ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น SCM บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SCM บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SCM บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SCM อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พาณิชย์ (Commerce) ตามกลุ่มอุตสาหกรรม บริการ (Services)




หุ้น SCM – บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในรูปแบบ เครือข่ายขายตรง (MLM) โดยข้อมูลจาก One Report และเอกสารของบริษัทระบุทรัพย์สินหลักไว้หลายประเภท
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ SCM

ยานพาหนะ
รถยนต์และยานพาหนะที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน
ใช้สำหรับงานบริหาร การขนส่ง และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
มุมมองสำหรับนักลงทุน
โครงสร้างทรัพย์สินของ SCM แตกต่างจากบริษัทโรงงานหรืออสังหาริมทรัพย์ เพราะหัวใจของธุรกิจอยู่ที่ แบรนด์ + ผลิตภัณฑ์ + เครือข่ายนักธุรกิจ + ระบบจำหน่ายและกระจายสินค้า มากกว่าการถือครองที่ดินและโรงงานขนาดใหญ่
ปัจจุบัน SET ระบุว่า SCM ดำเนินธุรกิจหลัก 5 ส่วน ได้แก่ ธุรกิจเครือข่ายจำหน่ายอาหารเสริมและสินค้าอุปโภคบริโภค, ธุรกิจให้คำปรึกษาและจัดสัมมนา, ธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงานผลิตสินค้า, ธุรกิจลิสซิ่ง และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
ดังนั้น หากวิเคราะห์ SCM ในมุม “ทรัพย์สินที่สร้างมูลค่า” ควรให้น้ำหนักกับ ฐานสมาชิกและเครือข่ายการขาย, แบรนด์และเครื่องหมายการค้า, สินค้าและสูตรผลิตภัณฑ์, ระบบดิจิทัล/อีคอมเมิร์ซ และระบบกระจายสินค้า ควบคู่กับสินทรัพย์ถาวร มากกว่าดูเฉพาะมูลค่าที่ดินและอาคาร

ที่ดินและอาคาร
อาคารและพื้นที่สำนักงานที่ใช้เป็นสำนักงานใหญ่และพื้นที่ปฏิบัติงาน
พื้นที่สำหรับรองรับการบริหารงาน การขาย การอบรม และกิจกรรมของเครือข่าย
บริษัทมีการใช้ทั้งทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์และพื้นที่เช่าในการดำเนินงาน

สำนักงานและสาขา
สำนักงานใหญ่ของบริษัท
สาขา/ศูนย์บริการสำหรับรองรับนักธุรกิจและลูกค้า
พื้นที่สำหรับการจัดประชุม อบรม และสัมมนา
สำนักงานใหญ่ปัจจุบันของบริษัทอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

คลังสินค้าและระบบจัดเก็บสินค้า
พื้นที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสินค้าอุปโภคบริโภค
อุปกรณ์ชั้นวางและระบบบริหารจัดการสินค้า
ระบบกระจายสินค้าเพื่อส่งต่อสินค้าให้สมาชิกและลูกค้า
จุดนี้ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญ เพราะโมเดลธุรกิจของ SCM ต้องมีระบบรองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้าไปยังเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์สำนักงาน
เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
อุปกรณ์สำนักงาน
เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
อุปกรณ์สำหรับการประชุมและสัมมนา
อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงานประจำวัน
โดยเอกสารของบริษัทระบุสินทรัพย์ถาวรหลัก ได้แก่ ที่ดิน อาคาร ส่วนปรับปรุงค่าเช่า เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องตกแต่งและเครื่องใช้สำนักงาน คอมพิวเตอร์ และยานพาหนะ

สินทรัพย์ไม่มีตัวตนและซอฟต์แวร์
โปรแกรมคอมพิวเตอร์
ระบบสารสนเทศภายในองค์กร
ระบบที่สนับสนุนการขายและบริหารสมาชิก
โปรแกรม/ระบบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจออนไลน์
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่เกิดจากการซื้อธุรกิจ

เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา
เครื่องหมายการค้า SUCCESSMORE
เครื่องหมายการค้าของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
สิทธิในแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้ในการทำตลาด
บริษัทมีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SCM
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผ่านระบบเครือข่ายขายตรง (MLM) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจุบันบริษัทระบุว่ามี บริษัทย่อย 5 แห่ง

