วิเคราะห์ หุ้น VNG บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น VNG บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น VNG บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) VNG อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.05บาท16 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.05บาท05 ก.ย. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.02บาท17 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.10บาท17 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.10บาท02 ก.ย. 2565เงินปันผล
01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.30บาท17 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 25640.10บาท09 ก.ย. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น VNG
บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ VNG ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายแผ่นไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติ โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก เช่น แผ่น MDF และแผ่น Particle Board ดังนั้นทรัพย์สินสำคัญของบริษัทจึงเป็นกลุ่มโรงงาน เครื่องจักร ที่ดิน และระบบสาธารณูปโภคที่รองรับการผลิตเป็นหลัก
จากเอกสารบริษัทที่เผยแพร่ผ่าน ก.ล.ต. มีรายงานประจำปี 2568 และงบการเงินล่าสุดถึง ไตรมาส 2/2569 ให้ใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามทรัพย์สินและการลงทุนของ VNG

  1. ที่ดินและพื้นที่โรงงาน
    ทรัพย์สินกลุ่มสำคัญของ VNG ได้แก่ ที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งโรงงานและพื้นที่ประกอบกิจการ ซึ่งรองรับสายการผลิตแผ่นไม้และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
    ลักษณะการใช้ประโยชน์ ได้แก่
    พื้นที่โรงงานผลิตแผ่น MDF
    พื้นที่โรงงานผลิต Particle Board
    พื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบและสินค้า
    พื้นที่คลังสินค้าและลานจัดเก็บ
    พื้นที่สำนักงานและสาธารณูปโภคภายในโรงงาน
  2. อาคารโรงงานและอาคารประกอบ
    ประกอบด้วย อาคารโรงงาน อาคารคลังสินค้า อาคารสำนักงาน และสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต โดยอาคารเหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการผลิตและการจัดเก็บสินค้า
  3. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
    ถือเป็นทรัพย์สินหลักที่สร้างความสามารถในการผลิตของ VNG เช่น
    เครื่องจักรสำหรับผลิตแผ่น MDF
    เครื่องจักรผลิต Particle Board
    ระบบอัดและขึ้นรูปแผ่นไม้
    เครื่องจักรตัด แต่ง และขัดผิว
    ระบบเคลือบผิวและตกแต่งผลิตภัณฑ์
    เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับลำเลียงวัตถุดิบ
    เครื่องจักรบรรจุและจัดเตรียมสินค้า
    อุปกรณ์ควบคุมและระบบสนับสนุนการผลิต
  4. ระบบสาธารณูปโภคและระบบสนับสนุนโรงงาน
    โรงงานผลิตแผ่นไม้ต้องพึ่งพาระบบสาธารณูปโภคและอุปกรณ์สนับสนุนจำนวนมาก เช่น
    ระบบไฟฟ้า
    ระบบน้ำและระบบบำบัดน้ำ
    ระบบผลิตและจ่ายพลังงาน
    ระบบลำเลียงวัตถุดิบ
    ระบบจัดเก็บและบริหารวัตถุดิบ
    ระบบควบคุมมลพิษและสิ่งแวดล้อม
    อุปกรณ์ความปลอดภัยภายในโรงงาน
  5. คลังสินค้าและพื้นที่จัดเก็บ
    VNG จำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับเก็บทั้ง วัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป โดยเฉพาะแผ่น MDF และ Particle Board ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัท
    ข้อมูลของบริษัทระบุว่าการเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงเหลือมีความสัมพันธ์กับปริมาณสินค้าสำเร็จรูป งานระหว่างผลิต และวัตถุดิบ ซึ่งสะท้อนบทบาทของระบบโรงงานและคลังสินค้าในการดำเนินธุรกิจ
  6. ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง
    มีทรัพย์สินประเภท ยานพาหนะและอุปกรณ์ที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน สำหรับการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ สินค้า และการบริหารงานของบริษัทและบริษัทย่อย
  7. ทรัพย์สินระหว่างก่อสร้างและการลงทุนใหม่
    จุดที่น่าติดตามสำหรับ VNG คือบริษัทมีการลงทุนด้าน โรงงาน เครื่องจักร และอุปกรณ์เพื่อขยายกิจการ โดยมีการเปิดเผยรายการดังกล่าวในปี 2568
    นอกจากนี้ VNG ยังมีรายการเกี่ยวกับ การได้มาและจำหน่ายสินทรัพย์ รวมถึงการปรับโครงสร้างการลงทุนในบริษัทย่อยและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จึงควรติดตามการเปลี่ยนแปลงของฐานสินทรัพย์ควบคู่กับกำลังการผลิตในแต่ละช่วงเวลา

