วิเคราะห์ หุ้น K บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) K อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 18 ธ.ค. 2558 | 299.71 | MAI อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction) | K |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทประกอบธุรกิจออกแบบและตกแต่งงานอย่างครบวงจร 4 ประเภท คือ ธุรกิจงานตกแต่งภายใน ธุรกิจงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ ธุรกิจงานพิพิธภัณฑ์และสวนสนุกแนวคิด และธุรกิจการตลาดเพื่อสร้างประสบการณ์
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.03 | 0.11 | 0.01 | -0.07 | -0.03 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 1.61 | 1.65 | 1.42 | 2.16 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| – | 0.03 | บาท | 28 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| – | 0.03 | บาท | 12 ธ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.03 | บาท | 28 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.03 | บาท | 06 ก.ย. 2567 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น K
บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) หรือ K ดำเนินธุรกิจหลักด้าน ออกแบบ ตกแต่ง และก่อสร้างแบบครบวงจร (Design & Build) โดยแบ่งเป็นงานตกแต่งภายใน และงาน Exhibition, Thematic & Museums รวมถึง Experiential Marketing
จาก 56-1 One Report ปี 2567 บริษัทมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหลัก ได้แก่
สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง
มี งานระหว่างก่อสร้าง/ติดตั้ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการที่บริษัทกำลังดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จ โดยจะทยอยรับรู้เป็นสินทรัพย์เมื่อโครงการหรือส่วนงานนั้นเสร็จและพร้อมใช้งาน
จุดที่น่าสนใจของโครงสร้างทรัพย์สิน K
K เป็นธุรกิจที่มีลักษณะ Project-based ดังนั้นทรัพย์สินไม่ได้มีเพียงโรงงานหรือเครื่องจักร แต่ต้องอาศัยทั้ง บุคลากร + สำนักงาน/พื้นที่ปฏิบัติงาน + เครื่องมือและอุปกรณ์ + วัสดุจัดงาน + ยานพาหนะ + ระบบบริหารโครงการ เพื่อส่งมอบงานแบบครบวงจร
ที่สำคัญ บริษัทระบุว่าธุรกิจหลักมี 2 กลุ่ม คือ Interiors และ Exhibitions, Thematic & Museums & Experiential Marketing ทำให้ทรัพย์สินถูกใช้สนับสนุนทั้งงานตกแต่งภายในและงานสร้างประสบการณ์/นิทรรศการ
สรุปสั้น ๆ:
ทรัพย์สินหลักของ K = ที่ดินและอาคาร + เครื่องจักรและอุปกรณ์ + เครื่องมือ/เครื่องตกแต่ง + ยานพาหนะ + วัสดุอุปกรณ์จัดงาน + สินทรัพย์สิทธิการใช้ + งานระหว่างก่อสร้าง/ติดตั้ง
สำนักงาน ก.ล.ต. มีรายการ 56-1 ของ K โดยปี 2567 เป็นรายงานล่าสุดที่แสดงในหน้าข้อมูลดังกล่าว และมีรายงานปี 2568 ที่ได้รับข้อมูลในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ด้วย
ที่ดินและอาคาร
เป็นทรัพย์สินพื้นฐานสำหรับรองรับการดำเนินงานของบริษัท เช่น สำนักงาน พื้นที่ปฏิบัติงาน และพื้นที่สำหรับการผลิต/เตรียมงาน ซึ่งมีความสำคัญต่อธุรกิจ Design & Build และงานจัดแสดงต่าง ๆ
เครื่องจักรและอุปกรณ์
K มีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้สนับสนุนการ ผลิตชิ้นงาน ตกแต่ง ติดตั้ง และก่อสร้าง เช่น งานเฟอร์นิเจอร์ งานโครงสร้าง งานตกแต่งภายใน และงาน Exhibition
เครื่องมือ เครื่องตกแต่ง และเครื่องใช้สำนักงาน
ใช้ในการดำเนินงานของฝ่ายออกแบบ ฝ่ายบริหารโครงการ และสำนักงาน รวมถึงอุปกรณ์ที่สนับสนุนการผลิตและส่งมอบงานให้ลูกค้า
ยานพาหนะ
ใช้สำหรับ ขนส่งวัสดุ อุปกรณ์ ชิ้นงาน และบุคลากร ระหว่างสำนักงาน พื้นที่ผลิต และสถานที่จัดงานหรือโครงการของลูกค้า
วัสดุและอุปกรณ์สำหรับจัดงาน
ถือเป็นทรัพย์สินที่มีความสำคัญกับธุรกิจ E&E เนื่องจากบริษัทต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ และชิ้นส่วนต่าง ๆ ในการสร้าง บูธ นิทรรศการ พื้นที่จัดแสดง พิพิธภัณฑ์ และงาน Event
สินทรัพย์สิทธิการใช้
บริษัทมี สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-use assets) ซึ่งเกิดจากการเช่าทรัพย์สินบางประเภทเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยปรากฏอยู่ในงบการเงินของบริษัท
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือของ K — คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ.
