วิเคราะห์ หุ้น SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) SCC อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 25 เม.ย. 2518 | 1,600.00 | วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) | SCC |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ธุรกิจการลงทุน (Holding company) ในกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์2. เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง 3. เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล4. เอสซีจี เดคคอร์5. เอสซีจี เคมิคอลส์ (เอสซีจีซี)6. เอสซีจีพี
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 21.60 | 5.28 | 11.73 | 0.92 | 5.19 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.92 | 1.01 | 0.91 | 1.02 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 2.50 | บาท | 21 เม.ย. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | 2.50 | บาท | 28 ส.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 2.50 | บาท | 22 เม.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 2.50 | บาท | 23 ส.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 3.50 | บาท | 23 เม.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2566 | 2.50 | บาท | 25 ส.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 2.00 | บาท | 25 เม.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 6.00 | บาท | 26 ส.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 10.00 | บาท | 26 เม.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2564 | 8.50 | บาท | 27 ส.ค. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 8.50 | บาท | 23 เม.ย. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
หุ้น SCC หรือ บริษัท The Siam Cement Public Company Limited มีทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจจำนวนมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจบรรจุภัณฑ์
ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ SCC
เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
SCC ถือหุ้นในบริษัทจำนวนมาก เช่น
SCG Chemicals
SCG Packaging
SCG Decor
ธุรกิจพลังงานสะอาด
ธุรกิจโลจิสติกส์
ธุรกิจเทคโนโลยีอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ขนาดสินทรัพย์รวม
ณ ปี 2024 SCC มีสินทรัพย์รวมประมาณ 861,502 ล้านบาท ขณะที่ช่วงปี 2025 สินทรัพย์รวมเคลื่อนไหวอยู่ในระดับประมาณ 837,000–847,000 ล้านบาท สะท้อนการเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีฐานสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
จุดแข็งของสินทรัพย์ SCC
มีโรงงานและสินทรัพย์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั่วอาเซียน
ถือครองเหมืองหินปูนและแหล่งวัตถุดิบของตนเอง
มีธุรกิจครบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
มีเครือข่ายโลจิสติกส์และกระจายสินค้าครอบคลุม
มีการลงทุนในธุรกิจอนาคต เช่น พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
ด้วยโครงสร้างสินทรัพย์ลักษณะนี้ SCC จึงเป็นหุ้นประเภท “Asset Heavy” ที่มูลค่าธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในรูปของโรงงาน เครื่องจักร ที่ดิน เหมืองแร่ และเงินลงทุนในบริษัทย่อยขนาดใหญ่ทั่วภูมิภาคอาเซียน
โรงงานผลิตและเครื่องจักรอุตสาหกรรม
เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงที่สุดของกลุ่ม ประกอบด้วย
โรงงานปูนซีเมนต์
โรงงานคอนกรีตผสมเสร็จ
โรงงานผลิตกระเบื้อง สุขภัณฑ์ และวัสดุก่อสร้าง
โรงงานปิโตรเคมีและโอเลฟินส์
โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษและพลาสติก
เครื่องจักรสายการผลิตขนาดใหญ่และระบบอัตโนมัติ
ที่ดิน เหมืองหิน และแหล่งวัตถุดิบ
ธุรกิจปูนซีเมนต์ต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมาก SCC จึงถือครอง
