ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น SVT บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SVT บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SVT บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SVT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พาณิชย์ (Commerce) ตามกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.05บาท19 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.05บาท19 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.04บาท20 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.05บาท19 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.04บาท19 พ.ค. 2565เงินปันผล

หุ้น SVT – บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจหลักสามารถสรุปได้ดังนี้
ทรัพย์สินสำคัญที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ SVT
เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine)
ถือเป็นทรัพย์สินหลักของธุรกิจ SVT โดยบริษัทมีเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติมากกว่า 19,000 เครื่อง กระจายอยู่ในประเทศไทย ณ สิ้นปี 2568 และมีหลายรูปแบบ เช่น
ตู้เครื่องดื่มกระป๋องและขวด (Can & Bottle)
ตู้บานกระจก (Glass Front)
ตู้เครื่องดื่มแบบถ้วยร้อน–เย็น (Hot & Cold Cup)
ตู้จำหน่ายอาหารกึ่งสำเร็จรูป
โรงงานปรับปรุงและประกอบตู้ (Refurbishment Factory)
SVT มีโรงงานสำหรับ ปรับปรุงสภาพ ตรวจสอบ และประกอบเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ที่นำเข้ามา ทั้งเครื่องใหม่และเครื่องมือสอง เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทย
ศูนย์กระจายสินค้าและสาขา
บริษัทมี สาขากระจายสินค้า 15 แห่ง เพื่อสนับสนุนการเติมสินค้า การกระจายสินค้า และการให้บริการตู้ในพื้นที่ต่าง ๆ โดยครอบคลุมมากกว่า 32 จังหวัด ณ สิ้นปี 2568
รถขนส่งและยานพาหนะสำหรับการดำเนินงาน
SVT มี รถขนส่งมากกว่า 350 คัน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สนับสนุนการกระจายสินค้า การเติมสินค้าในตู้ และการให้บริการเครือข่ายตู้จำหน่ายสินค้า
อาคารสำนักงานและสถานที่ประกอบธุรกิจ
รวมถึงสำนักงาน โรงงาน และสถานที่ที่ใช้สำหรับบริหารจัดการและสนับสนุนธุรกิจ โดยสำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพกรีฑา กรุงเทพมหานคร
ระบบเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการตู้
ธุรกิจของ SVT ยังพึ่งพาระบบเทคโนโลยี เช่น Vending Management System, Real-Time Dashboard, Digital Advertising และระบบรับชำระเงิน Cashless/E-Payment เพื่อควบคุมและบริหารตู้จำนวนมากแบบเป็นเครือข่าย
สรุปสำหรับใช้ทำภาพโฆษณา SVT
หากต้องการสื่อ “ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ” ของ SVT ในภาพเดียว ผมแนะนำให้ใช้องค์ประกอบหลัก:
ตู้ Vending Machine จำนวนมาก + โรงงาน Refurbishment + ศูนย์กระจายสินค้า + รถขนส่ง + อาคารสำนักงาน + ระบบ Digital/Smart Vending
โดย ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ควรเป็นจุดเด่นที่สุด เพราะเป็นสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับธุรกิจหลักของ SVT ซึ่ง SET ระบุลักษณะธุรกิจของบริษัทว่าเป็นการจำหน่ายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติภายใต้แบรนด์ “SUNVENDING”


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SVT
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) — SVT มีประเด็นสำคัญที่ต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง “บริษัทในเครือ/บริษัทย่อย” กับ “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่”
จากเอกสารการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ของบริษัท ระบุชัดว่า SVT ไม่มีบริษัทย่อย (Subsidiaries) ดังนั้น ณ ข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้ SVT เป็นบริษัทเดี่ยว ไม่ได้มีโครงสร้างกลุ่มบริษัทย่อยที่ถือหุ้นและรวมงบการเงินแบบกลุ่มบริษัท
โครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับ SVT

บริษัท/นิติบุคคลความสัมพันธ์กับ SVT
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (SVT)บริษัทจดทะเบียนและเป็นบริษัทหลัก
บริษัท ซันร้อยแปด จำกัดชื่อเดิมของ SVT ก่อนเปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชน
บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SVT
บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SVT
บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SVT
บริษัท โชควัฒนา จำกัดผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SVT
บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SVT

ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ 16 มีนาคม 2569 ระบุว่า Saha Pathanapibul ถือ 12.68%, Saha Pathana Inter-Holding 7.14%, E-Commerce Digital Thai Holding 6.41%, Chokwatana 6.16% และ I.C.C. International 5.89% ตามลำดับ

แล้ว SVT อยู่ในกลุ่มไหน?
SVT มีความเชื่อมโยงกับ กลุ่มสหพัฒน์/โชควัฒนา ในด้านผู้ถือหุ้น โดยบริษัทระบุว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากกลุ่มโชควัฒนา และในปี 2543 SVT ได้รับโอนธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติจาก ICC International ซึ่งเป็นบริษัทในเครือสหพัฒน์ในขณะนั้น
แต่ควรเขียนว่า “มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มสหพัฒน์และโชควัฒนา” มากกว่าการเรียกบริษัทเหล่านี้ว่า “บริษัทย่อยของ SVT” เพราะ SVT ไม่มีบริษัทย่อย ตามเอกสารบริษัทล่าสุด
ธุรกิจหลักของ SVT
SVT ดำเนินธุรกิจค้าปลีกผ่าน เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) โดยแบ่งธุรกิจหลักเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่
ธุรกิจวางตู้จำหน่ายสินค้าในพื้นที่ต่าง ๆ
ธุรกิจขายเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
ธุรกิจให้เช่าเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
ธุรกิจนำเสนอสินค้าเพื่อจำหน่ายผ่านตู้
ธุรกิจให้บริการพื้นที่โฆษณาบนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติมากกว่า 19,000 เครื่อง ครอบคลุมมากกว่า 32 จังหวัด และมีสาขากระจายสินค้า 15 แห่ง
สรุปสำหรับนำไปทำบทวิเคราะห์หุ้น
SVT ไม่มีบริษัทย่อย แต่มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เชื่อมโยงกับกลุ่มสหพัฒน์และโชควัฒนา โดยมี Saha Pathanapibul, Saha Pathana Inter-Holding, Chokwatana และ I.C.C. International เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายสำคัญ ขณะที่ธุรกิจหลักยังโฟกัสอยู่ที่ Vending Machine และค้าปลีกอัตโนมัติ เป็นหลัก
จุดนี้สำคัญ: หากทำหัวข้อ “กลุ่มบริษัทในเครือ SVT” สำหรับบทความหุ้น ควรใช้คำว่า “โครงสร้างผู้ถือหุ้นและบริษัทที่เกี่ยวข้อง” จะถูกต้องกว่าการระบุว่าเป็น “บริษัทย่อย” ของ SVT



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น SVT
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าผ่านเครื่อง Vending Machine ภายใต้แบรนด์ SUNVENDING ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะเกี่ยวข้องกับ การขยายและบริหารตู้จำนวนมาก ต้นทุนสินค้า/ตู้ เทคโนโลยี และกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่สำหรับไตรมาส 2/2569 ยังระบุความเสี่ยงเฉพาะด้านเหล่านี้ไว้ด้วย

