ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น EPG บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น EPG บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น EPG บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) EPG อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 25690.13บาทเงินปันผล
01 เม.ย. 2568 – 30 ก.ย. 25680.07บาท09 ธ.ค. 2568เงินปันผล
01 เม.ย. 2567 – 31 มี.ค. 25680.08บาทเงินปันผล
01 เม.ย. 2567 – 30 ก.ย. 25670.06บาท09 ธ.ค. 2567เงินปันผล
01 เม.ย. 2566 – 31 มี.ค. 25670.10บาทเงินปันผล
01 เม.ย. 2566 – 30 ก.ย. 25660.12บาท08 ธ.ค. 2566เงินปันผล
01 เม.ย. 2565 – 31 มี.ค. 25660.14บาทเงินปันผล
01 เม.ย. 2565 – 30 ก.ย. 25650.11บาท08 ธ.ค. 2565เงินปันผล
01 เม.ย. 2564 – 31 มี.ค. 25650.19บาทเงินปันผล
01 เม.ย. 2564 – 30 ก.ย. 25640.14บาท08 ธ.ค. 2564เงินปันผล
01 เม.ย. 2563 – 31 มี.ค. 25640.19บาท20 ส.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น EPG
🔥 เปิดพอร์ตทรัพย์สิน EPG! เบื้องหลังธุรกิจพลาสติกนวัตกรรม มีอะไรซ่อนอยู่?
หุ้น EPG – บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ไม่ได้มีจุดเด่นแค่ชื่อในตลาดหุ้น แต่มีฐานธุรกิจจากการลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปพลาสติกที่หลากหลาย ตั้งแต่ ฉนวนกันความร้อน–เย็น ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์พลาสติก
🔎 ทรัพย์สินสำคัญที่ต้องจับตา
🏭 โรงงานและสายการผลิต สำหรับผลิตสินค้าโพลีเมอร์และพลาสติก
⚙️ เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต รองรับผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง
🧪 เทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมวัสดุ
🚗 ฐานการผลิตสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
📦 สินทรัพย์ที่รองรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์พลาสติก
🌏 การลงทุนในบริษัทย่อยและธุรกิจในเครือ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างแบบ Holding Company
📌 จุดที่น่าสนใจ: EPG มีธุรกิจที่เชื่อมโยงกับหลายอุตสาหกรรม ทำให้สินทรัพย์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโรงงาน แต่รวมถึง ฐานการผลิต เทคโนโลยี เครื่องจักร และการลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ
💥 คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุน:
ทรัพย์สินเหล่านี้สร้างรายได้และกำไรให้ EPG ได้มากแค่ไหน? ธุรกิจไหนเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก และแนวโน้มกำลังเติบโตหรือชะลอตัว?


กลุ่มบริษัทในเครือ EPG
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG มีลักษณะเป็น Holding Company ลงทุนในธุรกิจแปรรูปโพลิเมอร์และพลาสติก โดยมีธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ฉนวนยาง อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ และบรรจุภัณฑ์พลาสติก

  1. บริษัท แอร์โรเฟลกซ์ จำกัด (AFC)
    ดำเนินธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายฉนวนยางกันความร้อนและความเย็น ภายใต้แบรนด์ AEROFLEX ใช้ในงานก่อสร้างและอุตสาหกรรม โดยมีการส่งออกไปมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
  2. บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด (ARK)
    ดำเนินธุรกิจ ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ภายใต้แบรนด์ AEROKLAS โดยเน้นผลิตภัณฑ์สำหรับรถกระบะและอุปกรณ์เสริมยานยนต์
    บริษัท แอร์โรคลาสยังมีบริษัทย่อยในต่างประเทศ ได้แก่
    Aeroklas USA Inc. — สหรัฐฯ
    Aeroklas Australia Pty Ltd. — ออสเตรเลีย
    Aeroklas (Shanghai) Co., Ltd. — จีน
    Aeroklas Malaysia Sdn. Bhd. — มาเลเซีย
    TJM Products Pty. Ltd. — ออสเตรเลีย
    Flexiglass Challenge Pty. Ltd. — ออสเตรเลีย
    TJM Off-Road Products Inc. — สหรัฐฯ
    TJM Products MEA DMCC — สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
    นอกจากนี้มีการร่วมค้า Aeroklas Duys (Pty.) Limited ในแอฟริกาใต้
  3. บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด (EPP)
    ดำเนินธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม เช่น แก้วน้ำ กล่องอาหาร จาน และชาม ภายใต้แบรนด์ EPP และ eici โดยมีฐานการผลิตหลักอยู่ที่จังหวัดระยอง 2 แห่ง
  4. บริษัท อีพีจี อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ จำกัด
    เป็นหน่วยงาน/บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ การวิจัยและพัฒนา (R&D) สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ของกลุ่ม EPG ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์และพลาสติกที่มีนวัตกรรม
  5. บริษัทในกลุ่มต่างประเทศที่สำคัญ
    EPG ยังมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจต่างประเทศ เช่น
    TJM Products Pty. Ltd.
    Flexiglass Challenge Pty. Ltd.
    โดยอยู่ในสายธุรกิจ Aeroklas / Automotive Accessories และมีบริษัทต่อเนื่องในสหรัฐฯ และตะวันออกกลางด้วย

