ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น B บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น B บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น B บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ B อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) ตามกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)




**** อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูล ****

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น B
บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร ควบคู่กับการลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือกและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิต ดังนั้นทรัพย์สินสำคัญของบริษัทจึงครอบคลุมทั้ง สินทรัพย์ด้านโลจิสติกส์ สำนักงาน อุปกรณ์ และเงินลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ

  1. สินทรัพย์และอุปกรณ์ด้านโลจิสติกส์
    ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการขนส่งและจัดการสินค้า ได้แก่
    รถบรรทุกและยานพาหนะขนส่ง สำหรับการขนส่งสินค้าทางถนน โดยปัจจุบันบริษัทมีแนวทางใช้เครือข่ายพันธมิตรที่มีกองรถบรรทุกจำนวนมากเข้ามาสนับสนุนการให้บริการ
    อุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า สำหรับการเคลื่อนย้ายและจัดการสินค้า
    รถเครนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง สำหรับธุรกิจให้เช่ารถเครน
    อุปกรณ์และระบบสนับสนุนการขนส่ง เพื่อรองรับงานโลจิสติกส์และการบริหารจัดการสินค้า
  2. ท่าเทียบเรือและโรงพักสินค้า
    ธุรกิจของ B ครอบคลุมบริการ ท่าเทียบเรือ โรงพักสินค้า และการขนถ่ายสินค้า จึงมีทรัพย์สินและสิทธิที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของฐานการดำเนินงาน
  3. อาคารสำนักงานและสิ่งปลูกสร้าง
    บริษัทมี อาคารสำนักงานและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในการบริหารงานและดำเนินธุรกิจ รวมถึงพื้นที่และอุปกรณ์สนับสนุนการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์
  4. สินทรัพย์ทางการเงินและเงินลงทุน
    อีกส่วนที่มีความสำคัญต่อ B คือ เงินลงทุนในกิจการและสินทรัพย์ทางการเงิน เนื่องจากบริษัทไม่ได้ดำเนินธุรกิจเฉพาะโลจิสติกส์ แต่ยังลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือกและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมด้วย
  5. สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานทางเลือก
    B มีการลงทุนและศึกษาโอกาสใน ธุรกิจพลังงานทางเลือก รวมถึงแนวทางลงทุนในพลังงานลม และระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่สำหรับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นทิศทางการลงทุนที่บริษัทให้ความสำคัญ
  6. สินทรัพย์และสิทธิที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิต
    บริษัทมีธุรกิจ จำหน่ายใบรับรองคาร์บอนเครดิต ทำให้ทรัพยากรและระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการและซื้อขายใบรับรองคาร์บอนเครดิตเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจใหม่ของบริษัท

ภาพรวมฐานทรัพย์สินของ B
จุดที่น่าสนใจคือ B มีการเปลี่ยนโครงสร้างการใช้สินทรัพย์จากธุรกิจโลจิสติกส์แบบดั้งเดิมไปสู่การลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานทางเลือกและธุรกิจสีเขียว ขณะที่ในปัจจุบันบริษัทเน้นการให้บริการโลจิสติกส์ผ่านพันธมิตรที่มีกองรถจำนวนมาก ทำให้ไม่ได้จำเป็นต้องถือครองรถบรรทุกทั้งหมดด้วยตัวเองเหมือนผู้ประกอบการที่มี Fleet ขนาดใหญ่
ในด้านตัวเลข ณ 30 มิ.ย. 2569 B มีสินทรัพย์รวมประมาณ 5,545.23 ล้านบาท ลดลงจาก 6,375.22 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2567 โดยสินทรัพย์จึงควรพิจารณาควบคู่กับโครงสร้างเงินลงทุนและผลประกอบการของบริษัท ไม่ควรมองเฉพาะทรัพย์สินที่เป็นรถหรืออาคารเท่านั้น
สรุปสั้น ๆ สำหรับใช้ในบทวิเคราะห์:
ทรัพย์สินหลักของ B ประกอบด้วยสินทรัพย์และอุปกรณ์ที่ใช้ในธุรกิจโลจิสติกส์ เช่น ท่าเทียบเรือ โรงพักสินค้า อุปกรณ์ขนถ่าย รถเครน และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง รวมถึงอาคารสำนักงานและเงินลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ โดยบริษัทมีการขยายการลงทุนไปยังพลังงานทางเลือกและธุรกิจคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของทิศทางการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น B — บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B ปัจจุบันไม่ได้มีธุรกิจเฉพาะโลจิสติกส์เท่านั้น แต่มีโครงสร้างการลงทุนกระจายไปยัง พลังงานทางเลือก ธุรกิจน้ำดิบ และอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทระบุว่ากลยุทธ์ของกลุ่มมุ่งสู่ธุรกิจ Green Utility และพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