  1. ความเสี่ยงจากจำนวนตู้ Vending Machine
    SVT ต้องวางแผนจำนวนตู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละสาขา หาก นำเข้าหรือจัดเตรียมตู้มากเกินความต้องการ อาจทำให้เงินทุนจม ต้นทุนการบริหารสูง และผลตอบแทนต่อการลงทุนลดลง ขณะที่หากมีตู้น้อยเกินไปก็อาจเสียโอกาสในการสร้างยอดขาย
  2. ความเสี่ยงจากการผลิตและนำเข้าตู้
    บริษัทระบุความเสี่ยงกรณี ไม่สามารถผลิตตู้ได้ตามความต้องการจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ รวมถึงความผันผวนของต้นทุนนำเข้าตู้ Used และ New ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจาก อัตราแลกเปลี่ยนและภาษีศุลกากร
  3. ความเสี่ยงจากต้นทุนสินค้าและอัตรากำไร
    ธุรกิจ Vending มีการแข่งขันด้านราคาและจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท หากราคาสินค้า ต้นทุนขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการเติมสินค้า หรือค่าดำเนินงานเพิ่มขึ้น แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน อาจกดดันกำไร
    ประเด็นนี้ควรจับตาเป็นพิเศษ เพราะแม้รายได้และกำไรของ SVT เติบโต แต่ อัตรากำไรสุทธิยังอยู่ในระดับไม่สูงมาก โดยปี 2568 อยู่ที่ 3.16% และ 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มเป็น 4.20%
  4. ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและระบบ IT
    เครื่อง Vending สมัยใหม่พึ่งพาระบบชำระเงิน แอปพลิเคชัน การเชื่อมต่อข้อมูล และระบบบริหารจัดการตู้ หากระบบขัดข้อง อาจทำให้ลูกค้าไม่สามารถซื้อสินค้าได้ และกระทบยอดขาย
    บริษัทระบุโดยตรงถึงความเสี่ยงกรณี Application และ Service All Vending ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ รวมถึงความเสี่ยงด้าน IT และ Cyber
  5. ความเสี่ยงจากเครื่องเสียและค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง
    ตู้จำนวนมากกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้มีความเสี่ยงจากเครื่องขัดข้อง การเสื่อมสภาพ และอะไหล่ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปซ่อมบำรุง
    หากอัตราเครื่องเสียเพิ่มขึ้น จะกระทบทั้ง รายได้ที่หายไป + ค่าใช้จ่ายในการซ่อม และประสบการณ์ของลูกค้า โดย SET ระบุความเสี่ยงด้าน Spare Part & Maintenance ไว้ในข้อมูลความเสี่ยงของ SVT
  6. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ
    ยอดขายของ Vending Machine เชื่อมโยงกับจำนวนคนที่อยู่ในพื้นที่และกำลังซื้อ หากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย หรือสถานที่ตั้งตู้มีผู้ใช้งานลดลง ยอดขายต่อตู้อาจลดลง
    บริษัทเองจัด Market & Economic Risks เป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจ
  7. ความเสี่ยงจากทำเลที่ตั้ง
    ประสิทธิภาพของตู้แต่ละเครื่องไม่ได้เท่ากัน หากตั้งอยู่ในสถานที่ที่มีคนผ่านน้อย ยอดขายต่อตู้อาจไม่คุ้มกับต้นทุนการติดตั้ง การเติมสินค้า และการบำรุงรักษา
    ดังนั้นการขยายจำนวนตู้ไม่ได้หมายความว่ายอดขายและกำไรจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน
  8. ความเสี่ยงจากบุคลากรและการทุจริต
    ธุรกิจต้องใช้พนักงานในการเติมสินค้า ดูแลเครื่อง เก็บเงิน/ตรวจสอบธุรกรรม และบำรุงรักษา จึงมีความเสี่ยงทั้งด้านการปฏิบัติงานและการทุจริต
    นอกจากนี้ SVT ระบุความเสี่ยงจากการ พึ่งพาบุคลากรที่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพียงคนเดียว ไว้ด้วย
  9. ความเสี่ยงจากภัยพิบัติ
    ตู้ Vending กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ จึงมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ เช่น น้ำท่วมและภัยพิบัติ ซึ่งอาจทำให้เครื่องเสียหาย ไม่สามารถให้บริการได้ และกระทบความต่อเนื่องของธุรกิจ บริษัทระบุเรื่องอุทกภัยในพื้นที่ให้บริการเป็นหนึ่งในความเสี่ยง ESG
  10. ความเสี่ยงด้านความพึงพอใจของผู้บริโภค
    ธุรกิจ Vending มีการติดต่อกับผู้บริโภคโดยตรง หากตู้ชำระเงินผิดพลาด สินค้าติดในเครื่อง สินค้าไม่ครบ หรือเครื่องไม่พร้อมใช้งาน อาจทำให้เกิดข้อร้องเรียนและกระทบความเชื่อมั่นต่อแบรนด์
    บริษัทจึงระบุ ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความสะดวกจากบริการตู้ Vending เป็นความเสี่ยงด้าน ESG ด้วย

