วิเคราะห์ หุ้น SUSCO บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SUSCO อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 31 ส.ค. 2533 | 1,274.99 | พลังงานและสาธารณูปโภค | SUSCO |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทฯ และบริษัทย่อย ได้มุ่งเน้นการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านสถานีบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ และจำหน่ายสู่ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมการบิน การผลิตไฟฟ้า การก่อสร้าง การขนส่งและบริการ ทั้งที่เป็นผู้ใช้โดยตรงและแก่ผู้ค้าน้ำมันรายอื่นที่ซื้อน้ำมันไปจำหน่ายแก่ผู้บริโภคอีกทอดหนึ่ง ซึ่งรวมการจำหน่ายให้ผู้ค้าน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านด้วย
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.42 | 1.23 | 0.29 | 0.12 | 0.11 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.89 | 0.92 | 0.92 | 0.85 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | 0.06 | บาท | 26 ก.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.12 | บาท | 23 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.08 | บาท | 27 ก.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.20 | บาท | 20 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2566 | 0.20 | บาท | 27 ก.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.20 | บาท | 17 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.12 | บาท | 23 ก.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.10 | บาท | 17 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2564 | 0.08 | บาท | 23 ก.ย. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.09 | บาท | 13 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 30 มิ.ย. 2563 | 0.02 | บาท | 25 ก.ย. 2563 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2562 – 31 ธ.ค. 2562 | 0.11 | บาท | 11 พ.ค. 2563 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ SUSCO
SUSCO หรือ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจหลักด้านการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านสถานีบริการ และจำหน่ายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมและผู้ใช้น้ำมันโดยตรง เช่น กลุ่มการบิน ก่อสร้าง ขนส่ง และภาคบริการ ดังนั้นทรัพย์สินที่ใช้สร้างรายได้จึงมีทั้ง สถานีบริการ คลังน้ำมัน ระบบจัดเก็บและขนส่ง รวมถึงทรัพย์สินสำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า
- สถานีบริการน้ำมัน — ทรัพย์สินหลักของธุรกิจ
ณ 31 ธันวาคม 2568 กลุ่ม SUSCO มีสถานีบริการรวม 241 แห่งทั่วประเทศ
213 แห่ง ดำเนินงานโดยบริษัท
28 แห่ง ให้ดีลเลอร์เช่า/ดำเนินการ
ใช้สำหรับจำหน่าย น้ำมันเชื้อเพลิง, NGV และ LPG
สถานีบริการเป็นทรัพย์สินสำคัญที่เชื่อมต่อบริษัทกับผู้บริโภคโดยตรง
ทรัพย์สินภายในสถานีไม่ได้มีเพียงพื้นที่และอาคาร แต่ยังรวมถึง ถังเก็บน้ำมันใต้ดิน เครื่องจ่ายน้ำมัน ระบบท่อ ระบบไฟฟ้า ระบบความปลอดภัย ป้ายสถานี และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ - คลังน้ำมัน
SUSCO มีคลังน้ำมันที่บริษัทเป็นเจ้าของ 3 แห่ง ได้แก่
คลังน้ำมันราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ
คลังน้ำมันสุราษฎร์ธานี
คลังน้ำมันสงขลา
นอกจากนี้ยังมีคลังน้ำมันที่ ถือครองร่วมกับบริษัทอื่น สำหรับจัดเก็บน้ำมันที่กลุ่มบริษัทจัดซื้อมาเพื่อจำหน่ายและสำรองตามกฎหมาย
คลังน้ำมันจึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพราะช่วยรองรับการ รับ–เก็บ–จ่ายน้ำมัน ก่อนกระจายไปยังสถานีบริการและลูกค้ารายใหญ่ - ที่ดิน อาคาร และสำนักงาน
ทรัพย์สินของ SUSCO ยังประกอบด้วย ที่ดิน อาคารสำนักงาน อาคารสถานีบริการ และสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับคลังน้ำมันและระบบกระจายสินค้า
สำนักงานใหญ่และคลังน้ำมันราษฎร์บูรณะตั้งอยู่ที่ 139 ถนนราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ
สินทรัพย์ประเภทนี้มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ เพราะทำเลของสถานีบริการและคลังน้ำมันส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการเข้าถึงลูกค้าและประสิทธิภาพของเครือข่ายกระจายสินค้า - ระบบและอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บ–จ่ายน้ำมัน
ธุรกิจของ SUSCO จำเป็นต้องมีสินทรัพย์และอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น
ถังเก็บน้ำมัน
ระบบท่อส่งน้ำมัน
เครื่องจ่ายน้ำมัน
อุปกรณ์ควบคุมและตรวจวัดปริมาณน้ำมัน
ระบบป้องกันอัคคีภัยและความปลอดภัย
อุปกรณ์ขนถ่ายน้ำมัน
อุปกรณ์และระบบภายในคลังน้ำมัน
ทรัพย์สินเหล่านี้เป็น สินทรัพย์ถาวรที่สนับสนุนการดำเนินงานโดยตรง และต้องมีการบำรุงรักษาและลงทุนปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง - ทรัพย์สินสำหรับธุรกิจ EV
