วิเคราะห์ หุ้น SWC บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) SWC อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI สินค้าอุตสาหกรรม(Industrials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 18 ต.ค. 2547 | 257.67 | MAI สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) | SWC |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ผลิตและจำหน่ายสินค้าของใช้ในบ้านเรือน สินค้าอุตสาหกรรม และอาหารและเครื่องดื่ม
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.12 | 0.24 | 0.32 | 0.13 | 0.21 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 2.50 | 1.99 | 2.10 | 2.19 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | 0.13 | บาท | 10 ก.ย. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.20 | บาท | 22 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | 0.13 | บาท | 12 ก.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.13 | บาท | 23 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 10 : 1 | หุ้น | 24 พ.ค. 2567 | หุ้นปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.01 | บาท | 24 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.25 | บาท | 25 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.13 | บาท | 08 ก.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.27 | บาท | 27 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2564 | 0.13 | บาท | 10 ก.ย. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.25 | บาท | 25 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SWC
สำหรับ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้า ของใช้ในครัวเรือน สินค้าอุตสาหกรรม และอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีฐานการผลิต สินทรัพย์เพื่อการดำเนินงาน และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์และการจัดจำหน่ายเป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจ
จาก 56-1 One Report 2568 และข้อมูลบริษัท สามารถสรุปทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจได้ดังนี้
- โรงงานและสถานที่ประกอบธุรกิจ
SWC มีสถานที่และสิ่งปลูกสร้างที่ใช้สนับสนุนการผลิต การจัดเก็บสินค้า และการบริหารงานของบริษัท โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและเคมีภัณฑ์ของบริษัท - เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
เป็นทรัพย์สินหลักที่ใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า เช่น
เครื่องจักรสำหรับผลิตและบรรจุสินค้า
อุปกรณ์ในสายการผลิต
เครื่องมือควบคุมและสนับสนุนกระบวนการผลิต
อุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ
ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อกำลังการผลิต ประสิทธิภาพ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ - อุปกรณ์สำนักงานและเครื่องตกแต่ง
ประกอบด้วยอุปกรณ์และเครื่องใช้สำนักงาน รวมถึงเครื่องตกแต่งที่ใช้ในการบริหารงาน การขาย การตลาด และการดำเนินงานของบริษัท - ยานพาหนะ
บริษัทมีทรัพย์สินประเภทยานพาหนะสำหรับสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น การขนส่งสินค้า การกระจายสินค้า และการปฏิบัติงานของพนักงาน - สินทรัพย์สิทธิการใช้
นอกจากทรัพย์สินที่บริษัทเป็นเจ้าของแล้ว ยังมี สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-use assets) ซึ่งเกิดจากการเช่าทรัพย์สินเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น อาคาร พื้นที่ หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน - สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
ในเชิงการดำเนินงาน SWC จำเป็นต้องมีสินค้าคงเหลือและวัตถุดิบสำหรับการผลิตและจำหน่าย เช่น วัตถุดิบเคมีภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ สินค้าสำเร็จรูป และสินค้าระหว่างกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจโดยตรง - แบรนด์และทรัพย์สินทางการค้า
จุดสำคัญของ SWC คือมีผลิตภัณฑ์และแบรนด์ที่ทำตลาดมาเป็นเวลานาน เช่น เชนไดร้ท์, เชนการ์ด, สเตดฟาส, วาโปน่า, ไบฟอร์ซ, ฟิปฟอร์ซ, อิมิฟอร์ซ และทีโพล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในตลาดไทยและต่างประเทศ
ทรัพย์สินในลักษณะ เครื่องหมายการค้า สิทธิในแบรนด์ และทรัพย์สินทางปัญญา จึงมีความสำคัญต่อความสามารถในการทำตลาดและสร้างรายได้ของบริษัท
ภาพรวมฐานสินทรัพย์
