ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น INOX บริษัท โพสโค-ไทยน๊อคซ์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น INOX บริษัท โพสโค-ไทยน๊อคซ์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น INOX บริษัท โพสโค-ไทยน๊อคซ์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ INOX อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ (Steel & Metal Products ) เป็นของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.02บาท20 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.02บาท19 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.11บาท20 พ.ค. 2565เงินปันผล

🏭 ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น INOX
โพสโค-ไทยน๊อคซ์ หรือ INOX ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย สเตนเลสรีดเย็น (Cold Rolled Stainless Steel) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยทรัพย์สินหลักจึงเป็นโรงงาน เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตสเตนเลส รวมถึงสินค้าคงเหลือและทรัพย์สินสำนักงาน
🏗️ 1. โรงงานและสถานประกอบการ
บริษัทมีสถานที่ประกอบธุรกิจหลักที่สำคัญ ได้แก่
โรงงาน จ.ระยอง
ตั้งอยู่เลขที่ 324 หมู่ 8 ถนนทางหลวงหมายเลข 3191 ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง 21180
โรงงาน จ.ชลบุรี
ตั้งอยู่เลขที่ 700/453 หมู่ 7 นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 20000
สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่อาคารเอ็มโพเรียม ทาวเวอร์ ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ
⚙️ 2. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
ทรัพย์สินสำคัญของ INOX คือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ในสายการผลิตสเตนเลสรีดเย็น ซึ่งเป็นหัวใจของธุรกิจ ตั้งแต่กระบวนการแปรรูปวัตถุดิบ การรีด การปรับสภาพ และการผลิตสเตนเลสในรูปแบบ แผ่นและม้วน
ดังนั้นมูลค่าทรัพย์สินของบริษัทจึงไม่ได้อยู่เฉพาะที่ดินและอาคาร แต่รวมถึงเครื่องจักรและระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับโรงงานด้วย
📦 3. สินค้าคงเหลือ
ธุรกิจเหล็กและสเตนเลสมีเงินทุนหมุนเวียนผูกอยู่กับ วัตถุดิบ งานระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป ในระดับที่มีนัยสำคัญ
ข้อมูลในรายงานของบริษัทระบุว่า ณ สิ้นปี 2566 บริษัทมีสินค้าคงเหลือประมาณ 4,176.8 ล้านบาท สะท้อนว่าสินค้าคงเหลือเป็นองค์ประกอบสำคัญของฐานทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ
🏢 4. ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE)
ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์ เป็นทรัพย์สินหลักอีกกลุ่มหนึ่งของ INOX โดย ณ สิ้นปี 2566 บริษัทมี Property, Plant and Equipment (สุทธิ) ประมาณ 2,549.7 ล้านบาท
ทรัพย์สินกลุ่มนี้รองรับกำลังการผลิตและการดำเนินงานของโรงงานทั้งสองแห่ง
💰 ภาพรวมฐานทรัพย์สิน
ณ 30 มิถุนายน 2569 INOX มี สินทรัพย์รวม 11,951.15 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 9,193.62 ล้านบาท

ทรัพย์สินสำคัญบทบาทต่อธุรกิจ
🏭 โรงงานระยองฐานการผลิตสเตนเลส
🏭 โรงงานชลบุรีสถานที่ประกอบธุรกิจ/การผลิต
⚙️ เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตสเตนเลสรีดเย็น
🏗️ อาคารและสิ่งปลูกสร้างรองรับโรงงานและการดำเนินงาน
📦 วัตถุดิบ/สินค้าคงเหลือใช้ในกระบวนการผลิตและจำหน่าย
🏢 สำนักงานงานบริหารและสนับสนุนธุรกิจ

