วิเคราะห์ หุ้น DOD บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น DOD บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น DOD บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) DOD อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น DOD
บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ดำเนินธุรกิจหลักเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้กับลูกค้าภายใต้แบรนด์ของลูกค้า ดังนั้นทรัพย์สินสำคัญของบริษัทจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับ โรงงานผลิต เครื่องจักร อุปกรณ์ ห้องปฏิบัติการ และทรัพย์สินที่ใช้สนับสนุนการผลิต

สินทรัพย์ที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน
นอกจากทรัพย์สินในโรงงานแล้ว ยังมีสินทรัพย์สนับสนุน เช่น
เครื่องคอมพิวเตอร์และระบบ IT
เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน
ยานพาหนะ
อุปกรณ์สำนักงาน
ระบบสาธารณูปโภคภายในโรงงาน
เครื่องมือและอุปกรณ์อื่น ๆ
มุมมองสำหรับนักลงทุน
จุดที่น่าสนใจของ DOD คือเป็นธุรกิจที่มีสินทรัพย์จริงรองรับการผลิต โดยเฉพาะโรงงาน เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสร้างรายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
แต่สำหรับการวิเคราะห์ DOD ในเชิงลงทุน ควรดูต่ออีก 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่
① โรงงานและเครื่องจักรถูกใช้เต็มกำลังการผลิตหรือไม่
หาก Capacity Utilization ต่ำ สินทรัพย์จำนวนมากอาจสร้างผลตอบแทนได้ไม่เต็มที่
② มีการลงทุนในเครื่องจักรและโรงงานเพิ่มมากน้อยแค่ไหน
หากลงทุนสูงแต่รายได้ไม่โต อาจกดดันกระแสเงินสดและผลตอบแทนต่อสินทรัพย์
③ คุณภาพของสินทรัพย์และภาระผูกพัน
โดยเฉพาะที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และรายการเงินมัดจำ/เงินจ่ายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาทรัพย์สิน ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด
ที่สำคัญ ก.ล.ต. ระบุเมื่อ 25 มิถุนายน 2569 ว่าผู้สอบบัญชีไม่สามารถได้รับหลักฐานการสอบบัญชีที่เพียงพอเกี่ยวกับรายการบางส่วนในงบไตรมาส 1/2569 รวมถึง เงินมัดจำเพื่อซื้อที่ดินที่มีภาระจำนอง เงินจ่ายล่วงหน้าค่าก่อสร้างอาคาร เงินจ่ายล่วงหน้าวัตถุดิบ เครื่องจักร และบริการ และ ก.ล.ต. ได้สั่งให้บริษัทดำเนินการร่วมกับผู้สอบบัญชีเพื่อแก้ไขงบการเงินดังกล่าว
ดังนั้น หากมอง DOD แบบนักลงทุน “ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ” ไม่ควรดูแค่จำนวนโรงงานและเครื่องจักร แต่ควรตรวจสอบด้วยว่าสินทรัพย์เหล่านั้นสร้างรายได้และกระแสเงินสดได้จริงเพียงใด รวมถึงสถานะของรายการจ่ายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน

โรงงานและอาคาร
DOD มีโรงงานและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยที่ตั้งบริษัทอยู่ที่ 111 หมู่ 2 ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับกระบวนการผลิตและรองรับมาตรฐานด้านการผลิตอาหารเสริม

เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
เป็นทรัพย์สินหลักของธุรกิจ เช่น
เครื่องจักรสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
เครื่องผสมวัตถุดิบ
เครื่องบรรจุ
เครื่องผลิต/ขึ้นรูปผลิตภัณฑ์
อุปกรณ์ควบคุมคุณภาพ
อุปกรณ์ในสายการผลิต
เครื่องมือและอุปกรณ์สนับสนุนโรงงาน
กล่าวง่าย ๆ คือ เครื่องจักรเป็นหัวใจของโรงงาน DOD เพราะบริษัทมีรายได้จากการรับผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์ของลูกค้า

ห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพ
DOD จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ การวิจัย พัฒนา และตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ เช่น การตรวจสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
จุดนี้มีความสำคัญต่อธุรกิจ OEM เพราะคุณภาพและมาตรฐานการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาฐานลูกค้า