โครงสร้างธุรกิจแบบเข้าใจง่าย
EPG — Holding Company
⬇️
AFC / AEROFLEX → ฉนวนยางกันความร้อน-ความเย็น
ARK / AEROKLAS → อุปกรณ์ตกแต่งและชิ้นส่วนยานยนต์
EPP → บรรจุภัณฑ์พลาสติกอาหารและเครื่องดื่ม
EPG Innovation Center → วิจัยและพัฒนานวัตกรรม
TJM / Flexiglass และบริษัทย่อยต่างประเทศ → ขยายธุรกิจ Automotive Accessories ในต่างประเทศ
ข้อมูลของ EPG ระบุสมาชิกกลุ่มบริษัทหลักไว้ ได้แก่ EPG, Aeroflex, Aeroklas, Eastern Polypack, EPG Innovation Center รวมถึง TJM Products และ Flexiglass Challenge
จุดที่น่าสนใจสำหรับการวิเคราะห์ EPG: โครงสร้างรายได้ไม่ได้พึ่งธุรกิจเดียว แต่กระจายอยู่ใน 3 เสาหลัก—ฉนวน / Automotive / Packaging และมีฐานธุรกิจต่างประเทศผ่านเครือ Aeroklas ทำให้การวิเคราะห์ EPG ควรแยกดูผลประกอบการของ AFC, ARK และ EPP เป็นรายธุรกิจด้วย



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น EPG
Eastern Polymer Group หรือ บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็น Holding Company ที่มีธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ฉนวนยางกันความร้อน/เย็น Aeroflex, ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ Aeroklas และบรรจุภัณฑ์พลาสติก EPP
จากข้อมูลล่าสุดของบริษัทและ One Report สิ้นสุด 31 มีนาคม 2569 ประเมินความเสี่ยงสำคัญของ EPG ได้ดังนี้

