วิเคราะห์ หุ้น SSP บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SSP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 27 ก.ย. 2560 | 682.64 | พลังงานและสาธารณูปโภค | SSP |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้มีบริษัท เสริมสร้าง พลังงาน จำกัด เป็นบริษัทแกน ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งอยู่ที่ จ.ลพบุรี มีปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญา 40 เมกะวัตต์
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.05 | 0.59 | 0.58 | 0.25 | 0.18 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 2.53 | 0.82 | 0.95 | 0.97 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.20 | บาท | 21 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.10 | บาท | 24 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.06 | บาท | 25 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 10 : 1 | หุ้น | 25 พ.ค. 2566 | หุ้นปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.20 | บาท | 09 ก.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.01 | บาท | 25 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 10 : 1 | หุ้น | 25 พ.ค. 2565 | หุ้นปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.01 | บาท | 28 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 10 : 1 | หุ้น | 28 พ.ค. 2564 | หุ้นปันผล |
| 01 ม.ค. 2562 – 31 ธ.ค. 2562 | 0.11 | บาท | 04 พ.ย. 2563 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ SSP
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP มีลักษณะเป็น Holding Company โดยถือหุ้นในบริษัทย่อย/บริษัทร่วมที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ดังนั้น “ทรัพย์สินหลัก” ของบริษัทจึงอยู่ที่ โครงการโรงไฟฟ้า สิทธิในโครงการ สัญญาซื้อขายไฟฟ้า และอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า มากกว่าสินค้าคงคลังแบบธุรกิจทั่วไป
เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า
นอกจากตัวโรงไฟฟ้าแล้ว สินทรัพย์ของ SSP ยังประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตและส่งไฟฟ้า เช่น
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
หม้อแปลง
ระบบควบคุมไฟฟ้า
ระบบสายส่ง
ระบบรักษาความปลอดภัย
ระบบ Monitoring
อุปกรณ์ซ่อมบำรุง
อาคารสำนักงานและสิ่งปลูกสร้างภายในโครงการ
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ☀️
ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของ SSP ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ โดยมีโครงการทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น มองโกเลีย เวียดนาม และประเทศอื่น ๆ
ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
แผงโซลาร์เซลล์
Inverter
โครงสร้างติดตั้งแผง
ระบบสายไฟและระบบควบคุม
หม้อแปลงไฟฟ้า
สถานีไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้า
ที่ดินหรือสิทธิการใช้พื้นที่สำหรับโครงการ
SSP มีประสบการณ์พัฒนาโครงการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD)
โรงไฟฟ้าพลังงานลม 🌬️
SSP ได้ขยายจาก Solar ไปสู่ธุรกิจพลังงานลม โดยมีทรัพย์สินสำคัญ เช่น
กังหันลม
ใบพัดและชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
ระบบควบคุมกังหัน
สถานีไฟฟ้า
ระบบสายส่ง
สิทธิในพื้นที่โครงการ
โครงการพลังงานลม วินชัย เป็นหนึ่งในสินทรัพย์สำคัญที่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตของบริษัท
โรงไฟฟ้าชีวมวล 🌱
SSP มีการลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มเติม ทำให้พอร์ตสินทรัพย์ไม่ได้พึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว
ทรัพย์สินประกอบด้วย
โรงไฟฟ้าและอาคารผลิต
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
หม้อไอน้ำ
ระบบลำเลียงเชื้อเพลิง
ระบบจัดเก็บเชื้อเพลิง
ระบบควบคุมและบำบัดมลพิษ
การมีทั้ง Solar, Wind และ Biomass ช่วยกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพอากาศและช่วงเวลาการผลิตไฟฟ้า
Solar Rooftop ☀️🏭
อีกหนึ่งทรัพย์สินของกลุ่ม SSP คือ ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงาน/อาคาร
โดยเฉพาะการลงทุนใน อินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทระบุว่ามี Solar Rooftop กระจายอยู่ตามโรงงานต่าง ๆ รวมกันมากกว่า 40 MW ในข้อมูลที่นำเสนอโดย SET เมื่อปี 2568
ทรัพย์สินหลัก ได้แก่
แผง Solar Rooftop
Inverter
โครงสร้างหลังคา
ระบบไฟฟ้า
อุปกรณ์ Monitoring
ระบบเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ♻️
SSP ยังขยายพอร์ตไปสู่ โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ผ่านการร่วมทุนในโครงการที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โครงการดังกล่าวมีโรงไฟฟ้าขนาดติดตั้งประมาณ 9.9 MW และสามารถแปรรูปขยะได้อย่างน้อย 500 ตันต่อวัน โดยมีระบบคัดแยกเชื้อเพลิงขยะ เตาเผา ระบบบำบัดก๊าซ ระบบตรวจวัดมลพิษ และระบบบำบัดน้ำเสีย
