ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น GFPT บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น GFPT บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น GFPT บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ GFPT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น GFPT
GFPT หรือ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจไก่ครบวงจร ตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การเพาะพันธุ์และเลี้ยงไก่ การชำแหละ แปรรูป ไปจนถึงการจำหน่ายเนื้อไก่แช่แข็งและผลิตภัณฑ์แปรรูปทั้งในประเทศและต่างประเทศ
จากข้อมูล 56-1 One Report 2025 ทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ สามารถสรุปได้ดังนี้
🐔 1. ฟาร์มไก่และระบบเพาะพันธุ์
ถือเป็นทรัพย์สินหลักของธุรกิจต้นน้ำ ได้แก่
ฟาร์มไก่พ่อแม่พันธุ์ (Breeder Farm)
ฟาร์มไก่เนื้อ (Broiler Farm)
ฟาร์มปู่ย่าพันธุ์ (Grandparent Farm)
ฟาร์มไก่ไข่สำหรับการผลิตลูกไก่
โรงฟักไข่และระบบผลิตลูกไก่
ในปี 2568 กลุ่มบริษัทมีการขยายกำลังการผลิตฟาร์มไก่ โดย MKS เพิ่มกำลังการผลิตเป็นประมาณ 115 ล้านตัวต่อปี ขณะที่ FKT มีกำลังการผลิตประมาณ 178 ล้านตัวต่อปี สะท้อนการลงทุนในสินทรัพย์ต้นน้ำเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ
🌾 2. โรงงานผลิตอาหารสัตว์
GFPT มีกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่การผลิต เพราะช่วยรองรับอาหารสำหรับไก่เนื้อและไก่พันธุ์ รวมถึงอาหารสัตว์ประเภทอื่น ๆ
ข้อมูลในรายงานบริษัทระบุโรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั้งใน จังหวัดชลบุรีและสมุทรปราการ
🏭 3. โรงงานชำแหละและแปรรูปเนื้อไก่
เป็นทรัพย์สินหลักของ GFPT ในส่วนกลางน้ำ ประกอบด้วย
โรงงานชำแหละไก่
โรงงานแปรรูปเนื้อไก่
ระบบผลิตเนื้อไก่แช่แข็ง
เครื่องจักรและสายการผลิต
ห้องเย็นและระบบควบคุมอุณหภูมิ
บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย เนื้อไก่แช่แข็ง ผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูป และผลพลอยได้จากการผลิต สำหรับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
🍗 4. โรงงาน Further Processing
GFPT มีโรงงานสำหรับผลิตอาหารไก่แปรรูปเพิ่มเติม เช่น
ผลิตภัณฑ์ไก่ปรุงสุก
ผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน
ผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปสำหรับตลาดต่างประเทศ
รายงานบริษัทระบุโรงงาน Further Processing ในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีกำลังการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารปรุงสุก
🌭 5. โรงงานผลิตอาหารแปรรูป
กลุ่มบริษัทมีโรงงานผลิตอาหารแปรรูปที่ใช้ผลิตสินค้า เช่น ไส้กรอกไก่และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากไก่ เพื่อจำหน่ายในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ
❄️ 6. ห้องเย็นและระบบโลจิสติกส์
เนื่องจากสินค้าหลักเป็นเนื้อไก่สด แช่เย็น และแช่แข็ง ทรัพย์สินสำคัญจึงรวมถึง
ห้องเย็น
ระบบทำความเย็น
ระบบแช่แข็ง
คลังสินค้า
รถขนส่งและระบบกระจายสินค้า
อุปกรณ์รักษาอุณหภูมิระหว่างการขนส่ง
สินทรัพย์เหล่านี้มีความสำคัญต่อการรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารตลอดห่วงโซ่การผลิต
🏢 7. อาคารและที่ดิน
รวมถึง
ที่ดินสำหรับโรงงาน
อาคารสำนักงาน
อาคารโรงงาน
อาคารฟาร์ม
อาคารคลังสินค้า
สิ่งปลูกสร้างและระบบสาธารณูปโภคภายในโรงงานและฟาร์ม
⚙️ 8. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
เป็นสินทรัพย์ถาวรที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง เช่น
เครื่องจักรชำแหละไก่
เครื่องจักรแปรรูปอาหาร
เครื่องจักรบรรจุสินค้า
ระบบแช่เยือกแข็ง
ระบบควบคุมอุณหภูมิ
เครื่องจักรผลิตอาหารสัตว์
อุปกรณ์ในฟาร์มและโรงฟัก
🔄 มองเป็น “ห่วงโซ่ทรัพย์สิน” ของ GFPT
ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ → โรงฟัก → ฟาร์มไก่เนื้อ → โรงงานอาหารสัตว์ → โรงงานชำแหละ → โรงงานแปรรูป → ห้องเย็น/คลังสินค้า → กระจายสินค้า → ตลาดในประเทศและส่งออก
จุดแข็งของ GFPT คือการมีโครงสร้างธุรกิจแบบ Vertical Integration ทำให้บริษัทควบคุมห่วงโซ่การผลิตได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอกในบางขั้นตอน
สรุปสำหรับนักลงทุน: ทรัพย์สินสำคัญของ GFPT ไม่ได้มีเพียงโรงงาน แต่ครอบคลุม ฟาร์มไก่ + โรงฟัก + โรงงานอาหารสัตว์ + โรงงานชำแหละ + โรงงานแปรรูป + ห้องเย็น + เครื่องจักร + ที่ดินและอาคาร ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ GFPT สามารถดำเนินธุรกิจไก่แบบครบวงจรได้