เหมืองหินปูน
ที่ดินอุตสาหกรรม
คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า
พื้นที่โรงงานทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ
ทรัพย์สินเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว
โรงงานปิโตรเคมีและสินทรัพย์ด้านพลังงาน
ภายใต้กลุ่ม SCG Chemicals (SCGC)
โรงงานผลิตโอเลฟินส์
โรงงานผลิตเม็ดพลาสติก Polyethylene (PE)
โรงงานผลิต Polypropylene (PP)
ระบบท่อส่งวัตถุดิบ
ถังเก็บสารเคมีและคลังสินค้า
โรงไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคภายในนิคมอุตสาหกรรม
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (SCGP)
ประกอบด้วย
โรงงานกระดาษบรรจุภัณฑ์
โรงงานกล่องลูกฟูก
โรงงานบรรจุภัณฑ์พลาสติก
โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร
ศูนย์รีไซเคิลและระบบจัดการวัสดุหมุนเวียน
ระบบโลจิสติกส์และเครือข่ายจัดจำหน่าย
SCC มีสินทรัพย์ด้านการขนส่งและกระจายสินค้าจำนวนมาก เช่น
รถบรรทุก
คลังสินค้า
ศูนย์กระจายสินค้า
ท่าเทียบสินค้า
ระบบซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ครบวงจร
กลุ่มบริษัทในเครือ
Siam Cement Group หรือหุ้น SCC เป็น Holding Company ที่มีธุรกิจครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมในอาเซียน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มธุรกิจหลักและบริษัทลูกสำคัญดังนี้
🏗️ 1. SCG Cement and Green Solutions
ธุรกิจปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง และโซลูชันด้านการก่อสร้าง
บริษัทในเครือที่สำคัญ เช่น
SCG Cement
SCG Concrete Products
SCG Distribution
สินค้าหลัก ได้แก่ ปูนตราช้าง คอนกรีตผสมเสร็จ อิฐมวลเบา หลังคา กระเบื้อง และระบบก่อสร้างครบวงจร
🏠 2. SCG Smart Living
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบ้านและที่อยู่อาศัย
บริษัทและแบรนด์เด่น เช่น
SCG Smartboard
SCG Roof
SCG HEIM
เน้นนวัตกรรมบ้านประหยัดพลังงานและ Smart Living Solution
🚛 3. SCG Distribution & Retail
ธุรกิจค้าปลีกและกระจายสินค้า
บริษัทในเครือที่หลายคนรู้จัก ได้แก่
SCG Distribution
Nawaplastic Industries
ดูแลเครือข่ายร้านค้าตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างทั่วประเทศ
🛁 4. SCG Decor
ธุรกิจตกแต่งบ้านและสุขภัณฑ์
บริษัทสำคัญ ได้แก่
SCG Decor
COTTO
ดำเนินธุรกิจกระเบื้องเซรามิก สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ และวัสดุตกแต่งบ้านระดับพรีเมียม
🧪 5. SCG Chemicals (SCGC)
บริษัทลูกขนาดใหญ่ด้านปิโตรเคมี
SCG Chemicals
ผลิตและจำหน่าย
เม็ดพลาสติก PE
PP
PVC
ปิโตรเคมีขั้นต้นและขั้นกลาง
ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างรายได้หลักของ SCC และมีโรงงานขนาดใหญ่ในไทยและภูมิภาคอาเซียน
📦 6. SCG Packaging (SCGP)
บริษัทลูกจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
SCGP
ดำเนินธุรกิจ
กล่องลูกฟูก
บรรจุภัณฑ์กระดาษ
บรรจุภัณฑ์อาหาร
โซลูชันด้านโลจิสติกส์และแพ็กเกจจิ้ง
เป็นผู้นำตลาดบรรจุภัณฑ์ในอาเซียนและเป็นหนึ่งในธุรกิจเติบโตสูงของกลุ่ม SCG
⚡ 7. ธุรกิจพลังงานและโลจิสติกส์
ธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโต
ได้แก่
SCG Cleanergy
SCG Logistics
เน้นพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบไฟฟ้าสีเขียว และการขนส่งครบวงจร รองรับเทรนด์ ESG และ Net Zero ของกลุ่มบริษัท
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของหุ้น The Siam Cement Public Company Limited หรือ SCC ไม่ได้อยู่แค่เรื่อง “วัฏจักรเศรษฐกิจ” แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากหลายธุรกิจที่บริษัทถืออยู่พร้อมกัน ทั้งปูนซีเมนต์ ปิโตรเคมี และบรรจุภัณฑ์
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG
อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และปิโตรเคมีเป็นธุรกิจที่ปล่อยคาร์บอนสูง
ในอนาคตหากมี
Carbon Tax
กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
