ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น BTNC บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น BTNC บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น BTNC บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ BTNC อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ แฟชั่น (Fashion) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25681.50บาท29 เม.ย. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.20บาท23 พ.ค. 2568เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น BTNC
บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BTNC ดำเนินธุรกิจด้านแฟชั่น โดยจัดจำหน่าย ออกแบบ และผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น GUY LAROCHE, C&D, LOF.FI.CIEL, JOUSSE, GSP, UNIFORM SPECIALIZER, STEPHANIE และ ADOLFO DOMINGUEZ เป็นต้น
จากข้อมูลบริษัทและข้อมูลที่เปิดเผยต่อผู้ลงทุน ทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของ BTNC สามารถมองได้ดังนี้

  1. อาคารและสำนักงาน
    บริษัทมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ 1112/53-75 ซอยสุขุมวิท 48 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่รองรับงานบริหาร การออกแบบ การจัดการสินค้า และการดำเนินงานของบริษัท
  2. สินทรัพย์สำหรับการผลิตและดำเนินงาน
    เนื่องจาก BTNC มีธุรกิจทั้ง ออกแบบและผลิตเสื้อผ้า สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญ เช่น
    เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตเสื้อผ้า
    อุปกรณ์ตัดเย็บและขึ้นรูป
    อุปกรณ์สำหรับงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์
    เครื่องมือและอุปกรณ์สำนักงาน
    ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
    ทั้งนี้ BTNC มีแนวทางด้าน Fabric Zero Waste และ Circular Economy ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรและวัสดุจากกระบวนการผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  3. สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
    สำหรับธุรกิจแฟชั่น สินค้าคงเหลือถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่สำคัญ โดยเกี่ยวข้องกับ
    วัตถุดิบและวัสดุสำหรับผลิตเสื้อผ้า
    เสื้อผ้าที่อยู่ระหว่างการผลิต
    สินค้าสำเร็จรูป
    สินค้าสำหรับจำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ
    สินค้ากลุ่มนี้เป็นทรัพย์สินที่เปลี่ยนเป็นรายได้โดยตรงผ่านการจำหน่ายสินค้าแฟชั่นของบริษัท
  4. ทรัพย์สินสิทธิการใช้และพื้นที่จำหน่าย
    ธุรกิจแฟชั่นจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับ ร้านค้า จุดจำหน่าย และพื้นที่ดำเนินงาน ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสินทรัพย์สิทธิการใช้ตามสัญญาเช่า รวมถึงการตกแต่งร้านและอุปกรณ์ภายในร้าน
    จุดนี้มีความสำคัญ เพราะ BTNC ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะการผลิต แต่มีธุรกิจ จัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น ด้วย
  5. เครื่องตกแต่งและอุปกรณ์ร้านค้า
    ประกอบด้วยสินทรัพย์ที่ใช้สนับสนุนการขาย เช่น
    ชั้นวางสินค้า
    ตู้โชว์
    เคาน์เตอร์ขาย
    อุปกรณ์ตกแต่งร้าน
    ป้ายและอุปกรณ์แสดงแบรนด์
    อุปกรณ์สำนักงานและระบบ POS
    สินทรัพย์เหล่านี้ช่วยสร้างประสบการณ์และภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์แฟชั่นของบริษัท
  6. สิทธิในแบรนด์และทรัพย์สินไม่มีตัวตน
    สำหรับ BTNC จุดที่น่าสนใจมากกว่าสินทรัพย์ประเภทอาคารหรือเครื่องจักร คือ ทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์แฟชั่น เนื่องจากธุรกิจของบริษัทขับเคลื่อนด้วยแบรนด์และการออกแบบสินค้า
    แบรนด์ที่บริษัททำตลาด เช่น GUY LAROCHE, C&D, GSP และแบรนด์อื่น ๆ จึงมีความสำคัญต่อการสร้างยอดขายและความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
  7. เครือข่ายและทรัพย์สินทางธุรกิจด้านการจัดจำหน่าย
    อีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญคือระบบและช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนสินค้าคงเหลือให้กลายเป็นรายได้ โดย BTNC มีธุรกิจทั้งการผลิต ออกแบบ และจัดจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูป

🔎 สรุปมุมมองนักลงทุน

ทรัพย์สินของ BTNC ไม่ได้มีเพียง “โรงงานและเครื่องจักร” แต่ประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก

กลุ่มทรัพย์สินความสำคัญต่อธุรกิจ
🏢 อาคาร/สำนักงาน/พื้นที่ดำเนินงานรองรับการบริหารและดำเนินธุรกิจ
🧵 เครื่องจักร อุปกรณ์ วัตถุดิบ และสินค้าคงเหลือรองรับการผลิตและสร้างรายได้
👗 แบรนด์ ดีไซน์ และทรัพย์สินทางปัญญาสร้างมูลค่าและความแตกต่างของสินค้า

จุดที่น่าสนใจคือ BTNC เป็นธุรกิจแฟชั่นที่มูลค่าของแบรนด์และการออกแบบมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสินทรัพย์ทางกายภาพ ขณะที่ข้อมูล SET ระบุว่า ณ ปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 35.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.30 ล้านบาท ในปี 2567 สะท้อนว่าการประเมิน BTNC ควรมองทั้งฐานสินทรัพย์และความสามารถในการสร้างกำไรจากแบรนด์/ช่องทางจำหน่ายควบคู่กัน


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น BTNC
บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BTNC ประกอบธุรกิจจัดจำหน่าย ออกแบบ และผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น GUY LAROCHE, C&D, LOF.FI.CIEL, JOUSSE, GSP, UNIFORM SPECIALIZER, STEPHANIE, Mimi, A’MAZE และ ADOLFO DOMINGUEZ
บริษัทในกลุ่มที่พบ

  1. บริษัท ปณิวรา จำกัด
    เป็น บริษัทย่อยของ BTNC
    ธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
    ถือเป็นธุรกิจที่อยู่นอกเหนือจากธุรกิจหลักด้านแฟชั่นและเครื่องแต่งกายของ BTNC
    โครงสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มธุรกิจอื่น
    BTNC ยังมีความเชื่อมโยงกับบริษัทในเครือและพันธมิตรของ เครือสหพัฒน์ ผ่านการถือหุ้นและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยผู้ถือหุ้นรายสำคัญของ BTNC ณ ข้อมูลปี 2569 ได้แก่

ผู้ถือหุ้นสัดส่วน
ศิรินา ปวโรฬารวิทยา22.46%
ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา18.64%
ประวรา เอครพานิช14.97%
สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง (SPI)8.53%
ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล (ICC)5.98%
Commonwealth Holdings3.17%
นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ)2.87%

ดังนั้น หากมองเป็น “กลุ่มธุรกิจ” BTNC มีความเชื่อมโยงกับเครือสหพัฒน์ค่อนข้างชัด โดยเฉพาะผ่าน SPI และ ICC ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายสำคัญของบริษัท ขณะที่ธุรกิจหลักของ BTNC ยังคงเน้นไปที่ แฟชั่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป และชุดยูนิฟอร์ม

สรุปโครงสร้างแบบง่าย
BTNC – บูติคนิวซิตี้
→ บริษัทย่อย: บริษัท ปณิวรา จำกัด
→ ธุรกิจหลัก: เสื้อผ้า / แฟชั่น / ยูนิฟอร์ม
→ ความเชื่อมโยง: เครือสหพัฒน์
→ ผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์: SPI, ICC
→ แบรนด์สำคัญ: GUY LAROCHE, C&D, LOF.FI.CIEL, JOUSSE, GSP ฯลฯ
หมายเหตุ: ผลประกอบการปี 2568 ที่รายงานในระดับ “บริษัทและบริษัทย่อย” มีกำไรสุทธิ 35.33 ล้านบาท เพิ่มจาก 8.30 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนว่าการวิเคราะห์ BTNC ควรพิจารณาผลของบริษัทย่อยประกอบด้วย ไม่ควรดูเฉพาะธุรกิจแฟชั่นของบริษัทแม่เพียงอย่างเดียว