SUSCO ขยายธุรกิจไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าผ่านบริษัทย่อย SUSCO Beyond Company Limited ซึ่งมีศูนย์จำหน่ายและบริการรถยนต์ไฟฟ้า 11 แห่ง ณ สิ้นปี 2568
ดังนั้นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องจึงรวมถึง
อาคารโชว์รูม
ศูนย์บริการ
อุปกรณ์ซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า
อุปกรณ์สำหรับให้บริการหลังการขาย
สินค้าคงเหลือและรถยนต์เพื่อจำหน่าย
ส่วนนี้ถือเป็นการใช้สินทรัพย์เดิมและโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ นอกเหนือจากน้ำมันแบบดั้งเดิม - สินค้าคงเหลือ — น้ำมันและสินค้าเพื่อจำหน่าย
อีกกลุ่มหนึ่งคือ สินค้าคงเหลือ ซึ่งแตกต่างจากสินทรัพย์ถาวร โดยประกอบด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าที่เตรียมไว้สำหรับจำหน่าย
ข้อมูลปี 2568 ระบุว่าสินทรัพย์หมุนเวียนของกลุ่มลดลงส่วนหนึ่งจาก สินค้าคงเหลือลดลง เนื่องจากจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้นมอง SUSCO ในมุม “ทรัพย์สินสร้างรายได้”
สามารถสรุปโครงสร้างสินทรัพย์ของ SUSCO ได้ดังนี้
| ประเภททรัพย์สิน | บทบาทต่อธุรกิจ |
|---|---|
| ⛽ สถานีบริการ 241 แห่ง | ช่องทางจำหน่ายน้ำมันให้ผู้บริโภค |
| 🛢️ คลังน้ำมัน 3 แห่ง | รับและจัดเก็บน้ำมันเพื่อกระจายสินค้า |
| 🏢 ที่ดินและอาคาร | รองรับสถานี คลัง และสำนักงาน |
| ⚙️ ถัง/เครื่องจ่าย/ระบบท่อ | ใช้ในกระบวนการจัดเก็บและจำหน่ายน้ำมัน |
| 🚚 ระบบขนส่งและอุปกรณ์ | สนับสนุนการกระจายสินค้า |
| 🔋 ศูนย์ EV 11 แห่ง | รองรับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและบริการหลังการขาย |
| 📦 สินค้าคงเหลือ | น้ำมันและสินค้าที่เตรียมจำหน่าย |
ภาพรวมที่น่าสนใจ: ณ สิ้นปี 2568 กลุ่ม SUSCO มีสินทรัพย์รวม 9,734.14 ล้านบาท โดยเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 7,348.32 ล้านบาท หรือประมาณ 75.5% ของสินทรัพย์ทั้งหมด สะท้อนว่าธุรกิจมีฐานสินทรัพย์ระยะยาวค่อนข้างมาก โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ดำเนินธุรกิจสถานีบริการและคลังน้ำมัน
จุดที่นักลงทุนควรจับตา: ทรัพย์สินของ SUSCO มีลักษณะเป็น “โครงสร้างพื้นฐานสร้างรายได้” หากบริษัทสามารถเพิ่มยอดขายต่อสถานี ใช้ประโยชน์จากทำเลเดิม และต่อยอด EV/ธุรกิจ Non-Oil ได้ดี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ได้ แต่ในทางกลับกัน ธุรกิจสถานีบริการก็ต้องใช้เงินลงทุนและค่าบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือของ SUSCO
SUSCO หรือ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจที่ไม่ได้มีเพียงธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน แต่ได้ขยายไปสู่ ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจลีสซิ่ง และธุรกิจสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ โดยข้อมูลโครงสร้างบริษัทล่าสุดของ SUSCO ระบุโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2568
- บริษัท ซัสโก้ บียอนด์ จำกัด (SUSCO Beyond)
ถือเป็น บริษัทย่อยที่สำคัญของ SUSCO โดย SUSCO ถือหุ้น 100% และจัดตั้งขึ้นเพื่อขยายธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า
ธุรกิจหลัก
จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD
จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า DENZA
โชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ไฟฟ้า
ธุรกิจเช่าและเช่าซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
ณ สิ้นปี 2568 มีศูนย์จำหน่ายและบริการรถยนต์ไฟฟ้า 11 แห่ง และในปี 2568 มียอดขายรถยนต์รวม 3,758 คัน เพิ่มขึ้น 60% จาก 2,350 คันในปี 2567
จุดที่น่าจับตา: SUSCO Beyond เป็นธุรกิจที่ช่วยให้ SUSCO ลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจน้ำมันในระยะยาว และเปิดทางเข้าสู่ Ecosystem ของ EV - บริษัท ซัสโก้ มาชาร์จ จำกัด (SUSCO MACharge)
เป็นบริษัทย่อยที่เกิดจากการที่ SUSCO Beyond เข้าซื้อหุ้นใน AS MaCharge ในปี 2568
SUSCO Beyond เข้าซื้อหุ้นจำนวน 59,999 หุ้น หรือประมาณ 59.999% และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ซัสโก้ มาชาร์จ จำกัด ส่งผลให้กลายเป็นบริษัทย่อยของกลุ่ม SUSCO
ธุรกิจหลัก
ให้เช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่
ศูนย์ซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
รองรับการขยายธุรกิจ EV Mobility
ธุรกิจนี้มีความน่าสนใจเพราะเป็นการต่อยอดจาก สถานีบริการน้ำมัน → EV → รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า → Battery Swap - Beyond Leasing Co., Ltd.
เป็นธุรกิจที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง SUSCO Beyond กับ IFS Capital (Thailand) เพื่อเข้าสู่ธุรกิจการเงินที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์
ธุรกิจหลัก
สัญญาเช่าดำเนินงาน
สัญญาเช่าการเงิน
เช่าซื้อรถยนต์
บริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเช่ารถ
จุดสำคัญคือธุรกิจนี้ช่วยสร้าง EV Ecosystem แบบครบวงจร ตั้งแต่การขายรถ → การจัดหาเงินทุน → การเช่า/เช่าซื้อ → บริการหลังการขาย - SINOPEC SUSCO Co., Ltd.