ตัวเลขที่ควรใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยง
ข้อมูล SET ล่าสุดที่ผมหาได้ ณ ไตรมาส 2/2569 แสดงว่า SVT มีรายได้ 6 เดือน 1,515.51 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 63.66 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 515.77 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 1,379.96 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับปี 2568 รายได้ทั้งปีอยู่ที่ 2,777.47 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 87.79 ล้านบาท ดังนั้นภาพของธุรกิจในช่วงล่าสุดคือ รายได้และกำไรยังเติบโต แต่ธุรกิจมีลักษณะใช้สินทรัพย์และระบบปฏิบัติการจำนวนมาก และต้องรักษาประสิทธิภาพของตู้แต่ละเครื่องอย่างต่อเนื่อง
สรุปประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม SVT เป็นพิเศษ
ยอดขายและกำไร ต่อตู้
จำนวนตู้ที่เพิ่มขึ้นและอัตราการใช้งาน
ต้นทุนการนำเข้าตู้/ค่าอะไหล่
ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง
ระบบ Application / Payment / IT
ยอดขายสาขาเดิม
อัตรากำไรสุทธิ
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ผลกระทบจากกำลังซื้อและเศรษฐกิจ
โดยภาพรวม ความเสี่ยงของ SVT ไม่ได้อยู่ที่หนี้สินเพียงอย่างเดียว แต่สำคัญที่ความสามารถในการเปลี่ยน “จำนวนตู้ที่เพิ่มขึ้น” ให้กลายเป็นยอดขายและกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อคุณภาพการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว


ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น SVT
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT มีพัฒนาการจากธุรกิจค้าปลีกผ่านตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ไปสู่ผู้ประกอบการ Vending Machine ที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ โดยจุดเปลี่ยนสำคัญมีดังนี้
📌 1. จุดเริ่มต้นธุรกิจ — พ.ศ. 2518
บริษัทก่อตั้งเมื่อ 21 กรกฎาคม 2518 ในชื่อ บริษัท ซันคัลเล่อร์ จำกัด เดิมดำเนินธุรกิจจำหน่ายเครื่องเขียน เครื่องใช้สำนักงาน และบริการรับล้างอัดรูป ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจในเวลาต่อมา
📌 2. เข้าสู่ธุรกิจ Vending Machine
บริษัทได้รับโอนธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติจากบริษัทในกลุ่มสหพัฒน์ฯ โดยเริ่มต้นจาก 2 สาขา ได้แก่ สาธุประดิษฐ์และบางกะปิ พร้อมเครื่องอัตโนมัติประมาณ 1,790 เครื่อง ถือเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจ SVT ในปัจจุบัน
ต่อมาบริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ซันร้อยแปด จำกัด ในปี 2550 เพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องอัตโนมัติและ Logistics อย่างชัดเจนมากขึ้น
📌 3. ขยายเครือข่ายสาขาและโรงงาน
ช่วงปี 2552–2557 บริษัททยอยเปิดสาขาในพื้นที่สำคัญ เช่น พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา ปราจีนบุรี ราชบุรี และระยอง เพื่อรองรับการกระจายสินค้าและการติดตั้งเครื่อง Vending Machine ในภูมิภาคต่าง ๆ
ในปี 2556 บริษัทเปิด โรงงานที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สำหรับปรับปรุงสภาพและประกอบเครื่อง Vending Machine ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อการขยายจำนวนเครื่องในอนาคต
📌 4. เพิ่มกำลังรองรับการขยายเครื่อง
ในปี 2560 บริษัทเพิ่มทุนจาก 100 ล้านบาทเป็น 300 ล้านบาท และนำเงินเพิ่มทุนส่วนหนึ่งไปขยายโรงงาน Vending Machine ที่ฉะเชิงเทรา รวมถึงซื้อที่ดินเพิ่มอีก 8 ไร่ ทำให้พื้นที่โรงงานรวมประมาณ 10 ไร่ เพื่อรองรับงานปรับปรุงและประกอบเครื่องที่เพิ่มขึ้น
📌 5. เพิ่มประเภทเครื่องและพันธมิตรต่างประเทศ
ปี 2562 เป็นอีกจุดสำคัญ โดย SVT ทำสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่อง Vending Machine จาก
TCN ประเทศจีน — เครื่องแบบ Glass Front
SANDEN ประเทศญี่ปุ่น — เครื่องจำหน่ายเครื่องดื่มแบบกระป๋องและขวด
การเพิ่มผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตต่างประเทศช่วยให้บริษัทมีเครื่องหลายรูปแบบเพื่อรองรับทำเลและประเภทสินค้าที่แตกต่างกัน
📌 6. โฟกัสธุรกิจ Vending มากขึ้น
วันที่ 1 เมษายน 2563 บริษัทหยุดธุรกิจบริการกระจายสินค้าและขนส่ง (Logistics) และโอนสินทรัพย์ของธุรกิจดังกล่าวให้บริษัทในกลุ่มสหพัฒน์ฯ ส่งผลให้ทิศทางธุรกิจของ SVT มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจ Vending Machine มากขึ้น
📌 7. เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ — พ.ศ. 2564
ปี 2564 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
2 เมษายน 2564 แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
เพิ่มทุนเพื่อเสนอขายหุ้นต่อประชาชน
5 ตุลาคม 2564 เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ราคา IPO 2.54 บาท
📌 8. ขยายสาขาและพัฒนาดิจิทัล
ในช่วงปี 2565–2566 SVT ขยายเครือข่ายสาขาเพิ่มเติม เช่น ลำพูน อุบลราชธานี ชลบุรี 2 และปทุมธานี และเปิดให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SUN V อย่างเป็นทางการในปี 2565
ปี 2566 บริษัทขยายพื้นที่ติดตั้งเครื่องไปยังทำเลใหม่ ๆ เช่น ปั๊มน้ำมัน สถานีรถไฟฟ้า คอนโดมิเนียม และไซต์ก่อสร้าง โดยมีเครื่องให้บริการมากกว่า 16,277 เครื่อง ครอบคลุมกว่า 32 จังหวัด
📌 9. สถานะล่าสุดของเครือข่าย
ข้อมูลบริษัท ณ สิ้นปี 2568 ระบุว่า SVT มีสาขากระจายสินค้า 15 แห่ง ครอบคลุมมากกว่า 32 จังหวัด และมีเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในตลาด มากกว่า 19,000 เครื่อง สินค้าที่จำหน่ายมีมากกว่า 700 ประเภท และรองรับทั้งเงินสดและ E-Payment
📊 10. พัฒนาการด้านผลประกอบการ
ข้อมูล SET แสดงให้เห็นว่า รายได้รวมของ SVT เพิ่มจาก 2,244.52 ล้านบาทในปี 2565 เป็น 2,777.47 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มจาก 85.27 ล้านบาท เป็น 87.79 ล้านบาท ในช่วงเดียวกัน
สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,515.51 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 63.66 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4.20% เทียบกับ 3.16% สำหรับทั้งปี 2568 ตามข้อมูล SET
🔎 สรุปพัฒนาการของ SVT แบบสั้น
ธุรกิจค้าปลีก → Vending Machine → ขยายสาขา → สร้างโรงงานปรับปรุง/ประกอบเครื่อง → เพิ่มพันธมิตรเครื่องจักร → ยุติ Logistics → เข้าตลาดหลักทรัพย์ → ขยายทำเลใหม่ → เพิ่มจำนวนเครื่องและช่องทาง E-Payment
ปัจจุบันประเด็นสำคัญของ SVT จึงอยู่ที่ การเพิ่มจำนวนเครื่องและทำเลติดตั้ง, ยอดขายต่อเครื่อง, การบริหารต้นทุนและเติมสินค้า, การใช้ระบบดิจิทัล/E-Payment และการรักษาการเติบโตของกำไร มากกว่าการขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่น