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น GFPT
GFPT หรือ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแม่ของกลุ่ม GFPT ดำเนินธุรกิจไก่แบบครบวงจรตั้งแต่ อาหารสัตว์ → ฟาร์มพันธุ์ → ฟาร์มไก่เนื้อ → โรงฟัก → ชำแหละและแปรรูป → อาหารแปรรูป โดยปัจจุบันมี บริษัทย่อย 5 แห่ง และบริษัทร่วมทุน 2 แห่ง

🏭 บริษัทย่อย 5 แห่ง

บริษัทธุรกิจหลัก
บริษัท กรุงไทยอาหาร จำกัด (มหาชน) (KT)ผลิตและจำหน่าย อาหารสัตว์บกและอาหารสัตว์น้ำ รวมถึงอาหารสำหรับไก่เนื้อในกลุ่ม
บริษัท จีพี บรีดดิ้ง จำกัด (GP)ฟาร์มเลี้ยง ไก่ปู่ย่าพันธุ์ (Grandparent) ผลิตลูกไก่พ่อแม่พันธุ์
บริษัท กรุงไทยฟาร์ม จำกัด (FKT)เลี้ยง ไก่พ่อแม่พันธุ์ และธุรกิจโรงฟัก ผลิตลูกไก่เนื้อ
บริษัท เอ็ม.เค.เอส.ฟาร์ม จำกัด (MKS)ฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ รับลูกไก่จาก FKT มาเลี้ยงและจำหน่ายให้ GFPT และ GFN
บริษัท จีเอฟ ฟูดส์ จำกัด (GFF)ผลิตและจำหน่าย อาหารแปรรูปจากเนื้อไก่ เช่น ไส้กรอก ไก่ยอ และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ

ข้อมูลของบริษัทระบุว่าบริษัทย่อยเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่การผลิตแบบครบวงจรของ GFPT ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