บริษัทนี้มีสถานะเป็น บริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ไม่ใช่บริษัทย่อยโดยตรงของ SUSCO
เดิมคือ บริษัท ซัสโก้ ดีลเลอร์ส จำกัด ก่อนที่ SUSCO จะขายหุ้นบางส่วนให้กับ Sinopec (Hong Kong) Limited ในปี 2566 ทำให้สถานะเปลี่ยนจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไซโนเปค ซัสโก้ จำกัด
ธุรกิจหลัก
สถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ SINOPEC SUSCO
ธุรกิจ Non-Oil
ร้านสะดวกซื้อ EASY JOY
ในปี 2568 กลุ่ม SUSCO มีสถานีที่ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Sinopec จำนวน 27 แห่ง ตามข้อมูลของบริษัท
สรุปโครงสร้างแบบเข้าใจง่าย
SUSCO
⬇️
บริษัทย่อยหลัก
SUSCO Beyond → BYD / DENZA / EV
SUSCO MACharge → EV Motorcycle / Battery Swap / ศูนย์ซ่อม
Beyond Leasing → Leasing / Hire Purchase / Financial Services
บริษัทร่วมทุน
SINOPEC SUSCO → สถานีบริการน้ำมัน / Non-Oil / EASY JOY
ดังนั้น หากมอง SUSCO ในเชิงการลงทุน จะเห็นการเปลี่ยนผ่านจาก “ธุรกิจน้ำมัน” ไปสู่ “พลังงาน + EV Mobility + Financial Services” อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ SUSCO Beyond ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของกลุ่ม
ขณะที่ธุรกิจหลักเดิมยังมีขนาดใหญ่ โดยสิ้นปี 2568 กลุ่มบริษัทมีสถานีบริการรวม 241 แห่ง แบ่งเป็น SUSCO 100 แห่ง, Bangchak 139 แห่ง และ Sinopec 27 แห่งตามการดำเนินงานของกลุ่ม (บางสถานีเป็นการนับตามรูปแบบการดำเนินงาน/แบรนด์)
มุมมองสำหรับนักลงทุน: จุดที่ควรติดตามคือ ยอดขาย EV ของ SUSCO Beyond, ความสามารถทำกำไรของธุรกิจ EV, การเติบโตของ SUSCO MACharge และ Beyond Leasing เพราะธุรกิจเหล่านี้มีศักยภาพเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ของ SUSCO จากเดิมที่พึ่งพาธุรกิจน้ำมันเป็นหลักในระยะยาว
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SUSCO
บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO ดำเนินธุรกิจค้าปลีกน้ำมันผ่านสถานีบริการ และจำหน่ายน้ำมันให้ลูกค้าอุตสาหกรรม เช่น การบิน ก่อสร้าง ขนส่ง และภาคบริการ ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะเชื่อมโยงกับ ราคาน้ำมัน การแข่งขัน อัตรากำไร และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานรูปแบบใหม่ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุ SUSCO อยู่ในกลุ่ม Energy & Utilities และมีรายงานประจำปี 2568 ให้ติดตามประกอบการวิเคราะห์ด้วย
🔴 1. ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันผันผวน
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ OPEC+ ค่าเงิน และภาวะเศรษฐกิจโลก
สำหรับ SUSCO การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันสามารถกระทบทั้ง ต้นทุนสินค้า มูลค่าสต๊อก และค่าการตลาด หากราคาน้ำมันปรับตัวลงเร็ว อาจเกิดผลกระทบจากสินค้าคงเหลือที่มีต้นทุนสูงกว่าราคาตลาด
สิ่งที่ต้องจับตา: ราคาน้ำมันดิบ + ค่าการตลาด + Inventory Gain/Loss
🔴 2. ธุรกิจมีอัตรากำไรค่อนข้างบาง
ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเป็นธุรกิจที่มี ยอดขายสูง แต่ Margin ต่อหน่วยไม่สูงมาก ทำให้การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของค่าการตลาดสามารถกระทบกำไรได้
หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย หรือการแข่งขันทำให้ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้เต็มที่ กำไรขั้นต้นอาจถูกกดดัน
🔴 3. การแข่งขันในธุรกิจสถานีบริการน้ำมันสูง
ตลาดค้าปลีกน้ำมันไทยมีการแข่งขันจากผู้ประกอบการรายใหญ่และรายอื่น ๆ ทั้งด้าน
จำนวนสถานีบริการ
ทำเล
โปรโมชั่น
โปรแกรมสมาชิก
ร้านค้าและ Non-oil
ราคาและส่วนลด
SUSCO จึงต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาฐานลูกค้าและความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่ SET ระบุว่าธุรกิจของบริษัทครอบคลุมทั้งสถานีบริการและการขายให้ภาคอุตสาหกรรม/ลูกค้าธุรกิจ
🔴 4. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน EV
นี่เป็น ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างระยะยาว ที่ควรจับตาเป็นพิเศษ
หากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลในภาคขนส่งอาจเติบโตช้าลง หรือในระยะยาวอาจลดลง
ผลกระทบต่อ SUSCO อาจเกิดจาก
จำนวนลิตรที่ขาย → ปริมาณการใช้สถานี → รายได้ → กำไร
บริษัทจึงต้องปรับสถานีบริการให้รองรับธุรกิจพลังงานและบริการรูปแบบใหม่ โดยประเด็น EV เป็นหนึ่งในเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ
🔴 5. ความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ
ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยมีความเกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภาษี และมาตรการควบคุมราคาพลังงาน
หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย เช่น การตรึงราคา หรือการปรับโครงสร้างภาษี/กองทุนน้ำมัน อาจทำให้ ค่าการตลาดและความสามารถในการทำกำไรของผู้ค้าปลีกน้ำมันเปลี่ยนแปลง
ดังนั้น SUSCO จึงมีความเสี่ยงจากปัจจัยที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้โดยตรง
🔴 6. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
หากเศรษฐกิจไทยชะลอตัว การเดินทาง การขนส่ง และกิจกรรมทางธุรกิจอาจลดลง ส่งผลต่อปริมาณการใช้น้ำมัน
โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่ม
รถขนส่ง
ภาคก่อสร้าง
อุตสาหกรรม
การเดินทาง
ธุรกิจบริการ
ซึ่งเป็นตลาดที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายน้ำมันของ SUSCO
🔴 7. ความเสี่ยงจากต้นทุนการขยายสถานีบริการ
การขยายและปรับปรุงสถานีบริการต้องใช้เงินลงทุน ทั้งค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง อุปกรณ์ ระบบความปลอดภัย และการพัฒนาพื้นที่ Non-oil
หากลงทุนในทำเลที่มีปริมาณรถหรือยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจทำให้ ระยะเวลาคืนทุนยาวขึ้นและผลตอบแทนจากเงินลงทุนลดลง
