วิเคราะห์ หุ้น KSL บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) KSL อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 07 มี.ค. 2548 | 2,205.12 | อาหารและเครื่อง | KSL |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัท และบริษัทย่อยเเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย รวมทั้งผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง เช่น ไฟฟ้า เอทานอล และปุ๋ยอินทรีย์
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.30 | 0.20 | 0.21 | 0.23 | 0.07 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.51 | 0.49 | 0.65 | 0.66 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| – | 0.04 | บาท | 20 มี.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 พ.ย. 2566 – 31 ต.ค. 2567 | 0.05 | บาท | 21 มี.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 พ.ย. 2565 – 31 ต.ค. 2566 | 0.05 | บาท | 15 มี.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 พ.ย. 2564 – 31 ต.ค. 2565 | 0.07 | บาท | 17 มี.ค. 2566 | เงินปันผล |
| – | 0.03 | บาท | 07 ต.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 01 ธ.ค. 2564 | 0.03 | บาท | 18 มี.ค. 2565 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น KSL
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง โดยมีสินทรัพย์สำคัญที่รองรับทั้งธุรกิจน้ำตาล พลังงาน เอทานอล และปุ๋ยอินทรีย์
- โรงงานและเครื่องจักรผลิตน้ำตาล
ถือเป็นทรัพย์สินหลักของ KSL ประกอบด้วย โรงงานน้ำตาล ระบบหีบอ้อย เครื่องจักรสกัดและผลิตน้ำตาล ระบบทำให้น้ำตาลบริสุทธิ์ ระบบบรรจุ และคลังสินค้า ใช้ผลิตน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และน้ำเชื่อม
กลุ่มบริษัทมีธุรกิจโรงงานน้ำตาลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น บริษัท น้ำตาลท่ามะกา, โรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย, น้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี รวมถึงธุรกิจน้ำตาลใน สปป.ลาวและกัมพูชา - ระบบจัดเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์
มี คลังสินค้า ไซโล และพื้นที่จัดเก็บน้ำตาลและผลพลอยได้ เพื่อรองรับการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าก่อนจำหน่าย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มบริษัท
นอกจากนี้ KSL มีการลงทุนใน บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจคลังสินค้า การขนถ่ายสินค้า และท่าเทียบเรือ ช่วยสนับสนุนการขนส่งและส่งออกสินค้า - โรงไฟฟ้าชีวมวลและระบบพลังงาน
KSL ใช้ กากอ้อย (Bagasse) จากกระบวนการผลิตน้ำตาลเป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิต ไฟฟ้าและไอน้ำ ทำให้ผลพลอยได้จากโรงงานน้ำตาลสามารถนำกลับมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มได้
ในกลุ่มบริษัทมี บริษัท โรงไฟฟ้าน้ำตาลขอนแก่น จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า และ KSL ถือหุ้น 100% ตามข้อมูลโครงสร้างกลุ่มธุรกิจของบริษัท - โรงงานเอทานอล
อีกหนึ่งสินทรัพย์สำคัญคือ โรงงานและเครื่องจักรผลิตเอทานอล โดยใช้กากน้ำตาล (Molasses) และน้ำอ้อยเป็นวัตถุดิบ ช่วยต่อยอดจากธุรกิจน้ำตาลไปสู่ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ - โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์
KSL นำ กากหม้อกรอง (Filter Cake) ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล มาใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เป็นอีกส่วนหนึ่งของแนวคิดการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบแบบครบวงจรและลดของเสียจากกระบวนการผลิต - ที่ดิน อาคารสำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์
กลุ่ม KSL มีทรัพย์สินประเภท ที่ดิน อาคารสำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยบริษัท เคเอสแอล เรียลเอสเตต จำกัด ดำเนินธุรกิจพัฒนาและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการให้เช่าอาคารสำนักงานและศูนย์ฝึกอบรมของบริษัทในกลุ่ม - ระบบขนส่งและโลจิสติกส์
กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์และบริษัทย่อยที่สนับสนุนด้าน การขนส่งน้ำตาลและสินค้า เช่น บริษัท ดับบลิวเอสพี โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจขนส่งน้ำตาลและสินค้าอื่น ๆ
ภาพรวมสินทรัพย์
| ประเภททรัพย์สิน | ใช้ในการประกอบธุรกิจ |
|---|---|
| 🏭 โรงงานน้ำตาล | ผลิตน้ำตาลและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง |
| ⚙️ เครื่องจักรผลิตน้ำตาล | หีบอ้อย สกัด ผลิต และบรรจุน้ำตาล |
| 🏢 คลังสินค้า/พื้นที่จัดเก็บ | เก็บน้ำตาลและผลิตภัณฑ์ |
| ⚡ โรงไฟฟ้าชีวมวล | ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจากกากอ้อย |
| 🧪 โรงงานเอทานอล | ผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาลและน้ำอ้อย |