มาตรการ CBAM ของยุโรป
อาจเพิ่มต้นทุนการผลิตและลดความสามารถในการแข่งขันของ SCC ได้
ความเสี่ยงจากธุรกิจปิโตรเคมี (ความเสี่ยงใหญ่ที่สุด)
ธุรกิจเคมีภัณฑ์ของ SCC กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะ Oversupply ทั่วโลก โดยเฉพาะกำลังการผลิตใหม่จากจีน ทำให้ส่วนต่างราคาสินค้า (Spread) ของ PE และ PP อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้กำไรของกลุ่มเคมีภัณฑ์ถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ โครงการ Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนามยังมีต้นทุนค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูง ส่งผลให้ผลประกอบการผันผวนและอาจกดดันกำไรในระยะกลางได้
ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและวัตถุดิบ
ธุรกิจปิโตรเคมีของ SCC ใช้แนฟทา (Naphtha) เป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งราคาผูกกับน้ำมันดิบโลก หากราคาน้ำมันผันผวนรุนแรงจะกระทบต้นทุนการผลิตทันที
อีกทั้ง SCC ยังมีความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน เนื่องจากบางส่วนของวัตถุดิบต้องนำเข้าผ่านเส้นทางตะวันออกกลาง หากเกิดสงครามหรือปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาจทำให้ต้นทุนพุ่งขึ้นหรือวัตถุดิบขาดแคลนได้
ความเสี่ยงจากภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
ธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างของ SCC พึ่งพาการก่อสร้างภาครัฐและภาคเอกชน
หากเศรษฐกิจชะลอตัว
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา
การเปิดโครงการใหม่ลดลง
การลงทุนภาครัฐล่าช้า
ยอดขายปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างอาจเติบโตต่ำกว่าคาดได้
ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูงในอาเซียน
ทั้งธุรกิจปูนซีเมนต์ ปิโตรเคมี และบรรจุภัณฑ์ กำลังเผชิญการแข่งขันด้านราคาอย่างหนัก
โดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่มีต้นทุนต่ำกว่า ทำให้ SCC ต้องรักษาส่วนแบ่งตลาดด้วยการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลต่อ Margin ในระยะยาว
ความเสี่ยงจากหนี้และการลงทุนขนาดใหญ่
SCC มีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ LSP ทำให้ภาระค่าเสื่อมราคาและต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
หากผลตอบแทนจากโครงการใหม่ต่ำกว่าที่คาด อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) อาจฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่นักลงทุนคาดหวัง
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
SCC มีรายได้และต้นทุนจำนวนมากในต่างประเทศ ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และตลาดส่งออกอื่น ๆ
หากค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป หรือสกุลเงินในประเทศที่ลงทุนอ่อนค่ารุนแรง อาจกระทบกำไรจากการแปลงค่าเงินได้
สรุปภาพรวมความเสี่ยง
| ระดับความเสี่ยง | ประเด็น |
|---|---|
| สูงมาก | วัฏจักรขาลงของธุรกิจปิโตรเคมี, Oversupply จากจีน |
| สูง | โครงการ LSP และต้นทุนค่าเสื่อมราคา |
| ปานกลาง | เศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว |
| ปานกลาง | ราคาน้ำมันและวัตถุดิบผันผวน |
| ปานกลาง | ความเสี่ยงด้าน ESG และ Carbon Tax |
| ต่ำ-ปานกลาง | ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน |
สำหรับ SCC ปัจจัยที่ต้องจับตาที่สุดในปี 2569–2570 คือ การฟื้นตัวของส่วนต่างราคาปิโตรเคมี (Chemical Spread) และ ผลการดำเนินงานของโครงการ LSP เวียดนาม เพราะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดว่ากำไรของ SCC จะกลับเข้าสู่รอบเติบโตได้เร็วแค่ไหนในระยะถัดไป
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 02 เม.ย. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว | 403,647,840 | 33.64 |
| 2 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 91,860,061 | 7.66 |