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น BTNC
บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน)
บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่าย ออกแบบ และผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ภายใต้หลายแบรนด์ เช่น GUY LAROCHE, C&D, LOF.FI.CIEL, JOUSSE, GSP และแบรนด์อื่น ๆ
แม้ปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 35.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.29 ล้านบาท แต่ต้องระวังว่า รายได้ลดลง 5.7% เหลือ 305.30 ล้านบาท และกำไรปี 2568 ได้แรงหนุนสำคัญจาก กำไรขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 50.12 ล้านบาท ดังนั้นกำไรที่เห็นจึงไม่ได้สะท้อนความแข็งแรงของธุรกิจแฟชั่นจากการดำเนินงานเพียงอย่างเดียว
🔴 1. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อผู้บริโภค
ธุรกิจเสื้อผ้าเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถชะลอการซื้อได้เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีหรือรายได้ลดลง ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายและการระบายสินค้าของบริษัท
ฝ่ายบริหารระบุว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นในปี 2568 เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งกระทบการตัดสินใจสั่งซื้อของลูกค้าองค์กร
🔴 2. ความเสี่ยงจากเทรนด์แฟชั่นเปลี่ยนเร็ว
เสื้อผ้ามีความเสี่ยงด้าน Fashion Risk เพราะความนิยมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากบริษัทคาดการณ์ความต้องการผิด อาจเกิดสินค้าค้างสต็อก ต้องทำโปรโมชั่นหรือลดราคาเพื่อระบายสินค้า และกระทบอัตรากำไร
บริษัทเองให้ความสำคัญกับการบริหารสินค้า การคำนวณความต้องการและการหมุนเวียนสินค้า รวมถึงการตรวจนับสินค้าในจุดขายและคลังสินค้าเพื่อลดความเสี่ยงสินค้าสูญหายและสินค้าค้างสต็อก
🔴 3. ความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือ
สำหรับธุรกิจแฟชั่น สินค้าคงเหลือเป็นความเสี่ยงสำคัญ เพราะสินค้าที่ขายไม่ทันฤดูกาลอาจต้องตั้งค่าเผื่อสินค้าล้าสมัยหรือขายลดราคา
ที่น่าสนใจคือกำไรปี 2568 ส่วนหนึ่งมาจาก การบริหารสินค้าคงเหลือที่ดีขึ้นและการโอนกลับค่าเผื่อมูลค่าสินค้าล้าสมัย ดังนั้น นักลงทุนควรแยกให้ออกระหว่างกำไรจากการดำเนินงานปกติกับกำไรที่เกิดจากการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าคงเหลือ
🔴 4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ตลาดเสื้อผ้ามีการแข่งขันสูงทั้งจากแบรนด์ไทย แบรนด์ต่างประเทศ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าออนไลน์ และแพลตฟอร์ม E-commerce หากผู้บริโภคเปลี่ยนไปซื้อแบรนด์อื่น บริษัทจำเป็นต้องลงทุนด้านการตลาด โปรโมชั่น และช่องทางออนไลน์มากขึ้น
จุดที่ต้องติดตามคือ ความสามารถในการรักษาคุณค่าของแบรนด์และ Gross Margin เพราะการแข่งขันด้านราคาสามารถกดดันกำไรได้
🔴 5. ความเสี่ยงจากช่องทางขายและสาขา
ธุรกิจแฟชั่นมีต้นทุนคงที่จากพื้นที่ขาย บุคลากร และการบริหารสาขา หากยอดขายต่อจุดขายไม่เพียงพอ อาจทำให้บางสาขามีความสามารถในการทำกำไรต่ำหรือขาดทุน
บริษัทจึงมีการติดตามยอดขายและกำไรขาดทุน แยกเป็นรายจุดขาย/ช่องทาง เพื่อควบคุมความเสี่ยงดังกล่าว
🔴 6. ความเสี่ยงจากลูกค้าองค์กรและธุรกิจเครื่องแบบ
BTNC มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิต/จัดจำหน่ายเครื่องแบบองค์กรด้วย ซึ่งยอดสั่งซื้อสามารถผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ การลงทุน และงบประมาณขององค์กร
ในปี 2568 บริษัทระบุชัดว่า การส่งออกและความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยมีผลต่อการตัดสินใจสั่งผลิตเครื่องแบบเพื่อองค์กร ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
🔴 7. ความเสี่ยงจากผลประกอบการที่ยังผันผวน
แม้กำไรปี 2568 จะดีขึ้นอย่างมาก แต่หากตัดกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนออก ภาพของกำไรจากธุรกิจหลักจะไม่ได้แข็งแรงเท่าตัวเลขกำไรสุทธิที่เห็น
ยิ่งไปกว่านั้น ไตรมาส 1/2569 บริษัทขาดทุนสุทธิ 0.43 ล้านบาท จากกำไร 4.30 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าการฟื้นตัวของธุรกิจหลักยังมีความผันผวน
🔴 8. ความเสี่ยงจากกระแสเงินสด
ปี 2568 บริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน ติดลบ 13.01 ล้านบาท แม้กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 35.33 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 1/2569 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานกลับมาเป็นบวก 4.05 ล้านบาท
จึงควรติดตามต่อว่า กำไรสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้สม่ำเสมอหรือไม่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงเหลือ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้การค้า
🟢 9. ความเสี่ยงด้านหนี้สินอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ
จุดแข็งของ BTNC คือฐานะการเงินไม่ได้มีภาระหนี้สูง โดย ณ สิ้นปี 2568 มีหนี้สิน 43.50 ล้านบาท และ D/E เพียง 0.09 เท่า
ดังนั้นความเสี่ยงหลักของ BTNC ในปัจจุบันจึงดูจะอยู่ที่ ยอดขาย–กำลังซื้อ–การแข่งขัน–สินค้าคงเหลือ–ความสามารถทำกำไรจากธุรกิจหลัก มากกว่าความเสี่ยงจากภาระหนี้
📌 สรุปความเสี่ยง BTNC แบบนักลงทุน

