ONE REPORT ANALYSIS

วิเคราะห์ หุ้น KAMART บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น KAMART บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น KAMART บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ KAMART อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พาณิชย์ (Commerce) ตามกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ Karmarts Public Company Limited หรือ หุ้น KAMART (บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)) ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเข้า-จัดจำหน่ายเครื่องสำอาง สกินแคร์ และสินค้าเพื่อสุขภาพ โดยแบ่งได้ดังนี้
1) เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
ใช้สำหรับบริหารสภาพคล่อง
ชำระค่าสินค้านำเข้า
ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ
KAMART เป็นธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่ง จึงต้องถือเงินสดเพื่อรองรับการสั่งซื้อสินค้าและการขยายช่องทางขายอย่างต่อเนื่อง
2) ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น
เงินที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย/คู่ค้า ค้างชำระ
รายได้จากการขายแบบเครดิต
ถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนสำคัญ เพราะ KAMART มีทั้งช่องทาง Modern Trade, Traditional Trade และ Online
3) สินค้าคงเหลือ (Inventory) ⭐
ถือเป็นทรัพย์สินหลักของ KAMART เพราะธุรกิจเน้นขายสินค้าอุปโภคบริโภคด้านความงาม
ตัวอย่างสินค้า:
เครื่องสำอาง
สกินแคร์
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
อาหารเสริม
อุปกรณ์ความงาม
แบรนด์เด่น เช่น
Cathy Doll
Baby Bright
Jejuvita
Reunrom
สินค้าคงเหลือมีผลโดยตรงต่อยอดขายและกำไรของบริษัท
4) ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE)
ใช้สำหรับดำเนินธุรกิจ เช่น
อาคารสำนักงาน
คลังสินค้า
ศูนย์กระจายสินค้า
ร้านค้าสาขา
อุปกรณ์สำนักงาน
ระบบ IT และอุปกรณ์ขายหน้าร้าน
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และมีทรัพย์สินรองรับการกระจายสินค้าในประเทศ
5) สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets)
ได้แก่
เครื่องหมายการค้า (Brand)
ลิขสิทธิ์
ซอฟต์แวร์
ระบบบริหารจัดการ
สำหรับ KAMART “แบรนด์สินค้า” ถือเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญมาก
6) เงินลงทุนในบริษัทย่อย / บริษัทร่วม
ใช้สำหรับ
ขยายธุรกิจ
เพิ่มช่องทางจำหน่าย
ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
ช่วยสร้างรายได้ในอนาคตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
สรุปทรัพย์สินหลักของ KAMART
หากเรียงตามความสำคัญต่อธุรกิจ:
🥇 สินค้าคงเหลือ
🥈 เงินสดและเงินทุนหมุนเวียน
🥉 อาคาร/คลังสินค้า/อุปกรณ์
🏅 แบรนด์และทรัพย์สินไม่มีตัวตน
จุดเด่นของ KAMART คือ “Brand + Inventory + Distribution Network”
เพราะเป็นหัวใจหลักที่ทำให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดเครื่องสำอางและความงามได้อย่างแข็งแกร่งในไทย