ที่ดินและสิทธิในการใช้พื้นที่
เนื่องจากธุรกิจโรงไฟฟ้าต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ SSP จึงมีทรัพย์สินและสิทธิที่เกี่ยวข้องกับ
ที่ดินสำหรับตั้งโรงไฟฟ้า
สิทธิการเช่าหรือใช้พื้นที่
พื้นที่ติดตั้ง Solar Farm
พื้นที่ตั้งกังหันลม
พื้นที่สำหรับระบบไฟฟ้าและสถานีไฟฟ้า
ทรัพย์สินประเภทนี้มีความสำคัญต่ออายุโครงการและความสามารถในการผลิตไฟฟ้าในระยะยาว
สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) — “ทรัพย์สินเชิงเศรษฐกิจ” ที่สำคัญ
แม้ PPA จะไม่ใช่ทรัพย์สินถาวรในความหมายเดียวกับโรงไฟฟ้าหรือเครื่องจักร แต่สำหรับ SSP ถือเป็นสินทรัพย์เชิงเศรษฐกิจที่สำคัญมาก เพราะเป็นสิทธิในการจำหน่ายไฟฟ้าตามเงื่อนไขของสัญญา
ข้อมูลของ SSP ระบุว่า ณ ไตรมาส 1/2567 บริษัทมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 282 eMW
จุดนี้มีความสำคัญต่อนักลงทุน เพราะโรงไฟฟ้าที่มี PPA และเดินเครื่องแล้วสามารถสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องตามอายุสัญญา
🔎 สรุปโครงสร้างทรัพย์สินของ SSP
| ประเภททรัพย์สิน | ความสำคัญ |
|---|---|
| ☀️ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| 🌬️ โรงไฟฟ้าพลังงานลม | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| 🌱 โรงไฟฟ้าชีวมวล | ⭐⭐⭐⭐ |
| 🏭 Solar Rooftop | ⭐⭐⭐⭐ |
| ♻️ โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ | ⭐⭐⭐ |
| 🏗️ ที่ดิน/สิทธิใช้พื้นที่ | ⭐⭐⭐⭐ |
| ⚡ เครื่องจักรและระบบไฟฟ้า | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| 📄 สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| 🏢 อาคารและสิ่งปลูกสร้าง | ⭐⭐⭐ |
ภาพรวม: SSP เป็นธุรกิจที่มีฐานทรัพย์สินเป็น โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียน โดยกระจายประเภทพลังงานและพื้นที่ลงทุนหลายประเทศ จุดแข็งคือการมีสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดระยะยาวจากการขายไฟฟ้า ขณะที่บริษัทก็เดินหน้าขยายพอร์ตจาก Solar ไปสู่ Wind, Biomass, Solar Rooftop และ Waste-to-Energy มากขึ้น
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือของ SSP
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP ดำเนินธุรกิจในลักษณะ Holding Company โดยลงทุนผ่านบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
โครงสร้างธุรกิจหลักของกลุ่ม SSP
| กลุ่มธุรกิจ | ลักษณะธุรกิจ |
|---|---|
| ☀️ พลังงานแสงอาทิตย์ | โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ |
| 🌬️ พลังงานลม | ลงทุนและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม |
| 🔋 ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ | ขยายการลงทุนไปยังโครงการพลังงานสะอาดประเภทต่าง ๆ |
| 💧 โครงการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ | ลงทุนผ่านบริษัทย่อย/บริษัทร่วมในประเทศที่มีศักยภาพ |
| ⚡ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน | ธุรกิจที่สนับสนุนและต่อยอดระบบพลังงานของกลุ่ม |
จุดสำคัญคือ SSP ไม่ได้มีรายได้จากบริษัทแม่เพียงแห่งเดียว แต่ใช้โครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทโครงการ (Project Companies) เพื่อพัฒนาและบริหารโรงไฟฟ้าแต่ละโครงการ ทำให้สามารถกระจายโครงการและแหล่งรายได้ไปตามประเทศและประเภทพลังงานได้
🌏 การกระจายการลงทุน
SSP มีการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของกลุ่มบริษัท โดย SET ระบุชัดว่าธุรกิจหลักคือการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในประเทศและต่างประเทศ
มุมมองสำหรับนักลงทุน: โครงสร้างแบบ Holding Company ทำให้การวิเคราะห์ SSP ควรมอง กำลังการผลิตรวมของโครงการ + สัดส่วนการถือหุ้นในแต่ละโครงการ + อายุสัญญาขายไฟ + ประเทศที่ลงทุน + หนี้สินของโครงการ ควบคู่กัน ไม่ควรดูเฉพาะกำไรสุทธิของบริษัทแม่เพียงอย่างเดียว
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SSP
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เป็น Holding Company ที่ลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในไทยและต่างประเทศ ดังนั้นความเสี่ยงของบริษัทไม่ได้อยู่แค่การผลิตไฟฟ้า แต่ครอบคลุมถึง ต้นทุนเงินทุน ค่าเงิน นโยบายรัฐ สภาพอากาศ และความเสี่ยงจากโครงการลงทุนในต่างประเทศ ด้วย
ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ
การลงทุนต่างประเทศทำให้ SSP ต้องเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น
ความไม่แน่นอนทางการเมือง
กฎระเบียบของแต่ละประเทศ
ความเสี่ยงด้านภาษี
ค่าเงิน
ความแตกต่างด้านกฎหมาย
ความเสี่ยงในการโอนเงินกลับประเทศ
สภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ลงทุน
ดังนั้นการกระจายประเทศช่วยลดการพึ่งพาตลาดเดียว แต่ก็เพิ่มความซับซ้อนในการบริหารความเสี่ยง
ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้