หน่วย: ล้านบาท

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด80.3873.31198.71136.15276.18
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ32.6667.6141.9534.0129.02
สินค้าคงเหลือ175.12175.23193.41158.63165.86
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน300.02326.74444.05342.11481.51
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ1,310.281,305.491,268.181,326.661,274.27
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน1,409.771,403.961,400.701,425.761,414.22
รวมสินทรัพย์1,709.791,730.701,844.741,767.871,895.73
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–––––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ326.43377.54424.27398.01434.80
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี14.59––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน353.82395.91442.85416.41460.14
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน115.3643.8454.6447.7955.63
รวมหนี้สิน469.18439.74497.49464.20515.77
ทุนจดทะเบียน700.00700.00700.00700.00700.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า700.00700.00700.00700.00700.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น294.75294.75294.75294.75294.75
กำไร(ขาดทุน)สะสม215.49266.26321.03281.21351.06
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น30.3729.9531.4827.7134.15
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,240.621,290.961,347.251,303.671,379.96
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย–––––

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ2,322.202,613.322,744.231,335.781,495.85
รายได้อื่น36.3229.2933.2416.3619.66
รวมรายได้2,358.522,642.612,777.471,352.131,515.51
ต้นทุน1,532.601,710.771,785.43874.70977.74
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร750.46833.22881.77418.66458.09
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย2,283.072,543.992,667.201,293.361,435.83
EBITDA273.13316.50342.41171.26197.04
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย197.68217.89232.14112.49117.37
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้75.4598.61110.2858.7779.68
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่59.1475.5987.7947.2763.66
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.080.110.130.070.09

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน154.44262.89312.64181.92203.83
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-229.74-160.40-150.38-84.91-88.56
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน40.36-109.57-36.86-34.18-37.80
เงินสดสุทธิ-34.93-7.07125.4162.8477.47

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)52.1350.1066.3192.14
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)7.007.295.503.96
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)9.779.6911.2611.64
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)37.3737.6832.4131.36
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)4.864.454.524.54
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)75.1081.9680.8380.48
วงจรเงินสด (วัน)-30.72-36.99-42.92-45.16

📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิค SVT — ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี
SVT ล่าสุด 25 ก.ย. 2569 ปิดที่ 1.62 บาท +0.02 บาท (+1.25%) ระหว่างวันแกว่ง 1.60–1.65 บาท ปริมาณซื้อขาย 1.01 ล้านหุ้น ขณะที่วันที่ 24 ก.ย. ราคาย่อลงแรงมาปิด 1.60 บาท ก่อนรีบาวด์กลับในวันถัดมา
🔥 ภาพกราฟตอนนี้: “พักตัว แต่ยังไม่เสียทรง”
ช่วงกลางเดือน ส.ค. SVT เร่งตัวจากบริเวณ 1.32–1.40 บาท ขึ้นมาทดสอบโซน 1.65–1.70 บาท โดยวันที่ 27 ส.ค. มีวอลุ่มสูงถึง 16.87 ล้านหุ้น และราคาปิด 1.60 บาท สะท้อนการเข้ามาของแรงซื้ออย่างชัดเจน
หลังจากนั้นราคาเข้าสู่ช่วง สร้างฐานบริเวณ 1.55–1.65 บาท และล่าสุดยังยืนเหนือ 1.60 บาทได้
🎯 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
แนวรับ
🟢 1.60 บาท — แนวรับแรก ต้องรักษาให้ได้
🟢 1.57–1.58 บาท — ฐานระยะสั้น
🟢 1.54–1.55 บาท — แนวรับสำคัญ หากหลุดจะทำให้โมเมนตัมระยะสั้นอ่อนลง
แนวต้าน
🔴 1.65–1.67 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
🔴 1.68–1.70 บาท — โซนสำคัญจากยอดล่าสุด
🚀 หากผ่าน 1.70 บาท พร้อม Volume มีโอกาสเปิดทางให้รอบขึ้นใหม่
⚡ จุดที่ต้องจับตา: “Breakout + Volume”
จุดสำคัญของ SVT ไม่ใช่แค่การขึ้นเหนือ 1.65 บาท แต่คือ ต้องมีวอลุ่มสนับสนุน
เพราะวันที่ 21 ก.ย. หุ้นขึ้น 2.48% พร้อมวอลุ่มกว่า 4.19 ล้านหุ้น และวันที่ 22 ก.ย.มีการซื้อขายกว่า 3.70 ล้านหุ้น ขณะที่วันที่ 25 ก.ย.วอลุ่มลดลงเหลือประมาณ 1.01 ล้านหุ้น
ดังนั้นภาพปัจจุบันจึงยังเป็นลักษณะ “พักฐานรอเลือกทาง” มากกว่าจะเป็น Breakout ที่ยืนยันแล้ว
🚨 สัญญาณที่ต้องระวัง
ถ้าราคา หลุด 1.57–1.58 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณว่าฐานระยะสั้นเริ่มเสีย
แต่ถ้ายังยืนเหนือ 1.60 บาท และสามารถกลับขึ้นทดสอบ 1.65–1.70 บาท ได้อีกครั้ง พร้อมวอลุ่มหนาแน่น ภาพเทคนิคจะเริ่มกลับมาเป็นเชิงบวกมากขึ้น
อีกด้านหนึ่ง ข่าวล่าสุดวันที่ 25 ก.ย. ระบุว่า SVT เตรียมเปิดสาขา “ระยอง 2” ในเดือนตุลาคม และบริษัทระบุว่ามีตู้ Vending Machine กว่า 20,000 เครื่องแล้ว โดยตู้ Smart Vending มี 15,000 เครื่อง หรือ 75% ของทั้งหมด ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ตลาดอาจจับตาควบคู่กับกราฟ
🔥 สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค 100%”
SVT ยังไม่หลุดทรง! หลังพุ่งจาก 1.32 บาทขึ้นมาสร้างฐานเหนือ 1.60 บาท เกมนี้ต้องจับตา 1.65–1.70 บาทเป็นด่านสำคัญ
📌 ยืน 1.60 บาท = ยังมีลุ้นรีบาวด์
📌 ผ่าน 1.65 บาท = เริ่มเปิดเกมบวก
📌 Break 1.70 บาท + Volume = สัญญาณ Breakout ที่ต้องจับตา
📌 หลุด 1.57 บาท = ระวังแรงขายกดกลับ
เกมของ SVT ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ “ขึ้นหรือไม่ขึ้น” แต่อยู่ที่ว่าเมื่อราคาชน 1.65–1.70 บาท จะมี Volume เข้ามายืนยันการ Breakout หรือไม่