ข้อมูลล่าสุดจาก SET ระบุว่า ณ 30 มิถุนายน 2569 SWC มีสินทรัพย์รวมประมาณ 1,322.69 ล้านบาท ลดลงจาก 1,357.75 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 แต่เพิ่มขึ้นจาก 1,249.28 ล้านบาท ณ 30 มิถุนายน 2568
| ประเภททรัพย์สิน | การใช้ประโยชน์ |
|---|---|
| 🏭 โรงงาน/อาคาร | ผลิต จัดเก็บ และบริหารงาน |
| ⚙️ เครื่องจักรและอุปกรณ์ | ผลิตและบรรจุสินค้า |
| 🧪 อุปกรณ์การผลิต | สนับสนุนธุรกิจเคมีภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค |
| 🚚 ยานพาหนะ | ขนส่งและกระจายสินค้า |
| 🏢 อุปกรณ์สำนักงาน | สนับสนุนการบริหารและการขาย |
| 📦 สินค้าคงเหลือ/วัตถุดิบ | รองรับการผลิตและจำหน่าย |
| ™️ เครื่องหมายการค้า/แบรนด์ | สร้างการรับรู้และมูลค่าทางการตลาด |
| 📄 สินทรัพย์สิทธิการใช้ | ใช้พื้นที่หรือทรัพย์สินภายใต้สัญญาเช่า |
ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับมุมมองนักลงทุน: SWC เป็นธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพาสินทรัพย์ประเภทที่ดินจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่ความสามารถในการสร้างรายได้เชื่อมโยงกับ โรงงาน + เครื่องจักร + ระบบการผลิต + สินค้าคงเหลือ + เครือข่ายการจัดจำหน่าย + มูลค่าของแบรนด์ โดยบริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,322.69 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2569 และในช่วงเดียวกันมีกำไรสุทธิ 103.66 ล้านบาท
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SWC
สำหรับ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SWC) ธุรกิจหลักครอบคลุมการผลิตและจำหน่าย สินค้าของใช้ในบ้านเรือน สินค้าอุตสาหกรรม และอาหารและเครื่องดื่ม โดยข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่ามีการจัดทำงบการเงินในลักษณะ งบรวม ซึ่งรวมบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัทด้วย
โครงสร้างกลุ่มบริษัท
จากรายงานประจำปีของ SWC บริษัทมีการดำเนินธุรกิจผ่าน บริษัทย่อย เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยโครงสร้างกลุ่มบริษัทควรพิจารณาควบคู่กับงบการเงินรวมของบริษัท
บริษัทแม่
บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SWC)
เป็นแกนหลักของกลุ่มธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ในครัวเรือน สินค้าอุตสาหกรรม รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม
จุดสำคัญของธุรกิจในกลุ่ม
ธุรกิจดั้งเดิมของ SWC คือ ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์สำหรับใช้ในครัวเรือน และบริษัทมีแบรนด์สินค้า เช่น เชนไดร้ท์, เชนการ์ด, สเตดฟาส, วาโปน่า, ไบฟอร์ซ, ฟิปฟอร์ซ, อิมิฟอร์ซ และทีโพล์ โดยบริษัทระบุว่ามีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดในเอเชียและออสเตรเลียด้วย
ในช่วงหลัง บริษัทมีการขยายพอร์ตธุรกิจให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยข้อมูล SET ณ 6 เดือนแรกปี 2569 ระบุลักษณะธุรกิจของ SWC เป็น สินค้าใช้ในบ้านเรือน + สินค้าอุตสาหกรรม + อาหารและเครื่องดื่ม ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจ
| กลุ่มธุรกิจ | ลักษณะธุรกิจ |
|---|---|
| บริษัทแม่ SWC | ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอุตสาหกรรม |
| เคมีภัณฑ์ในครัวเรือน | ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ภายในบ้าน |
| สินค้าอุตสาหกรรม | ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์และสินค้าที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม |
| อาหารและเครื่องดื่ม | กลุ่มธุรกิจที่บริษัทขยายพอร์ตเพิ่มเติม |
| ธุรกิจต่างประเทศ | ส่งออกสินค้าไปยังตลาดเอเชียและออสเตรเลีย |
ประเด็นที่น่าสนใจ: ในปี 2568 SWC มีรายได้รวมประมาณ 1,739.78 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 161.01 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้ 848.11 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 103.66 ล้านบาท ตามข้อมูล SET
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SWC
บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลแบบ 56-1/รายงานประจำปีของ SWC ที่เผยแพร่ผ่าน ก.ล.ต. บริษัทมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคและเคมีภัณฑ์สำหรับใช้ในครัวเรือนและการเกษตร ดังนั้นประเด็นความเสี่ยงหลักที่ควรติดตามมีดังนี้
- ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
ต้นทุนการผลิตของ SWC มีความอ่อนไหวต่อราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ หากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการปรับราคาขาย อาจกดดัน อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ ของบริษัท - ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
