วิเคราะห์ หุ้น SCM บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SCM อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พาณิชย์ (Commerce) ตามกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 08 ก.ย. 2563 | 400.00 | พาณิชย์ (Commerce) | SCM |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในรูปแบบเครือข่าย หรือ Multi-level Marketing (MLM) โดยแบ่งได้เป็น 3 ธุรกิจหลักได้แก่ (1) ธุรกิจเครื่อข่ายเพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศและต่างประเทศ (2) ธุรกิจให้บริการคำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจเครือข่ายและรับจัดงานสัมมนา และ (3) ธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงานผลิตสินค้า
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.28 | 0.14 | 0.00 | 0.04 | -0.12 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 4.07 | 5.79 | 5.50 | 5.48 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.05 | บาท | 05 ก.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.05 | บาท | 23 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2566 | 0.10 | บาท | 05 ก.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.11 | บาท | 22 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.15 | บาท | 05 ก.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.17 | บาท | 25 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2564 | 0.12 | บาท | 10 ก.ย. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.03 | บาท | 28 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
หุ้น SCM – บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในรูปแบบ เครือข่ายขายตรง (MLM) โดยข้อมูลจาก One Report และเอกสารของบริษัทระบุทรัพย์สินหลักไว้หลายประเภท
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ SCM
ยานพาหนะ
รถยนต์และยานพาหนะที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน
ใช้สำหรับงานบริหาร การขนส่ง และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
มุมมองสำหรับนักลงทุน
โครงสร้างทรัพย์สินของ SCM แตกต่างจากบริษัทโรงงานหรืออสังหาริมทรัพย์ เพราะหัวใจของธุรกิจอยู่ที่ แบรนด์ + ผลิตภัณฑ์ + เครือข่ายนักธุรกิจ + ระบบจำหน่ายและกระจายสินค้า มากกว่าการถือครองที่ดินและโรงงานขนาดใหญ่
ปัจจุบัน SET ระบุว่า SCM ดำเนินธุรกิจหลัก 5 ส่วน ได้แก่ ธุรกิจเครือข่ายจำหน่ายอาหารเสริมและสินค้าอุปโภคบริโภค, ธุรกิจให้คำปรึกษาและจัดสัมมนา, ธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงานผลิตสินค้า, ธุรกิจลิสซิ่ง และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
ดังนั้น หากวิเคราะห์ SCM ในมุม “ทรัพย์สินที่สร้างมูลค่า” ควรให้น้ำหนักกับ ฐานสมาชิกและเครือข่ายการขาย, แบรนด์และเครื่องหมายการค้า, สินค้าและสูตรผลิตภัณฑ์, ระบบดิจิทัล/อีคอมเมิร์ซ และระบบกระจายสินค้า ควบคู่กับสินทรัพย์ถาวร มากกว่าดูเฉพาะมูลค่าที่ดินและอาคาร
ที่ดินและอาคาร
อาคารและพื้นที่สำนักงานที่ใช้เป็นสำนักงานใหญ่และพื้นที่ปฏิบัติงาน
พื้นที่สำหรับรองรับการบริหารงาน การขาย การอบรม และกิจกรรมของเครือข่าย
บริษัทมีการใช้ทั้งทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์และพื้นที่เช่าในการดำเนินงาน
สำนักงานและสาขา
สำนักงานใหญ่ของบริษัท
สาขา/ศูนย์บริการสำหรับรองรับนักธุรกิจและลูกค้า
พื้นที่สำหรับการจัดประชุม อบรม และสัมมนา
สำนักงานใหญ่ปัจจุบันของบริษัทอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
คลังสินค้าและระบบจัดเก็บสินค้า