| 3 | สำนักงานประกันสังคม | 67,135,537 | 5.59 |
| 4 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 37,873,579 | 3.16 |
| 5 | STATE STREET EUROPE LIMITED | 21,545,041 | 1.80 |
| 6 | กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง | 19,593,200 | 1.63 |
| 7 | นาย ประทีป ตั้งมติธรรม | 17,946,700 | 1.50 |
| 8 | บริษัท แรนเดอรีเบอรามาการ จำกัด | 15,405,600 | 1.28 |
| 9 | มูลนิธิเอสซีจี | 13,347,300 | 1.11 |
| 10 | THE BANK OF NEW YORK MELLON | 9,107,337 | 0.76 |
| 11 | มูลนิธินายห้างโรงปูนผู้หนึ่ง | 7,647,800 | 0.64 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
ผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม | กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ |
| 3 | นาย ชุมพล ณ ลำเลียง | รองประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ |
| 4 | นาย เกษม วัฒนชัย | กรรมการ |
| 5 | พันตำรวจเอก ธรรมนิธิ วนิชย์ถนอม | กรรมการ |
| 6 | นาย สมชาย กาญจนมณี | กรรมการ |
| 7 | นางสาว จรีพร จารุกรสกุล | กรรมการอิสระ |
| 8 | นาย ชลณัฐ ญาณารณพ | กรรมการอิสระ |
| 9 | นาย ฐาปน สิริวัฒนภักดี | กรรมการอิสระ |
| 10 | นาง นันทวัลย์ ศกุนตนาค | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 11 | นาย ประสาร ไตรรัตน์วรกุล | กรรมการอิสระ |
| 12 | นางสาว พรรณสิรี อมาตยกุล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 13 | นาย พสุ เดชะรินทร์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 14 | นาย รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส | กรรมการอิสระ |
| 15 | นาย ศุภชัย เจียรวนนท์ | กรรมการอิสระ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของ Siam Cement Group หรือ SCC ถือเป็นหนึ่งในบริษัทอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์มากที่สุดของไทย จากธุรกิจปูนซีเมนต์ดั้งเดิม สู่กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมครบวงจรระดับอาเซียน
ขยายธุรกิจสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรม
SCC ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่จำนวนมาก เช่น
3D Printing Construction
Smart Materials
Green Construction Solutions
Smart Logistics
Digital Platform สำหรับงานก่อสร้างและค้าปลีก
เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจปูนซีเมนต์แบบดั้งเดิม
สรุป
พัฒนาการสำคัญของ SCC ในช่วง 10–20 ปีที่ผ่านมา คือการเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้ผลิตปูนซีเมนต์” ไปสู่ “กลุ่มอุตสาหกรรมและโซลูชันครบวงจรระดับอาเซียน” โดยเน้น 4 แกนหลัก ได้แก่
ขยายธุรกิจเคมิคอลส์และบรรจุภัณฑ์
ลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม
ขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวและ ESG
พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเติบโตระยะยาว
ปัจจุบันรายได้ของ SCC ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจปูนซีเมนต์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กระจายอยู่ในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เคมิคอลส์ และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการรับมือกับวัฏจักรเศรษฐกิจและการแข่งขันในอนาคต
เริ่มต้นจากธุรกิจปูนซีเมนต์ สู่กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
SCC ก่อตั้งขึ้นในปี 2456 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อผลิตปูนซีเมนต์ใช้ภายในประเทศ ก่อนขยายสู่ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เคมิคอลส์ บรรจุภัณฑ์ และธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง จนกลายเป็น Holding Company ขนาดใหญ่ของไทย
ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
ปัจจุบัน SCC แบ่งธุรกิจหลักออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่