ธุรกิจโรงไฟฟ้าต้องใช้เงินลงทุนสูง โดยเฉพาะช่วงก่อสร้างหรือขยายโครงการ ทำให้ต้องพึ่งพาเงินกู้ค่อนข้างมาก หากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นและกดดันกำไร รวมถึงกระแสเงินสดที่เหลือสำหรับลงทุนโครงการใหม่
สิ่งที่ต้องจับตา: หนี้สินที่มีดอกเบี้ย, ต้นทุนทางการเงิน และกำหนดชำระหนี้
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
SSP มีการลงทุนในโครงการต่างประเทศ ดังนั้นรายได้ สินทรัพย์ หนี้สิน หรือค่าใช้จ่ายบางส่วนอาจอยู่ในสกุลเงินอื่น หากเงินบาทแข็งค่าหรือสกุลเงินของประเทศที่ลงทุนอ่อนค่า อาจทำให้เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาทแล้วมูลค่ารายได้หรือกำไรลดลง
ความเสี่ยงนี้จะสูงขึ้นเมื่อบริษัทขยายพอร์ตต่างประเทศมากขึ้น
ความเสี่ยงจากนโยบายและกฎระเบียบภาครัฐ
ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนมีความเกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐโดยตรง ทั้งการรับซื้อไฟฟ้า ใบอนุญาต การกำหนดอัตราค่าไฟ และเงื่อนไขของโครงการ หากนโยบายเปลี่ยนแปลง อาจกระทบความคุ้มค่าของโครงการใหม่หรือการขยายกำลังการผลิต
โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในประเทศต่าง ๆ ซึ่งแต่ละประเทศมีนโยบายพลังงานและกฎระเบียบแตกต่างกัน
ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและปริมาณพลังงานที่ผลิตได้
แม้พลังงานหมุนเวียนจะมีต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำ แต่การผลิตไฟฟ้าขึ้นอยู่กับธรรมชาติ เช่น
☀️ Solar — ปริมาณแสงแดด
💨 Wind — ความเร็วและความสม่ำเสมอของลม
🌧️ Hydro — ปริมาณน้ำ
หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย การผลิตไฟฟ้าอาจต่ำกว่าประมาณการ ส่งผลต่อรายได้และกำไรของโครงการ
ความเสี่ยงจากการก่อสร้างโครงการใหม่
การเติบโตของ SSP ต้องอาศัยการพัฒนาและเข้าซื้อโครงการใหม่ หากเกิด Construction Delay, Cost Overrun หรือปัญหาผู้รับเหมา อาจทำให้โครงการเริ่ม COD ช้ากว่ากำหนด และทำให้บริษัทต้องแบกรับต้นทุนก่อนที่จะเริ่มสร้างรายได้
ดังนั้นการเติบโตของกำลังการผลิตไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนเป็นกำไรได้ทันที
ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของโครงการ
แม้ SSP จะพยายามกระจายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่หากรายได้หรือกำไรส่วนใหญ่ยังมาจากโครงการหลักบางแห่ง ความผิดปกติของโครงการนั้น เช่น โรงไฟฟ้าหยุดผลิต อุปกรณ์เสีย หรือปริมาณไฟฟ้าต่ำกว่าคาด อาจส่งผลต่อผลประกอบการของทั้งกลุ่มได้
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์
โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนต้องพึ่งพาอุปกรณ์ เช่น Solar Panel, Inverter, Turbine และระบบควบคุม หากเกิดการเสื่อมสภาพหรือประสิทธิภาพลดลงเร็วกว่าคาด อาจทำให้
ผลิตไฟฟ้าได้น้อยลง → รายได้ลด → ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงเพิ่ม
นอกจากนี้ เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่พัฒนาเร็วอาจทำให้โครงการเดิมมีประสิทธิภาพหรือความสามารถในการแข่งขันลดลงในระยะยาว
ความเสี่ยงจากราคาพลังงานและการแข่งขัน
แม้โรงไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวจะช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ แต่โครงการใหม่อาจต้องแข่งขันด้านต้นทุนและเงื่อนไขการขายไฟมากขึ้น หากการแข่งขันในตลาดพลังงานหมุนเวียนรุนแรงขึ้น อัตราผลตอบแทนของโครงการใหม่อาจลดลง
ความเสี่ยงจากการลงทุนและการขยายธุรกิจเร็วเกินไป
นี่เป็นประเด็นที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญ
หาก SSP ใช้เงินลงทุนจำนวนมากเพื่อขยายพอร์ตอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดภาระ หนี้ + ดอกเบี้ย + เงินลงทุน เพิ่มขึ้นพร้อมกัน
หากโครงการใหม่สร้างผลตอบแทนต่ำกว่าที่คาด อาจเกิดแรงกดดันต่อ ROE, กระแสเงินสด และกำไรต่อหุ้น
🔎 สรุปความเสี่ยง SSP แบบนักลงทุน
| ความเสี่ยง | ระดับที่ควรจับตา |
|---|---|
| ดอกเบี้ยและภาระหนี้ | 🔴 สูง |
| ค่าเงินจากการลงทุนต่างประเทศ | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| นโยบายรัฐ/กฎระเบียบ | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| สภาพอากาศและปริมาณผลิตไฟฟ้า | 🟠 ปานกลาง |
| การก่อสร้างโครงการใหม่ | 🟠 ปานกลาง |
| การกระจุกตัวของโครงการ | 🟡 ปานกลาง |
| เทคโนโลยีและอุปกรณ์ | 🟡 ปานกลาง |
| การลงทุนขยายธุรกิจ | 🟠 ปานกลาง-สูง |
🎯 ประเด็นสำคัญที่สุด
สำหรับ SSP นักลงทุนไม่ควรมองเพียงว่า “พลังงานหมุนเวียนเป็นธุรกิจอนาคต” แต่ควรดูว่า บริษัทลงทุนด้วยต้นทุนเท่าไร ใช้หนี้มากแค่ไหน และโครงการใหม่ให้ผลตอบแทนคุ้มกับเงินลงทุนหรือไม่
ข้อมูล SET ระบุว่า SSP มีลักษณะเป็น Holding Company และมีการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ข้อมูลตลาด ณ เดือนกรกฎาคม 2569 ระบุ EV ราว 2.13 หมื่นล้านบาท เทียบกับ Market Cap ราว 5.44 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าการประเมินมูลค่าบริษัทควรพิจารณา หนี้และโครงสร้างเงินทุนควบคู่กับกำไร ไม่ใช่ดู P/E เพียงอย่างเดียว