จากข้อมูล 56-1 One Report ปี 2567/2568 พบว่าโครงสร้างของ บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) (K) มีประเด็นสำคัญคือ บริษัทย่อยในต่างประเทศที่เคยมีอยู่ได้ยุติการลงทุนแล้ว ไม่ได้มีเครือบริษัทย่อยขนาดใหญ่เหมือนในอดีต
Kingsmen C.M.T.I. (Cambodia) Company Limited
ประเทศ: กัมพูชา
ลักษณะธุรกิจ: Design & Build
งานหลัก: Interior, Exhibitions, Alternative Marketing, Thematic & Museums
K เคยถือหุ้น 100%
มีการยกเลิกการลงทุนเนื่องจากผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายและเพื่อลดค่าใช้จ่ายบริหาร
รายงานปี 2567 ระบุว่าอยู่ระหว่างดำเนินการปิดบริษัท และคาดว่าจะชำระบัญชีเสร็จภายใน 30 มิถุนายน 2568
แล้ว Kingsmen Creatives Ltd. คืออะไร?
จุดนี้ต้องแยกให้ชัด เพราะ Kingsmen Creatives Ltd. ไม่ใช่บริษัทย่อยของ K แต่เป็นบริษัทพันธมิตร/ผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์จากสิงคโปร์ โดย K มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับกลุ่ม Kingsmen มาตั้งแต่ปี 2545 และใช้เครือข่าย Kingsmen ในต่างประเทศในการดำเนินธุรกิจ
ในข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ 2 ก.ย. 2568 พบว่า KINGSMEN CREATIVES LTD. ถือหุ้น K ประมาณ 6.55%
สรุปโครงสร้างแบบเข้าใจง่าย
K — Kingsmen C.M.T.I.
→ ธุรกิจหลักในประเทศไทย
→ Interior / งานตกแต่งภายใน
→ Exhibitions / งานแสดงสินค้าและนิทรรศการ
→ Thematic & Museums / พิพิธภัณฑ์และสวนสนุกแนวคิด
→ Experiential Marketing / การตลาดสร้างประสบการณ์
อดีตบริษัทย่อย
🇲🇲 Kingsmen Myanmar → ปิดกิจการแล้ว
🇰🇭 Kingsmen C.M.T.I. Cambodia → อยู่ในกระบวนการปิด/ชำระบัญชีตามรายงาน
พันธมิตรสำคัญ
🇸🇬 Kingsmen Creatives Ltd. → บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ และเป็นผู้ถือหุ้นของ K ประมาณ 6.55% ตามข้อมูล ณ ก.ย. 2568
ข้อสังเกตสำหรับนักลงทุน: ปัจจุบัน K จึงควรมองเป็นธุรกิจ Design & Build ที่เน้นฐานธุรกิจในประเทศไทยเป็นหลัก มากกว่าการเป็นกลุ่มบริษัทที่มีบริษัทย่อยต่างประเทศจำนวนมาก โดย SET ระบุธุรกิจหลักของ K เป็น Interior และ E&E อย่างชัดเจน
Kingsmen Myanmar Company Limited
ประเทศ: เมียนมาร์
ลักษณะธุรกิจ: Design & Build
งานหลัก: ตกแต่งภายใน, งานแสดงสินค้าและนิทรรศการ, Alternative Marketing รวมถึงงานพิพิธภัณฑ์และสวนสนุก
K เคยถือหุ้น 100%
คณะกรรมการ K มีมติยกเลิกการลงทุนในบริษัทย่อยเมื่อ 16 ธันวาคม 2565
บริษัทปิดกิจการและชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้วเมื่อ 29 มีนาคม 2567
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น K — คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน)
บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) หรือ K ดำเนินธุรกิจ Design & Build แบบครบวงจร ครอบคลุมงานตกแต่งภายใน งานนิทรรศการ งานพิพิธภัณฑ์/ธีม และ Experiential Marketing ดังนั้นความเสี่ยงจะค่อนข้างผูกกับภาวะเศรษฐกิจ การลงทุนของลูกค้า และความสามารถในการควบคุมต้นทุนโครงการ
⚠️ ความเสี่ยงจากความผันผวนของผลประกอบการ
ตัวเลขย้อนหลังสะท้อนว่ากำไรของ K มีความผันผวนค่อนข้างสูง โดยกำไรสุทธิอยู่ที่
2022: 1.96 ลบ.
2023: 13.94 ลบ.
2024: 50.62 ลบ.
2025: 4.40 ลบ.