  1. ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบผันผวน
    ธุรกิจของ EPG ใช้วัตถุดิบประเภท Polymer และวัตถุดิบปิโตรเคมีเป็นส่วนสำคัญ หากราคาน้ำมัน ราคาปิโตรเคมี หรือวัตถุดิบพลาสติกปรับตัวขึ้นเร็ว บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและอัตรากำไร โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่สามารถปรับราคาขายให้ลูกค้าได้ทัน
    บริษัทเองจัดให้ ความเสี่ยงจากการจัดหาวัตถุดิบและราคาวัตถุดิบที่ผันผวน เป็นหนึ่งในความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่ต้องติดตาม
  2. ความเสี่ยงจากอุตสาหกรรมยานยนต์
    ธุรกิจ Aeroklas มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมยานยนต์ ดังนั้นหากยอดผลิตรถยนต์ การส่งออก หรือกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง อาจกระทบคำสั่งซื้อของบริษัท
    ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจาก อุปสงค์ต่างประเทศที่ไม่สม่ำเสมอ การแข่งขันจากประเทศผู้ผลิตอื่น และต้นทุนทางการเงินที่สูง ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นปัจจัยท้าทายต่อภาคอุตสาหกรรมโดยตรง
  3. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและการค้า
    EPG มีธุรกิจและลูกค้าในต่างประเทศ จึงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้า ภาษีนำเข้า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และ Supply Chain
    โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้า หากประเทศคู่ค้าปรับขึ้นภาษีนำเข้าหรือออกมาตรการใหม่ อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือความสามารถในการแข่งขันของสินค้าลดลง
  4. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
    รายได้และต้นทุนของ EPG บางส่วนอยู่ในสกุลเงินต่างประเทศ การเคลื่อนไหวของเงินบาทเมื่อเทียบกับ USD และสกุลเงินอื่นจึงสามารถกระทบทั้งรายได้ กำไร และมูลค่าของรายการทางการเงินได้
    บริษัทจัด ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เป็นหนึ่งใน Financial Risks ที่ต้องบริหารจัดการ
  5. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
    ธุรกิจฉนวน ชิ้นส่วนยานยนต์ และบรรจุภัณฑ์มีคู่แข่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากคู่แข่งใช้กลยุทธ์ด้านราคา เพิ่มกำลังการผลิต หรือพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ อาจกดดันทั้งยอดขายและอัตรากำไรของ EPG
    โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่ต้องแข่งขันกับผู้ผลิตต้นทุนต่ำจากหลายประเทศ
  6. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี
    เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์และวัสดุมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่น EV, วัสดุน้ำหนักเบา วัสดุรีไซเคิล และกระบวนการผลิตอัตโนมัติ
    หากผลิตภัณฑ์ของบริษัทไม่สามารถตอบสนองเทคโนโลยีหรือความต้องการใหม่ได้ทัน อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน บริษัทจึงระบุ Technology Change Risk ไว้ในกรอบความเสี่ยงขององค์กร
  7. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้าหรือคู่ค้ารายสำคัญ
    การพึ่งพาลูกค้าหรือคู่ค้ารายใหญ่ทำให้หากมีการยกเลิกสัญญา ลดคำสั่งซื้อ หรือไม่ต่อสัญญา อาจกระทบรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
    บริษัทระบุ ความเสี่ยงจากการสิ้นสุดหรือไม่ต่อสัญญาของคู่ค้ารายสำคัญ เป็นหนึ่งใน Operational Risks
  8. ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้าและชื่อเสียง
    EPG จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำไปใช้งานในยานยนต์ อาคาร ระบบปรับอากาศ และบรรจุภัณฑ์ หากเกิดปัญหาคุณภาพ การเรียกคืนสินค้า หรือสินค้าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาจนำไปสู่ต้นทุนการแก้ไข การเคลม และผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า
    บริษัทจึงให้ความสำคัญกับ Product Quality Risk เป็นความเสี่ยงด้านปฏิบัติการโดยตรง
  9. ความเสี่ยงจากการลงทุนและขยายกำลังการผลิตในต่างประเทศ
    การขยายธุรกิจต่างประเทศช่วยสร้างโอกาสเติบโต แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านเงินลงทุน อัตราแลกเปลี่ยน กฎระเบียบ ภาษี แรงงาน และสภาวะเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ
    บริษัทจัด ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศและการขยายกำลังการผลิต เป็น Strategic Risk
  10. ESG และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
    ธุรกิจ Polymer และพลาสติกต้องเผชิญกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ทั้งเรื่องการใช้พลาสติก การจัดการของเสีย การรีไซเคิล และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
    หากกฎระเบียบเปลี่ยนเร็ว บริษัทอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปรับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่

🔎 ประเด็นที่นักลงทุน EPG ควรจับตาเป็นพิเศษ ผมให้น้ำหนัก 5 เรื่องนี้มากที่สุด

ความเสี่ยงผลกระทบที่ต้องจับตา
🛢️ ราคาวัตถุดิบกดดัน Gross Margin
🚗 ยานยนต์กระทบยอดขาย Aeroklas
🌎 เศรษฐกิจ/การค้าโลกกระทบคำสั่งซื้อและส่งออก
💱 ค่าเงินบาทกระทบกำไรจากต่างประเทศ
🏭 การแข่งขันกดดันราคาและอัตรากำไร