ที่ดินและทรัพย์สินประกอบโรงงาน
ทรัพย์สินของบริษัทไม่ได้มีเพียงเครื่องจักร แต่ยังรวมถึง ที่ดิน อาคาร และส่วนปรับปรุงโรงงาน ซึ่งใช้รองรับการผลิตและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
ข้อมูลในเอกสารที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. ระบุว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมี สินทรัพย์ถาวรที่ใช้ในการประกอบธุรกิจประมาณ 508.73 ล้านบาท และมีทุนประกันทรัพย์สินรวมประมาณ 630.94 ล้านบาท
หมายเหตุ: ตัวเลข 508.73 ล้านบาทเป็นข้อมูล ณ สิ้นปี 2565 ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นมูลค่าสินทรัพย์ถาวรล่าสุดในปี 2568/2569


หุ้น DOD – บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) โครงสร้างกลุ่มบริษัทมีการปรับเปลี่ยนค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นหากต้องการดู “บริษัทในเครือ” ควรแยกระหว่าง บริษัทย่อยในอดีต กับ โครงสร้างที่ยังดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน โดยข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้จากเอกสารบริษัท/ก.ล.ต. มีประเด็นสำคัญดังนี้
กลุ่มบริษัท DOD

บริษัท สยาม เฮอเบิล เทค จำกัด
จัดตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกิจด้าน สารสกัดจากพืชสมุนไพร รวมถึงกัญชง-กัญชาและพืชสมุนไพรไทย โดยเดิมถูกวางให้เป็นธุรกิจต้นน้ำด้านสารสกัดของกลุ่ม แต่มีผลขาดทุนต่อเนื่อง และ DOD ระบุภายหลังว่าหยุดดำเนินงานและเข้าสู่กระบวนการขายทรัพย์สิน

บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) – DOD
เป็นบริษัทแม่และธุรกิจหลักของกลุ่ม เน้น ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบ OEM รวมถึงงานพัฒนาสูตร วิจัยและผลิตสินค้า และบริการแบบครบวงจร โดยบริษัทระบุว่าโรงงานมีมาตรฐานการผลิตระดับสากล

บริษัท ดีโอดี เฮ้ลท์ตี้ไลฟ์ จำกัด
เป็นบริษัทย่อยที่ DOD เคยใช้เป็นโครงสร้างสำหรับลงทุนในธุรกิจต่อเนื่อง โดยในอดีตถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 99.99% และเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใน PCCA Laboratory

บริษัท พีซีซีเอ แล็บบอราเทอรี่ จำกัด (PCCA Laboratory)
ธุรกิจหลักคือ ผลิตเครื่องสำอางและสกินแคร์แบบ OEM ครอบคลุมตั้งแต่พัฒนาสูตร วิจัย ผลิต ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการดำเนินการด้าน อย. เดิม DOD ลงทุนผ่าน DOD Healthy Life
อย่างไรก็ตาม จุดนี้ต้องระวัง: ในปี 2567 DOD เปิดเผยการ ปรับโครงสร้างธุรกิจและหยุดดำเนินงานบริษัทย่อยบางแห่ง พร้อมดำเนินการขายทรัพย์สินของทั้ง สยาม เฮอเบิล เทค และ PCCA Laboratory ดังนั้น PCCA ไม่ควรถูกนับเป็นธุรกิจหลักที่กำลังขยายตัวของ DOD ในปัจจุบันโดยอัตโนมัติ
บริษัทที่เคยอยู่ในโครงสร้างกลุ่ม
จากเอกสารที่เปิดเผยในอดีต ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 DOD มีบริษัทย่อยทางตรง 8 แห่ง ได้แก่