🔴 8. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
ธุรกิจน้ำมันมีความเสี่ยงด้าน
การรั่วไหลของน้ำมัน
อัคคีภัย
การระเบิด
มลพิษ
การจัดเก็บและขนส่งเชื้อเพลิง
การปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม
เหตุการณ์ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจสร้างทั้ง ค่าใช้จ่ายในการแก้ไข ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ชื่อเสียง และความเชื่อมั่นของลูกค้า
บริษัทมีการเผยแพร่ข้อมูลการประเมินความเสี่ยงองค์กรและความเสี่ยงด้านการทุจริตเป็นประจำ รวมถึงปี 2569
⚠️ 9. ความเสี่ยงจากธุรกิจ Non-oil ที่ยังต้องพิสูจน์ผลตอบแทน
การเพิ่มรายได้จากธุรกิจอื่นภายในสถานีบริการ เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร หรือบริการต่าง ๆ สามารถช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันได้
แต่ในทางกลับกัน การลงทุนดังกล่าวต้องใช้เงินทุน และต้องดูว่า รายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นคุ้มกับเงินลงทุนหรือไม่
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “Non-oil โตหรือไม่” แต่ต้องดูว่า
ยอดขาย Non-oil โต → Margin ดีขึ้น → ROIC ดีขึ้นหรือไม่
📊 สรุปความเสี่ยง SUSCO
| ความเสี่ยง | ระดับ | ผลกระทบ |
|---|---|---|
| ราคาน้ำมันผันผวน | 🔴 สูง | กระทบต้นทุนและสต๊อก |
| ค่าการตลาดต่ำ | 🔴 สูง | กดดันกำไรโดยตรง |
| การแข่งขัน | 🔴 สูง | กระทบยอดขายและ Margin |
| EV / รถพลังงานทางเลือก | 🔴 สูงระยะยาว | กระทบปริมาณขายน้ำมัน |
| นโยบายภาครัฐ | 🟠 กลาง-สูง | กระทบราคาขาย/ค่าการตลาด |
| เศรษฐกิจชะลอตัว | 🟠 กลาง | กระทบปริมาณการใช้น้ำมัน |
| เงินลงทุนสถานีบริการ | 🟠 กลาง | กระทบกระแสเงินสดและผลตอบแทน |
| สิ่งแวดล้อม/ความปลอดภัย | 🟠 กลาง | อาจสร้างความเสียหายสูงหากเกิดเหตุ |
| Non-oil | 🟡 ต้องติดตาม | ความคุ้มค่าของการลงทุน |
🎯 มุมมองสำหรับนักลงทุน
ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของ SUSCO ไม่ใช่แค่ “ราคาน้ำมันขึ้นหรือลง” แต่คือความสามารถในการรักษา Margin และปริมาณขายน้ำมันในช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV
ดังนั้น หากจะวิเคราะห์ SUSCO เชิงลึก ควรติดตาม 5 ตัวแปรเป็นพิเศษ:
- ปริมาณขายน้ำมัน → 2. ค่าการตลาด → 3. กำไรขั้นต้น → 4. รายได้/กำไร Non-oil → 5. การลงทุนรองรับ EV
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุข้อมูลล่าสุดของ SUSCO ณ กรกฎาคม 2569 ว่ามี Market Cap ราว 2.32 พันล้านบาท และ EV/EBITDA ราว 5.01 เท่า ซึ่งสามารถนำไปประกอบการประเมินว่าราคาหุ้นสะท้อนความเสี่ยงเหล่านี้ไปมากน้อยเพียงใดได้
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ย. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | นาย มงคล สิมะโรจน์ | 160,100,000 | 16.01 |
| 2 | บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) | 50,000,000 | 5.00 |
| 3 | นาย ภิมุข สิมะโรจน์ | 43,500,000 | 4.35 |
| 4 | นาย พนัส รุ่งนพคุณศรี | 38,376,100 | 3.84 |
| 5 | นาย มาวีร์ สิมะโรจน์ | 35,000,000 | 3.50 |
| 6 | นาย วิบูลย์ ผาณิตวงศ์ | 26,085,100 | 2.61 |
| 7 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 20,643,147 | 2.06 |
| 8 | นาย พงศธร ฉัตรนะรัชต์ | 18,000,000 | 1.80 |
| 9 | น.ส. วีรินทร์ สิมะโรจน์ | 15,000,000 | 1.50 |
| 10 | นาย เอกพล ไววิทย์ลิขิต | 13,650,000 | 1.37 |
| 11 | นาย อัมรินทร์ สิมะโรจน์ | 12,480,000 | 1.25 |
| 12 | นาย ชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ | 11,520,000 | 1.15 |
| 13 | บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (2) โดย บลจ. บางกอกแคปปิตอล จก. | 7,816,800 | 0.78 |
| 14 | UBS AG SINGAPORE BRANCH | 7,000,000 | 0.70 |
| 15 | นาง เบญจพร ชูศรี | 6,700,000 | 0.67 |
| 16 | นาย ชัยยุต ซอโสตถิกุล | 6,154,400 | 0.62 |
| 17 | นาย จักษวัฎ วิมลมงคลรัตน์ | 6,050,000 | 0.61 |
| 18 | นาง พิริยาพร แซ่ฮึ้ง | 6,001,400 | 0.60 |
| 19 | นาย นคร หาญไกรวิไลย์ | 5,600,000 | 0.56 |
| 20 | นาย วรวีร์ วีรคเชนทร์ | 5,500,000 | 0.55 |
| 21 | นาย สรรพงศ์ บุญศิริ | 5,260,000 | 0.53 |
| 22 | น.ส. วัชรี กระแสร์คุณ | 5,133,000 | 0.51 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย มงคล สิมะโรจน์ | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย ภิมุข สิมะโรจน์ | รองประธานกรรมการ |
| 3 | นาย ชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ | กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ |
| 4 | นาย นพดล อัตวาวุฒิชัย | กรรมการ |
| 5 | นาย พงศธร ฉัตรนะรัชต์ | กรรมการ |
| 6 | นาย มาวีร์ สิมะโรจน์ | กรรมการ |
| 7 | นาย อัมรินทร์ สิมะโรจน์ | กรรมการ |
| 8 | นาย ประกิต ประทีปะเสน | กรรมการอิสระ |
| 9 | นาง พวงเพ็ชร์ ทวีชัยวัฒน์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 10 | นาย วิณณ์ ผาณิตวงศ์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 11 | นาย สิทธิพันธ ศรีเพ็ญ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น SUSCO
บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO มีพัฒนาการจากธุรกิจขนส่งน้ำมัน สู่ผู้ประกอบการค้าปลีกน้ำมันที่มีเครือข่ายสถานีบริการทั่วประเทศ และในช่วงหลังได้เร่งกระจายธุรกิจไปสู่ รถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจการเงิน และระบบพลังงานยุคใหม่ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน
🔹 จุดเริ่มต้นธุรกิจ
21 ก.ย. 2520 ก่อตั้งในชื่อ บริษัท สยามสหบริการ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เริ่มต้นจากธุรกิจให้บริการขนส่งน้ำมันทางน้ำแก่ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่
ปี 2528 ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ทำให้สามารถนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายได้
