วิเคราะห์ หุ้น TPIPP บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TPIPP บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TPIPP บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TPIPP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)





รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
–0.07บาท08 พ.ค. 2569เงินปันผล
–0.07บาท09 พ.ค. 2568เงินปันผล
–0.09บาท20 ก.ย. 2567เงินปันผล
–0.12บาท09 พ.ค. 2567เงินปันผล
–0.12บาท25 ก.ย. 2566เงินปันผล
–0.03บาท11 พ.ค. 2566เงินปันผล
–0.09บาท23 ก.พ. 2566เงินปันผล
–0.12บาท23 ก.ย. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.13บาท12 พ.ค. 2565เงินปันผล
–0.12บาท22 ก.ย. 2564เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.15บาท07 พ.ค. 2564เงินปันผล

TPIPP มุ่งเน้นธุรกิจโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ (Waste-to-Energy) และใช้พลังงานความร้อนทิ้ง (Waste Heat) เป็นแกนหลัก
นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น สถานีบริการน้ำมัน/NGV
บริษัทมีแผนในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์ และแบตเตอรี่เก็บพลังงาน (BESS) เพื่อเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TPIPP
บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
TPIPP มีทรัพย์สินหลักที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งและโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิง RDF รวมถึงธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยโรงไฟฟ้าหลักตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

  1. โรงไฟฟ้าและระบบผลิตไฟฟ้า
    ถือเป็นทรัพย์สินหลักของ TPIPP ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง (Waste Heat Recovery) และ โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิง RDF ซึ่งใช้ระบบและเครื่องจักรสำหรับเปลี่ยนพลังงานความร้อน/เชื้อเพลิงจากขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า
    ข้อมูลในรายงานบริษัทระบุว่าโรงไฟฟ้าของ TPIPP เชื่อมโยงกับพื้นที่โรงงานปูนซีเมนต์ของกลุ่ม TPI Polene และในข้อมูลเดิมมีโรงไฟฟ้ารวม 8 โรง กำลังการผลิตติดตั้ง 440 เมกะวัตต์ โดยมีทั้งโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง และโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงขยะ
  2. เครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้า
    เป็นสินทรัพย์สำคัญที่ใช้ในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า เช่น
    หม้อไอน้ำและระบบผลิตไอน้ำ
    กังหันไอน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
    ระบบเผาไหม้เชื้อเพลิง RDF
    ระบบคัดแยกและป้อนเชื้อเพลิง
    ระบบบำบัดมลพิษและควบคุมคุณภาพอากาศ
    ระบบไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้า
    เครื่องจักรและอุปกรณ์ซ่อมบำรุง
  3. ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง
    ประกอบด้วยที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้า อาคารโรงงาน อาคารสำนักงาน อาคารควบคุมระบบผลิตไฟฟ้า รวมถึงสิ่งปลูกสร้างและระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
  4. ระบบจัดการเชื้อเพลิง RDF และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับขยะ
    ธุรกิจโรงไฟฟ้า RDF จำเป็นต้องมีระบบรับ จัดเก็บ คัดแยก และเตรียมเชื้อเพลิงขยะก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตไฟฟ้า โดยบริษัทมีการจัดหาขยะจากหลายแหล่ง เช่น ขยะชุมชน ขยะจากหลุมฝังกลบ และขยะที่ผ่านการคัดแยกจากผู้ประกอบการ เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ
  5. สถานีบริการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
    นอกจากธุรกิจไฟฟ้าแล้ว TPIPP ยังมีทรัพย์สินที่ใช้สำหรับธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (NGV) โดยข้อมูลในรายงานเดิมระบุสถานีบริการน้ำมัน 8 แห่ง สถานี NGV 1 แห่ง และสถานีที่ให้บริการทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 3 แห่ง
  6. ยานพาหนะและอุปกรณ์สนับสนุน
    รวมถึงรถยนต์ รถบรรทุก เครื่องมือซ่อมบำรุง และอุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ ที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
  7. สิทธิและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
    นอกจากทรัพย์สินที่จับต้องได้แล้ว TPIPP ยังมี สิทธิและสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างรายได้ระยะยาวของธุรกิจ เช่น สัญญาซื้อขายไฟฟ้าและสิทธิที่เกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้า
    สรุป: ทรัพย์สินสำคัญของ TPIPP คือ โรงไฟฟ้า + เครื่องจักรผลิตไฟฟ้า + ที่ดินและอาคาร + ระบบจัดการเชื้อเพลิง RDF + ระบบสาธารณูปโภค + สถานีบริการน้ำมัน/NGV โดยแกนหลักของธุรกิจอยู่ที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนทิ้งและเชื้อเพลิง RDF

