ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น CKP บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น CKP บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น CKP บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ CKP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)





การจ่ายปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ CK Power Public Company Limited หรือหุ้น CKP ส่วนใหญ่เป็น “สินทรัพย์ด้านโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน” ที่สร้างรายได้ระยะยาวจากการขายไฟฟ้าและไอน้ำ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
⚡ 1. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ (สินทรัพย์หลักของบริษัท)
เป็นแหล่งรายได้สำคัญที่สุดของ CKP
โครงการโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (Nam Ngum 2) ใน สปป.ลาว
โครงการโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (Xayaburi Power Plant) ใน สปป.ลาว
โครงการหลวงพระบาง (Luang Prabang Hydropower Project) ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา
กำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำรวมประมาณ 3,360 เมกะวัตต์ และคิดเป็นสัดส่วนรายได้หลักของกลุ่มบริษัท
☀️ 2. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
CKP ลงทุนผ่านบริษัทลูกและบริษัทร่วม
Solar Farm
Solar Rooftop
รวม 13 โครงการในประเทศไทย กำลังการผลิตรวมประมาณ 42 เมกะวัตต์
🔥 3. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Cogeneration)
ดำเนินงานผ่านบริษัท Bangpa-in Cogeneration Limited (BIC)
ผลิตไฟฟ้า
ผลิตไอน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรม
กำลังการผลิตรวม 238 เมกะวัตต์
🏗️ 4. สิทธิในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
เป็นสินทรัพย์มูลค่าสูงที่บันทึกในงบการเงิน เช่น
สัมปทานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA)
สิทธิในการดำเนินโครงการพลังงาน
ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดระยะยาวหลายสิบปี
🏭 5. ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (Property, Plant & Equipment)
ประกอบด้วย
อาคารสำนักงาน
เครื่องจักรและระบบผลิตไฟฟ้า
ระบบส่งกำลังไฟฟ้า
อุปกรณ์ควบคุมและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า
มูลค่าหลายพันล้านบาทในงบการเงินรวม
💰 6. เงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทย่อย
CKP ดำเนินธุรกิจในลักษณะ Holding Company
สินทรัพย์สำคัญจึงรวมถึง
เงินลงทุนใน Nam Ngum 2 Power Company
เงินลงทุนใน Xayaburi Power Company
เงินลงทุนใน Luang Prabang Power Company
เงินลงทุนในธุรกิจพลังงานอื่น ๆ
ซึ่งเป็นแหล่งรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในแต่ละปี

📊 สรุปทรัพย์สินหลักของ CKP

ณ สิ้นปี 2568 CKP มีสินทรัพย์รวมประมาณ 76,818 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หลักยังคงกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเงินลงทุนในโครงการพลังงานขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดระยะยาวและรายได้ค่อนข้างมั่นคงของบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือของ CK Power Public Company Limited หรือหุ้น CKP ดำเนินธุรกิจหลักแบบ Holding Company โดยเข้าไปถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าหลายประเภท ทั้งพลังน้ำ พลังแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในไทยและต่างประเทศ
บริษัทลูก (Subsidiaries)
Nam Ngum 2 Power Company Limited (NN2PC)
CKP ถือหุ้นทางอ้อม 46%
ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ใน สปป.ลาว
เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของกลุ่ม CKP
Bangpa-in Cogeneration Limited (BIC)
CKP ถือหุ้น 65%
ผู้ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจากก๊าซธรรมชาติ
มีโครงการ BIC1 และ BIC2 ในประเทศไทย
Bangkhenchai Company Limited (BKC)
CKP ถือหุ้น 100%
ลงทุนและบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลายแห่งในประเทศไทย
บริษัทร่วม (Associated Companies)
Xayaburi Power Company Limited (XPCL)
CKP ถือหุ้น 42.5%
เจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี
เป็นสินทรัพย์สำคัญและสร้างกำไรให้ CKP อย่างมีนัยสำคัญ
Luang Prabang Power Company Limited (LPCL)
CKP ถือหุ้น 50%
พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางใน สปป.ลาว
ถือเป็น Growth Driver ระยะยาวของบริษัท
Chiangrai Solar Company Limited (CRS)
CKP ถือหุ้น 30%
ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดเชียงราย
Nakhon Ratchasima Solar Company Limited (NRS)
CKP ถือหุ้น 30%
ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดนครราชสีมา
โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ CKP แบบย่อ
🏞️ พลังน้ำ
Nam Ngum 2 (NN2)
Xayaburi (XPCL)
Luang Prabang (LPCL)
☀️ พลังงานแสงอาทิตย์
Bangkhenchai (BKC)
Chiangrai Solar (CRS)
Nakhon Ratchasima Solar (NRS)
⚡ Cogeneration
Bangpa-in Cogeneration (BIC)
จุดเด่นของ CKP คือสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ใน สปป.ลาว ทำให้บริษัทถูกมองเป็นหุ้นโรงไฟฟ้าสาย Renewable Energy ที่มีศักยภาพเติบโตจากโครงการพลังน้ำขนาดใหญ่ในภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว
หากต้องการ ผมสามารถสรุปต่อได้ว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ CKP คือใคร, ความเชื่อมโยงระหว่าง CK–CKP–TTW–BEM และโครงสร้างอาณาจักร “ตระกูลตรีวิศวเวทย์” แบบแผนภาพเข้าใจง่ายได้เช่นกัน।



