วิเคราะห์ หุ้น TSTH บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TSTH อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ (Steel & Metal Products ) เป็นของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 29 พ.ย. 2545 | 8,421.54 | เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ (Steel & Metal Products ) | TSTH |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ธุรกิจการลงทุน (Holding company) ในบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าเหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปพรรณขนาดเล็ก ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | ไตรมาส 1/2569 01 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | ไตรมาส 1/2570 01 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.01 | 0.04 | 0.23 | 0.04 | 0.05 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2569 01 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | ไตรมาส 1/2570 01 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 5.32 | 5.86 | 6.44 | 6.38 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 2569 | 0.03 | บาท | 14 ส.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 เม.ย. 2565 – 31 มี.ค. 2566 | 0.03 | บาท | 17 ส.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 เม.ย. 2564 – 31 มี.ค. 2565 | 0.05 | บาท | 19 ส.ค. 2565 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
เจาะทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TSTH
บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
หุ้น TSTH กับเบื้องหลังธุรกิจเหล็กที่ไม่ได้มีเพียงสินค้า แต่ต้องอาศัยโรงงานผลิต เครื่องจักรขนาดใหญ่ ระบบแปรรูปเหล็ก และโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต เพื่อส่งมอบเหล็กให้กับภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรม
ข้อมูลบริษัทระบุว่า TSTH มีฐานการผลิต 3 แห่งในจังหวัดสระบุรี ระยอง และชลบุรี โดยใช้เศษเหล็กรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบหลัก และผลิตเหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปพรรณขนาดเล็ก
Tata Steel
- ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
- โรงงาน NTS — จังหวัดชลบุรี
โรงงานผลิตเหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อย และเหล็กลวด ใช้เตาหลอมไฟฟ้า (EAF) ที่ใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบ และมีสายการรีดเหล็กสำหรับแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จรูป - โรงงาน SCSC — จังหวัดระยอง
โรงงานผลิตเหล็กแท่งและเหล็กเส้นสำหรับงานก่อสร้าง โดยมีระบบหลอมและรีดเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการผลิต - โรงงาน SISCO — จังหวัดสระบุรี
โรงงานผลิตเหล็กลวดและเหล็กรูปพรรณขนาดเล็ก รองรับความต้องการของภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลลักษณะการผลิตของแต่ละโรงงานอ้างอิงจากข้อมูลบริษัทในเครือ โดยกำลังการผลิตรายโรงงานด้านล่างเป็นข้อมูลจากเอกสารปี 2563–2564 ไม่ใช่ตัวเลขยืนยันล่าสุด
ทาทาสตีลประเทศไทย - เครื่องจักรและระบบการผลิตที่สำคัญ
เตาหลอมไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EAF)
ใช้หลอมเศษเหล็กเพื่อผลิตเหล็กหลอมเหลว ก่อนนำไปหล่อเป็นเหล็กแท่งสำหรับเข้าสู่กระบวนการรีด ช่วยให้บริษัทใช้วัตถุดิบรีไซเคิลเป็นส่วนสำคัญของการผลิต
ระบบหล่อเหล็กแท่ง (Continuous Casting)
เปลี่ยนเหล็กหลอมเหลวให้เป็นเหล็กแท่งกึ่งสำเร็จรูป เพื่อป้อนเข้าสู่สายการรีดเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กชนิดต่าง ๆ
เครื่องรีดเหล็ก (Rolling Mill)
แปรรูปเหล็กแท่งให้เป็นเหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อย เหล็กลวด และเหล็กรูปพรรณตามขนาดและคุณสมบัติที่ลูกค้าต้องการ
ห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพ
ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ เพื่อควบคุมมาตรฐานเหล็กก่อนส่งมอบให้ลูกค้า
ภาพประกอบใช้แสดงประเภทสินทรัพย์และกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม ไม่ใช่ภาพยืนยันเครื่องจักรจริงทุกชิ้นของ TSTH - กำลังการผลิตและสินทรัพย์ด้านการผลิต
ข้อมูลที่เผยแพร่โดยกลุ่ม Tata Steel ระบุว่า โรงงานทั้ง 3 แห่งของ TSTH มีกำลังการผลิตเหล็กผ่านกระบวนการเตาหลอมไฟฟ้ารวมประมาณ 1.7 ล้านตันต่อปี
One Dream, 119th Year
| โรงงาน | กำลังการผลิตเหล็กแท่งต่อปี* | กำลังการรีดต่อปี* |
|---|---|---|
| NTS ชลบุรี | 550,000 ตัน | 800,000 ตัน |
| SCSC ระยอง | 550,000 ตัน | 500,000 ตัน |
| SISCO สระบุรี | 300,000 ตัน | 400,000 ตัน |
| รวม | 1,400,000 ตัน | 1,700,000 ตัน |
*ตัวเลขรายโรงงานจากข้อมูลบริษัทย่อยปี 2563–2564 ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงทางประวัติศาสตร์เท่านั้น กำลังการผลิตเหล็กแท่งและกำลังการรีดเป็นคนละขั้นตอน จึงไม่ควรนำมาบวกเป็นกำลังการผลิตสินค้าสำเร็จรูป ทาทาสตีลประเทศไทย
- สินทรัพย์อื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
วัตถุดิบและสินค้าคงเหลือ: เศษเหล็ก เหล็กแท่งระหว่างกระบวนการ และเหล็กสำเร็จรูป ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเงินทุนหมุนเวียน
คลังสินค้าและพื้นที่จัดเก็บ: ใช้รองรับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ก่อนส่งมอบให้ลูกค้า
ระบบขนส่งและโลจิสติกส์: สนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบและกระจายสินค้าไปยังผู้จำหน่ายและลูกค้า
อาคารสำนักงานและระบบสนับสนุนโรงงาน: ใช้บริหารการผลิต จัดซื้อ ขาย บำรุงรักษา และควบคุมคุณภาพ
รายการข้างต้นเป็นประเภทสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจเหล็ก ส่วนกรรมสิทธิ์ มูลค่าตามบัญชี และรายละเอียดของสินทรัพย์แต่ละรายการต้องตรวจสอบจากงบการเงินและหมายเหตุประกอบงบการเงินของบริษัท
TATA STEEL (Thailand) PLC. - นักลงทุนควรติดตามอะไรจากสินทรัพย์ของ TSTH?