ความเสี่ยงระดับที่ควรจับตา
กำลังซื้อผู้บริโภค🔴 สูง
เทรนด์แฟชั่นเปลี่ยนเร็ว🔴 สูง
สินค้าคงเหลือ/สินค้าล้าสมัย🔴 สูง
การแข่งขันในธุรกิจแฟชั่น🔴 สูง
รายได้จากธุรกิจหลักผันผวน🔴 สูง
ลูกค้าองค์กร/เครื่องแบบ🟠 กลาง-สูง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน🟠 กลาง
ภาระหนี้สิน🟢 ต่ำ
สภาพคล่อง/ฐานะการเงิน🟢 ค่อนข้างแข็งแรง

ประเด็นที่นักลงทุนควรจับตาที่สุด:
“กำไร 35 ล้านบาทของ BTNC ในปี 2568 จะสามารถทำซ้ำจากธุรกิจหลักได้หรือไม่?”
เพราะกำไรปี 2568 ได้แรงหนุนจาก กำไรขายอสังหาริมทรัพย์ 50.12 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมลดลง และไตรมาส 1/2569 กลับมาขาดทุน 0.43 ล้านบาท ดังนั้นการประเมิน BTNC ควรให้น้ำหนักกับ ยอดขายสินค้า, Gross Margin, สินค้าคงเหลือ และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน มากกว่าดู P/E หรือกำไรสุทธิเพียงตัวเดียว
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงธุรกิจเพื่อประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์


ข้อมูล ณ วันที่ 10 เม.ย. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1นาง ศิรินา ปวโรฬารวิทยา2,694,76022.46
2นาย ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา2,236,34018.64
3นาง ประวรา เอครพานิช1,796,42814.97
4บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)1,024,0008.53
5บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)717,4005.98
6บริษัท คอมมอนเวลธ์ โฮลดิ้ง จำกัด380,4003.17
7บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน)344,3002.87
8บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)307,2002.56
9บริษัท อี-คอมเมอร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)281,6002.35
10บริษัท ไอ.ดี.เอฟ. จำกัด240,0002.00
11บริษัท บางกอกแอธเลติก จำกัด200,0001.67
12บริษัท บุญวัฒนโชค จำกัด151,0001.26
13นาย สุรินทร์ หวังสว่างกุล106,6000.89
14นาย ชนันต์ คุณชยางกูร104,0000.87
15นาย ประกาศิต ชูใจ78,2000.65
16บริษัท ฟาร์อีสท์ เฟมไลน์ ดีดีบี จำกัด (มหาชน)72,0000.60
17น.ส. อัญชลี วรรณวิทยาภา63,0000.53
18น.ส. วิไล ตั้งสิน61,2000.51

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย ปณิธาน ปวโรฬารวิทยาประธานกรรมการ
2นาง ประวรา เอครพานิชกรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
3นางสาว พัชรี คงแก้วกรรมการ
4นาง สุพร ภวสันต์กรรมการ
5นาย กฤษณ์ ณ ลำเลียงกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
6นางสาว เจ็นนะเฟ่อ ศรีประเสริฐกรรมการอิสระ
7นาง เพ็ญนภา ธนสารศิลป์กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
8นาย สงวนเกียรติ์ ลิ่วมโนมนต์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
9นาย เสริมวงศ์ ธนสารศิลป์กรรมการอิสระ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น BTNC
บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน)
บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BTNC ดำเนินธุรกิจด้านการออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น GUY LAROCHE, C&D, GSP, LOF.FI.CIEL, JOUSSE และ STEPHANIE รวมถึงขยายไปสู่ธุรกิจชุดเครื่องแบบและสินค้าไลฟ์สไตล์มากขึ้น
🔎 พัฒนาการสำคัญช่วงล่าสุด