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของหุ้น CK Power Public Company Limited หรือ CKP มีหลายด้านที่นักลงทุนควรจับตา เพราะแม้จะเป็นหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับ Electricity Generating Authority of Thailand ช่วยสร้างรายได้ค่อนข้างมั่นคง แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะตัวที่อาจกระทบกำไรและราคาหุ้นได้

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีพลังงาน
อุตสาหกรรมพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ Solar, Battery Storage และเทคโนโลยีพลังงานใหม่ ๆ หาก CKP ปรับตัวไม่ทัน อาจเสียความสามารถในการแข่งขันระยะยาวได้ ซึ่งบริษัทเองก็ระบุว่าเป็นหนึ่งใน Emerging Risks ที่ต้องติดตาม

ความเสี่ยงจากปริมาณน้ำ (Hydrology Risk) — ความเสี่ยงใหญ่ที่สุด
รายได้หลักของ CKP มาจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว โดยเฉพาะโครงการ Nam Ngum 2 และ Xayaburi ซึ่งกำลังการผลิตส่วนใหญ่ของบริษัทพึ่งพาปริมาณน้ำในแม่น้ำและอ่างเก็บน้ำ หากเกิดภาวะแห้งแล้งหรือเอลนีโญ จะทำให้ผลิตไฟฟ้าได้น้อยลง ส่งผลให้รายได้และกำไรลดลงทันที
ในอดีต CKP เคยได้รับผลกระทบจากภาวะแห้งแล้งจน EBITDA ต่ำกว่าที่คาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ

ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและ Climate Change
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้รูปแบบฝนและปริมาณน้ำเปลี่ยนไปจากสถิติในอดีต ส่งผลให้การคาดการณ์การผลิตไฟฟ้ามีความไม่แน่นอนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ CKP มีสัดส่วนพลังน้ำสูงกว่า 80% ของกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น

ความเสี่ยงจากประเทศลาว (Country Risk)
โรงไฟฟ้าหลักของ CKP ตั้งอยู่ใน สปป.ลาว ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจาก
การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของภาครัฐ
ความเสี่ยงด้านนโยบายพลังงาน
ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ
แม้ว่าจะมีสัญญาสัมปทานและ PPA กับ EGAT ช่วยลดความเสี่ยง แต่ปัจจัยประเทศยังเป็นเรื่องที่สถาบันจัดอันดับเครดิตให้ความสำคัญเสมอ

ความเสี่ยงจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่
CKP กำลังลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (Luang Prabang) ขนาด 1,460 MW ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล หากเกิด
ต้นทุนก่อสร้างบานปลาย
ความล่าช้าในการก่อสร้าง
ดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
อาจส่งผลต่อภาระหนี้และผลตอบแทนของโครงการในอนาคตได้

ความเสี่ยงด้านหนี้สินและต้นทุนการเงิน
ธุรกิจโรงไฟฟ้าต้องใช้เงินลงทุนสูง ทำให้ CKP มีภาระหนี้จำนวนมาก โดย TRIS Rating คาดว่าอัตราหนี้สินต่อ EBITDA จะอยู่ในระดับสูงกว่า 5 เท่าในช่วงหลายปีข้างหน้า เนื่องจากการลงทุนโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง
หากดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด อาจกดดันกำไรสุทธิของบริษัทได้

ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของรายได้
แม้ CKP จะมีโรงไฟฟ้าหลายแห่ง แต่กำไรส่วนใหญ่ยังพึ่งพาโรงไฟฟ้าพลังน้ำไม่กี่โครงการ โดยเฉพาะ Nam Ngum 2 และ Xayaburi หากโครงการใดโครงการหนึ่งมีปัญหาทางเทคนิคหรือปริมาณน้ำต่ำกว่าคาด จะส่งผลต่อผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ

สรุประดับความเสี่ยงของ CKP

โดยรวม CKP เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีจุดแข็งด้านกระแสเงินสดระยะยาวจากสัญญาขายไฟกับ EGAT และพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาที่สุดคือ ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำโขง, ภาวะ El Niño และความคืบหน้าโครงการหลวงพระบาง เพราะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดกำไรของบริษัทในช่วงปี 2569–2573


ข้อมูล ณ วันที่ 08 พ.ค. 2569



พัฒนาการที่สำคัญของ CK Power Public Company Limited หรือ CKP ถือเป็นการเติบโตแบบ “ก้าวกระโดด” จากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดกลาง สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนของภูมิภาค โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญดังนี้
⚡ จุดเปลี่ยนสำคัญของ CKP