จุดที่น่าสนใจคือ แม้ความเสี่ยงเหล่านี้ยังมีอยู่ แต่ผลประกอบการปีบัญชี 2568/69 ของ EPG มียอดขาย 13,508 ล้านบาท ลดลง 2% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 62% จากปีก่อน สะท้อนว่าการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานมีบทบาทสำคัญต่อกำไรในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ บริษัทระบุว่า Aeroflex ยังเติบโต โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจากการลงทุนใน Semiconductor, Cloud และ Data Center แต่ก็ต้องติดตามผลกระทบจากนโยบายการค้าและต้นทุนโลจิสติกส์อย่างใกล้ชิด

🎯 สรุปมุมมองความเสี่ยง EPG
EPG ไม่ใช่หุ้นที่ความเสี่ยงมาจากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความเสี่ยงจาก “วัตถุดิบ + เศรษฐกิจโลก + ยานยนต์ + ค่าเงิน + การแข่งขัน”
สิ่งที่ควรติดตามต่อไปคือ ยอดขาย Aeroflex/Aeroklas, Gross Margin, ราคาวัตถุดิบ, ค่าเงินบาท, ยอดผลิตรถยนต์ และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ เพราะตัวเลขเหล่านี้จะช่วยบอกว่าการเติบโตของกำไรสามารถรักษาได้หรือไม่
ข้อมูลล่าสุดของบริษัทระบุว่า EPG มีอันดับเครดิต A-(tha) จาก Fitch Ratings Thailand และมีการเผยแพร่ One Report ปี 2568/69 รวมถึงงบปีล่าสุดบนเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท


ข้อมูล ณ วันที่ 04 ส.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท วิทูรปกรณ์ โฮลดิ้ง จำกัด1,679,999,80060.00
2นาย ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์70,400,1002.51
3นาย เฉลียว วิทูรปกรณ์67,610,6002.41
4บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด67,202,0512.40
5นาย ชำนาญ วิทูรปกรณ์48,800,0001.74
6นาย ธีระวัฒน์ วิทูรปกรณ์41,100,1001.47
7นาย เอกวัฒน์ วิทูรปกรณ์40,400,0001.44
8นาย ธนาวัฒน์ วิทูรปกรณ์29,400,0001.05
9นาง สมรวล วิทูรปกรณ์20,000,0000.71
10น.ส. เนาวรัตน์ วิทูรปกรณ์15,200,0000.54
11น.ส. รุ่งระวี วิทูรปกรณ์14,700,0000.53

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย วัชรา ตันตริยานนท์ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
2นาย เฉลียว วิทูรปกรณ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
3นาย ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, รองประธานกรรมการ
4นาย ชำนาญ วิทูรปกรณ์กรรมการ
5นาย ธีระวัฒน์ วิทูรปกรณ์กรรมการ
6นาย เอกวัฒน์ วิทูรปกรณ์กรรมการ
7นาย ชัยวัฒน์ อัศวินทรางกูรกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
8นาย ธนะชัย สันติชัยกูลกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
9นาย ศักรินทร์ ภูมิรัตนกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น EPG
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
EPG พัฒนาจากผู้ผลิตฉนวนยางกันความร้อน/เย็น ไปสู่กลุ่มธุรกิจวัสดุและผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์ที่มีฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจุบันโครงสร้างธุรกิจหลักประกอบด้วย Aeroflex, Aeroklas และ EPP
🔹 พัฒนาการสำคัญในช่วงที่ผ่านมา

