ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น ASIAN บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น ASIAN บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น ASIAN บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ASIAN อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น ASIAN
บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN ดำเนินธุรกิจอาหาร โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทูน่าและอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก และอาหารสัตว์น้ำ ซึ่งต้องอาศัยโรงงาน เครื่องจักร ระบบผลิต และคลังสินค้าเป็นทรัพย์สินสำคัญในการสร้างรายได้

🏭 ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ จากข้อมูล 56-1 One Report ทรัพย์สินถาวรที่สำคัญของ ASIAN ประกอบด้วย

ประเภททรัพย์สินรายละเอียด
ที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดินใช้เป็นพื้นที่สำหรับโรงงานและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับการผลิต
อาคารและส่วนปรับปรุงอาคารอาคารโรงงาน อาคารผลิต อาคารสนับสนุน และสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้อง
เครื่องจักรและอุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตอาหารทะเล อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทูน่า และอาหารสัตว์น้ำ
เครื่องตกแต่งและอุปกรณ์สำนักงานใช้สำหรับงานบริหาร งานสำนักงาน และสนับสนุนการดำเนินงาน
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ

สำหรับข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2567 ASIAN มีทรัพย์สินถาวรสุทธิประมาณ 3,395.86 ล้านบาท โดยในปีดังกล่าวมีการลงทุนในทรัพย์สินถาวรเพิ่มประมาณ 366.72 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการขยายกำลังการผลิต การปรับปรุงอาคาร และการติดตั้งเครื่องจักรใหม่

⚙️ เครื่องจักร = หัวใจของธุรกิจ
ทรัพย์สินที่มีความสำคัญอย่างมากต่อ ASIAN คือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต เพราะบริษัทมีธุรกิจที่ต้องใช้กระบวนการผลิตและแปรรูปอาหารหลายประเภท
ข้อมูลปี 2567 ระบุว่าเครื่องจักรและอุปกรณ์มีมูลค่าตามบัญชี/ราคาประเมินประมาณ 1,305.65 ล้านบาท ขณะที่อาคารและส่วนปรับปรุงอาคารอยู่ที่ประมาณ 743.82 ล้านบาท และที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดินประมาณ 1,137.76 ล้านบาท
🐟 ทรัพย์สินรองรับ 4 ธุรกิจหลัก
ปัจจุบันบริษัทมีโครงสร้างธุรกิจหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่
🐶 อาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) — อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกและแบบเม็ด
🐟 อาหารทะเลแช่แข็ง (Frozen Seafood)
🥫 อาหารพร้อมทาน/อาหารบรรจุภาชนะปิดผนึก (Shelf-stable Food)
🐠 อาหารสัตว์น้ำ (Aqua-Food)
โดยข้อมูลไตรมาส 1/2569 ระบุว่าอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นธุรกิจที่มีสัดส่วนรายได้สูงสุด 57% รองลงมาคืออาหารทะเลแช่แข็ง 27% อาหารพร้อมทาน 9% และอาหารสัตว์น้ำ 8%
💡 มุมมองสำหรับนักลงทุน
จุดเด่นของทรัพย์สิน ASIAN คือมีฐานสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการผลิตและการส่งออกอาหาร ทำให้บริษัทสามารถควบคุมกระบวนการผลิตและเพิ่มกำลังการผลิตผ่านการลงทุนในเครื่องจักรและโรงงานได้
อย่างไรก็ตาม การมีทรัพย์สินประเภทโรงงานและเครื่องจักรจำนวนมากหมายถึง ค่าเสื่อมราคา การซ่อมบำรุง และเงินลงทุน (CAPEX) เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะหากกำลังการผลิตถูกใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาจกดดันอัตรากำไรได้
สรุปสั้น ๆ: ASIAN มีทรัพย์สินแกนหลักคือ “ที่ดิน + อาคารโรงงาน + เครื่องจักรผลิตอาหาร + ระบบสนับสนุนการผลิตและ IT” โดยเครื่องจักรและโรงงานถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้จากธุรกิจอาหารทั้ง 4 กลุ่ม


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น ASIAN
บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN มีโครงสร้างธุรกิจที่กระจายตั้งแต่อาหารทะเล อาหารพร้อมทาน อาหารสัตว์น้ำ ไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยง โดยบริษัทใช้บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าเพื่อขยายตลาดทั้งในไทย จีน และยุโรป

