ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น PDJ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PDJ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PDJ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ PDJ อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ แฟชั่น (Fashion) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
0.10บาท21 พ.ค. 2568เงินปันผล
0.10บาท21 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.10บาท15 พ.ค. 2566เงินปันผล
0.01บาท15 พ.ค. 2566เงินปันผล
10 : 1หุ้น15 พ.ค. 2566หุ้นปันผล
0.10บาท17 พ.ค. 2565เงินปันผล
0.10บาท19 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น PDJ
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PDJ ดำเนินธุรกิจหลักด้าน ผลิต จัดจำหน่าย และค้าปลีกเครื่องประดับแท้ โดยมีฐานลูกค้าหลักในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย และเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกเครื่องประดับอัญมณีรายสำคัญของไทย
จากข้อมูลทรัพย์สินที่เปิดเผยในรายงานของบริษัท ทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจสามารถแบ่งได้ดังนี้
🏭 1. ที่ดิน อาคาร และโรงงาน
ทรัพย์สินกลุ่มนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการบริหารและการผลิตเครื่องประดับ เช่น
ที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดิน
อาคารสำนักงาน
อาคารโรงงานและพื้นที่ผลิต
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
อาคารและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัทย่อย
ข้อมูลในรายงานของ PDJ ระบุถึงทรัพย์สินในกรุงเทพฯ รวมถึงพื้นที่สำนักงานใหญ่บริเวณ บางนา-ตราด และทรัพย์สินของบริษัทย่อยในจังหวัดนครราชสีมา
⚙️ 2. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
เป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจผลิตเครื่องประดับ โดยครอบคลุมอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การขึ้นรูปชิ้นงาน การตกแต่ง การประกอบ ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ
จุดนี้มีความสำคัญกับ PDJ เพราะธุรกิจเครื่องประดับเป็น ธุรกิจที่ใช้ทั้งเทคโนโลยีการผลิตและทักษะฝีมือช่าง โดยบริษัทมีฐานการผลิตและบุคลากรช่างฝีมือเป็นองค์ประกอบสำคัญของห่วงโซ่การผลิต
💎 3. สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
แม้ไม่ใช่ “ที่ดินและอาคาร” แต่เป็นทรัพย์สินหมุนเวียนที่มีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจ PDJ ได้แก่
ทองคำและโลหะมีค่า
เงินและโลหะที่ใช้ผลิตเครื่องประดับ
อัญมณี/เพชร
วัตถุดิบและชิ้นส่วนสำหรับการผลิต
เครื่องประดับสำเร็จรูปและสินค้าระหว่างผลิต
จุดที่นักลงทุนควรจับตา: ธุรกิจเครื่องประดับมีเงินทุนผูกอยู่กับวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือค่อนข้างมาก ดังนั้นการบริหารสต๊อกและราคาวัตถุดิบมีผลต่อเงินทุนหมุนเวียนและผลประกอบการ
🏬 4. สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดจำหน่ายและค้าปลีก
PDJ ไม่ได้มีเฉพาะธุรกิจผลิต แต่ยังมีธุรกิจ จัดจำหน่ายและค้าปลีก ดังนั้นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องยังรวมถึง
พื้นที่ร้านค้าและโชว์รูม
อุปกรณ์ตกแต่งร้าน
อุปกรณ์สำนักงาน
ระบบจัดเก็บและบริหารสินค้า
อุปกรณ์ที่ใช้ในช่องทางการขาย
ลักษณะธุรกิจของ Pranda Group ครอบคลุมตั้งแต่ Production → Distribution → Retail ทำให้สินทรัพย์ของกลุ่มบริษัทสนับสนุนทั้งกระบวนการผลิตและการเข้าถึงลูกค้าปลายทาง
💻 5. สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
PDJ ยังมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ช่วยสร้างมูลค่าให้ธุรกิจ เช่น
Software และระบบสารสนเทศ
เครื่องหมายการค้า (Trademarks)
สิทธิในแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์
รายงานของบริษัทระบุการถือครองเครื่องหมายการค้าหลายรายการในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น DISAYA, GEMS PARADISE, ARIVA, esse, cai jewels และ KROLL hearts เป็นต้น
📊 ภาพรวมฐานสินทรัพย์ PDJ

ณ สิ้นปี 2568 PDJ มีสินทรัพย์รวมประมาณ 3,510 ล้านบาท ขณะที่สิ้นไตรมาส 1/2569 มีสินทรัพย์รวมประมาณ 3,455 ล้านบาท