สรุปแบบใช้ทำคอนเทนต์หุ้น ทรัพย์สินหลักของ VNG สามารถแบ่งได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่

ประเภททรัพย์สินการใช้งาน
ที่ดินที่ตั้งโรงงานและพื้นที่ดำเนินธุรกิจ
อาคารโรงงานรองรับสายการผลิต MDF / Particle Board
เครื่องจักรผลิต แปรรูป ตัด ขัด และตกแต่งแผ่นไม้
คลังสินค้าจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
ระบบสาธารณูปโภคสนับสนุนกระบวนการผลิต
ยานพาหนะ/อุปกรณ์ขนส่งและสนับสนุนการดำเนินงาน

ประเด็นสำคัญ: สำหรับ VNG การประเมินฐานทรัพย์สินควรเน้นไปที่ โรงงาน + เครื่องจักร + ที่ดิน + กำลังการผลิต เพราะเป็นสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับธุรกิจแผ่นไม้ทดแทนธรรมชาติของบริษัท ขณะที่การลงทุนสร้างโรงงานและซื้อเครื่องจักรใหม่เป็นตัวแปรสำคัญต่อศักยภาพการผลิตในอนาคต


กลุ่มบริษัทในเครือของหุ้น VNG – บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อ SET ในปี 2569 พบชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ VNG ดังนี้ บริษัทในกลุ่ม VNG ที่พบในข้อมูลล่าสุด

บริษัทสถานะลักษณะธุรกิจ/ความเกี่ยวข้อง
บริษัท วนชัย พาเนล อินดัสทรี่ส์ จำกัดบริษัทย่อยผลิตและจำหน่ายแผ่นไม้ Panel Board เช่น MDF และ Particle Board
บริษัท วนชัย วู้ดสมิธ จำกัดบริษัทย่อยธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ไม้/แผ่นไม้
บริษัท วูดเทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดบริษัทย่อยธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ไม้
บริษัท เดอะ วนชัย กรุ๊ป อ๊อฟ คอมปานีส์ จำกัดบริษัทที่เกี่ยวข้อง / ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ VNGถือหุ้น VNG จำนวน 969,379,770 หุ้น หรือ 55.86% ณ 18 มี.ค. 2569
บริษัท เฟิร์สทวู้ด จำกัดบริษัทที่เกี่ยวข้องมีรายการเกี่ยวโยงกับ VNG และบริษัทย่อย
บริษัท วูดแลนด์ จำกัดบริษัทที่เกี่ยวข้องมีธุรกรรมเกี่ยวโยงกับ VNG/วนชัย พาเนล อินดัสทรี่ส์
บริษัท วนชัย วีเนียร์ แอนด์ พลายวู้ด จำกัดบริษัทที่เกี่ยวข้องธุรกิจเกี่ยวกับ Veneer และ Plywood