SCG Cement & Green Solutions
SCG Smart Living
SCG Distribution & Retail
SCG Decor
SCG Chemicals (SCGC)
SCG Packaging (SCGP)
การแยกธุรกิจเป็นหน่วยเฉพาะทางช่วยเพิ่มความคล่องตัวและเปิดทางให้บริษัทลูกสามารถระดมทุนและขยายธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น
การเข้าตลาดของบริษัทลูก
หนึ่งในพัฒนาการสำคัญคือการนำบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่
SCG Packaging (SCGP) ผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรในอาเซียน
SCG Chemicals (SCGC) ธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจร
การ Spin-off ช่วยปลดล็อกมูลค่าธุรกิจ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค
ลงทุนโครงการปิโตรเคมีระดับโลกในเวียดนาม
SCC ลงทุนโครงการ Long Son Petrochemicals Complex (LSP) ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มูลค่าหลายแสนล้านบาท เพื่อขยายฐานการผลิตและรองรับการเติบโตของภูมิภาค
รุกธุรกิจ Green Business และ Net Zero
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา SCC เปลี่ยนแนวทางจาก “ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง” สู่ “Green Industrial Conglomerate”
พัฒนาการสำคัญ ได้แก่
เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน
ใช้เชื้อเพลิงทางเลือกในโรงงานปูนซีเมนต์
พัฒนาปูนคาร์บอนต่ำ
ขยายธุรกิจโซลาร์และพลังงานสะอาด
ผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ Net Zero ในระยะยาว
ใช้ ESG เป็นหัวใจในการบริหาร
SCC ได้รับการยอมรับด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง โดยนำตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนฟุตพริ้นท์เข้าผูกกับการประเมินผลผู้บริหาร รวมถึงพัฒนา ESG Data Platform เพื่อเพิ่มความโปร่งใสของข้อมูลด้านความยั่งยืน
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256801 ม.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256901 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 43,601.78 | 36,491.93 | 33,679.08 | 29,081.79 | 49,447.98 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 70,558.76 | 71,538.73 | 66,119.18 | 75,122.29 | 68,793.44 |
| สินค้าคงเหลือ | 80,631.03 | 73,301.57 | 67,110.55 | 70,503.06 | 72,303.81 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 217,214.49 | 199,167.28 | 203,349.41 | 190,360.94 | 226,695.95 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 424,343.79 | 422,612.94 | 398,486.29 | 418,958.62 | 405,893.42 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 676,386.14 | 662,334.91 | 618,241.65 | 657,715.37 | 627,875.20 |
| รวมสินทรัพย์ | 893,600.63 | 861,502.19 | 821,591.06 | 848,076.31 | 854,571.15 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 35,414.10 | 85,169.99 | 81,295.49 | 70,851.76 | 93,280.86 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 59,690.89 | 58,093.53 | 56,654.33 | 58,490.26 | 58,580.56 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 77,376.27 | 64,400.62 | 57,064.12 | 64,416.18 | 57,214.78 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 202,244.84 | 217,320.48 | 202,036.09 | 209,092.27 | 221,575.69 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 249,759.15 | 224,401.48 | 222,712.69 | 223,666.91 | 223,002.40 |
| รวมหนี้สิน | 452,003.99 | 441,721.96 | 424,748.78 | 432,759.18 | 444,578.10 |