| 🌱 โรงงานปุ๋ยอินทรีย์ | ใช้กากหม้อกรองผลิตปุ๋ย |
| 🚛 ระบบโลจิสติกส์ | ขนส่งและกระจายสินค้า |
| 🏢 อาคาร/อสังหาริมทรัพย์ | สำนักงาน ศูนย์ฝึกอบรม และให้เช่า |
จุดเด่นของ KSL คือโมเดล “อ้อย → น้ำตาล → พลังงาน → เอทานอล → ปุ๋ย” ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตน้ำตาลและสร้างรายได้หลายทาง ไม่ได้พึ่งพาการขายน้ำตาลเพียงอย่างเดียว
ล่าสุดข้อมูล SET สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 ระบุว่า KSL มี สินทรัพย์รวม 52,106.41 ล้านบาท เพิ่มจาก 45,528.48 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนว่าฐานสินทรัพย์ของกลุ่มยังมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับธุรกิจหลักของบริษัท
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น KSL
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL มีโครงสร้างธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะการขายน้ำตาล แต่ต่อยอดจากอ้อยและผลพลอยได้ไปสู่ พลังงาน เอทานอล ปุ๋ยอินทรีย์ โลจิสติกส์ และธุรกิจสนับสนุน โดยข้อมูลโครงสร้างกลุ่มล่าสุดของบริษัทแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจน้ำตาล, พลังงานและเชื้อเพลิงชีวภาพ, ธุรกิจสนับสนุน และธุรกิจอื่น ๆ
- ธุรกิจน้ำตาล 🍬
เป็นธุรกิจหลักของ KSL ประกอบด้วยโรงงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำตาลทั้งในไทยและต่างประเทศ
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) — ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายและผลพลอยได้
บริษัท น้ำตาลท่ามะกา จำกัด — KSL ถือหุ้น 90.21%
บริษัท โรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย จำกัด — ถือหุ้น 95.78%
บริษัท น้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี จำกัด — ถือหุ้น 98.61%
บริษัท น้ำตาลสะหวันเขด / Savannakhet Sugar Corporation — ถือหุ้น 98.00%
Koh Kong Sugar Industry Co., Ltd. — ธุรกิจน้ำตาลในกัมพูชา
KSL ระบุว่าปัจจุบันมีกลุ่มโรงงานน้ำตาล 5 แห่งในประเทศไทย และ 1 แห่งในประเทศลาว ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตน้ำตาลด้วย - ธุรกิจพลังงานและเชื้อเพลิงชีวภาพ ⚡
บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) — KSL ถือหุ้น 40.00% เป็นธุรกิจโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
บริษัท โรงไฟฟ้าน้ำตาลขอนแก่น จำกัด — KSL ถือหุ้น 100% ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP
ธุรกิจกลุ่มนี้ต่อยอดจาก ชานอ้อยและวัตถุดิบจากกระบวนการผลิตน้ำตาล ไปสู่ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงชีวภาพ - ธุรกิจสนับสนุน 🚚
กลุ่มนี้ทำหน้าที่สนับสนุนห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การค้า การส่งออก ไปจนถึงการขนส่ง
TSTE – บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) — KSL ถือหุ้น 23.82% ธุรกิจคลังสินค้าและท่าเทียบเรือ
บริษัท เคเอสแอล เอ็กซ์ปอร์ต เทรดดิ้ง จำกัด — ถือหุ้น 79.55% ธุรกิจส่งออกน้ำตาลและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท เคเอสแอล อะโกร แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด — ถือหุ้น 100% ค้าขายน้ำตาลในประเทศและธุรกิจเกษตร
บริษัท เคเอสแอล แมททีเรียล ซัพพลายส์ จำกัด — ถือหุ้น 100% จัดหาวัสดุสำหรับการเพาะปลูกอ้อย
Wynn In Trading Co., Ltd. — ถือหุ้น 100% ธุรกิจการค้าและบริการให้คำปรึกษา
WSP Logistics Co., Ltd. — ถือหุ้น 100% ธุรกิจขนส่งน้ำตาลและสินค้า - ธุรกิจอื่น ๆ 🏢
บริษัท เคเอสแอล เรียลเอสเตท จำกัด — KSL ถือหุ้น 91.02% ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และศูนย์ฝึกอบรม
บริษัท ขุนชวน จำกัด (KHUN CHUAN) — ธุรกิจเพื่อสังคม
สรุปโครงสร้าง KSL แบบเข้าใจง่าย
อ้อย → น้ำตาล → ผลพลอยได้ → พลังงาน/เอทานอล/ปุ๋ย → การค้า/ขนส่ง/คลังสินค้า
จุดเด่นของโครงสร้าง KSL คือการสร้าง Value Chain จากธุรกิจอ้อยแบบครบวงจร โดยไม่ได้ขายเพียงน้ำตาล แต่สามารถนำผลพลอยได้จากโรงงานไปสร้างรายได้เพิ่มเติม เช่น ไฟฟ้า เอทานอล และปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่ง SET ก็จัดธุรกิจของ KSL และบริษัทย่อยไว้ในกลุ่มน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเหล่านี้เช่นกัน
หมายเหตุ: รายชื่อและสัดส่วนการถือหุ้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท โดยรายงานประจำปี 2568 ระบุว่า KSL มีการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมใน 14 บริษัทย่อย และ 2 บริษัทร่วม ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568
มุมมองสำหรับนักลงทุน: หากวิเคราะห์ KSL ควรมองเป็น “กลุ่มธุรกิจน้ำตาล + พลังงานชีวภาพ + ธุรกิจต่อเนื่องจากอ้อย” มากกว่ามองเป็นหุ้นน้ำตาลเพียงอย่างเดียว เพราะกำไรของกลุ่มสามารถได้รับอิทธิพลจากทั้งราคาน้ำตาล ปริมาณอ้อย ผลผลิตโรงงาน ราคาพลังงาน เอทานอล และผลประกอบการของบริษัทร่วมอย่าง BBGI ด้วย
