ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น TRT บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TRT บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TRT บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TRT อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI ทรัพยากร (Resources)




ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TRT
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้า รวมถึงจำหน่าย ติดตั้ง ซ่อมบำรุง และทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้า โดยมีสินทรัพย์ถาวรเป็นฐานสำคัญของธุรกิจการผลิต

  1. ที่ดิน
    ทรัพย์สินหลักของ TRT ประกอบด้วย ที่ดินที่ใช้รองรับโรงงานและกิจกรรมการผลิต โดยสำนักงานใหญ่และฐานการผลิตหลักตั้งอยู่ใน นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ
    ข้อมูลสินทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระบุว่าที่ดินมีมูลค่าตามบัญชีประมาณ 272.88 ล้านบาท
  2. อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
    TRT มีอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน เช่น
    อาคารโรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า
    อาคารสำนักงาน
    อาคารและพื้นที่สำหรับงานผลิตและประกอบ
    สิ่งปลูกสร้างและส่วนปรับปรุงที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน
    มูลค่าตามบัญชีของอาคารอยู่ที่ประมาณ 609 ล้านบาท ณ ช่วงข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่
  3. โรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า
    โรงงานถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของ TRT เนื่องจากบริษัทใช้ระบบการผลิตแบบ Engineering to Order (ETO) คือผลิตหม้อแปลงตามข้อกำหนดและความต้องการของลูกค้า
    บริษัทระบุว่าการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าแบ่งเป็น 2 โรงงานหลัก ได้แก่
    โรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง (Power Transformer)
    โรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย (Distribution Transformer)
    ทำให้บริษัทสามารถผลิตหม้อแปลงได้ครอบคลุมทั้งกลุ่มหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังและหม้อแปลงระบบจำหน่าย
  4. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
    เป็นอีกหนึ่งกลุ่มทรัพย์สินหลักของ TRT โดยใช้ในกระบวนการผลิตและทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้า เช่น
    เครื่องจักรสำหรับการผลิตและประกอบหม้อแปลง
    อุปกรณ์สำหรับกระบวนการผลิต
    เครื่องมือและอุปกรณ์ทดสอบ
    อุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการอบและเตรียมชิ้นส่วน
    เครื่องจักรและอุปกรณ์สนับสนุนการผลิต
    มูลค่าตามบัญชีของ เครื่องจักร อยู่ที่ประมาณ 898 ล้านบาท ในข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ สะท้อนว่าเครื่องจักรเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ถาวรที่มีมูลค่าสูงของบริษัท
  5. เครื่องตกแต่งติดตั้งและอุปกรณ์สำนักงาน
    บริษัทมี เครื่องตกแต่งติดตั้งและเครื่องใช้สำนักงาน สำหรับสนับสนุนการบริหารงาน การขาย การวิศวกรรม และการดำเนินงานภายในองค์กร โดยจัดอยู่ในกลุ่มทรัพย์สินถาวรหลักของบริษัท
  6. ยานพาหนะ
    TRT ยังมี ยานพาหนะ เป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินถาวรที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งในส่วนของการบริหาร การปฏิบัติงาน และสนับสนุนงานบริการ/ติดตั้งหม้อแปลงให้แก่ลูกค้า
  7. สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างและการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
    นอกจากสินทรัพย์ที่ใช้งานอยู่แล้ว บริษัทมีสินทรัพย์ประเภท งานระหว่างก่อสร้าง/การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงาน โดยข้อมูลฐานะการเงินแสดงรายการ Construction in Progress แยกต่างหาก

สรุปภาพรวมทรัพย์สิน TRT

ประเภททรัพย์สินการใช้งาน
ที่ดินรองรับโรงงานและการดำเนินธุรกิจ
อาคารและสิ่งปลูกสร้างโรงงาน สำนักงาน และพื้นที่สนับสนุน
โรงงานผลิต Power Transformer และ Distribution Transformer
เครื่องจักรผลิต ประกอบ และแปรรูปชิ้นส่วนหม้อแปลง
เครื่องมือทดสอบตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพหม้อแปลง
เครื่องตกแต่ง/อุปกรณ์สำนักงานสนับสนุนงานบริหารและวิศวกรรม
ยานพาหนะสนับสนุนการดำเนินงานและงานบริการ
สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างรองรับการลงทุนและพัฒนากำลังการผลิต