  1. บริษัท เดอะ เมกะวัตต์ จำกัด
    สถานะ: บริษัทย่อย
    B ถือหุ้น: 70.16%
    เป็นแกนหลักของธุรกิจ พลังงานทางเลือก
    ลงทุนในโครงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
    มีการลงทุนผ่าน บริษัท สยาม โซลาร์ เจนเนอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่ง The Megawatt ถือหุ้น 90% และดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 27 MW
  2. บริษัท บี แอสเซส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
    สถานะ: บริษัทย่อย
    B ถือหุ้น: 99.99%
    ดำเนินธุรกิจด้าน อสังหาริมทรัพย์
    เป็นหนึ่งในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่ม B
  3. บริษัท บี โปร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
    สถานะ: บริษัทย่อย
    B ถือหุ้น: 99.99%
    ดำเนินธุรกิจด้าน อสังหาริมทรัพย์
    มีบทบาทในการถือครอง/พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบริษัท
  4. บริษัท บี พร้อม พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
    สถานะ: บริษัทย่อย
    B ถือหุ้น: 99.99%
    อยู่ในกลุ่มธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์
    เป็นอีกหนึ่งนิติบุคคลที่บริษัทใช้รองรับการลงทุนและพัฒนาโครงการด้าน Property
  5. บริษัท เทพฤทธา จำกัด
    สถานะ: บริษัทย่อย
    B ถือหุ้น: 51%
    ประกอบธุรกิจ จำหน่ายน้ำดิบ
    มีแหล่งน้ำดิบในจังหวัดชลบุรี พื้นที่ประมาณ 61 ไร่ 40 ตารางวา
  6. บริษัท ธัญธาราชัย จำกัด
    สถานะ: บริษัทย่อย
    B ถือหุ้น: 70%
    ประกอบธุรกิจ จำหน่ายน้ำดิบ
    มีแหล่งน้ำดิบในจังหวัดชลบุรี พื้นที่ประมาณ 37 ไร่ 1 งาน 84 ตารางวา
  7. บริษัท สยาม โซลาร์ เจนเนอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
    จุดนี้ควรแยกให้ชัดเจน เพราะในโครงสร้างล่าสุด B ไม่ได้ถือโดยตรงในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ แต่เกี่ยวข้องผ่าน บริษัท เดอะ เมกะวัตต์ จำกัด ซึ่งถือหุ้น 90% โดยดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 27 MW

มุมมองโครงสร้างกลุ่ม B
สามารถมองภาพรวมได้เป็น 4 เสาหลัก
B จิสติกส์
↓
🚚 Logistics — ธุรกิจหลักของบริษัท
⚡ Renewable Energy — ผ่าน The Megawatt
💧 Water Utility — ผ่าน เทพฤทธา และ ธัญธาราชัย
🏠 Property — ผ่าน B Assets Property, B Pro Property และ B Prom Property
ดังนั้น B จึงมีลักษณะเป็น Holding Company ที่กระจายการลงทุนหลายธุรกิจ มากกว่าการเป็นผู้ประกอบการโลจิสติกส์แบบ Pure Play เพียงอย่างเดียว โดยข้อมูล SET ล่าสุดยังระบุธุรกิจหลักของบริษัทว่าเป็น บริการโลจิสติกส์ครบวงจร เช่น ขนส่งทางถนน ขนถ่ายสินค้า Freight Forwarding และพิธีการศุลกากร ขณะที่บริษัทก็เดินหน้าการลงทุนด้านพลังงานทางเลือกและ Green Utility เพิ่มขึ้น
ประเด็นที่นักลงทุนควรจับตา: การกระจายธุรกิจช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากหลายแหล่ง แต่ก็ทำให้การประเมินมูลค่า B ต้องพิจารณาทั้งผลประกอบการของธุรกิจโลจิสติกส์และผลตอบแทนจากบริษัทย่อย/การลงทุนต่าง ๆ ควบคู่กัน โดยเฉพาะ The Megawatt ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นสูงและเป็นแกนสำคัญของธุรกิจพลังงานของกลุ่ม