  1. ต่อยอดธุรกิจจากแฟชั่นสู่สินค้าไลฟ์สไตล์
    BTNC เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกเหนือจากเสื้อผ้าแฟชั่น โดยในปี 2568 มีการขยายผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Gift และอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของบริษัทให้มากขึ้น
  2. รุกตลาดชุดเครื่องแบบองค์กรแบบครบวงจร
    บริษัทพัฒนาความร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อให้บริการ ออกแบบ–ผลิตชุดเครื่องแบบพนักงานองค์กรแบบครบวงจร พร้อมนำแนวคิด Zero Waste เข้ามาใช้ในกระบวนการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์องค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
  3. พัฒนานวัตกรรมชุดสำหรับบุคลากรทางการแพทย์
    ในไตรมาส 1/2569 บริษัทต่อยอดแบรนด์เดิมด้วยการพัฒนา ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่สำหรับชุดเครื่องแบบบุคลากรทางการแพทย์ ถือเป็นการขยายตลาดจากแฟชั่นทั่วไปไปสู่ตลาดเฉพาะทางที่ต้องการคุณสมบัติของสินค้าแตกต่างจากเสื้อผ้าทั่วไป
  4. เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Urban Camper”
    BTNC เปิดตัว Urban Camper ซึ่งผสมผสานแนวคิดไลฟ์สไตล์คนเมืองกับกิจกรรมเอาต์ดอร์ เน้นกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตในเมืองแต่ชื่นชอบธรรมชาติและการเดินทาง ถือเป็นการเพิ่มพอร์ตโฟลิโอจากแบรนด์แฟชั่นเดิมไปสู่ตลาด Lifestyle & Outdoor
  5. ปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเน้นกำไรจากธุรกิจหลัก
    ในปี 2568 บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงการพัฒนาและขยายไลน์ผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายใหม่ แม้รายได้ลดลง แต่ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 35.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.29 ล้านบาท ในปี 2567 ขณะที่อัตรากำไรสุทธิเพิ่มจาก 2.57% เป็น 11.57%

📌 ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ

ประเด็นทิศทางของ BTNC
ธุรกิจเดิมแฟชั่นและเสื้อผ้าสำเร็จรูป
ธุรกิจที่ต่อยอดชุดองค์กร / ชุดบุคลากรทางการแพทย์
สินค้าใหม่Gift / อาหารเพื่อสุขภาพ
แบรนด์ใหม่Urban Camper
แนวทางการผลิตZero Waste / Sustainable
ช่องทางเติบโตขยายผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่าย
ผลประกอบการปี 2568กำไรสุทธิ 35.33 ลบ.
แนวโน้มสำคัญเน้นเพิ่ม Margin และสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่

มุมมองเชิงธุรกิจ: จุดที่น่าจับตาของ BTNC ไม่ได้อยู่แค่การขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่คือการพยายาม กระจายพอร์ตไปยังตลาดชุดองค์กร–Healthcare–Lifestyle–Outdoor และเพิ่มสินค้าใหม่เพื่อสร้างแหล่งรายได้เพิ่มเติม ขณะเดียวกันปี 2568 แสดงให้เห็นว่าการควบคุมต้นทุนและการปรับ Product Mix สามารถช่วยยกระดับ Margin ได้ แม้ยอดขายโดยรวมยังไม่ได้เติบโต


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด15.8122.563.661.892.51
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ26.3320.8615.1245.5431.66
สินค้าคงเหลือ179.38161.44179.75159.01181.44
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน232.69241.99298.06246.87286.92
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ39.9837.5235.9337.0236.81
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน309.63297.90255.40294.56260.52
รวมสินทรัพย์542.32539.89553.45541.43547.44
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม0.54
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ9.927.3712.3819.2525.50
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี7.166.548.466.49
รวมหนี้สินหมุนเวียน33.5235.3627.5537.5240.29
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน19.4517.2215.9617.7418.42
รวมหนี้สิน52.9752.5843.5055.2658.71
ทุนจดทะเบียน250.00250.00250.00250.00250.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า120.00120.00120.00120.00120.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น279.26279.26279.26279.26279.26
กำไร(ขาดทุน)สะสม5.6610.9243.769.7722.34
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น84.4577.1466.9477.1567.13
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่489.36487.31509.95486.18488.72
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ271.66295.36281.29121.09120.03
รายได้อื่น17.8112.609.593.834.15
รวมรายได้289.47323.25305.30139.34127.32
ต้นทุน128.82154.52103.4459.6354.45
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร128.45158.98158.7879.1277.73
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย258.18313.50262.22138.76132.18
EBITDA43.5223.7257.347.721.86
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย12.2313.9814.267.136.72
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้31.299.7443.080.59-4.86
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่27.558.2935.331.25-3.42
กำไรต่อหุ้น (บาท)2.300.692.940.10-0.28