และมีบริษัทย่อยทางอ้อม 2 แห่ง คือ PCCA Laboratory และ Auswell Life ตามข้อมูลที่เปิดเผยในปี 2566 ประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุน DOD สิ่งที่น่าสนใจคือ DOD กำลังมีลักษณะ “ลดความซับซ้อนของโครงสร้างกลุ่ม” มากกว่าการเร่งขยายบริษัทย่อยจำนวนมากเหมือนในอดีต โดยมีการปรับโครงสร้างและหยุดธุรกิจที่ขาดทุน เช่น Siam Herbal Tech และ PCCA เพื่อมุ่งเน้นธุรกิจหลักมากขึ้น
ดังนั้น หากวิเคราะห์ DOD ในมุมลงทุน ผมจะแบ่งเป็น 3 แกน:
ธุรกิจหลัก → โรงงาน OEM อาหารเสริม
ธุรกิจต่อยอด → Health & Beauty / OEM เครื่องสำอาง
ธุรกิจที่ต้องจับตา → การลดขาดทุนจากบริษัทย่อยและการขายสินทรัพย์
ทั้งนี้ DOD มีรายงานประจำปี 2568 ที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. แล้วเมื่อ 19 มีนาคม 2569 ดังนั้นถ้าต้องการดู “โครงสร้างบริษัทในเครือ DOD ณ ปี 2569 แบบล่าสุดจริง ๆ พร้อม % การถือหุ้นของแต่ละบริษัท และสถานะว่าบริษัทไหนยังดำเนินงาน/เลิกกิจการ/ขายออกไปแล้ว” ควรอ้างอิง One Report 2568 เป็นหลัก



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น DOD
DOD หรือ DOD มีธุรกิจหลักคือรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์ของลูกค้า (OEM) ดังนั้นความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่เรื่องยอดขาย แต่รวมถึง การแข่งขันสูง การพึ่งพาลูกค้า ต้นทุนวัตถุดิบ กฎระเบียบ และความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน/การกำกับดูแล ด้วย โดย SET ระบุว่าปัจจุบัน DOD มีลักษณะธุรกิจเป็นผู้รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า

🟠 ความเสี่ยงจากสภาพคล่องของหุ้น
หุ้น DOD มีขนาด Market Cap ประมาณ 500 กว่าล้านบาท และปริมาณการซื้อขายบางวันค่อนข้างเบาบาง
หุ้นขนาดเล็กที่สภาพคล่องไม่สูงมีความเสี่ยงว่า หากเกิดข่าวลบ นักลงทุนอาจขายพร้อมกัน ทำให้ราคา ปรับตัวลงเร็วและ Bid/Offer บาง ได้

🔴 ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ตลาดอาหารเสริมมีผู้ผลิตจำนวนมาก ทั้งโรงงาน OEM รายใหญ่ รายกลาง และผู้ประกอบการรายใหม่ การแข่งขันอาจทำให้ลูกค้ามีอำนาจต่อรองสูงขึ้น และกดดัน ราคาขายและอัตรากำไร ของ DOD
จุดที่ต้องระวังคือ หากโรงงานคู่แข่งเสนอราคาถูกกว่า หรือมีสูตร/นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดีกว่า ลูกค้าอาจเปลี่ยนผู้ผลิตได้

🔴 ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้า
โมเดล OEM แตกต่างจากธุรกิจที่มีแบรนด์ของตัวเอง เพราะ DOD ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของลูกค้า
ดังนั้นหากลูกค้ารายใหญ่ลดคำสั่งซื้อ เปลี่ยนโรงงาน หรือสินค้าของลูกค้าขายไม่ดี จะกระทบยอดผลิตและรายได้ของ DOD โดยตรง
ประเด็นที่นักลงทุนควรจับตา:
รายได้จากลูกค้ารายใหญ่กระจุกตัวหรือไม่
ลูกค้าใหม่เข้ามาชดเชยลูกค้าเดิมได้หรือไม่
Utilization ของโรงงานเพิ่มขึ้นหรือไม่

🟠 ความเสี่ยงจากกระแสสินค้าและพฤติกรรมผู้บริโภค
ธุรกิจอาหารเสริมมีลักษณะ Trend-driven ค่อนข้างสูง เช่น สินค้ากลุ่มคุมอาหาร สุขภาพ ความงาม วิตามิน หรือสารสกัดบางชนิดอาจได้รับความนิยมในช่วงหนึ่งแล้วลดลงอย่างรวดเร็ว
หาก DOD หรือแบรนด์ลูกค้าปรับตัวไม่ทัน อาจเกิด กำลังการผลิตว่าง + สินค้าคงเหลือสูงขึ้น + รายได้ชะลอตัว