อัตราการใช้กำลังการผลิต: โรงงานผลิตได้มากเพียงใดเมื่อเทียบกับกำลังการผลิตที่มีอยู่
ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน: มีผลต่อต้นทุนการหลอมและกำไรต่อหน่วย
การบำรุงรักษาเครื่องจักร: การหยุดซ่อมอาจกระทบปริมาณผลิตและต้นทุน
สินค้าคงเหลือและเงินทุนหมุนเวียน: ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของสต็อกและเงินที่ผูกอยู่ในวัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จรูป
การลงทุนเพิ่มเติม: ควรพิจารณาว่าการลงทุนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน หรือสร้างรายได้เพิ่มได้มากน้อยเพียงใด
สรุป: สินทรัพย์สำคัญของ TSTH คือโรงงานผลิตเหล็ก 3 แห่ง ระบบเตาหลอมไฟฟ้า เครื่องหล่อเหล็กแท่ง เครื่องรีดเหล็ก และสินทรัพย์สนับสนุนห่วงโซ่การผลิต โดยมีกำลังการผลิตรวมที่กลุ่มบริษัทเปิดเผยประมาณ 1.7 ล้านตันต่อปี การประเมินมูลค่าหุ้นจึงควรพิจารณาควบคู่กับต้นทุนการผลิต อัตราการใช้กำลังการผลิต และความสามารถในการทำกำไร ไม่ใช่ดูเฉพาะขนาดของโรงงานเพียงอย่างเดียว
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น TSTH
บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
หุ้น
TSTH
ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเหล็ก โดยมีลักษณะเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจผลิตเหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปทรงขนาดเล็ก ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในงานก่อสร้าง
The Stock Exchange of Thailand
บริษัทในเครือและโครงสร้างธุรกิจ
จากข้อมูลรายงานประจำปีของกลุ่ม
Tata Steel
พบว่ามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในประเทศไทย ทั้งบริษัทจดทะเบียนและบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจการผลิตเหล็กโดยตรง
Tata Steel
- บริษัทในเครือที่สำคัญ
ข้อมูลจากหมายเหตุประกอบงบการเงินของ TSTH งวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระบุความสัมพันธ์ของบริษัทที่เกี่ยวข้องไว้ดังนี้
ทาทาสตีลประเทศไทย
Tata Steel Manufacturing (Thailand) Public Company Limited
บริษัทย่อย
ดำเนินธุรกิจผลิต รับจ้างผลิต จัดจำหน่าย และซื้อขายเหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปทรงขนาดเล็ก เป็นบริษัทที่มีบทบาทโดยตรงต่อธุรกิจหลักของ TSTH
2.
The Siam Industrial Wire Co., Ltd.
บริษัทในกลุ่มผู้ถือหุ้นเดียวกัน
ประกอบธุรกิจผลิตลวดเหล็ก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเหล็กและสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ห่วงโซ่ธุรกิจของกลุ่ม Tata Steel
3.
TSN Wires Co., Ltd.
บริษัทในกลุ่มผู้ถือหุ้นเดียวกัน
ดำเนินธุรกิจผลิตลวดเหล็กชุบสังกะสี เพิ่มมิติของผลิตภัณฑ์เหล็กในเครือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
4.
Jamipol Limited
บริษัทในกลุ่มผู้ถือหุ้นเดียวกัน
ประกอบธุรกิจผลิตเหล็ก โดยมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ถือหุ้นเดียวกันตามหมายเหตุประกอบงบการเงิน
ที่มา: หมายเหตุประกอบงบการเงินระหว่างกาลของ TSTH ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
ทาทาสตีลประเทศไทย
2. บริษัทที่เกี่ยวข้องด้านการค้าและบริการ
นอกจากธุรกิจผลิตเหล็กแล้ว TSTH ยังเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่มีความสัมพันธ์ผ่านกลุ่มผู้ถือหุ้นเดียวกัน ได้แก่
| บริษัท | ลักษณะธุรกิจ |
|---|---|
| Tata International Metals Asia Ltd. | ซื้อขายโลหะ |
| Tata International Metals Americas Ltd. | ซื้อขายโลหะ |
| mjunction Services Limited | บริการซื้อขายและจัดซื้อจัดหา |
| Tata Communications (Thailand) Co., Ltd. | บริการไอทีและโทรคมนาคม |
| Novamesh Limited | บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ |
| Tata Sons Private Limited | การลงทุนและบริการให้คำปรึกษา |
ข้อควรแยกให้ชัด: บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกันไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทย่อยของ TSTH และไม่ควรนำรายได้หรือทรัพย์สินของบริษัทเหล่านั้นมารวมเป็นของ TSTH โดยตรง บริษัทแม่และโครงสร้างการถือหุ้น
Tata Steel Limited
เป็นบริษัทแม่สูงสุดที่ระบุไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินของ TSTH ส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TSTH คือ
T S Global Holdings Pte. Ltd.