พื้นที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสินค้าอุปโภคบริโภค
อุปกรณ์ชั้นวางและระบบบริหารจัดการสินค้า
ระบบกระจายสินค้าเพื่อส่งต่อสินค้าให้สมาชิกและลูกค้า
จุดนี้ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญ เพราะโมเดลธุรกิจของ SCM ต้องมีระบบรองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้าไปยังเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์สำนักงาน
เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
อุปกรณ์สำนักงาน
เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
อุปกรณ์สำหรับการประชุมและสัมมนา
อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงานประจำวัน
โดยเอกสารของบริษัทระบุสินทรัพย์ถาวรหลัก ได้แก่ ที่ดิน อาคาร ส่วนปรับปรุงค่าเช่า เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องตกแต่งและเครื่องใช้สำนักงาน คอมพิวเตอร์ และยานพาหนะ
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนและซอฟต์แวร์
โปรแกรมคอมพิวเตอร์
ระบบสารสนเทศภายในองค์กร
ระบบที่สนับสนุนการขายและบริหารสมาชิก
โปรแกรม/ระบบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจออนไลน์
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่เกิดจากการซื้อธุรกิจ
เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา
เครื่องหมายการค้า SUCCESSMORE
เครื่องหมายการค้าของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
สิทธิในแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้ในการทำตลาด
บริษัทมีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SCM
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผ่านระบบเครือข่ายขายตรง (MLM) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจุบันบริษัทระบุว่ามี บริษัทย่อย 5 แห่ง
บริษัท เฮลท์ธิ มอร์ จำกัด (HTM)
เป็นบริษัทย่อยที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจของ SCM โดยบริษัทจัดอยู่ในโครงสร้างกลุ่มบริษัทย่อยปัจจุบันของ SCM
โครงสร้างธุรกิจ SCM แบบเข้าใจง่าย
SCM บริษัทแม่
↓
ธุรกิจเครือข่ายขายตรง (MLM) → จำหน่ายอาหารเสริมและสินค้าอุปโภคบริโภค
↓
SPT → ที่ปรึกษา + สัมมนา + สนับสนุนนักธุรกิจ
SPM → สนับสนุนธุรกิจในเมียนมา
SMI → พัฒนาผลิตภัณฑ์ + โรงงานผลิต
CHL → ธุรกิจสินเชื่อ/บริหารลูกหนี้ + สินเชื่อโดรนการเกษตร
HTM → บริษัทย่อยในกลุ่ม SCM
นอกจากนี้ SCM มีช่องทางจำหน่ายในต่างประเทศผ่านตัวแทนจำหน่ายใน 6 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ และมีศูนย์กระจายสินค้า 15 แห่งตามข้อมูลบริษัท
มุมมองสำหรับนักลงทุน: จุดเด่นของโครงสร้าง SCM คือไม่ได้มีเพียงธุรกิจขายตรง แต่พยายามสร้างระบบที่ครอบคลุมตั้งแต่ พัฒนาสินค้า → ผลิต → จำหน่ายผ่านเครือข่าย → ฝึกอบรม/สัมมนา → ขยายตลาดต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจลิสซิ่งเป็นอีกแขนงหนึ่งของกลุ่มบริษัท
บริษัท จัดให้ ลิสซิ่ง จำกัด (CHL)
ดำเนินธุรกิจด้าน สินเชื่อเช่าซื้อ เดิมเน้นรถยนต์มือสอง ปัจจุบันยุติการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มเติม และเน้นบริหารจัดการลูกหนี้เดิม ขณะเดียวกันเริ่มให้บริการ สินเชื่อเช่าซื้อโดรนเพื่อการเกษตร เพื่อสนับสนุนเกษตรกร
บริษัท ซัคเซส สปิริต จำกัด (SPT)
ทำธุรกิจ ให้บริการคำปรึกษาและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจเครือข่าย เช่น การบริหารจัดการ การตลาด บัญชี การวางแผนภาษี และระบบ IT รวมถึง รับจัดงานสัมมนาและพัฒนาทักษะนักธุรกิจ MLM ทั้งในกลุ่มบริษัทและตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศ
SCM Spirit (Myanmar) Co., Ltd. (SPM)