🤝 บริษัทร่วมทุน 2 แห่ง

  1. บริษัท แมคคีย์ ฟู้ด เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (McKey)
    ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์อาหารกึ่งสำเร็จรูปแช่แข็ง เพื่อการส่งออก และมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ร้าน McDonald’s ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
  2. บริษัท จีเอฟพีที นิชิเร (ประเทศไทย) จำกัด (GFN)
    ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ไก่สดแช่แข็ง เนื้อไก่แปรรูป และผลิตภัณฑ์อาหารจากเนื้อไก่ สำหรับตลาดในประเทศและต่างประเทศ
    🔗 โครงสร้างธุรกิจของ GFPT แบบเข้าใจง่าย
    อาหารสัตว์ (KT)
    ⬇️
    ไก่ปู่ย่าพันธุ์ (GP)
    ⬇️
    ไก่พ่อแม่พันธุ์ + โรงฟัก (FKT)
    ⬇️
    ไก่เนื้อ (MKS)
    ⬇️
    ชำแหละ/แปรรูปไก่ (GFPT)
    ⬇️
    อาหารแปรรูป (GFF)
    ⬇️
    ตลาดในประเทศ + ส่งออก
    ขณะเดียวกัน McKey และ GFN เป็นบริษัทร่วมทุนที่ช่วยขยายธุรกิจอาหารแปรรูปและตลาดต่างประเทศของกลุ่ม
    จุดเด่นของโครงสร้างนี้คือ GFPT ควบคุมห่วงโซ่การผลิตไก่ได้ค่อนข้างครบวงจร ช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบภายนอก ควบคุมคุณภาพ และบริหารต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น
    ภาพรวมปี 2568: กลุ่ม GFPT มีรายได้จากการขาย 18,840.14 ล้านบาท โดยธุรกิจอาหารคิดเป็น 47.08%, ฟาร์ม 35.77% และอาหารสัตว์ 17.15% ขณะที่รายได้ส่งออกอยู่ที่ 4,427.75 ล้านบาท หรือ 23.50% ของรายได้รวม


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


⚠️ ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น GFPT
บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน)
GFPT เป็นผู้ประกอบธุรกิจไก่แบบครบวงจร ตั้งแต่อาหารสัตว์ ฟาร์มเพาะพันธุ์ ฟาร์มไก่เนื้อ โรงชำแหละ ไปจนถึงอาหารแปรรูปและส่งออก ทำให้ผลประกอบการได้รับอิทธิพลจากทั้งต้นทุนวัตถุดิบ ราคาสินค้า โรคระบาด และตลาดส่งออก
🔴 1. ความเสี่ยงจากโรคระบาดในสัตว์
โรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก (Avian Influenza) สามารถกระทบจำนวนไก่ที่ผลิตได้โดยตรง รวมถึงทำให้ประเทศคู่ค้าบางแห่งเพิ่มมาตรการควบคุมหรืองดนำเข้าสินค้าจากพื้นที่ที่พบการระบาด ส่งผลต่อยอดขายและต้นทุนการควบคุมโรคของบริษัท
🔴 2. ต้นทุนอาหารสัตว์ผันผวน
ธุรกิจไก่มีความอ่อนไหวต่อต้นทุน ข้าวโพด กากถั่วเหลือง ปลาป่น และวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่น ๆ หากราคาวัตถุดิบปรับขึ้นเร็วกว่าราคาขายไก่ อัตรากำไรของ GFPT อาจถูกกดดันได้ โดยปัจจัยอย่างสภาพอากาศและตลาดสินค้าเกษตรโลกมีผลต่อราคาโดยตรง
จุดที่ต้องจับตา: ปี 2025 กำไรขั้นต้นของ GFPT ดีขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดลง ดังนั้นหากวัฏจักรต้นทุนกลับตัวขึ้นอีกครั้ง อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อ Margin ได้
🔴 3. ความเสี่ยงจากราคาขายไก่และการแข่งขัน
ราคาไก่มีลักษณะเป็น Commodity และขึ้นลงตามอุปสงค์–อุปทาน หากผลผลิตไก่ในประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่าความต้องการ ราคาขายอาจลดลง กระทบรายได้และกำไรของธุรกิจฟาร์ม
นอกจากนี้ GFPT ยังต้องแข่งขันกับผู้ผลิตจากประเทศต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะ บราซิลและสหรัฐฯ ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ในบางช่วง
🔴 4. ความเสี่ยงจากตลาดส่งออก
GFPT มีธุรกิจส่งออกขนาดใหญ่ โดยในปี 2025 ตลาดหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น 26%, สหราชอาณาจักร 26%, มาเลเซีย 18%, EU 12% และจีน 8% ของการส่งออกตามข้อมูลบริษัท
ดังนั้น หากเกิดเศรษฐกิจชะลอตัว การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า มาตรการกีดกันทางการค้า หรือความต้องการบริโภคในตลาดหลักลดลง อาจกระทบยอดส่งออกของ GFPT ได้
🔴 5. ความเสี่ยงจากค่าเงินบาท
การส่งออกทำให้บริษัทมีความเกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์และสกุลเงินของประเทศคู่ค้า
หาก เงินบาทแข็งค่า สินค้าไก่ไทยอาจมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาลดลง และรายได้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทอาจได้รับผลกระทบ
🔴 6. ต้นทุนแรงงานและค่าแรง
ธุรกิจอาหารและโรงงานแปรรูปใช้แรงงานจำนวนมาก การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจึงสามารถเพิ่มต้นทุนการผลิตได้โดยตรง ขณะที่บริษัทอาจไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นได้ทันที
ประเด็นนี้ถูกมองเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันของ GFPT เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนแรงงานที่ค่อนข้างมีนัยสำคัญในธุรกิจแปรรูป
🔴 7. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและมาตรฐานอาหาร
ตลาดส่งออกอย่างญี่ปุ่นและยุโรปมีมาตรฐานด้าน ความปลอดภัยอาหาร สุขอนามัย สวัสดิภาพสัตว์ แรงงาน และสิ่งแวดล้อม ที่เข้มงวดขึ้น
หาก GFPT ไม่สามารถรักษามาตรฐานหรือเกิดปัญหาด้านคุณภาพ อาจนำไปสู่การเรียกคืนสินค้า การสูญเสียลูกค้า หรือกระทบชื่อเสียงของบริษัทได้
🔴 8. ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและ Climate Change
ภัยแล้ง น้ำท่วม หรือสภาพอากาศผิดปกติในประเทศผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ อาจทำให้ผลผลิตข้าวโพดและถั่วเหลืองลดลง และผลักดันต้นทุนอาหารสัตว์ให้สูงขึ้น
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้าน พลังงาน น้ำ ของเสีย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานและการลงทุนเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ESG เพิ่มขึ้น