ซึ่งถือหุ้น 67.90% ตามข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569
ทาทาสตีลประเทศไทย
สรุปสำหรับบทวิเคราะห์หุ้น TSTH
ประเด็นสำคัญในการศึกษากลุ่มบริษัทของ TSTH ได้แก่
ธุรกิจหลัก: การผลิตและจำหน่ายเหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปทรงขนาดเล็ก
บริษัทย่อยที่สำคัญ: Tata Steel Manufacturing (Thailand) Public Company Limited
ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง: การผลิตลวดเหล็กและลวดเหล็กชุบสังกะสี รวมถึงบริการซื้อขายโลหะและจัดซื้อจัดหา
ความเชื่อมโยงของกลุ่ม: อยู่ภายใต้กลุ่ม Tata Steel โดยต้องแยกบริษัทลูกออกจากบริษัทที่มีเพียงผู้ถือหุ้นร่วมกัน
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TSTH
บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
TSTH ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ เหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปพรรณขนาดเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับภาคก่อสร้าง ดังนั้นผลประกอบการจึงมีความอ่อนไหวต่อทั้งราคาวัตถุดิบ ราคาขายเหล็ก และภาวะอุปสงค์ในตลาดเหล็ก โดย SET ระบุลักษณะธุรกิจของ TSTH ไว้ในกลุ่ม เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ
- ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบผันผวน
ต้นทุนวัตถุดิบเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตเหล็ก หากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็วกว่าราคาขาย บริษัทอาจไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด ทำให้ ส่วนต่างกำไร (Margin) ลดลง
บริษัทเองระบุว่า การขาดแคลนวัตถุดิบหลักเป็นความเสี่ยงสำคัญ และมีการกระจายฐานผู้ขาย รวมถึงหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว - ความเสี่ยงจากราคาขายเหล็กและการแข่งขันสูง
ธุรกิจเหล็กมีลักษณะเป็น Commodity Business ราคาขายได้รับอิทธิพลจากอุปสงค์–อุปทานทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากมีเหล็กเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก หรือเกิดการแข่งขันด้านราคาสูง บริษัทอาจต้องลดราคาขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
ผลกระทบที่ต้องติดตามคือ ราคาขายลดลงเร็วกว่าต้นทุน → Gross Margin หดตัว → กำไรลดลง - ความเสี่ยงจากเหล็กนำเข้าและภาวะ Oversupply
ผู้ผลิตเหล็กในประเทศต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้า หากเหล็กจากต่างประเทศมีราคาต่ำกว่าตลาดไทย อาจกดดันทั้งราคาขายและปริมาณการขายของผู้ผลิตในประเทศ
ดังนั้น TSTH จึงมีความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้า นโยบายภาครัฐ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของการนำเข้า–ส่งออกเหล็ก - ความเสี่ยงจากภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้าง
ผลิตภัณฑ์ของ TSTH เช่น เหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมก่อสร้างโดยตรง หากการลงทุนภาครัฐ อสังหาริมทรัพย์ หรือโครงการก่อสร้างชะลอตัว ความต้องการใช้เหล็กก็มีโอกาสลดลง
จึงทำให้รายได้ของบริษัทมีความสัมพันธ์กับ วัฏจักรเศรษฐกิจและการลงทุน - ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน
กระบวนการผลิตเหล็กใช้พลังงานในระดับสูง ดังนั้นต้นทุนไฟฟ้า เชื้อเพลิง และพลังงานอื่น ๆ สามารถส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
หากต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น แต่ราคาขายเหล็กไม่สามารถปรับขึ้นตามได้ อาจกดดันกำไรของบริษัท - ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
บริษัทระบุในรายงานความเสี่ยงว่า ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์สามารถรบกวนห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ผันผวน ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น และกระทบความพร้อมของวัตถุดิบบางประเภท
ประเด็นนี้สำคัญสำหรับธุรกิจเหล็ก เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ - ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบ
อุตสาหกรรมเหล็กมีประเด็นเกี่ยวข้องกับ การใช้พลังงาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการของเสีย และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม หากกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น บริษัทอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บริษัทจัดให้ความเสี่ยงด้าน Safety, Health & Environment เป็นหนึ่งในประเด็นที่ต้องบริหารจัดการ - ความเสี่ยงจากเครื่องจักรและการหยุดชะงักของโรงงาน
ธุรกิจผลิตเหล็กพึ่งพาเครื่องจักรและระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเครื่องจักรขัดข้อง อุบัติเหตุ หรือโรงงานหยุดผลิต อาจส่งผลต่อทั้ง ปริมาณการผลิต ต้นทุนต่อหน่วย และการส่งมอบสินค้า
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านแรงงานและผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน - ความเสี่ยงด้าน Supply Chain และการขนส่ง
นอกจากวัตถุดิบแล้ว การขนส่งวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปก็มีความสำคัญ หากเกิดปัญหาด้านโลจิสติกส์ ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น หรือเกิดการหยุดชะงักของ Supply Chain อาจกระทบต้นทุนและความสามารถในการส่งมอบสินค้า
บริษัทมีการประเมินคู่ค้าที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ รวมถึงคู่ค้าที่ไม่สามารถหาแหล่งทดแทนได้ง่าย
🔎 สรุปความเสี่ยง TSTH แบบนักลงทุน
| ประเด็น | ผลกระทบที่ต้องจับตา |
|---|---|
| ราคาวัตถุดิบ | ต้นทุนเพิ่ม / Margin ลด |
| ราคาเหล็ก | รายได้และกำไรผันผวน |
| เหล็กนำเข้า | กดดันราคาขายในประเทศ |
| ภาคก่อสร้าง | Demand ลดเมื่อเศรษฐกิจชะลอ |
| พลังงาน | ต้นทุนการผลิตเพิ่ม |
| ภูมิรัฐศาสตร์ | Supply Chain และ Commodity ผันผวน |
| สิ่งแวดล้อม | ต้องลงทุนเพิ่มและปฏิบัติตามกฎ |
| โรงงาน/เครื่องจักร | เสี่ยงต่อการหยุดผลิต |
| Supply Chain | วัตถุดิบและการขนส่งสะดุด |