ปี 2529 เริ่มจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการของบริษัท โดยเริ่มต้น 32 แห่งในภาคใต้ ก่อนขยายเครือข่ายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ
🔹 เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์
31 ส.ค. 2533 SUSCO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยทุนชำระแล้ว 280 ล้านบาท และต่อมาในปี 2536 แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด
🔹 เปลี่ยนผ่านสู่แบรนด์ SUSCO
ในปี 2553 บริษัทเปลี่ยนชื่อจาก “สยามสหบริการ” เป็น บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
🔹 การซื้อกิจการ PETRONAS ในไทย
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือปี 2555 SUSCO เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทในกลุ่ม PETRONAS Retail (Thailand) และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ก่อนทยอยเปลี่ยนสถานีบริการจากแบรนด์ PETRONAS มาเป็น SUSCO ภายในสิ้นปี 2557 ช่วยขยายฐานสถานีบริการและฐานลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ
🔹 เริ่มปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจ EV
ปี 2565 SUSCO จัดตั้ง บริษัท ซัสโก้ บียอนด์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมธุรกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถ EV
ต่อมา SUSCO Beyond ขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ EV อย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2568 มี 11 แห่ง
🔹 ขยายธุรกิจสู่สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่
ปี 2566 SUSCO Beyond ร่วมลงทุนกับ AMR Asia ในธุรกิจสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่และให้เช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมศูนย์ซ่อมบำรุงที่เกาะสมุย
จากนั้นใน มี.ค. 2568 SUSCO Beyond เข้าซื้อหุ้น 59.999% ใน AS MaCharge และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ซัสโก้ มาชาร์จ จำกัด ทำให้ธุรกิจสับเปลี่ยนแบตเตอรี่และเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ภายใต้กลุ่ม SUSCO โดยตรงมากขึ้น
🔹 เดินหน้าธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต
ในเดือนเมษายน 2568 SUSCO อนุมัติร่วมทุนจัดตั้ง บริษัท เอส.ยู สวอพ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 79 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจ สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีจากพันธมิตรระดับสากล สะท้อนกลยุทธ์ในการขยายจากธุรกิจน้ำมันไปสู่ระบบพลังงานและ Mobility ในอนาคต
🔹 ขยาย Ecosystem นอกเหนือจากน้ำมัน
ปี 2567 SUSCO มีพัฒนาการสำคัญหลายด้าน เช่น
ร่วมทุนกับ IFS Capital Thailand จัดตั้ง Beyond Leasing เพื่อให้บริการเช่ารถ ลีสซิ่ง เช่าซื้อ และบริการทางการเงิน
ร่วมกับ SINOPEC เปิดสถานีบริการภายใต้แบรนด์ SINOPEC SUSCO และเปิดร้านสะดวกซื้อ EASY JOY ในประเทศไทย
เข้าร่วมโครงการ Grab EV สนับสนุนการเปลี่ยนรถของผู้ขับขี่ Grab ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า
เปิดโชว์รูม DENZA SUSCO Beyond Infinite สาขาสาธุประดิษฐ์ พร้อมรถ EV รุ่น DENZA D9
ร่วมมือกับบางจาก ศรีราชาในการปรับโฉมสถานีบริการ “บางจาก” ภายใต้การบริหารของ SUSCO จำนวน 108 สถานี
🔹 บริหารโครงสร้างทุนและผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
ในเดือนมกราคม 2568 SUSCO เริ่มโครงการซื้อหุ้นคืน วงเงินไม่เกิน 155 ล้านบาท หรือไม่เกิน 50 ล้านหุ้น เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินและเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น โดย ณ สิ้นปี 2568 มีหุ้นทุนซื้อคืน 50 ล้านหุ้น หรือประมาณ 5% ของทุนชำระแล้ว
🔹 เดินหน้าสู่ธุรกิจยั่งยืน
SUSCO เริ่มจัดทำระบบบริหารจัดการด้านความยั่งยืนตั้งแต่ปี 2564 และได้รับการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) ตามมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 ในปี 2568
บริษัทตั้งเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2593 และ Net Zero ภายในปี 2608 ซึ่งสะท้อนความพยายามในการเตรียมธุรกิจรับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
🔹 ขนาดธุรกิจ ณ สิ้นปี 2568
ณ 31 ธ.ค. 2568 กลุ่ม SUSCO มีสถานีบริการน้ำมันรวม 241 แห่ง แบ่งเป็นสถานีที่บริษัทดำเนินการเอง 213 แห่ง และสถานีดีลเลอร์ 28 แห่ง รวมทั้งมีคลังน้ำมันของบริษัท 3 แห่ง ได้แก่ ราษฎร์บูรณะ สุราษฎร์ธานี และสงขลา ขณะที่ SUSCO Beyond มีศูนย์จำหน่ายและบริการรถยนต์ไฟฟ้า 11 แห่ง
📌 สรุปมุมมองพัฒนาการ SUSCO
SUSCO กำลังเปลี่ยนจาก “บริษัทขายน้ำมัน” ไปสู่ “Energy & Mobility Ecosystem”
จุดที่น่าจับตาคือการสร้างธุรกิจใหม่ควบคู่กับธุรกิจเดิม ได้แก่
น้ำมัน → สถานีบริการ → Non-Oil → EV → Battery Swap → EV Leasing/Finance → พลังงานสะอาด
ดังนั้น พัฒนาการของ SUSCO ในระยะหลังไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มจำนวนปั๊มน้ำมัน แต่เน้น กระจายแหล่งรายได้และสร้างธุรกิจรองรับโลกหลังน้ำมัน มากขึ้น ขณะที่ธุรกิจน้ำมันและเครือข่ายสถานีบริการยังเป็นฐานรายได้หลักของบริษัทอยู่
สำหรับนักลงทุน ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ธุรกิจ EV, Battery Swap, Leasing และ Non-Oil จะสามารถเติบโตจนมีสัดส่วนที่มีนัยสำคัญต่อกำไรของกลุ่มได้เร็วแค่ไหน ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญต่อการประเมินมูลค่า SUSCO ในอนาคต
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 942.23 | 684.42 | 954.09 | 612.38 | 1,066.09 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 1,184.17 | 604.32 | 977.51 | 922.97 | 705.40 |