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น KSL
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)
KSL มีธุรกิจหลักคือ ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล รวมถึงธุรกิจต่อเนื่อง เช่น ไฟฟ้า เอทานอล และปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้มีการกระจายแหล่งรายได้ แต่ธุรกิจยังมีความอ่อนไหวต่อวัฏจักรสินค้าเกษตรและราคาน้ำตาลค่อนข้างสูง
🔴 1. ความเสี่ยงจากราคาน้ำตาลโลก
ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดของ KSL เพราะราคาขายน้ำตาลมีผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไร
ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 ราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยลดลง 26% แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 43% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดจาก 15% เหลือ 12%
ประเด็นที่ต้องจับตา: หากราคาน้ำตาลโลกยังอยู่ในระดับต่ำ ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นอาจไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงได้
🌱 2. ความเสี่ยงจากผลผลิตอ้อยและสภาพอากาศ
ธุรกิจน้ำตาลพึ่งพาวัตถุดิบอย่าง อ้อย เป็นหลัก จึงมีความเสี่ยงจากภัยแล้ง ฝนตกหนัก อุณหภูมิ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
หากผลผลิตอ้อยลดลง อาจทำให้
ปริมาณอ้อยเข้าหีบลดลง
โรงงานเดินเครื่องได้ไม่เต็มกำลัง
ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
ปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้ลดลง
โดยเฉพาะโรงงานในต่างประเทศก็มีความเสี่ยงด้านสภาพอากาศเช่นกัน
💰 3. ความเสี่ยงจากต้นทุนการผลิต
ต้นทุนของธุรกิจน้ำตาลไม่ได้มีเพียงต้นทุนอ้อย แต่ยังรวมถึงพลังงาน ค่าแรง ค่าขนส่ง บรรจุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการส่งออก
หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาขายน้ำตาล Margin ของ KSL จะถูกกดดันทันที
ตัวเลขปี 2568 สะท้อนความผันผวนได้ชัดเจน โดยบริษัทมีรายได้ 16,520 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่าย 16,521 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 660 ล้านบาท
🌍 4. ความเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยน
KSL มีธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงกัมพูชาและ สปป.ลาว ขณะเดียวกันธุรกิจน้ำตาลมีความเกี่ยวข้องกับตลาดส่งออก
ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงจาก
ค่าเงินบาท + ค่าเงินประเทศที่ลงทุน + ราคาน้ำตาลโลก + ต้นทุนขนส่ง
การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจทำให้รายได้และกำไรเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาทผันผวนได้ โดยใน 6M/2569 บริษัทเองระบุว่ามีผลจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยผลประกอบการด้วย
🏭 5. ความเสี่ยงจากการลงทุนและเงินทุน
ธุรกิจโรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้า และธุรกิจต่อเนื่องต้องใช้เงินลงทุนสูง
ข้อมูล 6M/2569 พบว่า KSL มีสินทรัพย์ประมาณ 52,106 ล้านบาท และหนี้สินประมาณ 29,862 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบประมาณ 3,970 ล้านบาท และมีเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเข้ามาประมาณ 4,007 ล้านบาท
จึงควรติดตาม หนี้สิน ต้นทุนทางการเงิน และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน อย่างต่อเนื่อง
⚡ 6. ความเสี่ยงจากธุรกิจไฟฟ้าและเอทานอล
แม้ธุรกิจต่อเนื่องช่วยกระจายความเสี่ยงจากน้ำตาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยง
ธุรกิจไฟฟ้าขึ้นอยู่กับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ต้นทุนเชื้อเพลิง และการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ขณะที่ธุรกิจเอทานอลมีความสัมพันธ์กับราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงภาวะตลาดเชื้อเพลิง
🏛️ 7. ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ
อุตสาหกรรมน้ำตาลมีความเกี่ยวข้องกับภาครัฐในหลายด้าน เช่น
ระบบการจัดการอ้อยและน้ำตาล
นโยบายราคา
การส่งออก
มาตรการด้านเกษตร
นโยบายพลังงานและเอทานอล
กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
การเปลี่ยนนโยบายสามารถกระทบต้นทุนและความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการได้
🌎 8. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและ Climate Change
การผลิตน้ำตาลมีความเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน น้ำ การจัดการกากอ้อย และการปล่อยมลพิษ
KSL ตั้งเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทต้องเตรียมรับมือกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว
📌 สรุปความเสี่ยง KSL แบบนักลงทุน
| ปัจจัย | ระดับความเสี่ยง |
|---|---|
| ราคาน้ำตาลโลก | 🔴 สูง |
| ผลผลิตอ้อย/ภัยแล้ง | 🔴 สูง |