เป็นบริษัทย่อยในประเทศเมียนมา ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับ การสนับสนุนธุรกิจเครือข่ายและการให้บริการแก่ตัวแทนจำหน่ายในเมียนมา รวมถึงงานด้านการบริหาร การตลาด และการจัดสัมมนา
บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด (SMI)
เป็นบริษัทที่ทำหน้าที่ด้าน พัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงานผลิตสินค้า/ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้กับกลุ่ม SCM ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการผลิต ลดการพึ่งพาผู้รับจ้างผลิตภายนอก และมีโอกาสสร้างประโยชน์จาก Economy of Scale
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SCM
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
SCM ดำเนินธุรกิจหลักด้านการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านระบบ Multi-level Marketing (MLM) รวมถึงธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงานผลิต บริการให้คำปรึกษา/สัมมนา ลิสซิ่ง และ E-commerce
🔴 1. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจ MLM
รายได้หลักมีความเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพของเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย หากจำนวนสมาชิกหรือผู้ทำธุรกิจลดลง หรือสมาชิกทำยอดขายได้น้อยลง อาจกระทบยอดขายโดยตรง
ประเด็นที่ต้องจับตา: จำนวนสมาชิกที่ Active, ยอดขายต่อสมาชิก และความสามารถในการสร้างสมาชิกใหม่
🔴 2. การแข่งขันสูงในตลาดอาหารเสริมและสินค้าเพื่อสุขภาพ
SCM ต้องแข่งขันกับทั้งแบรนด์อาหารเสริม บริษัทขายตรง และผู้ประกอบการ E-commerce ซึ่งมีทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ การแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น และการตลาดผ่าน Social Media อาจกดดันอัตรากำไร
🔴 3. ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรง
ธุรกิจ MLM มีความอ่อนไหวต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค หากเกิดประเด็นเกี่ยวกับการขายตรง การโฆษณา การกล่าวอ้างสรรพคุณสินค้า หรือพฤติกรรมของสมาชิกในเครือข่าย อาจส่งผลต่อชื่อเสียงของบริษัทได้
🔴 4. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
ธุรกิจของ SCM เกี่ยวข้องกับ อาหารเสริม สินค้าอุปโภคบริโภค การขายตรง และ E-commerce จึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดหลายด้าน หากกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น หรือบริษัท/เครือข่ายไม่สามารถปฏิบัติตามได้ อาจเกิดต้นทุนเพิ่มเติมหรือกระทบการจำหน่ายสินค้า
บริษัทมีการเปิดเผยนโยบายบริหารความเสี่ยง รวมถึงนโยบายเกี่ยวกับตัวแทนจำหน่ายและการกำกับดูแลบริษัทย่อยบนเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์
🔴 5. ความเสี่ยงจากยอดขายที่หดตัว
จุดที่น่ากังวลคือผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมาแสดงการลดลงของรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 รายได้อยู่ที่ 512.89 ล้านบาท ลดจาก 688.34 ล้านบาทในปี 2567 และ 983.02 ล้านบาทในปี 2566 ขณะที่ปี 2568 มี ขาดทุนสุทธิ 142.88 ล้านบาท
ดังนั้น ความเสี่ยงสำคัญไม่ใช่เพียง “ยอดขายโตช้า” แต่คือ การฟื้นตัวของยอดขายและความสามารถในการกลับมาทำกำไร
🔴 6. ความเสี่ยงด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย
ปี 2568 บริษัทมีค่าใช้จ่ายประมาณ 661.73 ล้านบาท สูงกว่ารายได้ 512.89 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันต่อโครงสร้างกำไรอย่างชัดเจน
หากรายได้ยังไม่กลับมา แต่ค่าใช้จ่ายในการขาย การตลาด ค่าตอบแทนเครือข่าย และค่าใช้จ่ายดำเนินงานยังอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ผลขาดทุนต่อเนื่อง
🔴 7. ความเสี่ยงจากธุรกิจใหม่และการกระจายธุรกิจ