กลุ่มบริษัทในเครือของ Karmarts Public Company Limited หรือ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) มีบริษัทลูกหลัก ๆ ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ความงาม การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงอสังหาริมทรัพย์บางส่วน ดังนี้
1) J KOS Laboratories Co., Ltd.
สัดส่วนการถือหุ้น: 70%
ธุรกิจ: ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
จุดเด่น: เป็นฐานการผลิตสำคัญของกลุ่ม KAMART สำหรับแบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ต่าง ๆ
2) Pa Donphutsa Co., Ltd.
สัดส่วนการถือหุ้น: 79%
ธุรกิจ: ลงทุนในที่ดิน / อสังหาริมทรัพย์
จุดเด่น: รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต และบริหารสินทรัพย์ด้านที่ดิน
3) KJF Global Co., Ltd.
สัดส่วนการถือหุ้น: 51%
ธุรกิจ: ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
จุดเด่น: ช่วยเสริมกำลังการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท
ธุรกิจหลักของกลุ่ม KAMART
Karmarts Public Company Limited ดำเนินธุรกิจหลักในด้าน:
เครื่องสำอาง
สกินแคร์
ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย
อาหารเสริม
อุปกรณ์ความงาม
แบรนด์เด่นในเครือ เช่น
Cathy Doll
Baby Bright
Browit
Jejuvita
Reunrom
บริษัทมีจุดแข็งด้าน Brand Marketing + Distribution Network + OEM Manufacturing ทำให้สามารถควบคุมตั้งแต่การผลิตจนถึงการขายได้ครบวงจร
จุดที่นักลงทุนควรจับตา
การเติบโตของตลาด Beauty & Personal Care
Expansion ไปต่างประเทศ โดยเฉพาะ CLMV และเอเชีย
Margin จากสินค้ากลุ่ม House Brand ที่สูงกว่าสินค้านำเข้า
หุ้น KAMART จึงถือเป็นหุ้นกลุ่ม Consumer / Commerce ที่เน้นการเติบโตจากแบรนด์ของตัวเองค่อนข้างชัดเจน



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น KAMART (บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)) สามารถแบ่งออกเป็น 6 ความเสี่ยงหลักที่นักลงทุนควรจับตา ดังนี้
1) ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูงในตลาดความงาม
ธุรกิจเครื่องสำอางและสกินแคร์แข่งขันรุนแรงมาก ทั้งแบรนด์ไทย แบรนด์เกาหลี จีน และแบรนด์ระดับโลก รวมถึงการแข่งขันจาก E-commerce และ Social Commerce
หาก KAMART ไม่สามารถออกสินค้าใหม่ให้โดนใจผู้บริโภคได้ อาจกระทบยอดขายโดยตรง
ประเด็นที่ต้องจับตา
คู่แข่งออกสินค้าใหม่เร็ว
สงครามราคา
การเปลี่ยนเทรนด์ความงามเร็วมาก
2) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
ธุรกิจ Beauty & Personal Care ขึ้นอยู่กับ “กระแส” สูง
สินค้าที่ขายดีวันนี้ อาจตกเทรนด์เร็วใน 3–6 เดือน
หากบริษัทคาดการณ์เทรนด์ผิด อาจเกิดปัญหา:
สินค้าขายไม่ออก
Inventory ค้าง
Margin ลดลง
โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่เปลี่ยนพฤติกรรมเร็วมาก
3) ความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าสินค้า
KAMART มีธุรกิจหลักคือการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางจากหลายประเทศ เช่น เกาหลี จีน ไต้หวัน และเวียดนาม
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง:
ค่าเงินบาทผันผวน
ต้นทุนสินค้านำเข้าสูงขึ้น
ปัญหา Supply Chain
ค่าขนส่งปรับขึ้น
หากเงินบาทอ่อนค่า จะกดดันต้นทุนทันที
4) ความเสี่ยงจากสินค้าลอกเลียนแบบ
สินค้ากลุ่มเครื่องสำอางที่ได้รับความนิยมสูง มักเผชิญปัญหาสินค้าปลอม
ผลกระทบ:
กระทบภาพลักษณ์แบรนด์
ลูกค้าสูญเสียความเชื่อมั่น
ยอดขายชะลอ
KAMART มีความเสี่ยงจุดนี้ค่อนข้างสูง เพราะมีหลายแบรนด์ที่ติดตลาด
5) ความเสี่ยงจากช่องทางการขายออนไลน์
แม้ Online Channel เป็นโอกาสเติบโต แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน
ค่าโฆษณาแพงขึ้น (Facebook / TikTok / Shopee)
Platform เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม
Conversion ลดลง
หากต้นทุนการตลาดสูงขึ้นเร็วกว่า Revenue จะกดดันกำไรสุทธิ
6) ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
เครื่องสำอางบางส่วนถือเป็นสินค้า discretionary (ไม่จำเป็นเร่งด่วน)
เมื่อเศรษฐกิจชะลอ:
ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย
เลือกสินค้าราคาถูกลง
ซื้อของน้อยลง
อาจกระทบยอดขายของ KAMART ได้โดยตรง
มุมมองนักลงทุน
จุดแข็งของ KAMART คือ
✅ Margin สูง
✅ แบรนด์แข็งแรง
✅ ROE ดี
✅ D/E ต่ำ (~0.41 เท่า)
แต่ความเสี่ยงหลักคือ
⚠️ เทรนด์เปลี่ยนเร็ว
⚠️ แข่งขันสูง
⚠️ กำลังซื้อผันผวน
สรุป:
KAMART เป็นหุ้น Growth + Consumer ที่น่าสนใจ แต่เหมาะกับนักลงทุนที่รับความผันผวนจากกระแสผู้บริโภคและการแข่งขันในอุตสาหกรรมความงามได้.