หัวใจสำคัญของ TSTH คือ “Spread” ระหว่างราคาขายเหล็กกับต้นทุนวัตถุดิบ เพราะแม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่หากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานเพิ่มเร็วกว่าราคาขาย ความสามารถในการทำกำไรก็ยังถูกกดดันได้
สำหรับข้อมูลล่าสุด บริษัทมีการเผยแพร่ทั้งงบการเงินและ MD&A ถึงปีการเงิน 2569 บนหน้านักลงทุนสัมพันธ์ และ SET มี MD&A ของ TSTH สำหรับปีสิ้นสุด 31 มีนาคม 2569 เผยแพร่เมื่อ 28 เมษายน 2569
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 22 พ.ค. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | T S GLOBAL HOLDINGS PTE. LTD. | 5,718,472,083 | 67.90 |
| 2 | นาย ธีระชัย กีรติเตชากร | 501,317,700 | 5.95 |
| 3 | ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) | 296,050,796 | 3.52 |
| 4 | นาย วิโรจน์ อึ้งไพบูลย์ | 273,002,901 | 3.24 |
| 5 | นาง จันทิมา ทีปสุวรรณ | 144,773,900 | 1.72 |
| 6 | PERSHING LLC | 93,120,908 | 1.11 |
| 7 | นาย ฉัตรชัย ทีปสุวรรณ | 84,396,900 | 1.00 |
| 8 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 72,769,789 | 0.86 |
| 9 | นาย กมลพัฒน์ ทีปสุวรรณ | 63,000,000 | 0.75 |
| 10 | นาง สรัตนา ลือชัยประสิทธิ์ | 35,850,000 | 0.43 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย อาชีช อนุปัม | ประธานคณะกรรมการ |
| 2 | นาย อนุรัก ปานเดย์ | กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ |
| 3 | นาย ซานเจย์ คูมาร์ ศรีวาสตาฟ | กรรมการ |
| 4 | นาย ซานดีป ภัฏฏาจารย์ | กรรมการ |
| 5 | นาย ราจีฟ มังกัล | กรรมการ |
| 6 | นาย เทวัญ อุทัยวัฒน์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย ธราธร เปรมสุนทร | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นางสาว อนุตตรา พานโพธิ์ทอง | กรรมการอิสระ, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น TSTH
บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
TSTH
หรือ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายเหล็กทรงยาว ได้แก่ เหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปพรรณขนาดเล็ก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยมีพัฒนาการที่น่าติดตามทั้งด้านผลประกอบการ การบริหารกำลังการผลิต และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
พัฒนาการสำคัญที่น่าติดตาม
- ผลประกอบการปี 2569 ฟื้นตัวจากปีก่อน
งวดไตรมาส 1 ปีบัญชี 2569 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 409.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 373.12 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือประมาณ 9.8% โดยกำไรต่อหุ้นเพิ่มจาก 0.04431 บาท เป็น 0.04865 บาท - ปริมาณขายและความต้องการเหล็กในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญ
รายงานไตรมาส 3 ปีบัญชี 2569 ซึ่งครอบคลุมเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2568 ระบุว่า บริษัทส่งมอบเหล็กได้ประมาณ 290,000 ตัน ลดลง 19% จากไตรมาสก่อน และมีรายได้จากการขายและบริการ 5,783 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 20,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายเหล็กเส้นในประเทศ - พัฒนาผลิตภัณฑ์เหล็กและช่องทางจำหน่าย
บริษัทมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งเหล็กเส้นกลม เหล็กเส้นข้ออ้อย เหล็กลวด เหล็กรูปพรรณ และบริการตัดดัดเหล็ก รวมถึงช่องทางสั่งซื้อเหล็กเส้นออนไลน์ พัฒนาการด้านผลิตภัณฑ์และการเข้าถึงลูกค้าจึงเป็นประเด็นที่ควรติดตามควบคู่กับความต้องการจากภาคก่อสร้าง - โรงงานทั้ง 3 แห่งได้รับรางวัลด้านความรับผิดชอบต่อสังคม
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 โรงงาน NTS, SISCO และ SCSC ได้รับรางวัล CSR-DPIM ประจำปี 2567 โดย NTS ได้รับระดับ Platinum ส่วน SISCO และ SCSC ได้รับรางวัลต่อเนื่อง สะท้อนการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของโรงงานในกลุ่ม - เดินหน้าด้าน ESG และการผลิตอย่างยั่งยืน
ในปี 2568 บริษัทได้รับเกียรติบัตรโครงการ ESG DNA จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ขณะที่ข้อมูลของบริษัทระบุถึงความริเริ่มด้านผลิตภัณฑ์เหล็กที่ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์และเศรษฐกิจหมุนเวียนในปีก่อนหน้า ประเด็นที่ควรติดตามต่อคือการนำแนวทางดังกล่าวไปใช้ในการผลิตและการบริหารต้นทุนจริง
ประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามต่อ
กำไรและอัตรากำไร: บริษัทจะรักษาการเติบโตของกำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่ เมื่อราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบเปลี่ยนแปลง
อุปสงค์เหล็กในประเทศ: การก่อสร้างภาครัฐและเอกชนจะช่วยหนุนปริมาณขายได้มากเพียงใด
เหล็กนำเข้าและการแข่งขันด้านราคา: โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เหล็กลวดที่บริษัทเคยรายงานว่าได้รับผลกระทบจากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น
ปริมาณส่งมอบและการใช้กำลังการผลิต: ต้องพิจารณาควบคู่กับราคาขายและต้นทุนการผลิต เพื่อประเมินความสามารถในการทำกำไร
ทาทาสตีลประเทศไทย
สรุป: พัฒนาการของ TSTH ที่ควรจับตา ได้แก่ การเติบโตของกำไรในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2569 การฟื้นตัวของยอดขายเหล็กในประเทศ การแข่งขันในตลาดเหล็ก และการพัฒนาด้าน ESG ทั้งนี้ ผลประกอบการที่ดีขึ้นในบางงวดยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ต้องติดตามงบการเงินและรายงานผลประกอบการงวดถัดไปประกอบด้วย
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 2567 01 เม.ย. 2566 – 31 มี.ค. 2567 | งบปี 2568 01 เม.ย. 2567 – 31 มี.ค. 2568 | งบปี 2569 01 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 2569 | ไตรมาส 1/2569 01 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | ไตรมาส 1/2570 01 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 2,197.21 | 1,772.59 | 4,871.70 | 2,758.35 | 4,798.99 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 2,872.09 | 3,243.04 | 2,790.13 | 2,976.52 | 2,830.13 |
