ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น ASP บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น ASP บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น ASP บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ ASP อยู่ในหมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) เป็นส่วนของกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.09บาท20 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.08บาท20 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.07บาท12 ก.ย. 2567เงินปันผล
01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.10บาท17 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 25660.08บาท12 ก.ย. 2566เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.13บาท17 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.07บาท09 ก.ย. 2565เงินปันผล
01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.20บาท17 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 25640.20บาท08 ก.ย. 2564เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.12บาท17 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ ASP

  1. เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
    ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของ ASP เนื่องจากบริษัทมีโครงสร้างเป็น Holding Company เงินลงทุนเหล่านี้ใช้เป็นฐานในการควบคุมและสร้างผลตอบแทนจากธุรกิจในกลุ่ม เช่น ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจบริหารจัดการกองทุน โดยงบการเงินแยกของ ASP แสดงรายการเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมอย่างมีนัยสำคัญ
  2. เงินฝากและเงินสดกับสถาบันการเงิน
    เป็นทรัพย์สินสำคัญของกลุ่ม เนื่องจากธุรกิจหลักทรัพย์จำเป็นต้องบริหารสภาพคล่องและเงินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดย ณ สิ้นปี 2568 กลุ่มมีเงินฝากกับสถาบันการเงินในชื่อบริษัท บริษัทย่อย และในนามลูกค้า รวมประมาณ 9,200.52 ล้านบาท
  3. ลูกหนี้จากธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
    ประกอบด้วยลูกหนี้จากธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ ลูกหนี้จากธุรกิจหลักทรัพย์ และรายการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมผ่านระบบชำระราคา โดย ณ สิ้นปี 2568 มีลูกหนี้จากธุรกิจหลักทรัพย์และอนุพันธ์ประมาณ 2,333.19 ล้านบาท
  4. หลักทรัพย์และเงินลงทุน
    กลุ่ม ASP มีสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น เงินลงทุนในตราสารหนี้และหลักทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งใช้ในการบริหารสภาพคล่องและสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน ณ สิ้นปี 2568 เงินลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในชื่อบริษัท บริษัทย่อย และในนามลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 284.78 ล้านบาท
  5. สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริหารกองทุน
    ได้แก่ ลูกหนี้ค่าธรรมเนียมและรายได้จากการให้บริการด้าน Asset Management โดย ณ สิ้นปี 2568 กลุ่มมีรายการดังกล่าวประมาณ 58.62 ล้านบาท
  6. อาคาร สำนักงาน และอุปกรณ์
    ธุรกิจของ ASP จำเป็นต้องใช้สำนักงาน ระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สำนักงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสำหรับรองรับงานซื้อขายหลักทรัพย์ การวิเคราะห์การลงทุน วาณิชธนกิจ และการบริหารกองทุน โดยงบการเงินแยกมีรายการ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ และ สินทรัพย์สิทธิการใช้ เป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
  7. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนและระบบเทคโนโลยี
    สำหรับธุรกิจการเงิน สินทรัพย์ที่มีความสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่แค่อาคารและอุปกรณ์ แต่รวมถึง ซอฟต์แวร์ ระบบสารสนเทศ และระบบที่ใช้สนับสนุนการให้บริการลูกค้าและการดำเนินธุรกรรมในตลาดทุน ซึ่งอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและระบบเทคโนโลยีของบริษัท

สรุปแบบเข้าใจง่าย
ASP ไม่ใช่ธุรกิจที่พึ่งพาโรงงาน เครื่องจักร หรือสินค้าคงคลังเป็นหลัก แต่เป็นธุรกิจการเงินที่ทรัพย์สินสำคัญอยู่ในรูปของ เงินลงทุน + สินทรัพย์ทางการเงิน + เงินฝาก + ลูกหนี้จากธุรกิจหลักทรัพย์ + เงินลงทุนในบริษัทย่อย + ระบบเทคโนโลยีและสำนักงาน
จุดที่น่าสนใจคือ “เงินลงทุนในบริษัทย่อยและสินทรัพย์ทางการเงิน” มีความสำคัญมากกว่าสินทรัพย์ประเภทอาคารและเครื่องจักร ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างธุรกิจของ ASP ที่ทำหน้าที่เป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านธุรกิจตลาดทุน
ข้อมูลล่าสุดที่บริษัทเผยแพร่มีทั้งงบการเงิน ไตรมาส 2/2569 และหมายเหตุประกอบงบการเงิน ณ 30 มิถุนายน 2569 ดังนั้น หากต้องการวิเคราะห์มูลค่าทรัพย์สินแบบเจาะลึก ควรใช้ตัวเลขงวด 30 มิ.ย. 2569 ประกอบด้วย