ประเภททรัพย์สินความสำคัญต่อธุรกิจ
🏭 ที่ดิน/อาคาร/โรงงานรองรับสำนักงานและฐานการผลิต
⚙️ เครื่องจักร/อุปกรณ์ใช้ผลิตและประกอบเครื่องประดับ
💎 วัตถุดิบ/สินค้าคงเหลือหัวใจของธุรกิจผลิตและจำหน่าย
🏬 ร้านค้า/โชว์รูมรองรับธุรกิจค้าปลีก
💻 Softwareสนับสนุนการผลิตและบริหารธุรกิจ
™️ เครื่องหมายการค้าสร้างมูลค่าและความแตกต่างของแบรนด์
🚚 อุปกรณ์/ยานพาหนะสนับสนุนการขนส่งและการดำเนินงาน

สรุปสำหรับนักลงทุน: จุดเด่นของทรัพย์สิน PDJ ไม่ได้อยู่แค่ “โรงงาน” แต่เป็นการรวมกันของ ฐานการผลิต + เครื่องจักร + สต๊อกวัตถุดิบ/เครื่องประดับ + ช่องทางค้าปลีก + แบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งทั้งหมดทำงานเชื่อมต่อกันตั้งแต่การผลิตจนถึงการขายทั่วโลก


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น PDJ
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PDJ ดำเนินธุรกิจหลักด้านการผลิต จัดจำหน่าย และค้าปลีกเครื่องประดับ โดยโครงสร้างธุรกิจแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจการผลิต และธุรกิจ Omnichannel Distribution
จากข้อมูลของบริษัท พบหน่วยงาน/บริษัทในกลุ่มที่สำคัญดังนี้1. กลุ่มธุรกิจการผลิต

บริษัทประเทศลักษณะธุรกิจสัดส่วนถือหุ้น*
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)ไทยผลิตเครื่องประดับทอง เงิน และแฟชั่นจิวเวลรี่ รวมถึงงาน ODM100%
Pranda Jewelry Private Limitedอินเดียธุรกิจด้านเครื่องประดับและการจัดจำหน่าย51%
Pranda Vietnam Co., Ltd.เวียดนามฐานการผลิตเครื่องประดับและการดำเนินงานในเวียดนาม100%

บริษัทระบุว่า Pranda Vietnam มีฐานการผลิตอยู่ที่จังหวัด Dong Nai ประเทศเวียดนาม ขณะที่ Pranda Jewelry Private Limited ดำเนินงานในอินเดีย2. กลุ่มธุรกิจ Omnichannel Distribution

บริษัทประเทศบทบาทหลักสัดส่วนถือหุ้น*
บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดไทยจำหน่ายและค้าปลีกเครื่องประดับแบรนด์ PRIMA / PRIMA GOLD100%
Pranda UK Ltd.สหราชอาณาจักรการขาย/บริการตลาดสหราชอาณาจักร100%
Pranda Jewelry Private Limitedอินเดียจัดจำหน่ายและทำตลาดในอินเดีย51%
Pranda Vietnam Co., Ltd.เวียดนามจัดจำหน่ายและทำตลาดในเวียดนาม100%
Pranda North America, Inc.สหรัฐฯธุรกิจ/การให้บริการตลาดอเมริกาเหนือ100%
PT Pranda Marketing Indonesiaอินโดนีเซียการตลาดและจัดจำหน่าย55%

โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่า PDJ ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะโรงงานในประเทศไทย แต่มีเครือข่ายการผลิตและการจัดจำหน่ายใน ไทย–เวียดนาม–อินเดีย–สหราชอาณาจักร–สหรัฐฯ–อินโดนีเซีย
บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม
บริษัท แพรนด้า ลอดจ์ จำกัด เป็นบริษัทย่อยในประเทศไทย โดย PDJ ถือหุ้นประมาณ 83% และมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน/ที่พักของกลุ่ม
ส่วน บริษัท คริสตอลไลน์ จำกัด ปรากฏในข้อมูลเงินลงทุนของ PDJ ในอดีต โดยมีการปรับโครงสร้างทุนในช่วงที่ผ่านมา จึงควรตรวจสอบสถานะล่าสุดจาก One Report ก่อนนำไปจัดเป็นบริษัทย่อยปัจจุบัน
🔎 มองภาพรวม PDJ แบบนักลงทุน
PDJ มีโครงสร้างธุรกิจที่น่าสนใจตรงที่ “ผลิตเอง + มีแบรนด์ + กระจายสินค้าเอง”
Production
→ ไทย 🇹🇭
→ เวียดนาม 🇻🇳
→ อินเดีย 🇮🇳
Omnichannel Distribution
→ PRIMA / PRIMA GOLD
→ ไทย 🇹🇭
→ เวียดนาม 🇻🇳
→ อินเดีย 🇮🇳
→ อังกฤษ 🇬🇧
→ อเมริกาเหนือ 🇺🇸
→ อินโดนีเซีย 🇮🇩
โดยบริษัทระบุว่าแบรนด์ PRIMA ครอบคลุมทั้ง PRIMA GOLD, PRIMA DIAMOND และ PRIMA ART และมีช่องทางจำหน่ายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ในไทยและเวียดนาม รวมถึงตัวแทนจำหน่ายในหลายประเทศ