สรุป: ทรัพย์สินของ INOX มีลักษณะเป็น ธุรกิจอุตสาหกรรมที่ใช้สินทรัพย์สูง (Asset-intensive) โดยมีโรงงาน เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต และสินค้าคงเหลือเป็นองค์ประกอบสำคัญ ขณะที่บริษัทมีโรงงานหลักใน ระยองและชลบุรี ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการผลิตและจำหน่ายสเตนเลสรีดเย็นของบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น INOX
บริษัท โพสโค-ไทยน๊อคซ์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจหลักด้าน ผลิตและจำหน่ายสเตนเลสรีดเย็น (Cold-rolled Stainless Steel) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจุบัน POSCO Co., Ltd. เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 74.56% ของ INOX
จากข้อมูลโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ พบว่าบริษัทมีการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสเตนเลส โดยเฉพาะด้าน การผลิตชิ้นส่วนและการตลาด/จัดจำหน่าย ดังนี้

  1. บริษัท ไทย สเตนเลส คอมโพเนนท์ จำกัด
    Thai Stainless Components Co., Ltd. (TSC)
    ลักษณะธุรกิจ: ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสเตนเลส โดยใช้แผ่นสเตนเลสเป็นวัตถุดิบ รวมถึงผลิตชิ้นส่วนสเตนเลส
    สัดส่วนการถือหุ้น: INOX ถือประมาณ 51%
    จัดเป็น บริษัทย่อย ของ INOX
    ธุรกิจมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของ INOX เนื่องจากนำสเตนเลสมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์/ชิ้นส่วนเพื่อจำหน่าย
  2. บริษัท เอ็นเอส-ไทยน๊อคซ์ ออโต้ จำกัด
    NS-Thainox Auto Co., Ltd. (NSTA)
    ลักษณะธุรกิจ: ทำการตลาด ขาย และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สเตนเลสของ INOX
    กลุ่มลูกค้าหลัก: อุตสาหกรรม ยานยนต์และจักรยานยนต์
    สัดส่วนการถือหุ้น: INOX ถือ 49%
    จัดเป็น บริษัทร่วม (Associate/JV) ไม่ใช่บริษัทย่อย เนื่องจาก INOX ถือหุ้นต่ำกว่า 50%
    เป็นการร่วมทุนกับกลุ่ม Nippon Steel และ Siam Lotus

โครงสร้างแบบเข้าใจง่าย
POSCO Co., Ltd.
↓ ถือหุ้น 74.56%
INOX – POSCO-Thainox
├── 51% → Thai Stainless Components
│ └─ ผลิต/แปรรูปผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนสเตนเลส
│
└── 49% → NS-Thainox Auto
  └─ การตลาดและจัดจำหน่ายสเตนเลสสำหรับยานยนต์/จักรยานยนต์
โครงสร้างนี้สะท้อนการต่อยอดห่วงโซ่ธุรกิจของ INOX จาก ผลิตสเตนเลสรีดเย็น → แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์/ชิ้นส่วน → ทำตลาดและจัดจำหน่ายให้กลุ่มอุตสาหกรรมปลายทาง โดยเฉพาะยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
หมายเหตุ: ข้อมูลของบริษัทในกลุ่มควรแยกคำว่า “บริษัทย่อย” กับ “บริษัทร่วม” ให้ชัดเจน โดย NS-Thainox Auto เป็นบริษัทร่วมที่ INOX ถือ 49% ขณะที่ Thai Stainless Components ถูกระบุเป็นบริษัทย่อยที่ถือ 51%



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น INOX
โพสโค-ไทยน๊อคซ์ หรือ INOX ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย สเตนเลสรีดเย็น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีโรงงานอยู่ที่จังหวัดระยอง และอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม Steel and Metal Products ของ SET
จากข้อมูล One Report ปี 2568 และข้อมูลบริษัทล่าสุด สามารถสรุปความเสี่ยงสำคัญได้ดังนี้