วัตถุดิบบางส่วนมีการจัดซื้อจากต่างประเทศ ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน โดยเฉพาะกรณีเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าสูงขึ้นและกระทบความสามารถในการทำกำไร - การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค
ตลาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด กำจัดแมลง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตรายใหญ่ แบรนด์ต่างประเทศ และสินค้าราคาประหยัด หากการแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น บริษัทอาจต้องเพิ่มงบการตลาดหรือทำโปรโมชั่น ส่งผลต่ออัตรากำไร - ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภค
ความต้องการของผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกระแสสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากผลิตภัณฑ์หรือสูตรสินค้าปรับตัวไม่ทัน อาจกระทบยอดขายและส่วนแบ่งตลาด - ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและมาตรฐานสินค้า
สินค้าบางประเภทเกี่ยวข้องกับสารเคมีและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การผลิต การขึ้นทะเบียน และการติดฉลาก หากกฎระเบียบมีการเปลี่ยนแปลง บริษัทอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปรับสูตร กระบวนการผลิต หรือบรรจุภัณฑ์ รวมถึงมีความเสี่ยงต่อการเปิดตัวสินค้าใหม่ล่าช้า - ความเสี่ยงด้านการพึ่งพาช่องทางจัดจำหน่าย
สินค้าของ SWC ต้องอาศัยช่องทางค้าปลีกและตัวแทนจำหน่ายในการเข้าถึงผู้บริโภค หากเงื่อนไขทางการค้าของคู่ค้ารายใหญ่เปลี่ยนแปลง หรือการแข่งขันเพื่อพื้นที่วางสินค้ารุนแรงขึ้น อาจส่งผลต่อยอดขายและต้นทุนการขาย - ความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือ
สินค้าอุปโภคบริโภคมีความเสี่ยงจากสินค้าค้างสต็อก สินค้าหมดอายุ หรือผลิตภัณฑ์ที่ความต้องการลดลง หากบริหารสินค้าคงเหลือไม่เหมาะสม อาจเกิดค่าใช้จ่ายจากการทำโปรโมชั่น การลดราคา หรือการตั้งสำรองด้อยค่าของสินค้า - ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีมีความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัย หากเกิดปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐาน การเรียกคืนสินค้า หรือข้อร้องเรียนจากผู้บริโภค อาจส่งผลต่อทั้งต้นทุน ชื่อเสียงแบรนด์ และยอดขาย - ความเสี่ยงจากการขยายตลาดและสินค้าใหม่
การเพิ่มผลิตภัณฑ์หรือขยายตลาดใหม่ต้องใช้เงินลงทุนด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนา และการสร้างแบรนด์ หากสินค้าใหม่ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมาย อาจทำให้ต้นทุนการลงทุนไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนตามที่คาดหวัง - ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
สินค้าบางกลุ่มของบริษัทอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะช่วงที่ค่าครองชีพสูง ผู้บริโภคอาจหันไปเลือกสินค้าที่มีราคาถูกกว่า ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อยอดขายและอัตรากำไร
สรุปสำหรับนักลงทุน: จุดที่ควรติดตาม SWC เป็นพิเศษคือ ราคาวัตถุดิบ + ค่าเงินบาท + การแข่งขันด้านราคา + การเติบโตของยอดขาย + อัตรากำไรขั้นต้น + การบริหารสินค้าคงเหลือ เพราะปัจจัยเหล่านี้สามารถส่งผ่านมายังความสามารถในการทำกำไรของบริษัทได้โดยตรง ทั้งนี้ SWC มีรายงานประจำปี 2568 และงบการเงินถึงไตรมาส 2/2569 เผยแพร่ผ่านระบบ ก.ล.ต. แล้ว จึงควรใช้ข้อมูลล่าสุดประกอบการประเมินเพิ่มเติม
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด | 329,829,060 | 66.13 |
| 2 | นาง เมธาวี สกุลพิเชฐรัตน์ | 50,000,000 | 10.03 |
| 3 | น.ส. ปาลิตา คูสกุล | 26,664,000 | 5.35 |
| 4 | นาย บุญวัน วรธรรมทองดี | 11,847,688 | 2.38 |
| 5 | นาย นิพนธ์ โกมลสุวรรณ | 10,178,315 | 2.04 |
| 6 | นาย นรินทร์ ตรีสุโกศล | 8,800,000 | 1.76 |
| 7 | นาย ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล | 5,800,000 | 1.16 |
| 8 | นาย ฮารกิชิน ทันวานี | 5,400,000 | 1.08 |
| 9 | นาย วิศรุต สกุลพิเชฐรัตน์ | 3,218,440 | 0.65 |
| 10 | นาย สิทธิชัย สุวรรณจงสถิต | 3,001,460 | 0.60 |
| 11 | บริษัท ไลฟ์เซฟเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด | 2,900,000 | 0.58 |