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น PDJ
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)
Pranda Jewelry Public Company Limited หรือ PDJ ดำเนินธุรกิจผลิต จัดจำหน่าย และค้าปลีกเครื่องประดับ โดยมีฐานลูกค้าต่างประเทศในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย ทำให้ผลประกอบการได้รับอิทธิพลทั้งจากราคาทองคำ เศรษฐกิจโลก และกำลังซื้อของผู้บริโภค
🔴 1. ความผันผวนของราคาทองคำ
ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจ เพราะทองคำเป็นวัตถุดิบหลักของเครื่องประดับ เมื่อราคาทองคำปรับขึ้นเร็ว ลูกค้าอาจ ชะลอการซื้อหรือเลื่อนคำสั่งซื้อ ส่งผลต่อยอดขายและปริมาณคำสั่งผลิต
บริษัทเคยระบุว่าความผันผวนของราคาทองคำทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ และกระทบทั้งธุรกิจผลิตและ Omni-channel อย่างมีนัยสำคัญ
🔴 2. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
เครื่องประดับถือเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถชะลอการซื้อได้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว หากรายได้และความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง อาจกระทบยอดขาย โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก
ขณะที่ PDJ มีตลาดต่างประเทศหลายภูมิภาค จึงต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศด้วย
🔴 3. ความเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศ
PDJ เป็นผู้ส่งออกเครื่องประดับรายสำคัญของไทย และมีฐานลูกค้าใน อเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ นโยบายการค้า ภาษีนำเข้า หรือกฎระเบียบของประเทศคู่ค้า สามารถกระทบคำสั่งซื้อได้โดยตรง
โดยเฉพาะความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทเคยระบุว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ
🟠 4. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
การมีรายได้จากต่างประเทศทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากค่าเงินบาท หากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินของลูกค้า รายได้เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาทอาจลดลง และอาจกดดันความสามารถในการทำกำไร
🟠 5. ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบ
นอกจากทองคำแล้ว ธุรกิจเครื่องประดับยังเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบ เช่น เงิน อัญมณี และวัสดุที่ใช้ในการผลิต การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบโดยไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้เต็มที่ อาจทำให้อัตรากำไรลดลง
🟠 6. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ตลาดเครื่องประดับมีการแข่งขันทั้งด้าน ราคา ดีไซน์ คุณภาพ แบรนด์ และความรวดเร็วในการออกสินค้าใหม่ บริษัทต้องรักษาความสามารถในการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง หากคู่แข่งสามารถนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดมากกว่า อาจกระทบคำสั่งซื้อและส่วนแบ่งตลาด
🟠 7. ความเสี่ยงจากคำสั่งซื้อของลูกค้า
ธุรกิจผลิตเครื่องประดับมีความสัมพันธ์กับคำสั่งซื้อของลูกค้า หากลูกค้ารายใหญ่ลดคำสั่งซื้อ เลื่อนคำสั่งซื้อ หรือเปลี่ยนแหล่งจัดซื้อ อาจส่งผลต่อ Utilization ของโรงงานและต้นทุนต่อหน่วย
ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะข้อมูลบริษัทระบุว่าในช่วงที่ผ่านมา รายได้ธุรกิจผลิต ซึ่งคิดเป็นประมาณ 65% ของรายได้ ลดลง 21% YoY จากการที่ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ
🟠 8. ความเสี่ยงด้านสินค้าคงเหลือ
เครื่องประดับเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง หากสินค้าขายช้าหรือค้างสต็อกเป็นเวลานาน บริษัทอาจต้องใช้โปรโมชั่นหรือปรับลดราคาเพื่อระบายสินค้า ซึ่งอาจกระทบอัตรากำไรและกระแสเงินสด
🔴 9. ความเสี่ยงด้านผลประกอบการและความสามารถในการทำกำไร
ข้อมูลล่าสุดจากบริษัทระบุว่า งวด 6 เดือนปี 2569 มีรายได้จากการขาย 1,630 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน 65 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิ 12 ล้านบาท สะท้อนว่าการสร้างกำไรสุทธิยังมีความเปราะบาง และต้องติดตามการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อและอัตรากำไรอย่างใกล้ชิด
🟡 10. ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และคุณภาพสินค้า
ธุรกิจเครื่องประดับเป็นธุรกิจที่พึ่งพาความเชื่อมั่นของลูกค้า หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับ คุณภาพสินค้า ความบริสุทธิ์ของโลหะ อัญมณี การส่งมอบ หรือบริการหลังการขาย อาจกระทบชื่อเสียงและความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว


📌 สรุปความเสี่ยง PDJ แบบนักลงทุน

ปัจจัยระดับความเสี่ยง
ราคาทองคำผันผวน🔴 สูง
เศรษฐกิจ/กำลังซื้อ🔴 สูง
คำสั่งซื้อจากต่างประเทศ🔴 สูง
นโยบายการค้า/ภาษี🔴 สูง
ค่าเงินบาท🟠 ปานกลาง-สูง
ราคาวัตถุดิบ🟠 ปานกลาง-สูง
การแข่งขัน🟠 ปานกลาง
สินค้าคงเหลือ🟠 ปานกลาง
คุณภาพและชื่อเสียง🟡 ปานกลาง
ความสามารถในการทำกำไร🔴 ต้องติดตาม

จุดที่นักลงทุนควรจับตาเป็นพิเศษ:
👉 ราคาทองคำ
👉 ค่าเงินบาท
👉 คำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ
👉 ยอดขายธุรกิจผลิต
👉 อัตรากำไรขั้นต้น
👉 สินค้าคงเหลือและกระแสเงินสด
👉 การกลับมามีกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันข้อมูล SET ระบุว่า PDJ มี Market Cap ราว 640 ล้านบาท และราคาหุ้น ณ 28 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 1.08 บาท ขณะที่ P/E ยังไม่ปรากฏจากผลประกอบการล่าสุด ดังนั้นประเด็นสำคัญของหุ้นตัวนี้จึงอยู่ที่ “การฟื้นตัวของกำไร” มากกว่าการดูราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว


ข้อมูล ณ วันที่ 17 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1นาย ประทีป ตั้งมติธรรม76,854,35812.96
2นาย สมชาย ปัดภัย40,168,9006.77
3นาย ปรีดา เตียสุวรรณ์34,921,4515.89
4บริษัท แพรนด้า โฮลดิ้ง จำกัด32,914,5805.55
5นาง พนิดา เตียสุวรรณ์32,137,6935.42
6น.ส. พิทยา เตียสุวรรณ์26,646,9604.49
7น.ส. ฐิติกุล แซ่เกียง20,097,0303.39
8นาย สุรพล หาญชนะพานิชย์18,909,5193.19
9BANK OF SINGAPORE LIMITED15,115,9702.55
10นาง ปราณี คุณประเสริฐ15,107,5602.55
11นาง รัชรา พรรุ่งโรจน์13,061,4532.20
12นาย ปราโมทย์ เตียสุวรรณ์12,760,7702.15
13นาย ปิติพงษ์ เตียสุวรรณ์9,739,8751.64
14นาง ภัณฑิรา ฉัตรจุฑามาส9,609,3001.62
15บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด7,903,2401.33
16นาง ประพีร์ สรไกรกิติกูล7,410,3281.25
17น.ส. ศิริพัชร์ อมรรัตนชัยกุล7,146,5901.21
18นาย ชเนศวร์ แสงอารยะกุล7,077,5001.19
19น.ส. จรุณีย์ เตียสุวรรณ์6,668,7501.12
20นาย วิชิต ลออเสถียรกุล4,985,0000.84
21นาง เกษมศานต์ คำไสย์4,852,7860.82
22ดร. ชัชวิน เจริญรัชต์ภาคย์4,773,0000.80
23นาย อนุชิต วีระวุฒิวงศ์4,400,0000.74
24นาย กิตติพส จีระกุล3,870,0000.65
25DBS BANK LTD. AC DBS NOMINEES-PB CLIENTS3,578,5380.60
26นาย ภานุวัฒน์ ธนะเรือง3,110,9800.52
27น.ส. นิชนันท์ ศรีรุ่งธรรม3,063,9400.52
28นาย สุรสิทธิ์ ขวัญบุญบำเพ็ญ3,026,2060.51