  1. ความเสี่ยงจากการแข่งขันและสินค้านำเข้า
    ตลาดสเตนเลสมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะ สินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งบริษัทระบุว่ามีผลต่อระดับราคาและรูปแบบการแข่งขันในตลาดไทย หากสินค้านำเข้ามีราคาต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัท อาจกดดันราคาขายและส่วนต่างกำไรของ INOX ได้
  2. ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
    ธุรกิจสเตนเลสมีความเกี่ยวข้องกับต้นทุนวัตถุดิบโลหะและวัตถุดิบที่มีราคาผันผวน หากราคาวัตถุดิบเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องได้ทัน อาจกระทบ Gross Margin และกำไรสุทธิ
  3. ความเสี่ยงจากวัฏจักรอุตสาหกรรม
    สเตนเลสเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และการผลิต หากเศรษฐกิจชะลอตัว การลงทุนภาคเอกชนลดลง หรือคำสั่งซื้อจากลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง ปริมาณการขายและการใช้กำลังการผลิตอาจได้รับผลกระทบ
  4. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและการค้าโลก
    บริษัทมีทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของ เศรษฐกิจโลก นโยบายการค้า ภาษีนำเข้า-ส่งออก และมาตรการกีดกันทางการค้า อาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและปริมาณคำสั่งซื้อ
    บริษัทเองระบุว่าปี 2568 ธุรกิจสเตนเลสดำเนินอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและโครงสร้างการค้าโลก
  5. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
    การส่งออกทำให้บริษัทมีรายได้หรือรายการธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ หากค่าเงินบาทแข็งค่าหรืออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมาก อาจส่งผลต่อรายได้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท รวมถึงต้นทุนและกำไรจากธุรกรรมระหว่างประเทศ
  6. ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน
    การผลิตเหล็กและสเตนเลสเป็นธุรกิจที่ต้องใช้พลังงานและเครื่องจักร หากราคาพลังงานหรือสาธารณูปโภคปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตอาจเพิ่มขึ้น และกดดันความสามารถในการทำกำไร
  7. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดและอุตสาหกรรมเหล็ก
    INOX อยู่ในธุรกิจเฉพาะทาง คือการผลิตและจำหน่ายสเตนเลสรีดเย็น ดังนั้นผลประกอบการจึงมีความสัมพันธ์กับ อุปสงค์ ราคา และภาวะการแข่งขันของตลาดสเตนเลส ค่อนข้างมาก หากตลาดเข้าสู่ช่วง Oversupply หรือราคาผลิตภัณฑ์ลดลงต่อเนื่อง อาจกดดันผลประกอบการ
  8. ความเสี่ยงจากประสิทธิภาพการผลิตและเครื่องจักร
    โรงงานผลิตสเตนเลสต้องพึ่งพาเครื่องจักรและกระบวนการผลิตที่ต่อเนื่อง หากเกิดเครื่องจักรขัดข้อง อุบัติเหตุ การหยุดผลิต หรือปัญหาคุณภาพสินค้า อาจทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสในการขาย เพิ่มต้นทุนซ่อมบำรุง และกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้า
  9. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบ
    ธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็กต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การจัดการของเสีย และการปล่อยมลพิษ หากกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น บริษัทอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงโรงงานและกระบวนการผลิต
  10. ความเสี่ยงจากผลกำไรที่ผันผวน
    ข้อมูลบริษัทสะท้อนว่ากำไรของ INOX มีความผันผวนตามวัฏจักรธุรกิจ โดยบริษัทมีทั้งปีที่มีกำไรและปีที่ขาดทุน เช่น กำไรสุทธิปี 2566 อยู่ที่ 350.83 ล้านบาท ปี 2567 ขาดทุนสุทธิ 62.04 ล้านบาท และปี 2568 มีกำไรสุทธิ 206.08 ล้านบาท
    ดังนั้น ไม่ควรมองเฉพาะการเติบโตของรายได้ แต่ควรติดตาม Margin และกำไรสุทธิเป็นพิเศษ
  11. ความเสี่ยงจากโครงสร้างผู้ถือหุ้น
    ณ 27 ก.พ. 2569 POSCO Co., Ltd. ถือหุ้น INOX 74.56% ขณะที่ Free Float อยู่ที่ 15.31% โครงสร้างดังกล่าวทำให้จำนวนหุ้นที่กระจายอยู่กับผู้ถือหุ้นรายย่อยค่อนข้างจำกัด ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรพิจารณาในด้านสภาพคล่องของหุ้นและโครงสร้างการควบคุมกิจการ