ประเด็นที่น่าสนใจ: โครงสร้างทรัพย์สินของ TRT มีลักษณะเป็น ธุรกิจการผลิตที่ใช้สินทรัพย์จริงค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะโรงงาน เครื่องจักร และพื้นที่การผลิต ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานโดยตรงต่อการรับงานผลิตหม้อแปลงแบบ Made-to-Order/Engineering to Order ขณะที่ข้อมูลปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 3,541 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 525 ล้านบาท หรือประมาณ 17%


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น TRT — บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจที่ต่อยอดจากธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง งานบริการ และการผลิตชิ้นส่วน/โครงสร้างเหล็ก โดยข้อมูลบริษัทระบุว่าปัจจุบันมี บริษัทย่อย 3 แห่ง ที่อยู่ภายใต้กลุ่มถิรไทย

  1. บริษัท ไทยฟิน จำกัด (TF)
    สัดส่วนถือหุ้น: 99.99%
    ดำเนินธุรกิจผลิต จำหน่าย ซ่อมแซม และบำรุงรักษา ตัวถังหม้อแปลงไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝาถัง ครีบระบายความร้อน และแคลมป์ โดยผลิตและจำหน่ายให้กับบริษัท ถิรไทย เป็นหลัก
    บทบาทต่อกลุ่ม: เป็นธุรกิจสนับสนุนด้านการผลิต ช่วยให้ TRT มีแหล่งผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า
  2. บริษัท ถิรไทย อี แอนด์ เอส จำกัด (TRT E&S)
    สัดส่วนถือหุ้น: 99.99%
    ประกอบธุรกิจ ขาย ติดตั้ง และให้บริการอุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง รวมถึงการประกอบและจำหน่าย รถกระเช้าสำหรับงานปักเสาและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า ของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
    ในปี 2568 ธุรกิจ TRT E&S สร้างรายได้จากกลุ่ม Non-Transformer จำนวนประมาณ 241 ล้านบาท หรือราว 12% ของรายได้รวมกลุ่ม ตามเอกสารบริษัท
    บทบาทต่อกลุ่ม: ช่วยขยาย TRT จากผู้ผลิตหม้อแปลงไปสู่ธุรกิจ Electrical & Engineering Services และงานบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า
  3. บริษัท แอล.ดี.เอส. เมทัล เวิร์ค จำกัด (LDS)
    สัดส่วนถือหุ้น: 92.50%
    ประกอบธุรกิจ Steel Fabrication หรือรับจ้างเชื่อมและประกอบเหล็กแปรรูป โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิต ตัวถังหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ บริษัทระบุว่าสามารถผลิตตัวถังหม้อแปลงขนาดใหญ่ได้ถึงระดับ 500 kV
    TRT เข้าลงทุนใน LDS เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงด้านการจัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วนสำคัญสำหรับการผลิตหม้อแปลง และเพิ่มโอกาสการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

โครงสร้างกลุ่ม TRT แบบเข้าใจง่าย
TRT — บริษัทแม่
ไทยฟิน (TF) — 99.99% → ตัวถังหม้อแปลงและชิ้นส่วน
TRT E&S — 99.99% → อุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง / รถกระเช้า / งานบริการและ O&M
LDS — 92.50% → Steel Fabrication / ตัวถังหม้อแปลงขนาดใหญ่
ดังนั้นภาพรวมของกลุ่ม TRT จึงไม่ได้มีเพียงรายได้จาก หม้อแปลงไฟฟ้า แต่มีธุรกิจสนับสนุนตั้งแต่ การผลิตชิ้นส่วน → การผลิตหม้อแปลง → การขายติดตั้ง → งานบริการและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ทำให้เกิดห่วงโซ่ธุรกิจภายในกลุ่มค่อนข้างชัดเจน