| ทุนจดทะเบียน | 1,600.00 | 1,600.00 | 1,600.00 | 1,600.00 | 1,600.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 1,200.00 | 1,200.00 | 1,200.00 | 1,200.00 | 1,200.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | – | – | – | – | – |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 384,271.30 | 382,495.00 | 389,836.45 | 380,598.67 | 392,963.36 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -21,509.54 | -30,807.67 | -53,334.13 | -31,811.63 | -43,405.51 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | -21,499.03 | -19,749.91 | -18,578.59 | -20,365.13 | -18,586.11 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 363,961.76 | 352,887.33 | 337,702.33 | 349,987.04 | 350,757.85 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 77,634.88 | 66,892.90 | 59,139.96 | 65,330.09 | 59,235.21 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256801 ม.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256901 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 499,645.71 | 511,172.25 | 496,925.44 | 124,392.31 | 123,326.56 |
| รายได้อื่น | 28,885.71 | 15,501.61 | 20,029.41 | 2,312.31 | 2,667.13 |
| รวมรายได้ | 528,531.42 | 526,673.86 | 516,954.85 | 126,704.62 | 125,993.69 |
| ต้นทุน | 426,198.79 | 444,355.57 | 431,688.54 | 106,098.09 | 101,961.01 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 65,190.34 | 67,930.75 | 65,908.84 | 16,776.23 | 14,794.91 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 494,497.98 | 513,999.12 | 504,626.23 | 123,245.04 | 117,048.27 |
| EBITDA | 72,192.35 | 50,795.01 | 63,365.33 | 13,178.12 | 18,498.97 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 29,740.10 | 31,590.66 | 33,170.32 | 8,291.38 | 8,148.80 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 42,452.25 | 19,204.35 | 30,195.02 | 4,886.74 | 10,350.16 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 25,914.98 | 6,341.64 | 14,075.02 | 1,098.85 | 6,222.96 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 21.60 | 5.28 | 11.73 | 0.92 | 5.19 |
งบกระแสเงินสด
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256801 ม.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256901 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 44,008.44 | 36,179.05 | 42,663.95 | 13,537.97 | 11,502.90 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -10,631.16 | -6,879.08 | -8,851.56 | -2,577.34 | -2,613.66 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -46,586.01 | -36,185.22 | -35,232.57 | -18,365.14 | 6,758.18 |
| เงินสดสุทธิ | -13,208.73 | -6,885.25 | -1,420.19 | -7,404.51 | 15,647.41 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
ปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256801 ม.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2568 | ไตรมาส 1/256901 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 7.19 | 7.22 | 6.62 | 6.89 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 50.73 | 50.56 | 55.11 | 52.97 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 5.77 | 6.15 | 5.75 | 5.99 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 63.22 | 59.36 | 63.44 | 60.96 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 7.55 | 7.52 | 7.55 | 7.30 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 48.37 | 48.51 | 48.34 | 49.97 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 65.58 | 61.41 | 70.21 | 63.95 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
วิเคราะห์หุ้น Siam Cement Public Company Limited หรือ SCC (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน))
ภาพรวมทางเทคนิคช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569
