วิเคราะห์ หุ้น MODERN บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น MODERN บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น MODERN บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) MODERN อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ของใช้ในครัวเรือนและสานักงาน (Home & Office Products) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)




สำหรับ หุ้น MODERN – บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจสามารถสรุปได้ดังนี้ โดยอ้างอิงข้อมูลบริษัทและข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ MODERN
อาคารสำนักงานและโชว์รูม
บริษัทมี Modernform Tower อาคารสูง 28 ชั้น บนถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ
ใช้เป็นสำนักงานใหญ่ สำนักงานของบริษัทในกลุ่ม และเป็นศูนย์แสดงสินค้า/โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์
พื้นที่บางส่วนให้เช่าแก่ผู้เช่าภายนอก จึงเป็นทั้งทรัพย์สินเพื่อการดำเนินงานและสร้างรายได้จากค่าเช่า
โรงงานและสถานที่ผลิตเฟอร์นิเจอร์
ใช้สำหรับการผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์บ้าน และเฟอร์นิเจอร์ครัว
รวมถึงพื้นที่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต การประกอบ และการจัดเตรียมสินค้า
บริษัทมีลักษณะธุรกิจแบบผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายแบบครบวงจร
เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
เครื่องจักรสำหรับผลิตและประกอบเฟอร์นิเจอร์
เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับงานไม้ งานโลหะ งานประกอบ และงานตกแต่ง
อุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพและเตรียมสินค้าก่อนจัดจำหน่าย
โชว์รูมและพื้นที่จัดแสดงสินค้า
ใช้จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อรองรับลูกค้ารายบุคคล ลูกค้าองค์กร นักออกแบบ และโครงการ
สินค้าครอบคลุม เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน บ้าน ห้องครัว รวมถึง Hardware & Fitting
สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
วัตถุดิบและชิ้นส่วนสำหรับผลิตเฟอร์นิเจอร์
เฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปและสินค้าระหว่างผลิต
อุปกรณ์และวัสดุประกอบเฟอร์นิเจอร์ที่บริษัทนำเข้าและจัดจำหน่าย
ทรัพย์สินด้านการจัดจำหน่ายและโลจิสติกส์
พื้นที่จัดเก็บสินค้า คลังสินค้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและกระจายสินค้า
รองรับการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดย SET ระบุว่า MODERN ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงนำเข้าส่วนประกอบ อุปกรณ์ติดตั้ง และวัสดุตกแต่งภายใน
ทรัพย์สินของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
กลุ่มบริษัทมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน การผลิตและจำหน่ายสินค้า รวมถึงงานตกแต่งภายใน
ตัวอย่างเช่น Built Dee ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ Fit-in และรับเหมาตกแต่งภายในสำนักงาน โรงแรม คอนโดมิเนียม และบ้านพักอาศัย
สรุปแบบใช้ทำคอนเทนต์หุ้น
MODERN มีทรัพย์สินหลักที่สนับสนุนธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่
โรงงานและเครื่องจักรผลิตเฟอร์นิเจอร์ + อาคารสำนักงาน/โชว์รูม + คลังสินค้าและระบบจัดจำหน่าย + สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ + ทรัพย์สินของบริษัทย่อย
จุดที่น่าสนใจคือ Modernform Tower ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสำนักงานใหญ่และโชว์รูม แต่ยังมีพื้นที่สำนักงานให้เช่าแก่บุคคลภายนอก ทำให้ทรัพย์สินดังกล่าวสามารถสร้างรายได้จากค่าเช่าเพิ่มเติมได้ด้วย


กลุ่มบริษัทในเครือของ MODERN
บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (MODERN) – ข้อมูลบริษัทและโครงสร้างการถือหุ้น ระบุว่ากลุ่มธุรกิจไม่ได้มีเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ แต่มีทั้งธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน–บ้าน ธุรกิจสินค้าเพื่อสุขภาพ อาคารสำนักงาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

บริษัทในกลุ่มที่สำคัญ


ข้อมูลสัดส่วนการถือหุ้นและลักษณะธุรกิจข้างต้นมาจากหน้าโครงสร้างองค์กรของ MODERN โดยตรง