ข้อมูลจาก SET ระบุโดยตรงว่า วนชัย พาเนล อินดัสทรี่ส์ และ วนชัย วู้ดสมิธ เป็นบริษัทย่อยของ VNG ขณะที่ วูดเทค อินเตอร์เนชั่นแนล ก็ถูกระบุว่าเป็นบริษัทย่อยในข้อมูลรายการเกี่ยวโยงกันปี 2569 โครงสร้างแบบเข้าใจง่าย
บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) — VNG
↳ วนชัย พาเนล อินดัสทรี่ส์ จำกัด — บริษัทย่อย
↳ วนชัย วู้ดสมิธ จำกัด — บริษัทย่อย
↳ วูดเทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด — บริษัทย่อย
ขณะเดียวกัน เดอะ วนชัย กรุ๊ป อ๊อฟ คอมปานีส์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ VNG โดยถือประมาณ 55.86% ตามข้อมูล SET ณ 18 มีนาคม 2569
โดยธุรกิจหลักของ VNG และบริษัทย่อยคือ ผลิตและจำหน่ายแผ่นไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติ โดยเฉพาะ MDF Board และ Particle Board ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น VNG
บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย แผ่นไม้ MDF และ Particle Board เพื่อทดแทนไม้ธรรมชาติ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะเกี่ยวข้องกับต้นทุนวัตถุดิบ ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์/เฟอร์นิเจอร์ การแข่งขัน และภาระทางการเงินเป็นสำคัญ

  1. ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบไม้ 🌳
    ธุรกิจของ VNG พึ่งพาวัตถุดิบไม้จากแหล่งต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงของ ราคา ปริมาณ และคุณภาพของไม้ สามารถกระทบต้นทุนการผลิตโดยตรง บริษัทเองให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านการจัดหาไม้ ความถูกต้องตามกฎหมาย และความยั่งยืนของแหล่งวัตถุดิบ
    ประเด็นที่ต้องติดตาม: ราคาวัตถุดิบไม้ → ต้นทุนต่อหน่วย → Gross Margin
  2. ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาขาย
    ตลาด MDF และ Particle Board มีการแข่งขันสูง หากอุปสงค์ชะลอตัว แต่กำลังการผลิตในตลาดยังสูง ผู้ผลิตอาจต้องใช้ โปรโมชั่นหรือปรับราคาขาย เพื่อรักษาปริมาณขาย ส่งผลให้อัตรากำไรลดลง
    นี่เป็นความเสี่ยงสำคัญ เพราะ VNG เป็นธุรกิจที่กำไรมีความอ่อนไหวต่อ Volume + ราคาขาย + ต้นทุนวัตถุดิบ
  3. ความเสี่ยงจากภาคอสังหาริมทรัพย์และเฟอร์นิเจอร์ 🏠
    แผ่นไม้ของ VNG ถูกนำไปใช้กับเฟอร์นิเจอร์ งานตกแต่ง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นหากการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ หรือกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว ความต้องการใช้แผ่นไม้อาจลดลงตาม
    จึงควรติดตามทั้ง ตลาดบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และการส่งออก ควบคู่กับยอดขายของ VNG
  4. ความเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยน 💱
    VNG มีการจำหน่ายสินค้าในตลาดต่างประเทศ ดังนั้นรายได้และกำไรอาจได้รับผลกระทบจาก ค่าเงินบาทและสกุลเงินของประเทศคู่ค้า รวมถึงภาวะเศรษฐกิจและมาตรการทางการค้าของแต่ละประเทศ
    หากเงินบาทแข็งค่าเร็ว อาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าส่งออกลดลง
  5. ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน
    การผลิตแผ่นไม้เป็นธุรกิจอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรและพลังงานจำนวนมาก ดังนั้น ค่าไฟฟ้า เชื้อเพลิง และต้นทุนการผลิต มีผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น
    ในช่วงที่ราคาขายไม่สามารถปรับขึ้นตามต้นทุนได้ Margin จะถูกกดดันค่อนข้างเร็ว
  6. ความเสี่ยงด้านหนี้และดอกเบี้ย 💰
    ข้อมูล SET ณ 25 ก.ย. 2569 ระบุ VNG มี Market Cap ประมาณ 3,366 ล้านบาท ขณะที่ EV อยู่ที่ประมาณ 12,992 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่ามีภาระหนี้/โครงสร้างเงินทุนที่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับมูลค่าหุ้นในตลาด
    ดังนั้นหากอัตราดอกเบี้ยสูง หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอ่อนแอ ต้นทุนทางการเงินจะกลายเป็นแรงกดดันต่อกำไรได้
  7. ความเสี่ยงจากผลประกอบการที่ผันผวน
    ปี 2568 VNG และบริษัทย่อยมี ขาดทุนสุทธิ 601.72 ล้านบาท จากปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 230.20 ล้านบาท
    และล่าสุดงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวมประมาณ 4,950.21 ล้านบาท แต่ยังขาดทุนสุทธิ 395.04 ล้านบาท หรือมี Net Margin ประมาณ -8.01%
    จุดนี้ถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา เพราะแม้ธุรกิจจะมีรายได้ระดับหลายพันล้านบาท แต่ยังเปลี่ยนเป็นกำไรสุทธิได้ยาก
  8. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบ 🌱
    ธุรกิจเกี่ยวข้องโดยตรงกับทรัพยากรป่าไม้ จึงมีความเสี่ยงจากกฎระเบียบด้าน การจัดหาไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย การตรวจสอบย้อนกลับ และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม/ความยั่งยืน
    หากข้อกำหนดของตลาดส่งออกเข้มงวดขึ้น ต้นทุนในการตรวจสอบและจัดหาวัตถุดิบที่ผ่านมาตรฐานอาจเพิ่มขึ้น