SCM มีทั้งโรงงานผลิต ลิสซิ่ง และ E-commerce นอกเหนือจากธุรกิจเครือข่าย การขยายไปหลายธุรกิจช่วยกระจายแหล่งรายได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งอาจเพิ่มความซับซ้อนในการบริหารและใช้เงินทุน หากธุรกิจใหม่ยังสร้างผลตอบแทนได้ไม่เพียงพอ อาจกลายเป็นภาระต่อบริษัท
🔴 8. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและฐานะการเงิน
แม้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีหนี้สินประมาณ 98.92 ล้านบาท ซึ่งลดลงจาก 126.80 ล้านบาทในปี 2567 แต่ส่วนผู้ถือหุ้นลดลงเหลือประมาณ 407.17 ล้านบาท จาก 550.16 ล้านบาท ซึ่งสัมพันธ์กับผลขาดทุนที่เกิดขึ้น
จึงควรติดตาม กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เงินสดคงเหลือ และความสามารถในการลดค่าใช้จ่าย ควบคู่กับตัวเลขกำไรขาดทุน
🔴 9. ความเสี่ยงจากช่องทาง E-commerce
การขายออนไลน์เปิดโอกาสให้ SCM เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น แต่ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาและค่าโฆษณาดิจิทัล รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และการแข่งขันจาก Marketplace/Social Commerce
⚠️ สรุปแบบนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักของ SCM ตอนนี้อยู่ที่ “การฟื้นตัวของยอดขาย + การกลับมาทำกำไร”
จากข้อมูลปี 2568 รายได้ลดลงเหลือ 512.89 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 142.88 ล้านบาท ขณะที่ SET ระบุว่า SCM มีธุรกิจหลักถึง 5 กลุ่ม ได้แก่ MLM, บริการให้คำปรึกษา/สัมมนา, พัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงาน, ลิสซิ่ง และ E-commerce
ดังนั้น หากจะวิเคราะห์ SCM ในเชิงหุ้น ควรจับตา 4 สัญญาณสำคัญ:
ยอดขายกลับมาหรือไม่ → จำนวนเครือข่าย Active ฟื้นหรือไม่ → ค่าใช้จ่ายลดลงหรือไม่ → บริษัทกลับมากำไรได้หรือไม่
หาก 4 ตัวนี้ยังไม่ฟื้นพร้อมกัน ความเสี่ยงของหุ้น SCM จะยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง
มุมมอง: SCM เป็นหุ้นที่ควรเน้นติดตาม “การ Turnaround” มากกว่าดูเพียงราคาหุ้น เพราะแม้ฐานะหนี้สินจะลดลง แต่ผลประกอบการปี 2568 ยังสะท้อนแรงกดดันอย่างมากต่อธุรกิจ
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | นาย นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร | 85,679,900 | 14.37 |
| 2 | นาย สมพงษ์ ศิลป์สมบูรณ์ | 47,070,000 | 7.89 |
| 3 | นาย รินพงษ์ ขันรินทร์ | 31,558,700 | 5.29 |
| 4 | นาย สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ | 30,270,900 | 5.08 |
| 5 | นาย จิรายุส จึงธนสมบูรณ์ | 26,300,000 | 4.41 |
| 6 | นาย กฤตภนธ์ ธีรชินคุณ | 18,773,200 | 3.15 |
| 7 | น.ส. กนกวรรณ วัฒนกีบุตร | 15,134,000 | 2.54 |
| 8 | นาย ทรงศักดิ์ จิตเจือจุน | 13,200,000 | 2.21 |
| 9 | น.ส. ดวงฤทัย ซื่อตรงประเสริฐ | 11,521,500 | 1.93 |
| 10 | น.ส. วรรณี มาธนชัย | 9,000,000 | 1.51 |
| 11 | นาย ภูดิท ภควลีธร | 8,590,400 | 1.44 |
| 12 | น.ส. พรลภัส นิธิเลิศวิจิตร | 8,300,000 | 1.39 |
| 13 | น.ส. วารุณี เจริญช่าง | 7,540,000 | 1.26 |
| 14 | นาย ปรีชา ทองนวล | 7,510,000 | 1.26 |
| 15 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 7,036,217 | 1.18 |
| 16 | นาย กระทรวง จารุศิระ | 7,000,000 | 1.17 |
| 17 | นาย ธนวัฒน์ ถิรพงศ์ไพบูลย์ | 6,400,000 | 1.07 |
| 18 | นาย วรุตม์ บริบูรณ์ชัยศิริ | 6,334,200 | 1.06 |
| 19 | นาย ชยกร ฐานณกรวัชร์ | 6,050,000 | 1.01 |
| 20 | นาย นพดล อนุรักษ์ชัยวิทย์ | 5,840,500 | 0.98 |
| 21 | นาย ชูชัย รัชตวิทยกุล | 5,171,200 | 0.87 |
| 22 | น.ส. อรทัย บุญเหลือ | 5,001,200 | 0.84 |