จึงไม่ควรมองเพียงรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องดูว่า รายได้ดังกล่าวสามารถเปลี่ยนเป็นกำไรได้มากน้อยแค่ไหน
⚠️ ความเสี่ยงจากต้นทุนโครงการและอัตรากำไร
ธุรกิจ Design & Build มีต้นทุนวัสดุ ค่าแรง ผู้รับเหมาช่วง และค่าใช้จ่ายหน้างาน หากต้นทุนเพิ่มเร็วกว่าราคาที่บริษัทสามารถเรียกเก็บจากลูกค้าได้ จะกด Gross Margin และกำไรสุทธิ โดยตรง
ประเด็นนี้น่าจับตา เพราะปี 2025 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 15.64% จาก 19.52% ในปี 2024 ขณะที่กำไรสุทธิลดลงเหลือเพียง 4.40 ล้านบาท จาก 50.62 ล้านบาท
⚠️ ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและการชะลอการลงทุน
ลูกค้าของ K มีทั้งภาคธุรกิจและเจ้าของแบรนด์ที่ต้องใช้งบสำหรับการตกแต่งร้านค้า สำนักงาน นิทรรศการ งานเปิดตัวสินค้า และกิจกรรมทางการตลาด
หากเศรษฐกิจชะลอ บริษัทอาจเลื่อนโครงการ ลดงบประมาณ หรือชะลอการเปิดสาขา ส่งผลให้ งานใหม่และ Backlog ลดลง
บริษัทเองเคยระบุว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยและความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกสามารถทำให้ลูกค้าชะลอการขยายกิจการหรือปรับปรุงร้านค้าได้
⚠️ ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ตลาด Design & Build มีการแข่งขันทั้งด้านราคา คุณภาพ ระยะเวลาส่งมอบ และความคิดสร้างสรรค์
หากบริษัทต้องแข่งขันด้วยการเสนอราคาต่ำเพื่อให้ได้งาน อาจเกิดปัญหา รายได้เพิ่ม แต่ Margin ลดลง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับ K เพราะกำไรสุทธิมีความบางอยู่แล้ว
⚠️ ความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงการ
รายได้ของธุรกิจลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นสม่ำเสมอเหมือนธุรกิจที่มีรายได้ Recurring สูง แต่ขึ้นอยู่กับการได้รับและส่งมอบโครงการ
ดังนั้นหากโครงการขนาดใหญ่เลื่อน ยกเลิก หรือส่งมอบล่าช้า อาจทำให้รายได้และกำไรของแต่ละไตรมาสผันผวนได้
⚠️ ความเสี่ยงจากลูกหนี้การค้าและกระแสเงินสด
การทำโครงการมักมีระยะเวลารับเงินตามงวดงาน หากลูกค้าชำระเงินล่าช้า บริษัทต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น
บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการประเมิน Creditworthiness ของลูกค้า เพื่อป้องกันการสะสมหนี้เสีย
จุดที่ต้องติดตามคือ ปี 2025 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลงเหลือ 47.33 ล้านบาท จาก 141.17 ล้านบาทในปี 2024
⚠️ ความเสี่ยงจากการควบคุมงานและการส่งมอบ
งานตกแต่งและก่อสร้างมีรายละเอียดจำนวนมาก หากเกิด
งานล่าช้า
วัสดุส่งมอบไม่ทัน
แบบก่อสร้างเปลี่ยน
ต้นทุนบานปลาย
ผู้รับเหมาช่วงทำงานไม่ได้ตามมาตรฐาน
ลูกค้าแก้ไขงาน
อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มและกระทบกำไรของโครงการ
⚠️ ความเสี่ยงจากกำไรสุทธิต่ำ
นี่ถือเป็น จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
ปี 2025 K มีรายได้ 898.20 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิเพียง 4.40 ล้านบาท หรือ Net Margin ประมาณ 0.49%
พูดง่าย ๆ คือ รายได้ระดับเกือบ 900 ล้านบาท แต่กำไรเหลือไม่ถึง 5 ล้านบาท
ดังนั้นความผิดพลาดด้านต้นทุนเพียงเล็กน้อย หรือการตั้งสำรองเพิ่มเติม อาจส่งผลต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
🔎 สรุปความเสี่ยง K แบบนักลงทุน
| ประเด็น | ระดับความเสี่ยง |
|---|---|
| ต้นทุนโครงการ / Margin | 🔴 สูง |
| กำไรสุทธิต่ำ | 🔴 สูง |
| ความผันผวนของกำไร | 🔴 สูง |
| เศรษฐกิจชะลอ | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| การแข่งขันด้านราคา | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| ลูกหนี้ / เงินทุนหมุนเวียน | 🟠 ปานกลาง |
| ความล่าช้าของโครงการ | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| หนี้สิน | 🟡 ต้องติดตาม |
แม้ D/E Ratio ปี 2025 อยู่ที่ 1.14 เท่า ลดลงจาก 1.38 เท่าในปี 2023 แต่ประเด็นที่น่ากังวลกว่าคือ ความสามารถในการทำกำไรและการรักษา Margin
🎯 จุดที่ควรจับตา K ต่อจากนี้
สำหรับนักลงทุน ผมมองว่า 3 ตัวแปรสำคัญที่สุด คือ กำไร + กระแสเงินสดฟื้นหรือไม่ → การเติบโตต้องเปลี่ยนเป็นเงินสดจริง
โดยเฉพาะ Gross Margin จาก 15.64% และ Net Margin เพียง 0.49% ในปี 2025 เป็นตัวเลขที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด หาก Margin ยังลดลงต่อ ความเสี่ยงต่อกำไรจะสูงขึ้นมาก ข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่า K มีรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 แล้ว ดังนั้นหากต้องการประเมินความเสี่ยงแบบ อัปเดตถึงงบ Q1/2569 ควรนำตัวเลขล่าสุดมาวิเคราะห์ต่อจากฐานปี 2025 ด้วย รายได้โตหรือไม่ → งานใหม่และ Backlog Margin ฟื้นหรือไม่ → คุมต้นทุนโครงการได้แค่ไหน
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | นาย ชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์ | 120,000,000 | 23.75 |
| 2 | นาย วันชัย พันธุ์วิเชียร | 70,105,000 | 13.88 |
| 3 | นาย สมชาย ชีวสุทธานนท์ | 40,758,372 | 8.07 |
| 4 | KINGSMEN CREATIVES LTD. | 36,000,000 | 7.13 |
| 5 | นาย พิทักษ์ พิเศษสิทธิ์ | 20,549,200 | 4.07 |
| 6 | น.ส. ขิม พิเศษสิทธิ์ | 19,333,333 | 3.83 |
| 7 | นาง พูนสุข พิเศษสิทธิ์ | 15,913,333 | 3.15 |