โครงสร้างกลุ่มบริษัทหลัก

บริษัทสัดส่วนถือหุ้นธุรกิจหลัก
บริษัท เอเชี่ยน ฟู้ด จำกัด (AFOOD)100%ธุรกิจอาหาร
บริษัท เอเชี่ยน นิวทริชั่น จำกัด (AN)100%ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ
บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (AAI)70%อาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารพร้อมทาน
Asian Group SCS Europe GmbH (AGE)60%การตลาด/จำหน่ายและหาลูกค้าในยุโรป
บริษัท อินเตอร์ เพ็ททริน่า จำกัด (IPN)40%การตลาดและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง
บริษัท เอเชี่ยน เพ็ทส์ แคร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (APCC)100%*การตลาดและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง
Thaiya Corporation (Shanghai) Co., Ltd.100% ของ APCCการตลาดและจัดจำหน่ายในจีน
Shangdong Thaiya Meisi Pet Food Co., Ltd.51% ทางอ้อม*ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเม็ดในจีน

โครงสร้างดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลโครงสร้างธุรกิจของ ASIAN โดยตรง ซึ่งระบุว่า ASIAN ถือ AAI 70%, AGE 60%, IPN 40%, APCC 100% และมีการลงทุนต่อเนื่องผ่าน APCC ใน THAIYA และ MEISI

บริษัทสำคัญที่ควรจับตา

  1. AAI – Asian Alliance International
    เป็นบริษัทแกนหลักด้าน อาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารพร้อมทาน ของกลุ่ม โดย ASIAN ถือหุ้น 70% และ AAI มีโครงสร้างธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ APCC, THAIYA, AGE, IPN และ MEISI
  2. APCC – Asian Pets Care Corporation
    ทำตลาดและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ของกลุ่ม รวมถึงเป็นบริษัทที่ใช้ลงทุนต่อในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงต่างประเทศ
  3. Thaiya Corporation (Shanghai)
    บริษัทย่อยในจีนของ APCC ถือหุ้น 100% ทำหน้าที่ด้านการตลาดและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็งของกลุ่ม และรองรับการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องในจีน
  4. Shangdong Thaiya Meisi Pet Food
    กิจการร่วมค้าในจีน โดย APCC ถือ 41% และ THAIYA ถือ 10% รวมเป็นสัดส่วน 51% ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเม็ดในลักษณะ OEM สำหรับตลาดจีน

มองภาพรวมง่าย ๆ
ASIAN → AAI → ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง → APCC → THAIYA → MEISI
ขณะเดียวกัน ASIAN ยังมีธุรกิจหลักด้าน อาหารทะเลแช่แข็ง, ทูน่าและอาหารพร้อมทาน, อาหารสัตว์น้ำ และอาหารสัตว์เลี้ยง ทำให้โครงสร้างกลุ่มมีการกระจายตัวทั้งตามประเภทสินค้าและตลาดต่างประเทศ
จุดสำคัญสำหรับนักลงทุน: AAI ถือเป็นบริษัทลูกที่มีน้ำหนักเชิงกลยุทธ์สูง เพราะ ASIAN ถือหุ้น 70% และ AAI เป็นฐานสำคัญของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่กลุ่ม ASIAN ให้ความสำคัญในการขยายตลาดต่างประเทศ



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


⚠️ ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น ASIAN
บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ASIAN เป็นผู้ผลิตและแปรรูปอาหาร โดยมีธุรกิจสำคัญเกี่ยวข้องกับ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลแช่แข็ง และอาหารสัตว์น้ำ รวมถึงการผลิตเพื่อส่งออก ทำให้ผลประกอบการมีความเชื่อมโยงกับทั้งเศรษฐกิจโลก ต้นทุนวัตถุดิบ และตลาดต่างประเทศ