ราคาหุ้น SCC กำลังอยู่ในจังหวะ “แกว่งสะสมกำลัง” หลังจากรีบาวด์ขึ้นมาจากโซนต่ำกว่า 220 บาท และยังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 230–235 บาทได้อย่างชัดเจน ทำให้ภาพระยะสั้นยังเป็นลักษณะ Sideway ถึง Sideway Up
แนวโน้มราคา
ระยะสั้น: แกว่งตัวในกรอบ 225–235 บาท
ระยะกลาง: ยังอยู่ในช่วงสะสมพลัง รอการเลือกทิศทางใหม่
ระยะยาว: โครงสร้างหลักยังไม่เสีย หากยืนเหนือ 220 บาทได้ต่อเนื่อง
แนวรับสำคัญ
SCC แนวรับและแนวต้านสำคัญ
โซนราคาที่นักลงทุนทางเทคนิคจับตาในระยะสั้น
แนวรับแรก: 225 บาท
แนวรับสำคัญ: 220 บาท
หากหลุด 220 บาท มีโอกาสเห็นแรงขายเร่งตัวลงสู่ 210–215 บาทได้
แนวต้านสำคัญ
แนวต้านแรก: 230 บาท
แนวต้านหลัก: 235 บาท
หากทะลุ 235 บาทพร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น มีโอกาสไปทดสอบ 245–250 บาทได้ในรอบถัดไป
สัญญาณอินดิเคเตอร์
RSI อยู่บริเวณกลางค่า 40–50 ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Overbought จึงยังมีพื้นที่ให้ราคาฟื้นตัวได้
MACD ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้น Signal เล็กน้อย สะท้อนว่าโมเมนตัมบวกยังไม่แข็งแรงเต็มที่
เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและกลางยังเรียงตัวไม่สมบูรณ์ ทำให้การขึ้นแต่ละรอบยังมีแรงขายกดดัน
มุมมองกลยุทธ์
✅ นักลงทุนสายเก็งกำไร
รอซื้อสะสมบริเวณ 220–225 บาท
เป้าหมายทำกำไร 235–245 บาท
ตัดขาดทุนหากปิดต่ำกว่า 220 บาท
✅ นักลงทุนระยะกลาง
รอการเบรกเหนือ 235 บาท เพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่
หากผ่านได้ มีโอกาสเห็นแรงซื้อจากกองทุนและนักลงทุนสถาบันเข้ามาสนับสนุน
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ SCC ฟื้นตัวโดดเด่นจากธุรกิจปิโตรเคมีและการบริหารต้นทุน ทำให้นักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจไทย การลงทุนภาคก่อสร้าง และทิศทางราคาปิโตรเคมียังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
สรุปสั้น ๆ
SCC กำลังอยู่ในจังหวะ “สะสมพลังรอเลือกทาง” หากยืนเหนือ 220 บาทได้ยังถือว่าไม่เสียทรง แต่จุดชี้ชะตาที่แท้จริงอยู่บริเวณ 235 บาท หากทะลุได้ มีโอกาสเปิดรอบขึ้นสู่ 245–250 บาท แต่หากไม่ผ่าน อาจกลับเข้าสู่การแกว่งตัวในกรอบเดิมต่อไปอีกระยะหนึ่ง
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น SCC บริษัท The Siam Cement Public Company Limited หรือ “ปูนซิเมนต์ไทย”
ภาพรวมธุรกิจ
SCC เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของไทย โดยมี 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่
ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง (SCG Cement & Green Solutions)
ธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC)
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (SCGP)
จุดเด่นของ SCC คือการกระจายรายได้หลายธุรกิจ หลายประเทศในอาเซียน ทำให้ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเพียงอย่างเดียว
จุดแข็งของ SCC
- ผู้นำตลาดวัสดุก่อสร้างของไทย
SCC ครองส่วนแบ่งตลาดปูนซีเมนต์สูงสุดของประเทศ และมีแบรนด์แข็งแกร่งในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ทำให้มีความได้เปรียบด้านต้นทุนและเครือข่ายจำหน่าย - ได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนภาครัฐ
การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟฟ้า ถนน มอเตอร์เวย์ และโครงการ EEC ช่วยหนุนความต้องการปูนซีเมนต์ในระยะยาว โดย SCG คาดว่าความต้องการปูนในไทยปี 2025 จะเติบโตประมาณ 2-3% - ธุรกิจ Packaging ยังเป็นฐานรายได้สำคัญ
แม้เศรษฐกิจชะลอ แต่ความต้องการบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีอยู่ ทำให้ SCGP ช่วยลดความผันผวนของกลุ่มได้ - ฐานะการเงินเริ่มฟื้นตัว
ปี 2025 SCC มีกำไรสุทธิ 14,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 122% จากปีก่อน แม้รายได้รวมลดลงประมาณ 3% สะท้อนผลของการปรับโครงสร้างธุรกิจและการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา - ธุรกิจปิโตรเคมียังอยู่ในช่วงขาลง