บริษัท เฮลท์ธิ มอร์ จำกัด (HTM)
เป็นบริษัทย่อยที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจของ SCM โดยบริษัทจัดอยู่ในโครงสร้างกลุ่มบริษัทย่อยปัจจุบันของ SCM
โครงสร้างธุรกิจ SCM แบบเข้าใจง่าย
SCM บริษัทแม่
↓
ธุรกิจเครือข่ายขายตรง (MLM) → จำหน่ายอาหารเสริมและสินค้าอุปโภคบริโภค
↓
SPT → ที่ปรึกษา + สัมมนา + สนับสนุนนักธุรกิจ
SPM → สนับสนุนธุรกิจในเมียนมา
SMI → พัฒนาผลิตภัณฑ์ + โรงงานผลิต
CHL → ธุรกิจสินเชื่อ/บริหารลูกหนี้ + สินเชื่อโดรนการเกษตร
HTM → บริษัทย่อยในกลุ่ม SCM
นอกจากนี้ SCM มีช่องทางจำหน่ายในต่างประเทศผ่านตัวแทนจำหน่ายใน 6 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ และมีศูนย์กระจายสินค้า 15 แห่งตามข้อมูลบริษัท
มุมมองสำหรับนักลงทุน: จุดเด่นของโครงสร้าง SCM คือไม่ได้มีเพียงธุรกิจขายตรง แต่พยายามสร้างระบบที่ครอบคลุมตั้งแต่ พัฒนาสินค้า → ผลิต → จำหน่ายผ่านเครือข่าย → ฝึกอบรม/สัมมนา → ขยายตลาดต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจลิสซิ่งเป็นอีกแขนงหนึ่งของกลุ่มบริษัท

บริษัท จัดให้ ลิสซิ่ง จำกัด (CHL)
ดำเนินธุรกิจด้าน สินเชื่อเช่าซื้อ เดิมเน้นรถยนต์มือสอง ปัจจุบันยุติการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มเติม และเน้นบริหารจัดการลูกหนี้เดิม ขณะเดียวกันเริ่มให้บริการ สินเชื่อเช่าซื้อโดรนเพื่อการเกษตร เพื่อสนับสนุนเกษตรกร

บริษัท ซัคเซส สปิริต จำกัด (SPT)
ทำธุรกิจ ให้บริการคำปรึกษาและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจเครือข่าย เช่น การบริหารจัดการ การตลาด บัญชี การวางแผนภาษี และระบบ IT รวมถึง รับจัดงานสัมมนาและพัฒนาทักษะนักธุรกิจ MLM ทั้งในกลุ่มบริษัทและตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศ

SCM Spirit (Myanmar) Co., Ltd. (SPM)
เป็นบริษัทย่อยในประเทศเมียนมา ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับ การสนับสนุนธุรกิจเครือข่ายและการให้บริการแก่ตัวแทนจำหน่ายในเมียนมา รวมถึงงานด้านการบริหาร การตลาด และการจัดสัมมนา

บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด (SMI)
เป็นบริษัทที่ทำหน้าที่ด้าน พัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงานผลิตสินค้า/ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้กับกลุ่ม SCM ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการผลิต ลดการพึ่งพาผู้รับจ้างผลิตภายนอก และมีโอกาสสร้างประโยชน์จาก Economy of Scale