ได้รับการยอมรับด้าน ESG
CKP ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ระดับ AAA ต่อเนื่อง และได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนจากหลายสถาบันในเอเชีย สะท้อนความแข็งแกร่งด้านธรรมาภิบาลและการพัฒนาพลังงานสะอาด
🎯 มุมมองเชิงกลยุทธ์
CKP กำลังเปลี่ยนผ่านจากหุ้นโรงไฟฟ้าที่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป สู่หุ้นพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ที่มีโครงการระดับเมกะโปรเจกต์รองรับอนาคต โดยมี 3 ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตา ได้แก่
รายได้จากโรงไฟฟ้าไซยะบุรีที่ผูกกับปริมาณน้ำ
ความสำเร็จของโครงการหลวงพระบางในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า
แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินของบริษัท
หากโครงการหลวงพระบางเดินหน้าได้ตามแผน CKP มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของอาเซียนในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
CKP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2556 เพื่อระดมทุนขยายธุรกิจโรงไฟฟ้า และเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ “ไซยะบุรี”
โครงการ Xayaburi Power Company Limited ถือเป็นสินทรัพย์หลักของ CKP โดยเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบ Run-of-River ขนาดประมาณ 1,285 เมกะวัตต์ใน สปป.ลาว และขายไฟให้ กฟผ. ระยะยาว ส่งผลให้ CKP มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขยายพอร์ตพลังน้ำผ่านโครงการน้ำงึม 2
CKP ถือหุ้นใน Nam Ngum 2 Power Company Limited ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ในลาว ช่วยสร้างกระแสเงินสดระยะยาวจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ.

เดินหน้าโครงการ “หลวงพระบาง”
CKP ถือหุ้น 50% ใน Luang Prabang Power Company Limited ผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง ขนาด 1,460 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็น Growth Engine ตัวใหม่ของบริษัท โดยความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 65% และมีกำหนด COD ช่วงต้นปี 2573

ผลประกอบการฟื้นตัวแรงจากปริมาณน้ำ
ปี 2568–2569 CKP ได้รับอานิสงส์จากปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงและอ่างเก็บน้ำที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กำไรหลักปี 2568 เติบโตถึง 81% แตะ 2,323 ล้านบาท ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL เพิ่มขึ้นกว่า 200%

ระดมทุนผ่าน Green Bond
ปี 2568 บริษัทออกหุ้นกู้สีเขียว (Green Bond) มูลค่า 5,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและบริหารโครงสร้างทางการเงิน สะท้อนภาพการเติบโตตามแนวทาง ESG อย่างชัดเจน



หน่วย: ล้านบาท


หน่วย: ล้านบาท





วิเคราะห์หุ้น CKPower (CKP)
ภาพรวมธุรกิจ
CKP เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ของภูมิภาค โดยมีรายได้หลักจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ ได้แก่ โครงการน้ำงึม 2 และไซยะบุรี รวมถึงธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโคเจนเนอเรชัน ทำให้บริษัทมีจุดเด่นด้านพลังงานสะอาดและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำเมื่อเทียบกับผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่น
จุดแข็งของ CKP
✅ ธุรกิจมีรายได้ระยะยาวจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)
✅ ได้ประโยชน์จากเทรนด์พลังงานสะอาดและ Net Zero
✅ กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่แข็งแกร่งจาก CH. Karnchang
✅ โรงไฟฟ้าพลังน้ำมีต้นทุนการผลิตต่ำเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล
ผลประกอบการล่าสุด
ปี 2568 CKP มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 2,323 ล้านบาท เติบโตถึง 81% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในโครงการพลังน้ำขนาดใหญ่ โดยเฉพาะไซยะบุรีและน้ำงึม 2 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ก่อนหน้านั้น งวด 9 เดือนปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 1,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 234% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการอย่างชัดเจน
มุมมองทางเทคนิค
ราคาหุ้น CKP มักเคลื่อนไหวตาม 3 ปัจจัยหลัก
ปริมาณน้ำในลุ่มแม่น้ำโขง
แนวโน้มดอกเบี้ย
แผนลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่
หากเข้าสู่รอบน้ำดี (High Water Season) นักลงทุนมักให้อัตรามูลค่า (Valuation) สูงขึ้น เพราะกำไรสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้
ปัจจัยบวกที่ต้องจับตา
ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้น
แนวโน้มดอกเบี้ยขาลงช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงิน
การขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในไทยและ สปป.ลาว
กระแส ESG และ Green Energy ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระยะยาว
ความเสี่ยง
⚠️ ผลประกอบการผันผวนตามปริมาณน้ำฝน
⚠️ หากเกิดภาวะเอลนีโญรุนแรง อาจกระทบกำลังการผลิต
⚠️ ภาระหนี้จากโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ยังอยู่ในระดับสูง
บทสรุปการลงทุน
CKP เป็นหุ้นพลังงานสะอาดที่มีลักษณะ “กำไรขึ้นแรงเมื่อปริมาณน้ำมา” หากปีนี้สถานการณ์น้ำยังอยู่ในระดับดีต่อเนื่อง มีโอกาสเห็นกำไรเติบโตแข็งแกร่งกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงไฟฟ้า
สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว CKP ถือเป็นหุ้นธีม Green Energy ที่น่าสนใจจากศักยภาพการเติบโตของโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ แต่ควรติดตามปัจจัยเรื่องปริมาณน้ำและฤดูกาลอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดต่อกำไรของบริษัทในแต่ละปี


Disclaimer

ใส่ความเห็น