| 8 | น.ส. สุนิสา รัตนเนนย์ | 13,475,000 | 2.67 |
| 9 | นาย สิทธานต์ พิเศษสิทธิ์ | 9,503,200 | 1.88 |
| 10 | นาย วงศกร พิเศษสิทธิ์ | 9,333,333 | 1.85 |
| 11 | น.ส. นนทวัน พิเศษสิทธิ์ | 8,848,140 | 1.75 |
| 12 | นาย ประวิชย์ ศรีบัณฑิตมงคล | 7,500,000 | 1.48 |
| 13 | น.ส. นฤมล ปัทมรังสรรค์ | 5,000,000 | 0.99 |
| 14 | นาย ประเสริฐ จิรกิติ | 4,666,666 | 0.92 |
| 15 | น.ส. พิชา เพชรดาสุนทร | 4,228,300 | 0.84 |
| 16 | นาย ธรรมยุทธ โสภาอัศวภรณ์ | 4,133,818 | 0.82 |
| 17 | นาย วิชัย วงศ์ศักดิ์วานิช | 3,863,356 | 0.76 |
| 18 | นาย พัลลภ บุญศิริ | 3,796,437 | 0.75 |
| 19 | น.ส. อัจฉรา วิสุทธิแสงทรัพย์ | 3,464,900 | 0.69 |
| 20 | นาง แนนซี่ เฉลิมกาญจนา | 3,382,727 | 0.67 |
| 21 | นาย ชูศักดิ์ ชาประเสริฐกุล | 3,000,000 | 0.59 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์ | ประธานกรรมการ |
| 2 | นางสาว สุนิสา รัตนเนนย์ | กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ |
| 3 | นาง พูนสุข พิเศษสิทธิ์ | กรรมการ |
| 4 | นาย สงวน ศรีนคารินทร์ | กรรมการ |
| 5 | นาย สมชาย ชีวสุทธานนท์ | กรรมการ |
| 6 | นาย ธีรธัช โปษยานนท์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย ธีระพร วีระถาวร | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นาย พีระศันติ์ คล้ายสังข์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น K — บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน)
บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) หรือ K เป็นผู้ให้บริการงานออกแบบ ตกแต่ง และก่อสร้างแบบครบวงจร (Design & Build) ครอบคลุมงานตกแต่งภายใน งานแสดงสินค้า/นิทรรศการ งานพิพิธภัณฑ์และสวนสนุกแนวคิด และ Experiential Marketing
🔹 จุดเริ่มต้นและการเติบโต
ปี 2532 — ก่อตั้งบริษัทในชื่อ บริษัท ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เริ่มต้นจากธุรกิจออกแบบและผลิตงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ
ปี 2534 — ได้รับแต่งตั้งเป็น Official Contractor สำหรับ Thailand International Motor Expo
ปี 2538 — ได้รับแต่งตั้งเป็น Official Contractor สำหรับ Bangkok International Motor Show และมีบทบาทต่อเนื่องในงานดังกล่าว
ปี 2543 — ได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งใน Official Contractor ของ BOI Fair 2000
ปี 2544 — ได้รับแต่งตั้งเป็น Official Contractor ของ Money Expo และได้รับงานต่อเนื่อง
ปี 2545 — ร่วมทุนกับ Kingsmen Creatives Ltd. จากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้เล่นระดับนานาชาติในธุรกิจออกแบบ ตกแต่ง และการสื่อสารการตลาด พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด
🔹 ขยายฐานลูกค้าและงานระดับสากล
ปี 2547 — ได้รับแต่งตั้งเป็น Official Contractor ในงาน International AIDS Conference
ปี 2554 — ได้รับงานออกแบบและผลิตร้านค้าแบรนด์ Uniqlo มากกว่า 30 แห่งทั่วประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ปี 2555 — ได้รับงานออกแบบและผลิตให้กับแบรนด์ระดับโลก เช่น Uniqlo, Mango, Cotton On, Cath Kidston, KPN และ Forever XXI รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางในศูนย์การค้าชั้นนำ
ปี 2556 — ขยายฐานลูกค้าแบรนด์ระดับโลกเพิ่มเติม เช่น Polo, Ralph Lauren, Montblanc, Piaget, Victoria’s Secret, Dior, Marks & Spencer และ Leica
🔹 จุดเปลี่ยนสู่บริษัทมหาชน
9 มกราคม 2558 — จัดตั้ง Kingsmen Myanmar ด้วยทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดย K ถือหุ้น 100%
1 กรกฎาคม 2558 — จดทะเบียนแปรสภาพเป็น บริษัทมหาชนจำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท
18 ธันวาคม 2558 — นำหุ้น K เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai เป็นวันแรก ราคา IPO 5.80 บาทต่อหุ้น
🔹 ปี 2559 เป็นต้นมา: เพิ่มศักยภาพการผลิตและงานตกแต่ง
ในปี 2559 บริษัทได้รับงานระดับนานาชาติหลายโครงการ เช่น ITU Telecom World 2016 และ Myanmar FoodBev and Myanmar Retail Expo 2016 พร้อมขยายโรงงานการผลิตไปยัง ลำลูกกา คลอง 6 และเริ่มให้บริการงานตกแต่งพื้นที่ส่วนกลางของห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม และพื้นที่เอนกประสงค์มากขึ้น
🔹 โครงสร้างธุรกิจในปัจจุบัน
ปัจจุบัน K พัฒนาจากผู้รับเหมางานแสดงสินค้าไปสู่ผู้ให้บริการ Design & Build แบบ One-stop Service โดยแบ่งธุรกิจหลักเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
Interior — งานออกแบบ ตกแต่ง และก่อสร้างภายใน
E&E — งาน Exhibitions, Thematic & Museums และ Experiential Marketing
🔹 พัฒนาการล่าสุดที่น่าจับตา
ปี 2568 K มีรายได้ 898.20 ล้านบาท เพิ่มจาก 863.86 ล้านบาทในปี 2567 แต่กำไรสุทธิลดลงจาก 50.62 ล้านบาท เหลือ 4.40 ล้านบาท สะท้อนว่าบริษัทมีรายได้ในระดับสูงขึ้น แต่ยังต้องติดตามความสามารถในการควบคุมต้นทุนและอัตรากำไรอย่างใกล้ชิด
สำหรับ ไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้ 210.20 ล้านบาท เทียบกับ 236.17 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 4.95 ล้านบาท เทียบกับ 10.91 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