วิเคราะห์หุ้น SVT — บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่าน เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ภายใต้แบรนด์ SUNVENDING โดยข้อมูลล่าสุดจาก SET ระบุว่าบริษัทมีเครือข่ายตู้มากกว่า 19,285 เครื่อง ครอบคลุมกว่า 30 จังหวัด และตั้งเป้าขยายเป็นมากกว่า 20,000 เครื่องภายในสิ้นปี 2569
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
โมเดลของ SVT มีจุดสำคัญอยู่ที่การสร้าง เครือข่ายตู้จำนวนมาก + จุดติดตั้งที่มีผู้บริโภค + ระบบเติมสินค้าและบริหารตู้ ทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการขายสินค้าแบบอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องใช้พนักงานประจำหน้าร้านในทุกจุด
นอกจากรายได้จากการขายสินค้าผ่านตู้แล้ว บริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายเครื่อง Vending Machine ด้วย โดยบริษัทระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเครื่องอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 49% ขณะที่ธุรกิจขายสินค้าผ่านตู้มีอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 34%
📊 งบการเงิน — จุดที่น่าจับตา ตัวเลขล่าสุด งวด 6 เดือนแรกปี 2569

รายการ6M/25686M/2569ภาพรวม
รายได้รวม—1,515.51 ลบ.เติบโต
กำไรสุทธิ47.27 ลบ.63.66 ลบ.↑ ชัดเจน
สินทรัพย์—1,895.73 ลบ.เพิ่มขึ้น
หนี้สิน—515.77 ลบ.ระดับไม่สูง
ส่วนผู้ถือหุ้น—1,379.96 ลบ.เพิ่มขึ้น

กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 32.43 ล้านบาท เพิ่มจาก 23.13 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 ขณะที่กำไรสุทธิครึ่งปีเพิ่มจาก 47.27 ล้านบาท เป็น 63.66 ล้านบาท