| ต้นทุนการผลิต | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| ค่าเงิน/ส่งออก | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| หนี้สินและดอกเบี้ย | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| การลงทุนโรงงาน/ธุรกิจต่อเนื่อง | 🟠 ปานกลาง |
| นโยบายภาครัฐ | 🟠 ปานกลาง |
| สิ่งแวดล้อม/Climate Change | 🟡 ปานกลาง |
🎯 จุดที่นักลงทุน KSL ควรจับตาเป็นพิเศษ
“ราคาน้ำตาลโลก + ราคาขายเฉลี่ย + ปริมาณอ้อยเข้าหีบ + Gross Margin + กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน + หนี้สิน” เพราะแม้ 6M/2569 KSL พลิกมีกำไรสุทธิ 432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% YoY แต่กำไรส่วนหนึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางราคาขายน้ำตาลที่ลดลงถึง 26% และยังมีความผันผวนของกระแสเงินสดอยู่มาก
มุมมองสำคัญ: KSL จึงเป็นหุ้นที่ผลประกอบการมีลักษณะ Cyclical ค่อนข้างชัดเจน — เมื่อวัฏจักรราคาน้ำตาลเป็นขาขึ้น กำไรมีโอกาสเร่งตัว แต่เมื่อราคาน้ำตาลลงแรง Margin สามารถหดตัวอย่างรวดเร็วได้ ข้อมูลราคาล่าสุดที่ SET แสดง ณ 24 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 1.87 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.19–2.08 บาท
สรุปสั้น ๆ: ความเสี่ยงหลักของ KSL ไม่ใช่แค่ “ขายน้ำตาลได้มากหรือน้อย” แต่คือ ขายได้ในราคาเท่าไร ขณะที่ต้นทุนอ้อยและต้นทุนการผลิตอยู่ระดับไหน — ตัวแปรสองด้านนี้เป็นตัวชี้ชะตา Margin และกำไรของบริษัทโดยตรง
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 03 มี.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท เคเอสแอล ชูการ์ โฮลดิ้ง จำกัด | 1,468,242,728 | 33.29 |
| 2 | นาย กมนดนัย ชินธรรมมิตร์ | 134,459,856 | 3.05 |
| 3 | นาย พิริย์พล ชินธรรมมิตร์ | 118,847,125 | 2.69 |
| 4 | นาย จำรูญ ชินธรรมมิตร์ | 116,600,000 | 2.64 |
| 5 | นาย ชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ | 115,355,499 | 2.62 |
| 6 | น.ส. ดวงดาว ชินธรรมมิตร์ | 99,799,954 | 2.26 |
| 7 | น.ส. ดวงแข ชินธรรมมิตร์ | 99,733,643 | 2.26 |
| 8 | นาย สมชาย ชินธรรมมิตร์ | 96,475,726 | 2.19 |
| 9 | น.ส. กมรวรรณ ชินธรรมมิตร์ | 91,007,466 | 2.06 |
| 10 | บริษัท ชินกิจ จำกัด | 86,858,640 | 1.97 |
| 11 | นาง นารีรัตน์ ชินธรรมมิตร์ | 81,872,538 | 1.86 |
| 12 | นาง กัลยรัตน์ สุมิตร | 77,029,045 | 1.75 |
| 13 | นาย ศรัณย์ ชินธรรมมิตร์ | 75,450,698 | 1.71 |
| 14 | UBS AG SINGAPORE BRANCH | 60,118,696 | 1.36 |
| 15 | นาย ชาตรี ชินธรรมมิตร์ | 57,467,546 | 1.30 |
| 16 | น.ส. กรรณิกา ชินธรรมมิตร์ | 57,390,537 | 1.30 |
| 17 | นาย ธวัทชัย โรจนะโชติกุล | 55,937,112 | 1.27 |
| 18 | ม.ล. จารุวัฒนา ชินธรรมมิตร์ | 52,775,901 | 1.20 |
| 19 | นาย ชาลี ชินธรรมมิตร์ | 50,985,488 | 1.16 |
| 20 | นาย สมเกียรติ ชินธรรมมิตร์ | 49,941,829 | 1.13 |
| 21 | น.ส. ดวงพร โตการัณยเศรษฐ์ | 48,168,648 | 1.09 |
| 22 | นาย ชลัช ชินธรรมมิตร์ | 43,279,926 | 0.98 |
| 23 | น.ส. ศศิพร ชินธรรมมิตร์ | 41,510,560 | 0.94 |
| 24 | นาย ประภาส ชุติมาวรพันธ์ | 37,842,288 | 0.86 |
| 25 | นาง มนทนัฐ แต้มศิริชัย | 30,688,231 | 0.70 |
| 26 | นาย พรศิลป์ แต้มศิริชัย | 29,390,196 | 0.67 |
| 27 | นาย พรประสงค์ แต้มศิริชัย | 28,868,430 | 0.65 |
| 28 | นาง เยาวนุช เดชวิทักษ์ | 28,528,760 | 0.65 |
| 29 | น.ส. เยาวลักษณ์ ชุติมาวรพันธ์ | 26,791,700 | 0.61 |
| 30 | นาง พิริยาพร แซ่ฮึ้ง | 26,445,000 | 0.60 |
| 31 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 26,328,237 | 0.60 |
| 32 | นาง สุมิตรา ชุติมาวรพันธ์ | 25,938,600 | 0.59 |
| 33 | นาง อินทิรา สุขะนินทร์ | 25,471,699 | 0.58 |
| 34 | นาย สมภพ ชินธรรมมิตร์ | 24,758,298 | 0.56 |
| 35 | นาย สมชาติ ชินธรรมมิตร์ | 22,907,921 | 0.52 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย มนู เลียวไพโรจน์ | ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ |
| 2 | นาย ชลัช ชินธรรมมิตร์ | ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ |
| 3 | นาย จำรูญ ชินธรรมมิตร์ | กรรมการ |
| 4 | นาย ชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ | กรรมการ |
| 5 | นาย ชาตรี ชินธรรมมิตร์ | กรรมการ |
| 6 | นางสาว ดวงดาว ชินธรรมมิตร์ | กรรมการ |
| 7 | นางสาว ดวงแข ชินธรรมมิตร์ | กรรมการ |
| 8 | นาย ธวัทชัย โรจนะโชติกุล | กรรมการ |
| 9 | นาย ธัชพงษ์ ภากรศิริวงศ์ | กรรมการ |
| 10 | นาย พรศิลป์ แต้มศิริชัย | กรรมการ |
| 11 | นาย สมชาติ ชินธรรมมิตร์ | กรรมการ |
| 12 | นาย สมชาย ชินธรรมมิตร์ | กรรมการ |
| 13 | นาย สุขุม โตการัณยเศรษฐ์ | กรรมการ |
| 14 | นาง อินทิรา สุขะนินทร์ | กรรมการ |
| 15 | นาย เสรี นนทสูติ | กรรมการอิสระ |