สรุปความเสี่ยง VNG แบบนักลงทุน

ประเด็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ราคาวัตถุดิบไม้🔴 กด Gross Margin
ราคาขาย MDF/Particle Board🔴 กำไรผันผวน
ตลาดอสังหาฯ/เฟอร์นิเจอร์🟠 กระทบยอดขาย
ค่าไฟและพลังงาน🔴 เพิ่มต้นทุนการผลิต
ค่าเงินบาท🟠 กระทบรายได้ส่งออก
ดอกเบี้ย/ภาระหนี้🔴 กดกำไรสุทธิ
การแข่งขันในอุตสาหกรรม🟠 กดราคาขาย
กฎระเบียบด้านไม้และสิ่งแวดล้อม🟠 เพิ่มต้นทุนและความซับซ้อน
ผลประกอบการปัจจุบัน🔴 ยังขาดทุน

ประเด็นสำคัญที่สุดของ VNG ตอนนี้คือ “การกลับมาทำกำไร” มากกว่าการเติบโตของรายได้เพียงอย่างเดียว เพราะข้อมูล 6M/2569 ยังแสดงขาดทุนสุทธิ 395 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจหลักยังขึ้นอยู่กับวัฏจักรของตลาดแผ่นไม้และต้นทุนการผลิตอย่างมาก


ข้อมูล ณ วันที่ 18 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท เดอะ วนชัย กรุ๊ป อ๊อฟ คอมปานีส์ จำกัด969,379,77055.86
2ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)92,764,5855.35
3นาง ศิริพร ชัยพัฒนวณิช36,000,0002.07
4นาย ภัทท สหวัฒน์36,000,0002.07
5น.ส. ภัทรา สหวัฒน์36,000,0002.07
6นาย สมประสงค์ สหวัฒน์36,000,0002.07
7น.ส. สมใจรัก สหวัฒน์36,000,0002.07
8น.ส. ยุพาพร บุญเกตุ36,000,0002.07
9น.ส. นิภาภัทร สหวัฒน์36,000,0002.07
10นาย สิทธิวัฒน์ สหวัฒน์36,000,0002.07
11นาย วสันต์ เจริญนวรัตน์35,999,9992.07
12นาย วรรธนะ เจริญนวรัตน์35,999,9992.07
13บริษัท บริหารสินทรัพย์ทวี จำกัด22,806,3601.31
14นาย อนุชา กิจธนามงคลชัย21,080,0001.21
15บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด14,556,4860.84
16นาย วันจักร กิจธนามงคลชัย13,451,0000.78