| 12 | นาย จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ | 2,842,382 | 0.57 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย สมชัย สวัสดีผล | ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 2 | นาย ณรงค์ฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ | รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, รองประธานกรรมการบริษัท |
| 3 | นาย นรินทร์ ตรีสุโกศล | กรรมการ |
| 4 | นาย ประสบสันต์ รชตพฤทธิ์ | กรรมการ, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 5 | นาย เถกิงพล เหล่าพิสุทธิ์ | กรรมการ |
| 6 | นาย เหวินโกว ฟาง | กรรมการ |
| 7 | นาย ฟิลลิป ชยรักษ์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น SWC
บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SWC มีพัฒนาการจากผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ในครัวเรือน สู่การขยายพอร์ตสินค้าไปยังกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม สาธารณสุข การเกษตร ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร–เครื่องดื่ม โดยบริษัทมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ ขยายช่องทางจัดจำหน่าย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น
📌 ไทม์ไลน์พัฒนาการสำคัญ
ปี 2539 — ก่อตั้งบริษัท เชอร์วู้ด เคมิคอล จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท และเข้าซื้อกิจการเคมีภัณฑ์ในครัวเรือนจากบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย
ปี 2540 — ก่อสร้างโรงงานผลิตที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับการผลิตสินค้าและการขยายธุรกิจ
ปี 2544 — เปลี่ยนเครื่องหมายการค้าจาก “เชลล์ไดร้ท์” เป็น “เชนไดร้ท์” ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์สำคัญของบริษัท
ปี 2547 — นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท
ปี 2548 — ปรับมูลค่าหุ้นจาก 5 บาท เหลือ 1 บาทต่อหุ้น และมีตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาค 5 แห่ง
ปี 2549 — ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์เคมีสำหรับ สาธารณสุข เพิ่มจากธุรกิจเคมีภัณฑ์ในครัวเรือนเดิม
ปี 2551 — สร้างโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เป็นการขยายฐานการผลิตเข้าสู่กลุ่มสินค้าทำความสะอาดอย่างชัดเจน
ปี 2552 — ก่อตั้ง Sherwood Chemical Australasia Co., Ltd. เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและตลาดต่างประเทศ
ปี 2554 — ยอดขายของบริษัทแตะระดับ 1,000 ล้านบาท และได้รับรางวัล Quality Award จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ปี 2557 — เริ่มขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่บริษัทเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และเครือข่ายจัดจำหน่าย
ปี 2558–2560 — เดินหน้าแผนระยะยาว 5 ปีและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมได้รับรางวัลด้านคุณภาพและรางวัลจากตลาดทุน รวมถึง SET Awards ในปี 2560
ช่วงปี 2564 เป็นต้นมา — บริษัทวางแนวทาง “SWC Change to Win” และใช้กลยุทธ์ Diversification โดยเน้น 4 แนวทาง ได้แก่ ขยายช่องทางจัดจำหน่าย สร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ พัฒนาบุคลากร และนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพระบบขาย
ปัจจุบัน — SWC มีการกระจายธุรกิจไปยัง สินค้าใช้ในบ้าน สินค้าอุตสาหกรรม และอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมพัฒนาพอร์ตผลิตภัณฑ์และแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
🔎 จุดเปลี่ยนที่น่าจับตา
พัฒนาการของ SWC สะท้อนการเปลี่ยนจากบริษัทที่มีฐานหลักใน เคมีภัณฑ์กำจัดแมลงและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไปสู่โมเดลธุรกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยในช่วงหลังบริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์และการกระจายสินค้า ขณะที่ผลประกอบการก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 161.01 ล้านบาท เพิ่มจาก 119.38 ล้านบาทในปี 2567 และ 55.88 ล้านบาทในปี 2566
ล่าสุด 6M/2569 บริษัทมีรายได้ 848.11 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 103.66 ล้านบาท เพิ่มจากกำไรสุทธิ 63.57 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าการขยายธุรกิจและการบริหารโครงสร้างต้นทุนยังเป็นประเด็นสำคัญที่ควรติดตามต่อเนื่อง
สรุป: พัฒนาการของ SWC อยู่บน 3 แกนหลัก คือ ขยายฐานธุรกิจ → สร้างแบรนด์และช่องทางขาย → กระจายพอร์ตสินค้าเพื่อสร้างการเติบโต ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญในการลดการพึ่งพาสินค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งและเพิ่มโอกาสเติบโตในระยะยาว.