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TRT
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัท บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าแบบ Engineering-to-Order (ETO) ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงงานติดตั้ง ซ่อมบำรุง และทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้า
จากข้อมูลบริษัทและเอกสารล่าสุด สามารถสรุป ปัจจัยความเสี่ยงที่นักลงทุนควรติดตาม ได้ดังนี้

  1. ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบ
    การผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าต้องใช้วัตถุดิบสำคัญ เช่น ทองแดง เหล็ก และวัสดุฉนวน หากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขายหรือไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท
  2. ความเสี่ยงจากงานโครงการและการรับรู้รายได้
    ธุรกิจของ TRT มีลักษณะ ผลิตตามคำสั่งซื้อและโครงการ (ETO) ทำให้รายได้และกำไรอาจไม่สม่ำเสมอในแต่ละไตรมาส โดยขึ้นอยู่กับการได้รับคำสั่งซื้อ การผลิต การส่งมอบ และการรับรู้รายได้ของแต่ละโครงการ
    ปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมี Order Intake 3,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94% และมี Backlog ณ สิ้นปี 2,230 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 49% เหลือ 115 ล้านบาท จาก 223 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนว่าการมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน
  3. ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
    ตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ามีการแข่งขันทั้งด้าน ราคา คุณภาพ เทคโนโลยี ระยะเวลาส่งมอบ และความสามารถในการผลิต โดยเฉพาะเมื่อบริษัทต้องแข่งขันเพื่อรับงานโครงการขนาดใหญ่ หากการแข่งขันด้านราคารุนแรงขึ้น อาจส่งผลต่อ Margin
  4. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาการลงทุนด้านไฟฟ้า
    ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กับการลงทุนของหน่วยงานด้านไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม โครงการโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายระบบไฟฟ้า หากการลงทุนหรือการประมูลโครงการล่าช้า อาจทำให้การรับคำสั่งซื้อและการส่งมอบงานเลื่อนออกไป
  5. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
    บริษัทระบุว่าปัจจัยอย่าง ภาวะเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และภาวะโลกร้อน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามในปี 2569 เนื่องจากสามารถกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานได้
  6. ความเสี่ยงจากธุรกิจต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยน
    TRT มีการจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศ ดังนั้นความผันผวนของ ค่าเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศ อาจส่งผลต่อรายได้ ต้นทุน และกำไรเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท รวมถึงความเสี่ยงด้านการชำระเงินและเงื่อนไขทางการค้าของลูกค้าต่างประเทศ
  7. ความเสี่ยงจากคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
    หม้อแปลงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบไฟฟ้า หากเกิดปัญหาด้านการออกแบบ การผลิต การติดตั้ง หรือการใช้งาน อาจนำไปสู่ ค่าใช้จ่ายในการรับประกัน การซ่อมแซม การเคลมสินค้า และความเสียหายต่อชื่อเสียง ของบริษัท
  8. ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินและเงินทุนหมุนเวียน
    ธุรกิจโครงการต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสำหรับการจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิต และการรอรับชำระเงินจากลูกค้า หากโครงการมีระยะเวลานานหรือการเก็บหนี้ล่าช้า บริษัทอาจต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม และมีต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
  9. ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของโครงการขนาดใหญ่
    งานหม้อแปลงขนาดใหญ่มีมูลค่าต่อโครงการสูง หากโครงการสำคัญเกิดการเลื่อน ส่งมอบล่าช้า ยกเลิก หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข อาจส่งผลต่อรายได้และกำไรในช่วงเวลานั้นอย่างมีนัยสำคัญ
  10. ความเสี่ยงจากความผันผวนของผลประกอบการ
    ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แสดงให้เห็นว่ารายได้และกำไรของ TRT สามารถเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากตามรอบของงานโครงการ โดย 9 เดือนแรกปี 2568 มีรายได้ 1,480.84 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 85.12 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 2,330.71 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 245.31 ล้านบาท