🟠 ความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต
ต้นทุนของ DOD ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ สารสกัด บรรจุภัณฑ์ ค่าแรง และพลังงาน
หากราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาขายให้ลูกค้าได้ทัน จะเกิดแรงกดดันต่อ Gross Margin และกำไรสุทธิ
โดยเฉพาะธุรกิจ OEM ที่ลูกค้ามีทางเลือกในการเปลี่ยนผู้ผลิต ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญ

🔴 ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและคุณภาพสินค้า
อาหารเสริมเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ จึงมีข้อกำหนดด้านการผลิต คุณภาพ ฉลาก การโฆษณา และส่วนประกอบ
หากเกิดปัญหา เช่น
สินค้าไม่ได้มาตรฐาน
วัตถุดิบมีปัญหา
ฉลากหรือการโฆษณาไม่ถูกต้อง
ต้องเรียกคืนสินค้า
อาจนำไปสู่ ต้นทุนเรียกคืนสินค้า ค่าเสียหาย ชื่อเสียงเสียหาย และสูญเสียลูกค้า

🔴 ความเสี่ยงด้านผลประกอบการและกระแสเงินสด
ข้อมูล SET ระบุว่า ณ กรกฎาคม 2569 DOD มี EBITDA ติดลบประมาณ 9.33 ล้านบาท ขณะที่ P/E อยู่ในระดับสูงประมาณ 50 เท่า และ P/BV ประมาณ 0.56 เท่า
จุดนี้ทำให้ต้องระวังว่า กำไรที่นักลงทุนคาดหวังในอนาคตจะกลับมาแข็งแรงได้หรือไม่ เพราะธุรกิจที่กำไรจากการดำเนินงานอ่อนแอจะมีความอ่อนไหวต่อยอดขายและต้นทุนค่อนข้างมาก

🔴 ความเสี่ยงด้านงบการเงินและการกำกับดูแล — ประเด็นสำคัญมาก
ประเด็นนี้ถือว่าเป็น Red Flag ที่นักลงทุน DOD ต้องติดตามเป็นพิเศษในปัจจุบัน
ก.ล.ต. แจ้งเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ให้ DOD ให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีในการสอบทานงบการเงินไตรมาส 1/2569 และให้นำส่งงบการเงินฉบับแก้ไข
ต่อมา ก.ล.ต. ได้ ขยายกำหนดเวลานำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569
ขณะเดียวกัน SET แสดงสถานะ DOD เป็น SP (Suspension) ในข้อมูลวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ขณะที่บางข้อมูลในเดือนกรกฎาคมแสดงสถานะซื้อขายปกติ/Closed จึงควรตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อนตัดสินใจลงทุน
ประเด็นนี้สำคัญกว่าความเสี่ยงธุรกิจทั่วไป เพราะเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของตัวเลขทางการเงินและความเชื่อมั่นของนักลงทุน


🔥 สรุปความเสี่ยง DOD แบบนักลงทุน

🎯 มุมมองสุดท้าย
ความเสี่ยงของ DOD ในตอนนี้ไม่ได้มีเพียง “ธุรกิจอาหารเสริมแข่งขันสูง” แต่ประเด็นที่ต้องให้น้ำหนักมากที่สุดคือเรื่องงบการเงินและการสอบทานงบ Q1/2569 เพราะ ก.ล.ต. มีการแจ้งให้บริษัทดำเนินการและต่อมาขยายเวลาการนำส่งงบฉบับแก้ไข
ดังนั้น หากมองแบบนักลงทุน “ความเสี่ยงสูงกว่าหุ้น OEM ทั่วไป” จนกว่าจะเห็นงบฉบับแก้ไขและรายละเอียดจากบริษัท/ผู้สอบบัญชีชัดเจน
สิ่งที่ควรติดตามต่อคือ งบ Q1/2569 ฉบับแก้ไข → ความเห็นผู้สอบบัญชี → รายการที่ถูกแก้ไข → EBITDA/กำไร → กระแสเงินสด → ลูกหนี้และสินค้าคงเหลือ เพราะ 6 จุดนี้จะช่วยบอกได้ว่าปัญหาของ DOD เป็นเพียงเรื่องทางบัญชี หรือสะท้อนปัญหาพื้นฐานของธุรกิจด้วย