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาง รวิฐา พงศ์นุชิตประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
2นาย ปราโมทย์ เตียสุวรรณ์รองประธานกรรมการบริษัท
3นาย ชนัตถ์ สรไกรกิติกูลกรรมการ
4นาย เดชา นันทนเจริญกุลกรรมการ
5นาง ปราณี คุณประเสริฐกรรมการ
6นางสาว พิทยา เตียสุวรรณ์กรรมการ
7นาง สุนันทา เตียสุวรรณ์กรรมการ
8นางสาว จิราพร โพธิ์ไพโรจน์กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
9นาย ชาคริต ทีปกรสุขเกษมกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น PDJ
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PDJ เป็นผู้ประกอบธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีครบวงจร ทั้ง ผลิต จัดจำหน่าย และค้าปลีก โดยมีฐานลูกค้าครอบคลุมอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย และเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกเครื่องประดับรายสำคัญของไทย
📌 Timeline พัฒนาการสำคัญ
พ.ศ. 2516 (ค.ศ. 1973)
เริ่มต้นธุรกิจในชื่อ บริษัท แพรนด้า ดีไซน์ จำกัด (Pranda Design Co., Ltd.) จากธุรกิจการค้า ก่อนพัฒนาสู่ธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีอย่างเต็มรูปแบบ
พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984)
จัดตั้ง บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2527 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของโครงสร้างบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมาจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990)
นำหุ้นเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2533 ซึ่งเป็นการยกระดับบริษัทสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนและเปิดทางให้สามารถระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจได้
พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994)
เปลี่ยนสถานะเป็น บริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2537
การขยายฐานการผลิตและตลาดต่างประเทศ
PDJ พัฒนาจากผู้ผลิตเครื่องประดับไปสู่ธุรกิจที่มีห่วงโซ่คุณค่าครอบคลุมตั้งแต่ การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ → การผลิต → การจัดจำหน่าย → ค้าปลีก โดยมีฐานการผลิตและศูนย์ออกแบบในไทยและต่างประเทศ
การพัฒนาธุรกิจแบบ Omnichannel
บริษัทปรับโครงสร้างธุรกิจให้มี 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ Production และ Omnichannel Distribution เพื่อเชื่อมต่อช่องทางขายหน้าร้านและออนไลน์ รวมถึงการดำเนินงานผ่านบริษัทในเครือในไทย เวียดนาม อินเดีย และสหราชอาณาจักร
การขยายแบรนด์และช่องทางค้าปลีก
นอกจากรับผลิตเครื่องประดับให้กับแบรนด์ต่างประเทศแล้ว กลุ่ม PRANDA ยังพัฒนาธุรกิจจัดจำหน่ายและค้าปลีก เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ผ่านร้านค้าของกลุ่ม ตัวแทนจำหน่าย และช่องทางออนไลน์
การยกระดับมาตรฐานการผลิตและความยั่งยืน
PDJ ให้ความสำคัญกับมาตรฐานในห่วงโซ่ธุรกิจอัญมณี โดยบริษัทระบุว่าได้รับการรับรอง Responsible Jewellery Council (RJC) รวมถึงมาตรฐาน ISO 9001 ด้านระบบบริหารคุณภาพ และ ISO 14001:2015 ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) — ครบรอบ 50 ปี
PRANDA Group เดินทางมาถึงวาระ 50 ปีของการดำเนินธุรกิจ พร้อมตอกย้ำจุดแข็งด้านงานฝีมือ การผลิตเครื่องประดับคุณภาพ และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ
พ.ศ. 2568–2569
บริษัทเดินหน้าด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสาขานครราชสีมาของ Pranda Jewelry ได้รับ Korat Net Zero Leadership Award 2026 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 สะท้อนความพยายามในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
🔎 จุดเปลี่ยนสำคัญของ PDJ
สรุปพัฒนาการของ PDJ ได้เป็น 4 ช่วงใหญ่ ๆ

  1. จากธุรกิจการค้า → ผู้ผลิตเครื่องประดับ
    เริ่มจาก Pranda Design ในปี 2516 ก่อนพัฒนาสู่บริษัทเครื่องประดับอย่างเป็นทางการ
  2. จากผู้ผลิตไทย → ผู้ส่งออกระดับสากล
    ขยายฐานลูกค้าไปยัง อเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย จนมีสถานะเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกเครื่องประดับรายสำคัญของไทย
  3. จาก Manufacturing → Omnichannel
    ไม่ได้พึ่งพาการรับผลิตเพียงอย่างเดียว แต่เพิ่มธุรกิจจัดจำหน่ายและค้าปลีก พร้อมเชื่อมต่อช่องทาง Offline และ Online
  4. จากการเติบโต → การเติบโตอย่างยั่งยืน
    ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน RJC, ISO 9001, ISO 14001 รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเป้าหมาย Net Zero