  1. ขยายธุรกิจจากฉนวนสู่ 3 ธุรกิจหลัก
    EPG ใช้ความเชี่ยวชาญด้าน Polymer และเทคโนโลยีการผลิตต่อยอดไปยัง
    Aeroflex — ฉนวนยางกันความร้อน/เย็น
    Aeroklas — ชิ้นส่วน อุปกรณ์ และตกแต่งยานยนต์
    EPP — บรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์พลาสติก
    ทำให้บริษัทมีฐานรายได้กระจายมากกว่าการพึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเพียงอย่างเดียว
  2. Aeroflex เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ
    ธุรกิจฉนวน Aeroflex ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของ EPG โดยบริษัทระบุว่าในปีบัญชี 2568/69 ธุรกิจเติบโตตามเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนใน Semiconductor, Cloud และ Data Center
  3. เร่งสร้าง New S-Curve ผ่านนวัตกรรม
    บริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และรองรับแนวโน้มโลกด้านการประหยัดพลังงานและความยั่งยืน
  4. Aeroklas ปรับตัวรับตลาดยานยนต์ที่ฟื้นตัวช้า
    ธุรกิจชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์เผชิญความต้องการจากลูกค้า OEM ที่ยังจำกัดและการแข่งขันสูง บริษัทจึงเน้น ปรับโครงสร้างต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเตรียมรองรับการฟื้นตัวของตลาดในระยะต่อไป
  5. ธุรกิจ 4 Way Suspension เริ่มเห็นการฟื้นตัว
    บริษัทระบุว่าผลการดำเนินงานของ 4 Way Suspension Products Pty., Ltd. ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าใหม่ทั้งในออสเตรเลียและตลาดต่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเสริมโอกาสการเติบโตของกลุ่มธุรกิจยานยนต์
  6. EPP เน้นเพิ่มประสิทธิภาพและขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรม
    ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก EPP เดินหน้าควบคุมต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และใช้มาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น
  7. ปีบัญชี 2568/69 กำไรฟื้นตัวโดดเด่น
    ผลการดำเนินงานปีบัญชีสิ้นสุด 31 มีนาคม 2569 EPG มี รายได้จากการขาย 13,508 ล้านบาท ลดลง 2% แต่กำไรสุทธิ 1,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 62% YoY สะท้อนผลจากการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น
  8. เดินหน้าคุมต้นทุนด้วยแนวคิด “USE”
    EPG ใช้นโยบาย U – Utilization, S – Save และ E – Efficiency เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน
  9. เปลี่ยนผ่านผู้นำเพื่อสานต่อการเติบโต
    ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 EPG ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ พร้อมเดินหน้าสานต่อแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะที่บริษัทมุ่งใช้จุดแข็งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก
  10. ไตรมาส 1 ปีบัญชี 2569/70 มีการรายงานผลล่าสุดแล้ว
    EPG เผยแพร่ผลการดำเนินงานและ MD&A ไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่ควรติดตามต่อจากผลประกอบการปีบัญชี 2568/69

📌 สรุปภาพรวม EPG
จุดเปลี่ยนสำคัญของ EPG คือการขยับจากธุรกิจฉนวนไปสู่ “กลุ่มวัสดุโพลีเมอร์ที่เน้นนวัตกรรม” พร้อมกระจายธุรกิจไปยังยานยนต์และบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ช่วงล่าสุดบริษัทให้ความสำคัญกับ การเพิ่ม Margin, ลดต้นทุน, New S-Curve และตลาดต่างประเทศ มากขึ้น
ประเด็นที่น่าจับตาต่อ: การเติบโตของ Aeroflex ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Data Center/Cloud, การฟื้นตัวของตลาดยานยนต์และ Aeroklas, การเติบโตของ EPP และความสามารถในการรักษาระดับกำไรหลังจากกำไรสุทธิปี 2568/69 เพิ่มขึ้นถึง 62%


งบปี 256701 เม.ย. 2566 – 31 มี.ค. 2567งบปี 256801 เม.ย. 2567 – 31 มี.ค. 2568งบปี 256901 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 2569ไตรมาส 1/256901 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 2568ไตรมาส 1/257001 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด1,359.051,848.702,447.572,561.702,446.06
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ2,451.292,468.582,237.862,494.992,361.41
สินค้าคงเหลือ3,791.413,770.423,797.883,651.834,463.36
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน7,778.078,253.548,934.718,876.039,443.72
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ5,704.085,359.845,312.495,314.545,328.06
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน12,022.6011,633.2611,953.4611,679.8512,165.62
รวมสินทรัพย์19,800.6719,886.8020,888.1720,555.8821,609.33
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม1,214.341,870.942,060.391,871.242,059.40
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ1,850.001,570.801,725.701,666.692,022.10
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี359.83889.78436.05950.01436.07
รวมหนี้สินหมุนเวียน3,731.934,623.524,543.604,811.004,891.35
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน3,580.082,669.082,875.282,986.162,770.93
รวมหนี้สิน7,312.027,292.597,418.887,797.167,662.28
ทุนจดทะเบียน2,800.002,800.002,800.002,800.002,800.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า2,800.002,800.002,800.002,800.002,800.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น3,274.183,274.183,274.183,274.183,274.18
กำไร(ขาดทุน)สะสม5,831.356,179.347,054.466,445.957,496.25
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น530.58283.85271.54178.54303.48
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน695.52695.52695.52695.52695.52
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่12,436.1112,537.3713,400.1812,698.6713,873.92
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย52.5456.8469.1160.0573.14