บริษัท TPI Polene Power Public Company Limited (TPIPP) เป็นบริษัทลูกของ TPI Polene Public Company Limited (TPIPL) โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
ข้อมูลบริษัท
TPIPP จดทะเบียนปี 1991 และประกอบธุรกิจหลักคือ การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า, Refuse-Derived Fuel (RDF) และจัดการของเสียออร์แกนิกในประเทศไทย
ที่อยู่สำนักงานใหญ่: 26/56 ถ.จันทน์ ตาทม แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
TPIPP มีธุรกิจที่แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักคือ:
กลุ่มผลิตไฟฟ้า (จาก RDF, ขยะมูลฝอย/ยอดความร้อนเสีย)
ธุรกิจปั๊มน้ำมัน/แก๊ส (Petrol & Gas Stations)
บริษัทแม่ TPIPL ถือหุ้นใน TPIPP ประมาณ 70.24% ณ สิ้นปี 2022
TPIPP แจ้งผลดำเนินงานปี 2024: รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยประมาณ 11,097 ล้านบาท, EBITDA 4,788 ล้านบาท
กลุ่มบริษัทในเครือ (ของ TPIPP & TPIPL)
แม้ว่า TPIPP จะเป็นบริษัทในเครือของ TPIPL แต่ TPIPL เองมีบริษัทลูกหลายแห่ง ซึ่งรวมถึง TPIPP ดังนั้น “กลุ่มบริษัทในเครือ” ที่เกี่ยวข้องอาจหมายถึงบริษัทลูกของ TPIPL ที่รวม TPIPP ด้วย ซึ่งมีตัวอย่างดังนี้
บริษัท TPI Concrete Co., Ltd. – ผลิตและจำหน่ายคอนกรีตพร้อมใช้ (TPIPL ถือ 99.99%)
บริษัท TPI Polene Bio Organics Co., Ltd. – ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ (TPIPL ถือ 99.99%)
บริษัท Thai Nitrate Co., Ltd. – ผลิตกรดไนตริกและแอมโมเนียมไนเตรต (TPIPL ถือ 99.99%)
บริษัท TPI Polene Power Public Company Limited (TPIPP) – ผลิต/ขายไฟฟ้าและธุรกิจน้ำมัน/แก๊ส (TPIPL ถือ ~70 %)



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TPIPP
บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
TPIPP เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ โรงไฟฟ้าขยะ/เชื้อเพลิงจากขยะและเชื้อเพลิงอื่น ดังนั้นความเสี่ยงหลักไม่ได้อยู่แค่ราคาหุ้น แต่รวมถึงต้นทุนเชื้อเพลิง ประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า และเงื่อนไขของสัญญาซื้อขายไฟฟ้า