มุมมองโดยรวม: ความเสี่ยงของ SSP อยู่ในระดับ ปานกลางถึงค่อนข้างสูง โดยตัวแปรสำคัญที่สุดคือ ต้นทุนทางการเงิน + ความสำเร็จของโครงการใหม่ + ค่าเงิน + นโยบายพลังงาน หาก 4 ปัจจัยนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี จะช่วยสนับสนุนการเติบโตระยะยาว แต่หากเกิดพร้อมกันหลายด้าน อาจกดดันกำไรและกระแสเงินสดได้
หมายเหตุ: การประเมินระดับความเสี่ยงข้างต้นเป็นการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหุ้น และควรตรวจสอบงบการเงิน/56-1 ล่าสุดประกอบการตัดสินใจด้วย
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 06 พ.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท ไพรมารี่ เอนเนอร์จี้ จำกัด | 419,805,265 | 32.70 |
| 2 | นาย ปิยวัฒน์ ไกรพิสิทธิ์กุล | 164,522,598 | 12.82 |
| 3 | น.ส. ธัณฐภรณ์ ไกรพิสิทธิ์กุล | 112,714,416 | 8.78 |
| 4 | นาย ธนวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล | 44,141,847 | 3.44 |
| 5 | UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED | 41,102,800 | 3.20 |
| 6 | UOB KAY HIAN PTE LTD A/C – RC | 40,945,300 | 3.19 |
| 7 | UBS AG SINGAPORE BRANCH | 38,500,000 | 3.00 |
| 8 | บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) | 33,225,300 | 2.59 |
| 9 | UNITY I. CAPITAL LIMITED | 25,968,059 | 2.02 |
| 10 | MORGAN STANLEY & CO. INTERNATIONAL PLC | 20,880,000 | 1.63 |
| 11 | นาย กรธัช พิรัญเจริญ | 17,860,754 | 1.39 |
| 12 | นาย วรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ | 15,938,423 | 1.24 |
| 13 | น.ส. กมลชนก ลีรุ่งเรือง | 9,584,597 | 0.75 |
| 14 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 7,957,231 | 0.62 |
| 15 | นาย สุพจน์ ลาภานันต์รัตน์ | 6,600,000 | 0.51 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย กำธร วังอุดม | ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 2 | นาย วรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ |
| 3 | นาย ธนวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล | กรรมการ |
| 4 | นาง ธัญนีย์ ไกรพิสิทธิ์กุล | กรรมการ |
| 5 | นางสาว ธัณฐภรณ์ ไกรพิสิทธิ์กุล | กรรมการ |
| 6 | นางสาว ลัลน์ลลิต ไมตรีวิทยานนท์ | กรรมการ |
| 7 | นาย ธนา บุบผาวาณิชย์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | พลเอก ไพรัช โพธิ์อุบล | กรรมการอิสระ |
| 9 | นาย มนชัย พงศ์สถาบดี | กรรมการอิสระ |
| 10 | นาย สำเรียง เมฆเกรียงไกร | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น SSP
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SSP มีพัฒนาการจากผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย สู่ผู้ลงทุนพลังงานหมุนเวียนในหลายประเทศ โดยปัจจุบันธุรกิจครอบคลุม Solar, Wind, Biomass และ Waste-to-Energy และใช้แนวทางกระจายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อลดความผันผวนของแหล่งพลังงานและสร้างการเติบโตระยะยาว
เพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น
ปี 2569 บริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ 0.205 บาท/หุ้น และมีเงินปันผลระหว่างกาลอีก 0.12 บาท/หุ้น รวมเป็น 0.325 บาท/หุ้น สำหรับปี 2568 ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย
นอกจากนี้ SSP มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ ของงบเฉพาะกิจการภายใต้เงื่อนไขตามนโยบายบริษัท
จากโซลาร์ในไทย สู่พอร์ตพลังงานหมุนเวียนระดับนานาชาติ
จุดเริ่มต้นของ SSP มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ก่อนขยายการลงทุนไปยัง ญี่ปุ่น เวียดนาม มองโกเลีย และอินโดนีเซีย รวมถึงขยายประเภทพลังงานจาก Solar ไปสู่ Wind และ Biomass ทำให้โครงสร้างธุรกิจมีความหลากหลายมากขึ้น
เดินหน้าสู่เป้าหมายกำลังผลิต 1 GW
บริษัทวางเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนไปสู่ 1,000 MW ภายในปี 2573 โดย ณ ปี 2569 มีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมากกว่า 420 MW ในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ซึ่งจะทยอย COD ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
นี่ถือเป็นหนึ่งในพัฒนาการสำคัญ เพราะการทยอย COD ของโครงการใหม่จะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้และกระแสเงินสดในอนาคต
LEO 2 ญี่ปุ่น เริ่มสร้างรายได้เต็มปี
โครงการโซลาร์ฟาร์ม LEO 2 ในญี่ปุ่น ขนาด 16.4 MW เริ่ม COD ในช่วงปลายปี 2568 และในปี 2569 บริษัทจะสามารถรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวได้เต็มปี เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเพิ่มฐานรายได้จากโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม
ปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเดิม
SSP เดินหน้า Repowering โครงการ SPN เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า โดยโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จและเริ่มสะท้อนผลต่อปริมาณการผลิตในปี 2569 ขณะเดียวกันโรงไฟฟ้าลม TTTV ในเวียดนามกลับมาผลิตได้ดีขึ้น หลังปัญหาการซ่อมสายส่งไฟฟ้าใต้ทะเลในช่วงปี 2568 คลี่คลาย
เข้าสู่ธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะชุมชน
อีกก้าวที่น่าสนใจคือ SSP ขยายพอร์ตจาก Solar/Wind ไปสู่ โรงไฟฟ้าขยะชุมชน โดยบริษัทระบุว่ามีโครงการใหม่ 2 แห่งที่เตรียม COD ในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายของพอร์ตและสร้างรายได้จากแหล่งพลังงานที่ไม่ได้ขึ้นกับแสงแดดหรือลมเพียงอย่างเดียว
ขายสินทรัพย์ญี่ปุ่นเพื่อปลดล็อกมูลค่า
ในเดือนเมษายน 2569 SSP อนุมัติการขายโครงการโซลาร์ฟาร์ม Yamaga ประเทศญี่ปุ่น ขนาด 34.5 MW มูลค่าประมาณ 1,001 ล้านบาท โดยบริษัทระบุว่าดีลดังกล่าวจะนำกระแสเงินสดกลับมา และช่วยลดภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ย พร้อมเปิดพื้นที่ให้บริษัทนำเงินไปต่อยอดโครงการใหม่
มุมมองเชิงกลยุทธ์จึงไม่ใช่เพียง “สร้างโรงไฟฟ้าแล้วถือยาว” แต่เริ่มเห็นแนวทาง พัฒนา → สร้างมูลค่า → ขายสินทรัพย์บางส่วน → นำเงินกลับไปลงทุนโครงการใหม่
ผลประกอบการเริ่มสะท้อนโครงการใหม่
ไตรมาส 1/2569 SSP มีกำไรหลักจากการดำเนินงาน 251.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% YoY ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าอยู่ที่ 869.4 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนมาจาก LEO 2 ที่รับรู้รายได้เต็มไตรมาส, ผลผลิตของโรงไฟฟ้าลมเวียดนามที่ดีขึ้น และประสิทธิภาพโครงการ SPN ที่ปรับตัวดีขึ้น
ข้อมูล SET ยังแสดงว่าในไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10.89% YoY และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 29.91%
เสริมฐานเงินทุนด้วย Green Bond
ในปี 2568 SSP ออก Green Bond 2 ชุด มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ทั้งในการชำระหนี้หุ้นกู้เดิมและรองรับการลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ ๆ สะท้อนการบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการขยายพอร์ตระยะยาว
สรุปพัฒนาการ SSP แบบจับประเด็น
| ประเด็น | พัฒนาการ |
|---|---|
| ธุรกิจ | จาก Solar → Solar + Wind + Biomass + Waste-to-Energy |
| พื้นที่ลงทุน | ไทย → ญี่ปุ่น → เวียดนาม → มองโกเลีย → อินโดนีเซีย และขยายไปประเทศอื่น |
| การเติบโต | ตั้งเป้ากำลังผลิต 1 GW ภายในปี 2573 |
| โครงการใหม่ | มีโครงการก่อสร้างกว่า 420 MW |
| LEO 2 | เริ่มรับรู้รายได้เต็มปีใน 2569 |
| SPN | Repowering เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต |
| โรงไฟฟ้าขยะ | เตรียม COD 2 โครงการในปี 2569 |
| Yamaga | ขายโครงการญี่ปุ่นประมาณ 1,001 ล้านบาท |
| ผลประกอบการ Q1/69 | กำไรหลัก 251.3 ล้านบาท +10.7% YoY |
| เงินทุน | Green Bond 2,000 ล้านบาท |
| ผู้ถือหุ้น | ปันผลรวมปี 2568 ที่ 0.325 บาท/หุ้น |
ภาพใหญ่ของ SSP: จุดเปลี่ยนสำคัญคือบริษัทกำลังขยับจากการเป็นผู้ถือโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบเดิม ไปสู่โมเดลที่เน้น “สร้างพอร์ตใหม่ + เพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์เดิม + Recycling เงินทุนจากการขายสินทรัพย์ + ขยายกำลังผลิต” หากการ COD ของโครงการใหม่เป็นไปตามแผน จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้และกำไรในช่วงหลายปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม การประเมินหุ้น SSP ควรติดตามควบคู่ทั้ง ความคืบหน้า COD, ต้นทุนทางการเงิน, หนี้สิน, ค่าเงินบาท, สภาพอากาศ/ปริมาณลมและแสงแดด และความสำเร็จในการลงทุนโครงการใหม่ เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อกระแสเงินสดและผลตอบแทนของธุรกิจโรงไฟฟ้า
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 3,227.50 | 3,156.86 | 2,050.42 | 2,322.63 | 1,767.49 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 711.65 | 622.64 | 951.63 | 630.86 | 685.85 |
| สินค้าคงเหลือ | 19.54 | 18.77 | 45.37 | 32.05 | 30.42 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 4,269.39 | 4,781.37 | 3,629.15 | 3,603.12 | 2,966.87 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 13,249.16 | 12,645.88 | 15,492.69 | 15,702.99 | 16,328.35 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 17,022.65 | 16,285.76 | 21,060.87 | 21,635.19 | 21,861.09 |
| รวมสินทรัพย์ | 21,292.05 | 21,067.13 | 24,690.02 | 25,238.30 | 24,827.96 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 23.00 | – | 146.72 | 150.93 | 517.77 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 222.62 | 260.26 | 572.37 | 282.96 | 358.74 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 874.72 | 1,557.92 | 3,431.71 | 3,134.31 | 1,703.65 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 1,173.47 | 1,886.76 | 4,431.97 | 3,788.85 | 3,071.39 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 11,841.56 | 10,713.50 | 12,157.59 | 13,496.18 | 13,927.24 |