ข้อมูล ณ วันที่ 28 ส.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น Karmarts Public Company Limited (KAMART) มีจุดเปลี่ยนสำคัญหลายช่วงที่สะท้อนการเติบโตจากธุรกิจเดิมสู่ผู้นำด้านเครื่องสำอางและความงามของไทย ดังนี้
📌 พัฒนาการที่สำคัญของ KAMART
1) ปี 2525 – เริ่มต้นธุรกิจ
ก่อตั้งในชื่อ บริษัท เซ็นทรัล ออดิโอ จำกัด
เริ่มดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า
2) ปี 2537 – เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ใช้ชื่อว่า บริษัท ไดสตาร์ อิเลคทริก คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
3) ปี 2552 – รุกธุรกิจเครื่องสำอาง
เริ่มนำเข้าและจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอาง สกินแคร์ และสินค้าอุปโภคบริโภค
ภายใต้แบรนด์ Karmart
ถือเป็นจุดเปลี่ยนจากธุรกิจเดิมสู่ Beauty & Personal Care
4) ปี 2553 – ธุรกิจโตแรงกว่า 100%
ยอดขายกลุ่มเครื่องสำอางเติบโตอย่างรวดเร็ว
สะท้อนการตอบรับที่ดีจากตลาดและผู้บริโภค
5) ปี 2554 – เปลี่ยนชื่อเป็น KAMART
เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) อย่างเป็นทางการ
สะท้อนภาพลักษณ์การเป็นบริษัทด้านความงามเต็มตัว
6) ปี 2555 – โฟกัสธุรกิจความงามเต็มรูปแบบ
ออกจากธุรกิจที่ไม่ใช่ Core Business
มุ่งสู่ธุรกิจเครื่องสำอางและความงามอย่างจริงจัง
7) ปี 2556–2558 – ขยายช่องทางขายทั่วประเทศ
กระจายสินค้าผ่าน:
Modern Trade
ร้านค้าปลีก
ช่องทางออนไลน์
ตัวแทนจำหน่าย
เพิ่มการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง
8) ปี 2559 – ขยายธุรกิจต่างประเทศ
ลงทุนใน Karmarts Vietnam Company Limited
บุกตลาดเวียดนามและอาเซียน
9) ปี 2560–2564 – ลงทุนโรงงานและคลังสินค้า
สร้างโรงงานบรรจุและประกอบแพ็กเกจจิ้ง
ช่วยควบคุม:
คุณภาพสินค้า
ต้นทุนการผลิต
ระยะเวลาการส่งมอบ
10) ปี 2565–2568 – เติบโตผ่านแบรนด์และนวัตกรรม
เร่งขยายแบรนด์ความงาม
บุกตลาดเอเชีย
ลงทุนด้าน ESG เช่น:
Solar Rooftop
EV Truck
มุ่งสู่การเป็น Global Beauty Brand
🔥 จุดแข็งที่ทำให้ KAMART เติบโต
✅ แบรนด์แข็งแรงในตลาดเครื่องสำอางไทย
✅ Margin สูงกว่าธุรกิจค้าปลีกทั่วไป
✅ มีโอกาสโตจากต่างประเทศ
✅ ขยายผ่าน Online + Export ได้ดี
สรุป
KAMART เป็นหุ้นที่มีพัฒนาการชัดเจน จากบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า → Transform สู่ธุรกิจความงามเต็มตัว และสามารถสร้างการเติบโตต่อเนื่องจาก Brand Power + Distribution Network + Overseas Expansion