กลุ่มบริษัทในเครือของ ASP
บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจการเงินและธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยธุรกิจหลักครอบคลุม นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การลงทุน วาณิชธนกิจ การบริหารสินทรัพย์ และ Private Equity

จากงบการเงินปี 2568 บริษัทระบุบริษัทที่เป็น บริษัทย่อย (Subsidiaries) หลักของกลุ่มไว้ 3 แห่ง ได้แก่


จุดสำคัญของโครงสร้างกลุ่ม ASP

  1. ASPS – ธุรกิจหลักทรัพย์
    บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่ ASP ถือหุ้น 100% และเป็นแกนหลักด้านธุรกิจหลักทรัพย์ของกลุ่ม
  2. Asset Plus – ธุรกิจจัดการกองทุน
    บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด เป็นอีกหนึ่งบริษัทย่อยสำคัญ รองรับธุรกิจบริหารกองทุนและการลงทุนของกลุ่ม โดยเว็บไซต์ของบริษัทระบุอยู่ในกลุ่มบริษัทของ Asia Plus Group Holdings
  3. Asia Plus Advisory – ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน
    บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่ทำหน้าที่ด้าน Financial Advisory / Investment Banking และเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจวาณิชธนกิจของกลุ่ม

สรุปโครงสร้างธุรกิจแบบเข้าใจง่าย
ASP
→ ASPS = นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ / ธุรกิจหลักทรัพย์
→ Asset Plus Fund Management = บริหารจัดการกองทุน
→ Asia Plus Advisory = ที่ปรึกษาทางการเงิน / วาณิชธนกิจ
ดังนั้น ASP มีลักษณะเป็น Holding Company ที่กระจายธุรกิจอยู่ในห่วงโซ่บริการทางการเงินหลายด้าน ซึ่งช่วยให้กลุ่มมีรายได้จากทั้งธุรกิจหลักทรัพย์ การจัดการกองทุน และวาณิชธนกิจ แทนที่จะพึ่งพารายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหุ้นเพียงอย่างเดียว
หมายเหตุ: บริษัทที่ปรากฏในเอกสารในฐานะ “related parties / common directors” ไม่ได้หมายความว่าเป็นบริษัทย่อยของ ASP ทั้งหมด จึงควรแยกออกจาก “กลุ่มบริษัทในเครือ” โดยตรง เช่น บริษัทที่มีกรรมการร่วมกัน



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น MST
MST หรือ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจหลักด้านนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงวาณิชธนกิจและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ดังนั้นผลประกอบการจึงมีความสัมพันธ์กับภาวะตลาดทุนและพฤติกรรมของนักลงทุนค่อนข้างมาก โดยข้อมูลอ้างอิงจาก 56-1 One Report 2568 ที่บริษัทเผยแพร่ในปี 2569

