ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น HTC บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น HTC บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น HTC บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) HTC อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ก.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.54บาท20 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 25680.45บาท24 ก.ย. 2568เงินปันผล
01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.57บาท20 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.48บาท20 ก.ย. 2567เงินปันผล
01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.56บาท20 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 25660.96บาท08 ก.ย. 2566เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.97บาท19 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.55บาท26 ก.ย. 2565เงินปันผล
01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.96บาท25 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 25640.83บาท23 ก.ย. 2564เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25631.12บาท20 พ.ค. 2564เงินปันผล

สำหรับ หุ้น HTC – บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจหลักมีความสำคัญต่อการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านโรงงาน เครื่องจักร และระบบกระจายสินค้า
ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
ข้อมูลจาก One Report ปี 2568 ระบุทรัพย์สินถาวรหลักของบริษัท ดังนี้

ประเภททรัพย์สินรายละเอียดมูลค่าตามบัญชี
ที่ดิน98 แปลง รวม 578 ไร่ 73.31 ตร.วา2,117.68 ล้านบาท
ที่ดินไม่ใช้ดำเนินงานอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 19 แปลง รวม 57 ไร่ 1 งาน192.10 ล้านบาท
อาคารสำนักงานอาคารสำนักงานของบริษัท528.41 ล้านบาท
โรงงานโรงงานผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มโคคา-โคลา 2 แห่ง916.93 ล้านบาท
เครื่องจักรเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิต อายุการใช้งาน 10 และ 20 ปีมูลค่าหลักระดับสูงของสินทรัพย์ถาวร
ยานพาหนะรถยนต์และยานพาหนะสำหรับการดำเนินงาน/ขนส่งใช้สนับสนุนการกระจายสินค้า
เครื่องมือและเครื่องใช้อุปกรณ์โรงงาน คลังสินค้า และสำนักงานใช้สนับสนุนการดำเนินงาน
ภาชนะบรรจุอุปกรณ์/ภาชนะที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจัดจำหน่ายใช้ในระบบผลิตและบรรจุ
ส่วนปรับปรุงที่ดินงานปรับปรุงพื้นที่โรงงานและทรัพย์สินใช้สนับสนุนโรงงาน
อุปกรณ์ส่งเสริมการขายตู้เย็น วัสดุส่งเสริมการขาย PX/Vending เป็นต้นใช้สนับสนุนช่องทางจำ

🏭 โรงงานหลักของ HTC
HTC มีโรงงานหลัก 2 แห่ง สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มโคคา-โคลา ได้แก่
โรงงานหาดใหญ่ จ.สงขลา
เลขที่ 87/1 ถนนกาญจนวนิชย์ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
โรงงานพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
เลขที่ 206 หมู่ 3 ตำบลท่าโรงช้าง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นอกจากนี้ เครื่องจักรของบริษัทเป็นสินทรัพย์สำคัญโดยตรงต่อกำลังการผลิต ทั้งสายการผลิตเครื่องดื่ม ระบบห้องผสม และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและบรรจุสินค้า
🚚 ทรัพย์สินด้านการจัดจำหน่าย
นอกจากโรงงานแล้ว HTC ยังมี ยานพาหนะ อุปกรณ์คลังสินค้า และอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย เช่น ตู้เย็นและ Vending Machine ซึ่งมีบทบาทในการนำสินค้าเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายและสร้างความครอบคลุมของตลาด โดยเฉพาะตลาดภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของบริษัท
💰 มองในมุมการลงทุน
จุดที่น่าสนใจคือ HTC เป็นธุรกิจที่มี สินทรัพย์ถาวรค่อนข้างมาก เพราะต้องใช้โรงงาน เครื่องจักร ที่ดิน และระบบกระจายสินค้าในการดำเนินงาน โดยสินทรัพย์รวมของบริษัท ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 7,837.5 ล้านบาท และรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณ 8,258.4 ล้านบาท
ดังนั้น หากวิเคราะห์ HTC ในมุม Asset-Based Business จุดแข็งคือมีฐานทรัพย์สินจริงรองรับธุรกิจ ขณะที่จุดที่ต้องติดตามคือ ค่าเสื่อมราคา การลงทุนซ่อมบำรุง/ปรับปรุงเครื่องจักร และประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิต เพราะสินทรัพย์โรงงานและเครื่องจักรมีผลโดยตรงต่อต้นทุนและความสามารถในการทำกำไร
สรุปสั้น ๆ:
HTC มีทรัพย์สินหลักคือ “ที่ดิน + โรงงาน 2 แห่ง + เครื่องจักรผลิตเครื่องดื่ม + อาคาร + ยานพาหนะ + อุปกรณ์คลังสินค้าและอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการผลิตและกระจายเครื่องดื่มโคคา-โคลาในพื้นที่ภาคใต้