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน28.8826.97-13.01-13.341.40
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน7.95-13.5514.378.0119.15
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-27.40-6.67-20.26-15.34-21.70
เงินสดสุทธิ9.436.75-18.90-20.67-1.15

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)12.5215.634.257.26
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)29.1623.3585.9250.28
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)0.910.610.700.58
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)402.52601.95524.11632.29
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)17.8710.485.524.39
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)20.4234.8466.1883.12
วงจรเงินสด (วัน)411.26590.46543.85599.45

📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิค BTNC — บูติคนิวซิตี้
จากข้อมูลล่าสุดที่ค้นได้ BTNC ปิดวันที่ 28 ส.ค. 2569 ที่ 14.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท (+1.40%) โดยระหว่างวันแกว่งในกรอบ 13.40–14.60 บาท แต่มีปริมาณซื้อขายเพียง 1,000 หุ้น มูลค่าประมาณ 13,870 บาท สะท้อนว่าสภาพคล่องของหุ้นค่อนข้างต่ำมาก
ข้อมูลย้อนหลังช่วงปลาย มิ.ย.–ก.ค. ก็แสดงลักษณะการซื้อขายที่เบาบาง โดยราคาส่วนใหญ่แกว่งบริเวณ 14–15 บาท และปริมาณหลายวันอยู่เพียงหลักร้อยถึงหลักพันหุ้น
🔥 มุมมองสายเทคนิค
แนวโน้มหลัก: Sideway / Sideway Down
ราคาปัจจุบันยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 21.90 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 10.00–21.90 บาท
ช่วงที่ผ่านมา BTNC เคลื่อนไหวแคบมากแถว 14–15 บาท ทำให้ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่แค่ “ราคาจะขึ้นหรือไม่” แต่ต้องจับตา วอลุ่ม เป็นพิเศษ เพราะการเบรกแนวต้านด้วยปริมาณซื้อขายต่ำมีโอกาสเป็น False Breakout สูง🎯 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ

ระดับมุมมอง
13.40–14.00🟢 แนวรับสำคัญ
14.30–14.50จุด Pivot / โซนสะสม
14.60–14.90🔴 แนวต้านแรก
15.00🔴 จิตวิทยา
15.50–16.00🚀 เป้าหมายหากเกิด Breakout

จุดที่ต้องจับตา: หากราคาสามารถทะลุ 14.90–15.00 บาท ได้พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากขึ้น เพราะเป็นการออกจากกรอบ Sideway เดิม 🚀 Scenario หากเกิด Breakout
14.90–15.00 บาท + Volume เข้า
มีโอกาสเปลี่ยนภาพจาก “แกว่งออกข้าง” เป็น Technical Rebound / Breakout รอบใหม่
เป้าหมายถัดไปมองบริเวณ
15.50 → 16.00 → 17.00 บาท
แต่ต้องเน้นว่า วอลุ่มคือ Key Factor เพราะ BTNC มีสภาพคล่องต่ำมาก การขยับราคาเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ % เปลี่ยนแปลงดูแรงกว่าความเป็นจริง
⚠️ จุดต้องระวัง
หากราคา หลุด 13.40 บาท พร้อมมีแรงขายเพิ่มขึ้น ภาพเทคนิคจะเริ่มเสีย และมีโอกาสกลับไปทดสอบโซน 13.00 บาท หรือต่ำกว่า
อีกประเด็นที่ต้องระวังคือ Bid/Offer บางมาก โดยข้อมูลล่าสุดแสดง Bid 13.50 บาท 500 หุ้น และ Offer 14.40 บาท 400 หุ้น ดังนั้นการเข้าซื้อ/ขายอาจมี Slippage สูงกว่าหุ้นที่มีสภาพคล่องหนาแน่น
🧭 สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
BTNC ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา!
ตอนนี้ราคาอยู่ในโหมด สะสมพลังบริเวณ 14–15 บาท แต่สัญญาณซื้อที่ชัดเจนจริง ๆ ต้องรอ Breakout 14.90–15.00 บาท + Volume สนับสนุน
🔥 ผ่าน 15.00 = จับตา Momentum
🎯 เป้าหมาย 15.50–16.00 บาท
⚠️ หลุด 13.40 = Stop Loss / ลดความเสี่ยง
หัวใจของ BTNC ตอนนี้ไม่ใช่แค่ “ราคา” แต่คือ “วอลุ่ม” เพราะหุ้นมีการซื้อขายเบาบางมาก ดังนั้นสัญญาณ Breakout จะมีน้ำหนักก็ต่อเมื่อมีแรงซื้อเข้ามายืนยันอย่างชัดเจน