| รวมหนี้สิน | 13,015.03 | 12,600.27 | 16,589.56 | 17,285.04 | 16,998.63 |
| ทุนจดทะเบียน | 1,503.51 | 1,680.62 | 1,590.62 | 1,680.62 | 1,590.62 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 1,248.93 | 1,373.83 | 1,283.83 | 1,373.83 | 1,283.83 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 2,859.57 | 2,859.57 | 2,859.57 | 2,859.57 | 2,859.57 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 3,811.89 | 4,423.02 | 4,462.03 | 4,621.28 | 4,439.03 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | 93.15 | – | 716.08 | 185.16 |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -144.68 | -529.45 | -952.58 | -628.63 | -1,027.37 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | -159.72 | -231.21 | -231.21 | -231.21 | -231.21 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 7,775.72 | 8,033.81 | 7,652.85 | 7,509.98 | 7,369.90 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 501.30 | 433.05 | 447.61 | 443.29 | 459.43 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 3,482.71 | 3,071.87 | 3,465.53 | 1,639.17 | 1,527.29 |
| รายได้อื่น | 37.44 | 32.56 | 42.53 | 54.28 | 71.98 |
| รวมรายได้ | 3,520.15 | 3,157.74 | 3,539.18 | 1,709.90 | 1,610.87 |
| ต้นทุน | 1,356.10 | 1,345.55 | 1,568.11 | 765.63 | 772.47 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 320.71 | 358.35 | 368.79 | 215.40 | 198.66 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 1,676.82 | 1,703.90 | 1,936.90 | 981.03 | 971.12 |
| EBITDA | 2,862.00 | 2,438.39 | 2,649.03 | 1,249.02 | 1,157.26 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 920.06 | 857.46 | 1,024.12 | 497.52 | 517.52 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 1,941.94 | 1,580.93 | 1,624.91 | 751.50 | 639.75 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 1,301.78 | 812.35 | 754.39 | 326.89 | 224.52 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.05 | 0.59 | 0.58 | 0.25 | 0.18 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 2,043.44 | 2,280.73 | 2,526.56 | 1,415.98 | 1,283.32 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -2,537.29 | -1,125.28 | -3,282.15 | -2,970.87 | -1,235.37 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | 182.68 | -1,111.41 | -213.98 | 697.64 | -331.60 |
| เงินสดสุทธิ | -311.17 | 44.04 | -969.57 | -857.26 | -283.64 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 4.60 | 4.40 | 4.68 | 5.09 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 79.27 | 82.90 | 77.93 | 71.65 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 70.24 | 48.89 | 52.35 | 50.42 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 5.20 | 7.47 | 6.97 | 7.24 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 5.57 | 3.91 | 6.15 | 4.91 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 65.49 | 93.25 | 59.35 | 74.36 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 18.97 | -2.88 | 25.55 | 4.53 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
SSP – บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผมจะเน้นมุมมองแบบ สายเทคนิค: แนวโน้ม + แนวรับ/แนวต้าน + เบรกเอาต์ + วอลุ่ม + จุดตัดขาดทุน
ข้อมูลราคาที่ค้นได้ล่าสุดจาก SET ระบุว่า SSP ปิดที่ 4.30 บาท ลดลง 0.10 บาท (-2.27%) โดยระหว่างวันแกว่ง 4.26–4.42 บาท และมีปริมาณซื้อขายราว 2.01 ล้านหุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 3.00–4.42 บาท
📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิค SSP
🔥 ภาพรวม: “กำลังทดสอบโซนสำคัญ หลังขึ้นแรง”
โครงสร้างราคาของ SSP ในช่วงที่ผ่านมา ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน จากบริเวณ 3 บาทขึ้นมาทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 4.42 บาท สะท้อนว่าฝั่งซื้อกลับเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
จุดที่น่าสนใจคือวันที่ 20 ก.ค. ราคากระโดดขึ้น +5.42% พร้อมปริมาณซื้อขายกว่า 6 ล้านหุ้น ก่อนจะขึ้นไปทดสอบบริเวณ 4.40–4.42 บาทในวันที่ 21 ก.ค.
อย่างไรก็ตาม หลังจากขึ้นทดสอบ 4.42 บาท ราคาปิดวันที่ 23 ก.ค. ลดลงมาที่ 4.30 บาท แปลว่า บริเวณ 4.40–4.42 บาทมีแรงขายรออยู่ค่อนข้างชัดเจน
🟢 แนวรับสำคัญ
4.20–4.25 บาท