อีกจุดที่น่าสนใจคือ Net Profit Margin งวด 6 เดือน 2569 อยู่ที่ 4.20% เพิ่มจาก 3.16% ในปี 2568 ขณะที่ ROE เพิ่มเป็น 7.76% จาก 6.66% ในปี 2568
💰 ฐานะการเงิน
SVT มีหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นในระดับค่อนข้างต่ำ โดย D/E ในข้อมูล SET ช่วงต้นปี 2569 อยู่ประมาณ 0.35 เท่า ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ประมาณ 1,380 ล้านบาท
จุดนี้ทำให้การขยายจำนวนตู้สามารถใช้ฐานทุนของบริษัทสนับสนุนการเติบโตได้ โดยไม่เห็นภาระหนี้ในระดับสูงจากตัวเลขดังกล่าว
🚀 ปัจจัยเติบโตที่ต้องจับตา

  1. จำนวนตู้เพิ่มขึ้น
    บริษัทตั้งเป้าเพิ่มตู้จากกว่า 19,285 เครื่อง ไปมากกว่า 20,000 เครื่องภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งหากจุดติดตั้งมีคุณภาพ ย่อมเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ประจำจากเครือข่ายตู้
  2. รายได้เฉลี่ยต่อตู้เพิ่มขึ้น
    บริษัทระบุว่าในไตรมาส 1/2569 รายได้เฉลี่ยต่อตู้อยู่ประมาณ 420 บาท/เครื่อง/วัน โดยกลุ่มโรงงาน โรงแรม โรงพยาบาล และสถานศึกษามีการเติบโตของรายได้
  3. Cashless / Digital Payment
    ตู้รองรับทั้งเงินสด E-Payment และบัตรเครดิต ทำให้โมเดลธุรกิจสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็วและไม่ต้องพึ่งพาร้านค้าหน้าร้าน
  4. Refurbishment
    SVT มีโรงงาน Refurbishment สำหรับปรับปรุงและพัฒนาตู้ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และสนับสนุนการบริหารต้นทุนของเครือข่ายตู้

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
ทำเลติดตั้งตู้ — จำนวนตู้เพิ่มไม่ได้แปลว่ารายได้จะเพิ่มตาม หากจุดติดตั้งมียอดขายต่ำ
ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการเติมสินค้า — ธุรกิจต้องบริหารเส้นทางเติมสินค้า บุคลากร และค่าขนส่งจำนวนมาก
ต้นทุนเครื่องและการลงทุนขยายเครือข่าย
การแข่งขัน — ธุรกิจ Vending Machine สามารถมีคู่แข่งเข้ามาแข่งขันในทำเลที่มีศักยภาพ
ระบบ IT / Application — บริษัทระบุความเสี่ยงกรณี Application และระบบ Service All Vending ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
ภัยธรรมชาติและพื้นที่ให้บริการ — บริษัทระบุความเสี่ยงจากอุทกภัยในพื้นที่ติดตั้งตู้ด้วย
📈 มุมมองเชิงหุ้น
ข้อมูล SET ณ 25 ก.ย. 2569 ระบุราคา SVT ที่ 1.62 บาท, Market Cap ประมาณ 1,134 ล้านบาท, P/E 10.89 เท่า, P/BV 0.82 เท่า และ EV/EBITDA 2.36 เท่า
ภาพรวมจึงเป็นหุ้นที่มีลักษณะ “ธุรกิจขนาดเล็ก + เครือข่ายสินทรัพย์จำนวนมาก + กำไรเริ่มเร่งตัว” โดยประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงจำนวนตู้ แต่ต้องดูว่า ยอดขายเฉลี่ยต่อตู้และกำไรต่อตู้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
สรุปสำหรับสายหุ้น:
🔥 SVT กำลังอยู่ในช่วงจับตาการขยายเครือข่าย Vending Machine พร้อมกำไรครึ่งปี 2569 ที่เติบโตเด่นกว่าปีก่อน ขณะที่ฐานะการเงินมี D/E ไม่สูง และบริษัทเดินหน้าขยายตู้เกิน 20,000 เครื่อง จุดที่ต้องติดตามต่อคือ ยอดขายต่อตู้, Margin, จำนวนตู้ใหม่ และการควบคุมค่าใช้จ่าย เพราะ 4 ตัวแปรนี้จะเป็นตัวชี้ว่าการเพิ่มจำนวนตู้สามารถเปลี่ยนเป็นกำไรได้มากแค่ไหน


Disclaimer

ใส่ความเห็น