📌 สรุปความเสี่ยง GFPT แบบนักลงทุน

ปัจจัยเสี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
🦠 โรคระบาดไก่🔴 สูง
🌽 ต้นทุนอาหารสัตว์🔴 สูง
🐔 ราคาไก่และ Supply🔴 สูง
🌎 ตลาดส่งออก🟠 ปานกลาง-สูง
💱 ค่าเงินบาท🟠 ปานกลาง-สูง
👷 ค่าแรง🟠 ปานกลาง-สูง
📋 กฎระเบียบ/มาตรฐาน🟠 ปานกลาง
🌦️ Climate Change🟠 ปานกลาง

มุมมองสำคัญ: GFPT เป็นธุรกิจครบวงจรที่ช่วยลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอกบางส่วน แต่ลักษณะธุรกิจยังมีความผันผวนตาม ต้นทุนอาหารสัตว์ + ราคาไก่ + ตลาดส่งออก + ค่าเงินบาท + โรคระบาด เป็นหลัก โดยปี 2025 บริษัทมีรายได้ 18,840 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,439 ล้านบาท ขณะที่ Net Debt/Equity อยู่เพียง 0.18 เท่า จึงไม่ได้มีความเสี่ยงด้านหนี้สินสูงเป็นประเด็นหลักเมื่อเทียบกับความเสี่ยงด้านวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์และการดำเนินงาน

สำหรับการติดตาม GFPT ต่อ: ตัวเลขที่ควรจับตาเป็นพิเศษคือ ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ → ราคาไก่ในประเทศ → ปริมาณส่งออก → ค่าเงินบาท → Gross Margin เพราะทั้ง 5 ตัวนี้มีผลต่อทิศทางกำไรของธุรกิจค่อนข้างมาก.