| สินค้าคงเหลือ | 568.41 | 1,192.06 | 962.72 | 795.96 | 840.29 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 3,088.41 | 3,122.66 | 3,343.19 | 2,969.20 | 3,178.04 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 2,061.19 | 2,601.10 | 2,691.34 | 2,701.29 | 2,807.52 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 5,655.13 | 6,708.74 | 7,347.21 | 6,905.71 | 7,471.53 |
| รวมสินทรัพย์ | 8,743.55 | 9,831.39 | 10,690.40 | 9,874.91 | 10,649.57 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 682.00 | 914.41 | 1,181.81 | 784.88 | 1,654.90 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 2,010.21 | 2,228.89 | 2,088.62 | 2,003.29 | 1,655.91 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 66.05 | 158.71 | 138.02 | 165.02 | 191.60 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 2,968.44 | 3,491.83 | 3,635.35 | 3,232.87 | 3,752.36 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 1,966.92 | 1,764.29 | 2,532.10 | 2,173.98 | 2,554.85 |
| รวมหนี้สิน | 4,935.36 | 5,256.12 | 6,167.45 | 5,406.85 | 6,307.21 |
| ทุนจดทะเบียน | 1,325.00 | 1,325.00 | 1,274.99 | 1,274.99 | 1,274.99 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 1,050.00 | 1,050.00 | 1,000.00 | 1,000.00 | 1,000.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 45.02 | 45.02 | 45.02 | 45.02 | 45.02 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 2,483.29 | 3,312.01 | 3,323.80 | 3,141.49 | 3,314.07 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | 145.30 | 145.30 | – | – | 144.71 |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 347.68 | 291.38 | 134.88 | 260.78 | 110.40 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | 204.34 | 204.34 | 109.04 | 204.34 | 109.04 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 3,808.18 | 4,580.60 | 4,531.19 | 4,474.78 | 4,352.28 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | – | -5.33 | -8.24 | -6.71 | -9.92 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 33,656.19 | 33,356.47 | 32,563.55 | 16,133.56 | 16,991.00 |
| รายได้อื่น | 111.69 | 347.13 | 579.15 | 192.23 | 207.37 |
| รวมรายได้ | 33,771.60 | 33,706.78 | 33,149.61 | 16,330.54 | 17,206.30 |
| ต้นทุน | 31,646.25 | 30,352.31 | 30,655.41 | 15,170.51 | 15,959.93 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 1,499.79 | 1,757.75 | 1,988.42 | 928.00 | 1,033.03 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 33,146.03 | 32,110.06 | 32,643.82 | 16,098.51 | 16,992.96 |
| EBITDA | 1,026.86 | 2,082.72 | 1,001.10 | 470.63 | 478.56 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 406.12 | 450.74 | 494.34 | 238.47 | 269.32 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 620.73 | 1,631.98 | 506.76 | 232.17 | 209.24 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 422.08 | 1,228.52 | 291.72 | 124.75 | 104.38 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.42 | 1.23 | 0.29 | 0.12 | 0.11 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256531 ธ.ค. 2565 | งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 970.17 | -125.05 | 828.58 | 511.98 | 33.54 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -587.52 | 304.03 | -480.40 | -246.39 | -147.38 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | 199.50 | -436.79 | -78.51 | -337.63 | 225.85 |
| เงินสดสุทธิ | 582.15 | -257.81 | 269.67 | -72.04 | 112.01 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
งบปี 256631 ธ.ค. 2566 | งบปี 256731 ธ.ค. 2567 | งบ 6 เดือน/256730 มิ.ย. 2567 | งบ 6 เดือน/256830 มิ.ย. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 37.30 | 41.17 | 41.44 | 41.05 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 9.79 | 8.87 | 8.81 | 8.89 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 34.48 | 28.45 | 47.61 | 38.44 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 10.59 | 12.83 | 7.67 | 9.50 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 14.32 | 14.20 | 15.07 | 17.19 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 25.49 | 25.70 | 24.22 | 21.24 |
| วงจรเงินสด (วัน) | -5.12 | -4.01 | -7.74 | -2.85 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น SUSCO
SUSCO หรือ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันราคาล่าสุดที่ SET แสดงคือ 2.28 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท (+1.79%) โดยมีกรอบการซื้อขายล่าสุด 2.24–2.30 บาท และปริมาณซื้อขายประมาณ 1.13 ล้านหุ้น
📈 ภาพรวมทางเทคนิค
SUSCO อยู่ในช่วง “พยายามฟื้นตัว” แต่ยังต้องผ่านแนวต้านสำคัญเพื่อยืนยันการกลับมาเป็นขาขึ้น
จากราคาปัจจุบัน 2.28 บาท เทียบกับกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 2.00–2.66 บาท ทำให้ตำแหน่งปัจจุบันอยู่บริเวณช่วงกลางค่อนไปทางล่างของกรอบใหญ่
จุดที่น่าสนใจคือราคาล่าสุดสามารถขึ้นมาปิดที่ 2.28 บาท พร้อมทำ High ระหว่างวันที่ 2.30 บาท สะท้อนว่ามีแรงซื้อกลับเข้ามา แต่การขึ้นต่อจะต้องเห็น Volume สนับสนุน มากขึ้น
🎯 แนวรับ–แนวต้าน
| ระดับ | ราคา | มุมมอง |
|---|---|---|
| แนวต้าน 3 | 2.50–2.55 | ด่านสำคัญของรอบ |
| แนวต้าน 2 | 2.40–2.45 | ต้องผ่านให้ได้ |
| แนวต้าน 1 | 2.30–2.35 | ด่านแรกที่ต้อง Break |
| ราคาปัจจุบัน | 2.28 | เริ่มมีแรงซื้อ |
| แนวรับ 1 | 2.20–2.22 | ฐานระยะสั้น |
| แนวรับ 2 | 2.10–2.15 | แนวรับสำคัญ |
| แนวรับ 3 | 2.00–2.05 | Low สำคัญของรอบ |