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SCM
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
SCM ดำเนินธุรกิจหลักด้านการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านระบบ Multi-level Marketing (MLM) รวมถึงธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงานผลิต บริการให้คำปรึกษา/สัมมนา ลิสซิ่ง และ E-commerce
🔴 1. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจ MLM
รายได้หลักมีความเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพของเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย หากจำนวนสมาชิกหรือผู้ทำธุรกิจลดลง หรือสมาชิกทำยอดขายได้น้อยลง อาจกระทบยอดขายโดยตรง
ประเด็นที่ต้องจับตา: จำนวนสมาชิกที่ Active, ยอดขายต่อสมาชิก และความสามารถในการสร้างสมาชิกใหม่
🔴 2. การแข่งขันสูงในตลาดอาหารเสริมและสินค้าเพื่อสุขภาพ
SCM ต้องแข่งขันกับทั้งแบรนด์อาหารเสริม บริษัทขายตรง และผู้ประกอบการ E-commerce ซึ่งมีทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ การแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น และการตลาดผ่าน Social Media อาจกดดันอัตรากำไร
🔴 3. ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรง
ธุรกิจ MLM มีความอ่อนไหวต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค หากเกิดประเด็นเกี่ยวกับการขายตรง การโฆษณา การกล่าวอ้างสรรพคุณสินค้า หรือพฤติกรรมของสมาชิกในเครือข่าย อาจส่งผลต่อชื่อเสียงของบริษัทได้
🔴 4. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
ธุรกิจของ SCM เกี่ยวข้องกับ อาหารเสริม สินค้าอุปโภคบริโภค การขายตรง และ E-commerce จึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดหลายด้าน หากกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น หรือบริษัท/เครือข่ายไม่สามารถปฏิบัติตามได้ อาจเกิดต้นทุนเพิ่มเติมหรือกระทบการจำหน่ายสินค้า
บริษัทมีการเปิดเผยนโยบายบริหารความเสี่ยง รวมถึงนโยบายเกี่ยวกับตัวแทนจำหน่ายและการกำกับดูแลบริษัทย่อยบนเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์
🔴 5. ความเสี่ยงจากยอดขายที่หดตัว
จุดที่น่ากังวลคือผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมาแสดงการลดลงของรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 รายได้อยู่ที่ 512.89 ล้านบาท ลดจาก 688.34 ล้านบาทในปี 2567 และ 983.02 ล้านบาทในปี 2566 ขณะที่ปี 2568 มี ขาดทุนสุทธิ 142.88 ล้านบาท
ดังนั้น ความเสี่ยงสำคัญไม่ใช่เพียง “ยอดขายโตช้า” แต่คือ การฟื้นตัวของยอดขายและความสามารถในการกลับมาทำกำไร
🔴 6. ความเสี่ยงด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย
ปี 2568 บริษัทมีค่าใช้จ่ายประมาณ 661.73 ล้านบาท สูงกว่ารายได้ 512.89 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันต่อโครงสร้างกำไรอย่างชัดเจน
หากรายได้ยังไม่กลับมา แต่ค่าใช้จ่ายในการขาย การตลาด ค่าตอบแทนเครือข่าย และค่าใช้จ่ายดำเนินงานยังอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ผลขาดทุนต่อเนื่อง
🔴 7. ความเสี่ยงจากธุรกิจใหม่และการกระจายธุรกิจ
SCM มีทั้งโรงงานผลิต ลิสซิ่ง และ E-commerce นอกเหนือจากธุรกิจเครือข่าย การขยายไปหลายธุรกิจช่วยกระจายแหล่งรายได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งอาจเพิ่มความซับซ้อนในการบริหารและใช้เงินทุน หากธุรกิจใหม่ยังสร้างผลตอบแทนได้ไม่เพียงพอ อาจกลายเป็นภาระต่อบริษัท
🔴 8. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและฐานะการเงิน
แม้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีหนี้สินประมาณ 98.92 ล้านบาท ซึ่งลดลงจาก 126.80 ล้านบาทในปี 2567 แต่ส่วนผู้ถือหุ้นลดลงเหลือประมาณ 407.17 ล้านบาท จาก 550.16 ล้านบาท ซึ่งสัมพันธ์กับผลขาดทุนที่เกิดขึ้น
จึงควรติดตาม กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เงินสดคงเหลือ และความสามารถในการลดค่าใช้จ่าย ควบคู่กับตัวเลขกำไรขาดทุน
🔴 9. ความเสี่ยงจากช่องทาง E-commerce
การขายออนไลน์เปิดโอกาสให้ SCM เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น แต่ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาและค่าโฆษณาดิจิทัล รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และการแข่งขันจาก Marketplace/Social Commerce
⚠️ สรุปแบบนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักของ SCM ตอนนี้อยู่ที่ “การฟื้นตัวของยอดขาย + การกลับมาทำกำไร”
จากข้อมูลปี 2568 รายได้ลดลงเหลือ 512.89 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 142.88 ล้านบาท ขณะที่ SET ระบุว่า SCM มีธุรกิจหลักถึง 5 กลุ่ม ได้แก่ MLM, บริการให้คำปรึกษา/สัมมนา, พัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงาน, ลิสซิ่ง และ E-commerce
ดังนั้น หากจะวิเคราะห์ SCM ในเชิงหุ้น ควรจับตา 4 สัญญาณสำคัญ:
ยอดขายกลับมาหรือไม่ → จำนวนเครือข่าย Active ฟื้นหรือไม่ → ค่าใช้จ่ายลดลงหรือไม่ → บริษัทกลับมากำไรได้หรือไม่
หาก 4 ตัวนี้ยังไม่ฟื้นพร้อมกัน ความเสี่ยงของหุ้น SCM จะยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง
มุมมอง: SCM เป็นหุ้นที่ควรเน้นติดตาม “การ Turnaround” มากกว่าดูเพียงราคาหุ้น เพราะแม้ฐานะหนี้สินจะลดลง แต่ผลประกอบการปี 2568 ยังสะท้อนแรงกดดันอย่างมากต่อธุรกิจ


ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 2568



**** อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูล ****








วิเคราะห์หุ้น SCM — บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านระบบเครือข่าย MLM โดยมีธุรกิจหลักครอบคลุมอาหารเสริมและสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเครือข่าย การพัฒนาผลิตภัณฑ์/โรงงานผลิต ลิสซิ่ง และอีคอมเมิร์ซ
🔎 ภาพรวมล่าสุด
ข้อมูล SET ณ 14 สิงหาคม 2569 ระบุว่า SCM ปิดที่ประมาณ 0.12 บาท ระหว่างวันทำจุดสูงสุด 0.13 บาท ต่ำสุด 0.11 บาท และมีปริมาณซื้อขายประมาณ 1.02 ล้านหุ้น
จุดที่ต้องจับตาคือ ราคาหุ้นอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ โดย SET แสดงกรอบ 52 สัปดาห์ที่ประมาณ 0.10–0.34 บาท
💰 วิเคราะห์พื้นฐาน — จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ตัวเลขทางการเงินสะท้อนภาพว่า SCM อยู่ในช่วง ปรับโครงสร้างและฟื้นฟูผลประกอบการ อย่างชัดเจน


ประเด็นสำคัญ: รายได้ลดลงต่อเนื่องจาก 1,123.69 ล้านบาทในปี 2565 เหลือ 490.31 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิพลิกจากกำไร 167.40 ล้านบาท เป็นขาดทุน 142.88 ล้านบาท และไตรมาส 1/2569 ยังขาดทุนสุทธิ 18.30 ล้านบาท

สำหรับไตรมาส 1/2569 บริษัทระบุว่ารายได้จากการขายสินค้าผ่านนักธุรกิจในประเทศลดลง 17.1% YoY โดยมีปัจจัยสำคัญจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังไม่แข็งแรง
⚠️ ดังนั้น SCM ยังไม่ใช่หุ้นที่มองจาก P/E ได้ง่าย
SET แสดงข้อมูลล่าสุดที่ P/E ไม่มีค่า ขณะที่ P/BV อยู่ประมาณ 0.25 เท่า และ Market Cap ราว 106 ล้านบาท
การที่ P/BV ต่ำมากอาจดูเหมือน “ถูก” แต่ ไม่ได้แปลว่าหุ้นถูกโดยอัตโนมัติ เพราะบริษัทกำลังเผชิญปัญหาการทำกำไรและการหดตัวของรายได้
🚀 จุดแข็ง / โอกาสของ SCM

  1. มีโมเดลธุรกิจหลายช่องทาง
    SCM ไม่ได้พึ่งเฉพาะการขายสินค้า แต่มีทั้ง MLM + การพัฒนาผลิตภัณฑ์ + โรงงานผลิต + Leasing + E-commerce ทำให้มีโอกาสสร้างรายได้จากหลายธุรกิจ
  2. ฐานะหนี้ไม่ได้อยู่ในระดับสูง
    ณ 3M/2569 บริษัทมีสินทรัพย์ประมาณ 606.70 ล้านบาท และหนี้สินรวมประมาณ 96.96 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 432.43 ล้านบาท
    จึงมีจุดแข็งด้าน ภาระหนี้รวมที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์
  3. มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารเพื่อเข้าสู่ยุคใหม่
    ล่าสุด SCM แต่งตั้ง ดร.สุชาติ ธนฐิติพันธ์ เป็น CEO คนใหม่ โดยบริษัทระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนสืบทอดตำแหน่งและการยกระดับองค์กรสู่ยุคดิจิทัล
    ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะโจทย์ใหญ่ของ SCM คือ การหยุดการหดตัวของรายได้และกลับมาสร้างกำไร