| สินค้าคงเหลือ | 3,058.87 | 3,611.08 | 3,125.18 | 3,028.86 | 3,394.14 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 8,380.07 | 8,835.42 | 11,029.50 | 8,963.18 | 11,315.43 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 2,509.07 | 2,455.10 | 2,446.56 | 2,414.86 | 2,448.31 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 6,917.29 | 6,896.04 | 6,931.69 | 6,850.78 | 6,870.09 |
| รวมสินทรัพย์ | 15,297.35 | 15,731.46 | 17,961.19 | 15,813.97 | 18,185.52 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | – | – | – | – | – |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 1,530.81 | 1,517.77 | 1,528.11 | 1,130.98 | 1,334.56 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 1,632.44 | 1,659.91 | 1,883.42 | 1,391.77 | 1,772.71 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 1,043.69 | 1,070.00 | 1,074.22 | 1,066.61 | 1,000.90 |
| รวมหนี้สิน | 2,676.12 | 2,729.91 | 2,957.64 | 2,458.38 | 2,773.61 |
| ทุนจดทะเบียน | 8,421.54 | 8,421.54 | 8,421.54 | 8,421.54 | 8,421.54 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 8,421.54 | 8,421.54 | 8,421.54 | 8,421.54 | 8,421.54 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 3,258.62 | 3,258.62 | 3,258.62 | 3,258.63 | 3,258.63 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 637.20 | 958.02 | 2,874.04 | 1,311.70 | 3,281.99 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 183.17 | 242.30 | 326.59 | 242.30 | 326.59 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | 183.17 | 242.30 | 326.59 | 242.30 | 326.59 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 12,630.73 | 13,010.69 | 15,011.00 | 13,364.37 | 15,418.94 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | -9.50 | -9.14 | -7.45 | -8.79 | -7.04 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 2567 01 เม.ย. 2566 – 31 มี.ค. 2567 | งบปี 2568 01 เม.ย. 2567 – 31 มี.ค. 2568 | งบปี 2569 01 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 2569 | ไตรมาส 1/2569 01 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | ไตรมาส 1/2570 01 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 24,688.80 | 24,981.00 | 26,388.94 | 6,838.37 | 6,780.73 |
| รายได้อื่น | 351.88 | 349.27 | 108.53 | 27.00 | 65.51 |
| รวมรายได้ | 25,040.67 | 25,330.28 | 26,497.47 | 6,865.37 | 6,846.24 |
| ต้นทุน | 24,249.62 | 24,296.55 | 23,365.45 | 6,212.04 | 6,143.18 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 682.38 | 596.06 | 779.44 | 174.76 | 196.19 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 24,932.00 | 24,892.61 | 24,144.90 | 6,386.80 | 6,339.37 |
| EBITDA | 407.53 | 707.21 | 2,647.55 | 545.67 | 594.50 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 284.78 | 260.50 | 261.31 | 64.93 | 65.57 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 122.76 | 446.71 | 2,386.24 | 480.74 | 528.93 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 96.22 | 332.80 | 1,897.91 | 373.12 | 409.71 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.01 | 0.04 | 0.23 | 0.04 | 0.05 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 2567 01 เม.ย. 2566 – 31 มี.ค. 2567 | งบปี 2568 01 เม.ย. 2567 – 31 มี.ค. 2568 | งบปี 2569 01 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 2569 | ไตรมาส 1/2569 01 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | ไตรมาส 1/2570 01 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 1,069.78 | -768.58 | 3,253.79 | 1,027.73 | -26.95 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -4.95 | 382.76 | -117.51 | -5.10 | -6.54 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -290.41 | -38.80 | -37.17 | -36.87 | -39.22 |
| เงินสดสุทธิ | 774.41 | -424.62 | 3,099.11 | 985.76 | -72.71 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 2568 01 เม.ย. 2567 – 31 มี.ค. 2568 | งบปี 2569 01 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 2569 | ไตรมาส 1/2569 01 เม.ย. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | ไตรมาส 1/2570 01 เม.ย. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 8.17 | 8.75 | 7.99 | 9.07 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 44.67 | 41.72 | 45.68 | 40.25 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 7.29 | 6.94 | 7.40 | 7.25 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 50.10 | 52.61 | 49.35 | 50.32 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 15.94 | 15.34 | 18.93 | 18.90 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 22.90 | 23.79 | 19.29 | 19.31 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 71.88 | 70.55 | 75.74 | 71.25 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
วิเคราะห์กราฟเทคนิค TSTH — “พักฐานแรง แต่โครงสร้างใหญ่ยังไม่เสีย”
TATA STEEL (THAILAND) PUBLIC COMPANY LIMITED หรือ TSTH ปัจจุบันอยู่ในกลุ่ม Steel and Metal Products ของ SET โดยราคาล่าสุดที่มีข้อมูลถึง 1 ต.ค. 2569 อยู่ที่ 0.94 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.62–1.12 บาท
🔥 ภาพกราฟที่ต้องจับตา
TSTH เคยไต่ขึ้นจากโซนต่ำกว่า 0.70 บาทในช่วงต้นปี ก่อนขึ้นมาทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 1.12 บาท ทำให้ภาพใหญ่ตั้งแต่ต้นปีถือว่าเปลี่ยนจากฐานเดิมเข้าสู่รอบฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดย SET ระบุว่า YTD ราคาปรับขึ้น 51.56% ณ ช่วงปลายเดือน ก.ย.