🔎 จุดที่น่าสนใจของโครงสร้างธุรกิจ

สรุปภาพรวม
MODERN = เฟอร์นิเจอร์ + Workspace + Interior + Healthcare + อาคารสำนักงาน + พันธมิตรญี่ปุ่น
โครงสร้างดังกล่าวช่วยให้ MODERN มีธุรกิจที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ → การออกแบบพื้นที่ → งานตกแต่งภายใน → สำนักงาน → บ้าน → Healthcare มากกว่าการเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว
หมายเหตุ: รายชื่อข้างต้นเน้นบริษัทที่ MODERN แสดงอยู่ในหน้า “บริษัทย่อยและบริษัทร่วม” บนเว็บไซต์บริษัท ณ ข้อมูลที่เผยแพร่ปัจจุบัน ส่วนสัดส่วนการถือหุ้นและสถานะของแต่ละบริษัทอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการปรับโครงสร้างการลงทุนของกลุ่มบริษัท



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น MODERN
บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (MODERN)
MODERN ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงนำเข้าส่วนประกอบเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ และวัสดุตกแต่งภายใน ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะเกี่ยวข้องกับ กำลังซื้อ ต้นทุนการผลิต การแข่งขัน และภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์/สำนักงาน

ความเสี่ยงจากสภาพคล่องของหุ้น
สำหรับนักลงทุน ยังควรพิจารณาความเสี่ยงด้าน สภาพคล่องของหุ้น MODERN เพราะปริมาณการซื้อขายในบางวันค่อนข้างต่ำ ซึ่งอาจทำให้การเข้าหรือออกจากสถานะจำนวนมากทำได้ยาก และราคาสามารถเคลื่อนไหวได้มากกว่าที่คาดเมื่อมีคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่
ข้อมูลตลาดล่าสุดที่ SET แสดง ณ 17 ก.ค. 2569 ระบุ MODERN มีราคาประมาณ 2.02 บาท, Market Cap ราว 1,515 ล้านบาท และช่วง 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.84–2.42 บาท

ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ
เฟอร์นิเจอร์จำนวนมากเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถชะลอการซื้อได้ หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ผู้บริโภคลดลง หรือความเชื่อมั่นต่ำ อาจทำให้การซื้อเฟอร์นิเจอร์บ้านและสำนักงานลดลง ส่งผลโดยตรงต่อยอดขาย

ความเสี่ยงจากภาคอสังหาริมทรัพย์
ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์มีความเชื่อมโยงกับตลาดที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม และโครงการเชิงพาณิชย์ หากการเปิดโครงการใหม่หรือการโอนกรรมสิทธิ์ชะลอตัว ความต้องการเฟอร์นิเจอร์สำหรับโครงการอาจลดลงตาม

ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ
ต้นทุนไม้ แผ่นไม้ โลหะ พลาสติก วัสดุหุ้ม และชิ้นส่วนต่าง ๆ มีผลต่ออัตรากำไร หากราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการปรับราคาขาย บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่ออัตรากำไร

ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ตลาดเฟอร์นิเจอร์มีการแข่งขันทั้งด้านราคา ดีไซน์ คุณภาพ และบริการ โดยเฉพาะสินค้านำเข้าและผู้ประกอบการรายใหม่ หากคู่แข่งใช้กลยุทธ์ลดราคา หรือออกผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์และราคาน่าสนใจกว่า อาจทำให้ MODERN ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการตลาดหรือยอมลดอัตรากำไร

ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว
เทรนด์การตกแต่งบ้านและสำนักงานเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด หากบริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่ทันความต้องการ อาจเกิดสินค้าคงเหลือและต้องทำโปรโมชั่นหรือส่วนลดเพื่อระบายสินค้า

ความเสี่ยงจากการนำเข้าและอัตราแลกเปลี่ยน
MODERN มีการนำเข้าส่วนประกอบ อุปกรณ์ และวัสดุตกแต่งภายใน ดังนั้นต้นทุนอาจได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทและอัตราแลกเปลี่ยน หากเงินบาทอ่อนค่า ต้นทุนนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบที่ชำระเป็นเงินตราต่างประเทศอาจเพิ่มขึ้น

