1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
วิเคราะห์ หุ้น CPALL บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ CPALL หมวดหมู่ธุรกิจ พาณิชย์ (Commerce) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 14 ต.ค. 2546 | 8,986.30 | พาณิชย์ | CPALL |
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.39 | 2.01 | 2.77 | 3.10 | 1.57 | 1.84 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.60 | 0.59 | 0.61 | 0.49 | 0.55 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 1.65 | บาท | 22 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 1.35 | บาท | 23 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 1.00 | บาท | 24 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.75 | บาท | 19 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.60 | บาท | 20 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.90 | บาท | 21 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven และให้สิทธิแก่ผู้ค้าปลีกรายอื่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และลงทุนในธุรกิจสนับสนุนธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ อาทิ ผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปและเบเกอรี่ ตัวแทนรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบชำระเงินสดและบริการตนเองภายใต้ชื่อ “แม็คโคร”
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น CPALL
CP ALL Public Company Limited หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) มีทรัพย์สินในการดำเนินธุรกิจเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่ได้มีเฉพาะธุรกิจร้าน 7-Eleven แต่ยังมีการลงทุนในธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก ศูนย์การค้า การผลิตอาหาร และระบบกระจายสินค้า โดยข้อมูลล่าสุดจาก SET ระบุว่า ณ ปี 2568 CPALL มี สินทรัพย์รวม 982,813.58 ล้านบาท
- ร้านค้าและพื้นที่ให้บริการ
ทรัพย์สินหลักของ CPALL คือ เครือข่ายร้าน 7-Eleven ในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยอาคารร้านค้า พื้นที่เช่า อุปกรณ์ภายในร้าน ตู้แช่ ชั้นวางสินค้า ระบบชำระเงิน และอุปกรณ์สนับสนุนการขาย
นอกจากนี้ CPALL ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ค้าส่ง ค้าปลีก และศูนย์การค้า ผ่านการลงทุนในกลุ่ม CP Axtra ซึ่งทำให้ฐานทรัพย์สินครอบคลุมพื้นที่ค้าปลีกและค้าส่งขนาดใหญ่ด้วย - ศูนย์กระจายสินค้าและระบบโลจิสติกส์
CPALL มี ศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ สำหรับรองรับการกระจายสินค้าไปยังร้าน 7-Eleven และธุรกิจอื่นในเครือ
ทรัพย์สินส่วนนี้มีความสำคัญต่อโมเดลธุรกิจ เพราะการบริหารร้านค้าจำนวนมากจำเป็นต้องมีระบบจัดเก็บ คัดแยก และขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดย CPALL ระบุการลงทุนเพื่อขยายร้าน 7-Eleven ควบคู่กับการเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่เพื่อรองรับเครือข่ายธุรกิจ - โรงงานผลิตอาหารและเบเกอรี่
อีกกลุ่มทรัพย์สินสำคัญคือ โรงงานผลิตอาหารพร้อมรับประทาน เบเกอรี่ และผลิตภัณฑ์อาหาร โดยเฉพาะธุรกิจของ CPRAM ซึ่งผลิตอาหารและเบเกอรี่เพื่อจำหน่ายผ่าน 7-Eleven และช่องทางอื่น
ทรัพย์สินจึงประกอบด้วยอาคารโรงงาน เครื่องจักร สายการผลิต ห้องเย็น ระบบจัดเก็บวัตถุดิบ และอุปกรณ์ด้านอาหาร - ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง
CPALL และบริษัทย่อยมีทรัพย์สินประเภท ที่ดิน อาคารสำนักงาน อาคารร้านค้า โรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ซึ่งใช้สนับสนุนการดำเนินงาน
ในงบการเงินปี 2568 บริษัทมี ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (PP&E) สุทธิ 223,118.54 ล้านบาท เพิ่มจาก 216,588.52 ล้านบาทในปี 2567 - อุปกรณ์และระบบภายในร้าน
ประกอบด้วยทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินงานของร้าน เช่น
ชั้นวางสินค้า
ตู้แช่และอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ
เครื่องคิดเงินและระบบ POS
เครื่องมือประกอบอาหาร
ระบบ CCTV และระบบรักษาความปลอดภัย
อุปกรณ์ IT และระบบสื่อสาร
อุปกรณ์สำหรับบริการชำระเงินและบริการดิจิทัล
ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีจำนวนมากตามขนาดเครือข่ายร้านค้าของบริษัท - รถขนส่งและอุปกรณ์โลจิสติกส์
ธุรกิจค้าปลีกจำเป็นต้องมี รถขนส่งสินค้าและอุปกรณ์โลจิสติกส์ สำหรับส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังสาขาต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์ยก เคลื่อนย้าย และจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้า - สินค้าคงเหลือ
แม้ไม่ใช่ทรัพย์สินถาวร แต่ สินค้าคงเหลือ ถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่สำคัญมากของ CPALL เพราะธุรกิจมีการซื้อและจำหน่ายสินค้าในปริมาณสูง
ณ ปี 2568 CPALL มีสินค้าคงเหลือ 74,143.47 ล้านบาท เพิ่มจาก 61,269.36 ล้านบาทในปี 2567 - เงินลงทุนในบริษัทย่อยและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
CPALL ยังมีสินทรัพย์ในรูปของ เงินลงทุนในบริษัทย่อยและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก และศูนย์การค้า ซึ่งช่วยขยายระบบนิเวศทางธุรกิจนอกเหนือจาก 7-Eleven
บริษัทระบุว่าในปี 2567 มีเงินลงทุนในบริษัทย่อย 282,549 ล้านบาท โดยการลงทุนดังกล่าวสนับสนุนการขยายเครือข่ายและธุรกิจของกลุ่มบริษัท
สรุปทรัพย์สินสำคัญของ CPALL
| ประเภททรัพย์สิน | ใช้ในการประกอบธุรกิจ |
|---|---|
| 🏪 ร้าน 7-Eleven | จุดจำหน่ายสินค้าและบริการ |
| 🏢 ที่ดิน/อาคาร | ร้านค้า สำนักงาน โรงงาน และศูนย์กระจายสินค้า |
| 📦 ศูนย์กระจายสินค้า | จัดเก็บและกระจายสินค้า |
| 🏭 โรงงาน | ผลิตอาหารพร้อมรับประทานและเบเกอรี่ |
| 🚚 รถและอุปกรณ์ขนส่ง | กระจายสินค้าระหว่างคลังและสาขา |
| 🧊 ตู้แช่/อุปกรณ์ร้าน | จัดเก็บและจำหน่ายสินค้า |
| 💻 ระบบ IT/POS | การขาย การชำระเงิน และบริหารร้าน |
| 🛒 สินค้าคงเหลือ | สินค้าสำหรับจำหน่าย |
| 🏬 เงินลงทุนในธุรกิจ | ค้าส่ง ค้าปลีก และศูนย์การค้า |
ภาพรวม: จุดเด่นของฐานทรัพย์สิน CPALL คือเป็น “โครงข่ายค้าปลีก + โลจิสติกส์ + การผลิตอาหาร + การลงทุนในธุรกิจค้าส่ง/ค้าปลีก” มากกว่าจะเป็นเพียงทรัพย์สินของร้าน 7-Eleven อย่างเดียว โดย ณ ปี 2568 สินทรัพย์รวมของกลุ่มอยู่ที่ประมาณ 982.8 พันล้านบาท และ PP&E สุทธิประมาณ 223.1 พันล้านบาท