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น HTC
บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มในกลุ่มโคคา-โคลาในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยบริษัทมีบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบรรจุภัณฑ์และอสังหาริมทรัพย์
โครงสร้างกลุ่มบริษัทปัจจุบัน

บริษัทสัดส่วนถือหุ้นธุรกิจหลัก
บริษัท เซ้าเทิร์น ร็อคส์ จำกัด99.99%ผลิตและจำหน่ายขวดพลาสติกกึ่งสำเร็จรูปและขวดพลาสติก รวมถึงรับจ้างเป่าขวดพลาสติก
บริษัท หาดทิพย์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด99.99%พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ข้อมูลจาก One Report ปี 2568 ระบุโครงสร้างดังกล่าว โดยทั้ง 2 บริษัทเป็นบริษัทย่อยที่ HTC ถือหุ้นโดยตรงในสัดส่วน 99.99%

บริษัทที่เคยอยู่ในกลุ่ม แต่มีการเลิกกิจการ
HTC เคยมีบริษัทย่อยเพิ่มเติม ได้แก่
บริษัท หาดทิพย์ ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด — ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหาร
บริษัท หาดทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด — ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค
บริษัท กินดีอยู่ดี 2020 จำกัด — ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหาร
โดยมีการทยอยจดทะเบียนเลิกกิจการแล้ว ได้แก่ กินดีอยู่ดี 2020 ในวันที่ 7 ก.พ. 2568, หาดทิพย์ ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ ในวันที่ 15 ก.ค. 2568 และหาดทิพย์ คอมเมอร์เชียล ในวันที่ 25 ส.ค. 2568
มุมมองเชิงธุรกิจ
จุดที่น่าสนใจของโครงสร้าง HTC คือ “ธุรกิจหลัก + ธุรกิจสนับสนุน” โดยบริษัทแม่เน้นธุรกิจเครื่องดื่ม ขณะที่ เซ้าเทิร์น ร็อคส์ ช่วยรองรับด้านบรรจุภัณฑ์พลาสติก ซึ่งเชื่อมโยงกับห่วงโซ่การผลิตเครื่องดื่มโดยตรง ส่วน หาดทิพย์ ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่แยกออกมาอีกด้านหนึ่ง
สรุปสั้น ๆ: ปัจจุบันโครงสร้างบริษัทย่อยที่สำคัญของ HTC คือ เซ้าเทิร์น ร็อคส์ + หาดทิพย์ ดีเวลลอปเม้นท์ และบริษัทถือหุ้นเกือบทั้งหมดในทั้งสองแห่งที่ 99.99%