ธุรกิจเคมิคอลส์ยังเผชิญแรงกดดันจาก
กำลังการผลิตใหม่จากจีน
ราคาปิโตรเคมีอ่อนตัว
เศรษฐกิจโลกชะลอ
ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ
SCG ระบุว่าธุรกิจปิโตรเคมียังคงได้รับผลกระทบจากภาวะ Oversupply และการแข่งขันสูงในภูมิภาค - หนี้สินจากการลงทุนขนาดใหญ่
โครงการ Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนามใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ทำให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แม้บริษัทเริ่มลดหนี้ได้แล้วก็ตาม - ความผันผวนของต้นทุนพลังงาน
ต้นทุนถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และราคาน้ำมัน ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรของธุรกิจซีเมนต์และปิโตรเคมี
มุมมองทางการเงิน
รายได้ปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 496,925 ล้านบาท ลดลง 2.8% จากปีก่อน ขณะที่รายได้ 12 เดือนล่าสุดอยู่ราว 495,860 ล้านบาท
จุดที่น่าสนใจคือ
EBITDA เริ่มฟื้นตัว
การลดต้นทุนเห็นผลชัดขึ้น
บริษัททยอยลดหนี้
ธุรกิจซีเมนต์กลับมาเป็นตัวทำกำไรสำคัญของกลุ่ม
มุมมองการลงทุน
นักลงทุนระยะยาว
SCC ยังเป็นหุ้น Blue Chip ที่มีความแข็งแกร่งด้านแบรนด์ สินทรัพย์ และเครือข่ายธุรกิจในอาเซียน เหมาะกับผู้ที่มองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในระยะ 3-5 ปี
นักลงทุนระยะกลาง
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ
การฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมี
ผลประกอบการของ LSP เวียดนาม
ทิศทางเศรษฐกิจจีน
ราคาน้ำมันโลก
หากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีกลับมาฟื้นตัวได้ SCC จะมีโอกาสเห็นกำไรเติบโตแบบก้าวกระโดด
สรุป
SCC เป็นหุ้น “ยักษ์ใหญ่ที่กำลังฟื้นตัว” โดยธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างเริ่มกลับมาแข็งแรง ขณะที่การลดต้นทุนและปรับโครงสร้างธุรกิจช่วยให้ผลกำไรดีขึ้น แต่ยังมีแรงกดดันจากธุรกิจปิโตรเคมีและภาระการลงทุนในอดีต
มุมมองโดยรวม: Neutral ถึง Positive
ระยะสั้น: ยังแกว่งตามวัฏจักรปิโตรเคมี
ระยะกลาง: เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว
ระยะยาว: ได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจอาเซียน
หากต้องการ วิเคราะห์กราฟเทคนิค SCC พร้อมแนวรับ แนวต้าน และจุดเข้าซื้อ–ขายล่าสุด ผมสามารถวิเคราะห์เชิงเทคนิคให้ต่อได้ครับ।
🔥 วิเคราะห์หุ้น SCC – ยักษ์ใหญ่พันล้าน กำลังกลับมาทวงบัลลังก์!
🏗️ เจ้าตลาดวัสดุก่อสร้างไทย
📦 ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แข็งแกร่ง
🧪 ปิโตรเคมีรอวันฟื้นตัว
SCC หรือ ปูนซิเมนต์ไทย อาณาจักรธุรกิจระดับอาเซียนที่มีรายได้จาก 3 เสาหลัก ทั้งซีเมนต์ ปิโตรเคมี และบรรจุภัณฑ์ ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว
⭐ จุดเด่นที่นักลงทุนต้องจับตา
✅ ผู้นำตลาดปูนซีเมนต์อันดับ 1 ของไทย
✅ รับอานิสงส์เมกะโปรเจกต์ภาครัฐและ EEC
✅ SCGP ยังเป็นเครื่องจักรทำเงินสำคัญ
✅ กำไรปี 2025 พุ่งกว่า 122% สะท้อนการฟื้นตัวชัดเจน
⚠️ ความเสี่ยงที่ยังต้องเฝ้าระวัง
• ธุรกิจปิโตรเคมียังเผชิญภาวะ Oversupply
• ภาระลงทุนโครงการ LSP เวียดนาม
• ต้นทุนพลังงานผันผวน
💰 ไฮไลต์สำคัญ
EBITDA ฟื้นตัวต่อเนื่อง ต้นทุนลดลง หนี้เริ่มลด และธุรกิจซีเมนต์กลับมาเป็นกำลังหลักในการสร้างกำไร
🎯 มุมมองการลงทุน
ระยะสั้น : ยังผันผวนตามวัฏจักรปิโตรเคมี
ระยะกลาง : เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดขึ้น
ระยะยาว : หุ้น Blue Chip ที่ได้ประโยชน์เต็มๆ จากการเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียน
🚀 หากธุรกิจปิโตรเคมีกลับเข้าสู่รอบขาขึ้น SCC อาจกลายเป็นหุ้นฟื้นตัวที่สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้ตลาดอีกครั้ง!
📌 SCC คือหุ้น “ยักษ์ใหญ่ที่กำลังสะสมพลัง” และอาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าจับตาที่สุดของรอบเศรษฐกิจขาขึ้นรอบใหม่!