และในปี 2569 ยังมีพัฒนาการด้านทุนจากการใช้สิทธิ K-W3 โดยมีหุ้นเพิ่มทุน 65 หุ้นจากการใช้สิทธิในราคา 3 บาทต่อหุ้น และเริ่มซื้อขายหุ้นเพิ่มทุนวันที่ 13 กรกฎาคม 2569
📌 สรุป Timeline K แบบสั้น
2532 → ก่อตั้ง C.M.T.I.
⬇️
2545 → ร่วมทุนกับ Kingsmen Creatives สิงคโปร์
⬇️
2554–2556 → ขยายฐานลูกค้าแบรนด์ระดับโลก
⬇️
2558 → แปรสภาพเป็นมหาชน + เข้า mai
⬇️
2559 → ขยายโรงงานลำลูกกา + รับงานระดับนานาชาติ
⬇️
ปัจจุบัน → เดินหน้าธุรกิจ Design & Build ครบวงจร 4 ด้าน
⬇️
2568–2569 → รายได้ยังอยู่ระดับเกือบ 900 ล้านบาท แต่ต้องจับตาการฟื้นตัวของกำไรและอัตรากำไรอย่างใกล้ชิด
มุมมองสำหรับนักลงทุน: จุดเด่นของ K คือประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี เครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศ และความสามารถในการรับงานแบบครบวงจร แต่ประเด็นสำคัญที่ควรติดตามคือ Backlog ใหม่ → รายได้ → Gross Margin → กำไรสุทธิ เพราะช่วงล่าสุดรายได้ยังค่อนข้างแข็งแรง แต่กำไรลดลงอย่างชัดเจน.
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 176.53 | 201.82 | 159.03 | 76.51 | 112.23 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 136.02 | 206.38 | 206.47 | 188.48 | 143.94 |
| สินค้าคงเหลือ | 19.65 | 14.91 | 4.70 | 5.90 | 12.12 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 438.66 | 463.40 | 411.04 | 311.56 | 309.30 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 82.41 | 77.15 | 74.22 | 76.67 | 75.71 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 351.48 | 368.00 | 331.07 | 359.16 | 300.23 |
| รวมสินทรัพย์ | 790.14 | 831.40 | 742.11 | 670.72 | 609.53 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 50.00 | – | – | – | – |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 222.44 | 213.00 | 215.82 | 179.18 | 100.07 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 9.89 | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 334.16 | 287.32 | 248.80 | 219.45 | 142.97 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 123.75 | 121.34 | 145.75 | 123.94 | 147.43 |
| รวมหนี้สิน | 457.90 | 408.66 | 394.55 | 343.39 | 290.39 |
| ทุนจดทะเบียน | 279.73 | 299.71 | 272.58 | 299.71 | 272.58 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 239.77 | 274.68 | 252.60 | 274.68 | 252.60 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 87.35 | 108.30 | 70.69 | 108.30 | 70.69 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 6.01 | 39.34 | 23.85 | 8.94 | -4.57 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | 65.24 | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -0.89 | 0.43 | 0.42 | 0.65 | 0.42 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 332.24 | 422.74 | 347.56 | 327.33 | 319.14 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | – | – | – | – | – |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 725.22 | 855.03 | 886.68 | 435.02 | 316.35 |
| รายได้อื่น | 1.47 | 8.83 | 11.53 | 1.76 | 1.09 |
| รวมรายได้ | 726.69 | 863.86 | 898.20 | 436.77 | 317.44 |
| ต้นทุน | 596.84 | 688.15 | 748.03 | 385.77 | 270.95 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 96.52 | 114.06 | 107.70 | 60.08 | 55.44 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 687.35 | 802.21 | 863.14 | 455.06 | 324.22 |
| EBITDA | 57.46 | 84.28 | 48.57 | -11.03 | -0.10 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 18.11 | 16.58 | 13.51 | 7.26 | 6.68 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 39.34 | 67.70 | 35.06 | -18.29 | -6.78 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 13.94 | 50.62 | 4.40 | -30.40 | -13.27 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.03 | 0.11 | 0.01 | -0.07 | -0.03 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 148.27 | 141.17 | 47.33 | -52.77 | -20.00 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | 4.53 | -46.20 | -3.39 | -2.92 | -6.76 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -101.84 | -69.68 | -86.74 | -69.62 | -20.04 |
| เงินสดสุทธิ | 50.95 | 25.30 | -42.79 | -125.31 | -46.80 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 4.99 | 4.30 | 6.08 | 4.62 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 73.08 | 84.98 | 60.06 | 78.99 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 39.82 | 76.31 | 94.68 | 70.27 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 9.17 | 4.78 | 3.86 | 5.19 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 3.16 | 3.49 | 4.36 | 4.54 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 115.48 | 104.62 | 83.74 | 80.48 |
| วงจรเงินสด (วัน) | -33.23 | -14.86 | -19.82 | 3.71 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น K — คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ.