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น HTC — บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)
HTC เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม โดยมีธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ Coca-Cola ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ดังนั้นความเสี่ยงสำคัญไม่ได้อยู่แค่ยอดขาย แต่ครอบคลุม กำลังซื้อ ต้นทุนวัตถุดิบ ภาษี การท่องเที่ยว สภาพอากาศ และการแข่งขัน โดยบริษัทเองก็มีการจัดทำกรอบบริหารความเสี่ยงด้านธุรกิจ ESG คุณภาพ และ Cyber Security อย่างเป็นระบบ
🔴 1. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและเศรษฐกิจ
หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ผู้บริโภคลดลง หรือค่าครองชีพสูงขึ้น การบริโภคเครื่องดื่มนอกบ้านและสินค้าบางประเภทอาจชะลอตัว ซึ่งกระทบทั้ง ยอดขายและปริมาณขาย (Volume)
ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์เคยระบุว่าเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในภาคใต้เป็นปัจจัยกดดันต่อยอดขาย HTC โดยเฉพาะในช่วงที่อุปสงค์อ่อนตัว
🔴 2. ความเสี่ยงจากการท่องเที่ยวภาคใต้
HTC มีฐานตลาดสำคัญในภาคใต้ จึงมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาค
หากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจากเศรษฐกิจโลก การเดินทาง ภาวะทางการเมือง หรือปัจจัยภายนอก อาจทำให้ยอดขายผ่านร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และช่องทางท่องเที่ยวลดลงตามไปด้วย
🔴 3. ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน
ธุรกิจเครื่องดื่มมีต้นทุนสำคัญ เช่น น้ำตาล บรรจุภัณฑ์ PET ขวดแก้ว วัตถุดิบ และค่าขนส่ง
หากต้นทุนเหล่านี้ปรับตัวขึ้นเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน จะกดดัน Gross Margin และกำไรสุทธิ
โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังซื้ออ่อนตัว การขึ้นราคาสินค้าอาจทำได้ยาก เพราะอาจกระทบต่อ Volume ขาย
🔴 4. ความเสี่ยงจากภาษีน้ำตาลและกฎระเบียบภาครัฐ
มาตรการภาษีน้ำตาลเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะสามารถเพิ่มต้นทุนสินค้าที่มีน้ำตาล และส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
บริษัทจึงต้องปรับ Portfolio เช่น การเพิ่มผลิตภัณฑ์ Zero Sugar และบริหารสูตรผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภคและกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลง
🔴 5. ความเสี่ยงจากสภาพอากาศ
เครื่องดื่มเป็นสินค้าที่ได้รับอิทธิพลจากอุณหภูมิและสภาพอากาศค่อนข้างมาก
อากาศร้อน = มีโอกาสกระตุ้นการบริโภค
แต่หากเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือสภาพอากาศผิดฤดูกาล อาจทำให้ Traffic ร้านค้าและการบริโภคลดลง
บริษัทและนักวิเคราะห์จึงมองสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในปัจจัยความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
🔴 6. การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม
ตลาดเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ระดับประเทศ แบรนด์ท้องถิ่น และสินค้าทดแทน
การแข่งขันด้าน ราคา โปรโมชั่น ช่องทางจัดจำหน่าย และสินค้าใหม่ อาจทำให้บริษัทต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาด หรือใช้โปรโมชั่นมากขึ้น ซึ่งอาจกดดัน Margin
🔴 7. ความเสี่ยงด้านขนส่งและ Supply Chain
ธุรกิจของ HTC ต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการกระจายสินค้า
หากเกิดปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน ราคาพลังงาน/ขนส่งสูง หรือระบบโลจิสติกส์สะดุด อาจกระทบทั้ง ต้นทุนและความสามารถในการส่งสินค้า โดยรายงานประจำปีของบริษัทจัด “ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน” เป็นหนึ่งในความเสี่ยงของธุรกิจ
🔴 8. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาแบรนด์หลัก
HTC มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่สำคัญกับผลิตภัณฑ์ Coca-Cola ในพื้นที่ดำเนินงาน ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางธุรกิจ นโยบายผลิตภัณฑ์ หรือกลยุทธ์ของเจ้าของแบรนด์ อาจมีผลต่อบริษัท
จุดนี้จึงควรติดตามทั้ง สิทธิในการจัดจำหน่าย เงื่อนไขทางการค้า และการเปลี่ยนแปลง Portfolio สินค้า


ข้อมูล ณ วันที่ 05 พ.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1GUTSCHE FAMILY INVESTMENTS PROPRIETARY LIMITED98,081,45224.40
2นาง ปริยา จีระพันธุ์62,445,85415.54
3น.ส. พัณณภา รัตตกุล40,098,2469.98
4บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด11,578,9882.88
5น.ส. ชัญญา จีระพันธุ์11,455,7582.85
6นาย หฤษฎ์ จีระพันธุ์11,285,7582.81
7น.ส. ฟ้า รัตตกุล8,349,7582.08
8นาย พิชากร รัตตกุล8,349,7582.08
9ด.ช. ภคิน รัตตกุล8,349,7582.08
10นาง จิรา ศรีธวัช ณ อยุธยา6,367,6141.58
11PERSHING LLC5,645,8001.40
12น.ส. สิริญชา สิทธิชัยวิเศษ5,147,4001.28
13นาย อนันต์ ระวีแสงสูรย์4,900,0001.22
14นาง สุวรรณี สิทธิชัยวิเศษ3,543,3000.88
15CACEIS BANK3,350,0000.83
16นาย ฐิติวุฒิ์ บุลสุข3,300,0000.82
17บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด(มหาชน)2,700,0000.67
18BNY MELLON NOMINEES LIMITED2,407,8000.60
19น.ส. อังสิมา วัชรภูวนนท์2,315,6000.58
20น.ส. วันเฉลิม ศาตะมาน2,115,5280.53
21นาย สรัฐ ตันตราภรณ์2,104,7000.52