  1. 🌎 ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก
    ตลาดสำคัญของธุรกิจมีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และยุโรป หากเศรษฐกิจชะลอตัว เงินเฟ้อสูง หรืออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจกระทบกำลังซื้อและคำสั่งซื้อสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเล
  2. 🐟 ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
    ธุรกิจอาหารทะเลและอาหารสัตว์ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจำนวนมาก ราคาวัตถุดิบอาจเปลี่ยนแปลงตาม ปริมาณผลผลิต สภาพอากาศ ต้นทุนพลังงาน และภาวะตลาดโลก หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย อาจกดดันอัตรากำไร
  3. ⚡ ต้นทุนพลังงานและการผลิต
    บริษัทระบุในข้อมูลล่าสุดว่าต้องเผชิญกับต้นทุน พลังงานและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะโรงงานแปรรูปอาหารมีต้นทุนด้านพลังงาน การแช่เยือกแข็ง ห้องเย็น และการขนส่งค่อนข้างสูง
  4. 💱 ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
    การมีธุรกิจส่งออกทำให้รายได้และต้นทุนบางส่วนอยู่ในสกุลเงินต่างประเทศ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอาจกระทบรายได้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท ขณะที่ความผันผวนของค่าเงินอาจทำให้การบริหาร Margin ทำได้ยากขึ้น
  5. 🚢 ความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์และภูมิรัฐศาสตร์
    ความขัดแย้งระหว่างประเทศและปัญหาเส้นทางขนส่งสามารถทำให้ ค่าระวางเรือ ระยะเวลาขนส่ง และต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มขึ้น โดยบริษัทระบุว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในความท้าทายของธุรกิจในปี 2569
  6. 🛒 ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภค
    แม้สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงจะเป็นสินค้าจำเป็นในระดับหนึ่ง แต่ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนไปใช้ แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกกว่า ได้ หากเศรษฐกิจไม่ดี ส่งผลต่อการแข่งขันด้านราคาและ Margin
  7. 🏭 ความเสี่ยงจากกำลังการผลิตและการบริหารสินค้าคงคลัง
    ธุรกิจอาหารต้องบริหารวัตถุดิบและสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากคำสั่งซื้อชะลอตัว ขณะที่บริษัทมีสินค้าคงคลังสูง อาจเพิ่มภาระเงินทุนหมุนเวียนและความเสี่ยงจากสินค้าเสื่อมคุณภาพ
  8. 🧪 ความเสี่ยงด้านคุณภาพและมาตรฐานอาหาร
    การผลิตอาหารส่งออกต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้าน ความปลอดภัยอาหาร สุขอนามัย และข้อกำหนดของประเทศปลายทาง หากเกิดปัญหาคุณภาพสินค้า การเรียกคืนสินค้า หรือไม่ผ่านมาตรฐาน อาจกระทบทั้งต้นทุน ชื่อเสียง และความสัมพันธ์กับลูกค้า
  9. 🏷️ ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
    ตลาดอาหารทะเลและอาหารสัตว์เลี้ยงมีการแข่งขันสูง ทั้งผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ การแข่งขันด้านราคา คุณภาพ และนวัตกรรมอาจทำให้บริษัทต้องลงทุนเพิ่มเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
  10. 📉 ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของตลาดส่งออก
    การพึ่งพาตลาดต่างประเทศทำให้ผลประกอบการอ่อนไหวต่อ เศรษฐกิจ นโยบายการค้า ภาษีนำเข้า กฎระเบียบ และพฤติกรรมผู้บริโภค ของประเทศคู่ค้า หากตลาดหลักชะลอตัวพร้อมกัน อาจส่งผลต่อยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ

🔎 มุมมองสำหรับนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักของ ASIAN ที่ควรจับตาเป็นพิเศษ
ราคาวัตถุดิบ + ค่าเงิน + ต้นทุนพลังงาน + ค่าขนส่ง + เศรษฐกิจตลาดส่งออก + การแข่งขัน
จุดที่น่าสนใจคือบริษัทมีการปรับตัวด้วยการเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบคลังสินค้า และมองหาแหล่งวัตถุดิบในประเทศมากขึ้น เพื่อรับมือกับต้นทุนและความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน
สำหรับการติดตาม ASIAN แบบนักลงทุน จึงควรดูควบคู่กันทั้ง ยอดขายส่งออก, Gross Margin, ราคาวัตถุดิบ, ค่าเงินบาท, ต้นทุนพลังงาน, สต็อกสินค้า และกำไรสุทธิรายไตรมาส โดยงบไตรมาส 2/2569 ได้ยื่นต่อ ก.ล.ต. แล้ว ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569