ล่าสุดที่ SET รายงาน หุ้น K ปิดที่ 0.95 บาท (+0.01 บาท / +1.06%) เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 โดยระหว่างวันแกว่งในกรอบ 0.92–0.96 บาท แต่มีปริมาณซื้อขายเพียง 3,300 หุ้น จึงยังไม่ถือว่าเป็นสัญญาณเบรกเอาต์ที่มีน้ำหนักมากนัก
🔎 ภาพเทคนิค
จากกรอบราคาล่าสุด หุ้น K ยังอยู่ในลักษณะ Sideway แกว่งสร้างฐาน มากกว่าจะเป็นขาขึ้นชัดเจน โดย SET ระบุกรอบ 52 สัปดาห์ไว้ที่ 0.80–1.38 บาท ขณะที่ราคาปัจจุบันยังอยู่ใกล้โซนล่างของกรอบดังกล่าว
ข้อมูลราคาย้อนหลังสะท้อนว่าในช่วงเดือน พ.ค.–มิ.ย. หุ้นเคยเคลื่อนไหวบริเวณ 0.92–1.00 บาท และมีจังหวะที่วอลุ่มเพิ่มขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนไหวแรง เช่น 28 พ.ค. มีปริมาณ 380,000 หุ้น และ 27 พ.ค. 220,000 หุ้น
📌 แนวรับ–แนวต้านที่น่าจับตา
| ระดับ | มุมมอง |
|---|---|
| 0.92 บาท | แนวรับแรก / Low ล่าสุด |
| 0.90 บาท | แนวรับเชิงจิตวิทยา |
| 0.86–0.88 บาท | แนวรับถัดไป หากหลุด 0.90 |
| 0.96 บาท | แนวต้านแรก |
| 1.00 บาท | แนวต้านสำคัญ / จุดวัดกำลังซื้อ |
| 1.05–1.10 บาท | เป้าหมายถัดไป หากผ่าน 1.00 ได้พร้อมวอลุ่ม |
🚀 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
K จะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น หากราคาสามารถทะลุ 1.00 บาทได้อย่างชัดเจน พร้อม Volume เพิ่มขึ้น
เพราะบริเวณ 1.00 บาทเป็นทั้งระดับจิตวิทยาและโซนที่ราคามีการแกว่งตัวหลายครั้งในข้อมูลย้อนหลัง หากผ่านได้พร้อมแรงซื้อ จะทำให้ภาพจาก Sideway → มีโอกาสเปลี่ยนเป็นรอบ Rebound/Breakout
ในทางกลับกัน หากขึ้นทดสอบ 0.96–1.00 บาทแล้วถูกขายลงมา พร้อมวอลุ่มสูง จะเป็นสัญญาณว่า Supply ยังหนาแน่น
⚠️ จุดต้องระวัง
ราคาปิดล่าสุด 0.95 บาทยังต่ำกว่าจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 1.38 บาทค่อนข้างมาก และสภาพคล่องล่าสุดต่ำมาก ดังนั้นการดูเพียงราคาอย่างเดียวอาจทำให้เกิดสัญญาณหลอกได้ง่าย
ระดับ 0.92 บาทจึงสำคัญมาก
ถ้ายืนได้ → มีโอกาสสร้างฐานและกลับไปทดสอบ 0.96–1.00 บาท
ถ้าหลุด 0.92 → ภาพสั้นจะเสียทรงและต้องระวังการถอยลงทดสอบโซน 0.90 บาทหรือต่ำกว่า
🎯 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
K = “ยังไม่ Breakout แต่เริ่มมีโซนให้จับตา”
🟡 แนวโน้ม: Sideway / สะสมฐาน
🟢 Trigger: ผ่าน 1.00 บาท + Volume เด่น
🎯 เป้าหมายแรก: 1.05–1.10 บาท
🎯 เป้าหมายถัดไป: พิจารณาจากแรงส่งหลังผ่าน 1.10 บาท
🛡️ แนวรับ: 0.92 / 0.90 บาท
🔴 สัญญาณเสียทรง: หลุด 0.90 บาท
⚡ หัวใจสำคัญ: ราคาอย่างเดียวไม่พอ ต้องรอ Volume + Momentum ยืนยัน
มุมมอง: ตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา แต่เป็นหุ้นที่ควร “ตั้ง Alert รอเบรก 1.00 บาท” มากกว่า เพราะถ้าทะลุพร้อมวอลุ่ม จะเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่น่าสนใจกว่าการเด้งขึ้นด้วยวอลุ่มบาง ๆ
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น K — บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน)
บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) หรือ K เป็นหุ้นกลุ่มบริการที่ทำธุรกิจ Design & Build แบบครบวงจร ครอบคลุมงานตกแต่งภายใน งานแสดงสินค้า/นิทรรศการ งานพิพิธภัณฑ์และสวนสนุกแนวคิด รวมถึง Experiential Marketing