สรุปประเด็นที่ควรจับตา

ความเสี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
สินค้านำเข้าจากจีนกดดันราคาขายและ Margin
ราคาวัตถุดิบผันผวนต้นทุนผลิตเปลี่ยนเร็ว
เศรษฐกิจชะลอตัวDemand สเตนเลสลดลง
การค้าโลกกระทบการส่งออกและการแข่งขัน
ค่าเงินบาทกระทบรายได้/กำไรจากต่างประเทศ
ราคาพลังงานต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
เครื่องจักร/โรงงานหยุดผลิตและเพิ่มต้นทุน
สิ่งแวดล้อมเพิ่มภาระลงทุนและค่าใช้จ่าย
วัฏจักรอุตสาหกรรมกำไรมีความผันผวน
Free Float ต่ำสภาพคล่องของหุ้นอาจเป็นประเด็น

จุดที่น่าติดตามสำหรับ INOX เป็นพิเศษ: ราคาสเตนเลสและวัตถุดิบ, ปริมาณขาย, Gross Margin, การแข่งขันจากสินค้านำเข้าโดยเฉพาะจีน, ค่าเงินบาท และแนวโน้มคำสั่งซื้อจากทั้งตลาดไทยและต่างประเทศ


ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น INOX
บริษัท โพสโค-ไทยน๊อคซ์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท โพสโค-ไทยน๊อคซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ INOX ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย สเตนเลสรีดเย็น ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยบริษัทก่อตั้งเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2533 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2547
🔹 พัฒนาการสำคัญในช่วงที่ผ่านมา

  1. มี POSCO เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
    โครงสร้างผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 27 ก.พ. 2569 ระบุว่า POSCO Co., Ltd. ถือหุ้น 74.56% ทำให้ INOX มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ระดับโลกอย่างชัดเจน
  2. ธุรกิจหลักยังมุ่งเน้นสเตนเลสรีดเย็น
    INOX ยังคงดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสเตนเลสรีดเย็นทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นแกนหลักของธุรกิจบริษัท
  3. ผลประกอบการปี 2568 เผชิญแรงกดดัน
    ปี 2568 บริษัทมีรายได้ 13,311.72 ล้านบาท ลดลงจาก 14,451.85 ล้านบาทในปี 2567 และพลิกเป็น ขาดทุนสุทธิ 62.04 ล้านบาท จากกำไร 350.83 ล้านบาทในปีก่อน โดย SET ระบุปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายทางภาษีและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง
  4. ปี 2569 เริ่มเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการ
    งวด 6 เดือนปี 2569 INOX มีรายได้ 7,275.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 149.34 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 74.32 ล้านบาทใน 6M/2568 สะท้อนการกลับมามีกำไรในครึ่งแรกของปี 2569
  5. ฐานะการเงินยังมีส่วนของผู้ถือหุ้นสูงเมื่อเทียบกับหนี้สิน
    ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีสินทรัพย์ 11,951.15 ล้านบาท หนี้สิน 2,757.52 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 9,193.62 ล้านบาท ขณะที่ D/E อยู่ที่ประมาณ 0.30 เท่า
  6. มีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้น
    ในปี 2569 INOX เปลี่ยนมูลค่าที่ตราไว้จาก 1 บาท เป็น 10 บาทต่อหุ้น โดยมีผลวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์ฯ

📌 สรุป Timeline INOX

ช่วงเวลาพัฒนาการ
2533ก่อตั้งบริษัท
2547เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
2567รายได้ 14,451.85 ลบ. และกำไรสุทธิ 350.83 ลบ.
2568รายได้ลดลงเหลือ 13,311.72 ลบ. และขาดทุนสุทธิ 62.04 ลบ.
พ.ค. 2569เปลี่ยนพาร์จาก 1 บาท เป็น 10 บาท
6M/2569รายได้ 7,275.70 ลบ. และกลับมามีกำไรสุทธิ 149.34 ลบ.