ข้อมูล ณ วันที่ 16 มี.ค. 2569


ผู้บริหาร


พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น DOD
บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน)
บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD มีพัฒนาการจากผู้รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไปสู่ธุรกิจที่ครอบคลุมทั้ง การวิจัยและพัฒนาสูตร การผลิตสารสกัด การผลิตอาหารเสริม และการสร้างแบรนด์สินค้า โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
🔹 จุดเริ่มต้นและการเข้าสู่ธุรกิจอาหารเสริม
บริษัทก่อตั้งในปี 2554 เดิมใช้ชื่อ “บริษัท ไทย เลิร์นนิ่ง อินโนเวชั่น จำกัด” และเริ่มต้นจากธุรกิจจำหน่ายสื่อการสอน ก่อนเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บริษัทพัฒนาธุรกิจไปสู่รูปแบบ One Stop Service ตั้งแต่การพัฒนาสูตร ออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการผลิตและการขึ้นทะเบียน อย.
🔹 ปี 2559–2560 : ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับมาตรฐาน
บริษัทเพิ่มทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนใน โรงงานสารสกัด ขยายโรงงาน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สำหรับกิจการผลิตสารสกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ได้รับมาตรฐานด้านการผลิต เช่น HACCP, GMP Codex และ ISO 22000 ช่วยยกระดับศักยภาพการผลิตสู่มาตรฐานสากล
🔹 ปี 2561 : จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ — เข้าตลาด mai
DOD เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 110 ล้านหุ้น ราคา 9.30 บาทต่อหุ้น ระดมทุนได้ประมาณ 1,023 ล้านบาท
เงินที่ได้ถูกนำไปใช้สำหรับ โรงงานสารสกัดแห่งที่ 2 ห้องปฏิบัติการวิจัย พัฒนาสินค้าใหม่ ชำระหนี้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
วันที่ 20 มิถุนายน 2561 หุ้น DOD เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai
บริษัทเริ่มขยายความร่วมมือด้านสมุนไพรไทย และมีแผนผลักดันผลิตภัณฑ์สมุนไพรเข้าสู่ตลาดสากล
🔹 ปี 2562 : ขยายธุรกิจจากอาหารเสริมสู่เครื่องสำอางและสารสกัด
บริษัทเดินหน้าขยายโครงสร้างธุรกิจผ่านบริษัทย่อยหลายแห่ง เช่น
ลงทุนใน PCCA Laboratory ธุรกิจรับจ้างผลิตเครื่องสำอางแบบครบวงจร
จัดตั้ง DOD Healthy Life
จัดตั้ง Altima Life เพื่อทำธุรกิจเครือข่าย
จัดตั้ง HY DOD เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
จัดตั้ง Siam Herbal Tech เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตสารสกัด โดย DOD ถือหุ้นเกือบทั้งหมด
จุดสำคัญ: กลยุทธ์เริ่มเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ผลิตอาหารเสริม ไปสู่การสร้างห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ วัตถุดิบ → สารสกัด → โรงงานผลิต → ผลิตภัณฑ์ → ช่องทางจำหน่าย
🔹 ปี 2563–2564 : รุกนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง
ได้รับมาตรฐาน ISO 22000:2018 และ ISO 14001:2015
พัฒนาและได้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จาก เมล็ดกัญชง (Hemp Seed Oil และ Hemp Protein) โดยบริษัทระบุว่าเป็นรายแรกของไทยที่สามารถผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มดังกล่าวในเชิงพาณิชย์
มีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่ม เยลลี่ อย่างต่อเนื่อง
ลงทุนด้านงานวิจัยอาหารทางการแพทย์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรและกัญชง
🔹 ปี 2565 : ปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อหยุดการขาดทุน
ปี 2563–2565 เป็นช่วงที่บริษัทเผชิญความท้าทายจาก COVID-19 และกำลังซื้อที่อ่อนตัว บริษัทจึงมีการ ปรับโครงสร้างกิจการ ปิดบริษัทย่อย 2 แห่งที่ดำเนินธุรกิจเครื่องสำอางและธุรกิจเครือข่าย รวมถึงปรับโครงสร้างคณะกรรมการและผู้บริหาร เพื่อมุ่งฟื้นฟูธุรกิจ
ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานโรงงาน เช่น GHPs/HACCP, GMP THAI FDA 420, ISO/IEC 17025 และ ISO 14001:2015
🔹 ทิศทางหลังปี 2565 : มุ่งสู่ Full Integration
บริษัทประกาศแนวทางเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Own Brand ควบคู่กับการรับจ้างผลิต และต่อยอดโรงงานสกัด โดยมองการเชื่อมโยงธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หรือ Full Integration เพื่อเพิ่มมูลค่าและความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับข้อมูลล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า DOD มีงบการเงินล่าสุดที่เผยแพร่ถึง ไตรมาส 1/2569 ขณะที่สำนักงาน ก.ล.ต. มีรายงานประจำปี 2568 และเอกสาร MD&A ของปี 2568 รวมถึงไตรมาส 1/2569 เผยแพร่แล้ว
📌 สรุปแบบนักลงทุน
พัฒนาการของ DOD สามารถมองเป็น 4 ระยะ
รับจ้างผลิตอาหารเสริม → ขยายโรงงาน/สารสกัด → แตกแขนงธุรกิจ → ปรับโครงสร้างและมุ่ง Full Integration
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียง “ยอดผลิตอาหารเสริม” แต่คือ การใช้ประโยชน์จากโรงงานและธุรกิจสารสกัด, การเติบโตของ Own Brand, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และความสามารถในการฟื้นฟูผลประกอบการหลังการปรับโครงสร้าง ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อการประเมิน DOD ในระยะต่อไป