ความเสี่ยงด้านต้นทุนแรงงานและการผลิต
ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ต้องอาศัยทั้งแรงงานฝ่ายผลิต การออกแบบ ฝ่ายขาย และติดตั้ง หากค่าจ้างแรงงานและต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้เพียงพอ จะกดดันกำไร

ความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือ
เฟอร์นิเจอร์มีทั้งสินค้าสำเร็จรูปและวัตถุดิบที่ต้องบริหารสต็อก หากยอดขายต่ำกว่าคาด อาจทำให้สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น เกิดต้นทุนจัดเก็บ และมีความเสี่ยงจากสินค้าตกรุ่นหรือจำเป็นต้องลดราคา

ความเสี่ยงจากโครงการขนาดใหญ่และลูกค้ารายสำคัญ
งานโครงการเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน โรงแรม หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์อาจมีมูลค่าสูง แต่รายได้อาจขึ้นอยู่กับจำนวนโครงการและช่วงเวลาส่งมอบ หากโครงการเลื่อน ยกเลิก หรือชำระเงินล่าช้า อาจกระทบรายได้และกระแสเงินสด

ความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจและการลงทุน
หากบริษัทลงทุนในธุรกิจใหม่ สาขาใหม่ หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และบริการต่าง ๆ การลงทุนดังกล่าวอาจไม่สร้างผลตอบแทนตามเป้าหมาย และอาจเพิ่มต้นทุนคงที่หรือภาระในการบริหาร

ความเสี่ยงด้าน ESG และสิ่งแวดล้อม
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากร วัสดุ และกระบวนการผลิตที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม หากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น บริษัทอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมในกระบวนการผลิต วัตถุดิบ และการจัดการของเสีย อย่างไรก็ตาม MODERN ระบุว่าบริษัทได้รับ SET ESG Ratings ระดับ AA ประจำปี 2568 ซึ่งสะท้อนความคืบหน้าในการบริหารประเด็น ESG

สรุปความเสี่ยง MODERN แบบนักลงทุน


มุมมองโดยรวม: ความเสี่ยงสำคัญของ MODERN ไม่ได้อยู่ที่ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่คือ การพึ่งพากำลังซื้อและการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ + ความสามารถในการควบคุมต้นทุน + การรักษาอัตรากำไรท่ามกลางการแข่งขัน นักลงทุนจึงควรติดตามยอดขาย อัตรากำไรขั้นต้น สินค้าคงเหลือ ลูกหนี้การค้า และกระแสเงินสดควบคู่กัน โดยบริษัทมีงบการเงินล่าสุดที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. ถึงไตรมาส 1/2569 แล้ว


ข้อมูล ณ วันที่ 09 พ.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น MODERN

บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MODERN มีพัฒนาการจากธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ สู่ผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์แบบครบวงจร ทั้งสำนักงาน บ้าน และครัว รวมถึงการขยายไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยลำดับเหตุการณ์สำคัญมีดังนี้


จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจของ MODERN
MODERN มีการปรับตัวจาก “ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์” ไปสู่ “Ecosystem ด้านการใช้ชีวิตและการตกแต่ง” มากขึ้น โดยใช้การลงทุนและพันธมิตรเป็นเครื่องมือขยายธุรกิจ จากเดิมที่เน้นสำนักงานและบ้าน ไปสู่เฟอร์นิเจอร์ครัว งานตกแต่งภายใน อสังหาริมทรัพย์ สุขภาพ และเฟอร์นิเจอร์ระดับ Luxury
พัฒนาการล่าสุดในปี 2569 ถือว่าน่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะการเข้าถือหุ้น MOTIF 60% มูลค่า 108 ล้านบาท เป็นการเพิ่มน้ำหนักในตลาดเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ และเปิดโอกาสให้ MODERN ใช้ฐานลูกค้า แบรนด์ และช่องทางจัดจำหน่ายของ MOTIF เพื่อสร้างการเติบโตในกลุ่ม Luxury มากขึ้น
ข้อมูลจาก SET ระบุว่า MODERN เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงนำเข้าชิ้นส่วน อุปกรณ์ และวัสดุตกแต่งภายในจากต่างประเทศ และเข้าจดทะเบียนใน SET ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2535
สรุปสั้น ๆ:
2521 เริ่มจากนำเข้า → 2523 สู่การผลิต → 2535 เข้าตลาดหุ้น → ขยายสู่สำนักงาน/บ้าน/ครัว → 2562–2565 กระจายการลงทุน → 2567 เจาะตลาด Luxury → 2569 ซื้อ MOTIF 60% ต่อยอดเฟอร์นิเจอร์ไฮเอนด์