  1. ความเสี่ยงจากภาวะตลาดหุ้นผันผวน
    รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์ขึ้นกับมูลค่าการซื้อขายและกิจกรรมของนักลงทุน หากตลาดหุ้นซบเซา นักลงทุนลดการซื้อขาย หรือความเชื่อมั่นลดลง รายได้ค่านายหน้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้องอาจหดตัวตาม
    ประเด็นสำคัญ: MST มีความอ่อนไหวต่อวัฏจักรของตลาดทุนมากกว่าธุรกิจที่มีรายได้ประจำ
  2. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
    ธุรกิจหลักทรัพย์มีการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะธุรกิจนายหน้าซื้อขายหุ้น ทั้งด้านค่าคอมมิชชั่น เทคโนโลยี แพลตฟอร์มออนไลน์ คุณภาพบทวิเคราะห์ และบริการลูกค้า บริษัทระบุว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างค่าธรรมเนียมของตลาดหลักทรัพย์และการพัฒนาเทคโนโลยีของคู่แข่งเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ
    ผลกระทบ: หากต้องลดค่าธรรมเนียมเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด อาจกดดันอัตรากำไรของ MST
  3. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่
    ธุรกิจนายหน้าของ MST มีการกระจุกตัวของรายได้ในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ โดยในปี 2567 ลูกค้า 10 รายแรกคิดเป็น 42.03% ของรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
    หากลูกค้ารายใหญ่ลดการซื้อขายหรือย้ายไปใช้บริการคู่แข่ง อาจส่งผลต่อรายได้ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
  4. ความเสี่ยงจากลูกค้าผิดนัดชำระหนี้
    การให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องมีความเสี่ยงที่ลูกค้าอาจผิดนัดชำระเงินหรือไม่สามารถส่งมอบหลักทรัพย์/หลักประกันได้ โดยเฉพาะในช่วงตลาดปรับตัวลงแรง ซึ่งอาจทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มและกระทบสภาพคล่องหรือกำไร
  5. ความเสี่ยงจากการรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
    MST มีธุรกิจรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ หากรับประกันแบบ Firm/Hard Underwriting แล้วมีหลักทรัพย์เหลือจากการเสนอขาย บริษัทอาจต้องซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือมาไว้เอง
    หากราคาหลักทรัพย์หลังเข้าตลาดลดลงต่ำกว่าราคาที่รับประกัน บริษัทอาจเกิด ขาดทุนจากการลงทุน ซึ่งสามารถกระทบผลประกอบการและฐานะการเงินได้
  6. ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและ Cybersecurity
    ธุรกิจหลักทรัพย์พึ่งพาระบบซื้อขายออนไลน์ ระบบข้อมูลลูกค้า และระบบ IT เป็นอย่างมาก การโจมตีทางไซเบอร์ ระบบล่ม ข้อมูลรั่วไหล หรือความผิดพลาดของระบบ อาจกระทบทั้งรายได้ ความเชื่อมั่น และชื่อเสียงของบริษัท
    MST ระบุว่ามีมาตรการด้าน IT Audit, การสำรองข้อมูล, Disaster Recovery, การเข้ารหัสข้อมูล และ Multi-factor Authentication เพื่อควบคุมความเสี่ยงดังกล่าว
  7. ความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือการทุจริตของพนักงาน
    พนักงานของบริษัทเกี่ยวข้องโดยตรงกับคำสั่งซื้อขายและข้อมูลของลูกค้า หากเกิดการปฏิบัติงานผิดพลาด ใช้อำนาจเกินขอบเขต ใช้ข้อมูลลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือประพฤติมิชอบ อาจนำไปสู่ความเสียหายทางการเงิน คดีความ และกระทบความน่าเชื่อถือของ MST
  8. ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์และการกำกับดูแล
    บริษัทหลักทรัพย์เป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวด การเปลี่ยนแปลงกฎของ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎด้าน KYC, AML, การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการซื้อขายหลักทรัพย์ อาจเพิ่มต้นทุนด้านระบบ บุคลากร และ Compliance
    MST ระบุว่ามีการดำเนินงานด้าน KYC, CDD, AML, การรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย และการคุ้มครองข้อมูลลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของกรอบบริหารความเสี่ยงและ Compliance
  9. ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง
    ธุรกิจของ MST พึ่งพา ความไว้วางใจของลูกค้า สูง หากเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับระบบซื้อขาย ข้อมูลรั่วไหล การให้บริการผิดพลาด หรือการกระทำผิดของบุคลากร อาจทำให้ลูกค้าสูญเสียความเชื่อมั่นและส่งผลต่อการรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว
  10. ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุนโดยรวม
    เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ความเชื่อมั่นลดลง หรือเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง มูลค่าการซื้อขายอาจลดลง กระทบทั้งธุรกิจ Brokerage, Investment Banking และธุรกิจตลาดทุนที่เกี่ยวข้อง