วิเคราะห์หุ้น BTNC — บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน)
บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BTNC เป็นบริษัทในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค/แฟชั่น ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่าย ออกแบบ และผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ภายใต้หลายแบรนด์ เช่น GUY LAROCHE, C&D, LOF.FI.CIEL, JOUSSE, GSP, UNIFORM SPECIALIZER, STEPHANIE และ Mimi เป็นต้น
ภาพรวม: BTNC เป็นหุ้นขนาดเล็กที่มีจุดเด่นด้าน ฐานะการเงินแข็งแรง หนี้ต่ำ และมาร์จิ้นดีขึ้นมากในปี 2568 แต่จุดที่ต้องจับตาคือ รายได้ยังไม่ได้เติบโตต่อเนื่อง และผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 อ่อนตัวลงอย่างชัดเจน
1. ผลประกอบการย้อนหลัง — ปี 2568 พลิกฟื้นเด่น

ล้านบาท256625672568
รายได้289.47323.25305.30
กำไรสุทธิ27.558.2935.33
Net Margin9.52%2.57%11.57%
ROE5.79%1.70%7.08%
D/E0.11x0.11x0.09x

ข้อมูลของ SET แสดงให้เห็นว่า ปี 2568 รายได้ลดลงประมาณ 5.6% YoY แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า จาก 8.29 ล้านบาท เป็น 35.33 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นกระโดดจาก 47.68% เป็น 63.23% ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ “ยอดขายโต” แต่เป็น “ทำกำไรจากยอดขายได้ดีขึ้น”
นี่เป็นสัญญาณบวก เพราะสะท้อนการบริหารต้นทุน/โครงสร้างสินค้าและมาร์จิ้นที่ดีขึ้น
2. แต่ปี 2569 เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว ⚠️
ข้อมูลไตรมาส 1/2569 ระบุว่า
รายได้ 65.69 ล้านบาท จาก 63.33 ล้านบาท → +3.7%
ค่าใช้จ่าย 66.86 ล้านบาท จาก 59.46 ล้านบาท → +12.4%
ขาดทุนสุทธิ 0.43 ล้านบาท
เทียบกับไตรมาส 1/2568 ที่มีกำไร 4.30 ล้านบาท
Gross Margin ลดจาก 59.76% เหลือ 53.62%
ดังนั้นภาพที่ต้องระวังคือ
รายได้เริ่มฟื้น แต่ค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ารายได้
ทำให้กำไรถูกกดดัน
และ SET ระบุว่างบล่าสุดของ BTNC เป็น ไตรมาส 2/2569 แล้ว ขณะที่เว็บไซต์บริษัทมีการเผยแพร่งบไตรมาส 2/2569 เช่นกัน
3. จุดแข็งของ BTNC 💪
🟢 1. หนี้ต่ำมาก
ณ สิ้นปี 2568
สินทรัพย์ 553.45 ล้านบาท
หนี้สินเพียง 43.50 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้น 509.95 ล้านบาท
D/E เพียง 0.09 เท่า
ถือว่าเป็นโครงสร้างเงินทุนที่ค่อนข้างแข็งแรง
ความเสี่ยงจากภาระดอกเบี้ยจึงต่ำ
🟢 2. Gross Margin สูง
ปี 2568 Gross Margin อยู่ที่ 63.23% เพิ่มจาก 47.68% ในปี 2567 อย่างมาก
นี่เป็นหนึ่งในจุดที่น่าสนใจที่สุดของ BTNC
เพราะหากบริษัทสามารถรักษาระดับ Gross Margin ได้ ก็มีโอกาสเปลี่ยนยอดขายระดับไม่สูงมากให้กลายเป็นกำไรได้ดี
🟢 3. ฐานทุนแข็งแรง
ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มจาก
487.31 ล้านบาท → 509.95 ล้านบาท
ในปี 2568
เมื่อเทียบกับหนี้สินเพียง 43.50 ล้านบาท ถือว่า Balance Sheet มีความแข็งแรงมาก
4. จุดอ่อนที่ต้องจับตา 🔴
🔴 รายได้ยังไม่โตต่อเนื่อง
รายได้:
2566 → 289.47 ลบ.
2567 → 323.25 ลบ.
2568 → 305.30 ลบ.
จึงยังไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า BTNC กลับเข้าสู่ Growth Cycle แล้ว
🔴 กำไรมีความผันผวน
กำไรสุทธิ:
27.55 → 8.29 → 35.33 ล้านบาท
ในช่วง 3 ปี
แปลว่า BTNC มีความสามารถในการทำกำไร แต่ กำไรไม่ได้สม่ำเสมอ
นักลงทุนจึงควรดูว่ากำไรปี 2568 เป็นการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน หรือเกิดจากการปรับโครงสร้างต้นทุน/มาร์จิ้นที่ดีขึ้นเป็นหลัก
🔴 ปี 2569 ต้องระวัง Margin Compression
ไตรมาส 1/2569 Gross Margin ลดลงมาอยู่ที่ 53.62% จาก 59.76% ในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้
นี่คือจุดที่ผมมองว่า สำคัญที่สุดในการติดตาม BTNC ตอนนี้
ถ้า Margin ลดต่อเนื่อง → กำไรอาจหดตัว
แต่ถ้า Margin กลับมาเกิน 60% พร้อมยอดขายเติบโต → ภาพจะกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ
5. มุมมองเชิงพื้นฐาน
ผมให้ภาพ BTNC เป็นหุ้นประเภท
“ฐานะการเงินดี + หนี้ต่ำ + มาร์จิ้นสูง แต่ Growth ยังไม่ชัด”
ไม่ใช่หุ้น Growth แบบยอดขายโตแรง
แต่เป็นหุ้นที่น่าสนใจในแง่ Turnaround / Margin Improvement
สิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อไปคือ
รายได้ ↑ + Gross Margin ↑ + ค่าใช้จ่ายคุมได้ = กำไรมีโอกาสเร่งตัว
แต่ถ้าเกิด
รายได้ทรงตัว + Gross Margin ↓ + ค่าใช้จ่าย ↑ = กำไรจะถูกกดดัน
6. มุมมองราคาหุ้น 📊
ข้อมูล SET ที่ค้นได้สะท้อนว่า BTNC เป็นหุ้นที่มี สภาพคล่องค่อนข้างต่ำมาก โดยมีบางวันที่ปริมาณซื้อขายเพียงหลักร้อยถึงหลักพันหุ้น เช่น SET แสดงการซื้อขาย 300–1,100 หุ้นในบางช่วง
ดังนั้นหุ้นตัวนี้ต้องระวังเรื่อง
“ราคาขึ้นได้เร็ว แต่เวลาจะขายอาจมีสภาพคล่องไม่เพียงพอ”
สำหรับสายเทคนิคจึงไม่ควรดูกราฟอย่างเดียว ต้องดู Volume ควบคู่กันอย่างมาก