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น B — บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร ทั้งท่าเทียบเรือ โรงพักสินค้า ขนถ่ายสินค้า ขนส่งทางถนน เช่ารถเครน Freight Forwarding และพิธีการศุลกากร ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะเชื่อมโยงทั้งกับ ปริมาณการขนส่ง ต้นทุนพลังงาน การแข่งขัน และฐานะการเงินของบริษัท

  1. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและปริมาณขนส่ง
    ธุรกิจโลจิสติกส์มีความสัมพันธ์กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยตรง หากเศรษฐกิจชะลอตัว การผลิต การนำเข้า–ส่งออก และการขนส่งสินค้าลดลง อาจทำให้รายได้จากบริการขนส่งและบริการที่เกี่ยวข้องลดลงตามไปด้วย
  2. ความเสี่ยงจากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าขนส่ง
    การขนส่งทางถนนและการให้บริการเครื่องจักร/รถเครนมีต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงเป็นองค์ประกอบสำคัญ หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาค่าบริการได้ทัน อาจกดดันอัตรากำไรของธุรกิจ
  3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
    ตลาดโลจิสติกส์มีผู้ประกอบการจำนวนมาก ทั้งบริษัทขนาดใหญ่และผู้ให้บริการเฉพาะทาง การแข่งขันด้านราคา คุณภาพบริการ ความรวดเร็ว และความสามารถในการให้บริการแบบครบวงจร อาจกดดันค่าบริการและอัตรากำไรของ B
  4. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและฐานะการเงิน
    ประเด็นนี้ถือว่าสำคัญสำหรับ B เนื่องจากผลประกอบการยังอยู่ในภาวะขาดทุน โดยปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมประมาณ 571.89 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิ 450.78 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 133.61 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 32.51 ล้านบาท
    นอกจากนี้ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดจาก 72.71 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เหลือ 5.97 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2569 จึงเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามเรื่องกระแสเงินสด การบริหารเงินทุน และความสามารถในการรองรับภาระทางการเงินอย่างใกล้ชิด
  5. ความเสี่ยงจากภาระหนี้และต้นทุนทางการเงิน
    ธุรกิจโลจิสติกส์ต้องใช้เงินลงทุนในยานพาหนะ อุปกรณ์ เครื่องจักร และโครงสร้างพื้นฐาน หากต้องพึ่งพาเงินกู้หรือการระดมทุนเพิ่มเติมในช่วงที่ผลประกอบการยังไม่แข็งแรง ต้นทุนทางการเงินอาจเพิ่มขึ้น และกระทบความสามารถในการทำกำไร
  6. ความเสี่ยงจากลูกหนี้การค้า
    การให้บริการแก่ลูกค้าองค์กรอาจมีเครดิตเทอม หากลูกค้าชำระเงินล่าช้าหรือเกิดหนี้เสีย บริษัทอาจมีภาระเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น โดย ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีลูกหนี้และตั๋วเงินรับสุทธิประมาณ 456.80 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ควรติดตามควบคู่กับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
  7. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาสัญญาและลูกค้ารายสำคัญ
    หากรายได้ส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าหรือโครงการขนาดใหญ่ การสูญเสียสัญญา การลดปริมาณงาน หรือการต่อสัญญาในเงื่อนไขที่ไม่เอื้อประโยชน์ อาจส่งผลต่อรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
  8. ความเสี่ยงจากกฎระเบียบและพิธีการศุลกากร
    B ให้บริการ Freight Forwarding และพิธีการศุลกากร จึงเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบด้านการนำเข้า–ส่งออก ภาษี ศุลกากร และข้อกำหนดระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือความผิดพลาดในการดำเนินพิธีการอาจทำให้เกิดต้นทุน ค่าปรับ หรือความเสียหายต่อชื่อเสียง
  9. ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและความเสียหายของสินค้า
    ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้ามีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ความเสียหายของสินค้า การสูญหาย รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือบุคคล หากเกิดเหตุรุนแรงอาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายในการชดเชยและกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้า
  10. ความเสี่ยงจากผลประกอบการที่ผันผวนสูง
    ข้อมูล SET แสดงให้เห็นว่ารายได้จากการดำเนินธุรกิจลดจาก 688.43 ล้านบาทในปี 2566 เหลือ 352.13 ล้านบาทในปี 2567 ก่อนเพิ่มเป็น 502.54 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่ EBITDA ปี 2568 อยู่ที่ -480.30 ล้านบาท สะท้อนว่าความสามารถในการสร้างกำไรจากธุรกิจยังเป็นจุดที่ต้องติดตามอย่างมาก
  11. ความเสี่ยงด้านงบการเงินและการตรวจสอบ
    ข้อมูล SET ระบุว่างบการเงิน ไตรมาส 2/2569 มีรายงานผู้สอบบัญชีประเภท “มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต” เช่นเดียวกับงบปี 2568 ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรอ่านรายละเอียดในหมายเหตุประกอบงบการเงินและรายงานผู้สอบบัญชีเพิ่มเติม ไม่ควรพิจารณาเพียงตัวเลขกำไรขาดทุนเท่านั้น