หมายเหตุ: ระดับแนวรับ–แนวต้านเป็นการประเมินเชิงเทคนิคจากโครงสร้างราคาและกรอบการเคลื่อนไหว ไม่ใช่ระดับที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ช่วยกรองสัญญาณรบกวนระยะสั้น ดูแนวโน้มราคาระยะยาว เช่น MA5, MA20, MA200 บ่งชี้ทิศทางและแรงของแนวโน้ม Volume / ปริมาณการซื้อขาย
🔥 จุดที่ต้องจับตา ต้องระวังหลุด 2.20 บาท
หากราคากลับตัวลงและหลุด 2.20 บาท โดยเฉพาะหากมาพร้อมแรงขายสูง จะทำให้ภาพการฟื้นตัวอ่อนแอลง และมีความเสี่ยงถอยกลับไปทดสอบ 2.10–2.15 บาท
📊 มุมมอง Momentum
ปัจจุบันยังไม่ใช่ลักษณะ “เบรกเอาต์เต็มตัว” เพราะราคายังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 2.66 บาทค่อนข้างมาก
ดังนั้นกลยุทธ์ที่น่าสนใจกว่าการไล่ราคา คือ รอให้ราคา Break แนวต้านพร้อม Volume แล้วค่อยประเมินการเข้าสู่รอบใหม่
โครงสร้างที่ต้องการเห็นคือ:
สะสม → Break 2.30–2.35 → Volume เข้า → ผ่าน 2.40–2.45 → ทดสอบ 2.50–2.55 บาท
🟢 สรุปสัญญาณ
ระยะสั้น: ⭐⭐⭐☆☆ — เริ่มฟื้นตัว
🟢 ราคาปัจจุบัน 2.28 บาท
🟢 มีแรงซื้อกลับ
🟡 ยังติดแนวต้าน 2.30–2.35 บาท
🟡 ต้องการ Volume ยืนยัน
🔴 หลุด 2.20 บาท ต้องระวังแรงขาย
🚀 Break 2.35 และยืนได้ = สัญญาณบวกเพิ่ม
🚀 ผ่าน 2.45 = โมเมนตัมมีโอกาสเร่งตัว
มุมมองหลัก: SUSCO กำลังอยู่ในจังหวะที่ต้องจับตา “เบรกแนวต้าน” มากกว่าการคาดเดาว่าจะขึ้นทันที หากผ่าน 2.30–2.35 บาทพร้อมวอลุ่มได้จริง ภาพทางเทคนิคจะน่าสนใจขึ้นอย่างชัดเจน แต่หากยังไม่ผ่าน มีโอกาสแกว่งสะสมในกรอบต่อไป
ข้อมูลพื้นฐานจาก SET ระบุว่า SUSCO ดำเนินธุรกิจจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการและจำหน่ายให้ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดย ณ 30 ก.ค. 2569 บริษัทมี Market Cap ราว 2,220 ล้านบาท และราคาตาม Factsheet อยู่ที่ 2.22 บาทในวันดังกล่าว
เป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์ Break 2.30–2.35 บาท หาก SUSCO สามารถทะลุ 2.30–2.35 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณบวกแรก และเปิดทางให้ทดสอบบริเวณ 2.40–2.45 บาท ถ้าผ่าน 2.45 บาทได้ โมเมนตัมจะเริ่มน่าสนใจ การผ่าน 2.45 บาทแบบมีวอลุ่ม จะทำให้โครงสร้างระยะสั้นแข็งแรงขึ้น และมีโอกาสเดินหน้าสู่ 2.50–2.55 บาท
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น SUSCO — บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน)
SUSCO หรือ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีธุรกิจหลักคือการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการ รวมถึงการขายน้ำมันให้ภาคอุตสาหกรรม การบิน การผลิตไฟฟ้า การก่อสร้าง การขนส่ง และผู้ค้าน้ำมันรายอื่น
🔎 ภาพรวมการลงทุน
จุดที่น่าสนใจของ SUSCO คือ “ธุรกิจน้ำมันเดิม + การสร้างรายได้ใหม่จาก EV และ Non-Oil” แต่ในอีกด้านหนึ่งกำไรของบริษัทมีความผันผวนค่อนข้างสูง เพราะธุรกิจน้ำมันเป็นธุรกิจมาร์จิ้นต่ำและได้รับผลกระทบจากปริมาณขาย ราคาน้ำมัน และค่าการตลาด
ณ ข้อมูลราคาที่ SET แสดงวันที่ 30 ก.ค. 2569 หุ้นอยู่ที่ประมาณ 2.22 บาท โดยกรอบ 52 สัปดาห์ที่แสดงในข้อมูลก่อนหน้านี้อยู่บริเวณ 2.00–2.66 บาท
- ธุรกิจของ SUSCO มีอะไรบ้าง?
⛽ 1) ธุรกิจจำหน่ายน้ำมัน — ธุรกิจหลัก
SUSCO มีรายได้หลักจากการขายน้ำมันผ่านสถานีบริการ รวมถึงการขายน้ำมันให้ลูกค้าอุตสาหกรรมและผู้ค้าน้ำมันรายอื่น
ข้อดีคือเป็นธุรกิจที่มี ปริมาณการใช้ซ้ำสูง และมีฐานลูกค้าหลากหลาย แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ กำไรต่อหน่วยค่อนข้างบาง ดังนั้นการเพิ่มยอดขายไม่ได้หมายความว่ากำไรจะเพิ่มในอัตราเดียวกันเสมอไป
⚡ 2) ธุรกิจ EV
นี่คือหนึ่งในประเด็นที่น่าจับตา
บริษัทระบุว่า SUSCO Beyond ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD และ DENZA โดย ณ ปี 2568 มี 11 สาขา และมียอดขายรถยนต์รวม 3,758 คัน เพิ่มจาก 2,350 คันในปี 2567 หรือเติบโตประมาณ 60%
จุดนี้ทำให้ SUSCO ไม่ได้เป็นเพียงหุ้นปั๊มน้ำมันแบบดั้งเดิม แต่กำลังพยายามสร้างธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์
🏪 3) Non-Oil / SUSCO SQUARE
บริษัทกำลังพัฒนาพื้นที่ในสถานีบริการให้เป็น SUSCO SQUARE เพื่อเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน
ปัจจุบันขยายเป็น 4 แห่ง จากเดิม 2 แห่ง และสาขาปิ่นเกล้าเปิดดำเนินการในเดือนมกราคม 2569 โดยแนวคิดคือเพิ่มร้านอาหาร เครื่องดื่ม Drive Thru และบริการต่าง ๆ ภายในสถานี
🔋 4) EV Charging + Solar
บริษัทระบุว่ามีการติดตั้งจุดชาร์จเร็วในสถานีบริการแล้ว 57 แห่ง และติดตั้ง Solar Roof แล้ว 53 แห่ง ซึ่งเป็นการเตรียมสถานีบริการให้รองรับพฤติกรรมผู้ใช้รถที่เปลี่ยนจากรถน้ำมันไปสู่ EV - วิเคราะห์ผลประกอบการ
จุดที่ต้องระวังมากที่สุดของ SUSCO คือ กำไรไม่ได้เติบโตตามรายได้
ปี 2568 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมประมาณ 31,380.7 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิเพียง 120.3 ล้านบาท เทียบกับกำไรประมาณ 291.7 ล้านบาทในปี 2567
กล่าวง่าย ๆ คือ
“ยอดขายยังใหญ่มาก แต่กำไรบางลงอย่างชัดเจน”
ข้อมูลอัตราส่วนทางการเงินของบริษัทสะท้อนภาพเดียวกัน โดยปี 2568:
Gross Margin 5.66%
Operating Margin 1.10%
Net Margin 0.38%
ROE 2.72%
ROA 1.24%
D/E 1.25 เท่า
Interest Coverage 6.54 เท่า
นี่เป็นจุดที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญ เพราะ ROE และ Net Margin อยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับช่วงที่ธุรกิจทำกำไรได้ดีในอดีต - สิ่งที่น่าสนใจคือปี 2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว
ผลประกอบการ ไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิประมาณ 92.47 ล้านบาท เพิ่มจาก 90.94 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 เล็กน้อย
แม้การเติบโตยังไม่ได้แรง แต่ถือเป็นสัญญาณที่ดีกว่าปี 2568 ซึ่งกำไรทั้งปีลดลงอย่างมาก
ดังนั้นประเด็นสำคัญต่อจากนี้ไม่ใช่แค่ถามว่า
“SUSCO จะโตไหม?”
