วิเคราะห์ หุ้น XO บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น XO บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น XO บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ XO อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ Exotic Food Public Company Limited เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET: XO) ซึ่งประกอบธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น เครื่องปรุงรส ซอสต่าง ๆ พาสต้า แกงกะทิ เครื่องแกง อาหารพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น EXOTIC FOOD, THAI PRIDE, FLYING GOOSE และ COCO LOTO
เมื่อพูดถึง ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ (“Assets”) ของบริษัท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของงบดุลหรือฐานะการเงินของบริษัท สามารถสรุปได้ดังนี้จากข้อมูลทางการเงินล่าสุด:
สินทรัพย์รวม (Total Assets)
บริษัทมี สินทรัพย์รวมประมาณ 2.05 พันล้านบาท (ณ ไตรมาส 3/2568) ซึ่งเป็นมูลค่ารวมของทรัพย์สินทั้งหมดที่บริษัทถือครองเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ


ไม่มีข้อมูลตัวอย่างบริษัทลูก/บริษัทร่วมที่ระบุชัดเจน เช่น บริษัทที่ Exotic Food ถือหุ้นควบคุม หรือบริษัทที่จดทะเบียนแยกต่างหากภายใต้ Hexotic Food Group ในแหล่งข้อมูลสาธารณะของตลาดหลักทรัพย์ หรือในเว็บไซต์นักลงทุนขององค์กรเอง



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ข้อพิพาท ทางกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เงื่อนไขและสัญญาต่างๆ ที่ส่งผลต่อบริษัท ความเสี่ยงของบริษัท

ความเสี่ยงจะมี 2 ส่วนคือ

  • การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน
  • การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

ความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือกลุ่มบริษัทในปัจจุบันที่ครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อมและสังคม


ข้อมูล ณ วันที่ 29 ส.ค. 2568



พัฒนาการสำคัญของ “บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน)” (Exotic Food PCL) ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันอย่างเป็นภาพรวมที่สรุปให้เข้าใจง่าย 👇
มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน
บริษัทเริ่มโครงการ Climate Change Management – Transition to Net Zero 2050 เพื่อมุ่งสู่การลดก๊าซเรือนกระจกและ Net Zero ภายในปี 2050 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
สรุปภาพรวมพัฒนาการสำคัญ
✅ ก่อตั้งและเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1999
✅ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อการขยายธุรกิจ
✅ เพิ่มกำลังการผลิตด้วยโรงงานใหม่ที่ระยอง
✅ ได้รับรางวัลระดับสากลหลายรายการ
✅ ขยายตลาดทั่วโลก พร้อมแบรนด์ที่หลากหลาย
✅ ปรับระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเติบโต
✅ มุ่งมั่นด้าน ESG และการพัฒนาที่ยั่งยืน

การก่อตั้งและเติบโตของธุรกิจ
ก่อตั้งในปี 1999 โดยสองพี่น้องที่มีเป้าหมายนำรสชาติอาหารไทยไปสู่ตลาดโลก
เริ่มจากการจำหน่ายสินค้าไม่กี่รายการ และขยายเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารไทยพร้อมปรุง อาทิ ซอสพริกศรีราชา พริกหวาน ซอสต่าง ๆ และเครื่องปรุงไทยหลากหลายชนิด

การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดและ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2557 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระดมทุนและขยายธุรกิจ

ขยายฐานผลิตและกำลังการผลิต
ในปี 2016 บริษัทได้เปิดโรงงานแห่งใหม่ที่ Amata City, จังหวัดระยอง ซึ่งเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญและรองรับความต้องการส่งออกที่สูงขึ้น

การรับรางวัลและการยอมรับในระดับสากล
ได้รับรางวัล Superior Taste Award จาก International Taste & Quality Institute ที่ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งสะท้อนคุณภาพผลิตภัณฑ์ระดับโลก
ได้รับรางวัล Best Public Company of the Year – MAI Industry จาก Money & Banking Awards หลายปีซ้อน แสดงถึงการบริหารจัดการและการเติบโตที่โดดเด่น
คว้ารางวัล Best Companies to Work For in Asia จาก HR Asia แสดงให้เห็นความโดดเด่นด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี

การเติบโตและการขยายตลาด
ปัจจุบันบริษัทส่งออกสินค้าไปยัง กว่า 70–80 ประเทศทั่วโลก และมีสินค้ามากกว่า 700 SKU อยู่ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น Flying Goose, Exotic Food, Thai Pride
เป้าหมายสำคัญคือการผลักดัน ซอสพริกศรีราชาให้เป็นซอสไทยอันดับหนึ่งของโลก และขยายไปยังตลาดใหม่ ๆ เช่น ยุโรป ตะวันออก และสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง

การปรับตัวทางเทคโนโลยีและระบบบริหาร
ในปี 2023–2024 บริษัทได้นำระบบ SAP S/4HANA Cloud มาใช้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ตั้งแต่การผลิต การควบคุมสต็อก การเงิน และการขาย ซึ่งช่วยให้การดำเนินงานรวดเร็วขึ้นและรองรับการเติบโตของธุรกิจ









Disclaimer

ใส่ความเห็น