🔥 ปัจจัยที่จะทำให้ SCM กลับมาน่าสนใจ
ผมมองว่าต้องติดตาม 4 เรื่องนี้เป็นหลัก
① รายได้ต้องหยุดลงก่อน
จากเดิมที่รายได้ลดลงต่อเนื่อง ตลาดต้องเห็นสัญญาณว่า Revenue กลับมาเติบโต
② ต้องกลับมากำไร
นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุด เพราะปัจจุบันยังขาดทุน
③ ยอดขายผ่านนักธุรกิจต้องฟื้น
ธุรกิจหลักของ SCM ผูกกับเครือข่ายนักธุรกิจ ดังนั้นจำนวนสมาชิกที่ Active และยอดขายต่อสมาชิกมีความสำคัญมาก
④ ธุรกิจใหม่ต้องสร้างผลตอบแทนจริง
โดยเฉพาะ E-commerce และธุรกิจอื่น ๆ หากสามารถสร้างรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นได้ จะช่วยลดการพึ่งพารูปแบบ MLM เดิม
📉 ความเสี่ยงของ SCM
ความเสี่ยงอันดับ 1 — รายได้หดตัวต่อเนื่อง
นี่เป็นสัญญาณที่ต้องระวังมากที่สุด เพราะรายได้ลดจากระดับกว่า 1,100 ล้านบาทในปี 2565 เหลือไม่ถึง 500 ล้านบาทในปี 2568
ความเสี่ยงอันดับ 2 — ขาดทุน
ปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 142.88 ล้านบาท และ 3M/2569 ยังขาดทุน 18.30 ล้านบาท
ความเสี่ยงอันดับ 3 — กำลังซื้อผู้บริโภค
บริษัทระบุเองว่าภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศเป็นปัจจัยกดดันยอดขายในไตรมาส 1/2569
ความเสี่ยงอันดับ 4 — ราคาหุ้นต่ำและสภาพคล่อง
ราคาหุ้นอยู่เพียงประมาณ 0.12 บาท และมูลค่าการซื้อขายในวันที่ 14 ส.ค. 2569 อยู่ประมาณ 121.84 พันบาท ทำให้การเข้าออกสถานะขนาดใหญ่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
📊 มุมมองเชิงเทคนิค
จากราคาปัจจุบัน 0.12 บาท ผมมอง SCM เป็นลักษณะ หุ้น Turnaround / Speculative มากกว่าหุ้น Growth ปกติ
โซนที่ควรจับตา:
0.10–0.11 บาท → ฐานสำคัญ / จุดที่ต้องไม่หลุดง่าย
0.12–0.13 บาท → แนวต้านแรกและโซนสะสมแรงซื้อ
0.14–0.15 บาท → หากผ่านได้พร้อม Volume จะเริ่มเห็น Momentum เชิงบวก
0.20 บาทขึ้นไป → ต้องมีแรงซื้อและปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนอย่างชัดเจน
หัวใจสำคัญคือ Volume หากราคาดีดขึ้นแต่ปริมาณซื้อขายไม่เพิ่ม การฟื้นตัวอาจเป็นเพียง Technical Rebound
🎯 สรุปมุมมอง SCM
SCM ตอนนี้ยังไม่ใช่หุ้นที่เด่นจากพื้นฐานกำไร เพราะรายได้ลดลงต่อเนื่องและบริษัทอยู่ในภาวะขาดทุน
แต่สิ่งที่ทำให้หุ้นนี้ยังมี “Story” คือ ราคาหุ้นต่ำมาก + มูลค่าทางบัญชีสูงกว่าราคาตลาดมาก + หนี้สินไม่สูง + การปรับโครงสร้างธุรกิจและผู้บริหารใหม่
ดังนั้นโจทย์สำคัญไม่ใช่ “SCM ถูกหรือแพง?” แต่คือ
“SCM จะสามารถหยุดเลือด หยุดขาดทุน และกลับมาเติบโตได้หรือไม่?”
ถ้ารายได้เริ่มฟื้น + กลับมามีกำไร + Volume เข้าหุ้นพร้อมกัน จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากสำหรับหุ้น Turnaround
แต่ถ้ารายได้ยังลดและขาดทุนต่อเนื่อง ราคาที่ต่ำก็ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงต่ำ
มุมมอง: 🔴 พื้นฐานปัจจุบัน = ระมัดระวัง
โอกาส Turnaround = มี แต่ต้องรอหลักฐาน
เชิงเทคนิค = เก็งกำไรได้เฉพาะเมื่อมีสัญญาณกลับตัวและ Volume สนับสนุน
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์


Disclaimer

ใส่ความเห็น