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น CPALL
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL)
จากข้อมูลรายงานประจำปีของ CPALL และข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย โครงสร้างกลุ่มธุรกิจของ CPALL ครอบคลุมตั้งแต่ ค้าปลีก ค้าส่ง อาหาร โลจิสติกส์ การเงิน เทคโนโลยี และธุรกิจสนับสนุน โดยบริษัทที่มีความสำคัญต่อกลุ่มสามารถสรุปได้ดังนี้
- บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) — CP Axtra
เป็นบริษัทสำคัญในกลุ่ม CPALL ดำเนินธุรกิจ ค้าส่งและค้าปลีก ภายใต้แบรนด์ Makro และ Lotus’s โดย CPALL และบริษัทย่อยมีสัดส่วนการถือหุ้นรวมประมาณ 59.93% ณ สิ้นปี 2567
ธุรกิจหลัก ได้แก่
Makro – ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร
Lotus’s – ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคและบริหารศูนย์การค้า
ธุรกิจ Food Service และการนำเข้า/กระจายสินค้าอาหาร - บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM)
ดำเนินธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทาน เบเกอรี่ และอาหารแช่เย็น/แช่แข็ง ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจสนับสนุนสำคัญของเครือข่าย 7-Eleven และช่องทางค้าปลีกอื่น ๆ - บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด (Counter Service)
ให้บริการด้าน รับชำระเงินและบริการต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายร้าน 7-Eleven รวมถึงบริการตัวแทนและบริการทางธุรกรรมบางประเภท โดยมีสัญญาการให้บริการกับสถาบันการเงินในประเทศด้วย - บริษัท ออลล์ เทรนนิ่ง จำกัด (All Training)
ดำเนินธุรกิจด้าน การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร สนับสนุนการพัฒนาพนักงานและบุคลากรภายในกลุ่ม CPALL โดยเป็นบริษัทย่อยที่ CPALL ถือหุ้นในสัดส่วน 99.99% ตามงบการเงินปี 2567 - บริษัท โอเอชที จำกัด (OHT)
เป็นบริษัทในลักษณะ Holding Company ที่ถือครองเงินลงทุนในกิจการต่าง ๆ ของกลุ่ม โดย CPALL ถือหุ้น 99.99% ตามข้อมูล ณ สิ้นปี 2567 - บริษัท สยามแม็คโคร โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด
ทำหน้าที่เป็น บริษัทโฮลดิ้งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ CP Axtra โดย CPALL และบริษัทย่อยมีสัดส่วนการถือหุ้นรวม 99.99% ตามงบการเงินปี 2567 - กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์และสนับสนุน
CPALL ยังมีกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ การจัดการคลังสินค้า การขนส่ง โลจิสติกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และบริการสนับสนุนธุรกิจค้าปลีก เพื่อรองรับเครือข่ายร้านค้าและห่วงโซ่อุปทานของกลุ่ม
สรุปโครงสร้างธุรกิจแบบเข้าใจง่าย
CPALL
↳ 7-Eleven → ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ
↳ CP Axtra → Makro + Lotus’s → ค้าส่ง/ค้าปลีก
↳ CPRAM → อาหารพร้อมรับประทาน/เบเกอรี่
↳ Counter Service → บริการชำระเงินและธุรกรรม
↳ All Training → ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร
↳ ธุรกิจ Logistics / IT / Support → สนับสนุนระบบค้าปลีกและ Supply Chain
↳ Holding Companies → บริหารและถือครองเงินลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ
ทั้งนี้ รายละเอียดบริษัทในเครือมีจำนวนมากกว่ารายการข้างต้น และโครงสร้างสามารถเปลี่ยนแปลงตามการลงทุนหรือการปรับโครงสร้างของกลุ่มได้ โดย ก.ล.ต. มีรายงานประจำปี CPALL ปี 2568 ซึ่งรับเมื่อ 26 มีนาคม 2569 เป็นข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยในระบบ ณ วันที่ 25 กันยายน 2569
มุมมองสำหรับการวิเคราะห์หุ้น CPALL: จุดสำคัญคือ CPALL ไม่ได้พึ่งพารายได้จาก 7-Eleven เพียงอย่างเดียว แต่มีโครงสร้างที่เชื่อมโยง ค้าปลีก + ค้าส่ง + อาหาร + การชำระเงิน + โลจิสติกส์ + Supply Chain ทำให้สามารถวิเคราะห์ CPALL ในฐานะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและกระจายสินค้าขนาดใหญ่ได้ครบทั้งห่วงโซ่
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 909,126,000.00 | 983,801,000.00 | 1,056,999,000.00 |
| ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (พันบาท) | 383,186,000.00 | 431,532,000.00 | 476,544,000.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 525,940,000.00 | 552,269,000.00 | 580,455,000.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 909,126,000.00 | 983,801,000.00 | 1,056,999,000.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 909,126,000.00 | 983,801,000.00 | 1,056,999,000.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 5,914,795.55 | 4,980,392.23 | 6,604,737.70 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 1,992,520.46 | 2,128,790.21 | 2,212,905.89 |
| ก๊าซธรรมชาติ (ลูกบาศก์ฟุต) | 58,042,044.97 | 57,830,732.29 | 59,631,142.09 |
| ก๊าซหุงต้ม (กิโลกรัม) | 12,177,919.62 | 13,042,775.40 | 14,305,474.17 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 3,557,542,802.13 | 3,743,549,416.99 | 4,027,697,416.94 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 20,420,068.38 | 22,680,983.26 | 24,566,751.98 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 59,367 | 64,189 | 74,317 |
| พนักงานหญิง (คน) | 108,034 | 116,919 | 130,384 |
| พนักงานรวม (คน) | 167,401 | 181,108 | 204,701 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท) | 30,554,000,000.00 | 34,963,000,000.00 | 39,750,000,000.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น CPALL
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลในรายงานประจำปีของ CP ALL ความเสี่ยงของธุรกิจสามารถสรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้
- ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ
ธุรกิจค้าปลีกมีความสัมพันธ์โดยตรงกับกำลังซื้อของผู้บริโภค หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ครัวเรือนลดลง หนี้ครัวเรือนสูง หรือผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย อาจกระทบยอดขายต่อสาขาและยอดขายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าจำเป็น
CP ALL มีธุรกิจหลักทั้งร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และธุรกิจผลิตอาหาร ซึ่งทำให้ผลประกอบการได้รับอิทธิพลจากภาวะการบริโภคภายในประเทศในวงกว้าง - ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก
ตลาดค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าท้องถิ่น และแพลตฟอร์ม E-commerce การแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น ทำเล ความหลากหลายของสินค้า และความรวดเร็วในการจัดส่ง อาจกดดันอัตรากำไรและค่าใช้จ่ายในการรักษาฐานลูกค้า - ความเสี่ยงจากต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบ
ต้นทุนสินค้า อาหาร วัตถุดิบ พลังงาน ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง และค่าแรง สามารถเปลี่ยนแปลงตามภาวะเศรษฐกิจและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการปรับราคาขาย อาจส่งผลต่ออัตรากำไรของธุรกิจ - ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน
CP ALL พึ่งพาเครือข่ายคู่ค้า ผู้ผลิต ศูนย์กระจายสินค้า และระบบขนส่งจำนวนมาก บริษัทระบุว่าคู่ค้าที่มีความสำคัญต่อธุรกิจอาจเป็นคู่ค้าที่มียอดซื้อสูง หรือเป็นคู่ค้าที่ไม่สามารถทดแทนได้ง่าย จึงมีความเสี่ยงหากเกิดการขาดแคลนสินค้า ปัญหาคุณภาพ หรือการหยุดชะงักของคู่ค้า - ความเสี่ยงจากศูนย์กระจายสินค้าและระบบโลจิสติกส์
ร้าน 7-Eleven จำนวนมากพึ่งพาศูนย์กระจายสินค้าในการจัดส่งสินค้า หากศูนย์กระจายสินค้าขัดข้อง หรือเส้นทางขนส่งได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วม ไฟไหม้ อุบัติเหตุ ระบบสื่อสารหรือ IT ขัดข้อง ภัยพิบัติ หรือเหตุสุดวิสัย อาจทำให้สินค้าไปถึงสาขาล่าช้าและกระทบยอดขายของร้านจำนวนมากพร้อมกันได้ - ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและ Cybersecurity
ธุรกิจของ CP ALL เชื่อมโยงกับระบบ IT ตั้งแต่การขาย การสั่งซื้อสินค้า ระบบโลจิสติกส์ ไปจนถึงช่องทาง Online และ O2O หากระบบสำคัญเกิดความผิดพลาด การหยุดชะงัก หรือถูกโจมตีทางไซเบอร์ อาจกระทบการให้บริการและการดำเนินงานของร้านค้าได้โดยตรง - ความเสี่ยงจากการขยายสาขาจำนวนมาก
การขยายร้าน 7-Eleven จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนทั้งด้านสาขา อุปกรณ์ บุคลากร ระบบ IT และโลจิสติกส์ หากทำเลใหม่มีศักยภาพต่ำกว่าคาด หรือยอดขายต่อสาขาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจทำให้ระยะเวลาคืนทุนยาวขึ้นและกดดันผลตอบแทนจากเงินลงทุน
ณ สิ้นปี 2567 CP ALL มีร้าน 7-Eleven ในประเทศไทย 15,245 สาขา เพิ่มขึ้น 700 สาขาจากปีก่อน สะท้อนว่าการบริหารเครือข่ายสาขาขนาดใหญ่เป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการ - ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ร้านค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พายุ ภัยแล้ง คลื่นความร้อน หรือเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน ทำให้ร้านหยุดดำเนินงาน และเพิ่มต้นทุนด้านการบริหารจัดการ - ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร
CP ALL จำหน่ายอาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน และเครื่องดื่มจำนวนมาก หากเกิดปัญหาคุณภาพสินค้า การปนเปื้อน หรือการเรียกคืนสินค้า อาจส่งผลต่อยอดขาย ค่าใช้จ่ายในการแก้ไข และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค - ความเสี่ยงด้านบุคลากรและการให้บริการ
ธุรกิจร้านสะดวกซื้อจำเป็นต้องใช้พนักงานจำนวนมาก การขาดแคลนแรงงาน อัตราการลาออกสูง ค่าแรงที่เพิ่มขึ้น หรือปัญหาการฝึกอบรม อาจทำให้ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นและกระทบคุณภาพการให้บริการ - ความเสี่ยงด้าน ESG และคู่ค้า
บริษัทต้องบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม สิทธิมนุษยชน แรงงาน และธรรมาภิบาลตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดย CP ALL ระบุว่ามีการคัดกรองและประเมินคู่ค้าที่มีนัยสำคัญทั้งในมิติความสำคัญต่อธุรกิจและ ESG - ความเสี่ยงจากภาระเงินลงทุนและต้นทุนทางการเงิน
ธุรกิจขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนต่อเนื่องสำหรับการขยายสาขา ระบบโลจิสติกส์ เทคโนโลยี และการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ต้นทุนทางการเงิน และภาระหนี้ จึงเป็นปัจจัยที่ควรติดตาม เพราะอาจมีผลต่อกำไรและกระแสเงินสด
สรุปประเด็นความเสี่ยง CPALL แบบสั้น
| ประเด็น | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
|---|---|
| กำลังซื้อผู้บริโภค | ยอดขายต่อสาขาลดลง |
| การแข่งขันค้าปลีก | กดดันยอดขายและอัตรากำไร |
| ต้นทุนสินค้า/วัตถุดิบ | กดดัน Gross Margin |
| Supply Chain | สินค้าขาดหรือส่งล่าช้า |
| Logistics | กระทบหลายสาขาพร้อมกัน |
| IT / Cybersecurity | ระบบขายและบริการหยุดชะงัก |
| การขยายสาขา | เงินลงทุนสูง/คืนทุนช้ากว่าคาด |
| ภัยธรรมชาติ | ร้านและศูนย์กระจายสินค้าเสียหาย |
| Food Safety | กระทบต้นทุนและความเชื่อมั่น |
| บุคลากร | ค่าแรงและต้นทุนดำเนินงานเพิ่ม |
| ESG / คู่ค้า | ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและการดำเนินงาน |
| ดอกเบี้ย/ภาระทางการเงิน | กระทบต้นทุนทางการเงินและกระแสเงินสด |
มุมมองสำหรับนักลงทุน: ความเสี่ยงของ CPALL ไม่ได้มาจากธุรกิจ 7-Eleven เพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับ กำลังซื้อ → ต้นทุนสินค้า → Supply Chain → Logistics → IT → การขยายสาขา → เงินลงทุน เป็นห่วงโซ่เดียวกัน ดังนั้นการติดตาม CPALL ควรดูทั้งยอดขายสาขาเดิม (SSSG), จำนวนสาขา, อัตรากำไรขั้นต้น, ค่าใช้จ่าย, กระแสเงินสด และต้นทุนทางการเงินควบคู่กัน โดยตัวบริษัทเองก็ระบุความเสี่ยงด้านศูนย์กระจายสินค้าและระบบ IT/O2O เป็นประเด็นสำคัญในการดำเนินงาน
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ข้อมูลผู้ถือหุ้น ข้อมูล ณ วันที่ 07 พ.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด | 2,765,242,300 | 30.78 |
| 2 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 1,163,476,555 | 12.95 |
| 3 | สำนักงานประกันสังคม | 283,316,600 | 3.15 |
| 4 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 269,939,143 | 3.00 |
| 5 | STATE STREET EUROPE LIMITED | 213,427,896 | 2.38 |
| 6 | UBS AG HONG KONG BRANCH | 192,512,277 | 2.14 |
| 7 | บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) | 185,000,000 | 2.06 |
| 8 | กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง | 183,875,200 | 2.05 |
| 9 | THE BANK OF NEW YORK MELLON | 168,880,220 | 1.88 |
| 10 | นาย นิติ โอสถานุเคราะห์ | 143,385,900 | 1.60 |