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย สมภพ สหวัฒน์ประธานกรรมการ
2นางสาว ยุพาพร บุญเกตุรองประธานกรรมการ
3นาย สืบตระกูล สุนทรธรรมรองประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
4นางสาว ภัทรา สหวัฒน์กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
5นาย ภัทท สหวัฒน์กรรมการ
6นาย วรรธนะ เจริญนวรัตน์กรรมการ
7นาย สมประสงค์ สหวัฒน์กรรมการ
8นาย สิทธิวัฒน์ สหวัฒน์กรรมการ
9นาย สุเทพ ชัยพัฒนวณิชกรรมการ
10นาย สุรพงษ์ ดำริห์ศิลป์กรรมการ
11นาย ไกรทิพย์ ไกรฤกษ์กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
12หม่อมหลวง ดิศปนัดดา ดิศกุลกรรมการอิสระ
13นาย ประพาฬ อนมานกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
14พลตำรวจเอก วิสนุ ปราสาททองโอสถกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
15พลตำรวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น VNG
บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลบริษัทและเอกสารที่รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาการของ VNG ในช่วงที่ผ่านมา สามารถสรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้

  1. ธุรกิจหลักยังอยู่ในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง
    VNG ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูปและแผ่นไม้ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกับภาคก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และงานตกแต่งภายใน โดยหุ้น VNG อยู่ในกลุ่ม วัสดุก่อสร้าง ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
  2. ปี 2568 ผลประกอบการเผชิญแรงกดดันอย่างชัดเจน
    ปี 2568 บริษัทมี ขาดทุนสุทธิประมาณ 601.7 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิประมาณ 230.2 ล้านบาท ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการที่มีนัยสำคัญ และเป็นประเด็นที่ต้องติดตามการฟื้นตัวของธุรกิจในระยะต่อไป
  3. ปี 2569 เริ่มมีข้อมูลผลประกอบการใหม่ให้ติดตาม
    บริษัทได้รายงานผลประกอบการ ไตรมาส 1/2569 และ ไตรมาส 2/2569 ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว โดยงบไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และมีการเผยแพร่คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569
    ดังนั้น ประเด็นสำคัญของ VNG ในปี 2569 คือ ความสามารถในการฟื้นตัวจากผลประกอบการที่อ่อนตัวในปี 2568 และการควบคุมต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับภาวะตลาด
  4. การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญ
    สำหรับธุรกิจแผ่นไม้ ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน การผลิต และภาวะตลาดวัสดุก่อสร้างมีผลต่อความสามารถในการทำกำไร ดังนั้นพัฒนาการของ VNG ควรติดตามควบคู่กันทั้ง ปริมาณขาย ราคาขาย อัตรากำไรขั้นต้น และต้นทุนการผลิต มากกว่าดูเฉพาะการเติบโตของรายได้
  5. จุดที่ต้องติดตามต่อจากนี้
    ข้อมูลล่าสุดของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่างบการเงินล่าสุดของ VNG คือ ไตรมาส 2/2569 ประเด็นที่น่าติดตามจึงได้แก่
    การฟื้นตัวของยอดขายผลิตภัณฑ์ไม้
    ราคาขายผลิตภัณฑ์และความต้องการจากภาคก่อสร้าง/เฟอร์นิเจอร์
    ราคาวัตถุดิบและพลังงาน
    อัตรากำไรขั้นต้น
    ค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาระหนี้
    ความสามารถในการกลับมาทำกำไร หลังจากปี 2568 ขาดทุนสูง
    แนวโน้มผลประกอบการในครึ่งหลังของปี 2569

สรุป: พัฒนาการของ VNG ในช่วงล่าสุดไม่ได้อยู่ที่การขยายธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ประเด็นหลักคือ การปรับตัวและฟื้นฟูความสามารถในการทำกำไรหลังผลประกอบการปี 2568 พลิกเป็นขาดทุน โดยงบไตรมาส 2/2569 จะเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินว่าการฟื้นตัวของธุรกิจมีความต่อเนื่องเพียงใด