สรุปสำหรับนักลงทุน:
จุดที่ควรจับตา TRT ไม่ได้มีเพียง “ยอด Backlog” แต่ควรติดตามพร้อมกันทั้ง Order Intake → Backlog → การส่งมอบงาน → Gross Margin → กำไรสุทธิ → กระแสเงินสด เพราะการเติบโตของคำสั่งซื้ออาจถูกหักล้างด้วยต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายโครงการ และความล่าช้าในการรับรู้รายได้ได้


ข้อมูล ณ วันที่ 27 ส.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น TRT
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัท ถิรไทย หรือ TRT มีพัฒนาการจากผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าในประเทศ สู่ผู้ให้บริการด้านหม้อแปลงไฟฟ้าแบบครบวงจร ทั้งการผลิต ติดตั้ง ซ่อมบำรุง และทดสอบ โดยมีทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
พัฒนาการสำคัญของ TRT
ขยายศักยภาพการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังอย่างต่อเนื่อง
บริษัทพัฒนาขีดความสามารถด้านหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังจนสามารถผลิตหม้อแปลงขนาดสูงถึง 333 MVA ระดับแรงดัน 525 kV และส่งมอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 14 เครื่อง ซึ่งสะท้อนความสามารถในการรองรับงานระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่
เพิ่มความครบวงจรของธุรกิจหม้อแปลง
TRT มีโรงงานหลักสำหรับผลิตทั้ง Power Transformer และ Distribution Transformer ทำให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้หลายระดับ ตั้งแต่ระบบส่งและระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ไปจนถึงระบบจำหน่าย
เดินหน้าลงทุนขยายกำลังการผลิตและธุรกิจต่อเนื่อง
ในช่วงหนึ่งบริษัทประกาศแผนลงทุนประมาณ 600 ล้านบาท โดยแบ่งเงินลงทุนสำหรับขยายกำลังการผลิตหม้อแปลง สร้างโรงงานผลิตตัวถังหม้อแปลงและงานเหล็ก รวมถึงเพิ่มธุรกิจอุปกรณ์สำหรับระบบจ่ายไฟฟ้า เช่น รถกระเช้าและสวิตช์เกียร์แรงสูง
พัฒนาผลิตภัณฑ์หม้อแปลงรุ่นใหม่และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนา หม้อแปลง Low Loss, Smart Transformer และหม้อแปลงที่ใช้น้ำมันชีวภาพ โดยเฉพาะน้ำมันปาล์ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย และตอบโจทย์แนวทาง BCG/ESG
ขยายตลาดต่างประเทศ
TRT วางแนวทางร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อขยายตลาดหม้อแปลงไปยัง ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทมองเห็นความต้องการเปลี่ยนหม้อแปลงรุ่นเก่าที่ใช้งานมานาน
ยกระดับด้าน ESG และเศรษฐกิจหมุนเวียน
ในปี 2567 บริษัทได้รับ รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 สำหรับโรงงานผลิตหม้อแปลงระบบจำหน่ายและระบบกำลัง
มุ่งสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero
บริษัทเดินหน้าโครงการ Carbon Footprint และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์สีเขียวเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
ผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตจากปีก่อน
บริษัทระบุว่าในปี 2568 มีรายได้จากการขายรวม 2,881 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% และมีกำไร 223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% จากปีก่อน โดยยังเน้นการควบคุมต้นทุนและการขยายตลาดร่วมกับพันธมิตร
เดินหน้าพัฒนาธุรกิจในปี 2569
ปัจจุบันบริษัทมีการเผยแพร่งบการเงินไตรมาส 2/2569 และยังคงเดินหน้าธุรกิจหลักด้านหม้อแปลงไฟฟ้า ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และตลาดใหม่ ๆ
สรุปภาพรวม
TRT พัฒนาจากผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า สู่ผู้ให้บริการโซลูชันหม้อแปลงแบบครบวงจร โดยจุดสำคัญในช่วงหลังอยู่ที่การเพิ่มศักยภาพหม้อแปลงแรงดันสูง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Low Loss / Smart Transformer / น้ำมันชีวภาพ การขยายตลาดต่างประเทศ และการขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง BCG + ESG + Carbon Neutrality/Net Zero ซึ่งเป็นทิศทางที่บริษัทระบุไว้ในแผนธุรกิจและรายงานล่าสุด
หมายเหตุ: ข้อมูลด้านพัฒนาการข้างต้นอ้างอิงเอกสารบริษัทและข้อมูล ก.ล.ต. โดยเอกสาร One Report ล่าสุดที่เผยแพร่คือปี 2568 และข้อมูลการเงินล่าสุดที่ ก.ล.ต. แสดงคือไตรมาส 2/2569