🔎 สรุปความเสี่ยง B แบบนักลงทุน
B มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง โดยประเด็นที่ควรจับตาเป็นพิเศษคือ
“ขาดทุนต่อเนื่อง + กระแสเงินสด/สภาพคล่อง + ภาระทางการเงิน + การแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์ + ความผันผวนของปริมาณงาน”
แม้ธุรกิจโลจิสติกส์จะมีโอกาสเติบโตตามการค้าและการขนส่ง แต่สำหรับ B สิ่งที่สำคัญกว่าการเติบโตของรายได้ คือ การกลับมาสร้างกำไรและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอย่างยั่งยืน รวมถึงการรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ
มุมมองสำหรับนักลงทุน: หุ้น B จึงเหมาะกับการติดตาม Turnaround Story มากกว่าการมองเพียงว่าธุรกิจโลจิสติกส์เป็นอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโต โดยควรติดตามงบไตรมาสถัดไป กระแสเงินสด หนี้สิน การเพิ่มทุน/ระดมทุน และความสามารถในการพลิก EBITDA กลับมาเป็นบวกอย่างใกล้ชิด


ข้อมูล ณ วันที่ 25 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น B — บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B มีพัฒนาการจากธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ไปสู่การวางโครงสร้างธุรกิจที่ครอบคลุมทั้ง โลจิสติกส์ พลังงานทางเลือก และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียว โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

  1. ขยายธุรกิจสู่โลจิสติกส์แบบครบวงจร
    บริษัทพัฒนาการให้บริการจากธุรกิจขนส่งไปสู่ Integrated Logistics ครอบคลุมการขนถ่ายสินค้า ขนส่งทางถนน การจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ พิธีการศุลกากร รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับท่าเทียบเรือและโรงพักสินค้า ทำให้บริษัทสามารถรองรับลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น
  2. ใช้พันธมิตรเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่ง
    B มีแนวทางให้บริการโลจิสติกส์โดยอาศัย พันธมิตรทางการค้าที่มีกองรถบรรทุกจำนวนมาก แทนการพึ่งพาการลงทุนในทรัพย์สินทั้งหมดด้วยตัวเอง ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการรองรับงานขนส่งและขยายขีดความสามารถของธุรกิจ
  3. เดินหน้ากระจายการลงทุนสู่พลังงานทางเลือก
    อีกพัฒนาการสำคัญคือการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน ธุรกิจพลังงานทางเลือก ซึ่งบริษัทมองเป็นทิศทางการลงทุนระยะยาว โดยมีการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด และศึกษาโอกาสเพิ่มเติม เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานลม และระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่สำหรับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า
  4. เพิ่มบทบาทในธุรกิจ Carbon Credit
    บริษัทขยายแนวทางธุรกิจไปสู่ การจำหน่ายใบรับรองคาร์บอนเครดิต ซึ่งสอดคล้องกับกระแสการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเติบโตของธุรกิจสีเขียวในอนาคต ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างแหล่งรายได้และโอกาสทางธุรกิจนอกเหนือจากโลจิสติกส์แบบดั้งเดิม
  5. ปรับโครงสร้างธุรกิจท่ามกลางผลประกอบการที่ผันผวน
    ช่วงที่ผ่านมา B มีการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการค่อนข้างมาก โดยรายได้ปี 2568 เพิ่มเป็น 571.89 ล้านบาท จาก 435.01 ล้านบาทในปี 2567 แต่มีค่าใช้จ่ายรวมสูงถึง 1,153.15 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ 450.78 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนปี 2569 รายได้อยู่ที่ 133.61 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 32.51 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทยังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างและสร้างความสามารถในการทำกำไรให้กลับมาอย่างยั่งยืน
  6. มองหา New S-Curve จากธุรกิจพลังงานและ EV
    ทิศทางของ B จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจขนส่ง แต่พยายามสร้าง New S-Curve จากพลังงานทางเลือก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า และ Carbon Credit เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะธุรกิจที่สอดคล้องกับกระแส ESG และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