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 326.48 | 447.97 | 532.87 | 451.17 | 452.28 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 183.67 | 153.46 | 183.87 | 193.85 | 225.54 |
| สินค้าคงเหลือ | 207.67 | 147.99 | 180.19 | 177.70 | 186.74 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 737.83 | 769.22 | 923.03 | 851.98 | 898.88 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 346.99 | 320.63 | 350.97 | 337.14 | 344.92 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 407.64 | 364.01 | 434.72 | 397.29 | 423.81 |
| รวมสินทรัพย์ | 1,145.46 | 1,133.22 | 1,357.75 | 1,249.28 | 1,322.69 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 150.00 | – | – | – | – |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 233.27 | 251.78 | 351.97 | 333.44 | 299.95 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 425.47 | 307.22 | 464.13 | 405.91 | 410.02 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 57.69 | 50.46 | 89.01 | 68.42 | 88.89 |
| รวมหนี้สิน | 483.16 | 357.68 | 553.13 | 474.33 | 498.91 |
| ทุนจดทะเบียน | 235.00 | 257.67 | 257.67 | 257.67 | 257.67 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 226.70 | 249.37 | 249.37 | 249.37 | 249.37 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 160.51 | 160.51 | 160.51 | 160.51 | 160.51 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 233.74 | 344.15 | 380.48 | 345.38 | 384.39 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 17.69 | -1.10 | -5.21 | -1.50 | 5.79 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | 9.77 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 638.64 | 752.93 | 785.14 | 753.75 | 800.05 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 23.66 | 22.62 | 19.48 | 21.19 | 23.73 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 1,709.68 | 1,685.47 | 1,736.06 | 800.87 | 844.44 |
| รายได้อื่น | 3.72 | 4.26 | 1.33 | 0.54 | 2.85 |
| รวมรายได้ | 1,716.00 | 1,692.59 | 1,739.78 | 802.70 | 848.11 |
| ต้นทุน | 1,100.04 | 994.53 | 922.35 | 433.41 | 494.18 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 509.36 | 514.47 | 586.02 | 276.91 | 212.41 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 1,609.40 | 1,508.99 | 1,508.37 | 710.32 | 706.59 |
| EBITDA | 161.43 | 235.90 | 286.27 | 118.53 | 173.68 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 54.83 | 52.30 | 54.86 | 26.16 | 32.16 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 106.60 | 183.60 | 231.40 | 92.38 | 141.52 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 55.88 | 119.38 | 161.01 | 63.57 | 103.66 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.12 | 0.24 | 0.32 | 0.13 | 0.21 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 2566 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 199.40 | 304.54 | 268.50 | 98.86 | 30.16 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -42.44 | -9.38 | -59.67 | -29.59 | -10.58 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -140.84 | -168.68 | -122.72 | -65.67 | -103.05 |