  1. ความเสี่ยงจากต้นทุนเชื้อเพลิง
    หากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาขายไฟฟ้าหรือโครงสร้างรายได้ไม่สามารถปรับเพิ่มได้ตามต้นทุน อาจกดดัน อัตรากำไรและกระแสเงินสด ของบริษัท
  2. ความเสี่ยงจากการจัดหาเชื้อเพลิง
    ธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะต้องพึ่งพาปริมาณและคุณภาพของเชื้อเพลิง หากมีปัญหาในการจัดหา การคัดแยก หรือคุณภาพเชื้อเพลิงไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ประสิทธิภาพการผลิตลดลง และกระทบปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้
  3. ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพและการหยุดซ่อมโรงไฟฟ้า
    โรงไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่ต้องใช้สินทรัพย์ขนาดใหญ่ หากเครื่องจักรเกิดขัดข้องหรือจำเป็นต้องหยุดซ่อมบำรุงนอกแผน อาจทำให้ ปริมาณการผลิตไฟฟ้าลดลงและรายได้หายไป ขณะที่ยังมีต้นทุนคงที่บางส่วน
  4. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ
    ธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ หากมีการเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับ พลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าขยะ การรับซื้อไฟฟ้า หรือมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลต่อโอกาสการเติบโตและต้นทุนในการดำเนินงาน
  5. ความเสี่ยงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
    รายได้ของโรงไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กับเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หากมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข การสิ้นสุดสัญญา หรือการไม่ได้รับสัญญาใหม่ตามที่คาดการณ์ อาจกระทบรายได้ในระยะยาว
  6. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
    โรงไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับการเผาไหม้เชื้อเพลิงและขยะต้องควบคุม มลพิษ อากาศ น้ำ เถ้า และของเสียจากกระบวนการผลิต หากมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น บริษัทอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงระบบควบคุมมลพิษ
  7. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้
    ธุรกิจโรงไฟฟ้าต้องใช้เงินลงทุนสูง หากบริษัทมีการกู้ยืมเพื่อขยายกำลังการผลิต การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้ ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น และกดดันกำไรสุทธิ
  8. ความเสี่ยงจากการลงทุนโครงการใหม่
    การลงทุนโรงไฟฟ้าใช้เงินลงทุนจำนวนมากและมีระยะเวลาคืนทุนยาว หากโครงการใหม่ก่อสร้างล่าช้า ต้นทุนก่อสร้างสูงกว่าประมาณการ หรือไม่สามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ตามแผน อาจกระทบผลตอบแทนจากการลงทุน
  9. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจพลังงาน
    การแข่งขันเพื่อพัฒนาโครงการและเข้าถึงแหล่งเชื้อเพลิงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาแข่งขันมากขึ้น อาจทำให้การขยายกำลังการผลิตและการหาโครงการใหม่ทำได้ยากขึ้น
  10. ความเสี่ยงจากความผันผวนของผลประกอบการ
    แม้รายได้จากการขายไฟฟ้าจะมีลักษณะค่อนข้างสม่ำเสมอเมื่อเทียบกับธุรกิจทั่วไป แต่ผลประกอบการยังสามารถผันผวนจาก ต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง ค่าเสื่อมราคา ต้นทุนทางการเงิน และผลกระทบจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

สรุปมุมมองความเสี่ยง TPIPP
จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ:
🔥 ต้นทุนและความเพียงพอของเชื้อเพลิง
⚡ ประสิทธิภาพการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า
🏭 การหยุดซ่อมและความเสียหายของเครื่องจักร
📜 เงื่อนไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
🌱 กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
💰 เงินลงทุนและต้นทุนทางการเงิน
🏗️ ความคุ้มค่าของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่
ภาพรวม: TPIPP มีลักษณะธุรกิจที่รายได้จากโรงไฟฟ้ามีความต่อเนื่อง แต่สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดคือ “ต้นทุนเชื้อเพลิง + Availability ของโรงไฟฟ้า + Margin + สัญญาซื้อขายไฟฟ้า + การลงทุนโครงการใหม่” เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถเปลี่ยนทิศทางกำไรในระยะกลางถึงยาวได้


ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2568



บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (หุ้น TPIPP) เป็นบริษัทในกลุ่มของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งดำเนินธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคโดยเฉพาะในด้านโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน
ด้านพัฒนาการสำคัญของ TPIPP มีดังนี้:

ความท้าทาย & จุดน่าสังเกต
การใช้เชื้อเพลิงขยะและการจัดการขยะเทศบาลมีความเสี่ยงด้านต้นทุน คุณภาพขยะ และข้อกำกับดูแล
การลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง เช่น ต้นทุนเริ่มต้นสูง และแข่งขันในตลาดพลังงาน
แม้มีแผนการอัพเกรดและขยายโครงการ แต่ต้องติดตามผลการดำเนินงานจริงในระยะข้างหน้า

การจัดตั้งและจดทะเบียน
TPIPP มีเลขทะเบียนบริษัท 0107559000184 และจดทะเบียนเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2559 (แปรสภาพจากบริษัทเดิม) พร้อมทุนจดทะเบียน 8,400 ล้านบาท
ประเภทธุรกิจหลักคือ “ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าโดยมุ่งเน้นผลิตไฟฟ้าจากขยะและพลังงานความร้อนทิ้ง และธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ (NGV)”

ธุรกิจหลัก & กลยุทธ์
TPIPP มุ่งเน้นธุรกิจโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ (Waste-to-Energy) และใช้พลังงานความร้อนทิ้ง (Waste Heat) เป็นแกนหลัก
นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น สถานีบริการน้ำมัน/NGV
บริษัทมีแผนในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์ และแบตเตอรี่เก็บพลังงาน (BESS) เพื่อเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า