สรุปพัฒนาการของ B แบบนักลงทุน
“จากโลจิสติกส์ → ขยายบริการครบวงจร → กระจายการลงทุนสู่พลังงานสะอาด → ต่อยอด Carbon Credit และ EV”
จุดที่ต้องติดตามต่อคือ ความสามารถในการเปลี่ยนการลงทุนและธุรกิจใหม่ให้กลายเป็นรายได้และกำไรจริง เพราะข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนผลขาดทุน ขณะที่บริษัทกำลังพยายามปรับพอร์ตธุรกิจและสร้างแหล่งรายได้ใหม่


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด7.9310.3572.7157.365.97
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ540.81832.99479.18795.06456.80
สินค้าคงเหลือ––378.3518.69436.50
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,425.811,782.421,828.241,762.361,721.83
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ2,092.191,887.981,548.551,682.831,526.02
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน5,423.244,592.803,781.714,502.833,823.40
รวมสินทรัพย์6,849.056,375.225,609.966,265.195,545.23
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–12.719.2112.463.46
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ270.58264.60100.01202.34109.99
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี231.60142.32138.4885.17155.12
รวมหนี้สินหมุนเวียน755.49509.45392.91420.53394.23
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน1,735.401,566.381,500.851,600.771,471.81
รวมหนี้สิน2,490.892,075.841,893.762,021.301,866.04
ทุนจดทะเบียน23,580.0523,580.0526,902.6021,961.3026,902.60
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า16,470.9816,470.9816,470.9816,470.9816,470.98
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น-13,182.06-13,182.06-13,182.06-13,182.06-13,182.06
กำไร(ขาดทุน)สะสม210.36155.71-197.69151.57-230.20
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น–-4.23-7.27-3.50-2.29
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่3,499.273,440.393,083.953,436.993,056.43
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย858.90859.00632.25806.91622.76

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ688.43352.13502.54302.63104.95
รายได้อื่น3.387.319.316.3810.85
รวมรายได้750.45435.01571.89336.91133.61
ต้นทุน465.25232.40439.27258.16112.86
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร179.52156.05150.69159.4362.14
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย669.61476.131,153.15428.81176.17
EBITDA375.14118.04-480.30-37.6528.50
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย97.84122.76107.9554.2652.13
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้277.30-4.72-588.25-91.91-23.64
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่197.05-53.47-450.78-102.45-32.51
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.04-0.01-0.08-0.00-0.00

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน-46.9134.3158.8446.164.30
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-854.97256.8364.389.250.12
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน893.47-288.79-60.13-6.64-71.16
เงินสดสุทธิ-8.412.3563.0848.77-66.74

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)0.741.991.101.37
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)495.60183.78331.56266.84
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)–2.7237.851.62
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)–134.089.64224.72
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)0.872.821.832.65
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)420.27129.21199.37137.67
วงจรเงินสด (วัน)75.33188.65141.83353.89

วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น B — บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
B กำลังอยู่ในโซนที่น่าจับตาในเชิง Technical เพราะราคาล่าสุดวันที่ 8 ต.ค. 2569 อยู่ที่ 0.04 บาท เพิ่มขึ้น +33.33% จากวันก่อนหน้า โดยแกว่งในกรอบ 0.03–0.04 บาท และมี Volume ราว 5.88 แสนหุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.02–0.05 บาท
🔥 ภาพเทคนิค: “เด้งแรง แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าจะเบรกจริงหรือไม่”
จากพฤติกรรมราคาช่วงปลาย ก.ย. เห็นการสลับขึ้นลงระหว่าง 0.03–0.04 บาท ค่อนข้างชัด เช่น 25 ก.ย. ปิด 0.04 บาท ก่อนลง 0.03 บาทในวันที่ 28 ก.ย. และดีดกลับ 0.04 บาทในวันที่ 29 ก.ย.
จุดสำคัญจึงอยู่ที่ 0.04 บาท — เป็นแนวต้านระยะสั้นที่ราคาพยายามขึ้นทดสอบหลายครั้ง หากผ่านได้พร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้น จะเริ่มเปลี่ยนภาพจาก “แกว่งสะสม” ไปสู่ “เก็งกำไรขาขึ้น” ได้