| 16 | นางสาว นงลักษณ์ พินัยนิติศาสตร์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 17 | พลตำรวจเอก บุญเพ็ญ บำเพ็ญบุญ | กรรมการอิสระ |
| 18 | นาย วรภัทร โตธนะเกษม | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 19 | นาย สิทธิ ลีละเกษมฤกษ์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 20 | นาง อัญชลี พิพัฒนเสริญ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น KSL — บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL มีพัฒนาการจากธุรกิจน้ำตาลดั้งเดิม สู่กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมที่ต่อยอดจากอ้อยและผลพลอยได้ เช่น น้ำตาล ไฟฟ้า เอทานอล และปุ๋ยอินทรีย์
📌 Timeline พัฒนาการสำคัญ
พ.ศ. 2488 — จุดเริ่มต้นธุรกิจ
ก่อตั้งโรงงานน้ำตาล “กว้างสุ้นหลี” จากผู้ผลิตน้ำตาลขนาดเล็กที่มีกำลังผลิตประมาณ 600 กิโลกรัมต่อวัน ก่อนขยายตัวเป็นกลุ่มธุรกิจน้ำตาลขนาดใหญ่
พ.ศ. 2519 — ก่อตั้งโรงงานน้ำตาลขอนแก่น
จัดตั้งบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด และสร้างโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งกลายเป็นฐานสำคัญของธุรกิจ KSL
พ.ศ. 2533 — รวมธุรกิจภายใต้ KSL Group
รวมการบริหารบริษัทน้ำตาลต่าง ๆ ภายใต้ชื่อ KSL Group เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและบริหารจัดการแบบกลุ่มบริษัท
พ.ศ. 2546–2547 — แตกแขนงสู่พลังงานและเอทานอล
เริ่มลงทุนโรงไฟฟ้าที่ใช้อ้อยและกากอ้อยเป็นฐานวัตถุดิบสำหรับผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ จากนั้นจัดตั้งธุรกิจผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล น้ำอ้อย และวัตถุดิบอื่น ๆ ถือเป็นจุดเปลี่ยนจาก “ธุรกิจน้ำตาล” ไปสู่ ธุรกิจต่อเนื่องจากอ้อยแบบครบวงจร
พ.ศ. 2548 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
KSL แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ 7 มีนาคม 2548 โดย KSL ระบุว่าเป็นผู้ผลิตน้ำตาลไทยรายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
พ.ศ. 2550 — เดินหน้าสู่ Bio-Refinery Complex
สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี โดยนำธุรกิจ น้ำตาล + เอทานอล + ไฟฟ้า + ปุ๋ยอินทรีย์ มาเชื่อมโยงกัน เพื่อใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
พ.ศ. 2554 — ขยายฐานการผลิตในจังหวัดเลย
ลงทุนในโรงงานน้ำตาลที่มีกำลังหีบอ้อยประมาณ 18,000 ตันอ้อย/วัน พร้อมโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนกำลังผลิตประมาณ 40 เมกะวัตต์
พ.ศ. 2555 — เพิ่มศักยภาพโรงงานขอนแก่น
ขยายกำลังผลิตไฟฟ้าจากประมาณ 30 MW เป็น 65 MW และเพิ่มความสามารถในการหีบอ้อยของโรงงานเป็นประมาณ 8,000 ตันอ้อย/วัน
พ.ศ. 2563 — ขยายช่องทางขายปลีก
เริ่มขยายการจำหน่ายน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายบริสุทธิ์เข้าสู่ช่องทาง Modern Trade เพื่อเข้าถึงผู้บริโภครายย่อยมากขึ้น
พ.ศ. 2566 — เปิดตัว Kane’s น้ำตาล Low GI
KSL แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ด้วย Kane’s น้ำตาล Low GI ภายใต้แนวคิดผลิตภัณฑ์น้ำตาลที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านสุขภาพ ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์จากน้ำตาลแบบดั้งเดิม
พ.ศ. 2567–2568 — เดินหน้าด้านความยั่งยืน
KSL มีการเผยแพร่รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง รวมถึงการดำเนินงานด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืน
🔎 จุดเปลี่ยนที่น่าจับตาของ KSL
มองในเชิงโครงสร้างธุรกิจ พัฒนาการของ KSL มีความน่าสนใจตรงที่บริษัทไม่ได้พึ่งพา “การขายน้ำตาล” เพียงอย่างเดียว แต่พยายามสร้างมูลค่าจากวัตถุดิบอ้อยแบบครบวงจร ตั้งแต่ น้ำตาล → เอทานอล → ไฟฟ้า → ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ของกระบวนการผลิต
ปัจจุบัน SET ระบุว่า KSL ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาล รวมถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ไฟฟ้า เอทานอล และปุ๋ยอินทรีย์ โดยข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ระบุว่างบการเงินล่าสุดเป็น ไตรมาส 2/2569
สรุปสั้น ๆ:
KSL จากโรงงานน้ำตาล → สู่กลุ่มธุรกิจอ้อยครบวงจร → ต่อยอดพลังงานและเอทานอล → พัฒนา Bio-Refinery → เพิ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและเดินหน้าสู่ความยั่งยืน
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 พ.ย. 2565 – 31 ต.ค. 2566 | งบปี 256701 พ.ย. 2566 – 31 ต.ค. 2567 | งบปี 256801 พ.ย. 2567 – 31 ต.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 พ.ย. 2567 – 30 เม.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 พ.ย. 2568 – 30 เม.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 206.39 | 210.95 | 230.46 | 329.66 | 355.13 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 1,266.60 | 1,550.67 | 2,006.82 | 1,451.08 | 1,997.19 |
