญ
แนวรับแรก: 1.10 บาท
แนวรับสำคัญ: 1.05 บาท
แนวต้านแรก: 1.18 บาท
แนวต้านถัดไป: 1.25 บาท
หากทะลุ 1.18 บาท พร้อม Volume มีโอกาสเกิด “Breakout รอบใหม่” และเปิด Upside ไปหาโซน 1.25–1.30 บาทได้
สัญญาณอินดิเคเตอร์
MACD เริ่มตัดขึ้นจากแดนลบ → โมเมนตัมเริ่มฟื้น
RSI เคลื่อนเหนือระดับ 50 → แรงซื้อเริ่มกลับมา
เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นเริ่มโค้งขึ้น
ภาพรวมถือว่า “เริ่มกลับตัวเชิงบวก” แต่ยังต้องรอแรงซื้อยืนยัน
กลยุทธ์การเล่น
สายสะสม: รอรับบริเวณ 1.05–1.10 บาท
สายเก็งกำไร: รอ Breakout เหนือ 1.18 บาท
จุดตัดขาดทุน: ต่ำกว่า 1.02 บาท
มุมมองสรุป
LHFG เป็นหุ้นธนาคารขนาดกลางที่ “ราคาไม่แรง แต่จังหวะเริ่มน่าสนใจ”
หากเม็ดเงินไหลเข้ากลุ่มการเงินอีกระลอก หุ้นตัวนี้มีโอกาสกลับมาเด่นจากฐานราคาที่ยังต่ำกว่าจุดสูงเดิมมาก
จุดสำคัญตอนนี้คือ “1.18 บาท”
ถ้าผ่านได้เมื่อไร อาจเห็นรอบวิ่งใหม่แบบเงียบ ๆ แต่แรงกว่าที่ตลาดคาด! 🚀



วิเคราะห์หุ้น LH Financial Group หรือ LHFG
หุ้นกลุ่มการเงินสาย “ปันผล-พื้นฐานแน่น” ที่เริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง!
LHFG เป็นโฮลดิ้งทางการเงินของกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ โดยถือหุ้นหลักใน Land and Houses Bank รวมถึงธุรกิจหลักทรัพย์และกองทุน ทำให้รายได้หลักมาจาก “ดอกเบี้ยสินเชื่อ” และธุรกิจการเงินครบวงจร
จุดเด่นของ LHFG
ฐานธุรกิจธนาคารมีความมั่นคง
จุดแข็งด้านลูกค้ากลุ่มอสังหาฯ และลูกค้าระดับกลาง-บน
มีรายได้ดอกเบี้ยต่อเนื่อง
หุ้นราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV ต่ำ)
มีโอกาสเป็นหุ้นปันผลระยะยาว
ผลประกอบการเริ่มฟื้น
ปี 2568 LHFG มีกำไรสุทธิประมาณ 2,886 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ขณะที่สินเชื่อรวมและเงินฝากยังเติบโตต่อเนื่อง
ตัวเลขสำคัญ
ROE ประมาณ 7%
ROA เริ่มดีขึ้น
เงินกองทุน BIS Ratio สูงกว่า 15%
มูลค่าหุ้นทางบัญชีประมาณ 2 บาทต่อหุ้น ขณะที่ราคาหุ้นยังซื้อขายต่ำกว่าบุ๊กแวลู
จุดนี้สะท้อนว่า “ตลาดยังให้มูลค่าไม่สูง” แม้ฐานะการเงินยังแข็งแรง
วิเคราะห์กราฟเทคนิค
ภาพทางเทคนิคของ LHFG มีลักษณะ “สะสมพลัง”
หลังจากพักฐานยาว หุ้นเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา
แนวรับสำคัญ
1.05 บาท
1.00 บาท
แนวต้านสำคัญ
1.15 บาท
1.22 บาท
หากผ่านได้ มีลุ้นเห็นรอบใหม่
ถ้าปริมาณการซื้อขาย (Volume) เพิ่มต่อเนื่อง มีโอกาสเกิด “Technical Rebound” และกลับเข้าสู่รอบเก็งกำไรได้
ปัจจัยบวกที่ต้องจับตา
ดอกเบี้ยขาลง อาจช่วยลดต้นทุนทางการเงิน
คุณภาพสินทรัพย์เริ่มนิ่ง
กลุ่มธนาคารขนาดกลางเริ่มมีแรงเก็งกำไรกลับ
หุ้นยังต่ำบุ๊ก มี Margin of Safety สูง
ความเสี่ยง
เศรษฐกิจชะลอกระทบคุณภาพหนี้
การแข่งขันด้านสินเชื่อสูง
กำไรเติบโตไม่หวือหวาเหมือนหุ้น Growth
สภาพคล่องหุ้นในตลาดไม่สูงมาก
สรุป
LHFG เป็นหุ้นการเงินที่เหมาะกับสาย “สะสมระยะกลาง-ยาว”
เด่นเรื่องฐานะการเงินแข็งแรง ราคายังต่ำกว่าบุ๊ก และมีโอกาสฟื้นตัวตามรอบกลุ่มธนาคาร
หากตลาดกลับมาเล่นหุ้น Value และหุ้นปันผลเมื่อไร
LHFG อาจเป็นหนึ่งในหุ้น “เงียบแต่มีของ” ที่เริ่มถูกจับตาอีกครั้ง!


Disclaimer

ใส่ความเห็น