🎯 มุมมองสำหรับนักลงทุน
จุดที่น่าจับตาของ PDJ คือการเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้ผลิตเครื่องประดับ” ไปสู่ “พันธมิตรด้านเครื่องประดับแบบครบวงจร” ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต จัดจำหน่าย ไปจนถึงค้าปลีก ซึ่งช่วยกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้า
ขณะเดียวกัน ธุรกิจยังมีความเชื่อมโยงกับ ตลาดส่งออก เศรษฐกิจโลก ราคาทองคำ ความต้องการสินค้า Luxury/เครื่องประดับ และอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นการประเมิน PDJ ควรมองทั้งการเติบโตของยอดขายและความสามารถในการรักษาอัตรากำไรควบคู่กัน
ปัจจุบัน SET ระบุว่า PDJ มีทุนชำระแล้วประมาณ 592.93 ล้านบาท และบริษัทมีธุรกิจหลัก 3 ด้านคือ Production, Distribution และ Retail


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด436.92328.34201.61276.09291.94
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ350.47361.36273.68270.75385.33
สินค้าคงเหลือ1,499.541,620.731,496.721,544.901,458.11
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน2,338.672,377.962,053.022,165.822,222.28
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ597.21589.73538.79566.64496.03
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน1,405.021,435.221,457.401,423.841,284.30
รวมสินทรัพย์3,743.683,813.183,510.413,589.663,506.57
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม232.23965.601,065.24957.93538.80
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ816.32147.15113.12158.74140.75
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี122.20
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,104.031,165.791,235.211,165.06963.49
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน279.89302.16311.07310.63621.89
รวมหนี้สิน1,383.921,467.961,546.281,475.691,585.37
ทุนจดทะเบียน592.93592.93592.93592.93592.93
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า592.93592.93592.93592.93592.93
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น817.98817.98817.98817.98817.98
กำไร(ขาดทุน)สะสม971.56902.79388.40593.76376.44
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-1.1135.41151.76103.19121.39
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่2,381.372,349.111,951.062,107.851,908.74
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย-21.60-3.8813.076.1212.46

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ3,411.493,886.682,844.951,388.031,630.24
รายได้อื่น34.1727.2327.3014.0817.78
รวมรายได้3,445.663,913.912,872.251,402.111,648.02
ต้นทุน2,661.983,087.382,203.431,113.351,274.16
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร651.41672.98625.87322.25290.75
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย3,326.183,749.752,829.181,433.291,571.66
EBITDA179.6886.08-208.88-85.7240.10
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย72.8775.6469.9034.3729.59
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้106.8110.43-278.78-120.0810.50
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่63.53-9.49-348.80-155.20-11.96
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.11-0.02-0.59-0.26-0.02

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน423.98-6.92235.82152.92166.95
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-47.98-28.78-141.31-26.72114.35
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-167.07-119.11-249.97-156.45-195.30
เงินสดสุทธิ208.93-154.81-155.46-30.2586.00

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)10.928.9610.599.41
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)33.4240.7434.4638.78
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)1.981.411.621.57
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)184.44258.20224.99231.81
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)6.4116.937.9015.79
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)56.9521.5646.2023.12
วงจรเงินสด (วัน)160.92277.38213.26247.47

วิเคราะห์กราฟเทคนิค PDJ — แพรนด้า จิวเวลรี่
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PDJ ล่าสุดวันที่ 29 ส.ค. 2569 ปิดที่ 1.08 บาท +0.02 บาท (+1.89%) โดยมีกรอบวัน 1.06–1.08 บาท และปริมาณซื้อขาย 49,216 หุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.88–1.42 บาท
🔎 มุมมองกราฟ
ภาพรวม: เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่ยังไม่ใช่ Breakout ที่ยืนยันเต็มตัว
จากพฤติกรรมราคาช่วงที่ผ่านมา PDJ เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway สร้างฐานบริเวณ 0.94–1.00 บาท ก่อนขยับขึ้นเหนือ 1.00 บาท โดยข้อมูลย้อนหลังช่วง มิ.ย.–ก.ค. 2569 แสดงให้เห็นการสะสมตัวบริเวณ 0.95–0.98 บาท และมีแรงซื้อดันขึ้นไปถึง 1.02 บาทในช่วงต้นเดือน ก.ค.
ปัจจุบันราคากลับมายืนที่ 1.08 บาท ซึ่งถือเป็นจุดที่ต้องจับตา เพราะกำลังทดสอบโซนแนวต้านระยะสั้น
📊 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ

ระดับมุมมอง
1.06–1.08แนวรับ/ฐานระยะสั้น
1.00–1.02แนวรับสำคัญ หากหลุดภาพจะอ่อน
0.94–0.96แนวรับหลักของฐานเดิม
1.10–1.12แนวต้านแรก / จุดลุ้น Breakout
1.20–1.25แนวต้านถัดไป
1.40–1.42แนวต้านใหญ่ / High 52 สัปดาห์