ข้อมูล ณ วันที่ 06 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น GFPT
บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน)
GFPT มีพัฒนาการสำคัญจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไก่ สู่การเป็นผู้ประกอบการ ธุรกิจไก่แบบครบวงจร (Vertical Integration) ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจอาหารสัตว์ ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ ฟาร์มไก่เนื้อ โรงชำแหละ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุกและการส่งออก โดยมีบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่ธุรกิจ
📌 Timeline พัฒนาการสำคัญ
2524 — จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในชื่อ บริษัท เจเนอรัล ฟู้ดส์ โพลทรีย์ (ไทย) จำกัด
2532 — เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท จีเอฟพีที จำกัด
2534 — เริ่มขยายธุรกิจเข้าสู่ต้นน้ำ โดยลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์ ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ และฟาร์มไก่เนื้อ เพื่อสร้างระบบการผลิตแบบครบวงจร
2535 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
2536 — เข้าลงทุน 49% ใน McKey เพื่อดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตและจำหน่ายอาหารกึ่งสำเร็จรูปแช่แข็ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขยายเข้าสู่ธุรกิจอาหารแปรรูป
2545 — ขยายโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปปรุงสุกเพื่อการส่งออก และขยายธุรกิจฟาร์มไก่ย่างพันธุ์
2551 — ลงทุน 49% ใน GFN เพื่อดำเนินธุรกิจโรงงานแปรรูปเนื้อไก่และอาหารแปรรูปปรุงสุกสำหรับตลาดญี่ปุ่นและต่างประเทศ
2557 — FKT ขยายฟาร์มไก่พ่อแม่พันธุ์ ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็นประมาณ 107 ล้านตัวต่อปี
2559 — GP ขยายฟาร์มไก่ปู่ย่าพันธุ์ เพิ่มกำลังการผลิตเป็นประมาณ 2.5 ล้านตัวต่อปี
2560 — เกิดการขยายกำลังการผลิตครั้งใหญ่ ทั้ง GFF, McKey และ GFN โดย McKey เพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปปรุงสุกเป็น 73,000 ตันต่อปี และ GFN เป็น 52,250 ตันต่อปี
2561 — MKS ขยายฟาร์มไก่เนื้อ เพิ่มกำลังการผลิตเป็นประมาณ 103 ล้านตัวต่อปี
2562 — FKT ขยายฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ เพิ่มกำลังการผลิตเป็นประมาณ 124 ล้านตัวต่อปี
2563 — GFPT ขยายกำลังการผลิตไก่แปรรูปปรุงสุกเป็นประมาณ 48,680 ตันต่อปี
2564 — McKey ขยายโรงงานแปรรูป เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 90,000 ตันต่อปี และ GFPT เพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน KT เป็น 98.33%
2565 — FKT ขยายฟาร์มพ่อแม่พันธุ์เพิ่มเติม ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็นประมาณ 168.60 ล้านตัวต่อปี
🚀 จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจในช่วงหลัง
พัฒนาการของ GFPT ในช่วงหลังเน้นการ เพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิตตลอดห่วงโซ่ มากกว่าการเติบโตเฉพาะธุรกิจปลายน้ำ โดยเฉพาะ McKey และ GFN ซึ่งเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกับตลาดไก่แปรรูปและการส่งออก
ข้อมูลการประชุมนักลงทุนปี 2569 ระบุว่า ในปี 2568 กำไรจากบริษัทร่วมอย่าง McKey และ GFN รวมกันมากกว่า 800 ล้านบาท ขณะที่ McKey มีแผนเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตจากประมาณ 78–80% เป็นราว 85% และ GFN มีการใช้กำลังการผลิตโรงชำแหละเต็มกำลังในช่วงดังกล่าว
📊 มุมมองเชิงธุรกิจ
พัฒนาการของ GFPT สะท้อน 3 เรื่องสำคัญ
สร้างห่วงโซ่การผลิตครบวงจร ตั้งแต่อาหารสัตว์ → พ่อแม่พันธุ์ → ฟาร์มไก่ → โรงชำแหละ → ไก่แปรรูป
เพิ่มสัดส่วนธุรกิจอาหารแปรรูปและส่งออก ผ่าน McKey และ GFN ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
ลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ปัจจุบันบริษัทมี รายงานประจำปี 2568 (2025) แบบ 56-1 One Report เผยแพร่แล้ว และบริษัทระบุรายได้รวมปี 2568 ที่ประมาณ 18,840 ล้านบาท เทียบกับ 19,314 ล้านบาทในปี 2567