เป็นโซนแรกที่ควรจับตา หากราคาย่อตัวแต่ยังสามารถยืนเหนือบริเวณนี้ได้ ภาพการพักตัวเพื่อสะสมกำลังยังถือว่าไม่เสียทรง
4.05–4.10 บาท
เป็นแนวรับสำคัญกว่า หากราคาลงมาทดสอบแล้วเกิดแรงซื้อกลับ จะเป็นสัญญาณว่าฝั่งซื้อยังรักษาโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้น
3.95–4.00 บาท
เป็นแนวรับเชิงโครงสร้าง หากหลุดลงมา ภาพโมเมนตัมระยะสั้นจะเริ่มอ่อนแอ และต้องระวังการพักฐานลึก
🔴 แนวต้านสำคัญ
4.40–4.42 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
บริเวณนี้เป็น High ล่าสุดและอยู่ใกล้จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ ดังนั้นจึงเป็นแนวต้านที่มีนัยสำคัญมาก
ถ้า ทะลุ 4.42 บาทพร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะถือเป็นสัญญาณ Technical Breakout ที่น่าสนใจ
เป้าหมายถัดไปมองที่
4.50 บาท
4.70 บาท
4.90–5.00 บาท
โดยระดับประมาณ 4.90 บาท สอดคล้องกับราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ SETTRADE รวบรวมไว้ แม้เป้าหมายดังกล่าวเป็นมุมมองพื้นฐาน ไม่ใช่เป้าหมายจากกราฟเทคนิคโดยตรง
📈 จุดที่สายเทคนิคควรจับตา
เงื่อนไข Bullish
SSP ยืนเหนือ 4.20–4.25 บาท
↓
สะสมแรงซื้อ
↓
ทดสอบ 4.40–4.42 บาท
↓
เบรก 4.42 + วอลุ่มพุ่ง
↓
ลุ้น 4.50 → 4.70 → 4.90–5.00 บาท
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การขึ้นผ่าน 4.42 บาท แต่ต้องดูว่า วอลุ่มสนับสนุนหรือไม่ เพราะวันที่ 20 ก.ค. ที่ราคาพุ่ง 5.42% มีปริมาณซื้อขายสูงถึงประมาณ 6.06 ล้านหุ้น ซึ่งมากกว่าวันที่ 23 ก.ค. อย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้น หากเกิดการ Breakout รอบใหม่พร้อมวอลุ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ย มีน้ำหนักเชิงบวกมากกว่าการทะลุแนวต้านด้วยวอลุ่มเบาบาง
⚠️ จุดที่ต้องระวัง
หาก SSP ไม่ผ่าน 4.40–4.42 บาทหลายครั้ง แล้วเกิดแรงขายต่อเนื่อง อาจเข้าสู่ช่วงพักฐาน
โดยเฉพาะถ้า
หลุด 4.05–4.10 บาท + วอลุ่มขายเพิ่มขึ้น
จะเป็นสัญญาณเตือนว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนตัว
ส่วนการหลุด 3.95–4.00 บาท จะทำให้ภาพ Technical ระยะสั้นเสียมากขึ้น
🎯 สรุปแบบนักเทคนิค
| ระดับ | มุมมอง |
|---|---|
| 4.40–4.42 | 🔴 แนวต้าน / High เดิม |
| 4.50 | 🎯 เป้าหมายหลัง Breakout |
| 4.70 | 🎯 เป้าหมายถัดไป |
| 4.90–5.00 | 🚀 โซนเป้าหมายใหญ่ |
| 4.20–4.25 | 🟢 แนวรับแรก |
| 4.05–4.10 | 🟢 แนวรับสำคัญ |
| 3.95–4.00 | ⚠️ จุดเฝ้าระวัง |
บทสรุป: SSP ตอนนี้อยู่ในจุดที่น่าสนใจ เพราะราคากำลังเข้าใกล้ High 52 สัปดาห์ที่ 4.42 บาท แต่ยังต้องพิสูจน์ด้วยการ Breakout ให้สำเร็จเสียก่อน
👉 เกมของ SSP จึงอยู่ที่ 4.42 บาท — ถ้าผ่านพร้อมวอลุ่ม มีโอกาสเปิดรอบขึ้นใหม่ แต่ถ้าไม่ผ่าน ต้องระวังแรงขายและการพักฐาน
ทั้งนี้ ตัวเลขแนวรับ–แนวต้านข้างต้นเป็นการประเมินเชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่ค้นได้ล่าสุด ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และข้อมูลราคาที่ SET แสดงในแหล่งที่ค้นได้ล่าสุดอยู่ที่วันที่ 23 ก.ค. 2569 จึงควรตรวจสอบราคาปัจจุบันก่อนนำไปใช้ตัดสินใจลงทุน
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น SSP — บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ SSP เป็นบริษัทพลังงานหมุนเวียนที่ดำเนินธุรกิจแบบ Holding Company โดยลงทุนในโครงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งในไทยและต่างประเทศ จุดที่น่าสนใจในปี 2569 คือการขยายพอร์ตพลังงานสะอาดและการเตรียม COD โครงการใหม่ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มฐานกำไรในอนาคต
- ภาพรวมธุรกิจ
ธุรกิจหลักของ SSP มีลักษณะเป็น โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและโครงการพลังงานสะอาด ทำให้รายได้มีลักษณะค่อนข้างเป็น Recurring Income เมื่อโครงการสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ตามแผน
ประเด็นที่น่าจับตาคือบริษัทกำลังขยายกำลังการผลิต โดยล่าสุดบริษัทระบุถึงโครงการ วินด์ฟาร์มที่บาโก ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 MW และตั้งเป้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาดไปสู่ 1,000 MW ขณะที่มีโครงการโรงไฟฟ้าขยะ 2 แห่งที่เตรียม COD ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตระยะถัดไป
2. วิเคราะห์ผลประกอบการ
ภาพล่าสุดถือว่า เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของกำไร
| รายการ | ปี 2567 | ปี 2568 | Q1/68 | Q1/69 |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | 3,539 ลบ. | 3,283 ลบ. | 939 ลบ. | 931 ลบ. |
| EBITDA | 2,649 ลบ. | 2,353 ลบ. | 705 ลบ. | 717 ลบ. |
| กำไรสุทธิ | 754 ลบ. | 562 ลบ. | 238 ลบ. | 264 ลบ. |
| กำไรสุทธิ YoY | — | -25.5% | — | +10.9% |