- ภาพรวมธุรกิจ
K มีธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม
Interior (INT) — ออกแบบ ตกแต่ง และก่อสร้างพื้นที่ภายใน
Exhibitions, Thematic & Museums และ Experiential Marketing (E&E) — งานนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ สวนสนุก และการตลาดสร้างประสบการณ์
จุดแข็งคือสามารถรับงานตั้งแต่ ออกแบบ → ผลิต → ก่อสร้าง/ติดตั้ง → ส่งมอบงาน ทำให้บริษัทมีลักษณะเป็น One-stop Service มากกว่าผู้รับเหมาทั่วไป
2. งบการเงิน — จุดที่ต้องจับตา
ปี 2568 K มีรายได้ 898.20 ล้านบาท เพิ่มจาก 863.86 ล้านบาทในปี 2567 แต่กำไรสุทธิลดลงแรงเหลือเพียง 4.40 ล้านบาท จาก 50.62 ล้านบาท
| รายการ | 2567 | 2568 | มุมมอง |
|---|---|---|---|
| รายได้ | 863.86 ลบ. | 898.20 ลบ. | 🟢 เพิ่ม |
| กำไรสุทธิ | 50.62 ลบ. | 4.40 ลบ. | 🔴 ลดแรง |
| GPM | 19.52% | 15.64% | 🔴 ลด |
| NPM | 5.86% | 0.49% | 🔴 ลดมาก |
| D/E | 0.97x | 1.14x | 🟠 สูงขึ้น |
| ROE | 13.41% | 1.14% | 🔴 ลดแรง |
ตัวเลขสะท้อนประเด็นสำคัญว่า รายได้ยังโต แต่ความสามารถในการทำกำไรอ่อนตัวลงอย่างชัดเจน
จุดที่น่าสนใจ
แม้กำไรปี 2568 จะต่ำ แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังเป็นบวก 47.33 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์อยู่ที่ 742.11 ล้านบาท และหนี้สิน 394.55 ล้านบาท
ดังนั้นโจทย์ของ K ไม่ใช่แค่ “หางานเพิ่ม” แต่คือ ต้องเปลี่ยนรายได้ให้กลับมาเป็นกำไรที่มีคุณภาพ
- Q1/2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นหรือยัง?
ไตรมาส 1/2569 รายได้อยู่ที่ 210.20 ล้านบาท ลดจาก 236.17 ล้านบาทใน Q1/2568
แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 4.95 ล้านบาท เทียบกับ 10.91 ล้านบาทใน Q1/2568
พูดง่าย ๆ คือ
รายได้ลด + กำไรลด แต่บริษัทยังรักษาผลกำไรเป็นบวกได้
สิ่งที่ต้องติดตามมากกว่าตัวเลขรายได้ คือ อัตรากำไรขั้นต้นและต้นทุนโครงการ เพราะธุรกิจ Design & Build มีความเสี่ยงจากต้นทุนวัสดุ ค่าแรง และการควบคุมต้นทุนงานแต่ละโครงการ - จุดแข็งของ K
🟢 1. ธุรกิจมีความหลากหลาย
ไม่ได้พึ่งเพียงงานตกแต่งภายใน แต่มีทั้ง Exhibition, Museum, Theme Park และ Experiential Marketing ทำให้สามารถรับงานได้หลายประเภท
🟢 2. เป็นธุรกิจที่มี Barrier จากประสบการณ์
งานขนาดใหญ่ต้องอาศัยทั้งทีมออกแบบ วิศวกรรม การผลิต การติดตั้ง และการบริหารโครงการ ประสบการณ์และ Portfolio จึงมีความสำคัญ
🟢 3. รายได้ระยะยาวยังมีโอกาสเติบโต
หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ศูนย์การค้า งาน Exhibition และกิจกรรมทางการตลาดกลับมาคึกคัก ความต้องการงานตกแต่งและสร้างประสบการณ์ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น - จุดอ่อน / ความเสี่ยง
🔴 1. Margin ต่ำ
นี่คือ จุดเสี่ยงอันดับหนึ่ง
ปี 2568 รายได้เกือบ 900 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิเหลือเพียง 4.40 ล้านบาท หรือ NPM ประมาณ 0.49%
หมายความว่า รายได้เพิ่มไม่ได้แปลว่ากำไรจะเพิ่มตาม
🔴 2. ธุรกิจโครงการมีความผันผวน
การรับงานจำนวนมากไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป หากเสนอราคาต่ำเพื่อแข่งขัน แต่ต้นทุนภายหลังสูงขึ้น อัตรากำไรอาจถูกบีบ