| 23 | น.ส. ธัญญ์นรี ธนินรุ่งวิวัฒน์ | 4,111,300 | 0.69 |
| 24 | นาย สฤษดิ์ วนะเกียรติกุล | 4,000,000 | 0.67 |
| 25 | นาง สุพรทิพย์ ชาญสวัสดิ์กิจ | 4,000,000 | 0.67 |
| 26 | นาง ศิริวรรณ จึงธีรพานิช | 3,630,000 | 0.61 |
| 27 | น.ส. ปิยวรรณ พิชัยรัตน์ | 3,589,000 | 0.60 |
| 28 | น.ส. ดุจธนนันท์ เกียรติเชิดแสงสุข | 3,200,000 | 0.54 |
| 29 | นาย สมทรัพย์ เทพนำโสมนัสส์ | 3,000,000 | 0.50 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย อภิชาติ สระมูล | ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 2 | นาย นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, รองประธานกรรมการ |
| 3 | นางสาว กนกวรรณ วัฒนกีบุตร | กรรมการ |
| 4 | นางสาว พิมพ์ลภัส สุขสวัสดิ์ | กรรมการ |
| 5 | นาย สุชาติ ธนฐิติพันธ์ | กรรมการ |
| 6 | นาง นลินธรณ์ เลิศสิทธิชัยโชค | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย วิจิตร เตชะเกษม | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
**** อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูล ****
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 251.83 | 226.02 | 110.37 | 220.05 | 123.86 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 185.74 | 144.03 | 180.94 | 137.28 | 80.02 |
| สินค้าคงเหลือ | 68.27 | 117.04 | 116.69 | 151.81 | 159.32 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 525.20 | 556.62 | 479.93 | 537.72 | 405.94 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 87.45 | 81.49 | 69.80 | 74.97 | 63.34 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 459.41 | 330.97 | 270.54 | 284.13 | 260.52 |
| รวมสินทรัพย์ | 984.61 | 887.59 | 750.46 | 821.85 | 666.46 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | – | – | – | – | – |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 119.42 | 93.50 | 58.81 | 60.06 | 44.90 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 163.47 | 136.80 | 82.96 | 97.79 | 74.09 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 55.70 | 47.17 | 43.84 | 45.93 | 36.92 |
| รวมหนี้สิน | 219.17 | 183.97 | 126.80 | 143.72 | 111.02 |
| ทุนจดทะเบียน | 400.00 | 447.80 | 447.80 | 447.80 | 443.56 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 300.00 | 302.03 | 302.39 | 302.32 | 298.15 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 197.21 | 203.30 | 204.40 | 204.17 | 204.40 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 163.17 | 123.34 | 64.14 | 119.25 | -31.03 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | 17.97 | 29.99 | 29.99 | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 10.41 | 8.87 | 9.22 | 8.83 | 9.14 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 670.79 | 619.57 | 550.16 | 604.58 | 480.66 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 94.64 | 84.05 | 73.50 | 73.55 | 74.79 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 1,123.69 | 920.17 | 641.84 | 310.52 | 180.75 |
| รายได้อื่น | 56.87 | 53.54 | 37.92 | 24.21 | 8.37 |
| รวมรายได้ | 1,180.56 | 983.02 | 688.34 | 339.09 | 193.81 |
| ต้นทุน | 256.53 | 216.91 | 219.44 | 76.01 | 55.62 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 698.32 | 645.58 | 436.23 | 228.66 | 174.97 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 958.32 | 863.34 | 682.22 | 304.67 | 262.81 |