โครงการโดดเด่น & นวัตกรรม
โครงการอัพเกรดโรงไฟฟ้าให้ใช้ “เชื้อเพลิงขยะจากชุมชน/ขยะเทศบาล” (Municipal Solid Waste, MSW) แทนถ่านหิน เพื่อประหยัดต้นทุน
โครงการโซลาร์ 94 เมกะวัตต์ ที่จะผลิตไฟฟ้าให้กับบริษัทแม่ และโครงการ MSW 16 เมกะวัตต์ เพื่อขายไฟให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
โครงการแบตเตอรี่ขนาด 20 MWh (BESS) เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในฟาร์มโซลาร์

การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
ได้มีการลงทะเบียนคาร์บอนเครดิต (Carbon Credits) และ REC (ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน) เพื่อรองรับการลดก๊าซเรือนกระจก
ดำเนินโครงการด้านชุมชน เช่น การซื้อขยะจากชุมชนเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ลดขยะในพื้นที่มากกว่า 16 จังหวัด
ใช้ขยะทดแทนถ่านหินประมาณ 12–15% ในสายการผลิตของโรงงานปูนซีเมนต์ (ซึ่งอยู่ในกลุ่มบริษัทเดียวกัน)

ความร่วมมือและแผนภูมิประเทศ
มีแผนพัฒนา “Green Energy Hub” ในพื้นที่ภาคใต้ของไทย เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางไฟฟ้า
เน้นโครงสร้างธุรกิจแบบบูรณาการ เช่น โรงไฟฟ้า+ขยะ+พลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดต้นทุน


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด2,433.812,988.273,713.602,841.152,497.70
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ2,059.193,274.842,159.332,133.262,032.50
สินค้าคงเหลือ1,823.981,545.351,451.521,482.131,673.10
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน8,482.298,508.477,743.476,875.976,203.30
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ48,025.2155,275.3758,963.1857,228.7460,155.71
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน51,284.8857,893.0561,077.9959,322.3162,210.59
รวมสินทรัพย์59,767.1866,401.5268,821.4666,198.2868,413.88
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–418.48–––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ2,523.723,096.992,450.772,634.782,169.26
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี4,000.00–7,433.604,523.602,910.00
รวมหนี้สินหมุนเวียน6,791.053,907.5610,090.557,436.545,315.99
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน19,774.5327,754.1322,315.6623,168.7526,761.58
รวมหนี้สิน26,565.5931,661.6932,406.2030,605.2932,077.57
ทุนจดทะเบียน8,400.008,400.008,400.008,400.008,400.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า8,400.008,400.008,400.008,400.008,400.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น14,580.8914,580.89–––
กำไร(ขาดทุน)สะสม10,220.7011,758.9428,015.2527,192.9827,936.31
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น–––––
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่33,201.5934,739.8336,415.2535,592.9836,336.31
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย0.000.000.000.000.00

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ11,110.4010,888.879,167.034,897.344,182.99
รายได้อื่น177.36186.61156.0773.4367.47
รวมรายได้11,287.7611,075.489,323.094,970.764,250.47
ต้นทุน6,978.416,819.756,039.873,117.693,033.71
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร537.41527.00549.47239.03232.02
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย7,515.827,346.756,589.343,356.723,265.73
EBITDA4,835.094,787.623,952.612,192.141,566.46
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย1,017.111,032.971,124.69517.71641.47
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้3,817.983,754.652,827.921,674.42924.99
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่3,653.163,302.242,265.771,441.16509.06
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.440.390.270.170.06

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน5,090.664,367.864,210.022,698.711,120.81
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-7,502.67-5,450.22-3,292.41-1,240.88-1,124.06
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน2,842.971,668.05-192.10-1,597.29-1,212.70
เงินสดสุทธิ430.96585.68725.51-139.45-1,215.96

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)4.723.965.524.95
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)77.3292.1466.1373.69
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)4.054.033.773.78
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)90.1690.5596.8596.68
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)12.7510.0510.5110.72
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)28.6236.3234.7334.04
วงจรเงินสด (วัน)138.87146.38128.25136.33