แต่ระยะสั้นเริ่มเห็นภาพ พักฐาน/ลดความร้อนแรง
1 ก.ย. ปิดประมาณ 0.97
9 ก.ย. ขึ้นแตะ 1.04 พร้อม Volume กว่า 11 ล้านหุ้น
16 ก.ย. ลงแรงมาปิด 0.96 ด้วย Volume กว่า 4.6 ล้านหุ้น
18 ก.ย. รีบาวด์กลับ 0.98
ปลาย ก.ย. ค่อย ๆ ลดระดับลงมาบริเวณ 0.94–0.95 บาท
จุดที่น่าสนใจคือ 1.00 บาทกลายเป็นด่านสำคัญ หลังราคาหลุดลงมา เพราะช่วงเดือน ก.ย. ราคาพยายามผ่านบริเวณ 1.00–1.04 หลายครั้ง แต่ไม่สามารถยืนได้อย่างต่อเนื่อง 📊 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
| ระดับ | มุมมองทางเทคนิค |
|---|---|
| 0.92–0.94 | 🟢 แนวรับระยะสั้น |
| 0.90 | 🟢 แนวรับจิตวิทยา |
| 0.96–0.98 | 🟡 แนวต้านแรก |
| 1.00–1.04 | 🔥 แนวต้านสำคัญ / จุดวัดพลัง |
| 1.05–1.12 | 🚀 แนวต้านใหญ่ / High 52 สัปดาห์ |
ช่วงล่าสุดราคาลงมาทดสอบ 0.92 บาท ก่อนปิดที่ 0.94 บาทในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งทำให้บริเวณ 0.92–0.94 กลายเป็นโซนที่ต้องเฝ้าดูแรงซื้ออย่างใกล้ชิด
⚡ Volume บอกอะไร?
นี่คือจุดที่สายเทคนิคต้องดู
วันที่ 9 ก.ย. TSTH มี Volume สูงถึงประมาณ 11.0 ล้านหุ้น ขณะที่ราคาขึ้นไปแตะ 1.04 บาท แต่หลังจากนั้นราคากลับอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่วันที่ 16 ก.ย. มี Volume ประมาณ 4.65 ล้านหุ้นและราคาปิดลดลง 4% มาอยู่ที่ 0.96 บาท
ภาพนี้ตีความได้ว่า
“แรงขายเริ่มเข้ามาบริเวณโซน 1.00–1.04 บาท”
ดังนั้นการกลับตัวรอบใหม่จะน่าสนใจมากขึ้นหากราคาสามารถกลับขึ้นเหนือ 1.00 บาทพร้อม Volume เพิ่มขึ้น แทนที่จะขึ้นด้วย Volume บาง ๆ
📈 Momentum — ยังไม่ใช่จังหวะเบรกที่ยืนยันแล้ว
ข้อมูล Technical Analysis ช่วงกลางเดือน ก.ย. แสดงให้เห็นว่า RSI(14) อยู่แถว 44.8 และ STOCHRSI อยู่ในเขต Oversold ขณะที่ค่าเฉลี่ยระยะสั้นหลายตัวส่งสัญญาณขายในช่วงนั้น
แปลเป็นภาษาสายกราฟได้ว่า
“หุ้นถูกกดลงมาจากโซนบน แต่เริ่มเข้าเขตที่มีโอกาสเกิด Technical Rebound ได้”
อย่างไรก็ตาม Oversold ไม่เท่ากับต้องเด้งทันที จุดสำคัญกว่าคือ ต้องดูว่าบริเวณ 0.92–0.94 มีแรงซื้อกลับเข้ามาหรือไม่
🚨 จุดเปลี่ยนเกมของ TSTH
🟢 Scenario 1 — กลับมาเป็นขาขึ้นระยะสั้น
ถ้า TSTH สามารถ
ยืน 0.94 → ผ่าน 0.98 → Break 1.00 บาท
และที่สำคัญ Volume ขยายตัว
ภาพจะเริ่มกลับมาเป็นบวกในเชิง Technical มากขึ้น
เป้าหมายถัดไปที่ต้องจับตา:
1.04 → 1.05 → 1.12 บาท
โดยเฉพาะ 1.04 บาท เพราะเป็นบริเวณ High สำคัญล่าสุดก่อนเกิดแรงขาย
🟡 Scenario 2 — Sideway สะสมพลัง
ถ้าราคาแกว่งประมาณ
0.92–1.00 บาท
พร้อม Volume ลดลง
จะมองเป็นลักษณะ พักฐาน/สร้างฐาน มากกว่าการเสียทรงทันที
สำหรับสายเทคนิค ช่วงนี้ต้องดูว่าแรงขายลดลงหรือไม่ และราคาสามารถสร้าง Higher Low ได้หรือเปล่า
🔴 Scenario 3 — หลุด 0.92 บาท
ถ้า 0.92 บาทถูกเจาะลงพร้อม Volume เพิ่มขึ้น
ต้องระวังแรงขายรอบใหม่ เพราะจะทำให้โครงสร้างการพักฐานมีโอกาสยืดเยื้อ
แนวที่ควรจับตาถัดไปคือบริเวณ 0.90 บาท และโซนต่ำกว่านั้น
ดังนั้น
0.92 บาท = เส้นเฝ้าระวังสำคัญของกราฟระยะสั้น
🎯 สรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
TSTH — จากหุ้นวิ่งแรง สู่โหมดพักฐาน
กราฟใหญ่ยังอยู่เหนือฐานต้นปีอย่างมีนัยสำคัญ โดย SET รายงานว่า YTD ราคายังบวกกว่า 50% และราคายังอยู่เหนือจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ 0.62 บาทอย่างมาก
แต่ระยะสั้นกำลังเจอโซนขาย 1.00–1.04 บาท หลังพยายามขึ้นแล้วไม่สามารถยืนได้ ขณะที่ราคาล่าสุดถอยลงมาใกล้ 0.92–0.94 บาท ซึ่งเป็นโซนวัดใจของแรงซื้อ