🔎 สรุปสำหรับนักลงทุน MST
ความเสี่ยงหลักที่ควรจับตา:
ตลาดหุ้นซบเซา → มูลค่าซื้อขายลด → ค่าคอมมิชชั่นลด → กำไรผันผวน
ขณะเดียวกันต้องติดตาม การแข่งขันด้านค่าคอมมิชชั่น, การกระจุกตัวของลูกค้ารายใหญ่, หนี้/หลักประกันของลูกค้า, ความเสี่ยงจาก Underwriting, Cybersecurity และกฎเกณฑ์ของภาครัฐ
โดยภาพรวม MST เป็นหุ้นที่มีลักษณะ “ผูกกับวัฏจักรตลาดทุน” ค่อนข้างชัดเจน ดังนั้นช่วงที่ตลาดคึกคักและมูลค่าการซื้อขายสูง มีโอกาสเอื้อต่อรายได้ของบริษัท แต่ในช่วงตลาดซบเซา ความผันผวนของกำไรอาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท เอเซียเสริมกิจ จำกัด190,936,1909.07
2ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)178,099,9808.46
3นาง สุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล78,882,8163.75
4บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)73,719,3003.50
5บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)72,480,2003.44
6บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด57,887,2712.75
7นาย ชาลี โสภณพนิช32,515,7911.54
8นาง ทัศนีย์ โอภาสวงการ31,128,9001.48
9นาย ชาติศิริ โสภณพนิช26,624,3281.26
10นาง สาวิตรี รมยะรูป26,344,3281.25
11นาย ขัตติยะ โรจนตรีคูณ23,700,0001.13
12นาย ทนง พิทยะ23,550,0001.12
13ด.ญ. สิริพร โสภณพนิช22,930,2001.09
14นาย วชิระ ทยานาราพร20,000,0000.95
15EAST FOURTEEN LIMITED-EMERGING MARKETS CORE EQUITY 2 PORTFOLIO OF DFA INVESTMENT DIMENSIONS GROUP INC.18,197,9000.86
16นาย นาคินท์ วงศ์วสุ14,520,0000.69
17นาย ก้องเกียรติ โอภาสวงการ13,815,2810.66
18ร.อ.หญิง จิระภา ศุภนิรัติศัย13,206,5000.63
19นาง วณา คงเดชาเลิศ12,284,3000.58
20นาง อรุณี หวั่งหลี11,030,0000.52

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย ชาลี โสภณพนิชประธานกรรมการ
2นาย ก้องเกียรติ โอภาสวงการกรรมการ
3นาง ณินทิรา โสภณพนิชกรรมการ
4นาย พัชร สุระจรัสกรรมการ
5นาย พิทเยนท์ อัศวนิกกรรมการ
6นาย ชนิตร ชาญชัยณรงค์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
7นาย ไมเคิล เดวิด โรเบิร์ตสกรรมการอิสระ
8นาย วิรัช อภิเมธีธำรงกรรมการอิสระ, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
9นาย โสภณ บุณยรัตพันธุ์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น ASP — บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP มีพัฒนาการสำคัญจากการเป็นบริษัทหลักทรัพย์ สู่การปรับโครงสร้างเป็น Holding Company ที่มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยมีบริษัทในกลุ่มครอบคลุมธุรกิจหลักทรัพย์ การจัดการกองทุน และที่ปรึกษาทางการเงิน
📌 พัฒนาการในอดีตที่สำคัญ
2517 — ก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2517 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 10 ล้านบาท ภายใต้ชื่อ “บริษัท เอเซียค้าหุ้น จำกัด”
2522 — เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย จำกัด” และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1,000 ล้านบาท
2530 — ได้รับอนุมัติเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ฯ หมายเลข 8
2531 — หุ้นของบริษัทเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2531
2537 — แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
2547 — ควบรวมกิจการกับบริษัทหลักทรัพย์ แอสเซท พลัส ทำให้เกิดการผสานจุดแข็งด้านฐานลูกค้า เครือข่ายสาขา ธุรกิจสถาบัน และวาณิชธนกิจ จนกลายเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่มีบริการครบวงจรมากขึ้น
2557 — ผู้ถือหุ้นอนุมัติการปรับโครงสร้างจากบริษัทหลักทรัพย์เป็น บริษัทโฮลดิ้ง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขยายธุรกิจ แยกความเสี่ยงระหว่างธุรกิจตัวแทนและธุรกิจลงทุน และโอนธุรกิจหลักทรัพย์ไปยังบริษัทย่อย
🚀 การขยายธุรกิจผ่านบริษัทย่อย
หลังปรับโครงสร้าง ASP ทำหน้าที่เป็นบริษัทโฮลดิ้ง โดยมีบริษัทย่อยสำคัญ ได้แก่
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) — ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดย ASP ถือหุ้น 99.99%
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด — ธุรกิจจัดการกองทุน โดยถือหุ้น 99.99%
บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด — ให้บริการที่ปรึกษาทางการเงิน เช่น การซื้อขายกิจการ การควบรวมกิจการ การประเมินมูลค่ากิจการ และการปรับโครงสร้างหนี้ โดยถือหุ้น 99.99%
ปัจจุบัน SET ระบุว่า ASP เป็น Holding Company ที่ลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การลงทุน วาณิชธนกิจ การจัดการสินทรัพย์ และ Private Equity
📅 พัฒนาการช่วงปี 2565–2568
ปี 2565
ผู้ถือหุ้นอนุมัติแก้ไขวัตถุประสงค์และหนังสือบริคณห์สนธิ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์และโครงสร้างการลงทุน
เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจและรองรับโอกาสการลงทุนทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ปี 2566
ปรับปรุงข้อบังคับบริษัทให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด ฉบับแก้ไข
ได้รับการประเมิน CG ระดับ “ดีเลิศ” 5 ดาว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
ปี 2567
บริษัทดำเนินงานครบรอบ 50 ปี เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567
ได้รับการประเมิน CG ระดับ “ดีเลิศ” 5 ดาว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
ปี 2568
ยังคงได้รับการประเมิน CG ระดับ “ดีเลิศ” 5 ดาว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สะท้อนการให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลและการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง
🔎 จุดที่น่าจับตาของ ASP
โครงสร้างของ ASP ในปัจจุบันจึงแตกต่างจากภาพของ “หุ้นบริษัทหลักทรัพย์” แบบดั้งเดิม เพราะบริษัทแม่เน้นบทบาท Holding Company และสร้างรายได้ผ่านการถือหุ้นในธุรกิจการเงินหลายประเภท ขณะที่ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2568 ระบุว่าบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลักมีสัดส่วนขนาดประมาณ 85.54% ของขนาดบริษัทตามเกณฑ์ Holding Company
ล่าสุด ASP มีงบการเงินไตรมาส 2/2569 เป็นงบล่าสุดที่เผยแพร่ และบริษัทได้รายงานคำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานต่อ SET เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569
สรุปสั้น ๆ:
ASP จากบริษัทหลักทรัพย์ดั้งเดิม → ปรับโครงสร้างเป็น Holding Company → กระจายการลงทุนสู่ธุรกิจหลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ จัดการกองทุน และการลงทุน → มุ่งสร้างรายได้จากหลายธุรกิจและเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุน


หน่วย: ล้านบาท

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสด693.08975.19995.121,700.011,407.78
เงินลงทุนสุทธิ3,937.863,120.982,719.372,637.463,491.20
เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ
– เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้
ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ126.32119.77112.91110.88112.03
รวมสินทรัพย์14,057.9512,012.729,283.4011,556.8213,854.31
เงินกู้ยืมและเงินรับฝาก2,704.771,458.291,098.74235.941,540.70
รวมหนี้สิน9,165.067,106.774,525.856,800.048,952.49
ทุนจดทะเบียน2,521.952,521.952,521.952,521.952,448.23
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า2,105.662,105.662,105.662,105.662,031.94
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น1,139.181,139.181,139.181,139.181,139.18
กำไร(ขาดทุน)สะสม1,671.751,685.131,712.321,534.591,751.44
หุ้นทุนรับซื้อคืน176.65
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่4,892.894,905.954,757.554,756.784,901.82

หน่วย: ล้านบาท

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ2,172.751,994.111,874.30916.291,142.50
– รายได้ดอกเบี้ย407.5100
– จากสินเชื่อและเงินฝาก
– รายได้ค่านายหน้า607.04496.95413.84210.40303.21
– รายได้จากการดำเนินธุรกิจ – อื่น ๆ
รวมรายได้2,178.572,011.751,896.05928.371,194.72
ต้นทุน
(กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ252.17361.97383.05162.16295.40
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้665.72589.36327.46126.43426.19
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่407.94356.42195.6552.77324.92
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.190.170.090.030.16

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน3,457.622,116.141,807.192,240.99302.88
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-42.00-37.390.94-33.88-134.51
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-3,647.90-1,796.64-1,788.20-1,482.28244.29
เงินสดสุทธิ-232.29282.1019.94724.83412.65

วิเคราะห์งบการเงินหุ้น ASP — บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP เป็นหุ้นในกลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์และการเงิน ดังนั้นการอ่านงบควรเน้น รายได้ค่าธรรมเนียม/ค่านายหน้า, รายได้ดอกเบี้ย, ผลกำไรจากเงินลงทุน, ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และความสามารถในการสร้าง ROE มากกว่าการใช้ตัวชี้วัดแบบหุ้นอุตสาหกรรมทั่วไป
ข้อมูลล่าสุดที่ SET ระบุคือ งบรวม ไตรมาส 2/2569 (งวดสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569) เป็นงบสอบทาน และ ASP มีเอกสารงบการเงิน Q2/2569 เผยแพร่แล้ว