🎯 สรุปกลยุทธ์


บทสรุป: MODERN ยังอยู่ในลักษณะ “สะสมกำลัง–รอเลือกทาง” มากกว่าจะเป็นขาขึ้นเต็มตัว จุดชี้ขาดคือ 2.10 บาท หากผ่านพร้อม Volume จะทำให้ภาพเทคนิคดูน่าสนใจขึ้นอย่างชัดเจน แต่หากยังไม่ผ่าน ควรระวังการแกว่งตัวออกด้านข้างและการหลุด 2.00 บาท
หมายเหตุ: ข้อมูลราคาที่ค้นได้จาก SET ล่าสุดอยู่ในช่วงวันที่ 18–23 ก.ค. 2569 ดังนั้นผมไม่ควรอ้างว่าเป็นราคาปิดของวันที่ 8 ส.ค. 2569 โดยตรง


🔥 MODERN จับตาให้ดี! หุ้นกำลังอยู่ในจุดวัดใจ — “เบรกต้าน” หรือ “หลุดแนวรับ” ใครจะมาก่อน?
📈 MODERN – บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
หุ้นเฟอร์นิเจอร์ที่กำลังพยายามเปลี่ยนเกมจาก Furniture → Healthcare → Technology → Investment
แต่คำถามสำคัญคือ…
ราคาจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้จริงหรือยัง?
และที่สำคัญกว่า… กำไรจะฟื้นตามราคาหรือไม่?
⚡ TECHNICAL SIGNAL ที่ต้องจับตา!
ราคาที่อ้างอิงจากข้อมูล SET ในเดือน ก.ค. 2569 อยู่บริเวณ 2.02–2.04 บาท
🎯 แนวรับสำคัญ
➡️ 2.00 บาท — จุดวัดแรงซื้อ
➡️ 1.84 บาท — Low สำคัญของรอบ 52 สัปดาห์
🚀 แนวต้านสำคัญ
➡️ 2.04–2.10 บาท — ด่านแรกที่ต้องฝ่า
➡️ 2.20–2.30 บาท — เป้าหมายถัดไปหาก Momentum มา
➡️ 2.42 บาท — High สำคัญของรอบ 52 สัปดาห์
🔥 จุดชี้ขาดไม่ได้อยู่ที่ “ราคา” อย่างเดียว!
ถ้า MODERN ทะลุ 2.10 บาท พร้อม Volume เข้ามาแรง
นั่นคือสัญญาณที่น่าจับตาว่า Momentum อาจเริ่มเปลี่ยน
แต่ถ้า หลุด 2.00 บาท และมีแรงขายเพิ่มขึ้น
ต้องระวังการไหลลงไปทดสอบ 1.84 บาท
📌 หุ้นสภาพคล่องไม่สูงมากในบางวัน
ดังนั้น Volume = ตัวแปรสำคัญในการยืนยัน Breakout
💥 แต่เบื้องหลังกราฟ มีอะไรต้องจับตา?
ปี 2568 รายได้รวมประมาณ 2,236 ล้านบาท ลดลง 11.2% YoY
กำไรสุทธิประมาณ 102.9 ล้านบาท ลดลง 23.8% YoY
แม้รายได้ลด แต่บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงไม่รุนแรงเท่ารายได้
⚠️ แต่ Q1/2569 เริ่มเห็นสัญญาณที่ต้องระวัง!
รายได้จากการขาย 358.2 ล้านบาท (-7.9% YoY)
รายได้รวม 456.0 ล้านบาท (-2.5%)
และที่สำคัญ…
🔴 กำไรจากการดำเนินงานพลิกเป็นขาดทุน 5.2 ล้านบาท
🔴 กำไรก่อนภาษีขาดทุน 10.1 ล้านบาท
🔴 กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นขาดทุน 17.1 ล้านบาท
จากเดิม Q1/2568 ที่ยังมีกำไรสุทธิ 6.6 ล้านบาท
นี่คือ Fundamental Signal ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