| เงินสดสุทธิ | 16.13 | 126.47 | 86.12 | 3.60 | -83.48 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 2567 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 10.00 | 10.29 | 7.79 | 8.49 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 36.50 | 35.46 | 46.87 | 43.01 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 5.59 | 5.62 | 4.91 | 5.40 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 65.27 | 64.94 | 74.34 | 67.65 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 4.10 | 3.06 | 2.81 | 3.10 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 89.01 | 119.46 | 129.98 | 117.58 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 12.76 | -19.06 | -8.78 | -6.92 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
🔥 วิเคราะห์กราฟเทคนิค SWC — เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย)
ข้อมูลราคาหุ้น SWC จากตลาดหลักทรัพย์ฯ
ล่าสุดที่ตรวจสอบได้ 11 ก.ย. 2569 SWC ปิดที่ 5.00 บาท +0.10 บาท (+2.04%) ทำจุดสูงสุดของวันและขึ้นมาอยู่บริเวณ High 52 สัปดาห์ที่ 5.00 บาท จากกรอบ 3.32–5.00 บาท ขณะที่มูลค่าซื้อขายอยู่ราว 349.94 ล้านบาทในวันดังกล่าว
📈 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
SWC กำลังยืนชนแนวต้านสำคัญ 5.00 บาท
ภาพรวมราคาช่วงล่าสุดมีโมเมนตัมเป็นบวก และการขึ้นมาทดสอบบริเวณ 5.00 บาท ซึ่งเป็นทั้ง High ล่าสุดและ High รอบ 52 สัปดาห์ ทำให้บริเวณนี้เป็น “ด่านวัดพลัง” ที่สำคัญมาก
🟢 แนวต้านแรก: 5.00 บาท
🚀 ผ่าน 5.00 + Volume หนุน: มีโอกาสเปิดทางเข้าสู่รอบ Momentum ใหม่
🟡 แนวรับแรก: 4.90–4.98 บาท
🟡 แนวรับถัดไป: 4.80–4.90 บาท
🔴 หลุด 4.80: ต้องระวังแรงขายทำกำไรและการพักฐาน
วันที่ 11 ก.ย. ราคาเปิด 4.98 บาท ขึ้นแตะ 5.00 บาท และปิดที่ 5.00 บาท พร้อมปริมาณซื้อขาย 70,000 หุ้น สะท้อนว่าราคายังยืนบริเวณ High ได้ แต่สำหรับการยืนยัน Breakout แบบสายเทคนิค ควรติดตาม Volume ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบด้วย
⚡ สัญญาณ Breakout ที่ต้องการเห็น
5.00 บาท คือ Key Level
หากราคาสามารถ ทะลุ 5.00 บาทได้อย่างชัดเจน พร้อม Volume เร่งตัว จะเป็นสัญญาณที่น่าจับตา เพราะเป็นการผ่านจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์
แต่ถ้าราคา ไม่ผ่าน 5.00 บาทและเกิดแรงขาย ภาพอาจเปลี่ยนเป็นการแกว่งพักฐาน ดังนั้นจุด 5.00 บาทจึงเป็นบริเวณที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
🎯 มุมมองแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
SWC กำลังเดินเข้าสู่โซนตัดสินใจ!
“ชน High 52 สัปดาห์ 5.00 บาท — ด่านนี้ผ่านหรือโดนขาย?”
เกมนี้ไม่ได้อยู่ที่การเดาว่าราคาจะไปทางไหน แต่ต้องดูว่า Breakout ได้จริงหรือไม่ + Volume มาแค่ไหน
📌 ผ่าน 5.00 พร้อมวอลุ่ม = จับตา Momentum
📌 ยืนเหนือ 5.00 ได้ = โครงสร้างขาขึ้นมีโอกาสเดินหน้าต่อ
📌 ไม่ผ่าน 5.00 = ระวังแรงขายบริเวณแนวต้าน
📌 หลุด 4.80 = โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มเสียทรง
ทั้งนี้ SWC มีพื้นฐานล่าสุดที่ยังเติบโต โดยงวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้ 848.11 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 103.66 ล้านบาท เพิ่มจากกำไร 63.57 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ควรนำมาประกอบการติดตามกราฟด้วย
สรุป: ตอนนี้ 5.00 บาทคือด่านสำคัญที่สุดของ SWC — สายเทคนิคควรจับตา “ราคา + Volume” หากเกิด Breakout เหนือระดับดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณที่น่าติดตามมากขึ้น ขณะที่การถูกขายกลับจากแนวต้านต้องระวังการพักฐาน