📊 แนวรับ–แนวต้าน

ระดับมุมมอง
0.05 บาท🎯 แนวต้านสำคัญ / High 52 สัปดาห์
0.04 บาท🚨 แนวต้านด่านแรก / จุดวัดใจ
0.03 บาท🛡️ แนวรับหลัก
0.02 บาท⚠️ แนวรับลึก / Low 52 สัปดาห์

ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 0.04 บาท จึงถือว่า ขึ้นมาชนแนวต้านพอดี และยังห่างจาก High 52 สัปดาห์ที่ 0.05 บาทเพียง 1 ช่องราคา

🚀 Scenario ที่สายเทคนิคต้องจับตา
กรณี Bullish 🔥
หาก B สามารถ ยืนเหนือ 0.04 บาทได้อย่างมั่นคง และมี Volume เข้ามาสนับสนุน การผ่าน 0.04 จะเป็นสัญญาณบวกทางเทคนิค โดยมีเป้าหมายถัดไปบริเวณ 0.05 บาท
0.04 ผ่าน → 0.05 คือด่านต่อไป
หากทะลุ 0.05 บาทพร้อม Volume หนาแน่นจริง จะถือเป็นการทำ Breakout เหนือกรอบ 52 สัปดาห์ และต้องติดตามแรงซื้อว่าจะสามารถรักษาระดับราคาเหนือแนวต้านได้หรือไม่
กรณี Sideway ⚡
หากยังผ่าน 0.04 ไม่ได้ มีโอกาสกลับไปแกว่งในกรอบ 0.03–0.04 บาท ซึ่งเป็นลักษณะสะสมกำลังและรอปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น
กรณี Bearish ⚠️
ถ้าหลุด 0.03 บาท พร้อมแรงขายเพิ่มขึ้น ภาพระยะสั้นจะกลับมาเป็นลบ และมีโอกาสลงทดสอบ 0.02 บาท ซึ่งเป็น Low ในกรอบ 52 สัปดาห์
💥 จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
หุ้น B มี ราคาต่อหุ้นต่ำมากและสภาพคล่องค่อนข้างบาง ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงเพียง 0.01 บาทก็คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก เช่น การขึ้นจาก 0.03 → 0.04 บาทเท่ากับ +33.33% และการลดจาก 0.04 → 0.03 บาทก็เท่ากับ -25%
ล่าสุดในกระดานยังมี Offer ที่ 0.04 บาทจำนวนมากกว่า 117 ล้านหุ้น เทียบกับ Bid 0.03 บาทประมาณ 4.38 ล้านหุ้น จึงควรจับตาแรงขายบริเวณ 0.04 บาทเป็นพิเศษ
🧭 สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
B กำลัง “เด้งชนแนวต้าน” แบบต้องลุ้น! 🔥
ราคากลับขึ้นมาที่ 0.04 บาท หลังจากแกว่งสร้างฐานบริเวณ 0.03 บาท แต่โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ “ขึ้นถึง 0.04” — ต้องดูว่า จะผ่าน 0.04 ได้หรือไม่ และ Volume จะตามมาหรือเปล่า
🟢 ยืน 0.04 ได้ + Volume เข้า = ลุ้นต่อ 0.05
🟡 ยังไม่ผ่าน 0.04 = แกว่งสะสม 0.03–0.04
🔴 หลุด 0.03 = ระวังกลับไปทดสอบ 0.02
อย่างไรก็ตาม ภาพทางเทคนิคควรใช้ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานด้วย เพราะข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่า B มีผลขาดทุนสุทธิ 32.51 ล้านบาทในงวด 6 เดือนปี 2569 แม้ EBITDA พลิกเป็นบวก 28.50 ล้านบาทในช่วงเดียวกัน
มุมมอง: ⭐ เก็งกำไรเชิง Technical / รอ Breakout ยืนยัน
แนวรับ: 0.03 / 0.02 บาท
แนวต้าน: 0.04 / 0.05 บาท
สัญญาณชี้ขาด: Volume + การยืนเหนือ 0.04 บาท
บทวิเคราะห์นี้เป็นมุมมองเชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่มี ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์