วิเคราะห์กราฟเทคนิค TPIPP — ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์
TPIPP เริ่มนิ่ง แต่ยังไม่หลุดโซนสำคัญ! จับตาแรงซื้อรอบใหม่ — ถ้าเบรกได้พร้อมวอลุ่ม มีลุ้นเปลี่ยนเกมทางเทคนิค
ล่าสุดวันที่ 11 ก.ย. 2569 TPIPP ปิดที่ 1.76 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง โดยระหว่างวันแกว่งในกรอบ 1.75–1.77 บาท และมีปริมาณซื้อขายประมาณ 3.37 ล้านหุ้น มูลค่าราว 5.93 ล้านบาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.66–2.32 บาท
🔥 มุมมองกราฟ
ภาพรวมระยะสั้นยังอยู่ในลักษณะ “พักฐานสะสมแรง” มากกว่าจะเป็นขาขึ้นที่ยืนยันแล้ว ราคายังเกาะบริเวณ 1.75–1.76 บาทได้ ถือเป็นโซนที่ต้องจับตาว่าแรงซื้อจะกลับเข้ามาหรือไม่
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ 1.80 บาท
หากราคาสามารถ เบรก 1.80 บาทขึ้นไปได้อย่างชัดเจน พร้อม Volume เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณบวกที่น่าสนใจ เพราะเป็นการยืนยันโมเมนตัมและเปิดทางให้ราคาทดสอบแนวต้านถัดไป
📌 แนวรับ–แนวต้าน
แนวรับแรก: 1.75 บาท
แนวรับถัดไป: 1.70–1.66 บาท
แนวต้านแรก: 1.80 บาท
แนวต้านถัดไป: 1.85–1.90 บาท
แนวต้านสำคัญ: 2.00 บาท
กรอบ 52 สัปดาห์ที่ 1.66–2.32 บาท ทำให้โซน 1.66 บาทเป็นอีกระดับที่ควรจับตา หากราคาย่อตัวลงมา
🚀 เกมเทคนิคที่ต้องจับตา
Scenario 1 — เบรก 1.80 + Volume เข้า 🔥
นี่คือสัญญาณที่น่าสนใจที่สุด หากทะลุ 1.80 บาทได้พร้อมวอลุ่มที่ขยายตัว มีโอกาสเห็นแรง Follow Buy และลุ้นต่อบริเวณ 1.85–1.90 บาท ก่อนทดสอบ 2.00 บาท
Scenario 2 — ยังไม่ผ่าน 1.80 บาท
ราคามีโอกาสแกว่งสะสมกำลังต่อในกรอบ 1.75–1.80 บาท ต้องรอแท่งเทียนและ Volume ยืนยันก่อนเปิดเกมรอบใหม่
Scenario 3 — หลุด 1.75 บาท
โมเมนตัมระยะสั้นจะเริ่มเสียทรง และมีโอกาสถอยลงทดสอบ 1.70 และ 1.66 บาท ตามลำดับ
🎯 สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
TPIPP ยังไม่ใช่จังหวะ “ไล่ราคา” แต่เป็นหุ้นที่ต้องเฝ้าหน้าจอ!
ตอนนี้ราคากำลังอยู่ในโซนสะสมแรง 1.75–1.80 บาท เกมจะเริ่มน่าสนใจทันทีเมื่อเห็น Breakout + Volume + Momentum มาพร้อมกัน
“1.80 บาท คือด่านวัดใจ — ผ่านพร้อมวอลุ่มเมื่อไหร่ เกมอาจเปลี่ยนจาก Sideway เป็นรอบเร่งตัว!”
ดังนั้นสายเทคนิคควรจับตา 1.75 บาทเป็นแนวรับ และ 1.80 บาทเป็น Trigger สำคัญ โดยเฉพาะพฤติกรรม Volume หากเพิ่มขึ้นพร้อมการทะลุแนวต้าน จะทำให้สัญญาณทางเทคนิคมีน้ำหนักมากขึ้น


วิเคราะห์หุ้น TPIPP บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
TPIPP เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีจุดเด่นจากการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานความร้อนทิ้ง (Waste Heat Recovery) และ เชื้อเพลิง RDF โดยโรงไฟฟ้าหลักตั้งอยู่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และยังมีธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและ NGV ด้วย
🔥 จุดเด่นที่น่าจับตา