เกมของ TSTH ตอนนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ “ขึ้นหรือไม่ขึ้น” อย่างเดียว
แต่อยู่ที่ว่า…
🔥 “จะสะสมเงียบเหนือ 0.92–0.94 แล้วกลับไปทดสอบ 1.00 บาทได้หรือไม่?”
จับตา 3 ราคาให้ดี
🟢 0.92–0.94 = ฐานรับ
🟡 0.98–1.00 = ด่านเบรก
🚀 1.04–1.12 = โซนปลดล็อกโมเมนตัม
สัญญาณที่น่าจับตาที่สุด:
Break 1.00 + Volume มา = กราฟเริ่มกลับมาน่าสนใจ
หลุด 0.92 + Volume หนัก = ต้องระวังแรงขายต่อเนื่อง
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น TSTH — บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
Tata Steel (Thailand) หรือ TSTH อยู่ในกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม / เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ โดยลักษณะธุรกิจเป็น Holding Company ที่ลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่าย เหล็กเส้น เหล็กลวด และเหล็กรูปพรรณขนาดเล็ก ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
- ภาพรวมธุรกิจ
TSTH เป็นผู้ผลิตเหล็กที่มีธุรกิจเชื่อมโยงกับภาคก่อสร้างโดยตรง ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการ ได้แก่
ปริมาณการใช้เหล็กในประเทศ
ราคาขายผลิตภัณฑ์เหล็ก
ราคาวัตถุดิบ เช่น เศษเหล็กและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง
ต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิต
การแข่งขันจากเหล็กนำเข้า
ภาวะการลงทุนและการก่อสร้างในประเทศไทย
พูดง่าย ๆ คือ TSTH เป็นหุ้นที่กำไรมีความสัมพันธ์กับ “ส่วนต่างราคาขายเหล็กกับต้นทุนวัตถุดิบ” ค่อนข้างมาก มากกว่าการเติบโตแบบหุ้นธุรกิจบริโภคที่รายได้เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ - ผลประกอบการล่าสุด
ข้อมูล SET ระบุว่า ปีการเงิน 2569 TSTH มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจ 26,388.94 ล้านบาท เพิ่มจาก 24,981.00 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 2.74% เป็น 11.46% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.17% เทียบกับ 1.32% ในปีก่อน
จุดที่น่าสนใจคือ กำไรฟื้นตัวแรงกว่ารายได้ สะท้อนว่าการบริหารต้นทุนและส่วนต่างกำไรมีบทบาทสำคัญต่อผลประกอบการของบริษัท
ไตรมาส 1/2570
ไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 409.71 ล้านบาท เพิ่มจาก 373.12 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือประมาณ +9.8% YoY และ EPS เพิ่มจาก 0.04431 บาท เป็น 0.04865 บาท
ขณะเดียวกัน รายได้จากการดำเนินธุรกิจในไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ 6,780.73 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 6,838.37 ล้านบาท แต่กำไรยังเติบโตได้
ประเด็นสำคัญ:
รายได้ไม่ได้โตแรง แต่กำไรยังโต แปลว่า “คุณภาพของ Margin” มีความสำคัญกับ TSTH มากกว่าการมองยอดขายเพียงอย่างเดียว - ฐานะการเงิน
อีกจุดที่น่าสนใจคือสถานะทางการเงินค่อนข้างแข็งแรงเมื่อเทียบกับลักษณะธุรกิจที่ใช้เงินทุนสูง
ณ ไตรมาส 1/2570 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 4,798.99 ล้านบาท ขณะที่ Current Ratio อยู่ที่ 6.38 เท่า และ D/E เพียง 0.18 เท่า
| ตัวชี้วัด | FY2569 | Q1/2570 |
|---|---|---|
| Current Ratio | 5.86x | 6.38x |
| D/E | 0.20x | 0.18x |
| Gross Margin | 11.46% | 9.40% |
| EBIT Margin | 9.01% | 7.73% |
| Net Margin | 7.17% | 5.99% |