🔴 3. ค่าใช้จ่ายและต้นทุนต้องควบคุมอย่างเข้มงวด
ปี 2568 ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 863.14 ล้านบาท จากรายได้ 898.20 ล้านบาท ทำให้เหลือกำไรสุทธิเพียงเล็กน้อย
🔴 4. กำไรยังไม่แข็งแรงพอ
เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่กำไร 50.62 ล้านบาท การลดลงเหลือ 4.40 ล้านบาทถือว่ารุนแรงมาก - มุมมองด้านมูลค่า
ข้อมูล SET ช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 ระบุราคาหุ้นบริเวณ 0.94–0.98 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 0.80–1.38 บาท โดย P/BV อยู่ราว 1.35–1.40 เท่า ขณะที่ P/E ไม่สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดที่มีประโยชน์มากนักเนื่องจากกำไรต่ำ
ดังนั้น K เป็นหุ้นที่ควรพิจารณา การฟื้นตัวของกำไร มากกว่าการมองเพียงว่า “ราคาหุ้นต่ำ”
ประเด็นสำคัญคือ
ถ้ากำไรกลับไปใกล้ระดับเดิมได้ → Valuation จะดูน่าสนใจขึ้นทันที
แต่ถ้ากำไรยังอยู่ระดับไม่กี่ล้านบาทต่อปี → ราคาถูกอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเป็น Catalyst - มุมมองเชิงเทคนิค
จากข้อมูล SET ช่วงกรกฎาคม ราคาหุ้นเคลื่อนไหวบริเวณ 0.94–0.98 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.80–1.38 บาท
ในเชิงกลยุทธ์ ผมมองโซนสำคัญประมาณนี้:
แนวรับ
0.94 บาท
0.90 บาท
0.80 บาท = แนวรับใหญ่จาก Low 52 สัปดาห์
แนวต้าน
1.00 บาท = จิตวิทยาสำคัญ
1.10 บาท
1.20 บาท
1.38 บาท = High 52 สัปดาห์
🔥 จุดที่น่าจับตา
1.00 บาท คือด่านแรกที่น่าสนใจ
ถ้าราคาสามารถ ทะลุ 1.00 บาทพร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเริ่มเปลี่ยนภาพจาก Sideway เป็นการสร้าง Momentum ขาขึ้น
แต่ถ้าทะลุแบบ Volume แห้ง ต้องระวัง False Breakout - Catalyst ที่อาจทำให้ K กลับมาโดดเด่น
สิ่งที่ต้องการเห็นมี 4 เรื่อง:
① รายได้กลับมาเติบโต
② Gross Margin ฟื้น
③ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
④ Backlog/งานใหม่มีคุณภาพและ Margin ดี
โดยเฉพาะข้อ ②–③ สำคัญที่สุด
เพราะตลาดไม่ได้ต้องการเห็นแค่ “K รับงานได้มากขึ้น”
แต่ต้องการเห็น
“K รับงานแล้วทำกำไรได้มากขึ้น”
9. สรุปแบบนักลงทุน
| ปัจจัย | มุมมอง |
|---|---|
| ธุรกิจ | 🟢 มีความหลากหลาย |
| Revenue | 🟡 ยังมีศักยภาพ |
| กำไร | 🔴 อ่อนแอ |
| Margin | 🔴 ต้องฟื้น |
| กระแสเงินสด | 🟡 ต้องติดตาม |
| หนี้สิน | 🟡 D/E 1.14x |
| Valuation | 🟡 ต้องดูการฟื้นตัวของกำไร |
| Technical | 🟡 รอ Breakout |
| Momentum | 🟡 ยังต้องพิสูจน์ |
| ความเสี่ยง | 🔴 Margin ต่ำ / ธุรกิจโครงการ |
🎯 บทสรุป
K เป็นหุ้น Turnaround ที่น่าสนใจมากกว่าหุ้น Growth ในตอนนี้
จุดเด่นคือธุรกิจมีความสามารถรับงานแบบครบวงจร และรายได้ยังอยู่ระดับเกือบ 900 ล้านบาทต่อปี แต่จุดที่ต้องระวังคือ กำไรหายไปอย่างมากในปี 2568 และ Q1/2569 กำไรยังลดลง YoY
ดังนั้น “ตัวชี้ชะตาของ K” ไม่ใช่รายได้ แต่คือ Margin และกำไรสุทธิ
สำหรับสายเทคนิค ผมจะจับตา 1.00 บาท เป็นด่านสำคัญ หาก Breakout พร้อม Volume จะน่าสนใจกว่าการไล่ซื้อในช่วงที่ราคายังแกว่งตัวต่ำกว่าด่านดังกล่าว
มุมมองโดยรวม: 🟡 เก็งกำไร/รอการยืนยันการฟื้นตัว