| EBITDA | 269.10 | 169.17 | 53.39 | 58.18 | -47.34 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 46.86 | 49.49 | 47.27 | 23.77 | 23.06 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 222.24 | 119.68 | 6.12 | 34.41 | -70.40 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 167.40 | 86.16 | 0.47 | 25.77 | -69.43 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.28 | 0.14 | 0.00 | 0.04 | -0.12 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 56.51 | 93.17 | -13.36 | -0.38 | -0.42 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -152.72 | 49.12 | -4.25 | 53.11 | 24.41 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -215.28 | -168.07 | -98.03 | -58.85 | -10.41 |
| เงินสดสุทธิ | -311.49 | -25.78 | -115.65 | -6.12 | 13.57 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 5.58 | 3.95 | 4.88 | 4.71 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 5.58 | 3.95 | 4.88 | 4.71 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 2.34 | 1.88 | 1.54 | 1.28 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 155.91 | 194.39 | 237.47 | 285.26 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 2.04 | 2.88 | 2.27 | 3.79 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 179.14 | 126.67 | 160.75 | 96.23 |
| วงจรเงินสด (วัน) | -17.65 | 71.67 | 81.60 | 193.74 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น SCM — ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์
จากข้อมูลตลาดที่ค้นพบล่าสุด SCM อยู่บริเวณ 0.12–0.13 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 0.10–0.37 บาท ขณะที่ข้อมูล SET ที่พบล่าสุดวันที่ 23 ก.ค. 2569 ระบุราคา 0.12 บาท โดยวันดังกล่าวแกว่ง 0.11–0.13 บาท
หมายเหตุ: เนื่องจากราคาของ SCM อยู่ในระดับต่ำและมีสภาพคล่องค่อนข้างบาง การวิเคราะห์แนวรับ–แนวต้านควรใช้เป็น “โซน” มากกว่าตัวเลขจุดเดียว
🔎 ภาพรวมทางเทคนิค
แนวโน้มหลัก: ยังเป็นขาลง / อยู่ในช่วงสร้างฐาน
SCM เคยขึ้นไปบริเวณ 0.30–0.37 บาท ก่อนปรับตัวลงแรง ปัจจุบันราคาลงมาใกล้โซนต่ำสุดของรอบ 52 สัปดาห์ที่ 0.10 บาท สะท้อนว่าแรงขายในภาพใหญ่ยังคงกดดันหุ้นอยู่
บริเวณปัจจุบันจึงน่าสนใจในมุม “หุ้นกำลังสร้างฐานหรือไม่” มากกว่าการมองว่าเป็นขาขึ้นเต็มตัว
📌 แนวรับสำคัญ
0.12 บาท
เป็นแนวรับระยะสั้นที่ตลาดกำลังทดสอบ หากยังยืนได้ มีโอกาสเกิดแรงเก็งกำไรกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน
0.10–0.11 บาท
เป็นโซนรับสำคัญมาก เพราะอยู่ใกล้จุดต่ำสุดของกรอบ 52 สัปดาห์ หากหลุด 0.10 บาทลงมา ภาพเทคนิคจะเสียทรงอย่างชัดเจน
🚨 แนวต้าน
0.13 บาท — ด่านแรก
หากผ่านพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณบวกแรก
0.14–0.15 บาท — ด่านสำคัญ
เป็นโซนที่ต้องจับตา เพราะการกลับขึ้นเหนือบริเวณนี้จะช่วยยืนยันว่าการเด้งไม่ใช่เพียง Technical Rebound สั้น ๆ
0.17–0.20 บาท — เป้าหมายถัดไป
หากสามารถผ่าน 0.15 บาทได้อย่างมี Volume มีโอกาสเปิดทางให้เกิดรอบรีบาวด์ที่ใหญ่ขึ้น
📊 อ่านเกมแบบนักลงทุนสายเทคนิค
กรณี Bullish 🟢
ถ้า SCM สามารถ
0.12 → 0.13 → 0.14–0.15 บาท
และที่สำคัญคือ Volume ต้องเข้ามาสนับสนุน
จะเริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยนจาก “หุ้นพักฐาน” เป็น “หุ้นรีบาวด์” และหากทะลุ 0.15 บาทได้ เป้าหมายถัดไปจะอยู่แถว 0.17–0.20 บาท
🔴 กรณี Bearish
หากราคาหลุด 0.11 บาท และโดยเฉพาะ 0.10 บาท พร้อมแรงขายเพิ่มขึ้น จะถือเป็นสัญญาณลบ เพราะราคาจะหลุดบริเวณฐานต่ำสุดของรอบ