ประเด็นที่น่าติดตามของ INOX: การฟื้นตัวของกำไรในปี 2569, แนวโน้มอุปสงค์สเตนเลสและราคาวัตถุดิบ, ความสามารถในการรักษาอัตรากำไร และการใช้ประโยชน์จากการเป็นบริษัทที่มี POSCO ถือหุ้นใหญ่ 74.56%


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสีย
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด2,305.013,046.622,366.282,479.622,319.88
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ2,091.312,682.122,178.302,497.553,170.75
สินค้าคงเหลือ4,176.783,503.374,034.373,346.013,847.27
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน8,785.119,259.888,767.678,468.729,492.56
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ2,549.662,509.032,351.572,427.062,257.91
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน2,833.182,710.782,550.022,634.052,458.59
รวมสินทรัพย์11,618.2911,970.6611,317.6911,102.7711,951.15
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–––––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ2,459.772,459.832,046.391,843.162,514.93
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน2,492.982,498.602,080.531,882.262,550.17
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน178.63179.61192.87181.68207.35
รวมหนี้สิน2,671.612,678.212,273.412,063.942,757.52
ทุนจดทะเบียน7,795.717,795.717,795.717,795.717,795.71
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า7,795.717,795.717,795.717,795.717,795.71
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น332.13332.13332.13332.13332.13
กำไร(ขาดทุน)สะสม818.841,164.61916.44910.991,065.78
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น–––––
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่8,946.689,292.459,044.289,038.839,193.62
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย–––––

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสีย
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ14,067.4114,379.1713,250.726,989.537,254.95
รายได้อื่น31.5572.6761.0131.8420.75
รวมรายได้14,098.9714,451.8513,311.727,021.377,275.70
ต้นทุน13,758.9713,640.5512,610.206,532.366,938.86
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร443.68455.99461.29237.75213.82
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย14,202.6514,096.5313,239.606,938.227,152.68
EBITDA255.18756.30427.91247.15354.10
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย334.98313.10323.06157.73164.12
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้-79.80443.20104.8589.42189.98
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่-73.08350.83-62.04-74.32149.34
กำไรต่อหุ้น (บาท)-0.010.05-0.01-0.010.19

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสียงบวิธีส่วนได้เสีย
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน1,529.65923.61-278.41-223.7018.60
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-109.79-158.83-190.14-156.38-57.83
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-216.89-29.20-208.79-194.39-13.70
เงินสดสุทธิ1,202.97735.59-677.34-574.47-52.93

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)6.425.775.845.04
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)56.8163.3062.4772.39
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)3.553.354.053.62
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)102.75109.0990.19100.85
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)6.036.187.196.56
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)60.5659.1150.7455.61
วงจรเงินสด (วัน)99.01113.28101.91117.63

🎯 แนวรับ–แนวต้าน

ระดับมุมมองทางเทคนิค
3.78–3.80🟢 แนวรับสำคัญ / ฐานระยะสั้น
3.70–3.74🟡 แนวรับถัดไป หากหลุดฐาน
3.90–4.00🔴 แนวต้านแรก ต้องผ่านให้ได้
4.04–4.10🔴 แนวต้านถัดไป
4.16–4.20🔥 แนวต้านใหญ่ของกรอบเดิม