แต่ต้องถามว่า
“กำไรสุทธิจะกลับไปเติบโตอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่?”
หากไตรมาสต่อ ๆ ไปสามารถรักษาระดับกำไรได้ดีขึ้น จะช่วยให้ตลาดเริ่มมอง SUSCO ในเชิง หุ้นฟื้นตัว (Turnaround/Recovery) มากขึ้น - จุดแข็งของ SUSCO
✅ 1. ธุรกิจหลักมีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจ
น้ำมันยังเป็นพลังงานสำคัญสำหรับการเดินทางและภาคธุรกิจ แม้ EV จะเพิ่มขึ้น
✅ 2. มีหลายช่องทางสร้างรายได้
นอกจาก Retail Oil แล้ว ยังมี Industrial Oil, EV, EV Charging และ Non-Oil
✅ 3. EV มีอัตราการเติบโตสูง
ยอดขายรถยนต์ของ SUSCO Beyond ปี 2568 เพิ่มขึ้นประมาณ 60% ซึ่งเป็นตัวเลขที่โดดเด่น
✅ 4. เริ่มสร้าง Ecosystem รอบสถานีบริการ
การมีร้านค้า ร้านอาหาร จุดชาร์จ EV และ Solar ทำให้สถานีบริการมีโอกาสสร้างรายได้มากกว่าแค่การขายน้ำมัน
✅ 5. มีนโยบายปันผล
บริษัทกำหนดนโยบายจ่ายเงินปันผล ไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังภาษีของงบการเงินรวม ภายใต้เงื่อนไขของบริษัท - ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
⚠️ 1. Margin ต่ำมาก
นี่คือความเสี่ยงอันดับต้น ๆ
Net Margin ปี 2568 อยู่เพียงประมาณ 0.38% หมายความว่ารายได้ 100 บาท เหลือกำไรสุทธิไม่ถึง 1 บาท
⚠️ 2. กำไรผันผวนตามค่าการตลาดน้ำมัน
ธุรกิจสถานีบริการไม่ได้แข่งขันกันที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบริหารต้นทุนและค่าการตลาดให้เหมาะสม
⚠️ 3. การเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV
EV เป็นทั้ง โอกาสและความเสี่ยง
หาก EV โตเร็วมาก การขายน้ำมันอาจได้รับแรงกดดัน แต่ SUSCO กำลังพยายามเปลี่ยนสถานีบริการให้รองรับ EV และสร้างรายได้ใหม่จากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
⚠️ 4. ธุรกิจ EV มีการแข่งขันสูง
บริษัทเองระบุว่าธุรกิจ EV ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและการแข่งขันสูง จึงต้องบริหารอย่างระมัดระวัง
⚠️ 5. หนี้สินต้องติดตาม
D/E ปี 2568 อยู่ที่ 1.25 เท่า และ Interest Coverage ลดลงเหลือ 6.54 เท่า จาก 8.44 เท่าในปี 2567
ยังไม่ใช่ระดับที่น่าตกใจทันที แต่เป็นตัวเลขที่ควรติดตามหากบริษัทเร่งลงทุนขยายธุรกิจ - มุมมองเชิงกลยุทธ์
ผมมอง SUSCO เป็นหุ้นลักษณะ
“หุ้นน้ำมันที่กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เป็น Energy & Mobility Platform”
เพราะบริษัทกำลังเดิน 3 ทางพร้อมกัน:
น้ำมัน → Non-Oil → EV
และสิ่งที่น่าสนใจคือบริษัทไม่ได้รอให้ EV มาแทนธุรกิจน้ำมันแล้วค่อยปรับตัว แต่เริ่มติดตั้ง Charging Station และ Solar รวมถึงขยายธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถ EV แล้ว
นอกจากนี้บริษัทมีแผนขยายสถานีบริการเพิ่มประมาณ 10–20 สถานีในปี 2569 แต่ระบุว่าจะขยายอย่างระมัดระวังตามภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม📊 สรุปคะแนน SUSCO
| ปัจจัย | มุมมอง |
|---|---|
| ธุรกิจหลัก | ⭐⭐⭐⭐ |
| การเติบโต | ⭐⭐⭐ |
| ความสามารถทำกำไร | ⭐⭐ |
| ฐานะการเงิน | ⭐⭐⭐ |
| EV Growth | ⭐⭐⭐⭐ |
| Non-Oil | ⭐⭐⭐ |
| ปันผล | ⭐⭐⭐⭐ |
| ความเสี่ยง | ⭐⭐⭐ |
| โอกาส Turnaround | ⭐⭐⭐⭐ |
🎯 บทสรุป
SUSCO ไม่ใช่หุ้นเติบโตแรงแบบ Growth Stock แต่มีความน่าสนใจในฐานะหุ้น “ฟื้นตัว + ปันผล + เปลี่ยนผ่านธุรกิจ” สิ่งที่ต้องจับตาที่สุดในปี 2569 คือ กำไรสุทธิและ Margin หากกำไรสามารถฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2569 ขณะที่ธุรกิจ EV และ Non-Oil ขยายตัว จะเป็นปัจจัยบวกต่อมูลค่าหุ้น ในทางกลับกัน หากยอดขายเพิ่มแต่ ค่าการตลาดและค่าใช้จ่ายกดกำไรจน Margin ยังต่ำ หุ้นอาจยังไม่สามารถ Re-rating ได้อย่างชัดเจน
มุมมองผม: “กลางค่อนไปทางบวก แต่ต้องรอดูการฟื้นตัวของกำไร” โดยเฉพาะการพิสูจน์ว่า EV/Non-Oil สามารถสร้างกำไรจริงได้ ไม่ใช่เพียงเพิ่มรายได้
จุดชี้ขาดของ SUSCO ไม่ใช่ยอดขายน้ำมัน แต่คือ “กำไรต่อยอดขายจะกลับมาได้แค่ไหน”
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เชิงข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์