🏥 พระเอกอีกตัวที่อาจกลายเป็น New S-Curve — Healthcare
ปี 2568 ธุรกิจ Healthcare และอุปกรณ์การแพทย์สร้างรายได้ประมาณ 461.6 ล้านบาท
🔥 โตแรงถึง 46.3% YoY
นี่คือหนึ่งในจุดที่ทำให้ MODERN น่าสนใจในระยะกลาง
แต่ต้องระวัง!
Q1/2569 รายได้ Healthcare อยู่ประมาณ 89 ล้านบาท ลดลง 9.2% YoY
ดังนั้นยังไม่ใช่ Growth Story แบบเส้นตรง
ต้องรอดูการฟื้นตัวของรายได้และกำไรในไตรมาสต่อ ๆ ไป
🚀 อีกหมัดเด็ด — MODERN กำลังเดิมพันกับธุรกิจใหม่
บริษัทเริ่มขยายการลงทุนไปยัง Healthcare + Technology + Startup/Deep-Tech
เป้าหมายคือเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการลงทุนให้สูงขึ้นในช่วง 3–5 ปี
ถ้าทำสำเร็จ…
MODERN อาจไม่ได้ถูกมองเป็นเพียง
🪑 “หุ้นเฟอร์นิเจอร์”
แต่กำลังเปลี่ยนเป็น…
🔥 Furniture + Healthcare + Technology + Investment
และนี่อาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อการ Re-rating ของหุ้นในอนาคต
💎 ฐานะการเงินยังเป็นจุดแข็ง
ณ 31 มี.ค. 2569
สินทรัพย์ประมาณ 3.14 พันล้านบาท
หนี้สินประมาณ 1.02 พันล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้นประมาณ 2.12 พันล้านบาท
ฐานทุนยังถือว่าแข็งแรงเมื่อเทียบกับขนาดหนี้
แต่ ⚠️ หนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น เป็นอีกหนึ่งตัวเลขที่ต้องติดตาม
🎯 สรุปเกม MODERN แบบสายเทคนิค
🟢 ผ่าน 2.10 + Volume เข้า
= Momentum มีโอกาสเร่งตัว → จับตา 2.20–2.30 บาท
🔥 ผ่าน 2.30 ได้
= ลุ้นทดสอบ High สำคัญ 2.42 บาท
🔴 หลุด 2.00 บาท
= โมเมนตัมอ่อนแรง → ระวังแรงขาย
🚨 หลุด 1.84 บาท
= โครงสร้างราคาต้องกลับมาประเมินกันใหม่
แต่สุดท้าย…
กราฟจะเบรกได้ ต้องมี Volume ยืนยัน
และ ราคาจะไปได้ไกล ต้องมี “กำไร” สนับสนุน
🔥 บทสรุป
MODERN ตอนนี้ไม่ใช่หุ้นที่ต้อง “ไล่ราคา”
แต่เป็นหุ้นที่ต้อง “จับตาการเปลี่ยน Momentum”
📌 ธุรกิจหลักยังฟื้นไม่เต็มที่
📌 Q1/2569 พลิกขาดทุน
📌 Healthcare มีศักยภาพ แต่ยังผันผวน
📌 Technology/Investment อาจเป็น New S-Curve
📌 ฐานะการเงินยังมีจุดแข็ง
📌 กราฟกำลังอยู่ในโซนวัดใจ
คำถามสำคัญไม่ใช่ “จะซื้อไหม?”
แต่คือ…
🚨 “ถ้า MODERN เบรก 2.10 บาทพร้อม Volume ใครจะเป็นคนเห็นสัญญาณก่อน?”
👉 อย่าเพิ่งเลื่อนผ่าน! คลิกดูรายละเอียด MODERN ต่อ
ดูทั้ง แนวรับ–แนวต้าน, Breakout Zone, Volume, Momentum และปัจจัยพื้นฐาน ก่อนตัดสินใจ