หน่วย: ล้านบาท


หน่วย: ล้านบาท


หน่วย: ล้านบาท


ปรับข้อมูลเต็มปี





วิเคราะห์หุ้น DOD — บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน)
DOD เป็นหุ้นที่ต้องแยก “พื้นฐานธุรกิจ” ออกจาก “ความเสี่ยงด้านงบการเงินและการซื้อขาย” อย่างชัดเจน เพราะสถานการณ์ล่าสุดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องกราฟเทคนิคธรรมดา แต่มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับงบการเงิน Q1/2569 และการถูกขึ้นเครื่องหมาย SP/CS
🚨 ประเด็นสำคัญที่สุดตอนนี้
ก.ล.ต. แจ้งให้ DOD ให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีในการสอบทานงบการเงินไตรมาส 1/2569 และให้แก้ไขงบการเงิน หลังผู้สอบบัญชีมีข้อสรุปอย่างมีเงื่อนไขเกี่ยวกับรายการ เงินมัดจำซื้อที่ดินและเงินจ่ายล่วงหน้า รวมถึงรายการล่วงหน้าบางประเภท โดยมีข้อสังเกตว่าเอกสารหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนประโยชน์ทางธุรกิจของรายการดังกล่าว
ต่อมา ก.ล.ต. ขยายกำหนดส่งงบการเงินฉบับแก้ไขจากวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เป็น 14 สิงหาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันนี้
ดังนั้น DOD วันนี้มี Event Risk สูงมาก เพราะตลาดกำลังจับตาว่างบฉบับแก้ไขจะออกมาอย่างไร และจะมีผลต่อสินทรัพย์ หนี้สิน กำไร หรือรายการที่เกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด
📊 มุมมองกราฟเทคนิค
ข้อมูลราคาที่ SET แสดงล่าสุดก่อนช่วงหยุดซื้อขายอยู่บริเวณ 1.17–1.18 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 1.05–2.32 บาท
แต่จุดสำคัญคือ อย่าใช้แนวรับ–แนวต้านแบบหุ้นปกติมาตัดสิน DOD ในเวลานี้
เพราะ SET ขึ้นเครื่องหมาย SP กับ DOD และข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุสถานะ Suspend ขณะที่งบล่าสุดที่อยู่ในระบบคือ Q1/2569
แนวรับเชิงเทคนิคเดิม
1.15–1.17 บาท — โซนราคาที่เคยมีการซื้อขาย
1.10–1.12 บาท — แนวรับถัดไป
1.05 บาท — Low 52 สัปดาห์ เป็นแนวรับสำคัญ
แนวต้าน
1.20 บาท — ด่านจิตวิทยา
1.23–1.25 บาท — ต้องผ่านให้ได้พร้อมวอลุ่ม
1.30 บาท — หากผ่านได้จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนโมเมนตัม
สูงกว่านั้นจึงค่อยพิจารณาแนวต้านจากโครงสร้างราคาเดิม
แต่ทั้งหมดนี้ต้องถือเป็น “กรอบอ้างอิง” ไม่ใช่สัญญาณซื้อ จนกว่าหุ้นจะกลับมาเปิดซื้อขายและมีข้อมูลราคากับวอลุ่มเพียงพอ
🔥 จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ



🧩 มองพื้นฐานธุรกิจ
DOD อยู่ในธุรกิจผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร/ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตจากเทรนด์สุขภาพและการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
แต่สำหรับ DOD ณ ตอนนี้ ผมให้น้ำหนักกับ คุณภาพของงบการเงินและความโปร่งใสของรายการทางบัญชี มากกว่าการมองเพียง Story การเติบโตของอุตสาหกรรม
เพราะต่อให้ธุรกิจหลักมีศักยภาพ แต่ถ้าตลาดยังไม่สามารถประเมินฐานะทางการเงินได้อย่างมั่นใจ Valuation ก็จะถูก Discount ได้มาก
⚠️ ความเสี่ยง
ผมจัดความเสี่ยงของ DOD ตอนนี้ไว้ระดับ สูงมาก
🔴 1. ความเสี่ยงด้านงบการเงิน
มีการให้แก้ไขงบ Q1/2569 และมีประเด็นที่ผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกต
🔴 2. ความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล/ความเชื่อมั่น
ตลาดต้องการเห็นเอกสารและคำอธิบายที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับรายการเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้า
🔴 3. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
เมื่อหุ้นถูก SP นักลงทุนไม่สามารถซื้อขายได้ตามปกติ และเมื่อกลับมาเปิดอาจเกิดแรงซื้อหรือแรงขายที่รุนแรง
🔴 4. ความเสี่ยงจากราคากระโดด
หากมีข่าวลบ ราคาสามารถปรับตัวแรงกว่าปกติ เพราะสภาพคล่องของหุ้นไม่ได้สูงมาก
🎯 กลยุทธ์แบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
ตอนนี้ผม ยังไม่ให้สัญญาณไล่ซื้อ DOD
สิ่งที่ควรรอดูคือ
SP คลาย → กลับมาเปิดซื้อขาย → วอลุ่มกลับมา → ราคายืนเหนือแนวต้าน → ค่อยประเมิน Momentum
ถ้ากลับมาเทรดแล้วราคา ยืนเหนือ 1.20–1.25 บาทได้พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณแรกที่น่าสนใจ
แต่ถ้ากลับมาเปิดแล้ว หลุด 1.10–1.12 บาท โดยมีแรงขายหนาแน่น ต้องระวังการลงไปทดสอบ Low เดิมแถว 1.05 บาท


บทสรุป: DOD ตอนนี้ไม่ใช่เกม “ดูว่าราคาจะเด้งหรือไม่” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเกม “งบแก้ไขจะออกมาอย่างไร และตลาดจะตอบสนองอย่างไร” มากกว่า โดยเฉพาะวันนี้ 14 ส.ค. 2569 ซึ่งเป็นกำหนดส่งงบฉบับแก้ไขตามที่ ก.ล.ต. ขยายเวลาไว้
ดังนั้นสำหรับสายเทคนิค จุดเปลี่ยนจริงจะเกิดหลังกลับมาเปิดซื้อขายและเห็นวอลุ่ม มากกว่าการพยายามคาดเดาราคาล่วงหน้า
มุมมอง: “เฝ้าระวัง / รอข้อมูลใหม่” มากกว่า “ไล่ซื้อ”
DOD จะกลับมาน่าสนใจอีกครั้งก็ต่อเมื่อ งบเคลียร์ + SP คลาย + ราคากลับมายืนแนวต้านสำคัญพร้อมวอลุ่ม ได้อย่างชัดเจน.


Disclaimer

ใส่ความเห็น