การจ่ายปันผล

รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
–0.17บาท02 ก.ย. 2569เงินปันผล
–0.15บาท10 มิ.ย. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.14บาท–เงินปันผล
–0.06บาท10 ก.ย. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.24บาท–เงินปันผล
–0.13บาท10 ม.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.21บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.12บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.02บาท–เงินปันผล


หน่วย: ล้านบาท

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด180.30370.15452.43298.13630.39
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ589.61635.83633.89659.58764.19
สินค้าคงเหลือ1,428.06956.561,315.04818.481,472.21
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน2,202.441,973.502,423.101,778.072,870.88
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ704.80688.76697.60689.24852.15
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน1,063.141,042.451,117.731,051.071,253.29
รวมสินทรัพย์3,265.583,015.953,540.832,829.144,124.17
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม1,126.29855.871,063.24755.41721.98
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ480.79503.40907.88465.771,533.59
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี90.1990.9669.9890.7862.73
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,754.001,501.072,076.531,366.992,400.89
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน398.02278.56207.44219.72266.07
รวมหนี้สิน2,152.021,779.632,283.971,586.712,666.96
ทุนจดทะเบียน359.20359.20359.20359.20359.20
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า308.01308.01308.01308.01308.01
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น260.15260.15260.15260.15260.15
กำไร(ขาดทุน)สะสม577.50700.91723.15707.87924.02
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น–––––
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,145.651,269.071,291.311,276.021,492.17
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย-32.09-32.75-34.45-33.59-34.96

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน-209.47761.56263.06217.39735.83
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-47.64-31.63-115.62-26.04-124.97
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน115.18-539.84-65.31-263.01-438.01
เงินสดสุทธิ-141.92190.1082.12-71.66172.85


งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)5.033.552.823.48
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)72.61102.94129.26105.02
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)1.851.382.001.33
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)197.43265.00182.57275.37
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)7.515.378.186.35
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)48.5867.9244.6257.51
วงจรเงินสด (วัน)221.46300.02267.21322.88



วิเคราะห์หุ้น TRT — บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เป็นผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าของไทย โดยธุรกิจหลักครอบคลุมทั้ง Power Transformer, Distribution Transformer รวมถึงงานติดตั้ง ซ่อมบำรุง และทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้า และรับผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้าแบบ Engineering to Order ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

  1. ภาพรวมธุรกิจ
    จุดสำคัญของ TRT คือไม่ได้ผลิตเพียงหม้อแปลงระบบจำหน่าย แต่สามารถผลิตได้ทั้ง หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังและหม้อแปลงระบบจำหน่าย โดยมีโรงงานแยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ และได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้ผลิตชั้นนำในต่างประเทศ
    ผลิตภัณฑ์จึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า เช่น
    หม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง
    หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย
    Special Transformer
    งานติดตั้งและทดสอบ
    งานซ่อมบำรุงหม้อแปลง
    งานบริการด้านวิศวกรรม
    บริษัทระบุว่าสามารถผลิตหม้อแปลงขนาดสูงถึง 333 MVA ระดับแรงดัน 525 kV และมีประสบการณ์ส่งมอบหม้อแปลงขนาดดังกล่าวให้ กฟผ.
  2. จุดแข็งของ TRT
    ⚡ 1. อยู่ในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อระบบไฟฟ้า
    การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า การขยายกำลังผลิตไฟฟ้า การเพิ่ม Data Center โรงงานอุตสาหกรรม และการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ล้วนต้องการหม้อแปลงไฟฟ้า
    ดังนั้น TRT จึงอยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการลงทุนระบบไฟฟ้าโดยตรง
    ⚙️ 2. มีความสามารถในการผลิตหม้อแปลงหลายประเภท
    การผลิตได้ทั้ง Power Transformer และ Distribution Transformer ทำให้บริษัทสามารถรับงานได้หลากหลายกว่าผู้ผลิตที่เน้นเพียงตลาดใดตลาดหนึ่ง
    🌎 3. มีโอกาสขยายตลาดต่างประเทศ
    บริษัทกำลังพยายามขยายตลาดไปยัง สหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งบริษัทมองว่ามีความต้องการหม้อแปลงเพื่อทดแทนอุปกรณ์เดิมที่มีอายุการใช้งานสูง
    ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะหากสามารถเพิ่มสัดส่วนงานส่งออกได้ จะช่วยลดการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ
  3. งบการเงิน — จุดที่ต้องจับตา
    ปี 2567 ถือเป็นปีที่ผลประกอบการโดดเด่นของ TRT โดยบริษัทมีรายได้รวมประมาณ 2,882 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ประมาณ 223 ล้านบาท