หุ้น B – บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) อยู่ในหมวด บริการ / ขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) โดยธุรกิจไม่ได้มีเพียงการขนส่ง แต่ครอบคลุมโลจิสติกส์หลายรูปแบบ และมีการลงทุนต่อยอดไปยังธุรกิจพลังงานทางเลือกด้วย
วิเคราะห์หุ้น B – บี จิสติกส์

  1. ภาพรวมธุรกิจ
    B ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ได้แก่
    ขนส่งสินค้าทางถนน
    ขนถ่ายสินค้า
    ท่าเทียบเรือ
    โรงพักสินค้า / คลังสินค้า
    บริการเช่ารถเครน
    Freight Forwarding ระหว่างประเทศ
    บริการพิธีการศุลกากร
    ลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือก
    ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิต
    บริษัทระบุว่าปัจจุบันใช้ พันธมิตรทางการค้าที่มีกองรถบรรทุกจำนวนมาก เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการให้บริการ และกำลังมองโอกาสในพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานลม ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่สำหรับธุรกิจ EV และคาร์บอนเครดิต
    จุดที่น่าสนใจ: B จึงมีลักษณะเป็นหุ้นที่พยายามเปลี่ยนจาก “โลจิสติกส์” ไปสู่ Logistics + Green Energy + Carbon Credit

2. วิเคราะห์ผลประกอบการ ตัวเลขล่าสุด งวด 6 เดือนปี 2569 ถือว่ายังเป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างมาก

รายการ6M/686M/69เปลี่ยนแปลง
รายได้รวม336.91 ลบ.133.61 ลบ.▼ 60.34%
ค่าใช้จ่ายรวม428.81 ลบ.176.17 ลบ.▼ 58.92%
ขาดทุนสุทธิ-102.45 ลบ.-32.51 ลบ.ขาดทุนลดลง
สินทรัพย์6,265.19 ลบ.5,545.23 ลบ.▼
หนี้สิน2,021.30 ลบ.1,866.04 ลบ.▼
ส่วนผู้ถือหุ้น3,436.99 ลบ.3,056.43 ลบ.▼