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด635.071,243.49588.79650.07451.90
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ980.681,058.321,206.20997.16815.58
สินค้าคงเหลือ2,901.612,615.492,545.102,895.633,029.64
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน5,835.985,835.745,331.125,521.035,221.16
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ12,030.8711,118.5512,128.9810,972.9112,487.10
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน12,732.1312,159.7313,107.6712,150.5713,487.25
รวมสินทรัพย์18,568.1117,995.4818,438.7917,671.6118,708.41
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม2,742.332,470.253,429.602,838.323,495.61
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ1,098.691,020.701,144.771,145.941,077.66
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี1,026.051,165.70941.201,001.70551.95
รวมหนี้สินหมุนเวียน5,622.775,523.576,207.455,596.086,022.20
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน5,610.825,026.745,505.784,791.236,357.40
รวมหนี้สิน11,233.5910,550.3111,713.2310,387.3112,379.60
ทุนจดทะเบียน1,735.241,735.241,735.241,735.241,735.24
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า1,735.241,735.241,735.241,735.241,735.24
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น1,482.631,482.631,482.631,482.631,482.63
กำไร(ขาดทุน)สะสม4,030.744,139.483,443.633,982.713,048.60
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น–––––
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่7,248.617,357.366,661.507,200.586,266.47
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย85.9087.8164.0683.7262.34

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ14,148.1913,539.6711,299.815,929.164,938.84
รายได้อื่น36.85292.6042.2729.0911.37
รวมรายได้14,185.0313,832.2711,342.075,958.254,950.21
ต้นทุน11,822.2511,280.1510,369.655,187.654,600.16
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร1,795.661,830.601,214.86629.70577.68
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย13,706.3113,208.5211,674.005,862.245,222.32
EBITDA1,694.931,863.09797.54664.56275.77
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย1,158.681,110.101,051.17524.42518.88
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้536.25752.99-253.63140.14-243.11
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่26.66230.20-601.72-62.65-395.04
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.020.13-0.35-0.04-0.23

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน1,599.972,361.11196.06193.32359.00
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-470.51-232.45-1,545.65-396.17-853.25
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-1,849.94-1,520.24694.88-390.57357.37
เงินสดสุทธิ-720.48608.42-654.70-593.42-136.88

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)13.289.9812.3211.37
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)27.4836.5729.6332.09
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)4.094.023.823.30
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)89.2690.8295.65110.54
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)10.649.589.518.80
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)34.2938.1138.4041.48
วงจรเงินสด (วัน)82.4589.2986.88101.15

พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น VNG
บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลบริษัทและเอกสารที่รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาการของ VNG ในช่วงที่ผ่านมา สามารถสรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้

  1. ธุรกิจหลักยังอยู่ในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง
    VNG ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูปและแผ่นไม้ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกับภาคก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และงานตกแต่งภายใน โดยหุ้น VNG อยู่ในกลุ่ม วัสดุก่อสร้าง ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
  2. ปี 2568 ผลประกอบการเผชิญแรงกดดันอย่างชัดเจน
    ปี 2568 บริษัทมี ขาดทุนสุทธิประมาณ 601.7 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิประมาณ 230.2 ล้านบาท ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการที่มีนัยสำคัญ และเป็นประเด็นที่ต้องติดตามการฟื้นตัวของธุรกิจในระยะต่อไป
  3. ปี 2569 เริ่มมีข้อมูลผลประกอบการใหม่ให้ติดตาม
    บริษัทได้รายงานผลประกอบการ ไตรมาส 1/2569 และ ไตรมาส 2/2569 ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว โดยงบไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และมีการเผยแพร่คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569
    ดังนั้น ประเด็นสำคัญของ VNG ในปี 2569 คือ ความสามารถในการฟื้นตัวจากผลประกอบการที่อ่อนตัวในปี 2568 และการควบคุมต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับภาวะตลาด
  4. การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญ
    สำหรับธุรกิจแผ่นไม้ ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน การผลิต และภาวะตลาดวัสดุก่อสร้างมีผลต่อความสามารถในการทำกำไร ดังนั้นพัฒนาการของ VNG ควรติดตามควบคู่กันทั้ง ปริมาณขาย ราคาขาย อัตรากำไรขั้นต้น และต้นทุนการผลิต มากกว่าดูเฉพาะการเติบโตของรายได้
  5. จุดที่ต้องติดตามต่อจากนี้
    ข้อมูลล่าสุดของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่างบการเงินล่าสุดของ VNG คือ ไตรมาส 2/2569 ประเด็นที่น่าติดตามจึงได้แก่
    การฟื้นตัวของยอดขายผลิตภัณฑ์ไม้
    ราคาขายผลิตภัณฑ์และความต้องการจากภาคก่อสร้าง/เฟอร์นิเจอร์
    ราคาวัตถุดิบและพลังงาน
    อัตรากำไรขั้นต้น
    ค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาระหนี้
    ความสามารถในการกลับมาทำกำไร หลังจากปี 2568 ขาดทุนสูง
    แนวโน้มผลประกอบการในครึ่งหลังของปี 2569