🚀 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
เงื่อนไข Bullish:
ถ้า PDJ สามารถทะลุ 1.10–1.12 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจกว่าการขึ้นด้วยวอลุ่มบาง ๆ และมีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ 1.20–1.25 บาท
หากผ่านโซนดังกล่าวได้อีก เป้าหมายถัดไปจะอยู่แถว 1.40–1.42 บาท ซึ่งเป็นบริเวณ High 52 สัปดาห์
เงื่อนไข Bearish:
หากขึ้นทดสอบ 1.10–1.12 แล้วไม่ผ่าน และราคาหลุด 1.00 บาท จะทำให้โมเมนตัมการฟื้นตัวเสียรูป และมีความเสี่ยงกลับไปทดสอบฐาน 0.94–0.96 บาท
⚠️ ประเด็นสำคัญ: “วอลุ่ม”
PDJ เป็นหุ้นที่มี สภาพคล่องค่อนข้างต่ำ ตัวอย่างล่าสุดมีการซื้อขายเพียง 49,216 หุ้น มูลค่าประมาณ 52.58 พันบาท
ดังนั้นสำหรับหุ้นตัวนี้ ไม่ควรดูแค่ราคาทะลุแนวต้าน แต่ควรดูว่า “ทะลุพร้อมวอลุ่มหรือไม่” เพราะการเบรกแนวต้านด้วยวอลุ่มต่ำมีโอกาสเป็น False Breakout สูงกว่าหุ้นที่มีสภาพคล่องหนาแน่น
🎯 สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
PDJ กำลังอยู่ในช่วง “ลุ้นเปลี่ยนโหมด”
🔥 1.10–1.12 บาท = ด่านสำคัญ
🚀 ผ่าน + วอลุ่มเข้า = ลุ้น Momentum รอบใหม่
🎯 เป้าหมายถัดไป = 1.20–1.25 บาท
🎯 เป้าหมายใหญ่ = 1.40–1.42 บาท
🛡️ รับสำคัญ = 1.00–1.02 บาท
⚠️ หลุด 1.00 = ต้องระวังแรงขายกลับ
มุมมองปัจจุบัน: “เก็งกำไรได้เมื่อ Breakout ยืนยัน” มากกว่าการไล่ราคา เพราะสภาพคล่องของ PDJ ต่ำและสัญญาณทางเทคนิคจะน่าเชื่อถือขึ้นมากเมื่อมีวอลุ่มเข้ามาสนับสนุน


วิเคราะห์หุ้น PDJ — บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)
บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PDJ เป็นผู้ผลิต จัดจำหน่าย และค้าปลีกเครื่องประดับแท้ โดยมีฐานลูกค้าหลักในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย และเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกเครื่องประดับอัญมณีรายสำคัญของไทย
🔎 ภาพรวมล่าสุด
ข้อมูล SET ณ 28 ส.ค. 2569 ระบุว่า PDJ มีราคาหุ้น 1.08 บาท, มาร์เก็ตแคปราว 640 ล้านบาท, P/BV เพียง 0.34 เท่า และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.88–1.42 บาท ขณะที่ P/E ยังไม่สามารถคำนวณได้ เนื่องจากบริษัทยังขาดทุน
จุดที่น่าสนใจ: ราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีค่อนข้างมาก แต่ตลาดกำลังให้น้ำหนักกับปัญหาความสามารถในการทำกำไรมากกว่ามูลค่าทรัพย์สิน📊 งบการเงิน: จุดที่ต้องจับตา

ภาพใหญ่ของ PDJ ยัง ไม่แข็งแรงในด้านกำไร

รายการ2566256725683M69
รายได้ (ลบ.)3,445.663,913.912,872.25850.86
กำไรสุทธิ (ลบ.)+63.53-9.49-348.80-45.58
GPM22.29%20.57%22.55%22.79%
D/E0.59x0.63x0.79x0.82x

⚠️ สัญญาณลบสำคัญ
ปี 2568 รายได้ลดลงจาก 3,913.91 ล้านบาท เหลือ 2,872.25 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 26.6% ขณะที่ขาดทุนสุทธิพุ่งเป็น 348.80 ล้านบาท จากขาดทุนเพียง 9.49 ล้านบาทในปี 2567
อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 1/2569 มีสัญญาณที่ดีขึ้นบางส่วน:
รายได้เพิ่มเป็น 850.86 ล้านบาท จาก 784.24 ล้านบาทใน 3M68
ขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 45.58 ล้านบาท จาก 71.94 ล้านบาท
Gross Margin เพิ่มเป็น 22.79% จาก 21.91%
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 17.87 ล้านบาท
แปลเป็นภาษานักลงทุน: รายได้เริ่มฟื้น + Margin ดีขึ้น + ขาดทุนลดลง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า PDJ กลับเข้าสู่รอบกำไรแล้ว
💰 จุดแข็งของ PDJ