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1พลเอก จรัล กุลละวณิชย์ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
2พันเอก พัชร รัตตกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
3พลตำรวจเอก จารุวัฒน์ ไวศยะกรรมการ
4นาย ดำรงรักษ อภิบาลสวัสดิ์กรรมการ
5หม่อมหลวง ธิษัน ศรีธวัชกรรมการ
6นาย ปกรณ์ สุขุมกรรมการ
7นาง ปริยา จีระพันธุ์กรรมการ
8นาย พงศกร เที่ยงธรรมกรรมการ
9นาง เคอร์รี่ – แอน ชิพพ์กรรมการ
10นาย เอเดรียน แอนโทนี จอห์น มัวร์สกรรมการ
11นาย ประกิต ประทีปะเสนกรรมการอิสระ, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
12นาย ยรรยง เมธาพาณิชย์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
13นาย สวินท์ ชาติสุวรรณกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
14นาย โยฮัน วิลเลี่ยม มาร์ติน ยันเซ่นกรรมการอิสระ

พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น HTC — บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ Coca-Cola, Fanta, Sprite, Minute Maid และน้ำทิพย์ โดยมีพื้นที่ดำเนินงานหลักใน 14 จังหวัดภาคใต้
📌 Timeline พัฒนาการสำคัญ
2512 — เริ่มต้นธุรกิจในชื่อ บริษัท นครทิพย์ จำกัด ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มใน 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล และยะลา
2517 — มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารและเพิ่มทุน พร้อมขยายพื้นที่จำหน่ายเป็น 14 จังหวัดภาคใต้
2521 — เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท หาดทิพย์ จำกัด
2531 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเปลี่ยนเป็น บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)
🏭 ขยายฐานการผลิต
2555 — ก่อสร้างโรงงานพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและรองรับตลาดภาคใต้
2563 — ย้ายฐานการผลิตไปยังโรงงานพุนพิน
2565–2566 — เดินหน้าขยายกำลังการผลิต โดยก่อสร้างอาคารผลิตหลังที่ 2 และติดตั้ง PET Line 3
มีนาคม 2566 — เปิดสายการผลิตใหม่ที่มีความเร็วในการบรรจุสูงถึง 1,050 ขวดต่อนาที สะท้อนการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับการเติบโตของตลาด
🚀 จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2567
หนึ่งในพัฒนาการที่โดดเด่นคือการลงทุนกว่า 800 ล้านบาท ในสายการผลิตเครื่องดื่มบรรจุขวดแก้วสายใหม่ ซึ่งรองรับทั้งเครื่องดื่มอัดลม เครื่องดื่มไม่อัดลม และน้ำดื่ม และมีกำลังการผลิตสูงสุดประมาณ 800 ขวดต่อนาที
การลงทุนดังกล่าวเริ่มส่งผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 และบริษัทมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยช่วยสนับสนุนการเติบโตของยอดขายในระยะต่อไป
📈 ผลการดำเนินงานที่สะท้อนการเติบโต
ปี 2567 HTC มีรายได้จากการขายประมาณ 8,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิประมาณ 602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% โดยบริษัทวางกลยุทธ์ขยายรายได้ผ่านสินค้าใหม่ การบริหาร Price & Pack Mix และการใช้ประโยชน์จากธุรกิจขวดแก้วที่เริ่มเดินสายการผลิตแล้ว
สำหรับปี 2569 บริษัทมีการเผยแพร่งบการเงินไตรมาส 1 และไตรมาส 2 แล้ว สะท้อนว่าการติดตามผลของการลงทุนและการเติบโตของธุรกิจยังเป็นประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุน
🔎 มุมมองสำหรับนักลงทุน
พัฒนาการของ HTC ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเน้น 3 เรื่องหลัก
เพิ่มกำลังการผลิต — ลงทุนใน PET Line และสายการผลิตใหม่
เพิ่มความยืดหยุ่นของสินค้าและบรรจุภัณฑ์ — โดยเฉพาะการลงทุนในสายขวดแก้ว
ใช้ความแข็งแกร่งของแบรนด์ Coca-Cola + เครือข่ายภาคใต้ เพื่อผลักดันยอดขายในตลาด 14 จังหวัด
จุดที่น่าจับตาต่อไปคือ ยอดขายและอัตรากำไรหลังการลงทุนสายขวดแก้ว ว่าสามารถสร้าง Economies of Scale และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้มากเพียงใด รวมถึงการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มในภาคใต้