| ROE | 13.55% | 13.44% |
ในมุมกระแสเงินสด ปี 2569 บริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน +3,253.79 ล้านบาท ซึ่งดีกว่าปีก่อนที่ -768.58 ล้านบาทอย่างชัดเจน
4. จุดแข็งของ TSTH
🟢 1. กำไรฟื้นตัวชัดเจน
จากกำไรสุทธิที่เคยอยู่ในระดับต่ำ ปี 2569 Margin และกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
🟢 2. งบดุลมีความแข็งแรง
D/E อยู่เพียงประมาณ 0.18 เท่า ขณะที่ Current Ratio มากกว่า 6 เท่า ทำให้ภาระทางการเงินไม่ได้อยู่ในระดับสูง
🟢 3. มีเงินสดในมือสูง
เงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปี 2568 และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปี 2569 เป็นบวกสูง
🟢 4. ได้ประโยชน์หากวัฏจักรเหล็กฟื้น
หากปริมาณการใช้เหล็กและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ดีขึ้น บริษัทสามารถเห็นกำไรขยายตัวได้ค่อนข้างเร็ว เนื่องจากธุรกิจมีลักษณะเป็นวัฏจักร
5. ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
🔴 1. ราคาเหล็กมีความผันผวนสูง
รายได้และ Margin ของบริษัทขึ้นกับราคาขายเหล็กและต้นทุนวัตถุดิบ หากราคาขายลดลงเร็วกว่าต้นทุน กำไรสามารถหดตัวได้
🔴 2. การแข่งขันจากเหล็กนำเข้า
ตลาดเหล็กไทยมีการแข่งขันสูง หากมีสินค้านำเข้าที่ราคาต่ำกว่าผู้ผลิตในประเทศ อาจกดดันราคาขายและ Margin ของผู้ผลิตไทย
🔴 3. อุปสงค์ภาคก่อสร้าง
ผลิตภัณฑ์หลักของ TSTH ถูกใช้ในภาคก่อสร้าง ดังนั้นการชะลอตัวของโครงการก่อสร้างและการลงทุนสามารถกระทบปริมาณขายได้โดยตรง
🔴 4. Margin อาจไม่ยั่งยืนในทุกช่วงวัฏจักร
แม้ปี 2569 Gross Margin กระโดดขึ้นเป็น 11.46% แต่ไตรมาส 1/2570 ลดลงมาอยู่ที่ 9.40% จึงต้องติดตามว่าระดับ Margin ที่ดีขึ้นจะรักษาได้ต่อเนื่องหรือไม่
🔴 5. วัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์
TSTH ไม่ใช่ธุรกิจที่กำไรเติบโตเป็นเส้นตรง การประเมินมูลค่าจึงควรมอง วัฏจักรราคาสินค้า + Margin + ปริมาณขาย ประกอบกัน
6. มุมมองแบบ VI
หากมอง TSTH ในเชิงพื้นฐาน สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียง “ยอดขายโตหรือไม่” แต่คือ
กำไรต่อหน่วย → Margin → กระแสเงินสด → ฐานะการเงิน
ปี 2569 เป็นปีที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพกำไรค่อนข้างชัดเจน ขณะที่ Q1/2570 ยังคงมีกำไรเติบโต YoY และมี D/E ต่ำ
ดังนั้นตัวแปรที่ควรติดตามต่อไปคือ
ราคาขายเหล็ก + ต้นทุนวัตถุดิบ + ปริมาณขาย + Gross Margin
หาก 4 ตัวนี้ยังอยู่ในทิศทางที่ดี กำไรของ TSTH ก็มีโอกาสรักษาระดับที่ดีกว่าช่วงก่อนหน้าได้ แต่หาก Spread เหล็กกลับมาแคบลง กำไรก็มีโอกาสลดลงตามวัฏจักร
7. สรุปแบบ “หุ้นสายเทคนิค + พื้นฐาน”
TSTH = หุ้นเหล็กที่กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องจับตาการรักษา Margin
จุดเด่นคือ กำไรฟื้นแรง + กระแสเงินสดดีขึ้น + หนี้ต่ำ + เงินสดสูง ขณะที่จุดที่ต้องระวังคือ ธุรกิจเป็นวัฏจักรและกำไรขึ้นกับ Spread ของราคาเหล็กกับต้นทุนวัตถุดิบ
ในเชิงราคา SET แสดงข้อมูลล่าสุดที่พบในช่วงกันยายน 2569 แถวประมาณ 0.96–1.00 บาท โดยกรอบ 52 สัปดาห์ที่แสดงไว้คือ 0.62–1.12 บาท
คีย์เวิร์ดสำหรับติดตาม TSTH:
เหล็ก → Spread → Margin → ปริมาณขาย → กระแสเงินสด → การก่อสร้าง → เหล็กนำเข้า
ประเด็นสำคัญที่สุด: อย่าดูเพียงว่า “กำไรโต” แต่ควรดูว่า Margin ที่ทำให้กำไรโตนั้นสามารถรักษาได้ต่อเนื่องหรือไม่ เพราะนี่คือหัวใจของการประเมินหุ้นวัฏจักรอย่าง TSTH