  1. ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีฐานรายได้ค่อนข้างชัดเจน
    โครงสร้างธุรกิจของ TPIPP เน้นการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ทำให้มีลักษณะของธุรกิจที่เน้นกระแสเงินสดจากการดำเนินงานมากกว่าหุ้นที่ต้องพึ่งพาการเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว
  2. มีจุดขายด้านพลังงานจากขยะและความร้อนทิ้ง
    การใช้ RDF และ Waste Heat Recovery ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้และพลังงานที่เกิดจากกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นธีมที่เชื่อมโยงกับแนวโน้มพลังงานสะอาดและการลดของเสีย
  3. Valuation อยู่ในโซนค่อนข้างต่ำ
    ข้อมูล SET ณ 8 ก.ย. 2569 ระบุราคาหุ้นประมาณ 1.76 บาท, Market Cap ราว 14,784 ล้านบาท, P/E ประมาณ 11.09 เท่า และ P/BV เพียง 0.41 เท่า ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.66–2.32 บาท
    จุดนี้ทำให้ TPIPP มีลักษณะเป็นหุ้นที่ตลาดอาจมองในเชิง Value + Dividend/กระแสเงินสด มากกว่าหุ้น Growth

📊 ผลประกอบการล่าสุด
งบล่าสุดที่ SET แสดงเป็น ไตรมาส 2/2569 และเป็นงบรวมที่ผ่านการสอบทานแล้ว โดยบริษัทเผยแพร่ผลประกอบการวันที่ 7 สิงหาคม 2569
สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามไม่ใช่เพียงกำไรสุทธิ แต่ควรดูว่า
ปริมาณการผลิตไฟฟ้าเป็นอย่างไร
รายได้จากโรงไฟฟ้าเติบโตหรือชะลอตัว
ต้นทุนเชื้อเพลิง RDF และต้นทุนดำเนินงาน
ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า
รายได้/กำไรจากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ภาระดอกเบี้ยและหนี้สิน
เพราะหุ้นโรงไฟฟ้าสามารถมีความแตกต่างระหว่าง กำไรทางบัญชี กับ กระแสเงินสดจริง ได้
⚠️ ความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักของ TPIPP คือการพึ่งพาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า ต้นทุนเชื้อเพลิง การหยุดซ่อมบำรุง รวมถึงเงื่อนไขและอัตรารับซื้อไฟฟ้า หากต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือโรงไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าได้ต่ำกว่าคาด อาจกดดัน Margin และกำไรได้
อีกประเด็นคือธุรกิจพลังงานต้องใช้เงินลงทุนสูง จึงควรติดตาม หนี้สิน ดอกเบี้ย และกระแสเงินสด อย่างต่อเนื่อง
📈 มุมมองการลงทุน
TPIPP มีภาพของ “หุ้นโรงไฟฟ้า Value ที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี” มากกว่าหุ้นที่ตลาดคาดหวังการเติบโตสูง
ราคาบริเวณ 1.66 บาท เป็นโซนที่ควรจับตา เพราะเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ตามข้อมูล SET ขณะที่ราคา 1.76 บาทยังอยู่ไม่ไกลจากโซนดังกล่าว
หากราคายืนเหนือ 1.80 บาทได้พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น จะเริ่มน่าสนใจในเชิง Technical มากขึ้น ส่วนการผ่านโซน 1.90–2.00 บาท ได้อย่างแข็งแรง จะเป็นสัญญาณที่ดีกว่าการแกว่งตัวในกรอบเดิม
🎯 สรุป TPIPP
จุดแข็ง:
✅ โรงไฟฟ้าจาก Waste Heat + RDF
✅ ธุรกิจมีลักษณะสร้างกระแสเงินสด
✅ P/BV ต่ำประมาณ 0.41 เท่า
✅ มีธีมพลังงานจากขยะ
✅ ราคาปัจจุบันอยู่ใกล้ Low 52 สัปดาห์
จุดต้องระวัง:
⚠️ การเติบโตของกำไร
⚠️ ต้นทุนเชื้อเพลิงและต้นทุนดำเนินงาน
⚠️ ประสิทธิภาพ/Availability ของโรงไฟฟ้า
⚠️ หนี้และภาระดอกเบี้ย
⚠️ ราคาหุ้นยังต้องพิสูจน์แรงซื้อและ Momentum
มุมมอง: TPIPP น่าสนใจในฐานะ Value Play + Power Play แต่สำหรับสายเทคนิค จุดชี้ขาดยังอยู่ที่ “เบรกแนวต้านพร้อมวอลุ่ม” มากกว่าการดูเพียงราคาถูก เพราะราคาปัจจุบันยังใกล้โซน Low 52 สัปดาห์และยังไม่มีสัญญาณ Breakout ที่ชัดเจนจากข้อมูลราคาล่าสุด


Disclaimer

ใส่ความเห็น