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด97.8889.28232.1479.4898.89
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ694.45736.59873.66603.60675.73
สินค้าคงเหลือ451.59434.14440.12483.68483.44
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,258.961,292.241,635.651,205.111,301.78
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ4,610.535,516.255,719.395,658.805,799.17
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน5,224.456,022.426,201.886,175.366,276.54
รวมสินทรัพย์6,483.407,314.657,837.537,380.477,578.33
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม105.00170.00170.00275.0050.00
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ1,120.551,307.081,220.49997.351,072.84
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี34.0046.8028.6546.80
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,365.221,714.061,657.171,468.991,308.68
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน1,188.791,478.061,938.461,695.131,944.28
รวมหนี้สิน2,554.013,192.123,595.633,164.123,252.96
ทุนจดทะเบียน201.21201.21201.21201.21201.21
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า200.96200.96200.96200.96200.96
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น392.84392.84392.84392.84392.84
กำไร(ขาดทุน)สะสม1,745.131,940.952,061.982,036.762,145.22
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น1,589.871,587.741,586.091,585.771,586.32
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่3,928.794,122.494,241.874,216.324,325.34
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย0.600.040.030.030.02

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ7,805.968,129.798,258.384,038.504,455.87
รายได้อื่น57.9559.25109.8345.2549.26
รวมรายได้7,863.978,189.098,368.304,083.794,505.21
ต้นทุน4,515.644,660.224,777.062,326.132,587.74
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร2,595.632,763.242,840.681,322.671,517.89
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย7,111.267,423.427,633.883,666.894,105.63
EBITDA1,109.821,178.691,217.35654.89635.16
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย354.63404.46474.82231.60239.87
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้755.19774.22742.52423.29395.29
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่598.56601.68568.24324.58300.28
กำไรต่อหุ้น (บาท)2.261.501.410.810.75

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน1,205.451,089.541,024.65528.62474.94
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-803.86-961.11-784.17-547.42-169.39
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-467.06-137.04-97.619.01-438.80
เงินสดสุทธิ-65.47-8.60142.86-9.80-133.25

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)12.5811.4012.8016.20
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)29.0132.0228.5022.53
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)10.5210.939.0510.42
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)34.6933.4040.3435.03
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)12.8212.1110.4513.42
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)28.4830.1434.9227.20
วงจรเงินสด (วัน)35.2235.2833.9330.36


วิเคราะห์หุ้น HTC — บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้สิทธิ์ของ The Coca-Cola Company ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีแบรนด์หลัก เช่น Coca-Cola, Fanta, Sprite, Minute Maid และน้ำทิพย์
🔥 ภาพรวมล่าสุด
ราคาหุ้น HTC ปิดที่ 16.00 บาท ณ 24 ส.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ +1.27% ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 14.60–16.90 บาท โดย SET ระบุ P/E ประมาณ 11.82 เท่า, P/BV 1.49 เท่า และ EV/EBITDA 6.41 เท่า
มองในเชิง Valuation ถือว่า ไม่ได้แพงมาก เมื่อเทียบกับหุ้น Consumer ที่มีธุรกิจค่อนข้าง Defensive แต่จุดสำคัญคือการเติบโตของกำไรต้องกลับมาเร่งตัวเพื่อสร้าง Upside ให้ราคาหุ้น
📊 งบ 6 เดือน 2569 — จุดที่ต้องจับตา
HTC มีกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 300.28 ล้านบาท ลดลงจาก 324.58 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือประมาณ -7.5% YoY
แต่เมื่อแยกเป็นไตรมาสจะเห็นภาพที่น่าสนใจ:
Q1/2569 กำไร 198.34 ล้านบาท เพิ่มจาก 181.90 ล้านบาทใน Q1/2568
Q2/2569 กำไร 101.94 ล้านบาท ลดจาก 142.68 ล้านบาทใน Q2/2568
EPS 6 เดือนอยู่ที่ 0.747 บาท เทียบกับ 0.808 บาทปีก่อน
ดังนั้น ประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่ธุรกิจขาดความสามารถทำกำไร แต่คือ Momentum ของกำไรใน Q2 ที่ชะลอลงอย่างชัดเจน
💪 จุดแข็งของ HTC