ข้อมูล ณ วันที่ 27 ส.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น ASIAN
บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN เป็นผู้ประกอบธุรกิจอาหารที่มีฐานสำคัญทั้งอาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลแช่เยือกแข็ง ทูน่าและอาหารพร้อมทาน รวมถึงอาหารสัตว์น้ำ โดยมีตลาดส่งออกหลักในสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง
🔹 1. เร่งขยายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง
ธุรกิจ Pet Food เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของ ASIAN บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า โดยในปี 2567 พัฒนาสินค้าใหม่ให้ลูกค้ารวม 320 รายการ แบ่งเป็นอาหารแมว 258 รายการ และอาหารสุนัข 62 รายการ
นอกจากนี้ บริษัทเพิ่มกำลังผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกจาก 56,000 ตัน/ปี เป็น 59,000 ตัน/ปี เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด
🔹 2. เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งด้านอาหารสัตว์เลี้ยง
ในช่วงปี 2568 บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักใน สหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวโน้มอุปสงค์อาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกที่ยังเติบโต
ขณะเดียวกัน สินค้ากลุ่มราคาย่อมเยา เช่น “โปร” ได้รับการตอบรับดี และช่วยขยายฐานลูกค้าในประเทศ
🔹 3. ยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ
ASIAN ปรับกลยุทธ์ธุรกิจ Aqua-Food โดยตั้งแต่ไตรมาส 3/2567 หยุดผลิตและลดการขายอาหารปลา และหันมาเน้นอาหารกุ้ง พร้อมพัฒนาสูตรอาหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงและอัตราการแลกเนื้อ
ในปี 2568 บริษัทมีการคัดเลือกกลุ่มลูกค้าเพื่อยกระดับคุณภาพพอร์ต ส่งผลให้ยอดขายลดลง แต่เป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อมุ่งเน้นลูกค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น
🔹 4. ปรับปรุงธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง
บริษัทขยายผลิตภัณฑ์กลุ่มของทอดที่ไม่ได้ใช้วัตถุดิบจากอาหารทะเล พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารสินค้าคงคลัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ตลาดญี่ปุ่น สหรัฐฯ และออสเตรเลียมีสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มกุ้งและปลาทะเล ขณะที่ตลาดยุโรปยังเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ชะลอตัว
🔹 5. ลงทุนระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ
ASIAN เดินหน้าโครงการ คลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและบริหารสินค้าคงคลัง โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานในช่วงต้นปี 2569
ล่าสุดในปี 2569 บริษัทระบุว่าการลงทุนและพัฒนาระบบคลังสินค้ามุ่งเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสต๊อก โดยเฉพาะในช่วงที่คู่ค้าชะลอการรับมอบสินค้า
🔹 6. ปรับตัวรับความเสี่ยงจากตลาดโลก
ปี 2569 บริษัทให้ความสำคัญกับการรับมือความผันผวนของ สงครามและภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และการขนส่ง พร้อมมองหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกในประเทศและกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจ
🔹 7. ขยายฐานธุรกิจนอกเหนือจากอาหาร
ASIAN เริ่มต่อยอดไปยังธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ปี 2566 ผ่าน บริษัท เอเชี่ยน เวลเนส เรสซิเดนส์ จำกัด ซึ่งได้เริ่มลงทุนในกิจการร่วมค้า 4 แห่งกับบริษัทในเครือ
📌 สรุปภาพรวมพัฒนาการ ASIAN
จุดที่น่าจับตา
🚀 เพิ่มกำลังผลิต Pet Food
🐱🐶 พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก
🌎 ขยายคำสั่งซื้อในสหรัฐฯ และยุโรป
🦐 ปรับโฟกัส Aqua-Food ไปยังอาหารกุ้ง
🧊 เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง
🤖 ลงทุน คลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2
🌐 ปรับ Supply Chain รับมือความผันผวนของตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนว่าการเติบโตยังไม่สม่ำเสมอ โดยปี 2568 ASIAN มีรายได้ 10,948 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 682 ล้านบาท ลดลงจากกำไร 848 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่ไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 125.55 ล้านบาท เทียบกับ 203.02 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
มุมมองนักลงทุน: พัฒนาการที่น่าสนใจที่สุดของ ASIAN คือการขยับน้ำหนักไปยัง Pet Food + การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต + ระบบคลังสินค้า ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะถัดไป แต่ยังต้องติดตามคำสั่งซื้อส่งออก ค่าเงินบาท ต้นทุนวัตถุดิบ และภาวะตลาดอาหารทะเลอย่างใกล้ชิด