วิเคราะห์ หุ้น MODERN – บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยอ้างอิงข้อมูลบริษัท งบปี 2568 และงบล่าสุดไตรมาส 1/2569 ที่เผยแพร่ผ่าน SET/บริษัท MODERN ทำธุรกิจอะไร?
บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MODERN เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ของไทย โดยธุรกิจหลักครอบคลุม เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์บ้าน เฟอร์นิเจอร์ครัว อุปกรณ์ตกแต่งและวัสดุสำหรับงานตกแต่งภายใน รวมถึงธุรกิจบริการออกแบบ/ก่อสร้าง และมีการลงทุนต่อยอดไปยังธุรกิจ Healthcare และเทคโนโลยี
บริษัทก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1980 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2535 ปัจจุบันมีทุนชำระแล้ว 750 ล้านบาท

📊 ภาพรวมธุรกิจ MODERN ธุรกิจของ MODERN สามารถมองเป็น 4 กลุ่มใหญ่


เว็บไซต์บริษัทระบุว่าปัจจุบัน MODERN ขยายจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไปสู่ Interior Furnishing, Architecture Products, Fit-in Services, Architecture & Landscape Design รวมถึง Healthcare และบริษัทเทคโนโลยีบางส่วน

💰 วิเคราะห์ผลประกอบการ
ปี 2568 — รายได้หดตัว แต่ยังรักษาความสามารถทำกำไร
ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมประมาณ 2,236.1 ล้านบาท ลดลง 11.2% YoY จาก 2,517.1 ล้านบาทในปี 2567
กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ประมาณ 102.9 ล้านบาท ลดลง 23.8% YoY จาก 134.9 ล้านบาทในปี 2567
จุดที่น่าสนใจคือบริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงประมาณ 9.7% ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงเพียง 3.4% แม้รายได้จะหดตัวมากกว่า 11%
สรุป: ปี 2568 เป็นปีที่ธุรกิจหลักเผชิญแรงกดดัน แต่บริษัทมีการควบคุมต้นทุนค่อนข้างดี
⚠️ ไตรมาส 1/2569 ต้องจับตาเป็นพิเศษ
งบล่าสุดที่ SET ระบุคือ ไตรมาส 1/2569
ผลประกอบการค่อนข้างอ่อนตัว:
รายได้จากการขาย 358.2 ล้านบาท ลดลง 7.9% YoY
รายได้รวม 456.0 ล้านบาท ลดลง 2.5%
กำไรจากการดำเนินงานพลิกเป็น ขาดทุน 5.2 ล้านบาท
กำไรก่อนภาษี ขาดทุน 10.1 ล้านบาท
กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น ขาดทุน 17.1 ล้านบาท
เทียบกับ Q1/2568 ที่มีกำไรสุทธิ 6.6 ล้านบาท
นี่ถือเป็น สัญญาณลบระยะสั้น เพราะรายได้ลดลงไม่มาก แต่กำไรกลับพลิกเป็นขาดทุน
สาเหตุสำคัญมาจากยอดขายที่อ่อนตัว ขณะที่ธุรกิจบางส่วนมีการแข่งขันสูง และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง/เป็นขาดทุนในไตรมาสนี้
🏥 จุดแข็งที่น่าสนใจ: Healthcare
นี่อาจเป็นหนึ่งใน Growth Engine ที่สำคัญที่สุดของ MODERN ในระยะกลาง
ปี 2568 ธุรกิจ Healthcare และอุปกรณ์การแพทย์สร้างรายได้รวมประมาณ 461.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.3% YoY หรือเพิ่มขึ้น 146.1 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้บริการบำรุงรักษา รวมถึงงานออกแบบและก่อสร้างโครงการโรงพยาบาล
แต่ใน Q1/2569 ธุรกิจนี้ชะลอตัวลง โดยมีรายได้ประมาณ 89 ล้านบาท ลดลง 9.2% YoY เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่สูงขึ้น
ดังนั้น Healthcare มีศักยภาพ แต่ยังไม่ควรมองว่าเติบโตเป็นเส้นตรง
🚀 อีกประเด็นที่น่าสนใจ: การลงทุนในธุรกิจใหม่
ในเดือนกรกฎาคม 2569 MODERN เปิดเผยการลงทุนใน SeaX Ventures Fund ซึ่งเน้นลงทุนใน Startup และ Deep-Tech
บริษัทมองการลงทุนในธุรกิจที่มี Growth สูง เช่น Healthcare และ Technology เพื่อช่วยต่อยอดธุรกิจเดิม และระบุเป้าหมายว่าต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการลงทุนให้ถึง 50% ภายใน 3–5 ปี
ถ้าทำได้ตามแผน MODERN จะเปลี่ยนภาพจาก
“บริษัทเฟอร์นิเจอร์” → “บริษัทลงทุน + Furniture + Healthcare + Technology”
ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด
💎 ฐานะการเงิน
ณ 31 มี.ค. 2569
สินทรัพย์รวมประมาณ 3,143 ล้านบาท
หนี้สินรวมประมาณ 1,019 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 2,124 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 สินทรัพย์เพิ่ม 3.0% ขณะที่หนี้สินเพิ่ม 11.3% และส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 0.6%
จุดที่ดีคือ ฐานทุนยังแข็งแรงเมื่อเทียบกับขนาดหนี้สิน แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียนใน Q1/2569 เป็นเรื่องที่ควรติดตาม
📉 วิเคราะห์ราคาหุ้น MODERN
ข้อมูล SET ที่ค้นได้ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2569 ราคาหุ้นอยู่แถว 2.02–2.04 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ประมาณ 1.84–2.42 บาท
จากโครงสร้างราคาดังกล่าว ผมมองว่า:
แนวรับสำคัญ
2.00 บาท
หากหลุด อาจต้องระวังแรงขายต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณ
1.84 บาท
ซึ่งเป็น Low ในรอบ 52 สัปดาห์
แนวต้าน
2.04–2.10 บาท
ถ้าผ่านได้พร้อมปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้น มีโอกาสกลับไปทดสอบ
2.20–2.30 บาท
และแนวต้านสำคัญบริเวณ 2.42 บาท
หมายเหตุ: หุ้น MODERN มีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำในบางวัน ดังนั้นการดู “Volume” ประกอบการเบรกแนวต้านมีความสำคัญมากกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียว
⚡ ปัจจัยบวก