🔥 KAMART หุ้นความงาม…หรือ “หุ้นเติบโตเงียบ” ที่ตลาดกำลังมองข้าม?
หุ้นเล็ก…แต่กำไรไม่เล็ก
หุ้นค้าปลีก…แต่มาร์จิ้นโหดกว่าหลายบริษัทใน SET
และตอนนี้…กราฟกำลังส่งสัญญาณน่าสนใจ!
KAMART หรือ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) กำลังถูกจับตาอีกครั้ง
หลังราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัว พร้อมโอกาสเข้าสู่รอบขาขึ้นใหม่
💄 KAMART ทำธุรกิจอะไร?
KAMART คือผู้นำด้านธุรกิจ Beauty & Cosmetics ของไทย
ดำเนินธุรกิจนำเข้า ผลิต และจำหน่ายสินค้าเพื่อความงามครบวงจร
สินค้าหลัก:

  • เครื่องสำอาง
  • สกินแคร์
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  • อาหารเสริม
    แบรนด์เด่นที่หลายคนรู้จัก:
    ⭐ Cathy Doll
    ⭐ Browit
    ⭐ Lip It
    ⭐ Jejuvita
    จุดแข็งคือขายครบทุกช่องทาง
    ✅ Modern Trade
    ✅ ร้านค้าปลีก
    ✅ Online / E-Commerce
    ✅ ตลาดต่างประเทศ
    นี่คือหุ้นที่ไม่ได้โตแค่ในไทย แต่กำลังขยายเกมสู่ CLMV และเอเชีย
    📈 จุดแข็งของ KAMART
    ✅ Margin สูงมาก
    ธุรกิจ Beauty คือธุรกิจที่กำไรดี
    และ KAMART ทำตัวเลขออกมาได้แข็งแกร่งมาก
  • Gross Margin ≈ 54%
  • Net Profit Margin ≈ 19.23%
    ถือว่าสูงมากสำหรับหุ้นค้าปลีก
    ✅ ROE สูง
    ROE ≈ 18.73%
    แปลตรง ๆ คือ
    บริษัทใช้เงินทุนสร้างผลตอบแทนได้ยอดเยี่ยม
    ✅ หนี้ต่ำ ฐานะการเงินแข็งแรง
    D/E ≈ 0.41 เท่า
    งบดุลแข็ง ไม่แบกหนี้หนัก
    รับมือเศรษฐกิจผันผวนได้ดี
    ✅ ปันผลน่าสนใจ
    Dividend Yield ≈ 5.7%
    สาย VI และสายสะสมปันผล เริ่มหันมามองหุ้นตัวนี้มากขึ้น
    🚀 Upside ของ KAMART
    ตลาด Beauty ยังโตต่อเนื่อง
    แรงหนุนมาจาก:
  • Gen Z
  • Social Commerce
  • TikTok Marketing
  • Influencer Economy
    และ KAMART ถือว่า “เก่งมาก” ในเกมนี้
    จุดที่ต้องจับตาคือ Expansion ต่างประเทศ
    หากเจาะตลาด
    🇻🇳 เวียดนาม
    🇮🇩 อินโดนีเซีย
    🇵🇭 ฟิลิปปินส์
    ได้แรงขึ้นเมื่อไร
    New S-Curve อาจเกิดทันที
    อีกจุดแข็งคือ Collaboration กับ Influencer
    ช่วยปั้นแบรนด์ไว ดันยอดขายได้เร็ว
    ⚠️ ความเสี่ยง
    แม้พื้นฐานดี แต่ก็มีความเสี่ยง
    ❌ คู่แข่งสูงมาก
    ทั้งแบรนด์ Global และแบรนด์เกาหลี-จีน
    ❌ เทรนด์สินค้าเปลี่ยนเร็ว
    Beauty เป็นธุรกิจที่ต้องวิ่งตามกระแสตลอด
    ❌ กำลังซื้อผู้บริโภค
    เศรษฐกิจชะลอ อาจกระทบยอดขายได้
    💰 Valuation ปัจจุบัน
    ราคาล่าสุด: 7.75 บาท
  • P/E ≈ 14.5 เท่า
  • P/BV ≈ 2.7 เท่า
    IAA Consensus ให้เป้าเฉลี่ย 9.29 บาท
    คิดเป็น Upside ราว 15–20%
    เริ่มน่าสนใจสำหรับคนมอง “Risk / Reward”
    🎯 มุมมองการลงทุน
    สาย VI ชอบเพราะ:
    ✔ กำไรดี
    ✔ Margin สูง
    ✔ หนี้ต่ำ
    ✔ ปันผลดี
    สาย Growth ต้องจับตา:
    ✔ ยอดขายต่างประเทศ
    ✔ Product ใหม่
    ✔ Market Expansion
    📊 Technical View
    KAMART กราฟเริ่มกลับมาดูดี
    แนวรับ: 7.30–7.60 บาท
    แนวต้าน: 8.30–9.30 บาท
    หากยืนเหนือ 8 บาทได้อย่างแข็งแรง
    มีลุ้นกลับเข้าสู่ “ขาขึ้นรอบใหม่”
    🔥 สรุป
    KAMART คือหุ้น Defensive Growth ที่น่าสนใจ
    ไม่ใช่หุ้นหวือหวา
    แต่เป็นหุ้นที่
    ✅ กำไรสม่ำเสมอ
    ✅ ฐานะการเงินแข็งแรง
    ✅ มี Story การเติบโตชัดเจน
    จากธุรกิจเดิม…สู่การ Transform เป็น Beauty Company เต็มตัว
    หาก Growth Engine จากต่างประเทศเริ่มติด
    หุ้นตัวนี้อาจ Re-rate ขึ้นได้อีกมาก
    คำถามคือ…
    “รอบนี้ KAMART จะกลับมาเป็นหุ้นดาวเด่นของกลุ่ม Commerce หรือไม่?”