อ่านตัวเลขอย่างไร?
ข่าวดี: ขาดทุนสุทธิลดจากประมาณ 102 ล้านบาท เหลือ 32.5 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือน
แต่ ข่าวที่ต้องระวัง: รายได้ลดลงแรงถึงประมาณ 60% YoY แสดงว่าการลดขาดทุนส่วนหนึ่งเกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่าย ไม่ได้เกิดจากการเติบโตของรายได้
ดังนั้นโจทย์สำคัญของ B คือ
“จะกลับมาสร้างรายได้จากธุรกิจหลักให้เติบโตและกลับมามีกำไรอย่างยั่งยืนได้หรือไม่?”
3. จุดแข็งของ B
🟢 1. ธุรกิจมีความหลากหลาย
ไม่ได้พึ่งรายได้จากการขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่มีทั้งคลังสินค้า ท่าเทียบเรือ ขนถ่ายสินค้า Freight Forwarding และบริการศุลกากร ทำให้สามารถให้บริการลูกค้าแบบครบวงจรได้
🟢 2. มีโอกาสต่อยอดจาก Logistics ไปสู่ Green Economy
การลงทุนในพลังงานทางเลือกและคาร์บอนเครดิตเป็นธีมที่น่าสนใจในระยะยาว โดยเฉพาะหากสามารถสร้างรายได้ประจำจากสินทรัพย์พลังงานหรือธุรกิจคาร์บอนเครดิตได้จริง
🟢 3. ฐานะหนี้ไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น
ณ 6M/69 บริษัทมีหนี้สินประมาณ 1,866 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 3,056 ล้านบาท ขณะที่ SET แสดง D/E ประมาณ 0.51 เท่า
4. จุดอ่อน / ความเสี่ยง
🔴 1. รายได้หดตัวแรง
นี่เป็นความเสี่ยงหลักที่สุดในเวลานี้ เพราะรายได้ 6M/69 ลดลงมากกว่า 60% YoY
ถ้ารายได้ยังไม่ฟื้น การกลับไปทำกำไรอย่างยั่งยืนจะเป็นเรื่องยาก
🔴 2. ยังขาดทุนต่อเนื่อง
ปี 2568 บริษัทขาดทุนสุทธิประมาณ 450.78 ล้านบาท หลังจากปี 2567 ขาดทุนประมาณ 53.47 ล้านบาท
ดังนั้นแม้ 6M/69 ขาดทุนลดลง แต่ยังไม่ควรมองว่าเป็นการ “Turnaround สำเร็จ” จนกว่าจะเห็นกำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่องหลายไตรมาส
🔴 3. กระแสเงินสดและสภาพคล่องต้องติดตาม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดในงบรวมลดจาก 72.71 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เหลือ 5.97 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2569
ตัวเลขนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญมาก เพราะแม้ D/E ไม่สูง แต่ เงินสดในมือค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจ
🔴 4. วัฏจักรเงินสดยาว
SET รายงาน Cash Cycle ของ 6M/69 ประมาณ 353.89 วัน ซึ่งถือว่าสูงมาก
นักลงทุนจึงควรติดตามคุณภาพของลูกหนี้และการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียนอย่างใกล้ชิด
5. มุมมองเชิงพื้นฐาน
ผมมอง B เป็นหุ้นประเภท
“หุ้น Turnaround / Transformation”
มากกว่าหุ้น Defensive หรือหุ้น Growth ที่มีผลกำไรเติบโตสม่ำเสมอ
สิ่งที่ต้องพิสูจน์ในอนาคตคือ
รายได้ฟื้น → Margin ดีขึ้น → ลดขาดทุน → กลับมากำไร → กระแสเงินสดดีขึ้น
ถ้าทำได้ครบทั้ง 5 ขั้น หุ้นจะมีโอกาสเปลี่ยน Story อย่างมีนัยสำคัญ
แต่ถ้ารายได้ยังลดลงและต้องพึ่งการลดค่าใช้จ่ายหรือรายการพิเศษเพื่อประคองผลประกอบการ ความเสี่ยงก็ยังสูง
6. มุมมองราคาหุ้น
ข้อมูล SET ณ ต้นเดือนตุลาคม 2569 ระบุราคาประมาณ 0.03 บาท ขณะที่มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นประมาณ 0.38 บาท และ P/BV ประมาณ 0.08 เท่า
จึงดูเหมือนว่า ราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมาก
แต่ต้องระวังการตีความว่า “ถูกมาก = น่าซื้อ” เพราะ P/BV ต่ำอาจสะท้อนตลาดกำลังกังวลเรื่อง
ความสามารถในการทำกำไร
คุณภาพของสินทรัพย์
การสร้างกระแสเงินสด
การฟื้นตัวของธุรกิจหลัก
ความเสี่ยงจากการเพิ่มทุน/โครงสร้างเงินทุนในอนาคต
อีกทั้งราคาหุ้นอยู่ในช่วงประมาณ 0.02–0.05 บาทในรอบ 52 สัปดาห์ และมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันค่อนข้างต่ำ จึงเป็นหุ้นที่ต้องระวังเรื่องสภาพคล่องในการซื้อขายด้วย
🎯 สรุปแบบนักลงทุน
B = หุ้น Turnaround ที่มี Story Logistics + Green Energy
จุดเด่น
ธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร
มีโอกาสต่อยอด Green Energy
D/E ไม่สูง
ขาดทุน 6M/69 ลดลง YoY
P/BV ต่ำมาก
จุดที่ต้องระวัง
รายได้ 6M/69 ลดลงแรง
ยังขาดทุน
เงินสดลดลงมาก
Cash Cycle ยาว
ผลประกอบการในอดีตผันผวนสูง
สภาพคล่องการซื้อขายของหุ้นค่อนข้างต่ำ
⭐ มุมมอง
พื้นฐาน: 🟠 เก็งกำไร / รอการพิสูจน์ Turnaround
โอกาส: 🟢 สูง หากรายได้กลับมาโตและธุรกิจพลังงานสร้างกำไรได้จริง
ความเสี่ยง: 🔴 สูง
ประเด็นที่ต้องจับตาที่สุด:
“B จะเปลี่ยนจากบริษัทที่มีสินทรัพย์และ Story จำนวนมาก ให้กลายเป็นบริษัทที่สร้างกำไรและกระแสเงินสดได้จริงเมื่อไหร่?”
สำหรับหุ้น B ผมจะให้น้ำหนักกับ การฟื้นตัวของรายได้ + Operating Cash Flow + กำไรจากธุรกิจหลัก มากกว่าการดู P/BV ต่ำเพียงอย่างเดียวครับ.



Disclaimer

ใส่ความเห็น