สรุป: พัฒนาการของ VNG ในช่วงล่าสุดไม่ได้อยู่ที่การขยายธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ประเด็นหลักคือ การปรับตัวและฟื้นฟูความสามารถในการทำกำไรหลังผลประกอบการปี 2568 พลิกเป็นขาดทุน โดยงบไตรมาส 2/2569 จะเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินว่าการฟื้นตัวของธุรกิจมีความต่อเนื่องเพียงใด


วิเคราะห์หุ้น VNG — บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ VNG อยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / วัสดุก่อสร้าง โดยธุรกิจหลักคือ ผลิตและจำหน่ายแผ่นไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติ (Panel Board) โดยเฉพาะแผ่น MDF และ Particle Board ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
VNG มีธุรกิจที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายในเป็นหลัก ได้แก่
แผ่น MDF ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ประตู งานตกแต่ง และงานก่อสร้าง
แผ่น Particle Board ใช้ในเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์ไม้ประกอบ
ผลิตภัณฑ์แผ่นไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง
จำหน่ายทั้ง ตลาดประเทศไทยและตลาดส่งออก
ดังนั้นรายได้ของ VNG จะค่อนข้างผูกกับ ความต้องการเฟอร์นิเจอร์ การก่อสร้าง/ตกแต่ง ราคาขายแผ่นไม้ ต้นทุนวัตถุดิบ และตลาดส่งออก
📊 วิเคราะห์งบการเงิน
จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ ผลประกอบการยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากภาวะขาดทุน
ปี 2568 VNG มีรายได้จากการขายประมาณ 11,299.8 ล้านบาท ลดลง 17% จากปี 2567 ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลงเหลือประมาณ 930.2 ล้านบาท จาก 1,844.3 ล้านบาท และบริษัทมี ขาดทุนสุทธิ 601.7 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 230.2 ล้านบาท
ที่สำคัญคือสถานการณ์ยังไม่กลับมาเป็นกำไรในครึ่งแรกปี 2569
6 เดือนแรกปี 2569
รายได้รวม 4,950.21 ล้านบาท
ขาดทุนสุทธิ 395.04 ล้านบาท
Net Margin ประมาณ -8.01%
EPS -0.23 บาท
และเฉพาะ ไตรมาส 2/2569 ขาดทุนสุทธิประมาณ 155.8 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 30.6 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568
⚠️ ประเด็นสำคัญ
ตัวเลขจึงสะท้อนว่าโจทย์ของ VNG ในระยะสั้นไม่ใช่เพียงการเพิ่มยอดขาย แต่คือ การทำให้ Margin กลับมาเป็นบวก
สิ่งที่ต้องติดตามคือ
ราคาขายผลิตภัณฑ์ → ปริมาณขาย → ต้นทุนวัตถุดิบ → ค่าใช้จ่าย → ดอกเบี้ย → กำไรสุทธิ
หากยอดขายฟื้นแต่ต้นทุนยังสูง กำไรอาจยังไม่กลับมาเร็ว
💰 มูลค่าหุ้น
ข้อมูล SET ณ 25 ก.ย. 2569 ระบุราคาหุ้นประมาณ 1.93 บาท ขณะที่ Market Cap อยู่ราว 3.37 พันล้านบาท และ P/BV ประมาณ 0.54 เท่า; P/E ยังไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุน
จุดที่น่าสนใจคือ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า แต่ต้องตีความร่วมกับผลประกอบการ เพราะราคาถูกเมื่อเทียบกับ Book Value ไม่ได้หมายความว่ากำไรจะฟื้นตัวทันที
📈 มุมมองกราฟเทคนิค VNG
ข้อมูล SET ระบุกรอบ 52 สัปดาห์ประมาณ 1.64–2.28 บาท และราคาปิดวันที่ 25 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 1.93 บาท
แนวรับที่น่าจับตา
1.90–1.93 บาท
หากหลุดโซนนี้ ต้องระวังแรงขายและการกลับไปทดสอบบริเวณ
1.80–1.85 บาท
และแนวรับสำคัญถัดไปบริเวณ 1.64–1.70 บาท
แนวต้าน
2.00 บาท → ด่านแรก
2.05–2.10 บาท → ด่านถัดไป
2.20–2.28 บาท → โซน High เดิม 52 สัปดาห์
🚨 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
VNG อยู่ในลักษณะที่ต้องรอ Breakout + Volume
ถ้าราคาสามารถยืนเหนือ 2.00 บาท ได้ และมีวอลุ่มเข้ามาสนับสนุน จะเริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยน Momentum ในระยะสั้น
แต่ถ้า ผ่าน 2.00 บาทไม่ได้ + วอลุ่มแห้ง + หลุด 1.90 บาท ภาพจะยังเป็นการแกว่งตัวอ่อนแรง
ดังนั้นสำหรับสายเทคนิค จุดสำคัญไม่ใช่แค่ “ราคาไปถึงไหน” แต่ต้องดูว่า เบรกแล้วมี Volume ตามมาหรือไม่
🧩 ปัจจัยบวกที่ต้องติดตาม