จุดจับตาสำคัญ: หาก INOX สามารถกลับไปยืนเหนือ 4.00 บาท พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณว่าการรีบาวด์เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น แต่ถ้ายังไม่ผ่าน 4.00 บาท ภาพยังเป็นเพียงการแกว่งสร้างฐาน จุดจับตาสำคัญ: หาก INOX สามารถกลับไปยืนเหนือ 4.00 บาท พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณว่าการรีบาวด์เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น แต่ถ้ายังไม่ผ่าน 4.00 บาท ภาพยังเป็นเพียงการแกว่งสร้างฐาน
📊 Volume ต้องมา!
INOX เป็นหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายค่อนข้างบางเมื่อเทียบกับหุ้นขนาดใหญ่ โดย SET ระบุค่าเฉลี่ยมูลค่าซื้อขายต่อวันราว 1.16 ล้านบาท ในข้อมูล YTD ณ 24 ก.ย. 2569
ดังนั้น ถ้าจะเกิด Breakout จริง สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่คือ
ราคาเบรก 4.00 บาท + Volume เร่งตัว = สัญญาณทางเทคนิคแข็งแรงขึ้น
ในทางกลับกัน หากราคาขึ้นแต่ Volume ยังเบา การเบรกอาจยังต้องรอการยืนยัน
🚨 จุดที่ต้องระวัง
ถ้าหลุด 3.78–3.80 บาท ด้วยแรงขายที่เพิ่มขึ้น โครงสร้างการสร้างฐานระยะสั้นจะเริ่มเสีย และมีโอกาสกลับไปทดสอบบริเวณ 3.70 บาท ซึ่งต้องติดตามแรงรับอย่างใกล้ชิด
ปัจจุบัน SET ระบุว่า INOX ยังอยู่เหนือจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ 3.40 บาท แต่ราคายังห่างจากจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 5.30 บาทพอสมควร
⚡ สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
INOX เริ่มสร้างฐาน! แต่ยังไม่ถึงเวลาประกาศ Breakout 🚨
ราคาไหลลงมาพักตัวจากโซน 4.20 บาท ก่อนเริ่มตั้งหลักบริเวณ 3.78–3.80 บาท
🔥 ด่านแรก 3.90–4.00 บาท
🔥 ผ่าน 4.00 พร้อม Volume มีลุ้นเปิดรอบรีบาวด์
🎯 ถัดไปมอง 4.04–4.10 / 4.16–4.20 บาท
แต่ถ้า หลุด 3.78–3.80 บาท ต้องระวังแรงขายกลับเข้ามากดดันอีกครั้ง
เกมนี้จุดชี้ขาดอยู่ที่ “4 บาท + Volume”
หุ้นจะตื่นหรือไม่? ต้องรอดูแรงซื้อเข้ามายืนยัน! 📊🔥


วิเคราะห์หุ้น INOX — บริษัท โพสโค-ไทยน๊อคซ์ จำกัด (มหาชน)
INOX อยู่ในกลุ่ม Industrials / Steel & Metal Products ธุรกิจหลักคือผลิตและจำหน่าย สเตนเลสรีดเย็น (Cold-rolled Stainless Steel) ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยมี POSCO เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 74.56% ณ 27 ก.พ. 2569

  1. ภาพรวมธุรกิจ
    INOX มีรายได้หลักจากการผลิตและจำหน่ายสเตนเลสรีดเย็น ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่นำไปใช้ต่อในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว อุปกรณ์อุตสาหกรรม งานตกแต่ง และชิ้นส่วนต่าง ๆ
    จุดสำคัญของโมเดลธุรกิจคือ รายได้และต้นทุนมีความสัมพันธ์กับราคาวัตถุดิบและราคาขายสเตนเลสค่อนข้างสูง ดังนั้นกำไรจึงไม่ได้ขึ้นกับยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบด้วย
    บริษัทระบุว่าปัจจัยที่ต้องบริหารอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ การแข่งขันด้านราคา ภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการบริหารสินค้าคงคลัง ลูกหนี้การค้า และสภาพคล่อง

2. จุดที่น่าสนใจของ INOX 🟢 ฐานะการเงินค่อนข้างแข็งแรง ตัวเลข 6 เดือนแรกปี 2569 สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการอย่างชัดเจน