แต่ปี 2568 รายได้และกำไรลดลงอย่างชัดเจน

รายการปี 2567ปี 2568เปลี่ยนแปลง
รายได้รวม2,893 ลบ.2,073 ลบ.-28%
รายได้ขาย/บริการ2,862 ลบ.2,049 ลบ.-28%
กำไรขั้นต้น647 ลบ.485 ลบ.-25%
EBITDA443 ลบ.270 ลบ.-39%
กำไรสุทธิ223 ลบ.115 ลบ.-49%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า กำไรมีความผันผวนตามจังหวะการรับรู้รายได้ของโครงการ ค่อนข้างมาก

อย่างไรก็ตาม มีจุดที่น่าสนใจคือ Backlog ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 2,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 834 ล้านบาทจากปี 2567 ขณะที่คำสั่งซื้อบางส่วนเป็นหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังที่มีระยะเวลาส่งมอบประมาณ 7–12 เดือน จึงทำให้รายได้ไม่ได้สะท้อนคำสั่งซื้อที่บริษัทได้รับในทันที
🚨 จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2569
ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ดีขึ้นมาก โดย TRT รายงานกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 290.19 ล้านบาท เทียบกับ 80.86 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 259% ขณะที่เฉพาะไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิประมาณ 127.37 ล้านบาท เทียบกับ 34.29 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568
นี่เป็นตัวเลขที่ควรจับตาอย่างมาก เพราะสะท้อนว่า กำไรสามารถกลับมาเร่งตัวได้เมื่อบริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากงานที่มี Backlog
4. ปัจจัยบวกที่น่าจับตา
🔥 Backlog สูง
Backlog 2,230 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ถือเป็นฐานรายได้ที่สำคัญ และสูงกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
🔥 การลงทุนระบบไฟฟ้า
การขยายโครงข่ายไฟฟ้าและความต้องการใช้ไฟฟ้าจากภาคอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยที่สนับสนุนความต้องการหม้อแปลงในระยะยาว
🔥 ตลาดสหรัฐฯ และยุโรป
บริษัทกำลังขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท
🔥 ผลประกอบการ 1H69 ฟื้นตัวแรง
กำไรครึ่งปีแรก 2569 ที่ 290 ล้านบาท สูงกว่ากำไรทั้งปี 2568 ที่ 115 ล้านบาทแล้ว จึงเป็นตัวเลขที่ตลาดควรติดตามต่อเนื่อง
5. ความเสี่ยงของธุรกิจ
⚠️ 1. รายได้ขึ้นกับการส่งมอบโครงการ
ธุรกิจของ TRT เป็นลักษณะ Engineering to Order ดังนั้นการเซ็นสัญญาไม่ได้หมายความว่าจะรับรู้รายได้ทันที หากโครงการมีระยะเวลาผลิตและส่งมอบยาว รายได้แต่ละไตรมาสจึงอาจผันผวน
⚠️ 2. การจัดซื้อภาครัฐล่าช้า
บริษัทระบุว่าในปี 2568 รายได้ลดลงส่วนหนึ่งจาก ความล่าช้าในการจัดซื้อหม้อแปลงไฟฟ้าของภาครัฐ
⚠️ 3. ต้นทุนวัตถุดิบ
หม้อแปลงใช้วัตถุดิบสำคัญ เช่น เหล็ก ทองแดง และวัสดุเฉพาะทาง หากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย อาจกดดัน Gross Margin