| 11 | นาย ปริญญา เธียรวร | 114,702,000 | 1.28 |
| 12 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE A) NOMINEES LIMITED | 99,045,774 | 1.10 |
| 13 | CITIBANK NOMINEES SINGAPORE PTE LTD-A/C GIC C | 98,059,400 | 1.09 |
| 14 | C.P. Foods Holdings Limited | 83,000,000 | 0.92 |
| 15 | NORTRUST NOMINEES LIMITED-NTC-CLIENTS ACCOUNT | 59,814,843 | 0.67 |
| 16 | UBS AG LONDON BRANCH | 52,683,155 | 0.59 |
| 17 | นาง เพาพิลาส เหมวชิรวรากร | 45,000,000 | 0.50 |
คณะกรรมการ / ผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย สุภกิต เจียรวนนท์ | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร |
| 3 | นาย ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ | รองประธานกรรมการบริษัท |
| 4 | นาย ธานินทร์ บูรณมานิต | รองประธานกรรมการบริษัท |
| 5 | นาย ศุภชัย เจียรวนนท์ | รองประธานกรรมการบริษัท |
| 6 | นาย ณรงค์ เจียรวนนท์ | กรรมการ |
| 7 | นาย ประเสริฐ จารุพนิช | กรรมการ |
| 8 | นาย ปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล | กรรมการ |
| 9 | นาย พิทยา เจียรวิสิฐกุล | กรรมการ |
| 10 | นาย อดิเรก ศรีประทักษ์ | กรรมการ |
| 11 | นาย อำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์ | กรรมการ |
| 12 | นาย กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ | กรรมการอิสระ |
| 13 | พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ | กรรมการอิสระ |
| 14 | นาง น้ำผึ้ง วงศ์สมิทธิ์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 15 | นาย ประสพสุข บุญเดช | กรรมการอิสระ |
| 16 | นาย ผดุง เตชะศรินทร์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 17 | นาย สมบูรณ์ งามลักษณ์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น CPALL
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
CP ALL หรือ CPALL มีพัฒนาการสำคัญจากการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในประเทศไทย สู่การเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งขนาดใหญ่ โดยมีเหตุการณ์สำคัญโดยสรุปดังนี้
| ช่วงเวลา | พัฒนาการที่สำคัญ |
|---|---|
| พ.ศ. 2531 | ก่อตั้งบริษัท ซี.พี. คอนวีเนียนสโตร์ จำกัด และเริ่มดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven ในประเทศไทย |
| พ.ศ. 2532 | เปิดร้าน 7-Eleven สาขาแรกในประเทศไทย บริเวณถนนพัฒน์พงษ์ กรุงเทพมหานคร ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายเครือข่ายร้านสะดวกซื้ออย่างต่อเนื่อง |
| พ.ศ. 2537 | บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ CPALL |
| ช่วงทศวรรษ 2530–2540 | ขยายจำนวนสาขา 7-Eleven อย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาระบบกระจายสินค้า เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบบริหารร้าน เพื่อรองรับเครือข่ายสาขาที่เพิ่มขึ้น |
| ช่วงทศวรรษ 2540–2550 | เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการในร้าน 7-Eleven เช่น อาหารพร้อมรับประทาน เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการรับชำระเงิน |
| พ.ศ. 2556 | CPALL เข้าซื้อกิจการ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้กลุ่ม CPALL มีธุรกิจค้าส่งขนาดใหญ่เข้ามาเสริมธุรกิจร้านสะดวกซื้อ |
| หลังการเข้าซื้อ MAKRO | พัฒนารูปแบบธุรกิจให้ครอบคลุมตั้งแต่ ค้าปลีก–ค้าส่ง–การกระจายสินค้า และสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจในเครือ |
| พ.ศ. 2564 | MAKRO ปรับโครงสร้างการถือหุ้นและธุรกิจ โดย CPALL ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายสำคัญ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกในประเทศไทยและต่างประเทศ |
| ช่วงปี 2564–2566 | เร่งพัฒนา Omni-channel / Digital Platform เชื่อมร้านค้าสาขาเข้ากับช่องทางออนไลน์และบริการจัดส่ง เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง |
| ช่วงปี 2566–2568 | เดินหน้าขยายสาขา 7-Eleven เพิ่มประสิทธิภาพร้านเดิม พัฒนาสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม และขยายธุรกิจค้าส่ง MAKRO รวมถึงธุรกิจค้าปลีก LOTUS’S ในเครือ |
| ปัจจุบัน | CPALL มีโครงสร้างธุรกิจที่ครอบคลุม ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, ธุรกิจค้าส่ง MAKRO, ธุรกิจค้าปลีก LOTUS’S และธุรกิจสนับสนุนด้านการจัดจำหน่ายและบริการ โดยมุ่งเน้นการขยายสาขา การใช้เทคโนโลยี และการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน |
จุดเปลี่ยนสำคัญของ CPALL
- จากร้านสะดวกซื้อสู่ Ecosystem ค้าปลีก–ค้าส่ง
การเข้าซื้อกิจการ MAKRO ในปี 2556 เป็นหนึ่งในพัฒนาการที่สำคัญที่สุด เพราะทำให้ CPALL ไม่ได้พึ่งพารายได้จาก 7-Eleven เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเชื่อมโยงธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งเข้าด้วยกัน - การขยายเครือข่าย 7-Eleven
การเพิ่มจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่องช่วยให้บริษัทมีเครือข่ายการเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ และสร้างความได้เปรียบด้านทำเล ฐานลูกค้า และระบบกระจายสินค้า - การเติบโตของธุรกิจอาหารและสินค้า Ready-to-Eat
CPALL ให้ความสำคัญกับอาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่เย็น เครื่องดื่ม และสินค้า Private Brand ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มความถี่ในการเข้าร้านและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค - Digital Transformation
บริษัทพัฒนาช่องทางดิจิทัล การสั่งซื้อออนไลน์ ระบบสมาชิก และบริการจัดส่ง เพื่อให้ร้าน 7-Eleven ทำหน้าที่เป็นทั้งหน้าร้านและจุดให้บริการในระบบค้าปลีกแบบ Omni-channel - การพัฒนาระบบ Supply Chain
การมีเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าและระบบโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยรองรับจำนวนสาขาและปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมช่วยบริหารต้นทุนและความพร้อมของสินค้า
สรุปเชิงวิเคราะห์: พัฒนาการของ CPALL สะท้อนการเปลี่ยนจาก “ผู้บริหารร้าน 7-Eleven” → “ผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่งครบวงจร” โดยมี 7-Eleven เป็นฐานเครือข่ายค้าปลีก, MAKRO เป็นฐานค้าส่ง และ LOTUS’S เป็นฐานค้าปลีกขนาดใหญ่ ทำให้โครงสร้างธุรกิจของกลุ่มมีความหลากหลายมากขึ้น.