  1. มีฐานธุรกิจส่งออก
    PDJ มีฐานลูกค้าต่างประเทศในหลายภูมิภาค ทำให้ไม่ได้พึ่งพาตลาดไทยเพียงอย่างเดียว
  2. Gross Margin เริ่มฟื้น
    GPM จาก 20.57% ในปี 2567 เพิ่มเป็น 22.55% ในปี 2568 และ 22.79% ใน 1Q69 ถือเป็นสัญญาณบวกด้านประสิทธิภาพของธุรกิจ
  3. Valuation ต่ำ
    P/BV ประมาณ 0.34 เท่า ณ 28 ส.ค. 2569 ถือว่าต่ำมากในเชิงมูลค่าทางบัญชี
    แต่ต้องระวังว่า หุ้นถูกไม่ได้แปลว่าถูกเสมอไป เพราะหากบริษัทขาดทุนต่อเนื่อง Book Value ก็สามารถลดลงได้
  4. กระแสเงินสดดำเนินงานกลับมาเป็นบวก
    ปี 2568 บริษัทสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ 235.82 ล้านบาท หลังจากปี 2567 ติดลบ 6.92 ล้านบาท และ 1Q69 ยังเป็นบวก 17.87 ล้านบาท
    🚨 ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
  5. กำไรยังเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด
    แม้ Gross Margin ดีขึ้น แต่บริษัทก็ยังขาดทุนสุทธิใน 1Q69 และ ROE ยังติดลบ
  6. รายได้ยังต่ำกว่าช่วงก่อนหน้า
    จากยอดขายกว่า 3.9 พันล้านบาทในปี 2567 ลดเหลือ 2.87 พันล้านบาทในปี 2568 จึงต้องติดตามว่าการฟื้นตัวในปี 2569 จะต่อเนื่องหรือไม่
  7. D/E เพิ่มขึ้น
    D/E เพิ่มจาก 0.59 เท่าในปี 2566 → 0.63 เท่าในปี 2567 → 0.79 เท่าในปี 2568 → 0.82 เท่าใน 1Q69
  8. ธุรกิจเครื่องประดับมีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ
    การซื้อเครื่องประดับ โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าจำเป็น สามารถได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อ เศรษฐกิจโลก ค่าเงิน และต้นทุนวัตถุดิบ

🎯 มุมมองการลงทุน PDJ
ผมมอง PDJ เป็นหุ้นประเภท “Turnaround / Deep Value” มากกว่าหุ้น Growth
🟢 สิ่งที่ต้องการเห็น
รายได้ฟื้น → Gross Margin ยืนเหนือ 22% → ขาดทุนลดลง → พลิกเป็นกำไร → กระแสเงินสดดำเนินงานแข็งแรง
หากเกิดครบทั้งชุด ตลาดมีโอกาสกลับมาให้ Premium กับหุ้นมากกว่า P/BV 0.34 เท่าในปัจจุบัน
🔴 แต่ตอนนี้ยังมีคำถามใหญ่
“PDJ จะกลับมากำไรได้เมื่อไหร่?”
เพราะแม้ 1Q69 ขาดทุนลดลง แต่บริษัทยังมีผลขาดทุน 45.58 ล้านบาท และ ROE ยังอยู่ที่ -15.47%


📌 สรุปแบบนักลงทุน

ปัจจัยมุมมอง
ธุรกิจ🟢 มีฐานส่งออก
Gross Margin🟢 เริ่มฟื้น
รายได้🟡 ต้องติดตามการฟื้นตัว
กำไร🔴 ยังขาดทุน
กระแสเงินสด🟢 ดีขึ้น
หนี้สิน🟡 ต้องติดตาม
Valuation🟢 P/BV ต่ำมาก
ROE🔴 ติดลบ
Story Turnaround🟢 น่าสนใจ
ความเสี่ยง🔴 ค่อนข้างสูง

⭐ บทสรุป

PDJ ยังไม่ใช่หุ้นที่เด่นจาก “กำไรปัจจุบัน” แต่เป็นหุ้นที่น่าสนใจจาก “ความคาดหวังการ Turnaround” สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงต่อไปไม่ใช่แค่ราคาหุ้น แต่คือ การกลับมาทำกำไรให้ได้อย่างต่อเนื่อง หากงบไตรมาสถัดไปเห็นทั้ง รายได้โต + Margin ดีขึ้น + ขาดทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นสัญญาณบวกที่มีน้ำหนักมากกว่าการที่ P/BV ต่ำเพียงอย่างเดียว

มุมมอง: 🟡 เก็งกำไร/ติดตามการ Turnaround — ยังไม่ใช่หุ้นพื้นฐานแข็งแรงสำหรับการถือแบบ Defensive


Disclaimer

ใส่ความเห็น