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น SWC — บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
Sherwood Corporation (Thailand) Public Company Limited หรือ SWC เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหาร, สินค้าอุตสาหกรรม และอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก เช่น เชนไดร้ท์, ทีโพล์, มอส อเวย์ และเชนการ์ด รวมถึงสินค้ากลุ่มกำจัดแมลง ทำความสะอาด สาธารณสุข เคมีเกษตร และดูแลสัตว์เลี้ยง
- ภาพรวมธุรกิจ
จุดสำคัญของ SWC คือการมีฐานธุรกิจเดิมที่แข็งแรงจากตลาด ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงและเคมีภัณฑ์ในครัวเรือน ก่อนขยายไปยังผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและอาหาร/เครื่องดื่ม เพื่อกระจายแหล่งรายได้มากขึ้น
บริษัทระบุว่ามีผลิตภัณฑ์มากกว่า 220 ชนิด และเครื่องหมายการค้ากว่า 130 ฉบับ ขณะที่โรงงานมีมาตรฐาน เช่น ISO 9001, ISO 14001, GMP และ HACCP ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
โครงสร้างธุรกิจหลัก
🦟 กำจัดแมลง / ปลวก — เชนไดร้ท์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
🧹 ทำความสะอาด — ทีโพล์
🐜 อุตสาหกรรมกำจัดแมลงและสาธารณสุข
🌱 เคมีเกษตร
🐶 ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง
🍜 อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทกำลังขยายเพื่อเพิ่มฐานรายได้
2. ผลประกอบการ — จุดที่น่าสนใจมาก ตัวเลขปี 2568 แสดงให้เห็นการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไรค่อนข้างชัดเจน
| ล้านบาท | 2567 | 2568 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| รายได้ | 1,692.59 | 1,739.78 | +2.8% |
| กำไรสุทธิ | 119.38 | 161.01 | +34.6% |
| กำไรสุทธิต่อหุ้น | 0.24 | 0.32 | +33.3% |
| Gross Margin | 40.99% | 46.87% | ดีขึ้น |
| Net Margin | 7.48% | 9.69% | ดีขึ้น |
| ROE | 17.16% | 20.94% | ดีขึ้น |
| ROA | 16.11% | 18.58% | ดีขึ้น |
สิ่งที่น่าสังเกตคือ รายได้โตไม่มาก แต่กำไรโตเร็วกว่ารายได้มาก สะท้อนว่าการบริหารต้นทุนและ Product Mix มีบทบาทสำคัญต่อกำไรของบริษัท ครึ่งแรกปี 2569 ยังโตต่อ
6M/2569 บริษัทมีรายได้ 848.11 ล้านบาท เพิ่มจาก 802.70 ล้านบาทใน 6M/2568 หรือประมาณ 5.7%
ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มจาก 63.57 ล้านบาท เป็น 103.66 ล้านบาท หรือประมาณ 63% YoY
ที่น่าสนใจคือ
Net Margin
6M/68 = 8.39%
6M/69 = 12.74%
และ ROE เพิ่มจาก 17.25% เป็น 25.89%
ดังนั้นภาพของ SWC ในปี 2569 ไม่ได้มีเพียง “ยอดขายเติบโต” แต่เป็นการเติบโตที่มี กำไรสุทธิต่อรายได้สูงขึ้นอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม Gross Margin ลดจาก 45.88% เหลือ 41.48% ใน 6M/69 เนื่องจากต้นทุนขายและวัตถุดิบ/บรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น บริษัทระบุว่าปัจจัยด้านวัตถุดิบได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางด้วย
จุดแข็งของ SWC
🟢 1. แบรนด์มีประสบการณ์และตลาดรองรับ
SWC มีธุรกิจเคมีภัณฑ์ในครัวเรือนมาเป็นเวลานาน และมีแบรนด์ที่ผู้บริโภครู้จัก ทำให้มีฐานตลาดเดิมรองรับ
🟢 2. กำไรเติบโตเร็วกว่ายอดขาย
ปี 2568 รายได้เพิ่มเพียงประมาณ 2.8% แต่กำไรสุทธิเพิ่มประมาณ 34.6%
และ 6M/69 รายได้เพิ่มประมาณ 5.7% แต่กำไรเพิ่มประมาณ 63%
นี่เป็นประเด็นที่ต้องจับตา เพราะหากรักษา Margin ได้ จะช่วยเพิ่มคุณภาพของกำไรในระยะยาว
🟢 3. ขยายธุรกิจเพื่อลดการพึ่งพาสินค้าหลัก
บริษัทระบุอย่างชัดเจนว่าต้องการขยายจากกลุ่ม Chaindrite ไปยัง Teepol และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อกระจายแหล่งรายได้