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงฐานะการเงินหน่วย: ล้านบาท
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 67,234.12 | 54,612.89 | 53,207.15 | 37,680.00 | 32,794.96 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 18,733.78 | 20,988.28 | 24,627.65 | 19,980.52 | 24,751.17 |
| สินค้าคงเหลือ | 57,500.57 | 61,269.36 | 74,143.47 | 62,317.94 | 68,441.69 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 143,797.75 | 137,152.61 | 152,557.46 | 120,616.42 | 126,580.09 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 213,791.76 | 216,588.52 | 223,118.54 | 216,004.80 | 223,763.60 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 782,693.44 | 806,967.68 | 830,256.12 | 811,155.79 | 836,404.17 |
| รวมสินทรัพย์ | 926,491.19 | 944,120.29 | 982,813.58 | 931,772.21 | 962,984.25 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 9,471.99 | 9,445.97 | 17,934.69 | 21,647.02 | 35,312.11 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 159,811.46 | 161,242.15 | 169,100.89 | 144,469.66 | 147,725.70 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 52,710.33 | 43,954.73 | 46,131.22 | 62,804.53 | 26,472.73 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 238,196.90 | 232,376.27 | 250,579.10 | 246,231.61 | 228,273.96 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 386,699.18 | 392,133.30 | 400,690.11 | 366,045.26 | 399,835.92 |
| รวมหนี้สิน | 624,896.08 | 624,509.57 | 651,269.20 | 612,276.87 | 628,109.88 |
| ทุนจดทะเบียน | 8,986.30 | 8,986.30 | 8,986.30 | 8,986.30 | 8,986.30 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 8,983.10 | 8,983.10 | 8,983.10 | 8,983.10 | 8,983.10 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 1,684.32 | 1,684.32 | 1,684.32 | 1,684.32 | 1,684.32 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 91,406.22 | 106,726.11 | 121,835.97 | 108,724.51 | 123,533.62 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | 3,359.47 | 1,730.58 | 3,359.47 |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -1,033.19 | -488.29 | -957.55 | -595.19 | 394.01 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | 288.83 | 294.55 | 294.55 | 294.55 | 294.55 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 110,995.45 | 126,860.24 | 138,141.37 | 127,021.16 | 141,190.58 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 190,599.66 | 192,750.48 | 193,403.01 | 192,474.18 | 193,683.79 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จหน่วย: ล้านบาท
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 895,280.95 | 958,997.82 | 990,662.61 | 494,663.26 | 516,453.43 |
| รายได้อื่น | 25,092.21 | 28,145.19 | 30,925.36 | 14,452.75 | 16,442.64 |
| รวมรายได้ | 920,841.35 | 987,734.48 | 1,022,142.85 | 509,430.22 | 533,128.04 |
| ต้นทุน | 699,010.19 | 742,490.49 | 765,545.71 | 381,855.03 | 398,815.14 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 179,911.51 | 194,588.35 | 203,278.57 | 100,065.88 | 105,112.42 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 878,921.70 | 937,078.84 | 968,824.28 | 481,920.92 | 503,927.56 |
| EBITDA | 79,593.88 | 88,592.67 | 91,589.35 | 46,128.87 | 48,743.20 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 36,582.25 | 37,204.81 | 37,776.52 | 18,582.14 | 18,875.45 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 43,011.63 | 51,387.86 | 53,812.83 | 27,546.72 | 29,867.76 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 18,482.13 | 25,345.84 | 28,206.10 | 14,353.69 | 16,629.74 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 2.01 | 2.77 | 3.10 | 1.57 | 1.84 |
งบกระแสเงินสด งบกระแสเงินสดหน่วย: ล้านบาท
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 87,171.85 | 76,169.39 | 74,255.26 | 27,896.48 | 31,964.71 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -28,066.74 | -28,950.68 | -37,016.54 | -13,179.38 | -14,767.25 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -62,987.73 | -59,904.21 | -38,369.96 | -31,491.22 | -37,927.46 |
| เงินสดสุทธิ | -3,882.63 | -12,685.49 | -1,131.24 | -16,774.12 | -20,730.01 |
วงจรเงินสด
| งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 267.04 | 217.79 | 303.25 | 247.24 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 1.37 | 1.68 | 1.20 | 1.48 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 12.50 | 11.31 | 12.72 | 11.97 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 29.19 | 32.28 | 28.68 | 30.50 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 5.79 | 5.83 | 6.58 | 6.71 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 63.02 | 62.63 | 55.46 | 54.38 |
| วงจรเงินสด (วัน) | -32.46 | -28.67 | -25.58 | -22.40 |
วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น CPALL บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น CPALL
CP ALL Public Company Limited หรือ CPALL – บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีธุรกิจหลักคือร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในประเทศไทย และมีธุรกิจสนับสนุน/การลงทุนในค้าส่ง ค้าปลีก และศูนย์การค้า ทำให้งบการเงินเป็นภาพรวมของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ได้สะท้อนเฉพาะ 7-Eleven เท่านั้น
ข้อมูลล่าสุดที่ใช้วิเคราะห์: งบไตรมาส 2/2569 และงบ 6 เดือนแรกปี 2569 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 25691. รายได้ — ยังเติบโตต่อเนื่อง
รายการ ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568 6M/68 6M/69 รายได้รวม (ลบ.) 920,841 987,734 1,022,143 509,430 533,128 กำไรสุทธิ (ลบ.) 18,482 25,346 28,206 14,354 16,630 EPS (บาท) 2.01 2.77 3.10 1.57 1.84 Net Margin 2.37% 2.99% 3.12% 2.82%* 3.45%
*คำนวณจากตัวเลขรายได้และกำไรสุทธิที่รายงาน
ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวมเพิ่มขึ้นประมาณ 4.65% YoY จาก 509,430 ล้านบาท เป็น 533,128 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นประมาณ 15.86% YoY จาก 14,354 ล้านบาท เป็น 16,630 ล้านบาท
จุดที่น่าสนใจ: กำไรโตเร็วกว่ารายได้อย่างชัดเจน สะท้อนว่าบริษัทสามารถบริหารต้นทุนและสร้างกำไรจากยอดขายได้ดีขึ้นในช่วงดังกล่าว
2. อัตรากำไร — ภาพดีขึ้น
ข้อมูล SET ระบุว่าในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569
อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย 6.08%
EBITDA Margin 9.14%
Net Profit Margin 3.45%
เทียบกับ 6 เดือนแรกปี 2568 ที่ Net Profit Margin อยู่ที่ 3.20%
ขณะเดียวกัน EBITDA เพิ่มจาก 46,129 ล้านบาท → 48,743 ล้านบาท และ EBIT เพิ่มจาก 27,547 ล้านบาท → 29,868 ล้านบาท
ตีความ:
CPALL ไม่ได้เติบโตจากการเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่กำไรในระดับปฏิบัติการก็ขยายตัวด้วย จึงเป็นสัญญาณที่ควรติดตามในงบไตรมาสถัดไป
3. กระแสเงินสด — จุดแข็งสำคัญของธุรกิจ
6 เดือนแรกปี 2569 CPALL มีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานประมาณ 31,965 ล้านบาท เทียบกับ 27,896 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน
น่าสนใจตรงที่ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูงกว่ากำไรสุทธิอย่างมาก ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มีเงินสดหมุนเวียนจากการขายจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการลงทุนและการใช้เงินสดเพื่อขยายสาขา รวมถึงการลงทุนในธุรกิจอื่นของกลุ่มด้วย
4. ฐานะการเงิน — หนี้ลดลงจากสิ้นปี 2568
ณ 30 มิ.ย. 2569
สินทรัพย์รวม 962,984 ล้านบาท
หนี้สินรวม 628,110 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 141,191 ล้านบาท
ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม 193,684 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 334,874 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 หนี้สินรวมลดจาก 651,269 ล้านบาท เหลือ 628,110 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มจาก 138,141 ล้านบาท เป็น 141,191 ล้านบาท
SET ระบุว่า D/E ลดลงจาก 1.96 เท่า ณ สิ้นปี 2568 เหลือ 1.88 เท่าใน 6M/2569 ขณะที่อัตราหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA ลดจาก 4.83 เท่าเป็น 4.66 เท่า
ประเด็นบวก: โครงสร้างหนี้เริ่มผ่อนคลายลงเมื่อเทียบกับปี 2568
5. แต่ต้องจับตา “ค่าความนิยม” ในงบดุล
CPALL มี ค่าความนิยม (Goodwill) 363,655 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2569 ขณะที่สินทรัพย์ไม่มีตัวตนอยู่ที่ 54,874 ล้านบาท
ตัวเลข Goodwill ถือว่ามีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวม ดังนั้นในการวิเคราะห์งบ CPALL ไม่ควรมองเพียงกำไรและรายได้ แต่ควรติดตาม
การด้อยค่าของสินทรัพย์ / Goodwill
ด้วย เพราะหากธุรกิจที่เกี่ยวข้องสร้างผลตอบแทนต่ำกว่าที่คาด อาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม SET ระบุว่าสัดส่วนการด้อยค่าของสินทรัพย์ต่อสินทรัพย์รวมใน 6M/2569 อยู่ในระดับต่ำมาก
6. ประสิทธิภาพการทำกำไรดีขึ้น
ตัวเลขย้อนหลังสะท้อนภาพค่อนข้างชัดเจน
ROE
2566: 17.46%
2567: 21.31%
2568: 21.29%
6M/2569: 22.73%
ROA
2566: 4.65%
2567: 5.49%
2568: 5.59%
6M/2569: 5.93%
SET รายงานว่า ROE และ ROA ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 ปรับขึ้นจากระดับปี 2568
นี่เป็นหนึ่งในจุดที่น่าสนใจของงบ CPALL เพราะสะท้อนว่า บริษัทกำลังสร้างผลตอบแทนจากฐานสินทรัพย์และทุนได้ดีขึ้น
สรุปภาพรวมงบ CPALL
🟢 จุดแข็ง
รายได้เติบโตต่อเนื่อง
กำไรสุทธิ 6M/69 โตประมาณ 15.9% YoY
กำไรโตเร็วกว่ารายได้
Net Margin เพิ่มเป็น 3.45%
EBITDA และ EBIT เติบโต
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแรง
D/E ลดลงเหลือ 1.88 เท่า
ROE เพิ่มเป็น 22.73%
🟠 ประเด็นที่ต้องติดตาม
ธุรกิจมีฐานสินทรัพย์และหนี้สินขนาดใหญ่มาก
ยังมีภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยในระดับสูง
Goodwill มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 363,655 ล้านบาท
รายได้จากธุรกิจหลักโตในระดับกลาง ๆ ขณะที่ต้องพึ่งการบริหาร Margin เพื่อผลักดันกำไร
ต้องติดตามต้นทุนทางการเงินและกระแสเงินสดหลังการลงทุน
มุมมองจากงบการเงิน
CPALL ในงบ 6 เดือนแรกปี 2569 มีภาพของ “รายได้โต + กำไรโตเร็วกว่ารายได้ + Margin ดีขึ้น + กระแสเงินสดดีขึ้น + หนี้ลดลง”
จุดที่น่าติดตามมากที่สุดในงบถัดไปจึงเป็น การรักษาอัตรากำไร, การเติบโตของยอดขายธุรกิจหลัก, กระแสเงินสด และการบริหารหนี้ มากกว่าการดูเพียงตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียว
ข้อมูลล่าสุดที่ใช้คือ งบ Q2/2569 ซึ่งเป็นงบสอบทานแล้ว และ SET ระบุว่ารายงานผู้สอบบัญชีเป็นความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข
หมายเหตุ: ตัวเลข “กำไรสุทธิ” ที่ใช้ในตารางหลักคือ กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 16,629.74 ล้านบาท ส่วนตัวเลข 18,399.21 ล้านบาทในหน้า “วิเคราะห์งบการเงิน” ของ SET เป็นกำไรสุทธิรวมตามวิธีคำนวณของ SET จึงไม่ควรนำสองตัวเลขมาเทียบกันโดยตรง
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิค CPALL — ซีพี ออลล์
ข้อมูลปิดตลาด 25 ก.ย. 2569: CPALL ปิดที่ 44.00 บาท ลดลง 0.25 บาท (-0.56%) ระหว่างวันแกว่ง 43.75–44.25 บาท และมีปริมาณซื้อขายประมาณ 29.78 ล้านหุ้น
🔎 ภาพกราฟ: ยังเป็นช่วง “พักตัว–กดดันจากเส้นค่าเฉลี่ย”
CPALL ยังอยู่ในโหมดที่ต้องจับตาการ สร้างฐานราคา หลังราคาปรับตัวลงจากกรอบสูงในช่วง 52 สัปดาห์ที่ 54.50 บาท โดยราคาปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญหลายเส้น
MA5: 44.00 บาท
MA10: 44.08 บาท
MA20: 44.27 บาท
MA50: 44.55 บาท
MA100: 44.92 บาท
MA200: 45.51 บาท
จุดที่น่าสนใจคือ ราคายังอยู่ใต้ MA20 / MA50 / MA100 / MA200 ทำให้การฟื้นตัวในระยะสั้นยังต้องมีแรงซื้อเข้ามายืนยันก่อน จึงจะเปลี่ยนภาพเป็นการกลับตัวที่ชัดเจน
⚡ Momentum ยังไม่แข็งแรง
ข้อมูล Technical ล่าสุดแสดงว่า
RSI(14) = 41.23 → ยังต่ำกว่าโซนกลาง 50
MACD = -0.18 → โมเมนตัมยังเป็นลบ
Stochastic = 38.89 → ยังไม่เข้าสู่ภาวะร้อนแรง
ขณะที่ StochRSI = 74.43 สะท้อนว่าการเด้งระยะสั้นอาจเกิดขึ้นได้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้มหลัก
🧱 แนวรับสำคัญ
44.00 บาท — จุด Pivot/แนวรับระยะสั้น
43.75–43.50 บาท — โซนที่ต้องจับตาการตั้งฐาน
43.25 บาท — แนวรับถัดไป หากแรงขายกลับมา
ข้อมูล Pivot ล่าสุดให้ S1 ที่ 43.75, S2 ที่ 43.50 และ S3 ที่ 43.25 บาท
🚀 แนวต้านที่ต้องผ่าน
44.25 บาท → ด่านแรก
44.50–44.55 บาท → โซนสำคัญ เพราะใกล้ MA50
44.90–45.00 บาท → ด่าน MA100
45.45–45.55 บาท → แนวต้านใหญ่บริเวณ MA200
จุดที่กราฟน่าจับตาที่สุด:
หาก CPALL สามารถ เบรก 44.50–44.55 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้น จะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวที่น่าสนใจมากขึ้น และหากผ่าน 45.00 บาท ได้ จะเป็นการยกระดับโครงสร้างราคาให้แข็งแรงขึ้น
ในทางกลับกัน หาก หลุด 43.50 บาท ต้องระวังแรงขายกดลงทดสอบ 43.25 บาท
📈 สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
CPALL จ่อสร้างฐาน! แต่ยังต้องผ่านด่าน MA50
🔥 ราคา 44.00 บาท
📉 ยังอยู่ใต้ MA20 / MA50 / MA100 / MA200
⚠️ RSI ยังต่ำกว่า 50 ขณะที่ MACD ยังติดลบ
จับตา 44.50–44.55 บาท!