วิเคราะห์หุ้น KAMART (KAMART) — หุ้นค้าปลีกเครื่องสำอางและความงามที่หลายคนจับตา เพราะมีแบรนด์แข็งแรงและกำไรค่อนข้างดีในกลุ่ม Commerce
1) ธุรกิจของ KAMART
KAMART ทำธุรกิจหลักเกี่ยวกับ นำเข้า / ผลิต / จัดจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางและความงาม เช่น
เครื่องสำอาง
สกินแคร์
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
อาหารเสริม
แบรนด์เด่น:
Cathy Doll
Browit
Lip It
Jejuvita
จุดแข็งคือมีทั้ง
✅ ช่องทาง Modern Trade
✅ ร้านค้าปลีก
✅ ออนไลน์ / E-commerce
✅ ตลาดต่างประเทศ (CLMV และเอเชีย)
2) จุดแข็งของหุ้น KAMART


มุมมองการลงทุน
นักลงทุนสาย Value / ปันผล
น่าสนใจ เพราะ
กำไรดี
Margin สูง
หนี้ต่ำ
ปันผลโอเค
นักลงทุนสาย Growth
ต้องจับตา:
ยอดขายต่างประเทศ
New Product
Market Expansion
สรุปคะแนน KAMART (มุมมองพื้นฐาน)
ธุรกิจ: ⭐⭐⭐⭐☆
การเติบโต: ⭐⭐⭐⭐☆
ฐานะการเงิน: ⭐⭐⭐⭐⭐
Valuation: ⭐⭐⭐⭐☆
ความเสี่ยง: ปานกลาง
มุมมองส่วนตัว
KAMART เป็นหุ้น Defensive Growth
ธุรกิจไม่หวือหวา แต่กำไรสม่ำเสมอ ฐานะการเงินแข็งแรง และมีโอกาสโตจาก Beauty Trend
แนวรับ: 7.30–7.60 บาท
แนวต้าน: 8.30–9.30 บาท
หากยืนเหนือ 8 บาทได้มั่นคง มีโอกาสกลับเป็นขาขึ้นรอบใหม่.


Disclaimer

ใส่ความเห็น