โครงสร้างราคา: จากข้อมูลล่าสุด มองเป็น Sideway Up / พักตัวหลังการเด้งแรง มากกว่าจะเป็นขาลงเต็มตัว เพราะราคายังยืนเหนือฐานเดิมบริเวณ 9.50–9.70 บาทได้
แนวรับสำคัญ
🟢 10.00 บาท — แนวรับจิตวิทยา/ฐานระยะสั้น
🟢 9.70–9.80 บาท — แนวรับถัดไป
🔴 9.50 บาท — ฐานสำคัญ หากหลุดต้องระวังแรงขาย
แนวต้าน
🔥 10.20–10.30 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
🚀 10.50 บาท — เป้าหมายถัดไปหากเกิด Breakout
🎯 11.00 บาท — แนวต้านใหญ่/จุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ตามข้อมูล SET
🚨 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
GFPT ยังไม่ถือว่า Breakout เต็มตัว!
บริเวณ 10.20–10.30 บาท คือโซนชี้ชะตา หากราคาสามารถทะลุ 10.30 บาทได้ พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณบวกต่อโมเมนตัม และเปิดทางให้ลุ้น 10.50 → 11.00 บาท
แต่ถ้า ชน 10.20–10.30 แล้วไม่ผ่าน + วอลุ่มแผ่ว มีโอกาสกลับมาแกว่งสะสมในกรอบ 10.00–10.30 บาทต่อ
ที่น่าสนใจคือวันที่ 17 ส.ค. ราคาพุ่งจาก 9.50 ไปปิด 10.10 บาท พร้อมวอลุ่มสูงถึงประมาณ 12.5 ล้านหุ้น ขณะที่หลังจากนั้นราคายังยืนเหนือ 10 บาทได้เป็นส่วนใหญ่ สะท้อนว่าตลาดกำลังรอดูว่าแรงซื้อจะสามารถผลักราคาผ่านแนวต้านได้หรือไม่
⚡ สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
GFPT กำลังบีบตัวใต้แนวต้าน!
10.30 = ด่านเบรก
ผ่าน + วอลุ่มเข้า = โมเมนตัมมีลุ้นเร่งตัว 🚀
เป้าถัดไป 10.50 / 11.00 บาท
รับ 10.00 / 9.70 บาท
หลุด 9.50 = เสียทรง ต้องระวังแรงขาย
สถานะปัจจุบัน: 🟡 รอ Breakout
สัญญาณที่น่าจับตาที่สุด: ราคา > 10.30 + Volume สนับสนุน
ทั้งนี้ ระดับแนวรับ–แนวต้านเป็นการประเมินเชิงเทคนิคจากราคาย้อนหลัง ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์.


วิเคราะห์หุ้น GFPT — บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน)
GFPT หรือ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นกลุ่มอาหารที่มีจุดเด่นจากธุรกิจไก่แบบครบวงจร ตั้งแต่อาหารสัตว์ → ฟาร์ม → โรงชำแหละ → อาหารแปรรูป → การส่งออก ทำให้บริษัทควบคุมต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานได้ค่อนข้างดี
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
GFPT มี 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่
Food Business — ผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่สด แช่แข็ง แปรรูป และอาหารพร้อมรับประทาน
Farm Business — ฟาร์มไก่พันธุ์และไก่เนื้อ
Feed Business — ผลิตอาหารสัตว์
ในปี 2568 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 18,840 ล้านบาท แบ่งเป็น Food 47.08%, Farm 35.77% และ Feed 17.15% ขณะที่รายได้จากการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 4,428 ล้านบาท หรือ 23.5% ของรายได้จากการขาย
📊 จุดแข็งที่น่าสนใจ

  1. ธุรกิจครบวงจร ลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอก
    การมีทั้งฟาร์มและโรงงานอาหารสัตว์ช่วยให้ GFPT บริหารต้นทุนได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และบริษัทระบุว่ากลยุทธ์ฟาร์มของตนเองช่วยสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนจาก Economies of Scale
  2. ฐานะการเงินแข็งแรงขึ้นชัดเจน
    ปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 27,863 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ประมาณ 6,167 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 21,696 ล้านบาท ทำให้ D/E อยู่เพียงประมาณ 0.28 เท่า
    ถือเป็นจุดแข็งสำคัญ เพราะธุรกิจเกษตรและอาหารต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ GFPT ยังมีโครงสร้างหนี้ไม่สูง
  3. Profit Margin ดีขึ้น
    ปี 2568:
    Gross Margin 16.35%
    Net Margin 12.70%
    ROA 9.00%
    ROE 11.84%
    เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ Net Margin อยู่ 9.99% ถือว่าความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
    ⚠️ จุดที่ต้องจับตาในปี 2569
    ประเด็นที่น่าสนใจคือ กำไรปี 2569 เริ่มชะลอลงจากฐานที่สูงของปี 2568
    ไตรมาส 2/2569 GFPT มีกำไรสุทธิ 600.6 ล้านบาท ลดลงจาก 642.1 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 ขณะที่กำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1,117.7 ล้านบาท ลดลงประมาณ 12.7% YoY จาก 1,280.6 ล้านบาท
    ดังนั้นภาพของ GFPT ตอนนี้จึงไม่ใช่หุ้นที่กำลังเร่งกำไรขึ้นแบบ Aggressive Growth แต่เป็นลักษณะ ธุรกิจพื้นฐานแข็งแรง + กำไรอยู่ในระดับสูง + ต้องติดตามวัฏจักรราคาไก่และต้นทุน