งบปี 256701 เม.ย. 2566 – 31 มี.ค. 2567งบปี 256801 เม.ย. 2567 – 31 มี.ค. 2568งบปี 256901 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 2569ไตรมาส 1/256901 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 2568ไตรมาส 1/257001 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ13,227.1013,863.6213,580.913,353.733,662.26
รายได้อื่น95.88114.52124.3730.6237.99
รวมรายได้13,322.9913,978.1413,705.293,384.353,700.25
ต้นทุน8,998.899,218.609,004.822,213.462,304.02
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร3,102.473,510.503,357.98855.39919.48
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย12,393.9713,053.6812,457.523,113.233,270.31
EBITDA2,413.962,079.452,613.11566.14795.54
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย987.941,035.561,033.52257.63269.63
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้1,426.021,043.891,579.59308.51525.91
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,187.07795.991,295.12266.61441.80
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.420.280.460.100.16

งบปี 256701 เม.ย. 2566 – 31 มี.ค. 2567งบปี 256801 เม.ย. 2567 – 31 มี.ค. 2568งบปี 256901 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 2569ไตรมาส 1/256901 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 2568ไตรมาส 1/257001 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน2,050.961,096.962,371.54605.08158.58
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-665.82-388.80-886.64-150.8546.63
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-1,067.04-316.89-812.21263.45-201.93
เงินสดสุทธิ318.10391.27672.68717.683.27

งบปี 256801 เม.ย. 2567 – 31 มี.ค. 2568งบปี 256901 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 2569ไตรมาส 1/256901 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 2568ไตรมาส 1/257001 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)5.645.775.525.72
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)64.7663.2566.0963.81
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)2.442.382.412.24
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)149.70153.39151.67162.83
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)5.395.465.224.93
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)67.7266.8169.9274.02
วงจรเงินสด (วัน)146.74149.82147.84152.63

🎯 แนวรับ–แนวต้าน

ระดับมุมมอง
6.00–6.10🟢 แนวรับหลัก
6.15–6.20🟡 แนวรับระยะสั้น / จุดวัดใจ
6.30–6.40🔴 แนวต้านแรก
6.50🔥 แนวต้านสำคัญ
6.70🚀 High เดิม / Breakout Zone

เกมสำคัญอยู่ที่ 6.50–6.70 บาท เพราะเป็นบริเวณยอดเดิมและใกล้ High 52 สัปดาห์ที่ 6.70 บาท

🚀 แผนเทคนิคที่น่าจับตา
Bullish Scenario:
ถ้า EPG ยืนเหนือ 6.30–6.40 บาท ได้ และมีวอลุ่มกลับเข้ามา → มีโอกาสขึ้นทดสอบ 6.50 บาท อีกครั้ง
หาก ทะลุ 6.50 บาทพร้อมวอลุ่มหนาแน่น จะเป็นสัญญาณ Breakout ที่น่าสนใจ และด่านถัดไปคือ 6.70 บาท
หากผ่าน 6.70 บาทได้แบบมี Volume สนับสนุน จะถือว่าเป็นการทำ New High ในรอบ 52 สัปดาห์ และโมเมนตัมขาขึ้นจะกลับมาเด่นมากขึ้น
Bearish Scenario:
ถ้าหลุด 6.15–6.10 บาท พร้อมวอลุ่มขายเพิ่มขึ้น ต้องระวังแรงขายกดลงทดสอบ 6.00 บาท และถ้าหลุด 6.00 บาท ภาพสั้นจะเริ่มเสียทรง
🔥 สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
EPG ยังไม่เสียทรง แต่กำลังอยู่ในช่วงพักฐานหลังเจอแรงขายที่ 6.50 บาท
จุดชี้ชะตาอยู่ที่ 6.30–6.40 บาท
➡️ ยืนได้ = ลุ้นกลับไปชน 6.50 บาท
➡️ ผ่าน 6.50 = เปิดเกม Breakout
➡️ ผ่าน 6.70 พร้อม Volume = 🚀 โมเมนตัมขาขึ้นรอบใหม่
ขณะที่ด้านล่าง 6.10–6.00 บาท คือโซนที่ไม่ควรหลุดง่าย ๆ
คะแนนเทคนิค: 7/10 ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐
สถานะ: “พักตัวเพื่อเลือกทาง”
ตัวแปรสำคัญ: Volume + การยืนเหนือ 6.30–6.40 + Breakout 6.50/6.70
มุมมองนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่มี ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์
EPG ยังมีปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยหนุน Sentiment โดยผลประกอบการไตรมาส 1 ปีบัญชี 2570 ที่มีการรายงานล่าสุดมีกำไรสุทธิ 441.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และ EPS อยู่ที่ 0.16 บาท