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด946.45852.74153.32422.84380.99
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ1,377.231,660.781,585.761,574.691,307.67
สินค้าคงเหลือ2,535.032,293.802,560.262,435.292,736.36
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน4,978.545,216.994,738.754,915.844,881.23
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ3,390.503,395.863,613.953,529.853,666.55
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน4,040.463,994.754,159.794,124.314,216.12
รวมสินทรัพย์9,019.009,211.748,898.549,040.149,097.35
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม7.16
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ644.36772.55746.26767.28860.85
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี193.57
รวมหนี้สินหมุนเวียน919.01896.80839.62863.65956.85
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน389.48286.78286.18285.54288.64
รวมหนี้สิน1,308.501,183.571,125.801,149.191,245.49
ทุนจดทะเบียน814.09814.09814.09814.09814.09
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า814.09814.09814.09814.09814.09
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น552.81552.81552.81552.81552.81
กำไร(ขาดทุน)สะสม2,560.792,806.872,686.322,716.392,753.34
หุ้นทุนรับซื้อคืน55.6210.7655.62
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น2,319.982,319.912,319.902,320.102,320.38
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน1,826.121,826.121,826.121,826.121,826.12
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่6,247.676,493.686,317.516,392.626,385.00
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย1,462.821,534.481,455.231,498.331,466.86

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ9,580.8810,779.6110,766.715,267.034,761.02
รายได้อื่น80.38115.21156.0886.62113.11
รวมรายได้9,683.1610,927.1310,948.385,365.704,894.71
ต้นทุน8,378.268,881.909,281.814,483.844,172.93
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร694.15726.82655.76322.23323.43
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย9,072.419,640.389,937.574,806.074,496.36
EBITDA857.441,654.221,429.38757.38611.43
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย339.82369.35421.91201.57214.37
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้517.621,284.861,007.47555.81397.07
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่302.51848.40681.83365.34267.82
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.371.040.840.450.33


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน981.031,701.341,049.71573.63774.79
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-780.04-654.61-564.21-349.60-254.64
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-1,128.83-1,140.68-1,184.52-653.69-292.99
เงินสดสุทธิ-927.84-93.95-699.02-429.66227.16

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)7.106.636.627.12
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)51.4355.0355.1551.27
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)3.683.823.703.47
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)99.2295.4498.64105.21
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)12.5412.2212.3211.02
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)29.1129.8629.6233.12
วงจรเงินสด (วัน)121.54120.61124.17123.35

ระดับมุมมอง
7.20–7.25🟢 แนวรับสำคัญ
7.00–7.10🟡 แนวรับถัดไป
6.75🔴 แนวรับใหญ่ / Low 52 สัปดาห์
7.40–7.45⚡ แนวต้านแรก
7.55–7.70🔥 แนวต้านสำคัญ
8.00–8.25🚀 แนวต้านใหญ่ / High 52 สัปดาห์

🚀 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
เกมจะเริ่มเปลี่ยนทันที หาก ASIAN เบรก 7.45 บาทได้พร้อมวอลุ่ม
เพราะจะเป็นสัญญาณว่าราคากำลังกลับขึ้นไปทดสอบโซน 7.55–7.70 บาท อีกครั้ง และถ้าผ่าน 7.70 ได้แบบมีวอลุ่มสนับสนุน มีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ 8.00 บาท และ High เดิม 8.25 บาท
ในทางกลับกัน…
หลุด 7.20 บาท = สัญญาณต้องระวัง ⚠️
โดยเฉพาะถ้าหลุดพร้อมปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้น เพราะจะทำให้ภาพการพักฐานมีโอกาสเปลี่ยนเป็นขาลงระยะสั้น และมีโอกาสถอยไปหา 7.00–7.10 บาท ก่อน
💥 วอลุ่มคือคำตอบ
สิ่งที่น่าสนใจคือช่วงที่ราคาดีดขึ้นในต้นเดือน ส.ค. เคยมีวอลุ่มระดับหลายแสนถึงกว่า 1 ล้านหุ้น แต่ช่วงการปรับลงล่าสุด วอลุ่มบางวันลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น 21 ส.ค. มีประมาณ 334,000 หุ้น
ดังนั้นยังไม่ควรตีความการพักฐานว่าเป็น “ขาลงเต็มตัว” จนกว่าจะเห็นแรงขายพร้อมวอลุ่มเข้ามายืนยัน
สูตรจับสัญญาณ:
📈 เบรก 7.45 + วอลุ่มเพิ่ม = เริ่มมี Momentum
🚀 ผ่าน 7.70 + วอลุ่มหนาแน่น = Breakout น่าสนใจ
⚠️ หลุด 7.20 + วอลุ่มพุ่ง = ระวัง Breakdown
🎯 มุมมองแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
ASIAN กำลังยืนอยู่บน “จุดวัดใจ”
ตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา เพราะกราฟยังอยู่ใต้แนวต้านสำคัญ แต่ถ้าสามารถสร้างฐานเหนือ 7.20–7.25 บาท และดีดกลับผ่าน 7.45 บาท ได้ เกมจะเริ่มเปลี่ยนจาก “พักฐาน” เป็น “ลุ้นรีบาวด์”
เป้าหมายทางเทคนิค: 7.55 → 7.70 → 8.00 → 8.25 บาท
จุดเฝ้าระวัง: หลุด 7.20 บาท
แนวรับใหญ่: 7.00–7.10 / 6.75 บาท
🔥 ASIAN ยังไม่จบเกม! แต่รอบนี้ต้องวัดกันที่ “7.20 รับอยู่ไหม” และ “7.45 จะเบรกได้หรือเปล่า” — ถ้าวอลุ่มกลับมาเมื่อไร โมเมนตัมอาจกลับมาทันที