หากเบรกพร้อม Volume = มีโอกาสเห็น Momentum ฟื้นตัว
แต่ถ้าหลุด 43.50 บาท ต้องระวังแรงขายระลอกใหม่
🎯 แนวรับ: 44.00 / 43.75–43.50 / 43.25
🚧 แนวต้าน: 44.25 / 44.50–44.55 / 45.00 / 45.50
เกมของ CPALL ตอนนี้ไม่ใช่แค่ “เด้งได้ไหม” แต่คือ “จะเบรกแนวต้านพร้อม Volume ได้หรือยัง?”
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น CPALL — บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เป็นหุ้นกลุ่ม Commerce / Services ที่มีธุรกิจหลักคือร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในประเทศไทย และมีธุรกิจค้าส่ง–ค้าปลีกและศูนย์การค้าผ่านกลุ่ม CP Axtra รวมถึงธุรกิจผลิตอาหาร บริการชำระเงิน และธุรกิจสนับสนุนระบบค้าปลีก
- ภาพรวมธุรกิจ
CPALL มีโครงสร้างธุรกิจหลัก 3 ส่วน
ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven — ธุรกิจหลักและเป็นเครือข่ายค้าปลีกที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
ธุรกิจค้าส่ง–ค้าปลีกและศูนย์การค้า — ผ่านการลงทุนใน CP Axtra ซึ่งดำเนินธุรกิจ Makro และ Lotus’s
ธุรกิจอื่น ๆ — เช่น อาหารสำเร็จรูปและเบเกอรี่ บริการรับชำระเงิน รวมถึงธุรกิจสนับสนุนอุปกรณ์และระบบค้าปลีก
โมเดลธุรกิจจึงไม่ได้พึ่งพาร้าน 7-Eleven เพียงอย่างเดียว แต่มีระบบนิเวศค้าปลีกตั้งแต่ การผลิต → กระจายสินค้า → ค้าส่ง → ค้าปลีก → Online/Delivery - ผลประกอบการล่าสุด
ข้อมูล SET ณ ไตรมาส 2/2569 แสดงว่า CPALL มีรายได้รวมในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 จำนวน 533,128 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 16,629.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไร 6 เดือนแรกปี 2568 ที่ 14,353.69 ล้านบาท
| รายการ | 2566 | 2567 | 2568 | 6M/69 |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม (ลบ.) | 920,841 | 987,734 | 1,022,143 | 533,128 |
| กำไรสุทธิ (ลบ.) | 18,482 | 25,346 | 28,206 | 16,630 |
| สินทรัพย์รวม (ลบ.) | 926,491 | 944,120 | 982,814 | 962,984 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (ลบ.) | 110,995 | 126,860 | 138,141 | 141,191 |
ข้อมูลจาก SET จุดที่น่าสนใจคือ กำไรเติบโตต่อเนื่อง จาก 18,482 ล้านบาทในปี 2566 → 25,346 ล้านบาทในปี 2567 → 28,206 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่ 6 เดือนแรกปี 2569 ทำได้ 16,630 ล้านบาท
- คุณภาพการทำกำไร
ตัวเลข SET สะท้อนว่าใน 6 เดือนแรกปี 2569
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ 516,453 ล้านบาท
เติบโต 4.41%
อัตรากำไรขั้นต้นก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย 26.43%
EBITDA Margin 9.14%
Net Profit Margin 3.45%
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 31,965 ล้านบาท
ประเด็นสำคัญคือ กำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนการบริหารต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจค้าปลีกมีลักษณะ Margin ต่ำแต่ปริมาณขายสูง ดังนั้นการควบคุมค่าใช้จ่าย สินค้าคงคลัง ค่าเช่า ค่าแรง และต้นทุนโลจิสติกส์จึงมีความสำคัญมาก - จุดแข็งของ CPALL
🟢 1. เครือข่าย 7-Eleven เป็นฐานธุรกิจขนาดใหญ่
ณ สิ้นปี 2567 CPALL มีร้าน 7-Eleven ในประเทศไทย 15,245 สาขา เพิ่มขึ้น 700 สาขาจากปีก่อน
จำนวนสาขาที่มากทำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบด้าน
ทำเล + การกระจายสินค้า + ฐานลูกค้า + Data + Economy of Scale
และยังสามารถใช้ร้านเป็นจุดรับสินค้าและบริการจากช่องทาง Online ได้ด้วย
🟢 2. มี Ecosystem ค้าปลีกครบวงจร
การมีทั้ง 7-Eleven, Makro และ Lotus’s ทำให้กลุ่มธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้บริโภครายย่อย ร้านอาหาร ผู้ประกอบการ SME ไปจนถึงลูกค้าธุรกิจ
🟢 3. รายได้มีความกระจายตัวสูง
ธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจที่มีการซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน ทำให้รายได้ไม่ได้ขึ้นกับสินค้าฟุ่มเฟือยเพียงไม่กี่ประเภท
🟢 4. ช่องทาง Online และ Delivery ช่วยเพิ่มความถี่ในการซื้อ
CPALL พัฒนาระบบ 7App, 7Delivery และ All Online ควบคู่กับหน้าร้าน ทำให้ร้านสาขาสามารถทำหน้าที่เป็นทั้งจุดขายและจุดกระจายสินค้า - ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
🔴 1. หนี้และภาระดอกเบี้ย
CPALL เป็นธุรกิจขนาดใหญ่และมีการลงทุนสูง โดย SET แสดง D/E Ratio ที่ประมาณ 1.88 เท่า ณ 6 เดือนแรกปี 2569 และอัตราหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA ประมาณ 4.66 เท่า
ดังนั้น ทิศทางดอกเบี้ย + ต้นทุนทางการเงิน เป็นตัวแปรสำคัญต่อกำไร
🔴 2. ธุรกิจค้าปลีกแข่งขันสูง
การแข่งขันมาจากทั้ง
ร้านสะดวกซื้อ
Supermarket
Hypermarket
Cash & Carry
ร้านค้าท้องถิ่น
E-commerce
Food Delivery
การแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น และทำเล สามารถกด Margin ได้
🔴 3. การบริโภคภายในประเทศ