  1. ได้ประโยชน์จากแบรนด์ระดับโลก
    การเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย Coca-Cola และผลิตภัณฑ์ในเครือ ทำให้ HTC มีแบรนด์ที่แข็งแรงและเป็นสินค้าที่มีการบริโภคซ้ำสูง
  2. ธุรกิจค่อนข้าง Defensive
    เครื่องดื่มเป็นสินค้าบริโภคประจำวัน ทำให้รายได้ไม่ได้ผันผวนตามเศรษฐกิจมากเท่าหุ้น Cyclical บางกลุ่ม
  3. มีฐานสินทรัพย์และโครงสร้างการผลิตขนาดใหญ่
    ณ Q2/2569 HTC มีสินทรัพย์รวมประมาณ 7,578 ล้านบาท โดยมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิประมาณ 5,799 ล้านบาท สะท้อนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการผลิตและจัดจำหน่าย
  4. นโยบายปันผลโดดเด่น
    ปี 2568 บริษัทเสนอจ่ายเงินปันผลรวม 0.99 บาท/หุ้น คิดเป็น 70% ของกำไร โดยจ่ายระหว่างกาล 0.45 บาท และจ่ายส่วนที่เหลือ 0.54 บาท
    หากใช้ราคาประมาณ 16 บาทเป็นฐาน อัตราปันผลจากระดับ 0.99 บาท/หุ้น จะอยู่ราว 6.2% ซึ่งถือว่าน่าสนใจสำหรับหุ้น Consumer ที่มีธุรกิจค่อนข้างมั่นคง
    ⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
  5. กำไร Q2 ชะลอตัวแรง
    กำไร Q2/69 ลดลงประมาณ 28.5% YoY จาก 142.68 ล้านบาท เหลือ 101.94 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องติดตามว่าการชะลอตัวเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นหรือเริ่มกระทบต่อแนวโน้มทั้งปี
  6. ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์
    ธุรกิจเครื่องดื่มมีต้นทุนสำคัญจากวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ พลังงาน และค่าขนส่ง หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย อัตรากำไรจะถูกกดดัน
  7. การแข่งขันสูง
    ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มีการแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น และการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง
  8. การกระจุกตัวของพื้นที่
    HTC มีขอบเขตการผลิตเพื่อจำหน่ายหลักใน 14 จังหวัดภาคใต้ ดังนั้นการเติบโตจึงขึ้นกับกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจของพื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างมาก

📈 มุมมองเชิงเทคนิค
สำหรับสายเทคนิค จุดที่น่าสนใจคือราคาปัจจุบัน 16.00 บาท อยู่ไม่ไกลจาก High 52 สัปดาห์ที่ 16.90 บาท
แนวต้านสำคัญ
16.00–16.20 บาท
16.60 บาท
16.90 บาท — High 52 สัปดาห์
แนวรับ
15.70–15.80 บาท
15.50 บาท
14.60 บาท — Low 52 สัปดาห์
🚀 จุดที่สาย Breakout ควรจับตา
ถ้า HTC สามารถ ทะลุ 16.60–16.90 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณบวกทางเทคนิค เพราะเป็นการผ่านโซน High เดิมและเปิดโอกาสเข้าสู่รอบ Momentum ใหม่
แต่ถ้าราคาไม่ผ่าน 16 บาท/16.90 บาท และเกิดแรงขายพร้อม Volume สูง ต้องระวังการกลับมาแกว่งในกรอบเดิม
🎯 สรุป HTC
HTC = หุ้น Consumer + Defensive + Dividend ที่ Valuation ยังไม่ตึง
จุดเด่นคือ แบรนด์แข็งแรง / ธุรกิจบริโภคซ้ำ / ฐานสินทรัพย์สูง / จ่ายปันผลสม่ำเสมอ แต่ระยะสั้นต้องจับตา กำไร Q2/69 ที่ชะลอตัว และการฟื้นตัวของ Margin
มุมพื้นฐาน: ⭐⭐⭐⭐☆
มุมปันผล: ⭐⭐⭐⭐☆
มุม Defensive: ⭐⭐⭐⭐☆
มุม Growth: ⭐⭐⭐☆☆
มุม Technical: ⭐⭐⭐⭐☆ หาก Breakout 16.90 บาทพร้อม Volume
สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค:
🔥 “HTC เริ่มกลับมาเร่งเครื่อง! แต่ด่านสำคัญยังอยู่ที่ 16.90 บาท — ถ้าทะลุพร้อมวอลุ่ม มีลุ้นเปิดรอบ Momentum ใหม่ แต่ถ้ายังผ่านไม่ได้ ต้องระวังแรงขายกดกลับ!”


Disclaimer

ใส่ความเห็น