ข้อมูล SET ระบุว่า Q1/2569 SSP มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 264.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.89% YoY แม้รายได้รวมลดลงเล็กน้อย ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้นจาก 705.29 ล้านบาท เป็น 716.57 ล้านบาท จุดสำคัญ: กำไรโตสวนทางกับรายได้ แปลว่าต้องติดตามเรื่อง โครงสร้างต้นทุนและ Margin มากกว่าดูรายได้เพียงอย่างเดียว อัตรากำไรสุทธิ Q1/69 อยู่ที่ประมาณ 29.91% สูงกว่า Q1/68 ที่ 25.63% ถือเป็นสัญญาณบวกด้านคุณภาพกำไร
- ฐานะการเงิน — จุดที่ต้องระวัง
ด้านหนึ่ง SSP มีธุรกิจโรงไฟฟ้าที่สร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ธุรกิจนี้มีธรรมชาติคือ ต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีหนี้เพื่อขยายโครงการ
ข้อมูลล่าสุดจาก SET ระบุว่า ณ Q1/69
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 2,458 ล้านบาท
D/E ประมาณ 2.33 เท่า
Current Ratio ประมาณ 1.07 เท่า
ROE ประมาณ 7.42%
ROA ประมาณ 4.88%
ดังนั้น SSP ไม่ได้เป็นหุ้นพลังงานที่มีฐานะการเงินเบามาก การขยายกำลังผลิตไป 1,000 MW จึงต้องจับตาเรื่อง หนี้ใหม่ + ดอกเบี้ย + กระแสเงินสด + ผลตอบแทนของโครงการใหม่
อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานใน Q1/69 ยังเป็นบวกประมาณ 615 ล้านบาท ซึ่งช่วยรองรับการลงทุนบางส่วนได้
- ปัจจัยบวกที่น่าสนใจ ⭐
🚀 1. พอร์ตโรงไฟฟ้ากำลังขยาย
การเพิ่มโครงการใหม่ โดยเฉพาะพลังงานลมและโรงไฟฟ้าขยะ มีโอกาสเพิ่มกำลังผลิตและฐานกำไรในระยะกลางถึงยาว
โครงการวินด์ฟาร์มที่ฟิลิปปินส์ 150 MW จึงเป็นหนึ่งใน Catalyst ที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด
🚀 2. กำไร Q1/69 กลับมาโต
กำไรสุทธิ +10.7% YoY เป็นสัญญาณที่ดี หลังจากกำไรปี 2568 ลดลงค่อนข้างแรง
🚀 3. Margin ดีขึ้น
แม้รายได้ Q1/69 ลดลงประมาณ 1% แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 10% สะท้อนว่า SSP สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดีขึ้น
🚀 4. ธีม Renewable Energy
SSP อยู่ในธีมพลังงานสะอาด ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน Renewable Energy ในระยะยาว - ความเสี่ยงที่ต้องจับตา ⚠️
⚠️ หนี้ค่อนข้างสูง
D/E ประมาณ 2.33 เท่า ทำให้ต้นทุนทางการเงินเป็นตัวแปรสำคัญ หากดอกเบี้ยสูงหรือบริษัทเร่งลงทุนจำนวนมาก อาจกดดันกำไรได้
⚠️ กำไรปี 2568 ลดลงแรง
กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 562 ล้านบาท ลดลง 25.46% YoY ดังนั้นการฟื้นตัวของกำไรในปี 2569 ยังต้องพิสูจน์ต่อเนื่องหลายไตรมาส
⚠️ ความเสี่ยงจากโครงการใหม่
โรงไฟฟ้าใหม่มีทั้งความเสี่ยงด้าน
เงินลงทุน
การก่อสร้าง
การ COD ล่าช้า
ต้นทุนทางการเงิน
อัตราแลกเปลี่ยนสำหรับโครงการต่างประเทศ
เงื่อนไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
โดยเฉพาะการขยายโครงการต่างประเทศ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าเป็นรายโครงการ - มุมมองเชิงเทคนิค
ข้อมูลราคาที่ SET เผยแพร่ล่าสุดในแหล่งที่ค้นพบอยู่ที่ประมาณ 4.30 บาท โดยช่วง 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 3.00–4.42 บาท
ภาพรวมจึงมองว่า SSP อยู่ในโซนที่กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 4.40–4.42 บาท
แนวรับ
4.20–4.25 บาท
ถัดไป 4.00–4.10 บาท
แนวต้าน
4.40–4.42 บาท
หากผ่านได้ มีโอกาสเปิดทางไปทดสอบ 4.60–4.80 บาท
สัญญาณที่น่าสนใจ
ถ้า SSP สามารถ Breakout 4.42 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณเชิงบวกมากกว่าการขึ้นแบบ Volume เบาบาง
แต่ถ้าขึ้นไปทดสอบ 4.40–4.42 บาทแล้ว ไม่ผ่าน + เกิดแรงขาย ต้องระวังการพักฐานกลับลงมาทดสอบ 4.20 บาท
สายเทคนิค: จุดที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่การไล่ซื้อใต้แนวต้าน แต่คือการรอดูว่า “เบรกจริงหรือหลอก” และให้ Volume เป็นตัวช่วยยืนยัน - สรุปมุมมอง SSP
SSP เป็นหุ้น Renewable Energy ที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก “รับรู้กำไรจากสินทรัพย์เดิม” ไปสู่ “การสร้างฐานกำไรจากโครงการใหม่”
จุดเด่นคือ Q1/69 กำไรกลับมาโต +10.9% YoY, Margin ดีขึ้น และมี Pipeline โครงการใหม่ ขณะที่บริษัทตั้งเป้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาดถึง 1,000 MW
แต่จุดที่ต้องระวังคือ D/E สูงกว่า 2 เท่า และการขยายโครงการต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ดังนั้นตลาดจะให้ Premium กับ SSP ได้มากขึ้นก็ต่อเมื่อโครงการใหม่เริ่ม COD และสามารถสร้างกำไร/กระแสเงินสดได้จริง
⭐ คะแนนมุมมอง
| ด้าน | มุมมอง |
|---|---|
| ธุรกิจ | ⭐⭐⭐⭐ |
| การเติบโต | ⭐⭐⭐⭐ |
| กำไรล่าสุด | ⭐⭐⭐⭐ |
| ฐานะการเงิน | ⭐⭐⭐ |
| ความเสี่ยง | ⭐⭐⭐ |
| Technical | ⭐⭐⭐⭐ |
| ภาพรวม | บวกแบบมีเงื่อนไข |
ประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับ SSP ตอนนี้:
“กำไรเริ่มฟื้น + โครงการใหม่กำลังเดินหน้า แต่ต้องพิสูจน์ว่า Growth จะคุ้มกับเงินลงทุนและภาระหนี้หรือไม่”
หมายเหตุ: ระดับราคาเป็นการอ้างอิงข้อมูล SET ที่ค้นพบล่าสุด ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน ณ นาทีนี้ และแนวรับ/แนวต้านเป็นมุมมองเชิงเทคนิค ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์