| สินค้าคงเหลือ | 2,131.06 | 2,915.78 | 3,638.98 | 10,878.40 | 10,914.82 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 4,570.95 | 5,611.69 | 6,939.70 | 13,349.97 | 13,973.13 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 23,972.45 | 26,073.76 | 26,363.43 | 26,146.85 | 25,808.28 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 35,227.47 | 37,956.50 | 38,588.78 | 38,121.06 | 38,133.28 |
| รวมสินทรัพย์ | 39,798.43 | 43,568.19 | 45,528.48 | 51,471.03 | 52,106.41 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 4,086.00 | 7,453.81 | 8,412.71 | 13,501.23 | 12,577.63 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 1,657.45 | 1,033.91 | 912.61 | 1,428.73 | 1,058.14 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 2,962.00 | 2,800.00 | 2,497.50 | 2,600.00 | 2,218.50 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 8,947.82 | 11,357.49 | 11,888.70 | 19,517.61 | 17,688.29 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 9,273.81 | 10,044.62 | 11,601.33 | 9,808.24 | 12,174.00 |
| รวมหนี้สิน | 18,221.63 | 21,402.10 | 23,490.03 | 29,325.85 | 29,862.29 |
| ทุนจดทะเบียน | 2,205.12 | 2,205.12 | 2,205.12 | 2,205.12 | 2,205.12 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 2,205.12 | 2,205.12 | 2,205.12 | 2,205.12 | 2,205.12 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 2,946.44 | 2,946.44 | 2,946.44 | 2,946.44 | 2,946.44 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 13,968.29 | 14,621.46 | 13,756.85 | 14,670.19 | 14,012.82 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 1,974.41 | 1,901.19 | 2,615.77 | 1,830.25 | 2,562.39 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | -382.58 | -382.58 | -382.58 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 21,094.25 | 21,674.20 | 21,524.18 | 21,652.00 | 21,726.77 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 482.54 | 491.88 | 514.27 | 493.19 | 517.36 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 พ.ย. 2565 – 31 ต.ค. 2566 | งบปี 256701 พ.ย. 2566 – 31 ต.ค. 2567 | งบปี 256801 พ.ย. 2567 – 31 ต.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 พ.ย. 2567 – 30 เม.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 พ.ย. 2568 – 30 เม.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 18,448.84 | 16,442.43 | 15,901.92 | 7,374.17 | 7,464.15 |
| รายได้อื่น | 166.04 | 241.36 | 545.91 | 73.43 | 330.45 |
| รวมรายได้ | 18,695.46 | 16,777.07 | 16,520.23 | 7,495.92 | 7,846.45 |
| ต้นทุน | 15,830.99 | 13,701.71 | 14,306.35 | 6,251.84 | 6,583.91 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 1,270.30 | 1,219.30 | 1,236.73 | 557.40 | 624.91 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 17,297.33 | 15,197.83 | 16,521.49 | 6,899.24 | 7,202.18 |
| EBITDA | 2,648.32 | 2,763.31 | 1,343.41 | 1,539.89 | 1,793.75 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 1,103.35 | 1,073.05 | 1,236.46 | 861.06 | 1,020.86 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 1,544.97 | 1,690.26 | 106.95 | 678.83 | 772.89 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 903.59 | 917.84 | -660.42 | 267.16 | 432.39 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.20 | 0.21 | -0.15 | 0.06 | 0.10 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 พ.ย. 2565 – 31 ต.ค. 2566 | งบปี 256701 พ.ย. 2566 – 31 ต.ค. 2567 | งบปี 256801 พ.ย. 2567 – 31 ต.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 พ.ย. 2567 – 30 เม.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 พ.ย. 2568 – 30 เม.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 2,908.25 | 1,126.72 | 672.93 | -4,029.76 | -3,969.93 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -454.74 | -4,109.11 | -1,624.33 | -783.48 | 87.57 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -2,500.48 | 2,979.40 | 969.46 | 4,931.49 | 4,007.03 |