รายการ6M/686M/69เปลี่ยนแปลง
รายได้รวม7,021 ลบ.7,276 ลบ.+3.6%
กำไรสุทธิ-74 ลบ.149 ลบ.พลิกเป็นกำไร
สินทรัพย์11,103 ลบ.11,951 ลบ.+7.6%
หนี้สิน2,064 ลบ.2,758 ลบ.+33.6%
ส่วนผู้ถือหุ้น9,039 ลบ.9,194 ลบ.+1.7%

ข้อมูลจาก SET ระบุว่า 6M/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 149.34 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 74.32 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ที่สำคัญคือ D/E ยังอยู่เพียงประมาณ 0.30 เท่า และ Current Ratio 3.72 เท่า ณ 30 มิ.ย. 2569 จึงยังมีฐานะสภาพคล่องที่ค่อนข้างดี แม้หนี้สินจะเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568
3. จุดเปลี่ยนสำคัญ: จากขาดทุนกลับมากำไร
นี่เป็นประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
ปี 2568 INOX มีรายได้ 13,311.72 ล้านบาท ลดลงจาก 14,451.85 ล้านบาทในปี 2567 และมีผลขาดทุนสุทธิ 62.04 ล้านบาท จากกำไร 350.83 ล้านบาทในปีก่อน
แต่ใน 6M/2569 บริษัทพลิกกลับมากำไร 149.34 ล้านบาท
ดังนั้นภาพที่ตลาดกำลังจับตาไม่ใช่เพียง “ยอดขายโตหรือไม่” แต่คือ
INOX สามารถรักษาส่วนต่างกำไรของธุรกิจสเตนเลสได้ต่อเนื่องหรือไม่
เพราะธุรกิจนี้มี Margin ค่อนข้างบาง หากต้นทุนวัตถุดิบปรับขึ้นเร็วกว่า ราคาขายอาจกดกำไรทันที
4. ข้อได้เปรียบจาก POSCO
INOX มี POSCO เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 74.56% และยังมี Nippon Steel Corporation ถือหุ้นประมาณ 2.59%
โครงสร้างผู้ถือหุ้นนี้ทำให้ INOX มีความเชื่อมโยงกับผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ระดับโลก ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของบริษัทในอุตสาหกรรมสเตนเลส
ในมุมวิเคราะห์ สิ่งที่ควรติดตามคือ การใช้ประโยชน์จากเครือข่าย เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และตลาดต่างประเทศของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ มากกว่ามอง INOX เป็นเพียงผู้ผลิตเหล็กในประเทศ
5. สิ่งที่ต้องระวัง
🔴 1. ราคาวัตถุดิบผันผวน
นี่คือความเสี่ยงหลักของธุรกิจ
หากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน จะทำให้ Gross Margin ถูกบีบ
🔴 2. Margin ต่ำ
ข้อมูล SET ล่าสุดแสดงว่าใน 6M/2569 บริษัทมี Gross Margin ประมาณ 4.36% และ Net Margin ประมาณ 2.05%
กล่าวง่าย ๆ คือ ยอดขายระดับหลายพันล้านบาท แต่กำไรสุทธิจริงมีสัดส่วนค่อนข้างบาง
ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนเพียงเล็กน้อยสามารถกระทบกำไรได้มาก
🔴 3. กำไรยังมีความผันผวนสูง
ผลประกอบการย้อนหลังสะท้อนความเป็น Cyclical Stock ค่อนข้างชัดเจน:
2565 กำไร 206.08 ล้านบาท
2566 ขาดทุน 73.08 ล้านบาท
2567 กำไร 350.83 ล้านบาท
2568 ขาดทุน 62.04 ล้านบาท
6M/2569 กำไร 149.34 ล้านบาท