  1. ภาพรวมกำไร — จุดที่ต้องจับตา
    ปี 2568 ASP มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 195.65 ล้านบาท ลดลงจาก 356.42 ล้านบาทในปี 2567 หรือหดตัวประมาณ 45.1% ขณะที่ EPS ลดจาก 0.17 บาท เหลือ 0.09 บาท
    สัญญาณสำคัญ:
    กำไรของ ASP มีความผันผวนตามภาวะตลาดทุนค่อนข้างมาก เพราะธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับกิจกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ การลงทุน และบริการทางการเงิน
    ดังนั้นการที่กำไรปี 2568 ลดลงแรง ไม่ได้หมายความว่าฐานะการเงินมีปัญหาโดยตรง แต่สะท้อนว่า ความสามารถในการทำกำไรยังขึ้นกับวัฏจักรตลาดทุนสูง
  2. คุณภาพของรายได้
    สำหรับ ASP สิ่งที่นักลงทุนควรดูไม่ใช่แค่ “รายได้รวมเพิ่มหรือลด” แต่ต้องแยกว่ารายได้มาจากอะไร
    รายได้ที่น่าสนใจ
    ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
    ค่าธรรมเนียมและบริการ
    รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ
    รายได้จากการบริหารกองทุน/การลงทุน
    ดอกเบี้ยและรายได้จากสินทรัพย์ทางการเงิน
    กำไร/ขาดทุนจากเงินลงทุน
    หากรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตพร้อมกับตลาดทุน จะถือเป็นสัญญาณบวกที่ค่อนข้างดี เพราะเป็นรายได้จากธุรกิจหลัก
    แต่ถ้ากำไรเพิ่มขึ้นเพราะ กำไรจากเงินลงทุนหรือรายการที่มีความผันผวน นักลงทุนควรระวัง เพราะอาจไม่สามารถทำซ้ำได้ทุกไตรมาส
  3. โครงสร้างงบดุล — ต้องอ่านต่างจากหุ้นทั่วไป
    ASP เป็นบริษัทในกลุ่มตลาดทุน ดังนั้น สินทรัพย์และหนี้สินที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ไม่ได้หมายความว่า leverage สูงผิดปกติทันที
    สิ่งที่ควรติดตามคือ
    สินทรัพย์
    เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
    เงินฝาก/เงินลงทุน
    ลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์
    สินทรัพย์ทางการเงิน
    เงินลงทุนในบริษัทย่อย/บริษัทร่วม
    หนี้สิน
    เจ้าหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์
    เงินกู้ยืม
    หนี้สินทางการเงิน
    ภาระจากธุรกรรมตลาดทุน
    จึงควรดู คุณภาพของสินทรัพย์ + สภาพคล่อง + เงินกองทุน + ความเสี่ยงจากการลงทุน ควบคู่กัน ไม่ควรใช้ Debt/Equity แบบบริษัททั่วไปมาตัดสินเพียงตัวเดียว
    SET ระบุว่างบล่าสุดของ ASP เป็นงบรวมและเป็นงบสอบทาน Q2/2569

4. กำไรปี 2568 เป็นจุดอ่อนที่ต้องจับตา ตัวเลขที่เห็นชัดคือ

รายการ25672568มุมมอง
กำไรสุทธิ356.42 ลบ.195.65 ลบ.🔴 ลดลง
EPS0.17 บาท0.09 บาท🔴 ลดลง
YoY กำไรประมาณ -45%🔴