⚠️ 4. การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
การขยายไปสหรัฐฯ และยุโรปเปิดโอกาสใหม่ แต่ต้องเผชิญกับมาตรฐานสินค้า การรับรอง และการแข่งขันกับผู้ผลิตต่างประเทศ
⚠️ 5. ความเสี่ยงจากโครงการขนาดใหญ่
เมื่อบริษัทรับงานหม้อแปลงขนาดใหญ่ มูลค่าสัญญาต่อโครงการอาจสูงขึ้น ความผิดพลาดด้านต้นทุน การผลิต หรือการส่งมอบจึงอาจส่งผลต่อกำไรของแต่ละงวดได้มาก
6. สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ TRT ตอนนี้
ผมมองว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่รายได้ปี 2568 ที่ลดลง แต่คือการดูว่า Backlog ที่สะสมไว้กำลังเปลี่ยนเป็นกำไรได้มากแค่ไหนในปี 2569
ภาพจึงเป็นลักษณะ
ปี 2567 → กำไรสูง
↓
ปี 2568 → รายได้ลด / กำไรลด เพราะการรับรู้โครงการล่าช้า
↓
Backlog เพิ่มขึ้นเป็น 2,230 ลบ.
↓
1H69 → กำไรกลับมาเร่งตัว 290 ลบ.
ดังนั้นตัวเลขที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ
Backlog → รายได้ → Gross Margin → กำไรสุทธิ → กระแสเงินสด
หาก Backlog สามารถทยอยรับรู้ได้ตามแผน และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี การฟื้นตัวของกำไรก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น
7. มุมมองเชิงธุรกิจ
TRT เป็นหุ้นที่มีลักษณะ “Infrastructure + Transformer + Backlog”
จุดแข็งคือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและอยู่ในธุรกิจที่จำเป็นต่อระบบไฟฟ้า ขณะที่โอกาสเติบโตมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า การเปลี่ยนหม้อแปลงเก่า และการขยายตลาดส่งออก
แต่ธรรมชาติของธุรกิจทำให้ กำไรไม่ได้เติบโตเป็นเส้นตรง เพราะขึ้นกับจังหวะรับคำสั่งซื้อ ผลิต และส่งมอบงาน
สำหรับนักลงทุนที่ติดตาม TRT จึงควรให้ความสำคัญกับ Backlog และอัตรากำไร มากกว่าดูเพียงรายได้รายไตรมาส
สรุปประเด็นสำคัญ
TRT = ผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า + งานวิศวกรรม + Backlog
จุดเด่น:
ผลิต Power และ Distribution Transformer
มีเทคโนโลยีและประสบการณ์การผลิตหม้อแปลงแรงดันสูง
มี Backlog รองรับรายได้
มีโอกาสขยายตลาดสหรัฐฯ/ยุโรป
กำไร 1H69 ฟื้นตัวแรง
จุดต้องระวัง:
รายได้และกำไรผันผวนตามการส่งมอบโครงการ
การจัดซื้อภาครัฐอาจล่าช้า
ราคาวัตถุดิบกระทบ Margin
การแข่งขันตลาดต่างประเทศ
ต้องติดตามว่ากำไร 1H69 จะรักษาระดับได้ต่อเนื่องหรือไม่
ภาพรวมเชิงพื้นฐาน: TRT เป็นบริษัทที่กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องพิสูจน์ว่า Backlog ที่เพิ่มขึ้นสามารถแปลงเป็นรายได้และกำไรได้ต่อเนื่องเพียงใด โดยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เป็นสัญญาณสำคัญที่ควรติดตามต่อในงบไตรมาสถัดไป


Disclaimer

ใส่ความเห็น