ดังนั้นไม่ควรใช้กำไรปีเดียวมาตีมูลค่าบริษัทโดยไม่ดูวัฏจักรราคาเหล็กและ Margin ประกอบ
6. มุมมองเชิง Valuation
ข้อมูลล่าสุด ณ 28 ก.ย. 2569 ระบุว่า INOX อยู่ที่ประมาณ 3.88 บาท มี Market Cap ราว 3,025 ล้านบาท, P/E ประมาณ 18.72 เท่า, P/BV เพียง 0.33 เท่า และ EV/EBITDA ประมาณ 1.37 เท่า
จุดที่น่าสนใจคือ
P/BV ต่ำมาก
เมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น ณ 30 มิ.ย. 2569 ที่ประมาณ 9,194 ล้านบาท ขณะที่ Market Cap อยู่ราว 3,025 ล้านบาท
แต่ต้องระวังการตีความว่า “P/BV ต่ำ = ถูก” โดยอัตโนมัติ เพราะธุรกิจเหล็กมีความเป็นวัฏจักรและ ROE ของ INOX ยังไม่สูงมาก
ดังนั้นตัวแปรสำคัญกว่าคือ บริษัทจะเปลี่ยนสินทรัพย์และฐานทุนขนาดใหญ่ให้สร้างกำไรได้สม่ำเสมอเพียงใด
7. มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาล่าสุดที่ SET รายงานอยู่บริเวณ 3.88 บาท โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 3.40–5.30 บาท
จากข้อมูลนี้ จุดที่ควรจับตาเชิงเทคนิคคือ
แนวรับ
3.80–3.85 บาท
3.40–3.50 บาท เป็นโซน Low เดิม
แนวต้าน
4.00–4.20 บาท
4.50 บาท
5.00–5.30 บาท เป็นบริเวณ High เดิม
สำหรับสายเทคนิค สิ่งที่น่าสนใจกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียวคือ Volume
หากราคาสามารถผ่านแนวต้านสำคัญพร้อม Volume เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณที่ควรติดตาม เพราะจะช่วยยืนยันว่าการฟื้นตัวของราคามีแรงซื้อรองรับ
ในทางกลับกัน หากหลุดโซน 3.40–3.50 บาทพร้อม Volume สูง ภาพทางเทคนิคจะอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ
🔎 สรุปแบบ “สาย VI + สายเทคนิค”
INOX เป็นหุ้นวัฏจักรของธุรกิจสเตนเลสที่จุดน่าสนใจอยู่ตรงการพลิกกลับมาทำกำไรใน 6M/2569 หลังขาดทุนในปี 2568 ขณะที่ฐานะทางการเงินยังมีหนี้ไม่สูงและ P/BV อยู่ในระดับต่ำ
แต่หัวใจของการวิเคราะห์ INOX ไม่ใช่เพียงว่า “กำไรกลับมาแล้ว”
สิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อคือ
กำไร 149 ล้านบาทใน 6M/69 เป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวต่อเนื่อง หรือเป็นเพียงกำไรตามวัฏจักรราคาเหล็ก
ตัวแปรที่ควรติดตามต่อ
ปริมาณขายสเตนเลส
ราคาขายเฉลี่ยต่อตัน
ต้นทุนวัตถุดิบต่อตัน
Gross Margin
กำไรสุทธิรายไตรมาส
สินค้าคงคลัง
ลูกหนี้การค้า
D/E และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ราคาสเตนเลสและการแข่งขันในตลาดโลก
การเติบโตของผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
ภาพรวมจึงเป็นหุ้นที่ “ต้องจับตาการฟื้นตัวของกำไร” มากกว่าการดูการเติบโตของรายได้เพียงอย่างเดียว
ข้อมูลพื้นฐานล่าสุดอ้างอิง SET และงวด 6M/2569 ซึ่งเผยแพร่วันที่ 13 ส.ค. 2569; ส่วนราคาหุ้นอ้างอิงข้อมูล SET ล่าสุดที่พบ ณ 28 ก.ย. 2569


Disclaimer

ใส่ความเห็น