ข้อมูลดังกล่าวมาจากผลประกอบการที่บริษัทแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ประเด็นสำคัญคือ ปี 2569 จะสามารถฟื้นตัวจากฐานกำไรที่ต่ำในปี 2568 ได้หรือไม่
ถ้ากำไร Q1-Q2/2569 ฟื้นตัวต่อเนื่อง จะเป็นสัญญาณว่าฐานกำไรเริ่มกลับมา แต่ถ้ายังทรงตัวในระดับต่ำ หุ้นจะยังมีข้อจำกัดด้าน Earnings Growth
5. กระแสเงินสด
สำหรับธุรกิจหลักทรัพย์ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอาจผันผวนมาก เนื่องจากมีรายการที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้/เจ้าหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสินทรัพย์ทางการเงิน
ดังนั้นไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่า
“CFO ติดลบ = บริษัทมีปัญหา”
แต่ควรดูว่าเกิดจาก การขยายธุรกรรมตามปกติ หรือเกิดจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้/สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง
SET มีงบกระแสเงินสดล่าสุดของ ASP และระบุว่าเป็นงบรวม Q2/2569
6. จุดแข็งของ ASP
🟢 มีธุรกิจในตลาดทุนหลายด้าน ไม่ได้พึ่งรายได้จากการซื้อขายหุ้นเพียงอย่างเดียว
🟢 มีแบรนด์และฐานธุรกิจในตลาดทุนมายาวนาน
🟢 หากมูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยกลับมาเพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
🟢 หากธุรกิจ Investment Banking / Wealth Management / Asset Management ฟื้นตัว จะช่วยกระจายแหล่งรายได้
🟢 ราคาหุ้นล่าสุดที่ SET แสดงอยู่ที่ 2.56 บาท ณ 21 ส.ค. 2569
7. จุดอ่อนและความเสี่ยง
🔴 กำไรมีความผันผวนตามตลาดทุน
🔴 กำไรปี 2568 ลดลงประมาณ 45% YoY เป็นสัญญาณว่าความสามารถในการทำกำไรยังไม่แข็งแรงเท่าปีก่อน
🔴 การแข่งขันของธุรกิจหลักทรัพย์สูง ทั้งด้านค่าคอมมิชชั่นและแพลตฟอร์มออนไลน์
🔴 หากมูลค่าการซื้อขายในตลาดลดลง รายได้ค่านายหน้ามีโอกาสถูกกดดัน
🔴 ผลตอบแทนจากการลงทุนอาจทำให้กำไรแต่ละไตรมาสผันผวน
🔴 ต้องติดตามความเสี่ยงจากลูกหนี้ธุรกิจหลักทรัพย์และสินทรัพย์ทางการเงินอย่างใกล้ชิด
8. มุมมองเชิงพื้นฐาน
ASP เป็นหุ้นที่ควรมองเป็น “หุ้นวัฏจักรตลาดทุน” มากกว่าหุ้นเติบโตแบบสม่ำเสมอ
ภาพที่เห็นในปัจจุบันคือ
ฐานธุรกิจ = 🟢 มีความหลากหลาย
กำไรปี 2568 = 🔴 อ่อนตัว
EPS = 🔴 ลดลง
ความผันผวนของกำไร = 🔴 สูง
โอกาสฟื้นตัว = 🟡 ขึ้นกับตลาดทุนและรายได้ค่าธรรมเนียม
ปัจจัยสำคัญปี 2569 = 🟢 ต้องจับตาการฟื้นตัวของกำไร
ดังนั้น จุดชี้ขาดของ ASP ไม่ใช่แค่งบดุลแข็งแรงหรือไม่ แต่คือ “กำไรสามารถกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่”
🔎 สรุปแบบนักลงทุน
ASP = หุ้นการเงินที่มีฐานธุรกิจ แต่ Earnings ยังต้องพิสูจน์การฟื้นตัว
ตัวเลขปี 2568 ถือเป็นจุดที่ต้องระวัง เพราะกำไรลดจาก 356.4 ล้านบาทเหลือ 195.6 ล้านบาท และ EPS ลดจาก 0.17 เหลือ 0.09 บาท
สำหรับงวด Q2/2569 ซึ่งเป็นงบล่าสุด สิ่งที่ควรโฟกัสเป็นพิเศษคือ กำไรสุทธิ YoY/QoQ, รายได้ค่านายหน้า, รายได้ค่าธรรมเนียม, กำไรจากเงินลงทุน, ค่าใช้จ่าย และ ROE เพื่อดูว่า ASP กำลังเข้าสู่ช่วง “ฟื้นตัว” หรือยัง
หมายเหตุ: การวิเคราะห์นี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินเพื่อประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และควรอ่านงบ Q2/2569 ฉบับเต็มประกอบการตัดสินใจด้วย



สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท

วิเคราะห์หุ้น ASP — บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
Asia Plus Group Holdings หรือ ASP เป็นหุ้นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับบริการตลาดทุน โดยมี Asia Plus Securities เป็นธุรกิจสำคัญของกลุ่ม ทั้งด้านนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และงานวิจัยการลงทุน
📊 ภาพราคาล่าสุด
ข้อมูล SET ล่าสุดที่ค้นได้ระบุว่า ASP อยู่ที่ 2.56 บาท เพิ่มขึ้น +0.02 บาท (+0.79%) โดยกรอบวันอยู่ที่ 2.52–2.58 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.97–2.80 บาท
จุดที่น่าสนใจคือราคาปัจจุบันอยู่ใกล้โซนบนของกรอบ 52 สัปดาห์ จึงเป็นช่วงที่ต้องจับตา แรงซื้อและวอลุ่ม หากสามารถผ่านแนวต้านเดิมได้อย่างมีนัยสำคัญ
🔥 มุมมองเชิงเทคนิค
แนวรับสำคัญ
2.52 บาท — แนวรับระยะสั้น
2.45–2.48 บาท — แนวรับถัดไป
2.35–2.40 บาท — แนวรับสำคัญ หากหลุดอาจทำให้โมเมนตัมชะลอ
แนวต้าน
2.58–2.60 บาท — ด่านแรกที่ต้องจับตา
2.70 บาท — แนวต้านถัดไป
2.80 บาท — High ในรอบ 52 สัปดาห์
กลยุทธ์สายเทคนิค:
ASP กำลังอยู่ในโซนที่น่าจับตา หาก เบรก 2.60 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณบวกต่อโมเมนตัม และมีโอกาสทดสอบ 2.70 และ 2.80 บาทตามลำดับ
แต่ถ้าผ่าน 2.60 บาทไม่ได้และเกิดแรงขายกลับลงมา ควรระวังการพักตัว โดยเฉพาะหากหลุด 2.52 บาท
💰 ผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวแรง
ตัวเลขที่น่าสนใจมากคือ กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 96.83 ล้านบาท เทียบกับเพียง 4.38 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 หรือเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบ YoY โดย EPS เพิ่มจาก 0.002 บาทเป็น 0.046 บาท
SET ยังแสดงข้อมูลล่าสุดของ ASP ว่ากำไรสุทธิในข้อมูลผลประกอบการล่าสุดอยู่ที่ 96.83 ล้านบาท
ประเด็นนี้ถือเป็น Catalyst เชิงพื้นฐาน ที่ต้องติดตาม เพราะธุรกิจของ ASP มีความสัมพันธ์กับภาวะตลาดทุนโดยตรง หากมูลค่าการซื้อขายและกิจกรรมลงทุนกลับมาคึกคัก รายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และธุรกิจตลาดทุนก็มีโอกาสได้รับประโยชน์
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
รายได้ผันผวนตามตลาดหุ้น — หาก SET ซบเซา มูลค่าการซื้อขายลดลง ธุรกิจนายหน้ามีโอกาสได้รับผลกระทบ
การแข่งขันสูงในธุรกิจหลักทรัพย์ — ค่าคอมมิชชั่นและการแข่งขันด้านแพลตฟอร์มกดดันความสามารถในการทำกำไร
กำไรมีความผันผวน — การฟื้นตัวของกำไรต้องดูต่อเนื่องหลายไตรมาส ไม่ควรใช้เพียง Q1/2569 ตัดสินแนวโน้มทั้งปี
ราคาหุ้นเข้าใกล้ High 52 สัปดาห์ — บริเวณ 2.80 บาทเป็นด่านสำคัญ หากขึ้นไปทดสอบแล้วมีแรงขาย อาจเกิด Profit Taking ได้
🎯 สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
ASP เริ่มมีสัญญาณน่าจับตา! 🚨
ราคาล่าสุด 2.56 บาท กำลังเกาะโซนบนของกรอบ 52 สัปดาห์ ขณะที่กำไร Q1/69 ฟื้นตัวแรงเมื่อเทียบกับปีก่อน
จุดที่ต้องโฟกัสคือ 2.60 บาท
ผ่าน 2.60 + วอลุ่มเข้า = ลุ้น Momentum รอบใหม่
เป้าหมายถัดไป 2.70 → 2.80 บาท
แต่ถ้าหลุด 2.52 บาท ต้องระวังแรงขายและการพักฐาน
ดังนั้น ASP เป็นหุ้นที่ “ต้องจับตาการเบรกเอาต์มากกว่าการไล่ราคา” เพราะบริเวณ 2.60–2.80 บาทเป็นโซนที่ตลาดจะพิสูจน์ว่าแรงซื้อมีพลังมากพอที่จะพาราคาขึ้นทำจุดสูงใหม่หรือไม่


Disclaimer

ใส่ความเห็น