🟢 4. ฐานะทางการเงินยังอยู่ในระดับที่บริหารได้
ณ 6M/69
สินทรัพย์ 1,322.69 ล้านบาท
หนี้สิน 498.91 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้น 800.05 ล้านบาท
D/E 0.61 เท่า
D/E ไม่ได้อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับฐานทุน แต่หนี้สินเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 จึงควรติดตามต่อ
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
🔴 1. การพึ่งพาสินค้ากำจัดแมลง
นี่เป็นความเสี่ยงที่บริษัทระบุเองว่า Chaindrite ยังเป็นแหล่งรายได้หลัก การกระจายธุรกิจไปยัง Teepol และอาหารจึงมีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงดังกล่าว
🔴 2. ราคาวัตถุดิบ
ธุรกิจเคมีภัณฑ์มีความอ่อนไหวต่อต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย จะกด Gross Margin
สิ่งนี้เริ่มเห็นใน 6M/69 ซึ่ง Gross Margin ลดลงเหลือ 41.48% จาก 45.88%
🔴 3. ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัทระบุว่าวัตถุดิบสำคัญบางส่วนต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีการกำหนดราคาเป็น USD จึงมีความเสี่ยงจากเงินบาท โดยบริษัทใช้ Forward Contract เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง
🔴 4. การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค
ตลาดสินค้าใช้ในบ้านมีการแข่งขันสูง ทั้งด้านราคา โปรโมชั่น ช่องทางจำหน่าย และการเปิดตัวสินค้าใหม่ หากต้องใช้งบการตลาดสูงขึ้น อาจกระทบ Margin
มุมมองเชิงมูลค่า
ข้อมูล SET ณ 2 ก.ย. 2569 ระบุราคา 4.84 บาท, Market Cap ประมาณ 2,414 ล้านบาท, P/E 12 เท่า และ P/BV 3.02 เท่า
ส่วน Snapshot 6M/69 ณ 30 มิ.ย. 2569 ระบุ P/E 13.91 เท่า และ Dividend Yield 7.22%
จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ P/E อยู่ในระดับไม่สูงมากเมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น แต่ P/BV สูงกว่า 1 มาก ดังนั้นการประเมิน SWC ไม่ควรดู P/E เพียงตัวเดียว ควรติดตามว่า ROE ที่สูงขึ้นสามารถรักษาได้ต่อเนื่องหรือไม่
สรุปแบบนักลงทุน
SWC เป็นหุ้น Consumer/Industrial ที่กำลังอยู่ในช่วง “ขยายฐานธุรกิจ + ยกระดับความสามารถทำกำไร”
ภาพที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้คือ
รายได้โตระดับกลาง แต่กำไรโตเร็วกว่ารายได้อย่างชัดเจน
ปี 2568 กำไรสุทธิเพิ่มกว่า 34% และ 6M/69 กำไรเพิ่มประมาณ 63% YoY ขณะที่ ROE ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 25.89%
แต่จุดที่ต้องจับตาคือ Gross Margin ที่ลดลงในครึ่งแรกปี 2569 และการพึ่งพากลุ่ม Chaindrite ซึ่งบริษัทเองกำลังพยายามลดสัดส่วนดังกล่าวด้วยการขยาย Teepol และอาหาร/เครื่องดื่ม
🔎 ประเด็นที่ควรติดตามต่อ
กำไรสุทธิจะรักษาระดับ >100 ล้านบาทต่อครึ่งปีได้หรือไม่
Gross Margin จะฟื้นกลับเหนือ 43–45% ได้หรือไม่
รายได้จาก Teepol และ Food & Beverage จะเติบโตเร็วแค่ไหน
สัดส่วนรายได้จาก Chaindrite จะลดลงจริงหรือไม่
ต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินจะกด Margin ในครึ่งปีหลังหรือไม่
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะกลับมาแข็งแรงขึ้นหรือไม่ เพราะ 6M/69 อยู่ที่ 30.16 ล้านบาท เทียบกับ 98.86 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน
ในมุมสาย VI: จุดเด่นอยู่ที่การฟื้นตัวของ ROE และ Margin ขณะที่โจทย์สำคัญคือความยั่งยืนของกำไรและการลดการพึ่งพาสินค้าหลัก
ในมุมสายเทคนิค: ราคาหุ้นล่าสุดที่ SET แสดงไว้ 4.88 บาท ณ 17 ก.ย. 2569 และกรอบ 52 สัปดาห์ในข้อมูล SET อยู่ที่ 3.32–5.00 บาท จึงเป็นหุ้นที่ควรจับตาโซนใกล้จุดสูงสุดเดิมและพฤติกรรม Volume หากต้องการวิเคราะห์กราฟต่อ