  1. การฟื้นตัวของตลาดวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์
    หากคำสั่งซื้อ MDF และ Particle Board ฟื้น จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและการใช้ Capacity
  2. ราคาขายผลิตภัณฑ์ฟื้นตัว
    มีผลโดยตรงต่อ Gross Margin
  3. ต้นทุนวัตถุดิบลดลง
    เป็นปัจจัยสำคัญต่อการพลิกกลับมาทำกำไร
  4. ตลาดส่งออกกลับมาแข็งแรง
    เนื่องจาก VNG มีทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
  5. การลดภาระต้นทุนทางการเงิน
    ปี 2568 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินประมาณ 374.1 ล้านบาท จึงเป็นอีกตัวแปรที่กดดันกำไร

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
ผลประกอบการยังขาดทุนต่อเนื่อง
ราคาขายแผ่นไม้อาจผันผวน
ต้นทุนวัตถุดิบมีผลต่อ Margin สูง
ความต้องการจากอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และก่อสร้าง
ความเสี่ยงจากตลาดส่งออกและอัตราแลกเปลี่ยน
ภาระดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
หากยอดขายไม่ฟื้น อาจทำให้การใช้กำลังการผลิตไม่เต็มประสิทธิภาพ
🔥 สรุป VNG แบบ “สายเทคนิค 100%”
VNG = หุ้นวัสดุก่อสร้างที่กำลังอยู่ในโจทย์ “รอการฟื้นกำไร”
พื้นฐานปัจจุบันยังต้องระวัง เพราะ 6 เดือนแรกปี 2569 ขาดทุน 395 ล้านบาท และ Q2/2569 ขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้านราคา 1.90 บาทคือโซนที่ต้องจับตา
ยืน 1.90 ได้ → ลุ้นสร้างฐาน
ผ่าน 2.00 + Volume → Momentum เริ่มเปลี่ยน
ผ่าน 2.10 → มีโอกาสทดสอบ 2.20–2.28
หลุด 1.90 → ต้องระวังแรงขายรอบใหม่
ดังนั้น “จุดเปลี่ยน” ของ VNG มี 2 เรื่องที่ต้องเกิดไปพร้อมกัน คือ กำไรต้องเริ่มฟื้น + กราฟต้อง Breakout พร้อม Volume


Disclaimer

ใส่ความเห็น