7. สรุปคะแนน BTNC

ปัจจัยมุมมอง
ธุรกิจ⭐⭐⭐
ฐานะการเงิน⭐⭐⭐⭐⭐
หนี้สิน⭐⭐⭐⭐⭐
Gross Margin⭐⭐⭐⭐
การเติบโตของรายได้⭐⭐
ความสม่ำเสมอของกำไร⭐⭐⭐
สภาพคล่องหุ้น
โอกาส Turnaround⭐⭐⭐⭐

🎯 บทสรุป
BTNC มี “พื้นฐานด้านฐานะการเงิน” ที่น่าสนใจมากกว่าการเติบโตของยอดขาย
จุดแข็งคือ หนี้ต่ำมาก, ส่วนผู้ถือหุ้นสูง, Gross Margin ปี 2568 ดีขึ้นแรง และกำไรฟื้นตัวชัดเจน
แต่ปี 2569 ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะไตรมาส 1 แสดงให้เห็นแล้วว่า Margin ลดลงและค่าใช้จ่ายเพิ่มเร็วกว่ารายได้ จนพลิกเป็นขาดทุนเล็กน้อย
ดังนั้น BTNC ยังเป็นหุ้นที่ “น่าจับตา” มากกว่า “ไล่ราคา”
โดยเฉพาะนักลงทุนที่สนใจหุ้นเล็กที่มี Balance Sheet แข็งแรง และกำลังมองหา จังหวะ Turnaround ของกำไร
ตัวแปรชี้ชะตา:
🔥 ยอดขายฟื้นไหม?
🔥 Gross Margin กลับเหนือ 60% ได้หรือไม่?
🔥 ค่าใช้จ่ายลดลงหรือไม่?
🔥 กำไรกลับมาโตต่อเนื่องหรือไม่?
🔥 และที่สำคัญ Volume หุ้นจะกลับมาเมื่อไหร่?


Disclaimer

ใส่ความเห็น