วิเคราะห์หุ้น EPG — บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
EPG เป็นหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่ม วัสดุ/พลาสติกแปรรูป เพราะมีธุรกิจหลัก 3 ขา ได้แก่ AEROFLEX ฉนวนยางกันความร้อนและความเย็น, AEROKLAS ชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์ และ EPP บรรจุภัณฑ์พลาสติก
🔥 ภาพรวมล่าสุด
ราคาหุ้น EPG ปิดวันที่ 21 ส.ค. 2569 ที่ 6.20 บาท โดยมีกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 2.76–6.70 บาท ขณะที่ SET แสดงค่า P/E 11.81 เท่า, P/BV 1.25 เท่า และ EV/EBITDA 6.97 เท่า ถือว่าระดับ Valuation ไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับระดับราคาที่กำลังเข้าใกล้จุดสูงสุดรอบปี
จุดที่โดดเด่นคือ กำไรไตรมาส 1/2570 เพิ่มขึ้นแรง โดยกำไรส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มจาก 266.61 ล้านบาท เป็น 441.80 ล้านบาท หรือเพิ่มประมาณ 65.7% YoY และ EPS เพิ่มจาก 0.095 บาท เป็น 0.158 บาท
📊 วิเคราะห์พื้นฐาน

ประเด็นมุมมอง
ธุรกิจ⭐⭐⭐⭐
การเติบโตของกำไร⭐⭐⭐⭐⭐
Valuation⭐⭐⭐⭐
ความแข็งแกร่งของแบรนด์⭐⭐⭐⭐
โมเมนตัมราคาหุ้น⭐⭐⭐⭐
ความเสี่ยง