แม้สินค้าจำนวนมากของ 7-Eleven เป็นสินค้าจำเป็น แต่ยอดขายยังได้รับผลจาก กำลังซื้อ รายได้ครัวเรือน หนี้ครัวเรือน และภาวะเศรษฐกิจ
🔴 4. ค่าใช้จ่ายจากการขยายสาขา
การเปิดสาขาใหม่เพิ่มรายได้ แต่ต้องใช้เงินลงทุน รวมถึงค่าเช่า บุคลากร ระบบโลจิสติกส์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ดังนั้นสิ่งที่ควรดูไม่ใช่แค่ “เปิดสาขาเพิ่มกี่แห่ง” แต่ควรดูด้วยว่า ยอดขายต่อสาขาและกำไรต่อสาขาเพิ่มขึ้นหรือไม่ - มุมมองเชิงพื้นฐาน
ภาพรวมของ CPALL มีลักษณะเป็นธุรกิจที่เน้น Scale + Network + Recurring Consumption
ตัวเลขในช่วง 2566–2569 แสดงให้เห็นว่า
รายได้ ↑
กำไร ↑
ส่วนของผู้ถือหุ้น ↑
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก
ขณะที่ Net Margin ใน 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 3.45% ซึ่งสูงกว่าระดับ 2.37% ในปี 2566
ดังนั้น ตัวแปรสำคัญในระยะต่อไปคือ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม + การเปิดสาขาใหม่ + Margin + ผลประกอบการของธุรกิจค้าส่ง/ค้าปลีกในกลุ่ม + ต้นทุนทางการเงิน - มุมมองสำหรับสาย VI
สำหรับการวิเคราะห์แบบ VI ควรติดตาม 6 เรื่องเป็นพิเศษ
กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
Same Store Sales Growth (SSSG)
ยอดขายและกำไรต่อสาขา
Gross Margin / EBITDA Margin
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
หนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
CPALL จึงเป็นหุ้นที่ต้องดู “คุณภาพของการเติบโต” มากกว่าดูเพียงการเติบโตของรายได้ - มุมมองสำหรับสายเทคนิค
ราคาปิด CPALL วันที่ 25 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 44.00 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.56% จากวันก่อนหน้า โดยมีปริมาณซื้อขายประมาณ 29.78 ล้านหุ้น
ในเชิงเทคนิค ควรจับตา พฤติกรรมราคา + Volume เป็นหลัก โดยเฉพาะการสร้างฐานและการผ่านแนวต้านสำคัญ หากราคาสามารถผ่านแนวต้านพร้อม Volume เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณที่ควรนำไปประกอบกับ Momentum และแนวโน้มของตลาดโดยรวม
ส่วนการหลุดแนวรับสำคัญพร้อม Volume สูง ควรระวังแรงขายและการเปลี่ยนแปลงของ Trend
หมายเหตุ: การกำหนดแนวรับ–แนวต้านที่แม่นยำควรใช้กราฟราคาล่าสุดและ Time Frame ที่ต้องการ เช่น Day / Week / Month
🔎 สรุป CPALL แบบกระชับ
CPALL = หุ้นค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มี Ecosystem แข็งแรง
จุดเด่น
7-Eleven มีเครือข่ายสาขาขนาดใหญ่
มีธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกในกลุ่ม
รายได้กระจายตัวและเกิดจากการบริโภคในชีวิตประจำวัน
กำไรและ Margin ปรับตัวดีขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
มี Online + Delivery เข้ามาเสริมหน้าร้าน
สิ่งที่ต้องระวัง
ภาระหนี้และดอกเบี้ย
การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก
กำลังซื้อผู้บริโภค
ค่าใช้จ่ายจากการขยายสาขา
Margin อาจถูกกดดันจากการแข่งขันด้านราคา
ตัวเลขที่ควรจับตาต่อไป:
SSSG → จำนวนสาขา → ยอดขายต่อสาขา → Gross Margin → EBITDA → กำไรสุทธิ → กระแสเงินสด → หนี้/ดอกเบี้ย
🔥 CPALL จับตาเกมเด้ง! หุ้นค้าปลีกยักษ์ใหญ่กำลังส่งสัญญาณอะไร?
CPALL — บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หุ้น Commerce ขนาดใหญ่ เจ้าของธุรกิจ 7-Eleven ในไทย พร้อม Ecosystem ค้าปลีกผ่าน Makro และ Lotus’s รวมถึงธุรกิจอาหาร ระบบชำระเงิน Online และ Delivery
📌 พื้นฐานยังโต!
6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวม 533,128 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 16,630 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 14,354 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน
ตัวเลขย้อนหลังยังเห็นภาพชัด
📈 กำไร 2566 → 18,482 ลบ.
📈 กำไร 2567 → 25,346 ลบ.
📈 กำไร 2568 → 28,206 ลบ.
🚀 จุดแข็งคือ Scale + Network
7-Eleven มีเครือข่ายขนาดใหญ่ กระจายทั่วประเทศ เชื่อมต่อทั้งหน้าร้าน + 7App + 7Delivery + All Online ขณะที่ Makro และ Lotus’s ช่วยขยาย Ecosystem ไปยังลูกค้ารายย่อยและธุรกิจ
⚠️ แต่เกมนี้ยังมีจุดต้องจับตา!
🔴 หนี้และต้นทุนดอกเบี้ย
🔴 การแข่งขันค้าปลีกที่รุนแรง
🔴 กำลังซื้อผู้บริโภค
🔴 ต้นทุนจากการเปิดสาขาใหม่
🔴 Margin อาจถูกกดดันจากการแข่งขันด้านราคา
📊 สาย VI ต้องดู:
SSSG → ยอดขายต่อสาขา → Margin → EBITDA → กำไร → Cash Flow → หนี้และดอกเบี้ย
🔥 สายเทคนิคต้องโฟกัส “ราคา + Volume”
ราคาปิด 25 ก.ย. 2569 = 44.00 บาท ลดลง 0.25 บาท (-0.56%) ปริมาณซื้อขายประมาณ 29.78 ล้านหุ้น
จุดสำคัญไม่ใช่แค่ราคาขยับขึ้นหรือลง แต่ต้องดูว่า…
📈 ถ้าผ่านแนวต้าน + Volume เข้า = Momentum อาจเร่งตัว
📉 ถ้าหลุดแนวรับ + Volume หนัก = ต้องระวังแรงขาย
🎯 CPALL หุ้นใหญ่ที่ต้องจับตา “Breakout + Volume”
เกมต่อไปอยู่ที่ แนวต้าน + วอลุ่ม + Momentum
ถ้าวอลุ่มมา ราคาผ่านจุดสำคัญได้เมื่อไร…กราฟอาจเปลี่ยนเกม!