ดังนั้น 0.10 บาทคือแนวรับที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
🎯 สรุป SCM แบบเพจหุ้นสายเทคนิค
SCM ยังไม่ใช่หุ้นที่ยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้น
แต่ราคาปัจจุบันอยู่ใกล้บริเวณฐานต่ำของรอบ จึงมีโอกาสเกิด Technical Rebound หากมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
จุดเปลี่ยนเกมอยู่ที่ 0.13–0.15 บาท
ถ้าผ่าน 0.15 บาท + Volume เด่น
➡️ โมเมนตัมบวกจะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น
ถ้ายังไม่ผ่าน 0.13–0.15 บาท
➡️ ยังต้องมองเป็นการเด้งในแนวโน้มขาลง
ถ้าหลุด 0.10 บาท
➡️ ภาพเทคนิคเสียหายและต้องระวังแรงขายรอบใหม่
อีกประเด็นที่ต้องไม่มองข้ามคือ พื้นฐานยังมีแรงกดดัน เพราะข้อมูลบริษัทระบุว่ารายได้จากการขายและบริการลดจาก 1,123.69 ล้านบาทในปี 2565 เหลือ 490.31 ล้านบาทในปี 2568 และกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ -142.88 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 1/2569 ขาดทุนสุทธิ 18.30 ล้านบาท
ดังนั้นสำหรับ SCM ตอนนี้ “กราฟต้องมาก่อนข่าว” — ถ้าจะเห็นการกลับตัวอย่างมีน้ำหนัก ควรเห็นทั้ง ราคาเบรกแนวต้าน + Volume เพิ่ม + ฐานราคายกสูงขึ้น พร้อมกัน
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น SCM — บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านระบบเครือข่าย MLM โดยมีธุรกิจหลักครอบคลุมอาหารเสริมและสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเครือข่าย การพัฒนาผลิตภัณฑ์/โรงงานผลิต ลิสซิ่ง และอีคอมเมิร์ซ
🔎 ภาพรวมล่าสุด
ข้อมูล SET ณ 14 สิงหาคม 2569 ระบุว่า SCM ปิดที่ประมาณ 0.12 บาท ระหว่างวันทำจุดสูงสุด 0.13 บาท ต่ำสุด 0.11 บาท และมีปริมาณซื้อขายประมาณ 1.02 ล้านหุ้น
จุดที่ต้องจับตาคือ ราคาหุ้นอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ โดย SET แสดงกรอบ 52 สัปดาห์ที่ประมาณ 0.10–0.34 บาท
💰 วิเคราะห์พื้นฐาน — จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ตัวเลขทางการเงินสะท้อนภาพว่า SCM อยู่ในช่วง ปรับโครงสร้างและฟื้นฟูผลประกอบการ อย่างชัดเจน
| รายการ | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | 3M/2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| รายได้ขาย/บริการ (ลบ.) | 1,123.69 | 920.17 | 641.84 | 490.31 | 82.89 |
| กำไรสุทธิ (ลบ.) | 167.40 | 86.16 | 0.47 | -142.88 | -18.30 |
| สินทรัพย์ (ลบ.) | 984.61 | 887.59 | 750.46 | 584.36 | 606.70 |
| หนี้สิน (ลบ.) | 219.17 | 183.97 | 126.80 | 98.92 | 96.96 |
ประเด็นสำคัญ: รายได้ลดลงต่อเนื่องจาก 1,123.69 ล้านบาทในปี 2565 เหลือ 490.31 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิพลิกจากกำไร 167.40 ล้านบาท เป็นขาดทุน 142.88 ล้านบาท และไตรมาส 1/2569 ยังขาดทุนสุทธิ 18.30 ล้านบาท
สำหรับไตรมาส 1/2569 บริษัทระบุว่ารายได้จากการขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศลดลง 17.1% YoY โดยมีปัจจัยสำคัญจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังไม่แข็งแรง
⚠️ ดังนั้น SCM ยังไม่ใช่หุ้นที่มองจาก P/E ได้ง่าย
SET แสดงข้อมูลล่าสุดที่ P/E ไม่มีค่า ขณะที่ P/BV อยู่ประมาณ 0.25 เท่า และ Market Cap ราว 106 ล้านบาท
การที่ P/BV ต่ำมากอาจดูเหมือน “ถูก” แต่ ไม่ได้แปลว่าหุ้นถูกโดยอัตโนมัติ เพราะบริษัทกำลังเผชิญปัญหาการทำกำไรและการหดตัวของรายได้
🚀 จุดแข็ง / โอกาสของ SCM
- มีโมเดลธุรกิจหลายช่องทาง
SCM ไม่ได้พึ่งเฉพาะการขายสินค้า แต่มีทั้ง MLM + การพัฒนาผลิตภัณฑ์ + โรงงานผลิต + Leasing + E-commerce ทำให้มีโอกาสสร้างรายได้จากหลายธุรกิจ - ฐานะหนี้ไม่ได้อยู่ในระดับสูง