🚨 ความเสี่ยงของ MODERN


🎯 สรุปมุมมอง MODERN


🔥 บทสรุปแบบนักลงทุน
MODERN ไม่ใช่หุ้นเฟอร์นิเจอร์ที่กำลังอยู่ในช่วง Growth ชัดเจน แต่กำลังอยู่ในช่วง “ปรับโครงสร้างเพื่อหาการเติบโตใหม่”
จุดแข็งคือ แบรนด์ + ฐานลูกค้า + ฐานะการเงิน + Healthcare + โอกาสจากธุรกิจใหม่
แต่จุดที่ต้องระวังคือ รายได้ธุรกิจหลักชะลอตัว และ Q1/2569 พลิกขาดทุน ดังนั้นยังต้องรอดูว่ากำไรในไตรมาสถัดไปจะกลับมาหรือไม่
สำหรับผม ตัวแปรชี้ขาดของ MODERN ในปี 2569 ไม่ใช่ยอดขายเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่คือการฟื้นตัวของกำไร และความสามารถในการเปลี่ยน Healthcare/Investment/Technology ให้กลายเป็นรายได้และกำไรที่มีนัยสำคัญ
แนวคิดการลงทุน:
🟡 “จับตาการฟื้นตัว มากกว่าการไล่ราคา”
หากกำไรกลับมาเป็นบวกต่อเนื่อง + Healthcare เติบโต + ธุรกิจลงทุนเริ่มสร้างผลตอบแทน หุ้น MODERN มีโอกาสได้รับการ Re-rating แต่หากผลประกอบการยังอ่อนตัวต่อเนื่อง ราคาหุ้นก็มีความเสี่ยงที่จะเคลื่อนไหวในกรอบต่ำต่อไป
ข้อมูลราคาที่อ้างถึงเป็นข้อมูลล่าสุดที่ค้นพบจาก SET ในเดือนกรกฎาคม 2569 ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน ณ วินาทีนี้


Disclaimer

ใส่ความเห็น