| เงินสดสุทธิ | -46.98 | -3.00 | 18.07 | 118.25 | 124.67 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 พ.ย. 2566 – 31 ต.ค. 2567 | งบปี 256801 พ.ย. 2567 – 31 ต.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 พ.ย. 2567 – 30 เม.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 พ.ย. 2568 – 30 เม.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 11.67 | 8.94 | 10.72 | 9.28 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 31.27 | 40.83 | 34.04 | 39.35 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 5.43 | 4.37 | 1.40 | 1.34 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 67.22 | 83.62 | 260.24 | 271.70 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 10.18 | 14.70 | 11.41 | 11.77 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 35.85 | 24.83 | 31.98 | 31.00 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 62.64 | 99.61 | 262.31 | 280.05 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค KSL — น้ำตาลขอนแก่น
KSL เริ่มมีอาการ “พักฐานแรง” หลังพุ่งขึ้นเร็ว ต้องจับตาแนวรับให้ดี!
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 25 ส.ค. 2569 ราคาอยู่ที่ 1.83 บาท ลดลง -0.04 บาท (-2.14%) โดยระหว่างวันแกว่งในกรอบ 1.81–1.88 บาท ขณะที่ก่อนหน้านี้หุ้นเพิ่งขึ้นจาก 1.78 บาท ไปแตะ 2.08 บาทภายในไม่กี่วัน ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรตามมาอย่างชัดเจน
🔥 ภาพเทคนิค: “ขาขึ้นระยะกลาง แต่ระยะสั้นกำลังพักตัว”
จุดที่น่าสนใจคือ KSL เคยพุ่งจาก 1.56 บาทช่วงต้นเดือน → 2.08 บาท ก่อนย่อลงมาแถว 1.83 บาท โดยช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นมีวอลุ่มเข้ามาหนาแน่น เช่น วันที่ 19 ส.ค. มีปริมาณซื้อขายกว่า 26.7 ล้านหุ้น และวันที่ 20 ส.ค. อีกกว่า 14 ล้านหุ้น สะท้อนว่าบริเวณ 1.80–2.00 บาทมีการเปลี่ยนมือจำนวนมาก
สัญญาณที่ต้องจับตา
🟢 1.80–1.82 บาท = โซนรับสำคัญระยะสั้น
🟢 1.77–1.78 บาท = รับถัดไป หากหลุด 1.80
🔥 1.88–1.90 บาท = ด่านแรกที่ต้องกลับไปยืนให้ได้
🚀 1.98–2.08 บาท = แนวต้านใหญ่ / High เดิม
⚠️ 2.08 บาท = จุด Breakout สำคัญ หากผ่านได้พร้อมวอลุ่ม มีโอกาสเปิดรอบใหม่
📊 เกมเทคนิคที่น่าจับตา
กรณี Bullish 🚀
ถ้าราคาสามารถยืนเหนือ 1.80–1.82 บาท และดีดกลับผ่าน 1.88–1.90 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น จะเริ่มเห็นสัญญาณว่าแรงซื้อกลับเข้ามาคุมเกมอีกครั้ง
หาก ทะลุ 2.08 บาท + วอลุ่มหนุน ได้จริง จะถือเป็นสัญญาณ Breakout เหนือกรอบสูงสุด 52 สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 2.08 บาท
กรณี Bearish ⚠️
ถ้าหลุด 1.77–1.78 บาท พร้อมวอลุ่มขายเพิ่ม ต้องระวังการเปลี่ยนจาก “พักฐาน” เป็น “เสียทรง” และมีโอกาสไหลลงทดสอบฐานที่ต่ำกว่าเดิม
🎯 สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
KSL = หุ้นที่ “ขึ้นแรง → เจอแรงขาย → กำลังทดสอบฐาน”
ตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา จุดสำคัญคือ 1.80–1.82 บาทต้องเอาอยู่ ขณะที่ฝั่งซื้อจะเริ่มกลับมาดูน่าสนใจขึ้นเมื่อราคา ยืน 1.90 บาทได้พร้อมวอลุ่ม
🔥 สูตรจับตา KSL:
ยืน 1.80 = ยังมีลุ้นรีบาวด์
ผ่าน 1.90 = โมเมนตัมเริ่มกลับมา
ทะลุ 2.08 + วอลุ่ม = Breakout เต็มตัว
หลุด 1.77 = ต้องระวังเสียทรง
ทั้งนี้ KSL มีกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 1.19–2.08 บาท ดังนั้นบริเวณ 2.08 บาทจึงเป็นระดับที่ตลาดให้ความสำคัญทางเทคนิคอย่างมาก
มุมมอง: 🟡 เก็งกำไรได้ แต่ต้องรอจังหวะยืนยัน — เน้นดู ราคา + วอลุ่ม + การยืนเหนือแนวต้าน มากกว่าการไล่ซื้อขณะกำลังพักฐาน
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น KSL — บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)
KSL เป็นหุ้นวัฏจักร “อ้อย–น้ำตาล” ที่กำลังมีสัญญาณฟื้นตัวของกำไรอย่างชัดเจน หลังปี 2568 เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำตาลโลก แต่ครึ่งปีแรก 2569 กำไรกลับมาโตแรง จุดที่ต้องจับตาคือ ราคาน้ำตาลโลก + ปริมาณอ้อย + ต้นทุนการเงิน + กระแสเงินสด
- KSL ทำธุรกิจอะไร?
บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย น้ำตาลทรายและกากน้ำตาล รวมถึงธุรกิจต่อเนื่องจากผลพลอยได้ เช่น
⚡ ผลิตกระแสไฟฟ้า
⛽ เอทานอล
🌱 ปุ๋ยอินทรีย์
🍬 น้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากอ้อย
โครงสร้างนี้ถือเป็นข้อดี เพราะบริษัทไม่ได้พึ่งรายได้จากน้ำตาลเพียงอย่างเดียว และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลพลอยได้ของอ้อยได้ด้วย - จุดเปลี่ยนสำคัญ: กำไรเริ่มกลับมา
ปี 2568 เป็นปีที่ค่อนข้างหนักสำหรับ KSL โดยมีกำไรสุทธิ -660 ล้านบาท เทียบกับกำไร 918 ล้านบาทในปี 2567 สาเหตุสำคัญมาจากราคาขายน้ำตาลตลาดโลกที่ลดลง
แต่ภาพในปี 2569 เริ่มเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ
6 เดือนแรกปี 2569
| รายการ | 6M/2569 | 6M/2568 |
|---|---|---|
| รายได้ | 7,846 ลบ. | 7,496 ลบ. |
| กำไรสุทธิ | 432 ลบ. | 267 ลบ. |
| สินทรัพย์ | 52,106 ลบ. | 51,471 ลบ. |
| หนี้สิน | 29,862 ลบ. | 29,326 ลบ. |
กำไรครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นประมาณ 62% YoY ขณะที่ไตรมาส 2/2569 มีกำไรประมาณ 314 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% YoY ตามข้อมูลที่รายงานต่อ SET
นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุดของ KSL ตอนนี้ — จาก “หุ้นที่ขาดทุน” กำลังเปลี่ยนเป็น “หุ้น Turnaround”
3. ปัจจัยบวกที่ต้องจับตา 🔥
🟢 1) กำไรฟื้นตัวแรง
กำไร 6M69 อยู่ที่ 432 ล้านบาท เทียบกับ 267 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่บริษัทเองก็มีเป้าหมายในการกลับมาสร้างกำไรและทยอยลดภาระหนี้
🟢 2) ธุรกิจมี Diversification
KSL ไม่ได้ขายน้ำตาลอย่างเดียว แต่มี ไฟฟ้า + เอทานอล + ปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยกระจายความเสี่ยงจากวัฏจักรราคาน้ำตาลบางส่วน
🟢 3) ต้นทุนทางการเงินเริ่มดีขึ้น
ข้อมูลไตรมาส 2/2569 ระบุว่าต้นทุนทางการเงินลดลงจากเงินต้นที่ลดลงและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลง ซึ่งช่วยหนุนกำไรสุทธิได้อีกทาง
🟢 4) หากเข้าสู่รอบน้ำตาลขาขึ้น Upside จะเพิ่ม
KSL เป็นธุรกิจ Commodity ดังนั้นหากราคาน้ำตาลฟื้นขึ้นพร้อมกับปริมาณอ้อยที่ดีขึ้น กำไรสามารถขยายตัวได้ค่อนข้างเร็ว
4. แต่ต้องระวังอะไร? ⚠️
🔴 ราคาน้ำตาลโลก
นี่คือความเสี่ยงอันดับหนึ่ง
ราคาน้ำตาลโลกส่งผลโดยตรงต่อรายได้และ Margin ของผู้ประกอบการ ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยปี 2569–2570 ยังมีแรงกดดันจากผลผลิตน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดราคาน้ำตาลให้ลดลงเฉลี่ยประมาณ 3.5–5.5% ตามมุมมองของ Krungsri Research
🔴 กระแสเงินสด
แม้กำไรจะกลับมา แต่ กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 6M69 ยังติดลบประมาณ 3,970 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
กล่าวง่าย ๆ คือ
“กำไรกลับมาแล้ว แต่ Cash Flow ยังไม่สวยเต็มที่”
จึงไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขกำไรสุทธิ
🔴 หนี้สินยังสูง
6M69 มีหนี้สินประมาณ 29,862 ล้านบาท เทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 21,727 ล้านบาท
ดังนั้น หากต้นทุนทางการเงินกลับมาสูงขึ้น หรือราคาน้ำตาลอ่อนตัวแรง อาจกระทบกำไรได้
🔴 ความเสี่ยงจากสภาพอากาศ
ธุรกิจอ้อยพึ่งพาฝนและสภาพอากาศค่อนข้างมาก หากเกิดภัยแล้ง ผลผลิตอ้อยลดลง ต้นทุนต่อหน่วยอาจสูงขึ้น และปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้ลดลง
ในทางกลับกัน หากผลผลิตอ้อยออกมามากเกินไป ราคาน้ำตาลก็อาจถูกกดดันจาก Supply ที่เพิ่มขึ้น
5. มุมมองเชิงพื้นฐาน
ผมมอง KSL เป็นหุ้นลักษณะ
“Turnaround + Commodity Cycle”
มากกว่าจะเป็นหุ้น Growth แบบเติบโตสม่ำเสมอทุกปี
จุดแข็งคือ กำไรสามารถฟื้นตัวได้เร็วเมื่อ Cycle น้ำตาลเป็นใจ
แต่จุดอ่อนคือ กำไรมีความผันผวนสูงตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ดังนั้นคนที่ลงทุน KSL ต้องติดตาม ราคาน้ำตาลโลกและงบรายไตรมาส มากกว่าดู P/E เพียงตัวเดียว
6. มุมมองกราฟราคา 📈
ราคาปัจจุบันของ KSL อยู่แถว 1.83 บาท ณ 25 ส.ค. 2569 โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ประมาณ 1.19–2.08 บาท
ในเชิงเทคนิค ผมจะจับตาโซนดังนี้
แนวรับ
1.80 บาท
1.70 บาท
1.60 บาท
แนวต้าน
1.90 บาท
2.00 บาท
2.08 บาท
🔥 จุดเปลี่ยนทางเทคนิค
ถ้าราคา ทะลุ 1.90–2.00 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะมีโอกาสเปลี่ยนจากการแกว่งตัวเป็น Breakout / Momentum Play
แต่ถ้ายังไม่ผ่าน 1.90–2.00 บาท การเคลื่อนไหวอาจยังเป็นลักษณะ Sideway สะสมกำลัง
และถ้าหลุด 1.70 บาทพร้อมวอลุ่มขายสูง ต้องระวังแรงขายรอบใหม่
หมายเหตุ: แนวรับ–แนวต้านข้างต้นเป็นกรอบวิเคราะห์เชิงเทคนิค ไม่ใช่ราคาเป้าหมายหรือคำแนะนำซื้อขาย
7. ปันผล 💰
ปี 2568 บริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.04 บาท/หุ้น รวมประมาณ 176.41 ล้านบาท โดยจ่ายวันที่ 20 มีนาคม 2569
ดังนั้น KSL มีมุมมองเรื่อง Dividend ได้ แต่ ไม่ควรซื้อเพราะหวังปันผลเพียงอย่างเดียว เนื่องจากกำไรของธุรกิจมีความผันผวนตามวัฏจักรน้ำตาล
🔥 สรุป KSL แบบนักลงทุน
KSL กำลังกลับมาอยู่ในโหมด “Turnaround”
จุดเด่นคือ
✅ กำไร 6M69 โตแรง
✅ Q2/69 กำไรโตมากกว่า 100% YoY
✅ ธุรกิจหลากหลายกว่าน้ำตาลเพียงอย่างเดียว
✅ ต้นทุนทางการเงินเริ่มลดลง
✅ หากราคาน้ำตาลเข้าสู่ขาขึ้น มีโอกาสเห็นกำไรเร่งตัว
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ
⚠️ ราคาน้ำตาลโลก
⚠️ หนี้สินค่อนข้างสูง
⚠️ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังติดลบ
⚠️ ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศและผลผลิตอ้อย
⚠️ กำไรมีลักษณะเป็นวัฏจักร
⭐ มุมมองผม
พื้นฐาน: 7/10
การฟื้นตัวของกำไร: 8/10
ความสม่ำเสมอของกำไร: 5/10
ความเสี่ยง: 6.5/10
โมเมนตัมทางเทคนิค: 6/10
ประเด็นเด็ดของ KSL ตอนนี้ไม่ใช่แค่ “น้ำตาลจะขึ้นหรือไม่” แต่คือ “กำไรที่กำลังฟื้นตัว จะสามารถเดินหน้าต่อได้แค่ไหน”
ถ้ากำไรไตรมาสถัดไปยังโตต่อ + กระแสเงินสดเริ่มกลับมาเป็นบวก + ราคาหุ้นทะลุ 1.90–2.00 บาทพร้อมวอลุ่ม ภาพของ KSL จะน่าสนใจขึ้นอย่างมากในฐานะ หุ้น Turnaround + Commodity Play.