  1. กำไรฟื้นตัวเด่นมาก
    นี่คือ จุดขายสำคัญที่สุดของ EPG ในตอนนี้
    กำไร Q1/2570 เพิ่มขึ้นกว่า 65% YoY ซึ่งสะท้อนว่าความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
    ขณะที่งวดปี 2569 บริษัทมีกำไรส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 1,295.12 ล้านบาท เพิ่มจาก 795.99 ล้านบาท ในปีก่อน หรือเพิ่มประมาณ 62.7%
    จึงเกิดภาพที่น่าสนใจคือ
    กำไรโต → Valuation ยังไม่แพง → ราคาหุ้นเข้าใกล้ High เดิม
  2. จุดแข็งคือมีธุรกิจหลายขา
    EPG ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจเดียว
    AEROFLEX
    ธุรกิจฉนวนยางกันความร้อนและความเย็น เป็นธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีโอกาสได้ประโยชน์จากการลงทุนด้านอาคาร ระบบปรับอากาศ และการประหยัดพลังงาน
    AEROKLAS
    เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ตกแต่งและชิ้นส่วนรถยนต์ ทำให้ได้รับประโยชน์หากตลาดยานยนต์และตลาดส่งออกฟื้นตัว
    EPP
    ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ช่วยกระจายฐานรายได้ของกลุ่ม
    โครงสร้างดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค EPG
ภาพกราฟช่วงล่าสุดถือว่า ยังอยู่ในโซนแข็งแรง แต่กำลังชนแนวต้านสำคัญ
ราคาขึ้นไปแตะ 6.70 บาท ในเดือน ก.ค. ก่อนพักตัวลงมาบริเวณ 6 บาท และล่าสุดกลับมาที่ 6.20 บาท
ที่น่าสนใจคือช่วงกลางเดือน ส.ค. มีแรงซื้อกลับชัดเจน เช่น
13 ส.ค. ปิด 6.15 บาท +5.13% วอลุ่ม 39.62 ล้านหุ้น
18 ส.ค. ปิด 6.30 บาท +3.28% วอลุ่ม 37.52 ล้านหุ้น
19 ส.ค. ปิด 6.40 บาท +1.59% วอลุ่ม 26.53 ล้านหุ้น
แสดงให้เห็นว่าเมื่อราคาย่อลงบริเวณ 5.7–6.0 บาท ยังมีแรงรับกลับเข้ามา
แนวรับสำคัญ
6.10–6.20 บาท
เป็นโซนที่ควรจับตา หากยืนได้ โครงสร้างระยะสั้นยังดูดี
5.90–6.00 บาท
แนวรับถัดไป หากหลุด 6.00 บาท โมเมนตัมระยะสั้นจะเริ่มอ่อนตัว
5.70–5.85 บาท
แนวรับสำคัญจากฐานล่าสุด
แนวต้าน
6.40–6.50 บาท
เป็นด่านแรกที่ราคากำลังทดสอบหลายครั้ง
6.65–6.70 บาท ⭐
แนวต้านสำคัญมาก เพราะเป็นบริเวณ High รอบ 52 สัปดาห์
🚀 จุดที่ต้องจับตา: Breakout 6.70 บาท
สำหรับสายเทคนิค 6.70 บาทคือ Key Level
หาก EPG สามารถ
ทะลุ 6.70 บาท + ปิดเหนือแนวต้าน + วอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
จะเป็นสัญญาณ Breakout ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์
และมีโอกาสเปิด Upside ไปทดสอบโซนจิตวิทยา
7.00 → 7.20 → 7.50 บาท
แต่ถ้าขึ้นชน 6.50–6.70 บาทแล้ว วอลุ่มไม่ตาม ต้องระวังแรงขายทำกำไร เพราะบริเวณนี้มี Supply จากรอบก่อนค่อนข้างชัด
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
ราคาหุ้นเข้าใกล้ High 52 สัปดาห์
แม้พื้นฐานดี แต่การซื้อบริเวณแนวต้านมีความเสี่ยงต่อแรงขายทำกำไร
ราคาวัตถุดิบ
ธุรกิจพลาสติกและผลิตภัณฑ์แปรรูปมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนวัตถุดิบ หากต้นทุนเพิ่มเร็วกว่าการปรับราคาขาย อัตรากำไรอาจถูกกดดัน
ตลาดยานยนต์
ธุรกิจ AEROKLAS เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมยานยนต์และตลาดส่งออก จึงมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและยอดขายรถยนต์
ค่าเงินบาทและตลาดต่างประเทศ
ธุรกิจที่มีการส่งออกย่อมได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า
🎯 สรุปมุมมอง EPG
EPG = หุ้นพื้นฐานกำลังฟื้น + กำไรโตแรง + กราฟกำลังสะสมกำลังเพื่อทดสอบ High เดิม
สิ่งที่ทำให้ EPG น่าสนใจตอนนี้ไม่ใช่แค่กราฟ แต่คือ กำไร Q1/2570 ที่เติบโตถึงประมาณ 66% YoY ขณะที่ราคาหุ้นยังอยู่ไม่ไกลจากจุดสูงสุด 52 สัปดาห์
🔥 กลยุทธ์ที่น่าจับตา
เชิงรุก:
รอ Breakout 6.50–6.70 บาท พร้อมวอลุ่มหนุน
เชิงรับ:
จับตาการย่อบริเวณ 6.00–6.20 บาท
สัญญาณบวก:
ยืนเหนือ 6.40 บาทได้ และกลับไปทดสอบ 6.70 บาทด้วย Volume เพิ่ม
สัญญาณต้องระวัง:
หลุด 6.00 บาท และโดยเฉพาะ 5.70–5.85 บาท
ภาพรวม: 🟢 Bullish / เก็งกำไรเชิงบวก แต่จุดชี้ขาดคือการผ่าน 6.70 บาท
หมายเหตุ: ระดับแนวรับ–แนวต้านเป็นการประเมินจากพฤติกรรมราคาและวอลุ่มย้อนหลัง ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และควรพิจารณางบการเงินฉบับเต็มประกอบการลงทุนด้วย


Disclaimer

ใส่ความเห็น