💰 ผลประกอบการย้อนหลัง

ปีรายได้จากการขายกำไรสุทธิ
256618,979 ลบ.1,377 ลบ.
256719,314 ลบ.1,974 ลบ.
256818,840 ลบ.2,439 ลบ.

แม้รายได้ปี 2568 ลดลงจากปี 2567 แต่กำไรกลับเพิ่มขึ้นแรง สะท้อนว่า คุณภาพของกำไรและ Margin ดีขึ้น

🐔 ปัจจัยที่จะเป็นตัวชี้กำไร GFPT
🟢 ปัจจัยบวก
ราคาไก่และ Spread ดีขึ้น
หากราคาขายไก่อยู่ในระดับที่ดี ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและกากถั่วเหลืองไม่เพิ่มขึ้นแรง Margin มีโอกาสฟื้นตัว
การส่งออกเติบโต
GFPT มีรายได้จากต่างประเทศประมาณ 23.5% ของยอดขาย จึงมีโอกาสได้ประโยชน์จากตลาดส่งออกไก่และอาหารแปรรูป
ฐานะการเงินแข็งแรง
เงินสดและสภาพคล่องสูง ขณะที่ D/E ต่ำ ทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการลงทุนและรับมือกับวัฏจักรธุรกิจ
🔴 ความเสี่ยง
ต้นทุนอาหารสัตว์
เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของธุรกิจ หากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งเร็วกว่า ASP บริษัทอาจถูกกด Margin
ราคาไก่ผันผวน
ธุรกิจไก่มีลักษณะเป็น Commodity Cycle หาก Supply ไก่ออกสู่ตลาดมากเกินไป ราคาไก่อาจลดลงและกระทบกำไร
กำลังซื้อและการแข่งขัน
ตลาดอาหารแปรรูปทั้งในประเทศและต่างประเทศมีการแข่งขันสูง
ค่าเงินบาท
เนื่องจาก GFPT มีรายได้จากการส่งออกประมาณ 1 ใน 4 ของยอดขาย การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนสามารถส่งผลต่อรายได้และกำไรได้
📌 มุมมองการลงทุน
GFPT เป็นหุ้นที่จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่ Story หวือหวา แต่อยู่ที่ “ธุรกิจครบวงจร + งบแข็งแรง + Margin สูงขึ้น”
สิ่งที่ต้องระวังคือ กำไรครึ่งปี 2569 ลดลง YoY ดังนั้นตลาดจะให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวของกำไรในครึ่งปีหลังมากขึ้น
ณ 28 ส.ค. 2569 หุ้น GFPT ปิดที่ประมาณ 10.00 บาท ตามข้อมูล SET
GFPT = หุ้นอาหารครบวงจรที่งบแข็งแรง แต่ตัวแปรสำคัญอยู่ที่ “ราคาไก่ + ต้นทุนอาหารสัตว์ + ส่งออก + Margin”
ถ้ามองเชิงพื้นฐาน จุดที่ผมจะจับตาเป็นพิเศษคือ กำไรไตรมาส 3–4/2569 จะกลับมาเติบโต YoY ได้หรือไม่ เพราะจะเป็นตัวชี้ว่าการชะลอตัวในครึ่งปีแรกเป็นเพียงการพักฐานของกำไร หรือเป็นสัญญาณเข้าสู่รอบกำไรขาลง
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ โดยควรพิจารณาราคาที่เหมาะสมและความเสี่ยงประกอบการตัดสินใจด้วย


Disclaimer

ใส่ความเห็น