วิเคราะห์หุ้น ASIAN — บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ASIAN เป็นหุ้นกลุ่มอาหารที่มีจุดเด่นตรงการกระจายธุรกิจ โดยมีทั้ง อาหารสัตว์เลี้ยง, อาหารทะเลแช่แข็ง, ทูน่ากระป๋อง/อาหารพร้อมทาน และอาหารสัตว์น้ำ และมีฐานลูกค้าหลักในตลาดส่งออก เช่น สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
ธุรกิจของ ASIAN แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก
🐶 Pet Food — อาหารสัตว์เลี้ยง ทั้งแบบเปียกและแบบเม็ด เช่น Monchou และ Hajiko
🐟 Frozen Seafood — อาหารทะเลแช่แข็ง
🥫 Tuna & Shelf-stable Food — ทูน่ากระป๋องและอาหารพร้อมรับประทาน
🐠 Aquaculture Food — อาหารสัตว์น้ำ
จุดที่น่าสนใจคือ Pet Food เป็นธุรกิจสำคัญของบริษัท และมีโอกาสเติบโตตามตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว
📊 ผลประกอบการ: จุดที่ต้องจับตา
ปี 2568 ASIAN มีรายได้ประมาณ 10,948 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 681.83 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 848.40 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิลดจาก 10.52% เหลือ 8.25% และใน 1Q/2569 ภาพยังไม่ฟื้นเต็มที่:

รายการ1Q/25681Q/2569
รายได้2,749 ลบ.2,490 ลบ.
กำไรสุทธิ203 ลบ.126 ลบ.
Net Margin10.21%6.69%
Gross Margin15.93%10.69%

กำไรลดลงประมาณ 38% YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างชัดเจน นี่คือประเด็นสำคัญของ ASIAN ตอนนี้: ไม่ใช่แค่เรื่องยอดขาย แต่คือบริษัทต้องพิสูจน์ว่า สามารถฟื้น Margin กลับมาได้หรือไม่

🐶 พระเอกของ ASIAN: Pet Food
ใน 1Q/2569 ธุรกิจ Pet Food มีรายได้รวมประมาณ 1,360 ล้านบาท หรือ 57% ของยอดขายรวม ขณะที่ Frozen Seafood อยู่ที่ 644 ล้านบาท หรือ 27%, อาหารพร้อมทาน 216 ล้านบาท และอาหารสัตว์น้ำ 187 ล้านบาท
ดังนั้น ASIAN ในปัจจุบันจึงมีภาพที่เปลี่ยนจากการพึ่งพาอาหารทะเลแบบดั้งเดิม ไปสู่ Pet Food มากขึ้น
จุดนี้ถือเป็น Catalyst ระยะยาว เพราะหากธุรกิจ Pet Food สามารถขยายตลาดและรักษา Margin ได้ จะช่วยยกระดับคุณภาพกำไรของบริษัท
💰 ฐานะการเงิน: จุดแข็งชัดเจน
ASIAN มีโครงสร้างทางการเงินค่อนข้างแข็งแรง
D/E ประมาณ 0.15 เท่า
Current Ratio ประมาณ 5.35 เท่า
มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 817.5 ล้านบาท ณ 1Q/2569
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1Q/2569 ประมาณ 797 ล้านบาท
จึงถือว่า ไม่ได้เป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงจากหนี้สูง และมีฐานะสภาพคล่องค่อนข้างดี
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง

  1. Margin ลดลง
    นี่คือความเสี่ยงอันดับต้น ๆ เพราะ Gross Margin ลดจาก 17.6% ในปี 2567 เหลือ 13.79% ในปี 2568 และ 1Q/2569 ลงมาเหลือ 10.69%
    หากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายในการผลิตเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ กำไรอาจถูกกดดันต่อ
  2. พึ่งพาตลาดส่งออก
    ธุรกิจมีลูกค้าต่างประเทศจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงจาก
    ค่าเงินบาท + ภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศ + ภาษีนำเข้า + กฎระเบียบอาหาร + ต้นทุนขนส่ง
    โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ และยุโรป
  3. ราคาวัตถุดิบ
    ธุรกิจอาหารทะเลและ Pet Food ต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมาก ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนสามารถกระทบ Gross Margin ได้โดยตรง
  4. กำไรยังอยู่ในช่วงชะลอตัว
    กำไรปี 2568 ลดจาก 848 ล้านบาท เหลือ 682 ล้านบาท และ 1Q/2569 ยังลดลง YoY
    ดังนั้น ยังไม่ควรรีบตีความว่า ASIAN กลับเข้าสู่ขาขึ้นของกำไรแล้ว

📈 มุมมองการลงทุน
จุดแข็ง
✅ ธุรกิจอาหารมีความต้องการต่อเนื่อง
✅ Pet Food มีสัดส่วนรายได้สูงและเป็น Growth Engine
✅ ฐานะการเงินแข็งแรง
✅ D/E ต่ำ
✅ กระแสเงินสดจากธุรกิจดี
✅ มีตลาดส่งออกหลายประเทศ
✅ มีโอกาสได้ประโยชน์จากการเติบโตของตลาด Pet Food
จุดอ่อน
❌ กำไรปี 2568 ลดลง
❌ 1Q/2569 กำไรยังชะลอตัว
❌ Gross Margin ลดลงแรง
❌ มีความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบ
❌ มีความเสี่ยงด้านค่าเงินและตลาดส่งออก
🎯 มุมมองเชิงกลยุทธ์
ณ 25 ส.ค. 2569 ราคาหุ้น ASIAN อยู่บริเวณ 7.25 บาท โดย SET แสดงว่าราคาวันดังกล่าวเคลื่อนไหวแถว 7.20–7.25 บาท
สำหรับนักลงทุน ผมมอง ASIAN เป็นหุ้นประเภท “รอการพิสูจน์การฟื้นตัวของกำไร” มากกว่าหุ้น Growth ที่กำลังเร่งตัวเต็มที่
สิ่งที่ควรติดตามเป็นพิเศษในงบถัดไปคือ
ยอดขาย Pet Food → Gross Margin → กำไรสุทธิ → กระแสเงินสด
ถ้า ยอดขาย Pet Food โต + Margin ฟื้น + กำไรกลับมาโต YoY จะเป็นสัญญาณบวกที่มีน้ำหนักมากกว่าการดูรายได้เพียงอย่างเดียว
🔥 สรุปแบบนักลงทุน
ASIAN = หุ้นอาหารส่งออก + Pet Food ที่ฐานะการเงินแข็งแรง แต่โจทย์ใหญ่ตอนนี้คือ “กำไรและ Margin จะกลับมาได้แค่ไหน”
หาก Margin ฟื้นตัวได้ หุ้นมีโอกาสกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แต่หากยอดขายยังโตไม่มากและ Margin ถูกกดดันต่อ การ Re-rating ของหุ้นอาจเกิดได้ยาก
มุมมอง: ⭐⭐⭐½ / 5
จุดเด่น: Pet Food + งบดุลแข็งแรง + กระแสเงินสด
จุดเฝ้าระวัง: Margin และกำไรที่ชะลอตัว
Catalyst: การฟื้นตัวของ Pet Food และ Gross Margin
ความเสี่ยงหลัก: วัตถุดิบ / ค่าเงิน / การส่งออก / Margin


Disclaimer

ใส่ความเห็น