ณ 3M/2569 บริษัทมีสินทรัพย์ประมาณ 606.70 ล้านบาท และหนี้สินรวมประมาณ 96.96 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 432.43 ล้านบาท
จึงมีจุดแข็งด้าน ภาระหนี้รวมที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ - มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารเพื่อเข้าสู่ยุคใหม่
ล่าสุด SCM แต่งตั้ง ดร.สุชาติ ธนฐิติพันธ์ เป็น CEO คนใหม่ โดยบริษัทระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนสืบทอดตำแหน่งและการยกระดับองค์กรสู่ยุคดิจิทัล
ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะโจทย์ใหญ่ของ SCM คือ การหยุดการหดตัวของรายได้และกลับมาสร้างกำไร
🔥 ปัจจัยที่จะทำให้ SCM กลับมาน่าสนใจ
ผมมองว่าต้องติดตาม 4 เรื่องนี้เป็นหลัก
① รายได้ต้องหยุดลงก่อน
จากเดิมที่รายได้ลดลงต่อเนื่อง ตลาดต้องเห็นสัญญาณว่า Revenue กลับมาเติบโต
② ต้องกลับมากำไร
นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุด เพราะปัจจุบันยังขาดทุน
③ ยอดขายผ่านนักธุรกิจต้องฟื้น
ธุรกิจหลักของ SCM ผูกกับเครือข่ายนักธุรกิจ ดังนั้นจำนวนสมาชิกที่ Active และยอดขายต่อสมาชิกมีความสำคัญมาก
④ ธุรกิจใหม่ต้องสร้างผลตอบแทนจริง
โดยเฉพาะ E-commerce และธุรกิจอื่น ๆ หากสามารถสร้างรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นได้ จะช่วยลดการพึ่งพารูปแบบ MLM เดิม
📉 ความเสี่ยงของ SCM
ความเสี่ยงอันดับ 1 — รายได้หดตัวต่อเนื่อง
นี่เป็นสัญญาณที่ต้องระวังมากที่สุด เพราะรายได้ลดจากระดับกว่า 1,100 ล้านบาทในปี 2565 เหลือไม่ถึง 500 ล้านบาทในปี 2568
ความเสี่ยงอันดับ 2 — ขาดทุน
ปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 142.88 ล้านบาท และ 3M/2569 ยังขาดทุน 18.30 ล้านบาท
ความเสี่ยงอันดับ 3 — กำลังซื้อผู้บริโภค
บริษัทระบุเองว่าภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศเป็นปัจจัยกดดันยอดขายในไตรมาส 1/2569
ความเสี่ยงอันดับ 4 — ราคาหุ้นต่ำและสภาพคล่อง
ราคาหุ้นอยู่เพียงประมาณ 0.12 บาท และมูลค่าการซื้อขายในวันที่ 14 ส.ค. 2569 อยู่ประมาณ 121.84 พันบาท ทำให้การเข้าออกสถานะขนาดใหญ่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
📊 มุมมองเชิงเทคนิค
จากราคาปัจจุบัน 0.12 บาท ผมมอง SCM เป็นลักษณะ หุ้น Turnaround / Speculative มากกว่าหุ้น Growth ปกติ
โซนที่ควรจับตา:
0.10–0.11 บาท → ฐานสำคัญ / จุดที่ต้องไม่หลุดง่าย
0.12–0.13 บาท → แนวต้านแรกและโซนสะสมแรงซื้อ
0.14–0.15 บาท → หากผ่านได้พร้อม Volume จะเริ่มเห็น Momentum เชิงบวก
0.20 บาทขึ้นไป → ต้องมีแรงซื้อและปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนอย่างชัดเจน
หัวใจสำคัญคือ Volume หากราคาดีดขึ้นแต่ปริมาณซื้อขายไม่เพิ่ม การฟื้นตัวอาจเป็นเพียง Technical Rebound
🎯 สรุปมุมมอง SCM
SCM ตอนนี้ยังไม่ใช่หุ้นที่เด่นจากพื้นฐานกำไร เพราะรายได้ลดลงต่อเนื่องและบริษัทอยู่ในภาวะขาดทุน
แต่สิ่งที่ทำให้หุ้นนี้ยังมี “Story” คือ ราคาหุ้นต่ำมาก + มูลค่าทางบัญชีสูงกว่าราคาตลาดมาก + หนี้สินไม่สูง + การปรับโครงสร้างธุรกิจและผู้บริหารใหม่
ดังนั้นโจทย์สำคัญไม่ใช่ “SCM ถูกหรือแพง?” แต่คือ
“SCM จะสามารถหยุดเลือด หยุดขาดทุน และกลับมาเติบโตได้หรือไม่?”
ถ้ารายได้เริ่มฟื้น + กลับมามีกำไร + Volume เข้าหุ้นพร้อมกัน จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากสำหรับหุ้น Turnaround
แต่ถ้ารายได้ยังลดและขาดทุนต่อเนื่อง ราคาที่ต่ำก็ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงต่ำ
มุมมอง: 🔴 พื้นฐานปัจจุบัน = ระมัดระวัง
โอกาส Turnaround = มี แต่ต้องรอหลักฐาน
เชิงเทคนิค = เก็งกำไรได้เฉพาะเมื่อมีสัญญาณกลับตัวและ Volume สนับสนุน
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์

